Q

Toyota Veloz มีกี่ที่นั่ง?

Toyota Veloz เป็นรถ MPV 7 ที่นั่งที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย ด้วยการจัดเรียงเบาะแบบ 2+2+3 ที่ให้ความสะดวกสบายเป็นพิเศษ โดยแถวที่สองเป็นเบาะเดี่ยวสำหรับนั่งสบายๆ ส่วนแถวสามเหมาะสำหรับการเดินทางใกล้ๆ หรือให้เด็กนั่ง การออกแบบนี้ตอบโจทย์ครอบครัวไทยที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวหรือต้องใช้งานร่วมกับกลุ่มคนจำนวนมาก ตัวรถสร้างบนแพลตฟอร์ม DNGA ของโตโยต้า ที่มีความสูงของช่วงล่างพอเหมาะ ทำให้สามารถขับเคลื่อนบนถนนสภาพต่างๆ ในไทยได้ดี โดยเฉพาะเส้นทางชนบทที่อาจไม่ค่อยเรียบร้อย เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แบบธรรมชาติคู่กับเกียร์ CVT ให้ประหยัดน้ำมัน ซึ่งเป็นจุดแข็งที่คนไทยให้ความสำคัญ นอกจากนี้ Veloz ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ครบครันทั้งกุญแจอัจฉริยะ จอสัมผัสกลางคอนโซล ในราคาที่คุ้มค่า ถือเป็นหนึ่งในรถ MPV ที่แข่งขันกับรุ่นเดียวกันอย่างฮอนด้า BR-V หรือ Mitsubishi Xpander แต่ด้วยความน่าเชื่อถือของแบรนด์โตโยต้าและเครือข่ายบริการหลังการขายที่ทั่วถึง ทำให้ Veloz ยังคงเป็นตัวเลือกแรกๆ ของครอบครัวไทยเมื่อต้องการรถใช้งาน versatile แบบนี้
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
Toyota Veloz 2022 มีทั้งหมดกี่ที่นั่ง?
รถ Toyota Veloz รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยมีให้เลือกทั้งแบบ 7 ที่นั่งและ 8 ที่นั่ง โดยจำนวนที่นั่งจะขึ้นอยู่กับระดับเครื่องแต่งรถ รุ่นท็อปมักมาจัดแบบ 2+2+3 รวม 7 ที่นั่ง โดยแถวสองเป็นเบาะเดี่ยวเพื่อความสบายยิ่งขึ้น ส่วนรุ่นพื้นฐานอาจจัดแบบ 2+3+3 รวม 8 ที่นั่งเพื่อเพิ่มความประหยัดพื้นที่ รถ MPV คันนี้สร้างบนแพลตฟอร์ม DNGA ของ Toyota มีขนาดตัวรถ 4,475 x 1,750 x 1,700 มม. ระยะฐานล้อ 2,750 มม. ให้พื้นที่ใช้สอยเหนือกว่ารุ่น Avanza ที่อยู่ในระดับเดียวกัน ด้านสมรรถนะ Veloz ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 2NR-VE แบบดูดธรรมดาคู่กับเกียร์ CVT ให้กำลังสูงสุด 106 แรงม้า อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงประมาณ 15-16 กม./ลิตร เหมาะมากกับการใช้งานในครอบครัวแบบคนไทย ในตลาดไทย Veloz ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์เพียบ ทั้งจอสัมผัส 9 นิ้ว กล้องรอบคัน และอีกหลายฟังก์ชันใช้งานง่าย ราคาอยู่ที่ประมาณ 790,000-890,000 บาท ถือเป็นหนึ่งในรถขายดีของ Toyota ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความที่ตัวรถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งขับไปทำงานประจำวันหรือพาครอบครัวเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์ก็ได้หมด แถมยังความทนทานแบบฉบับToyota เลยเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยมาอย่างต่อเนื่อง
Q
Toyota Veloz เป็นรถประเภทไหน
Toyota Veloz เป็นเอ็มพีวีขนาดกะทัดรัด 7 ที่นั่งที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย อยู่ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ระดับเริ่มต้นของ Toyota โดยวางตำแหน่งระหว่าง Avanza และ Innova เน้นกลุ่มผู้ใช้ที่บ้านและผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานจริง Veloz มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แบบธรรมชาติหรือ 1.3 ลิตร Twin VVT-i ให้เลือก พร้อมเกียร์ออโต้ 4 สปีดหรือเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ที่มีความประหยัดน้ำมันดี เหมาะกับสภาพการขับขี่ในเมืองและการเดินทางใกล้ๆ ในไทย จุดเด่นของรุ่นนี้คือพื้นที่ภายในกว้างขวาง สามารถปรับแต่งการจัดวางที่นั่งได้หลากหลาย รวมถึงเครือข่ายบริการหลังการขายของ Toyota ที่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะเหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่หรือผู้ที่ต้องขนของบ่อยๆ สำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย Veloz ยังได้รับการปรับแต่งระบบแอร์และการป้องกันสนิมให้เหมาะกับสภาพเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ ในระดับเดียวกันนี้ Veloz จะแข่งกับ Honda BR-V และ Mitsubishi Xpander โดยผู้ซื้อสามารถเลือกได้ตามงบประมาณและความชอบในแบรนด์ เมื่อเทรนด์รถยนต์รักษ์สิ่งแวดล้อมในไทยมาแรง Veloz อาจมีรุ่นไฮบริดออกมาในอนาคตเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด
Q
Toyota Veloz มีที่นั่งกี่ที่
รถ Toyota Veloz ในตลาดไทยมีให้เลือกทั้งแบบ 7 ที่นั่งและ 8 ที่นั่ง ขึ้นอยู่กับรุ่นและการจัดวางที่นั่ง ด้วยดีไซน์ห้องโดยสารที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย ทำให้รถคันนี้เป็นที่นิยมในหมู่ครอบครัวไทย โดยมีการจัดเรียงที่นั่งแบบ 2+3+2 หรือ 2+2+3 ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานประจำวันและการท่องเที่ยวช่วงวันหยุด ที่นั่งแถวกลางสามารถเลื่อนปรับระยะหน้า-หลังได้ ส่วนแถวสามพับเก็บแบบ 50:50 ได้ ทำให้พื้นที่กระโปรงหลังขยายจาก 158 ลิตรไปจนถึงกว่า 1,000 ลิตร เหมาะสมกับการใช้งานในสภาพเส้นทางหลากหลายของไทย จุดเด่นคือ Veloz ใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ Avanza แต่เน้นสไตล์เมืองมากกว่า พ่วงด้วยเครื่องยนต์ 1.5L 2NR-VE คู่กับเกียร์ CVT ที่ช่วยประหยัดน้ำมันเป็นอย่างดี สำหรับอากาศร้อนๆ ของไทย ยังมีการออกแบบระบบแอร์ที่มีช่องลมเย็นแยกสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง ถือเป็นรายละเอียดที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเขตร้อน แม้จะมีคู่แข่งอย่างฮอนด้า BR-V ที่ก็เสนอแบบ 7 ที่นั่งเหมือนกัน แต่ Veloz ยังคงเป็นตัวท็อปในตลาด MPV ของไทย ด้วยเครือข่ายบริการหลังการขายของโตโยต้าที่ครอบคลุม และมูลค่าซื้อขายมือสองที่สูงกว่า
Q
Toyota Veloz Smart และ Premium แตกต่างกันอย่างไร
รถ Toyota Veloz ในตลาดไทยมีให้เลือก 2 รุ่นหลักคือ Smart กับ Premium โดยรุ่น Premium จะเป็นรุ่นท็อปที่อัพเกรดความหรูหราและความสะดวกสบายขึ้นไปอีก เช่น มีไฟหน้า LED และไฟกลางวัน หลังคากระจกไฟฟ้า หนังหุ้มเบาะ และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ส่วนรุ่น Smart จะใช้ไฟหน้าแบบฮาโลเจนและล้อขนาด 16 นิ้ว วัสดุภายในก็เรียบง่ายกว่า นอกจากนี้รุ่น Premium ยังมักมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ทันสมัยกว่า เช่น กล้องรอบตัวรถและระบบเตือนจุดบอด ซึ่งในรุ่น Smart จะไม่มี ทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์แบบเดียวกันคือ 1.5 ลิตร แบบดูดธรรมดาคู่กับเกียร์ CVT ที่เหมาะกับการใช้งานในเมืองและครอบครัว สำหรับคนไทยแล้วการเลือกระหว่างสองรุ่นนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณและความต้องการในเรื่องอุปกรณ์ ถ้าชอบความสบายและเทคโนโลยีครบครันก็ควรเลือกรุ่น Premium แต่ถ้าคิดถึงความคุ้มค่าและเน้นใช้งานจริงจัง รุ่น Smart ก็ตอบโจทย์กว่า อีกปัจจัยที่คนไทยน่าคิดคือสภาพอากาศที่ร้อนและฝนชุก หลังคากระจกและเบาะหนังที่ระบายอากาศได้ดีก็เป็นจุดขายที่น่าสนใจเวลาเลือกซื้อ
Q
Toyota Veloz ใช้น้ำมันหรือไม่
Toyota Veloz ในตลาดไทยมีให้เลือกทั้งรุ่นเบนซินและไฮบริด สำหรับรุ่นเบนซินใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 2NR-VE ที่รองรับน้ำมันเบนซิน 91 และ 95 เหมาะกับคนที่เน้นความประหยัดและความสะดวกในการดูแลรักษา ส่วนรุ่นไฮบริดนั้นผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรกับมอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและอยากประหยัดค่าน้ำมันในระยะยาว ในไทยรุ่นเบนซินขายดีกว่าเพราะมีปั๊มน้ำมันเยอะและค่าดูแลรักษาถูก แต่รุ่นไฮบริดแม้ราคาเริ่มต้นจะสูงกว่าแต่ช่วยประหยัดน้ำมันได้มากในระยะยาว และยังสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมรถรักษ์สิ่งแวดล้อมของรัฐบาลไทย เวลาเลือกต้องดูงบประมาณ ความถี่ในการใช้งานและความต้องการเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนของไทย ควรบำรุงรักษาเครื่องยนต์และระบบระบายความร้อนอย่างสม่ำเสมอ แนะนำให้ใช้น้ำมันคุณภาพดีจากปั๊มมาตรฐานเพื่อยืดอายุเครื่อง ไม่ว่าจะรุ่นเบนซินหรือไฮบริด Veloz ก็เป็นตัวเลือกยอดนิยมของครอบครัวไทยด้วยความประหยัดและความน่าเชื่อถือ
Q
Toyota Veloz ประกอบที่ไหน?
รถ Toyota Veloz ส่วนใหญ่จะผลิตที่โรงงานคาราวังในประเทศอินโดนีเซีย โดยเป็นรุ่น MPV 7 ที่นั่งที่โตโยต้าพัฒนาเฉพาะสำหรับตลาดอาเซียน ในตลาดไทยจะขายในรูปแบบรถนำเข้า ถือเป็นโมเดลสำคัญในกลยุทธ์ของโตโยต้าภายใต้ภูมิภาคนี้ โดย Veloz ใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ Avanza พร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 2NR-VE คู่กับเกียร์ CVT เน้นกลุ่มลูกค้าครอบครัวเป็นหลัก สำหรับในไทย Veloz ได้รับความนิยมจากครอบครัวหลายๆ ครัวเรือน ด้วยการออกแบบภายในที่ปรับเปลี่ยนได้และพื้นที่ใช้งานที่ตอบโจทย์ พร้อมทั้งมีการปรับระดับอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้บริโภคไทย เช่น ระบบแอร์ที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนและกระจกป้องกันรังสียูวี ที่น่าสนใจคือแม้ Veloz จะไม่ได้ผลิตในไทย แต่โตโยต้ามีฐานการผลิตขนาดใหญ่ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งผลิตรถรุ่นขายดีหลายรุ่นอย่าง Hilux และ Fortuner ทำให้เครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและบริการหลังการขายที่ครอบคลุมช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของ Veloz ในไทย แม้จะเป็นรถนำเข้า แต่ลูกค้าชาวไทยก็ยังได้รับบริการหลังการขายมาตรฐานสูงจากโตโยต้าเช่นเดียวกัน
Q
จะเชื่อมต่อบลูทูธกับ Toyota Vios ได้อย่างไร?
ก่อนอื่นให้คุณสตาร์ทรถและเปิดหน้าจอกลาง จากนั้นเข้าไปที่เมนูหลักแล้วเลือก "ตั้งค่า" หรือ "บลูทูธ" เปิดบลูทูธบนมือถือและตั้งค่าให้มองเห็นได้ บนหน้าจอรถให้กด "ค้นหาอุปกรณ์" เมื่อพบชื่อมือถือของคุณให้กดจับคู่ จากนั้นทั้งรถและมือถือจะแสดงรหัสการจับคู่ ให้ตรวจสอบว่ารหัสตรงกันแล้วจึงเชื่อมต่อสำเร็จ บางรุ่นอาจต้องใส่รหัสเริ่มต้นเช่น "0000" หรือ "1234" หลังเชื่อมต่อสำเร็จคุณสามารถเปิดเพลงหรือรับสายผ่านบลูทูธได้เลย ข้อควรระวังคืออากาศร้อนชื้นของไทยอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หากพบปัญหาแนะนำให้ปิดเครื่องรอสักครู่แล้วลองใหม่ พร้อมทั้งตรวจสอบว่ามือถือและรถรองรับบลูทูธเวอร์ชั่น 4.0 ขึ้นไป สำหรับ Vios รุ่นเก่าบางคันอาจต้องกดปุ่มโทรศัพท์บนพวงมาลัยเพื่อเปิดใช้งานบลูทูธ นอกจากนี้เนื่องจากถนนไทยขรุขระแนะนำให้ใช้ระบบแฮนด์ฟรีเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ ซึ่งนอกจากสะดวกแล้วยังเป็นไปตามกฎหมายจราจรไทยที่เน้นความปลอดภัยอีกด้วย
Q
Toyota Veloz มีสีอะไรบ้าง
รถ Toyota Veloz ในตลาดไทยมีสีสันให้เลือกหลายแบบ ทั้งสีพื้นฐานคลาสสิกอย่างสีขาวไข่มุก เงินเมทัลลิก ดำเข้ม และยังมีสีสันสดใสอย่างสีแดงหรือสีน้ำเงินเพื่อตอบโจทย์ความชอบที่หลากหลายของลูกค้า สีเหล่านี้ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังใช้เทคโนโลยีสีคุณภาพสูงที่ช่วยปกป้องตัวรถและรักษาความเงางามได้ยาวนาน ในสภาพอากาศไทยที่ร้อนชื้น แนะนำให้เลือกสีอ่อนอย่างขาวหรือเงินเพราะช่วยสะท้อนแสงแดด ลดความร้อนภายในรถได้ดี แถมสีอ่อนยังดูแลง่าย ไม่ค่อยเห็นร่องรอยการใช้งานแม้เวลาผ่านไป นอกจากนี้ ในฐานะรุ่นที่เน้นการใช้งานจริงและความต้องการของครอบครัว การออกแบบสีของ Veloz ยังคำนึงถึงความชอบของผู้บริโภคชาวไทยอีกด้วย เหมาะสำหรับทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและการออกไปท่องเที่ยวกับครอบครัวในช่วงสุดสัปดาห์ หากมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกสีรถ คุณสามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายโตโยต้าใกล้บ้านคุณเพื่อดูสีจริงของรถ และทางตัวแทนจำหน่ายจะให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพตามความต้องการของคุณ
Q
วิธีล็อค Toyota Veloz
สำหรับรถ Toyota Veloz การล็อคประตูจะมีทั้งระบบกุญแจอัจฉริยะและกุญแจแบบธรรมดาให้ใช้กัน ในสภาพอากาศร้อนแบบไทย แนะนำให้ตรวจสอบแบตเตอรี่กุญแจเป็นประจำ เผื่อไว้ถ้ารีโมททำงานผิดปกติ ส่วนช่องใส่กุญแจแบบธรรมดาจะอยู่ใต้ฝาครอบที่ด้ามจับประตูด้านคนขับ ใช้ปลายกุญแจงัดเปิดได้เลย รถรุ่นนี้ยังมีระบบล็อคประตูอัตโนมัติเมื่อความเร็วเกิน 20 กม./ชม. ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยเวลาเจอรถติดในกรุงเทพฯ อีกอย่างที่อยากบอกเพิ่มคือช่วงฤดูฝนของไทย ควรดูแลยางขอบประตูเป็นพิเศษ โดยใช้สารบำรุงยางเช็ดทำความสะอาดเป็นประจำ จะช่วยป้องกันปัญหายางเสื่อมสภาพจนเกิดเสียงรบกวนหรือน้ำรั่วได้ แนะนำให้ตรวจสอบการหล่อลื่นกลไกการล็อคประตูทุก 2 ปีด้วย โดยเฉพาะในสภาพอากาศชื้นแบบไทย ถ้าเกิดกรณีรีโมทไม่ทำงาน ให้ลองใช้กุญแจธรรมดาล็อคประตูก่อน แล้วนำกุญแจอัจฉริยะไปใกล้ๆปุ่มสตาร์ทรถเพื่อใช้งานแบบชั่วคราวได้
Q
Toyota Veloz คืออะไร
Toyota Veloz เป็นรถ MPV ขนาดกะทัดรัด 7 ที่นั่งที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย พัฒนาบนแพลตฟอร์มของโตโยต้า Avanza ออกแบบมาสำหรับครอบครัวและใช้งานได้จริงประหยัด ด้านหน้าดูทันสมัยด้วยกรอบกระจกหน้ากว้างและไฟหน้า LED แบบคมกริบ ตัวถังมีเส้นสายลื่นไหลเป็นชั้นๆ การออกแบบภายในเน้นความสะดวกสบาย ครบครันด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น และฟังก์ชันอื่นๆ ในส่วนของขุมพลัง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ จับคู่กับเกียร์ CVT ที่ให้ทั้งความนุ่มนวลและประหยัดน้ำมัน ระบบความปลอดภัยมีพื้นฐานเช่นถุงลมนิรภัย 2 ตำแหน่ง ABS และ VSC คู่แข่งหลักในตลาดไทยคือฮอนด้า BR-V และมิตซูบิชิ Xpander รุ่นนี้เป็นที่นิยมในหมู่ครอบครัวใหญ่เนื่องจากรูปแบบพื้นที่ใช้งานที่ยืดหยุ่นและคุ้มต้นทุนสูง เหมาะสมกับสภาพถนนและความต้องการใช้งานในไทย Veloz ถือเป็นโมเดลสำคัญของโตโยต้าในตลาดอาเซียน ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดได้อย่างมั่นคงด้วยความน่าเชื่อถือของแบรนด์ สำหรับผู้ซื้อที่กำลังตัดสินใจควรเปรียบเทียบความแตกต่างของอุปกรณ์ในระดับเดียวกันตามงบประมาณและความต้องการในการใช้พื้นที่
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ห้องโดยสารที่สะดวกสบายและกว้างขวาง
เครื่องยนต์เบนซินที่นุ่มนวลและน่าเชื่อถือ

ข้อเสีย

อาจมีคุณสมบัติที่สูงกว่านี้
ขาดแรงดันในรอบต่อนาทีที่สูง

Q&A ล่าสุด

Q
“ระบบกันสะเทือนทำงานอย่างไร?”
ระบบช่วงล่างเป็นอุปกรณ์สำคัญที่เชื่อมต่อตัวถังรถกับล้อ โดยทำงานร่วมกันขององค์ประกอบยืดหยุ่น องค์ประกอบลดแรงสั่นสะเทือน กลไกส่งแรง และคานทรงตัวตามขวาง เพื่อให้ได้ฟังก์ชันหลักสามประการ: ลดแรงกระแทกจากพื้นถนนเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย รักษาการสัมผัสของยางกับพื้นถนนเพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะ และรักษาสมดุลของตัวถังรถเพื่อการควบคุมที่ดีขึ้น องค์ประกอบยืดหยุ่น (เช่น สปริงเกลียว สปริงแผ่นเหล็ก) จะดูดซับพลังงานจากการกระแทกของพื้นถนนก่อน องค์ประกอบลดแรงสั่นสะเทือน (โช้คอัพ) จะยับยั้งการกระดอนของสปริงหลังดูดซับพลังงาน แปลงแรงสั่นสะเทือนเป็นความร้อนเพื่อกระจายพลังงาน และป้องกันไม่ให้ตัวถังรถสั่นสะเทือนต่อเนื่อง กลไกส่งแรงจะส่งผ่านแรงจากล้อไปยังโครงรถอย่างแม่นยำ เพื่อให้มั่นใจในความมั่นคงขณะขับขี่ คานทรงตัวตามขวางจะป้องกันการเอียงตัวมากเกินไปเมื่อเข้าโค้ง จากมุมมองโครงสร้าง ระบบช่วงล่างอิสระ (เช่น แบบแมคเฟอร์สัน แบบมัลติลิงค์) อนุญาตให้ล้อซ้ายและขวาเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระไม่รบกวนกัน โดยแบบแรกมีโครงสร้างเรียบง่ายและใช้พื้นที่น้อย เหมาะสำหรับรถยนต์ครอบครัว ส่วนแบบหลังควบคุมวิถีล้อผ่านระบบมัลติลิงค์ ให้ทั้งความสะดวกสบายและการควบคุมที่ดี มักใช้ในรถยนต์ระดับกลางถึงสูง ระบบช่วงล่างแบบไม่อิสระ (เช่น แบบคานบิด แบบเพลากลาง) เชื่อมต่อล้อซ้ายและขวาด้วยเพลาร่วม โครงสร้างมีความทนทานและต้นทุนต่ำ โดยแบบคานบิดเหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง ส่วนแบบเพลากลางมีความสามารถในการรับน้ำหนักสูงและสมรรถนะออฟโรด จึงใช้ในรถออฟโรดสมรรถนะสูง ประเภทของระบบช่วงล่างได้รับการออกแบบตามความต้องการการใช้งาน และส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อประสบการณ์การขับขี่และการโดยสาร
Q
"Front Suspension" หมายถึงระบบช่วงล่างด้านหน้าของยานพาหนะ
ระบบช่วงแขวนหน้าเป็นโครงสร้างสำคัญที่ล้อหน้าของรถ มีหน้าที่หลักในการดูดซับแรงกระแทกและการสั่นสะเทือนจากพื้นถนนที่ส่งผ่านมาจากล้อหน้า เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงในการควบคุมและความปลอดภัยขณะขับขี่ ในรถยนต์ที่พบทั่วไปในตลาดไทย ระบบช่วงแขวนหน้าประเภทต่างๆ ได้รับการใช้งานอย่างกว้างขวาง เช่น รถยนต์ขนาดกะทัดรัดสำหรับครอบครัวอย่างโตโยต้า วิออส (Toyota Vios) และฮอนด้า ฟิต (Honda Fit) มักใช้ระบบช่วงแขวนแบบแมคเฟอร์สัน (MacPherson Strut) ซึ่งมีโครงสร้างเรียบง่าย ใช้พื้นที่น้อย เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง และสามารถรับมือกับความขรุขระเล็กน้อยบนถนนในเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนรถกระบะ (เช่น โตโยต้า ฮิลักซ์ Toyota Hilux) และรถเอสยูวี (เช่น ฟอร์ด เรนเจอร์ Ford Ranger) มักติดตั้งระบบช่วงแขวนแบบดับเบิลวิชโบน (Double Wishbone) ที่มีความแข็งแกร่งในแนวขวางมากกว่า เมื่อขับบนถนนลูกรังในชนบทไทยหรือถนนโคลนในช่วงฤดูฝน จะให้การควบคุมที่มั่นคง ลดการโคลงของตัวรถ และช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ การเลือกระบบช่วงแขวนเหล่านี้สอดคล้องกับสภาพถนนที่หลากหลายของไทย (ทั้งถนนในเมือง ถนนชนบท และทางหลวง) และความต้องการของผู้ใช้ (ทั้งการขับขี่ในเมือง การขนส่งสินค้า และการขับออฟโรด) ช่วยให้รถสามารถแสดงสมรรถนะได้ดีที่สุดในทุกสถานการณ์
Q
ระบบช่วงล่างแบบเพลาทึบ (Solid Axle Suspension System) หมายถึงระบบที่มีเพลาทึบเชื่อมต่อระหว่างล้อทั้งสองข้างในแนวเดียวกัน
ระบบช่วงล่างแบบเพลาแข็งเป็นระบบช่วงล่างแบบไม่แยกอิสระชนิดหนึ่ง โดยเพลาเป็นชิ้นส่วนเดียว เพลาขับและเฟืองท้ายถูกหุ้มด้วยเปลือกเหล็กเพื่อสร้างโครงสร้างที่แข็งแรง เชื่อมต่อล้อทั้งสองข้างบนเพลาเดียวกันผ่านเพลาแข็ง ล้อบนเพลาเดียวกันจะไม่เคลื่อนที่สัมพันธ์กัน ระบบรุ่นแรกๆ มักใช้สปริงแผ่นเป็นส่วนประกอบยืดหยุ่น ในขณะที่ระบบสมัยใหม่มักใช้สปริงขดเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและระยะการเคลื่อนที่ของช่วงล่าง ส่วนประกอบหลัก ได้แก่ เพลาแข็ง ส่วนประกอบยืดหยุ่น โช้คอัพ และกลไกนำทาง มีโครงสร้างที่เรียบง่าย การส่งกำลังที่เชื่อถือได้ ความสามารถในการรับน้ำหนักและความต้านทานแรงกระแทกที่ดีเยี่ยม และสามารถรับมือกับสภาพถนนที่ยากลำบากได้ ดังนั้นจึงมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในช่วงล่างด้านหลังของรถบรรทุกและรถออฟโรดที่ใช้งานหนัก รถออฟโรดที่ใช้งานหนักมักมีแชสซีแบบตัวถังบนเฟรมและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบพาร์ทไทม์ ทำให้มีสมรรถนะในการขับขี่บนทางวิบากและการหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ดีกว่ารถ SUV ในเมืองอย่างมาก ในสภาพถนนที่ซับซ้อน ระบบนี้ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะของล้อและมีโอกาสเสียหายได้น้อยกว่าแม้จะเจอหินขนาดใหญ่ จากมุมมองของโครงสร้างเพลาขับ มีสองประเภทคือ แบบกึ่งลอยตัวและแบบลอยตัวเต็มที่ เพลาขับแบบกึ่งลอยตัวเชื่อมต่อโดยตรงกับดุมล้อ รับทั้งแรงขับและแรงบิดตามแนวยาว มีโครงสร้างที่เรียบง่ายและน้ำหนักเบา ส่วนเพลาขับแบบลอยตัวเต็มที่เชื่อมต่อกับดุมล้อผ่านหน้าแปลนและแบริ่ง ส่งผ่านเฉพาะแรงขับ โดยแรงบิดจะรับโดยท่อเพลา ระบบนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายมากกว่า อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ก็มีข้อเสียเช่นกัน เช่น การบำรุงรักษาที่ค่อนข้างซับซ้อน ความสะดวกสบายและความเสถียรในการควบคุมที่ด้อยกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระบบกันสะเทือนแบบอิสระ และความเสี่ยงที่ล้อข้างหนึ่งจะได้รับผลกระทบจากการกระแทกอีกข้างหนึ่ง ในสถานการณ์ออฟโรด ข้อได้เปรียบด้านระยะการเคลื่อนที่ของล้อของระบบกันสะเทือนแบบเพลาแข็งนั้นมีความสำคัญมาก บางรุ่นสามารถเคลื่อนที่ได้มากถึง 224 มม. ปรับตัวเข้ากับภูมิประเทศที่ไม่เรียบได้ดีขึ้นและเพิ่มความสามารถในการผ่านภูมิประเทศที่ยากลำบาก
Q
Air suspension หมายถึง ระบบกันสะเทือนที่ใช้ลม (อากาศ) เป็นกลไกในการรองรับน้ำหนักและลดแรงกระแทก
ระบบช่วงล่างแบบถุงลม ซึ่งใช้สปริงลมและคอมเพรสเซอร์ในการปรับความสูงของรถและดูดซับแรงสั่นสะเทือน ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมการดัดแปลงรถยนต์ของไทย ประเทศไทยมีวงการดัดแปลงรถยนต์ที่คึกคักกว่าญี่ปุ่นเสียอีก โดยไม่มีการกำหนดกรอบทางวัฒนธรรมที่ตายตัวสำหรับการดัดแปลง แต่กลับส่งเสริมการปรับแต่งส่วนบุคคลอย่างสุดขีด โดยมีการดัดแปลงรถยนต์รุ่นเก่าทุกประเภทเป็นจำนวนมาก รวมถึงรถโรงเรียนด้วย พัทยาเคยจัดงานแสดงการดัดแปลงช่วงล่างแบบถุงลม AIRBFT ซึ่งดึงดูดผู้ที่ชื่นชอบจากทั่วทุกสารทิศและจัดแสดงรถยนต์ดัดแปลงหลากหลายประเภท ผลิตภัณฑ์ AIRBFT มีคุณสมบัติเด่น เช่น การตั้งค่าหน่วยความจำ 3 ระดับ การควบคุมผ่านแอปบลูทูธ รีโมทคอนโทรล และแรงดันกระบอกสูบลมที่ปรับได้ พร้อมการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน (ไม่รวมการติดตั้งเพิ่มเติม) ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ตอบสนองความต้องการของเจ้าของรถในการปรับความสูงของรถและดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้อย่างแม่นยำ ปรับให้เข้ากับสภาพถนนและสถานการณ์การใช้งานที่แตกต่างกัน ทำให้เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบการดัดแปลงรถยนต์ในท้องถิ่น การนำช่วงล่างแบบถุงลมมาใช้อย่างแพร่หลายในตลาดการดัดแปลงรถยนต์ของไทยสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของสาธารณชนในการดัดแปลงส่วนบุคคลและเป็นโซลูชันที่เชื่อถือได้สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพของรถยนต์
Q
"ระบบกันสะเทือนแบบอิสระทำงานอย่างไร?"
ระบบช่วงล่างอิสระช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่และการควบคุมยานพาหนะ โดยอนุญาตให้ล้อแต่ละล้อเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ ส่วนประกอบหลักประกอบด้วยสปริงเกลียว แช็คอัพ และกลไกคันโยกเมื่อรถวิ่งผ่านพื้นถนนที่ไม่เรียบ แรงกระแทกที่ล้อได้รับจะถูกดูดซับโดยสปริงก่อนและเปลี่ยนเป็นพลังงานศักย์ยืดหยุ่น จากนั้นแช็คอัพจะเปลี่ยนพลังงานการสั่นสะเทือนจากการดีดตัวของสปริงเป็นพลังงานความร้อนผ่านการหน่วงไฮดรอลิก เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวรถสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องกลไกคันโยก (เช่นคันชักควบคุม) จะส่งถ่ายแรงและโมเมนต์อย่างแม่นยำ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางเรขาคณิตที่ถูกต้องระหว่างล้อกับตัวรถ ตัวอย่างเช่นระบบช่วงล่างแบบแมคเฟอร์สันใช้คันชักควบคุมด้านล่างตัวเดียวร่วมกับเสาแช็คอัพ ซึ่งมีโครงสร้างกะทัดรัดและสามารถยับยั้งการเอียงตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเปรียบเทียบกับระบบช่วงล่างแบบไม่อิสระ ระบบนี้สามารถลดการรบกวนจากแรงกระแทกด้านหนึ่งไปยังล้ออีกด้านหนึ่งได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในสภาพถนนคดเคี้ยวของประเทศไทยที่สามารถให้การสัมผัสพื้นผิวถนนของยางที่มั่นคงยิ่งขึ้น รถยนต์ระดับไฮเอนด์บางรุ่นจะใช้ระบบช่วงล่างแบบปรับอากาศได้ ซึ่งสามารถปรับปรุงท่าทางของตัวรถในสภาพถนนต่างๆได้ดียิ่งขึ้นผ่านการปรับความดันอากาศแบบเรียลไทม์
ดูเพิ่มเติม