Q

Honda Fit 2012 มีกี่รุ่น?

รถ Honda Fit รุ่นปี 2012 ที่วางขายในตลาดไทยมีด้วยกัน 3 รุ่นหลัก คือรุ่น S ระดับเริ่มต้น รุ่น V ระดับกลาง และรุ่น SV ระดับสูงสุด ซึ่งรุ่น SV นั้นเป็นรุ่นท็อปที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่ครบครันกว่า คนไทยสามารถเลือกรุ่นที่เหมาะกับงบประมาณและความต้องการของตัวเองได้ พูดถึงจุดเด่นเฉพาะของฟิตเวอร์ชั่นไทยนี่ต้องยกให้ระบบแอร์ที่ออกแบบมาเพื่ออากาศร้อนโดยเฉพาะ รวมถึงระบบช่วงล่างที่ปรับให้เข้ากับถนนโค้งซอยย่อยได้ดี อะไรแบบนี้แหละที่ทำให้เห็นว่าฮอนด้าให้ความสำคัญกับตลาดไทยจริงๆ อีกทั้งเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร i-VTEC ของฟิตรุ่นนี้ยังประหยัดน้ำมันสุดๆ เหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในเมืองไทย แถมยังจัดวางพื้นที่ภายในได้อย่างคุ้มค่า นี่เลยเป็นเหตุผลที่ฟิตครองใจคนไทยในตลาดรถคอมแพคต์เมื่อปีนั้น แม้ตอนนี้จะกลายเป็นรถมือสองแล้วแต่ก็ยังคงมูลค่าได้ดีอยู่เลย
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

Q&A ล่าสุด

Q
ระยะทาง 200 กิโลเมตร ใช้เชื้อเพลิงกี่ลิตร?
ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่จำเป็นสำหรับการขับขี่ 200 กิโลเมตร จะต้องพิจารณาร่วมกับรุ่นยานพาหนะและสภาพการขับขี่จริง 以รถยนต์รุ่น Terra (ทุ่งดา) รุ่นไทยเป็นตัวอย่าง อัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการขับทางไกลจริงอยู่ที่ประมาณ 7.5 ลิตร/100 กิโลเมตร จากข้อมูลนี้ การขับขี่ 200 กิโลเมตร จะใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 15 ลิตร อัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของรถแต่ละรุ่นแตกต่างกัน รถขนาดเล็กประหยัดพลังงานมักใช้น้ำมันน้อยกว่า ในขณะที่รถ SUV ขนาดใหญ่หรือรถกระบะจะใช้น้ำมันมากกว่า นอกจากนี้ พฤติกรรมการขับขี่ (เช่น การขับอย่างนุ่มนวลหรือการเร่ง-เบรกบ่อยครั้ง) สภาพถนน (เช่น การขับบนทางหลวงหรือการขับในเมืองที่รถติด) และปัจจัยอื่นๆ ก็มีผลต่อการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจริงด้วย ผู้ขับขี่สามารถนำข้อมูลอัตราการใช้เชื้อเพลิงตามมาตรฐานของรถและสภาพการขับขี่ปกติมาคำนวณเพื่อให้ได้การประมาณการที่แม่นยำยิ่งขึ้น
Q
"วิธีประหยัดน้ำมัน"
การประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การปรับปรุงพฤติกรรมการขับขี่ การบำรุงรักษารถยนต์ การวางแผนการเดินทาง และการจัดการน้ำหนักบรรทุก ขณะขับขี่ควรรักษาความเร็วให้สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการเร่งหรือเบรกกระทันหัน และคาดการณ์สภาพถนนล่วงหน้าเพื่อลดการเบรกที่ไม่จำเป็น ความเร็วที่ประหยัดน้ำมันของรถส่วนใหญ่อยู่ที่ 60-80 กิโลเมตร/ชั่วโมง เมื่อขับบนทางหลวงแนะนำให้ควบคุมความเร็วที่ 90-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงเพื่อลดการสิ้นเปลืองน้ำมันจากแรงต้านลม ควรใช้เครื่องปรับอากาศอย่างเหมาะสม เมื่อความเร็วต่ำกว่า 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง การเปิดหน้าต่างระบายอากาศจะประหยัดกว่า แต่เมื่อความเร็วเกิน 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ควรปิดหน้าต่างและเปิดแอร์ (ตั้งอุณหภูมิ 24-26 องศาเซลเซียส) ด้านการบำรุงรักษา ควรตรวจสอบความดันลมยางทุกเดือน (รักษาระดับ 2.3-2.5 บาร์) เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนไส้กรองอากาศ เปลี่ยนหัวเทียน และทำความสะอาดเซ็นเซอร์ออกซิเจนเป็นประจำ เพื่อรักษาประสิทธิภาพการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ สำหรับรถเกียร์ธรรมดา ควรเปลี่ยนเกียร์เมื่อความเร็วเครื่องยนต์อยู่ที่ 2000-2500 รอบ/นาที ส่วนรถเกียร์อัตโนมัติสามารถเปิดโหมด Eco และเมื่อลงเขา ควรใช้เกียร์ต่ำควบคุมความเร็วแทนการเหยียบเบรกเพื่อประหยัดน้ำมัน นอกจากนี้ ควรลดน้ำหนักรถโดยนำสิ่งของไม่จำเป็นออกจากท้ายรถ และถอดราวบรรทุกหลังคาที่ไม่ใช้งานบ่อย ควรใช้สารทำความสะอาดระบบเชื้อเพลิงเป็นประจำเพื่อขจัดคราบคาร์บอน และเลือกใช้ยางที่มีแรงต้านการหมุนต่ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ก่อนออกเดินทางควรวางแผนเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด รวมการเดินทางหลายจุดเข้าด้วยกันเพื่อลดการสตาร์ทรถขณะเย็น และหลีกเลี่ยงการติดเครื่องทิ้งไว้เป็นเวลานาน มาตรการเหล่านี้จะช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q
ค่าใช้จ่ายในการชดเชยค่าน้ำมันเชื้อเพลิงในปี 2024 อยู่ที่กี่บาทต่อกิโลเมตร? กรมบัญชีกลาง
มาตรฐานการชดเชยค่าน้ำมันสำหรับปี 2024 คือ 3 บาทต่อกิโลเมตร มาตรฐานนี้ใช้กับการใช้รถยนต์ส่วนตัวเพื่อปฏิบัติราชการ จำนวนเงินที่แน่นอนอาจแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับประเภทรถและขนาดเครื่องยนต์ ขอแนะนำให้ตรวจสอบประกาศล่าสุดจากกระทรวงการคลังเพื่อดูรายละเอียด การชดเชยค่าน้ำมันโดยทั่วไปจะคำนวณจากราคาน้ำมันปัจจุบัน อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยของรถ และระยะทางในการขับขี่ โดยมีจุดประสงค์เพื่ออุดหนุนค่าใช้จ่ายน้ำมันที่เกิดขึ้นเพื่อปฏิบัติราชการอย่างเหมาะสม อนึ่ง ปัจจุบันเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้ายังไม่ได้รับสิทธิ์อุดหนุนนี้ แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนนโยบายในอนาคตเมื่อรถยนต์ไฟฟ้าแพร่หลายมากขึ้น ในการขับขี่ประจำวัน การวางแผนเส้นทางที่เหมาะสมและการรักษานิสัยการขับขี่ที่ดี เช่น การหลีกเลี่ยงการเร่งและเบรกกะทันหัน และการบำรุงรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยลดการใช้น้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการยื่นขอชดเชยค่าน้ำมัน สามารถสอบถามโดยตรงจากฝ่ายการเงินของนายจ้างหรือหน่วยงานสรรพากรในพื้นที่เพื่อขอคำแนะนำโดยละเอียด นอกจากนี้ ขอแนะนำให้เจ้าของรถใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันและนำเทคนิคการขับขี่ที่ประหยัดน้ำมันมาใช้ เนื่องจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันได้
Q
รถกระบะ 4 ประตู สามารถวิ่งได้กี่กิโลเมตรต่อการใช้น้ำมัน 1 ลิตร?
ประสิทธิภาพเชื้อเพลิงของรถพิคอัป 4 ประตูขึ้นอยู่กับรุ่นรถ ขนาดเครื่องยนต์ ประเภทเครื่องยนต์และสถานการณ์การใช้งาน ยกตัวอย่างรุ่นรถพิคอัป 4 ประตูดีเซลทั่วไป รุ่นขนาดเครื่องยนต์ 2.4 ในการใช้งานจริง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมักอยู่ในช่วง 7.0-9.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งเทียบเท่ากับระยะทางที่สามารถขับเคลื่อนได้ประมาณ 10.87-14.29 กิโลเมตรต่อลิตร รุ่นขนาดเครื่องยนต์ 3.2 อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยประมาณ 9.4 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และสามารถขับเคลื่อนได้ประมาณ 10.64 กิโลเมตรต่อลิตร ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพเชื้อเพลิง ได้แก่ สภาพถนน (การขับรถในสภาพการจราจรติดขัดจะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากกว่า ในขณะที่การขับบนทางหลวงระยะไกลจะสิ้นเปลืองน้อยกว่า) น้ำหนักบรรทุก นิสัยการขับรถ และการปรับความดันล้อยาง เครื่องยนต์ดีเซลโดยทั่วไปมีประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ดีกว่าเครื่องยนต์เบนซิน และการใช้งานอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้ดียิ่งขึ้น
Q
“ต้องใช้น้ำมันกี่ลิตรในการเดินทาง 300 กิโลเมตร?”
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงในการเดินทาง 300 กิโลเมตรนั้นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ สภาพถนน และพฤติกรรมการขับขี่ หากขับขี่บนทางหลวงตลอดเส้นทาง อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 7-8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ดังนั้นจึงต้องใช้ประมาณ 21-24 ลิตรสำหรับระยะทาง 300 กิโลเมตร ในเขตเมือง การขับขี่แบบหยุดๆ ไปๆ มาๆ บ่อยครั้งจะทำให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเป็น 10-12 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ดังนั้นจึงต้องใช้ 30-36 ลิตรสำหรับระยะทาง 300 กิโลเมตร ในสภาพการขับขี่แบบผสมผสาน (ครึ่งหนึ่งบนทางหลวงและครึ่งหนึ่งในเมือง) อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 8-10 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ดังนั้นจึงต้องใช้ 24-30 ลิตรสำหรับระยะทาง 300 กิโลเมตร อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงยังแตกต่างกันไปตามรุ่นรถด้วย รถเก๋งประหยัดน้ำมัน (เช่น เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร) มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยรวมประมาณ 7-8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ดังนั้นจึงต้องใช้ 21-24 ลิตรสำหรับระยะทาง 300 กิโลเมตร รถยนต์ประเภท SUV หรือรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ใหญ่ (เช่น เครื่องยนต์ 2.0T) มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยประมาณ 10-12 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และต้องใช้ 30-36 ลิตรสำหรับระยะทาง 300 กิโลเมตร การขับขี่อย่างนุ่มนวล (เช่น การรักษาระดับความเร็วที่ประหยัด และลดการเร่งและเบรกกะทันหัน) และการบำรุงรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีกด้วย
ดูเพิ่มเติม