Q
ขนาดของ Honda Civic มีกี่รุ่น
Honda City ในตลาดไทยมีหลายรุ่นให้เลือกตามความต้องการของผู้ใช้ โดยปัจจุบันมีสองแบบหลักคือรุ่นซีดานที่เป็นรถเก๋ง 4 ประตู กับรุ่นแฮทช์แบ็กที่หลังคาสั้นกว่า รุ่นซีดานตัวถังยาวประมาณ 4.6 เมตร ระยะฐานล้อ 2.7 เมตร เหมาะกับครอบครัวที่เน้นความสะดวกสบาย ส่วนรุ่นแฮทช์แบ็กยาวประมาณ 4.5 เมตร ดีไซน์สปอร์ตกว่าและขับเคลื่อนในเมืองได้คล่องตัวขึ้น ที่น่าสนใจคือเคยมีรุ่นพิเศษอย่าง Type R ที่มาพร้อมตัวถังกว้างกว่าและชุดแอร์โรไดนามิกส์เฉพาะ สำหรับคนไทยแล้ว ซิวิคยังปรับระบบแอร์ให้เหมาะกับอากาศร้อน และตั้งค่าตัวถังให้รับกับสภาพถนนในไทย นอกจากนี้ยังใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตรที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมันตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของไทย ถ้าอยากแต่งรถ ตลาดอะไหล่รถในไทยก็มีชุดเวิร์ดบอดี้ให้เลือกเพียบ แต่แนะนำว่าให้เลือกชุดที่ได้มาตรฐาน TISI เพื่อความปลอดภัยเวลาขับขี่
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
ความปลอดภัยของ Honda City 2021 มีการจัดอันดับอย่างไร?
ประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยของ Honda City รุ่น 2021 มีประสิทธิภาพที่โดดเด่น โดยได้รับการประเมิน 5 ดาวในการทดสอบการชนของแผนการประเมินรถยนต์ใหม่แห่งอาเซียน (ASEAN NCAP) ผลการทดสอบครอบคลุม 3 ส่วน ได้แก่ การปกป้องผู้ใหญ่ การปกป้องเด็ก และประสิทธิภาพของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ โดยคะแนนการปกป้องผู้ใหญ่ได้ 44.83 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 50 คะแนน) ซึ่งใกล้เคียงกับคะแนนเต็ม คะแนนการปกป้องเด็กได้ 22.82 คะแนน ซึ่งมีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม และคะแนนประสิทธิภาพของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ได้ 18.89 คะแนน โดยรวมทั้งหมดได้คะแนนรวม 86.54 คะแนน
ในด้านการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย รถทุกรุ่นมาพร้อมกับอุปกรณ์ความปลอดภัยเชิงรุกพื้นฐาน เช่น ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) รุ่นทดสอบ 1.0 Turbo SV มาพร้อมกับถุงลมนิรภัย 4 ถุง ในขณะที่รุ่น RS มาพร้อมกับถุงลมนิรภัย 7 ถุง นอกจากนี้ยังติดตั้งอุปกรณ์เตือนการคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้าและระบบควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์ (ESC)
โครงสร้างรถใช้การออกแบบแบบโมโนค็อก และช่วงล่างด้านหน้าเป็นระบบช่วงล่างอิสระแบบแมคเฟอร์สัน ส่วนด้านหลังเป็นระบบช่วงล่างแบบคานบิดแบบไม่อิสระ ในระหว่างการทดสอบการชนด้านหน้า การชนด้านหน้าแบบเอียง การชนด้านข้าง และการชนกับเสาด้านข้าง ตัวถังรถสามารถปกป้องผู้โดยสารภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้การรับประกันความปลอดภัยที่ครอบคลุมและน่าเชื่อถือแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
Q
รถ Honda City 2021 มีถุงลมนิรภัยทั้งหมดกี่ใบ?
จำนวนแอร์แบ็กของรถ Honda City ปี 2021 แตกต่างกันไปตามรุ่น โดยรุ่น 1.0 S, 1.0 V และ 1.0 SV มีแอร์แบ็กมาตรฐาน 4 ตัว ได้แก่ แอร์แบ็กคนขับ, แอร์แบ็กผู้โดยสารหน้า, แอร์แบ็กข้างด้านหน้าและแอร์แบ็กข้างด้านหลัง;รุ่น 1.0 RS ได้อัปเกรดเป็นแอร์แบ็ก 6 ตัว เพิ่มแอร์แบ็กม่านด้านหน้า (เคอร์เทนแอร์แบ็ก) และแอร์แบ็กม่านด้านหลัง (เคอร์เทนแอร์แบ็ก) ลงในส่วนติดตั้งพื้นฐาน ซึ่งสามารถให้การป้องกันศีรษะที่ครอบคลุมมากขึ้นแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
รถรุ่นนี้ยังมีระบบความปลอดภัยทั้งแบบแอคทีฟและพาสซีฟเป็นมาตรฐาน รวมถึง ABS (ระบบป้องกันล้อล็อก), VSC (ระบบควบคุมเสถียรภาพของรถ), LDW (ระบบเตือนการออกเลน), AEB (ระบบเบรกอัตโนมัติ) และอื่นๆ เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยในการขับขี่
แอร์แบ็กจะทำงานได้ประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อใช้ร่วมกับเข็มขัดนิรภัย ผู้ขับขี่ควรแน่ใจว่าได้รัดเข็มขัดนิรภัยอย่างถูกต้องทุกครั้งที่ขับรถ และหลีกเลี่ยงการกระแทกหรือกระทบบริเวณที่ติดตั้งแอร์แบ็ก เพื่อป้องกันการทำงานโดยไม่ตั้งใจซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานปกติของระบบ
Q
เครื่องยนต์ของ Honda City 2021 คืออะไร?
Honda City ปี 2021 ในตลาดไทย มีเครื่องยนต์หลักเป็น 1.0 ลิตร 3 สูบ VTEC Turbo เทอร์โบชาร์จเจอร์ ที่มีความจุกระบอกสูบประมาณ 998cc เครื่องยนต์นี้สามารถผลิตกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ในช่วง 2,000 ถึง 4,500 รอบ/นาที และจับคู่กับเกียร์ CVT แบบไร้ขั้นของ Honda Earth Dreams
เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จเจอร์ ขนาดเล็กนี้สอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม Euro5 ของไทย และข้อกำหนด Eco Car Phase II รวมถึงการปล่อยไอเสียไม่เกิน 100 กรัมต่อกิโลเมตร และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำกว่า 4.3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (VSA) เป็นมาตรฐานในทุกรุ่น จึงสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในท้องถิ่น
นอกจากนี้ เครื่องยนต์นี้ยังมีศักยภาพในการปรับแต่งที่ดี โดยการเปลี่ยนแผงควบคุม ECU และการอัปเกรดง่ายๆ เช่น Remap กำลังม้าสามารถเพิ่มขึ้นถึง 172 แรงม้า และแรงบิดถึง 253 นิวตัน-เมตร
นอกเหนือจากเครื่องยนต์เบนซินทั่วไปแล้ว Honda City ปี 2021 ยังมีรุ่นไฮบริด ที่ใช้ระบบ iMMD เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการด้านสมรรถนะและสถานการณ์การใช้งานที่หลากหลายของผู้บริโภค
Q
รถ Honda City 2021 มีระบบ Honda Sensing ไหม?
รถ Honda City ปี 2021 บางรุ่นมาพร้อมระบบ Honda Sensing เช่น รุ่น e:HEV ได้รับการติดตั้งระบบช่วยความปลอดภัยเชิงรุกนี้ ซึ่งรวมถึงระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Automatic Emergency Braking) ระบบควบคุมความเร็วคงที่แบบปรับได้ (Adaptive Cruise Control) ระบบช่วยรักษาเลน (Lane Keeping Assist) และระบบไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High-Beam) เป็นต้น นอกจากนี้ บางรุ่นยังมาพร้อมกล้องตรวจจับจุดบอด LaneWatch อีกด้วย
สำหรับรถ City ปี 2021 รุ่นที่ได้รับการปรับโฉมใหม่บางรุ่น ยังได้รับการติดตั้งระบบความปลอดภัยเชิงรุก Honda Sensing ซึ่งมีฟังก์ชันความปลอดภัยต่างๆ เช่น ระบบควบคุมความเร็วคงที่ ระบบเบรกเตือนภัย ระบบเตือนการชนหน้า และระบบช่วยรักษาเลน เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยในการขับขี่ ระบบนี้ใช้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ขั้นสูงเพื่อยกระดับความปลอดภัย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และเสริมสร้างสมรรถนะด้านความปลอดภัยเชิงรุกของรถยนต์ให้ดียิ่งขึ้น
Q
"Honda City ปี 2021 มีแรงม้าจำนวนเท่าไหร่?"
รถ HondaCity รุ่น 2021 มีเวอร์ชันระบบขับเคลื่อนต่างๆ โดยรถบูรณะน้ำมันมีเครื่องยนต์ 3 สูบไบโทอ์ VTEC Turbo 1.0 ลิตร ที่มีแรงม้าสูงสุด 122 แรงม้า ส่วนรถฮีบริด (e:HEV RS) ใช้ระบบฮีบริดที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรวัฏจักรอทกินสันและมอเตอร์ ทำให้ประสิทธิภาพแรงขับเคลื่อนรวมของระบบแข็งแกร่งมากขึ้น คอนฟิกูเรชันแรงขับเคลื่อนของแต่ละเวอร์ชันสามารถตอบสนองความต้องการในการขับขี่ไปทำงานในเมืองประจำวันและความต้องการในการขับขี่ที่หลากหลาย โดยเครื่องยนต์ 1.0T ของเวอร์ชันบูรณะน้ำมันมีความสมดุลระหว่างการส่งออกแรงขับเคลื่อนที่ดีและประสิทธิภาพการใช้น้ำมันในระดับรถชั้นเดียวกัน ส่วนเวอร์ชันฮีบริดให้ทั้งสมรรถนะและการประหยัดน้ำมันที่ดีกว่า
Q
รุ่นต่าง ๆ ของ Honda City 2021 มีอะไรบ้าง?
รถ Honda City รุ่นปี 2021 มีให้เลือก 5 รุ่น ได้แก่ รุ่นเครื่องยนต์เบนซินและไฮบริด ซึ่งปัจจุบันได้ยกเลิกการผลิตไปแล้ว รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ได้แก่ 1.0S, 1.0V, 1.0 SV และ 1.0 RS ราคาอยู่ที่ 579,500 บาท, 609,000 บาท, 665,000 บาท และ 739,000 บาท ตามลำดับ ส่วนรุ่นไฮบริดคือ e:HEV RS ราคา 839,000 บาท ในด้านคุณสมบัติ รุ่นเครื่องยนต์เบนซินทุกรุ่นติดตั้งเครื่องยนต์ 1.0T สามสูบ จับคู่กับเกียร์ CVT จำนวนถุงลมนิรภัยได้รับการอัพเกรดจากสี่ใบ (S/V/SV) เป็นหกใบ (RS) รุ่น SV ขึ้นไปมีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ในขณะที่รุ่น RS เพิ่มหลังคาซันรูฟและลำโพงแปดตัว รถยนต์ไฮบริด e:HEV RS มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร แบบไม่มีระบบอัดอากาศ ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 205 แรงม้า และแรงบิดรวม 380 นิวตันเมตร พร้อมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ (4.81 ลิตร/100 กม.) นอกจากนี้ยังมีถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และหลังคาซันรูฟ รถยนต์รุ่นเหล่านี้มีระยะฐานล้อ 2589 มม. และขนาดตัวถังใกล้เคียงกัน ใช้ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ MacPherson strut และระบบกันสะเทือนหลังแบบ torsion beam ช่วยให้ขับขี่คล่องตัวและสะดวกสบายในเมือง รุ่นต่างๆ มีการกำหนดค่าที่แตกต่างกันเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย ตั้งแต่การเดินทางในเมืองขั้นพื้นฐานไปจนถึงความสะดวกสบายและสมรรถนะที่หรูหรามากขึ้น
Q
รถ Honda City 2021 มีหลังคาซันรูฟหรือไม่?
รถ Honda City ปี 2021 บางรุ่นมาพร้อมกับหน้าต่างบนหลังคา เช่น รุ่น 1.0 RS มาพร้อมหน้าต่างบนหลังคาแบบเดี่ยวเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์มาตรฐาน แต่ปัจจุบันรุ่นนี้และรถ Honda City ปี 2021 รุ่นอื่นๆ ทั้งหมดได้หยุดขายแล้ว ส่วนรุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ RS ปี 2021 (เช่น S, V, SV) ไม่ได้มาพร้อมหน้าต่างบนหลังคา
Q
ค่าเฉลี่ยการใช้น้ำมันของ Honda City 2021 คือกี่กิโลเมตรต่อลิตร?
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยของ Honda City ปี 2021 แตกต่างกันไปตามรุ่น อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงแบบผสมผสานอย่างเป็นทางการสำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน (เช่น 1.0S, V, SV และ RS) คือ 4.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือประมาณ 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงแบบผสมผสานอย่างเป็นทางการสำหรับรุ่นไฮบริด (e:HEV RS) คือ 4.81 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือประมาณ 20.8 กิโลเมตรต่อลิตร ในการขับขี่จริง อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอาจได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และการใช้งานเครื่องปรับอากาศ ตัวอย่างเช่น อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในพื้นที่การจราจรติดขัดในเมือง หรือเมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ โหมด ECON และเทคโนโลยีสตาร์ท-ดับเครื่องยนต์อัตโนมัติของรถยนต์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง การใช้ฟังก์ชันเหล่านี้อย่างเหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากยิ่งขึ้น ขณะที่การบำรุงรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอและการขับขี่อย่างนุ่มนวลก็สามารถช่วยรักษาประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีได้เช่นกัน
Q
"Honda City 2021 อยู่ในเจเนอเรชันใด?"
Honda City รุ่นปี 2021 เป็นรุ่นที่ 5 ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2021 ภายนอกโดดเด่นด้วยไฟหน้า LED แบบเมทริกซ์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ (ขอบสีดำในรุ่น RS) และล้ออัลลอยสองสีขนาด 16 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า และแรงบิด 173 นิวตันเมตร ภายในยังคงรักษาองค์ประกอบการออกแบบบางส่วนจากรุ่นก่อนหน้า มาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์หน้าจอ 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และแผงควบคุมแบบหมุนพร้อมจอแสดงอุณหภูมิอิเล็กทรอนิกส์สำหรับระบบปรับอากาศ ระบบความปลอดภัยมาตรฐานประกอบด้วย ABS, ระบบควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์ และระบบเตือนการออกนอกเลน ซิตี้ รุ่นที่ 5 ได้รับการอัพเกรดทั้งด้านการออกแบบและเทคโนโลยี เสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันในตลาดรถยนต์ขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงพื้นที่และจัดวางภายในให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เป็นหนึ่งในรถซีดานระดับเริ่มต้นที่ขายดีที่สุดในภูมิภาคนี้
Q
Honda City มี CarPlay ไหม?
รุ่นล่าสุดของ Honda City ในตลาดไทยตอนนี้ มีฟีเจอร์ Apple CarPlay มาให้ใช้กันแล้ว ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันบน iPhone อย่างเช่น แผนที่การนำทาง เพลง หรือแอปติดต่อสื่อสารต่างๆ ผ่านหน้าจอในรถได้สะดวกขึ้น ช่วยอัพเกรดประสบการณ์การขับขี่โดยเฉพาะในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรค่อนข้างติดขัด ฟังก์ชันนำทางแบบเรียลไทม์ของ CarPlay ถือว่ามีประโยชน์มากๆ อย่างไรก็ตาม ต้องระวังนิดนึงว่า CarPlay อาจจะไม่ได้มีในทุกรุ่นหรือทุกปีผลิตนะครับ แนะนำให้สอบถามรายละเอียดกับทางโชว์รูมอีกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจาก CarPlay แล้ว Honda City ยังรองรับ Android Auto สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบ Android ด้วยนะ ถือว่าให้ประสบการณ์การเชื่อมต่อที่คล้ายกัน ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เทคโนโลยีการเชื่อมต่อในรถกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยให้ความสำคัญเวลาซื้อรถ ยี่ห้อต่างๆ จึงพยายามอัพเกรดฟีเจอร์ส่วนนี้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านความสะดวกและความอัจฉริยะของผู้บริโภค Honda City ในฐานะรถซีดานคอมแพคต์ยอดนิยมของตลาดไทย การที่ Honda คอยอัปเดตฟีเจอร์เทคโนโลยีแบบนี้ ก็แสดงให้เห็นว่าฮอนด้าให้ความสำคัญกับความต้องการของคนไทยจริงๆ ครับ
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันซื้อรถที่นำเข้า?
การซื้อรถยนต์นำเข้าจะถูกผลกระทบจากภาษีหลายประเภท ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับภาษีศุลกากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต และภาษีรถยนต์และเรือ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป ประเทศไทยจะยกเลิกนโยบายยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับสินค้ามูลค่าต่ำ สินค้านำเข้าทุกประเภท (รวมถึงชิ้นส่วนรถยนต์) จะต้องเสียภาษีศุลกากรตามประเภทสินค้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แต่รถยนต์ประกอบแล้วและชิ้นส่วนหลัก (เช่น เครื่องยนต์ แบตเตอรี่) ซึ่งเดิมต้องเสียภาษีอยู่แล้ว จะมีราคาผันผวนไม่มากนัก ภาษีรถยนต์นำเข้าจะแตกต่างกันอย่างมากตามประเทศต้นทาง ตัวอย่างเช่น รถยนต์จากสหภาพยุโรปเสียภาษีศุลกากร 43.63% จากญี่ปุ่น 37% ส่วนรถกระบะเสียภาษีสูงถึง 200% ทำให้ภาษีรวมอาจสูงถึง 120% ของราคารถ ภาษีรถยนต์และเรือ (ภาษีการขนส่ง) จะคำนวณตามระดับความจุกระบอกสูบ เช่น รถกระบะขนาด 3,000 ซีซี ในปีแรกต้องเสียภาษี 6,900 บาท และต้องเสียภาษีต่อเนื่องกัน 5 ปี เมื่อรถมีอายุเกิน 6 ปีจะได้รับส่วนลด นอกจากนี้ ภาษีมูลค่าเพิ่มจะคำนวณจากราคา CIF รวมภาษีศุลกากร แล้วคูณ 7% ภายใต้นโยบายใหม่นี้ ชิ้นส่วนขนาดเล็กที่พึ่งพาการสั่งซื้อทางไปรษณีย์ข้ามแดน (เช่น เซ็นเซอร์ อะไหล่ซ่อมบำรุง) จะมีต้นทุนสูงขึ้น จึงแนะนำให้เลือกรถที่ผลิตในประเทศเพื่อลดค่าใช้จ่าย
Q
"Parallel import" บน Amazon หมายถึง สินค้าที่ถูกนำเข้ามาจากประเทศหนึ่งมายังอีกประเทศหนึ่งผ่านช่องทางที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์หรือผู้ผลิตอย่างเป็นทางการ โดยปกติแล้วสินค้าประเภทนี้มักจะมีราคาที่ถูกกว่า แต่บางครั้งก็อาจมีคำเตือนเกี่ยวกับการรับประกันหรือบริการหลังการขายที่อาจไม่ครอบคลุมในพื้นที่นั้น
รถนำเข้าจากต่างประเทศแบบขนาน หมายถึงรถยนต์ที่ถูกนำเข้ามาโดยผู้ค้าโดยตรงจากตลาดต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากผู้ผลิตแบรนด์ ซึ่งข้อได้เปรียบหลักคือราคามักจะต่ำกว่ารถยนต์มาตรฐานจีน 10-20% และสามารถเลือกการติดตั้งได้อย่างยืดหยุ่นกว่า
แต่ควรระมัดระวังว่ารถประเภทนี้ไม่สามารถรับประกันคุณภาพจากโรงงานต้นทางได้ เจ้าของรถต้องซื้อบริการประกันคุณภาพผ่านช่องทางบุคคลที่สาม แผนประกันที่พบทั่วไป ได้แก่ ประกันสามส่วนหลัก (ครอบคลุมเครื่องยนต์ เกียร์ และแชสซี) และประกันรถทั้งคัน (ระยะเวลามักเป็น 3 ปีหรือ 60,000 กิโลเมตร) ค่าเบี้ยประกันประมาณ 3-5% ของราคารถ
ในด้านการซ่อมบำรุง สามารถเลือกศูนย์บริการเขตการค้าเสรี สถานบริการที่ร่วมมือกับบริษัทประกันภัย หรืออู่ 4S ที่มีคุณสมบัติ โดยการจัดหาอะไหล่ในเขตการค้าเสรีมีประสิทธิภาพสูงกว่าช่องทางทั่วไป 30% แต่ค่าซ่อมอาจสูงกว่ารถยนต์มาตรฐานจีน 10-20%
เมื่อต้องการใช้สิทธิ์ต้องเก็บรักษาสัญญาซื้อรถ กรมธรรม์ประกัน และบันทึกการซ่อมบำรุงไว้เป็นหลักฐาน แนะนำให้ประสานงานผ่านสมาคมผู้บริโภคเป็นลำดับแรก
นอกจากนี้ บริการเสริม เช่น การจดทะเบียนรถแทนสามารถช่วยประหยัดเวลา 3-5 วันทำการ และการใช้เชื้อเพลิงระดับ 95 ขึ้นไปสามารถลดความเสี่ยงการเสียหายของเครื่องยนต์
โดยรวมแล้ว ระบบการรับประกันหลังการขายของรถนำเข้าจากต่างประเทศแบบขนานได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบขอบเขตการประกันก่อนซื้อ เลือกผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ และเก็บรักษาเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน
Q
คุณสามารถนำเข้ารถยนต์มือสองไปยังสิงคโปร์ได้หรือไม่?
การนำเข้ารถยนต์มือสองมายังสิงคโปร์ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบและขั้นตอนที่เข้มงวด ประการแรก รถยนต์ต้องเป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยมลพิษของยานยนต์ (VES) ของสิงคโปร์ และต้องเป็นรถยนต์พวงมาลัยขวา (รถยนต์พวงมาลัยซ้ายต้องได้รับการอนุมัติเป็นพิเศษ) นอกจากนี้ยังต้องมีรายงานการประเมินทางเทคนิคของยานยนต์จากหน่วยงานทดสอบอิสระที่ได้รับการรับรอง เอกสารสำคัญประกอบด้วย ใบแจ้งหนี้การค้า ใบตราส่งสินค้า ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า ใบอนุญาตส่งออก และรายงานการรับรอง VTA ที่หน่วยงานขนส่งทางบก (LTA) กำหนด การสำแดงสินค้าต้องยื่นผ่านระบบ TradeNet โดยระบุรหัส HS (เช่น 8703 สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล) และราคา CIF ในส่วนของภาษี รถยนต์ทั่วไปต้องเสียภาษีศุลกากร 20% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (คำนวณจากราคา CIF + ภาษีศุลกากร) รถยนต์ไฟฟ้าได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากร แต่ยังคงต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ศุลกากรอาจสุ่มตรวจสอบเอกสารของรถยนต์ระหว่างการผ่านพิธีการศุลกากร หลังจากผ่านการตรวจสอบแล้ว ต้องขอป้ายทะเบียนชั่วคราวก่อนจึงจะสามารถรับรถได้ ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการตรวจสอบให้แน่ใจว่าราคารถยนต์มือสองที่แจ้งตรงกับราคาตลาด เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับหรือการขึ้นบัญชีดำเนื่องจากการแจ้งราคาต่ำกว่าความเป็นจริง รถยนต์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยมลพิษจะถูกปฏิเสธทันที ขอแนะนำให้ใช้ตัวแทนศุลกากรในสิงคโปร์ในการจัดการใบรับรอง VTA และขั้นตอนอื่นๆ เพื่อลดความเสี่ยง และควรเลือกการขนส่งแบบ RoRo หรือตู้คอนเทนเนอร์ นอกจากนี้ ขอแนะนำให้ซื้อประกันภัยการขนส่งเพื่อลดความเสี่ยง หลังจากส่งออกแล้ว ต้องยื่นคำขอเพิกถอนทะเบียนรถต่อสำนักงานทะเบียนรถภายในสองเดือน โดยอ้างอิงจากใบสำแดงศุลกากร
Q
“จะเกิดอะไรขึ้นกับรถยนต์น้ำมันหลังปี 2030 ในสิงคโปร์?”
ตามนโยบายขององค์การขนส่งทางบกแห่งสิงคโปร์ (LTA) ตั้งแต่ปี 2030 เป็นต้นไป รถยนต์และรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่ทั้งหมดจะต้องใช้พลังงานสะอาด และยานพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม (รวมถึงรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซล) จะไม่ได้รับสิทธิ์ในการจดทะเบียนยานพาหนะใหม่ มาตรการนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของ "แผนสีเขียว 2030" ของสิงคโปร์ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะเลิกใช้ยานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2040 ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ยานพาหนะดีเซลที่จดทะเบียนก่อนวันที่ 1 มกราคม 2025 ยังคงสามารถต่ออายุใบอนุญาตการครอบครองยานพาหนะ (COE) ได้ แต่จะต้องเสียภาษีถนนสูงขึ้นเพื่อเป็นมาตรการปรับตัวด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ยานพาหนะคลาสสิกและยานพาหนะย้อนยุคได้รับการยกเว้นจากข้อจำกัดนี้และยังคงสามารถนำเข้าและจดทะเบียนได้ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบไฟฟ้า สิงคโปร์วางแผนที่จะติดตั้งสถานีชาร์จ 60,000 แห่งภายในปี 2030 และลงทุน 30 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในเงินอุดหนุนและการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบัน รถยนต์ดีเซลมีสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ และอุตสาหกรรมรถแท็กซี่กำลังเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฮบริดอย่างจริงจัง โดยคาดว่าสัดส่วนรถแท็กซี่ดีเซลจะลดลงต่ำกว่า 1% ภายในสิ้นปี 2025 นโยบายแบบค่อยเป็นค่อยไปนี้คำนึงถึงทั้งเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและให้ระยะเวลารองรับสำหรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม
Q
คุณสามารถนำเข้ารถยนต์จากสิงคโปร์มายังออสเตรเลียได้หรือไม่?
การนำเข้ารถยนต์จากสิงคโปร์ไปยังออสเตรเลียจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบศุลกากรและนโยบายภาษีของทั้งสองประเทศ
รถยนต์ที่ส่งออกไปยังสิงคโปร์ต้องเป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยมลพิษ VES และต้องมีใบแจ้งหนี้ทางการค้า ใบตราส่งสินค้า ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า ฯลฯ ต้องชำระภาษีศุลกากร (20% สำหรับรถยนต์ทั่วไป ยกเว้นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า) และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ผ่านระบบ TradeNet ออสเตรเลียเรียกเก็บภาษีศุลกากร 5% (ยกเว้นในบางประเทศที่มีข้อตกลงการค้าเสรี) และภาษีมูลค่าเพิ่ม 10% สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่นำเข้า สำหรับรถยนต์ที่มีมูลค่าเกิน 76,950 ดอลลาร์ออสเตรเลีย จะมีการเรียกเก็บภาษีรถยนต์หรู 33% เพิ่มเติม (เกณฑ์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าคือ 89,332 ดอลลาร์ออสเตรเลีย) ต้องมีใบอนุญาตจากกระทรวงคมนาคมของออสเตรเลียก่อนนำเข้า และต้องมีการทดสอบและจดทะเบียนตามมาตรฐาน ADR เพื่อผ่านพิธีการศุลกากร ควรทราบว่าทั้งสิงคโปร์และออสเตรเลียใช้ระบบพวงมาลัยขวา ทำให้รถยนต์มีความเข้ากันได้สูง แต่เอกสารทางเทคนิคที่ครบถ้วนเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากความแออัดของท่าเรือ ขอแนะนำให้ใช้บริการนายหน้าศุลกากรผู้เชี่ยวชาญเพื่อจัดการขั้นตอนที่ซับซ้อนและคำนวณต้นทุนโดยรวมล่วงหน้า (เช่น ค่าขนส่ง ค่าดัดแปลง และค่าตรวจสอบที่อาจเกิดขึ้น)
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตารางผ่อนชำระล่าสุดของ Honda City รถเก๋งที่ประหยัดน้ำมันเหมาะสุดสำหรับใช้ในครอบครัว
วิรุฬห์Oct 30, 2025

ในประเทศไทย เลือกรถยนต์ซันรูฟ: ซันรูฟพาโนรามาหรือซันรูฟเดี่ยว? อ่านจบไม่พลาด
Kevin WongSep 12, 2025

ไม่ควรพลาดรถยนต์เกโรของญี่ปุ่น, รุ่น Honda City ใดคุ้มค่าที่สุดในการเลือก?
ณัฐวุฒิNov 6, 2024

Honda City e:HEV ลดราคา THB40,000! มาราธอน 800km, ประหยัดน้ำมันและสบาย!
AshleyAug 5, 2024

Honda city vs Nissan Almeria ถ้ามีงบ 600,000 บาท คุณจะเลือกรุ่นไหนดี?
AshleyJul 13, 2024
ดูเพิ่มเติม


รุ่นรถ
ข้อดี
ข้อเสีย