Q

Model X ขายได้กี่คันในปี 2023

ขณะนี้ยอดขาย Tesla Model X ในตลาดโลกปี 2023 ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่สำหรับตลาดไทยแล้ว SUV ไฟฟ้าระดับหรูรุ่นนี้ก็สร้างความสนใจให้กับกลุ่มผู้บริโภคระดับสูงไม่น้อย ด้วยดีไซน์ประตูปีกนกที่โดดเด่นและสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม แม้ว่าตัวเลขยอดขายที่แน่นอนจะไม่เปิดเผยสาธารณะ แต่ก็สังเกตได้ว่าในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่รอบโชว์รูม Tesla และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามี Model X ปรากฏให้เห็นบ่อยขึ้น Model X ในฐานะ SUV ระดับแฟลกชิปของ Tesla รุ่น Long Range ยังแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพแบตเตอรี่ที่เสถียรแม้ในสภาพอากาศร้อนของไทย พร้อมระบบป้องกันมลพิษทางอากาศ "Bioweapon Defense Mode" ที่ตอบโจทย์ปัญหามลภาวะในเมือง สิ่งที่น่าสนใจคือมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทย ทั้งการลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต ก็ช่วยกระตุ้นยอดขายรถไฟฟ้าระดับหรูอย่าง Model X ได้ในระดับหนึ่ง เมื่อโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จในไทยค่อยๆ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง คาดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้ารถไฟฟ้าระดับพรีเมียมจะได้รับความนิยมมากขึ้นในไทย แต่อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังต้องพิจารณาปัจจัยด้านความสะดวกในการชาร์จและระบบบริการหลังการขายอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
การบำรุงรักษา Tesla Model X มีค่าใช้จ่ายสูงหรือไม่?
ในประเทศไทย Tesla Model X มีจุดเด่นเรื่องค่าบำรุงรักษาที่ถูกกว่าพวกรถยนต์สันดาปทั่วไป เพราะโครงสร้างรถไฟฟ้าทำให้ระบบง่ายกว่า ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องหรือน้ำมันเกียร์เหมือนรถทั่วไป ตามที่บริษัทแนะนำให้ตรวจเช็คพื้นฐานทุก 20,000 กิโลเมตรหรือ 12 เดือน ครั้งละประมาณ 5,000-8,000 บาท ขึ้นอยู่กับศูนย์บริการที่เลือก แบตเตอรี่และมอเตอร์มีประกัน 8 ปีหรือ 240,000 กิโลเมตร ใช้ยาวๆ ก็อุ่นใจ แต่ต้องระวังอากาศร้อนชื้นของไทยที่อาจทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็ว แนะนำให้ตรวจสอบยางขอบประตูและชุดช่วงล่างบ่อยๆ ส่วนเรื่องชาร์จไฟ ปัจจุบันสถานี Supercharger ของ Tesla ในไทยเริ่มครอบคลุมมากขึ้น ติดตั้ง Wall Charger ที่บ้านประมาณ 30,000-50,000 บาท ค่าไฟประหยัดกว่าค่าน้ำมันประมาณ 60% แต่ต้องระวังตรงประตูปีกนก (Falcon Wing) ถ้าเสียค่าซ่อมจะค่อนข้างสูง แนะนำให้เลือกประกันที่ครอบคลุมส่วนอิเล็กทรอนิกส์ด้วย สรุปคือแม้ค่าบำรุงต่อครั้งอาจไม่ถูก แต่ด้วยความที่รถเสียน้อยและประหยัดพลังงาน ถ้าใช้เกิน 5 ปีในไทย ค่าใช้จ่ายรวมอาจต่ำกว่ารถ SUV หรูระดับเดียวกัน
Q
ค่าการเปลี่ยนแบตเตอรี่ของ Tesla Model X อยู่ที่เท่าไหร่?
ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ Tesla Model X ในประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ 500,000 ถึง 800,000 บาท ขึ้นอยู่กับความจุแบตเตอรี่ รุ่นรถ และว่าคุณเลือกใช้บริการศูนย์บริการทางการของ Tesla หรือไม่ เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีสายการผลิต Tesla ในประเทศ แบตเตอรี่จึงต้องนำเข้า ซึ่งอาจรวมค่าภาษีและค่าขนส่งเข้าไปด้วย แนะนำให้ติดต่อช่องทางทางการของ Tesla Thailand เพื่อขอใบเสนอราคาที่แน่นอน สภาพอากาศที่ร้อนชื้นของประเทศไทยอาจส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่ การบำรุงรักษาสม่ำเสมอและการหลีกเลี่ยงการชาร์จหรือใช้งานหนักเกินไปจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ รัฐบาลไทยกำลังส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ค่าซ่อมบำรุงอาจลดลงในอนาคตเมื่อการผลิตในประเทศเพิ่มขึ้น เทคโนโลยีแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านความหนาแน่นพลังงานและอายุการใช้งาน แบตเตอรี่ของ Model X ซึ่งเป็น SUV ไฟฟ้าระดับหรู มีระบบจัดการอุณหภูมิที่ทันสมัย เหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย ผู้ใช้ในประเทศไทยยังสามารถตรวจสอบรายงานสุขภาพแบตเตอรี่และนโยบายการรับประกันได้ โดยปกติแล้วแบตเตอรี่ของ Tesla จะมีบริการรับประกัน 8 ปีหรือตามระยะทางที่กำหนด
Q
แบตเตอรี่ของ Tesla Model X สามารถใช้งานได้นานเท่าไหร?
แบตเตอรี่ของ Tesla Model X โดยทั่วไปจะมีอายุการใช้งานประมาณ 8-10 ปี หรือเมื่อขับขี่ได้ระยะทาง 150,000-200,000 กิโลเมตร ความจุของแบตเตอรี่อาจลดลงเหลือประมาณ 80% จากความจุเดิม ซึ่งขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ของเจ้าของรถ วิธีการชาร์จ และสภาพอากาศในประเทศไทย ที่ร้อนชื้นอาจส่งผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่บ้าง แต่ระบบจัดการแบตเตอรี่ของ Model X จะช่วยควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมเพื่อยืดอายุการใช้งาน ในชีวิตประจำวัน แนะนำให้หลีกเลี่ยงการชาร์จด้วย Supercharger บ่อยเกินไป และควรรักษาระดับแบตเตอรี่ไว้ที่ 20%-80% จะช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ได้ นอกจากนี้ Tesla ยังให้บริการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 240,000 กิโลเมตร คุ้มครองกรณีความจุแบตเตอรี่ต่ำกว่า 70% ดังนั้นเจ้าของรถ Model X ในไทยสามารถมั่นใจในความสะดวกสบายของการใช้รถไฟฟ้าได้ สำหรับผู้ใช้ในไทย รถไฟฟ้ามีจุดเด่นในเรื่องลดมลพิษและประหยัดค่าน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ Model X ด้วยระยะทางต่อการชาร์จและเทคโนโลยีชาร์จเร็วสามารถตอบโจทย์ทั้งการเดินทางในเมืองและการเดินทางไกลได้เป็นอย่างดี
Q
รถ Tesla Model X ถือเป็นรถยนต์หรูหรือไม่?
Tesla Model X นับว่าเป็น SUV ไฟฟ้าระดับหรูที่ตอบโจทย์ตลาดไทยได้อย่างดี ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นและเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกของกลุ่มผู้บริโภคไฮเอนด์ แค่ประตูปีกนกอันเป็นเอกลักษณ์ โครงสร้างภายในกว้างขวางแบบ 7 ที่นั่ง รวมถึงสมรรถนะการเร่งที่ยอดเยี่ยมอย่างรุ่น Plaid ที่สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 2.6 วินาที ซึ่งล้วนแล้วแต่สอดรับกับการวางตำแหน่งของรถหรู ในไทยตอนนี้รถไฟฟ้ากำลังมาแรง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ซึ่ง Model X ด้วยระยะขับขี่ถึง 560 กม. (มาตรฐาน WLTP) และเครือข่าย Super Charge ที่ครอบคลุม ทำให้มันเหมาะทั้งการขับขี่ในเมืองและท่องเที่ยวระยะไกล นอกจากนี้ระบบ Autopilot และการอัปเดตแบบ OTA ยังเพิ่มความไฮเทคให้กับรถคันนี้อีกด้วย ต้องยอมรับว่าตลาดรถหรูในไทยแต่เดิมถูกครองโดยแบรนด์เยอรมัน แต่ Model X ใช้จุดแข็งด้านเทคโนโลยีและการออกแบบสร้างจุดต่างจนเริ่มดึงดูดผู้บริโภคกลุ่มนี้แล้ว สำหรับคนไทย การเลือก Model X ไม่ใช่แค่การขับขี่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการแสดงถึงรสนิยมทางเทคโนโลยีของผู้ขับ อย่างไรก็ตาม ราคาที่ค่อนข้างสูงและศูนย์บริการที่ยังมีจำกัดในไทยก็เป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจ
Q
รถยนต์ Tesla Model X ปี 2023 มีแรงม้ากี่ตัว?
Tesla Model X รุ่นปี 2023 ในประเทศไทยมีให้เลือก 2 รุ่นคือ รุ่น Dual Motor ขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีกำลังสูงสุด 670 แรงม้า และรุ่น Plaid ที่ทรงพลังยิ่งกว่า ด้วยกำลังสูงถึง 1,020 แรงม้า ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งใน SUV ไฟฟ้าที่เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้เร็วที่สุดในตลาดไทย ด้วยเวลาเพียง 2.6 วินาที ในสภาพอากาศร้อนของไทย ระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่ Model X สามารถรักษาประสิทธิภาพให้คงที่ได้ดี แถมเครือข่ายสถานีชาร์จเร็ว Supercharger ของ Tesla ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังช่วยให้เจ้าของรถสะดวกสบายยิ่งขึ้น ที่น่าสนใจคือ รัฐบาลไทยมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถ EV การซื้อ Model X จึงได้ประโยชน์จากการลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต ทำให้มันมีความแข่งแกร่งในตลาด SUV ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ การส่งกำลังของรถไฟฟ้านั้นต่างจากเครื่องยนต์สันดาปทั่วไป เพราะมอเตอร์ไฟฟ้าสามารถปล่อยแรงบิดสูงสุดได้ทันที Model X จึงแสดงความสามารถโดดเด่นทั้งในการออกตัวในเมืองหรือการแซงบนทางหลวง เหมาะสมกับสภาพการจราจรที่ค่อนข้างซับซ้อนของไทย เมื่อโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถ EV ในไทยกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รถไฟฟ้าสมรรถนะสูงแบบนี้ก็กำลังกลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคไทย
Q
ข้อเสียของ Model X มีอะไรบ้าง?
การใช้ Tesla Model X ในประเทศไทยอาจจะเจอกับความไม่สะดวกอยู่บ้าง เช่น ประตูแบบปีกนกที่เวลากางออกในที่จอดรถหรือถนนแคบๆ อาจจะลำบากหน่อย แล้วอากาศร้อนแบบไทยก็อาจจะทำให้แบตเตอรี่ลดลงเร็วกว่าปกติ แถมสถานีชาร์จไฟในไทยยังมีไม่เยอะมาก ถ้าจะขับทางไกลต้องวางแผนจุดชาร์จให้ดีๆ อีกเรื่องคือค่าซ่อมบำรุงที่ค่อนข้างสูงและศูนย์บริการก็มีน้อย อาจจะยุ่งยากนิดนึง แต่ถึงอย่างนั้นฟังก์ชั่นขับอัตโนมัติและความแรงของ Model X ก็ยังให้ประสบการณ์ขับขี่ที่เจ๋งมากบนทางหลวงไทย แถมรัฐบาลไทยยังมีนโยบายลดภาษีให้รถ EV ด้วย ถ้าคิดค่าใช้จ่ายระยะยาวแล้วก็ถือว่าคุ้ม แนะนำให้ลองดูความเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความสะดวกในการชาร์จไฟก่อนตัดสินใจซื้อ
Q
ทำไม Tesla ถึงหยุดผลิต Model X?
Tesla ตัดสินใจหยุดการผลิต Model X ชั่วคราวเพื่อปรับปรุงสายการผลิตและอัพเกรดตัวรถให้ทันสมัย เหมาะสมกับความต้องการของตลาดโลกและเทคโนโลยีที่พัฒนาอยู่เสมอ กลยุทธ์แบบนี้เป็นเรื่องปกติในอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยเฉพาะในกลุ่มรถไฟฟ้า ที่ผู้ผลิตต้องปรับแผนการผลิตบ่อยๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขัน สำหรับตลาดไทย การหยุดผลิต Model X ชั่วคราวจะไม่ส่งผลต่อบริการหลังการขายของเจ้าของรถที่ใช้งานอยู่ เพราะศูนย์บริการ Tesla ในประเทศไทยยังคงให้การสนับสนุนด้านซ่อมบำรุงและอะไหล่อย่างครบวงจร ความสนใจของคนไทยต่อรถไฟฟ้ามีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ Tesla อาจจะนำเข้า Model X รุ่นอัพเดทหรือรุ่นอื่นๆ ในอนาคตเพื่อตอบสนองความต้องการในประเทศ แม้ว่าการแพร่หลายของรถไฟฟ้าในไทยจะยังติดขัดเรื่องโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ แต่ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ระบบเครือข่ายสถานีชาร์จกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณดีสำหรับแบรนด์รถไฟฟ้าอย่าง Tesla เวลาที่ผู้บริโภคพิจารณาซื้อรถไฟฟ้า นอกจากจะดูที่รุ่นรถแล้ว ยังควรติดตามนโยบายส่งเสริมรถไฟฟ้าของไทย เช่น การลดภาษีและมาตรการสนับสนุนต่างๆ ที่ช่วยลดต้นทุนการเป็นเจ้าขอ
Q
Tesla Model X 2023 ราคาเท่าไหร่?
รถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model X รุ่นปี 2023 เริ่มราคาที่ประมาณ 4.4 ล้านบาทในไทย (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามอุปกรณ์เสริมและอัตราแลกเปลี่ยน) SUV ไฟฟ้ารุ่นนี้โดดเด่นด้วยประตูปีกนกสไตล์ไอคอนิกและสมรรถนะแรงสุดๆ จนเป็นที่จับตามองของคนไทย พิเศษสำหรับตลาดรถพวงมาลัยขวาแบบไทย Model X ที่นำเข้ามาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Twin Motor ให้ระยะขับสูงสุด 560 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) เหมาะทั้งขับในกรุงเทพฯ หรือทริปข้ามจังหวัด สุดปังตรงที่รัฐบาลไทยให้ส่วนลด 1.5 แสนบาทสำหรับรถ EV พร้อมลดภาษีนำเข้า แถม Tesla ยังติดตั้งเครือข่าย Supercharger ในกรุงเทพฯ ช่วยลดความกังวลเรื่องแบตฯ เตียบ เมื่อเทียบกับ SUV น้ำมันทั่วไป Model X ประหยัดค่าบำรุงกว่า แต่ในสภาพอากาศร้อนแบบไทยแนะนำให้ตรวจสอบระบบระบายความร้อนของแบตเตอรี่เป็นประจำ ณ ตอนนี้ Tesla ยังไม่ได้ผลิตในไทย ทุกรถนำเข้าทั้งหมด ดังนั้นระยะเวลาจัดส่งประมาณ 2-4 เดือน สำหรับใครที่สนใจสามารถเลือกแต่งรถและเช็คราคาล่าสุดผ่านเว็บไซต์ทางการได้เลยจ้า
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

การเร่งความเร็วที่น่าประทับใจพร้อมการตอบสนองพลังงานที่รวดเร็ว
พื้นที่จัดเก็บที่กว้างขวางพร้อมช่องเก็บด้านหน้าและด้านหลัง
ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับสูงเพื่อการขับขี่ที่ไร้ความเครียด
ประตูนกบินที่โดดเด่นและดึงดูดความสนใจ
การขับขี่ที่สบายด้วยการปรับแต่งระบบล่วงหน้าที่ดี
การชาร์จที่มีประสิทธิภาพผ่านเครือข่ายซุปเปอร์ชาร์จของ Tesla

ข้อเสีย

ราคาสูง จำกัดความสามารถในการซื้อ
คุณภาพวัสดุภายในรถสามารถปรับปรุงได้
ประตูนกบินต้องการพื้นที่จอดรถเฉพาะ
ระบบนำทางและการขับเคลื่อนอัจฉริยะมีข้อผิดพลาดบางครั้ง
การป้องกันแดดไม่ดีด้วยหน้าต่างบานใหญ่
การขับขี่ไม่สบายบนถนนโขขร

Q&A ล่าสุด

Q
"รถวีโก้สามารถวิ่งได้กี่กิโลเมตรต่อ 1 ลิตรของน้ำมันเบนซิน?"
ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงของรถยนต์รุ่น Vigo นั้นจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน (เช่น ขับเคลื่อนสองล้อหรือสี่ล้อ) และสภาพการขับขี่จริง โดยทั่วไปแล้วรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.4L หรือ 2.8L จะสามารถวิ่งได้ประมาณ 10-12 กิโลเมตรต่อลิตรเมื่อขับในเมือง และอาจสูงถึง 13-15 กิโลเมตรต่อลิตรเมื่อขับบนทางหลวง แต่ตัวเลขจริงอาจเปลี่ยนแปลงได้จากปัจจัยต่างๆ เช่น น้ำหนักบรรทุก การใช้เครื่องปรับอากาศ และพฤติกรรมการขับขี่ เพื่อให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น แนะนำให้บริการรักษารถอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเปลี่ยนไส้กรองอากาศและน้ำมันเครื่อง รักษาความดันลมยางให้ได้มาตรฐาน รวมถึงหลีกเลี่ยงการเร่งหรือเบรกกระทันหัน นอกจากนี้การเลือกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเสริมที่เหมาะสมก็สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ได้ ปัจจุบันรถปิคอัพหลายรุ่นรวมถึง Vigo ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีประหยัดพลังงานอัจฉริยะ เช่น ระบบ Start-Stop อัตโนมัติและยางแบบลดแรงต้านทาน ซึ่งช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบข้อมูลการใช้น้ำมันแบบเรียลไทม์ผ่านคอมพิวเตอร์ในรถ และปรับเปลี่ยนสไตล์การขับขี่เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ดีที่สุด
Q
“รถยนต์ Yaris ATIV สามารถวิ่งได้กี่กิโลเมตรต่อการใช้น้ำมันเบนซิน 1 ลิตร?”
รุ่นยาริส เอทีอีวี (Yaris ATIV) มีประสิทธิภาพการสิ้นเปลืองน้ำมันแตกต่างกันไปตามรุ่นระบบขับเคลื่อน โดยในรุ่นไฮบริด สำหรับรุ่นไฮบริดปกติจะมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 26.3 กิโลเมตร/ลิตร ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบ WLTP ส่วนรุ่นพรีเมียมสามารถทำได้ดีกว่าที่ 29.4 กิโลเมตร/ลิตร สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยประมาณ 23.3 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ข้อมูลการสิ้นเปลืองน้ำมันทั้งหมดนี้มาจากเงื่อนไขการทดสอบของทางโรงงาน ในทางปฏิบัติอาจมีความแตกต่างบ้างเนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น พฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน เป็นต้น รุ่นไฮบริดมาพร้อมกับระบบไฮบริดเต็มรูปแบบขนาด 1.5 ลิตร ที่ให้กำลังรวม 111 แรงม้า ซึ่งนอกจากจะรักษาประสิทธิภาพการขับเคลื่อนแล้ว ยังมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินทางในเมือง
Q
“รถจักรยานยนต์สามารถวิ่งได้กี่กิโลเมตรต่อการใช้น้ำมันเบนซิน 1 ลิตร?”
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงต่อลิตรสำหรับรถจักรยานยนต์นั้นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับรุ่น พฤติกรรมการขับขี่ และสภาพถนน ในประเทศไทย รถสกูตเตอร์ขนาดเล็กทั่วไปวิ่งได้ประมาณ 14-23 กิโลเมตรต่อลิตร ตัวอย่างเช่น น้ำมัน 3-5 ลิตร สามารถวิ่งได้ประมาณ 70 กิโลเมตร ขนาดเครื่องยนต์ที่แตกต่างกันจะแตกต่างกันอย่างมาก: สกูตเตอร์ขนาดเล็กอย่าง KTM 125 Duke วิ่งได้ประมาณ 47.6 กิโลเมตรต่อลิตร และ 200 Duke ประมาณ 38.5 กิโลเมตร; สกูตเตอร์ขนาดกลางอย่าง 390 Duke วิ่งได้ประมาณ 17.9 กิโลเมตรต่อลิตรในสภาพถนนผสม และประมาณ 37 กิโลเมตรต่อลิตรบนทางหลวงที่เรียบและมีผู้โดยสาร; สกูตเตอร์ขนาดใหญ่อย่าง 1290 Super Duke R วิ่งได้ประมาณ 14.1 กิโลเมตรต่อลิตร พฤติกรรมการขับขี่ส่งผลต่อการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมาก การขับขี่อย่างดุดันจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น ในขณะที่การขับขี่อย่างนุ่มนวลจะช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันลง การจราจรในเมืองที่ติดขัดจะสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าการจราจรในชานเมืองที่ราบรื่น นอกจากนี้ น้ำมันเบนซินบรรจุขวดที่ขายริมถนนในประเทศไทย (ขวดละ 40 บาท) มักจะมีปริมาณน้อยกว่าปริมาณมาตรฐานที่ปั๊มน้ำมัน ดังนั้นระยะทางที่วิ่งได้จริงอาจน้อยกว่าที่คาดไว้ จึงแนะนำให้เติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันที่เชื่อถือได้ เพื่อให้สามารถคาดการณ์ระยะทางที่วิ่งได้แม่นยำยิ่งขึ้น
Q
คุณสามารถขับรถได้กี่กิโลเมตรด้วยน้ำมัน 2 ขีด?
ในประเทศไทย น้ำมันเชื้อเพลิงมักวัดเป็นลิตร และระยะทางที่รถยนต์สามารถวิ่งได้ด้วยน้ำมัน 2 ลิตรนั้นแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ รถยนต์ขนาดเล็กทั่วไป เช่น โตโยต้า วิออส และฮอนด้า ซิตี้ มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยประมาณ 18-22 กิโลเมตรต่อลิตร ทำให้สามารถวิ่งได้ 36-44 กิโลเมตรด้วยน้ำมัน 2 ลิตร รถ SUV เช่น โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ดีเซล และฮอนด้า ซีอาร์-วี มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยประมาณ 14-16 กิโลเมตรต่อลิตร ทำให้สามารถวิ่งได้ 28-32 กิโลเมตรด้วยน้ำมัน 2 ลิตร รถกระบะ เช่น โตโยต้า ไฮลักซ์ ดีเซล และอีซูซุ ดี-แม็กซ์ มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยประมาณ 12-14 กิโลเมตรต่อลิตร ทำให้สามารถวิ่งได้ 24-28 กิโลเมตรด้วยน้ำมัน 2 ลิตร นอกจากนี้ ระยะทางที่วิ่งได้ยังได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และการบำรุงรักษารถยนต์ ตัวอย่างเช่น การสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงในสภาพการจราจรติดขัดในเมืองอาจสูงกว่าบนทางหลวง 10%-20% การขับขี่อย่างนุ่มนวลและการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองอากาศอย่างสม่ำเสมอจะช่วยรักษาอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงให้ประหยัดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงสุด
Q
“ค่าเชื้อเพลิงต่อกิโลเมตรในปี 2024 เป็นกี่บาท?”
ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อกิโลเมตรในประเทศไทยปี 2024 จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่นรถ อัตราการใช้น้ำมัน และการผันผวนของราคาน้ำมัน ยกตัวอย่างรุ่นรถ SUV ทั่วไป อัตราการใช้น้ำมันประมาณ 9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ราคาน้ำมันเบนซินปี 2024 ยังคงอยู่ในช่วง 35-42 บาท/ลิตร ดังนั้นต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อกิโลเมตรประมาณ 3.15-3.78 บาท ถ้าใช้รถเก๋งประหยัดน้ำมัน (อัตราการใช้น้ำมัน 6 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร) ต้นทุนต่อกิโลเมตรจะประมาณ 2.1-2.52 บาท นอกจากนี้นิสัยขับขี่และสภาพถนนยังส่งผลต่อต้นทุนด้วย เช่น การขับขี่อย่างนุ่มนวล ใช้โหมด eco สามารถลดการใช้น้ำมันได้ สภาพถนนทางหลวง (ความเร็วเฉลี่ย 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง) มักใช้น้ำมันน้อยกว่าสภาพถนนในเมืองที่ติดขัด (ความเร็วเฉลี่ย 30-40 กิโลเมตร/ชั่วโมง) ควรระวังว่าพารามิเตอร์ฮาร์ดแวร์ของรถแต่ละรุ่น (เช่น น้ำหนักรถ ปริมาตรเครื่องยนต์) ยังส่งผลต่อการใช้น้ำมันได้อีกด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อกิโลเมตรเปลี่ยนแปลงไป
ดูเพิ่มเติม