Q

แบตเตอรี่รถ Mazda 3 ราคาเท่าไหร่

ราคาแบตเตอรี่รถ Mazda 3 ในตลาดไทยเนี่ย แบตเตอรี่ตัวจริงจากศูนย์จะอยู่ที่ประมาณ 5,000-8,000 บาท แล้วแต่รุ่นและความจุของแบตเตอรี่นะ ส่วนแบตเตอรี่แบรนด์อื่นอาจจะถูกกว่าหน่อย เริ่มต้นที่ 3,500 บาท แต่แนะนำว่าให้ไปเช็คราคาที่ดีลเลอร์แมสด้าจะดีที่สุด เพราะจะได้แบตเตอรี่ที่เข้ากับรถเราเป๊ะๆ อากาศเมืองไทยร้อนจัดเนี่ยทำลายแบตเตอรี่เร็วมาก ส่วนใหญ่แล้วต้องเปลี่ยนทุก 2-3 ปีเลยล่ะ เวลาเลือกแบตเตอรี่นอกจากดูราคาแล้ว ต้องสังเกตค่าความสามารถในการสตาร์ทเครื่องยนต์ตอนอากาศเย็น (CCA) ด้วย จะได้ใช้งานในสภาพอากาศร้อนๆ แบบบ้านเราได้ ส่วนการดูแลรักษาก็สำคัญนะ ควรตรวจสอบขั้วแบตเตอรี่ให้สะอาดและระดับน้ำกลั่นอยู่เสมอ จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ แถมบางร้านซ่อมรถเขามีบริการตรวจเช็คแบตเตอรี่ฟรีๆ ด้วย ลองถามดูได้นะ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
รถ MAZDA3 ปี 2022 ต้องการน้ำมันเบนซินเกรดพรีเมียมหรือไม่?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 นั้น ทางผู้ผลิตแนะนำให้ใช้เบนซินหมายเลข 91 หรือสูงกว่านั้นเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด แต่ไม่ได้บังคับว่าต้องใช้เบนซินระดับพรีเมียมเสมอไป จะใช้เบนซินธรรมดาหมายเลข 87 ก็ได้ตามปกติ แต่เครื่องยนต์อาจจะตอบสนองได้ไม่เต็มที่และประหยัดน้ำมันน้อยลงเล็กน้อย สาเหตุเป็นเพราะเครื่องยนต์ Skyactiv-G ของ Mazda ออกแบบมาให้มีอัตราส่วนการอัดสูง การใช้เบนซินคุณภาพสูงจะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงการน็อค โดยเฉพาะเวลาอากาศร้อนหรือเมื่อขับทางไกลบ่อยๆ แต่ถ้าใช้รถแค่ในเมืองเป็นหลัก การเติมเบนซินธรรมดาก็ไม่เป็นไร ไม่ทำลายเครื่องยนต์ แค่ถ้าจะขับทางไกลหรืออยากได้ความรู้สึกในการขับที่ดีขึ้น แนะนำให้อัพเกรดเป็นเบนซินคุณภาพสูงจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม ต้องระวังเรื่องคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย เพราะแต่ละปั๊มอาจแตกต่างกัน แนะนำให้เลือกเติมปั๊มใหญ่ที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันปัญหาเครื่องยนต์ที่อาจเกิดจากน้ำมันคุณภาพต่ำ เวลานำรถเข้าศูนย์บริการก็ให้ช่างตรวจสอบการสะสมคาร์บอนในเครื่องยนต์ด้วย จะได้ปรับเลือกใช้เบนซินให้เหมาะกับการใช้งานจริงของเรา
Q
อัตราการประหยัดน้ำมันของ Mazda 3 รุ่นปี 2022 คือเท่าไร?
Mazda 3 รุ่นปี 2022 ให้ประสิทธิภาพด้านประหยัดน้ำมันที่ดีมาก โดยข้อมูลจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและระบบขับเคลื่อน สำหรับรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ Skyactiv-G ขนาด 2.0 ลิตร จะสิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 7.8 ลิตร/100 กม. ในเมือง และ 5.6 ลิตร/100 กม. บนทางหลวง ส่วนค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ประมาณ 6.5 ลิตร/100 กม. ส่วนรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร จะประหยัดยิ่งกว่า ด้วยอัตราสิ้นเปลืองรวมต่ำถึง 4.5 ลิตร/100 กม. เหมาะมากสำหรับคนที่ขับทางไกลบ่อยหรือเน้นเรื่องประหยัดน้ำมัน เทคโนโลยี Skyactiv ของ Mazda ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้อย่างชัดเจน ด้วยการปรับแต่งเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ลดน้ำหนักตัวรถ และปรับเกียร์ให้เหมาะสม โดยยังคงความรู้สึกในการขับที่สนุกเหมือนเดิม สำหรับในเมืองไทยที่การจราจรค่อนข้างติดขัด แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีระบบ i-stop ที่จะช่วยดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อจอดรถไฟแดงหรือหยุดแป๊บๆ ช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกเยอะ Mazda 3 ยังมีโหมดขับขี่ให้เลือกหลายแบบ เช่น โหมดประหยัดหรือโหมดสปอร์ต ให้ปรับใช้ตามถนนและความชอบส่วนตัว เพื่อบาลานซ์ระหว่างสมรรถนะกับความประหยัด ถ้าอยากประหยัดน้ำมันยิ่งกว่านี้ก็อาจมองหารถไฮบริดหรือรถไฟฟ้า แต่ Mazda 3 รุ่นเครื่องยนต์ทั่วไปยังคงมีความเหนือกว่าในด้านการตอบสนองและความสนุกในการขับขี่ เหมาะสำหรับคนที่ชอบความรู้สึกของการขับรถจริงๆ
Q
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 จำเป็นต้องใช้แก๊สโซฮอล์พรีเมียมหรือไม่?
คู่มือทางการของ Mazda 3 รุ่นปี 2022 แนะนำให้ใช้เชื้อเพลิงที่มีออกเทน 91 ขึ้นไปเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด แต่ไม่ได้บังคับว่าต้องใช้เท่านั้น ถ้าเติมน้ำมันธรรมดาอย่างเบนซิน 91 ลงไปเครื่องยนต์ก็สามารถปรับจังหวะการจุดระเบิดให้เหมาะสมได้ แต่กำลังเครื่องและประหยัดน้ำมันอาจลดลงนิดหน่อย เทคโนโลยี Skyactiv-G ของ Mazda ออกแบบมาให้สมดุลระหว่างประหยัดน้ำมันและกำลังส่ง แก๊สโซฮอล์ออกเทนสูงจะช่วยให้เครื่องยนต์อัตราส่วนอัดสูงทำงานได้เต็มที่ โดยเฉพาะเวลาอากาศร้อนหรือขับขึ้นเขา บรรเทาปัญหาการน็อคของเครื่องยนต์และช่วยให้เครื่องทำงานเรียบขึ้น ถ้าใช้รถแค่ในเมืองและอยากประหยัด ก็เติมน้ำมันธรรมดาได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าต้องขับทางไกลหรืออยากได้สมรรถนะการขับขี่เต็มที่ แนะนำให้เลือกน้ำมันออกเทนสูงไว้ก่อน ข้อควรระวังคือน้ำมันแต่ละปั๊มคุณภาพไม่เหมือนกัน ควรเลือกปั๊มที่ไว้ใจได้ และอย่าลืมเติมน้ำยาทำความสะอาดระบบเชื้อเพลิงตามที่ผู้ผลิตแนะนำเป็นประจำ เพื่อดูแลหัวฉีดและห้องเผาไหม้ ส่วนรถเทอร์โบมักจะอ่อนไหวกับเลขออกเทนมากกว่า แต่ Mazda 3 ปี 2022 ทุกรุ่นเป็นเครื่องยนต์แบบแอทโมสเฟียร์ เลยปรับตัวได้ดีกว่า
Q
เครื่องยนต์อะไรที่อยู่ใน Mazda 3 ปี 2022?
รุ่น Mazda 3 ปี 2022 มาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ Skyactiv-Technology 2 แบบ ให้เลือกตามสไตล์การขับขี่ เครื่องยนต์แรกเป็นแบบ 2.0 ลิตร 4 สูบ แบบดูดธรรมดา (กำลังสูงสุด 155 แรงม้า แรงบิดสูง 200 นิวตันเมตร) ส่วนอีกรุ่นเป็น 2.5 ลิตร 4 สูบ (กำลังสูงสุด 186 แรงม้า แรงบิดสูง 252 นิวตันเมตร) ทั้งคู่ใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และบางรุ่นมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือกด้วย เครื่องยนต์ทั้งสองแบบนี้ถูกออกแบบให้มีอัตราส่วนอัดสูง ช่วยประหยัดน้ำมันในเมืองแต่ยังเร่งฉิวเวลาแซง ส่วนใครที่ชอบขับทางไกล แนะนำรุ่น 2.5 ลิตรเลย เพราะแรงกว่านิดนึงเหมาะกับทางหลวง ส่วนรุ่น 2.0 ลิตรก็เพอร์เฟกต์สำหรับขับรถไปทำงานประจำวัน สิ่งที่น่าสนใจคือ Mazda 3 ทุกรุ่นไม่ใช้เทอร์โบ แต่ใช้เทคโนโลยีปรับระบบไอดี-ไอเสียและหัวฉีดน้ำมันให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เวลาเจออากาศร้อนๆ เครื่องยังคงเสถียรและดูแลรักษาไม่ยาก แถมเติมน้ำมันแค่เบนซิน 91 ก็พอแล้ว หาเติมตามปั้มทั่วไปได้สบายๆ ใช้ไปนานๆ ก็ประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ดีเลยทีเดียว
Q
2022 Mazda 3 ผลิตที่ไหน?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ส่วนใหญ่ผลิตที่ประเทศญี่ปุ่น เม็กซิโก และไทย โดยรุ่นที่ขายในไทยบางส่วนถูกประกอบที่โรงงานอาเซียนในจังหวัดชลบุรี โรงงานนี้ทำงานตามมาตรฐานคุณภาพระดับโลกของมาสด้าทุกขั้นตอน เพื่อให้รถยนต์มีคุณภาพเทียบเท่ารุ่นที่ผลิตในญี่ปุ่นเลยทีเดียว เครื่องยนต์สกายแอคทีฟและดีไซน์โคโดะที่มาพร้อมในรุ่นนี้เป็นที่นิยมมากในตลาดไทย เพราะประหยัดน้ำมันและขับเคลื่อนคล่องตัวเหมาะกับสภาพถนนในเมืองเป็นพิเศษ ที่น่าสนใจคือโรงงานอาเซียนแห่งนี้ไม่เพียงแต่ผลิตรถพวงมาลัยขวาเพื่อจำหน่ายในประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย แสดงให้เห็นถึงความสามารถด้านการผลิตที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง สำหรับผู้บริโภคแล้ว การเลือกรถที่ประกอบในประเทศจะได้รถเร็วขึ้นและได้รับบริการหลังการขายที่คุ้มค่ากว่า ในขณะที่รุ่นนำเข้าจะมีตัวเลือกอุปกรณ์สูงให้เลือกมากกว่า แนะนำให้เลือกตามความต้องการจริงๆ ของคุณจะดีที่สุด
Q
รถ Mazda3 ปี 2022 จะมีอายุการใช้งานได้นานแค่ไหน
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ในสภาพการใช้งานและการดูแลรักษาปกติ คาดว่าจะวิ่งได้เกิน 2 แสนถึง 3 แสนกิโลเมตร แต่อายุการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับนิสัยการขับ ขั้นตอนการดูแลรักษา และปัจจัยสภาพแวดล้อมในพื้นที่ รถรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี Skyactiv ที่ให้ประสิทธิภาพความทนทานของเครื่องยนต์และเกียร์ในระดับดี รวมถึงการป้องกันสนิมตัวถังที่เหมาะกับสภาพอากาศชื้น แนะนำให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และตรวจสอบระบบเบรกอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ นอกจากนี้ในเขตอากาศร้อนควรระวังเรื่องความร้อนที่อาจทำให้แบตเตอรี่และชิ้นส่วนยางเสื่อมสภาพเร็วขึ้น แนะนำให้ตรวจสอบระบบระบายความร้อนและแอร์ทุก 6 เดือน สำหรับเจ้าของที่ต้องการใช้รถยาวนาน การเลือกอะไหล่แท้จากศูนย์และการปฏิบัติตามคู่มือการดูแลรักษาของผู้ผลิตจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้มากที่สุด เทคโนโลยี Skyactiv ของ Mazda ไม่เพียงช่วยประหยัดน้ำมัน แต่ยังเพิ่มความทนทานด้วยโครงสร้างตัวถังแข็งแรงพิเศษ ซึ่งเป็นจุดสำคัญสำหรับการใช้งานในเมืองที่การจราจรหนาแน่นหรือการขับบนถนนชนบทผสมกัน
Q
ปัญหาทั่วไปของ Mazda3 ปี 2022 มีอะไรบ้าง?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ในตลาดบ้านเรานั้นถือว่าทนทานพอสมควร แต่ก็มีปัญหาบางจุดที่ควรระวัง เช่น มีเจ้าของรถบางรายรายงานว่าหม้อแบตเตอรี่ 12V อาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติในสภาพอากาศร้อนชื้น แนะนำให้ตรวจสอบขั้วแบตเตอรี่เป็นประจำว่ามีการกัดกร่อนหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศแบบร้อนชื้น นอกจากนี้ระบบ idle stop ของเครื่องยนต์ Skyactiv-G อาจเพิ่มภาระให้แบตเตอรี่เมื่อต้องเจอกับการจราจรที่ติดขัดบ่อยๆ สามารถปิดชั่วคราวเพื่อยืดอายุการใช้งานได้ ส่วนระบบมัลติมีเดียอาจมีปัญหาการเชื่อมต่อ CarPlay ไม่เสถียรบ้าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการอัปเดตระบบให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดก็สามารถแก้ไขได้ แล้วยังมีเรื่องสีรถแบบ Soul Red ที่ถึงจะสวยงามแต่ค่าซ่อมแซมค่อนข้างสูง แนะนำให้ทำประกันสีรถจากศูนย์จะดีกว่า ที่น่าสนใจคือเทคโนโลยี Skyactiv ของรถรุ่นนี้เหมาะมากสำหรับการขับบนเส้นทางขึ้นเขา เนื่องจากเครื่องยนต์อัตราส่วนกำลังอัดสูงช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีแม้ในพื้นที่ภูเขาอย่างเชียงใหม่ และระบบ GVC ยังช่วยเพิ่มความมั่นคงบนถนนลื่นๆ ขอแนะนำให้ใช้ยางที่แนะนำโดยโรงงานเดิมเมื่อขับรถในฤดูฝน การจัดแนวล้อสี่ล้อเป็นประจำสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาการบดเบี่ยงเบนได้
Q
มูลค่าขายต่อของ Mazda 3 ปี 2022 คือเท่าไร?
ในตลาดมือสองท้องถิ่น รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 มีอัตราการรักษามูลค่าค่อนข้างคงที่ โดยขึ้นอยู่กับสภาพรถ ระยะทาง และระดับอุปกรณ์ ส่วนใหญ่จะรักษามูลค่าได้ประมาณ 65%-75% ของราคารถใหม่ โดยเฉพาะรุ่นระดับกลางถึงสูงที่ติดตั้งเครื่องยนต์ Skyactiv-G 2.0L อย่างรุ่น Carbon Edition นั้นเป็นที่นิยมมากกว่า เพราะมีอุปกรณ์มาตรฐานเช่น ไฟ LED พวงมาลัยหนัง ทำให้เวลาขายต่อจะเสียมูลค่าน้อยกว่ารุ่นพื้นฐานประมาณ 5%-8% สีแดง Soul Red Crystal แม้จะต้องจ่ายเพิ่มตอนซื้อรถใหม่ แต่เวลาขายมือสองจะรักษามูลค่าได้มากกว่าสีอื่นประมาณ 3%-5% ปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษามูลค่าคือการมีประวัติการบริการจากตัวแทนจำหน่ายอย่างสม่ำเสมอ และการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยจากโรงงานเช่น ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจเวลาขายต่อได้มาก เมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน Mazda 3 ได้รับความนิยมในตลาดมือสองอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเทคโนโลยี Skyactiv ที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมันและขับเคลื่อนดี แนะนำว่าก่อนขายควรเปรียบเทียบราคาในแพลตฟอร์มขายมือสองชั้นนำ และเตรียมประวัติการซ่อมบำรุงให้ครบถ้วนเพื่อให้ได้ราคาดีที่สุด
Q
Mazda 3 รุ่นปี 2022 ควรใช้น้ำมันชนิดใด
สำหรับ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ทางผู้ผลิตแนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องเกรดความหนืด SAE 0W-20 ซึ่งเป็นน้ำมันเครื่องความหนืดต่ำที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเครื่องยนต์ขณะสตาร์ทเครื่องตอนเย็นและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดี เหมาะสมเป็นพิเศษกับการขับขี่ในสภาพอากาศร้อนที่มีการสตาร์ทเครื่องบ่อยครั้ง แต่หากรถของคุณมีระยะทางใช้งานเกิน 80,000 กิโลเมตรหรือพบปัญหาน้ำมันเครื่องลดลงเล็กน้อย อาจพิจารณาอัพเกรดไปใช้เกรด 5W-30 เพื่อเพิ่มการป้องกันเครื่องยนต์ในอุณหภูมิสูง แนะนำให้เลือกน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ (ทั้งแบบเต็มสังเคราะห์และกึ่งสังเคราะห์) เนื่องจากทนทานต่อการเกิดออกซิเดชันในอุณหภูมิสูงได้ดีกว่าน้ำมันเครื่องแร่ ควรเลือกน้ำมันเครื่องคุณภาพสูงที่ได้การรับรองมาตรฐาน API SP หรือ ILSAC GF-6 ยี่ห้อที่หาซื้อได้ทั่วไปในประเทศไทยเช่น เชลล์ เฮลิกซ์ อัลตรา มอบบิล 1 หรืออิเดมิตสึ ZEPRO ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ระยะเวลาการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องควรอยู่ที่ทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 12 เดือน (แล้วแต่อย่างไหนมาถึงก่อน) แต่หากขับขี่ในสภาพรถติดนานหรือขับแบบอัดอาจลดระยะเหลือ 8,000 กิโลเมตร ควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องเป็นประจำและหากพบสัญญาณไฟเตือนสีเหลืองที่หน้าปัดควรรีบเติมน้ำมันเครื่องทันที เมื่อทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ควรเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องแบบเดิมของผู้ผลิตไปพร้อมกันเพื่อประสิทธิภาพการกรองที่ดีที่สุด และไม่ควรผสมน้ำมันเครื่องต่างยี่ห้อกัน หากต้องการเปลี่ยนยี่ห้อควรล้างระบบน้ำมันเครื่องให้สะอาดก่อนเสมอ
Q
รถ Mazda 3 ปี 2022 มีความน่าเชื่อถือไหม?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 นี่เรื่องความน่าเชื่อถือถือว่าทำงานได้ดีเลยครับ เครื่องยนต์ Skyactiv-G และระบบเกียร์ Skyactiv-Drive ที่ผ่านการทดสอบจากตลาดมานั้นให้ความมั่นใจได้เรื่องความเสถียร แถมยังเจอปัญหาน้อยเวลาขับขี่ประจำวัน โดยเฉพาะการใช้งานในเมืองหรือเดินทางไกล โครงสร้างตัวรถใช้เหล็กความแข็งแรงสูง เรื่องความปลอดภัยถือว่าอยู่ในระดับดีเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในคลาสเดียวกัน แถมยังออกแบบมาให้ทนต่อสภาพอากาศและความชื้นในไทยได้เป็นอย่างดี ภายในห้องโดยสารทำออกมาได้ละเอียดและครบเครื่อง พร้อมระบบ i-Activsense ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเวลาขับขี่ แต่อย่างไรก็ตามค่าบำรุงรักษาของมาสด้าจะสูงกว่ารถญี่ปุ่นบางยี่ห้ออยู่หน่อย แต่ถ้าเข้าศูนย์บริการตามกำหนดก็ช่วยให้รถสภาพดีได้ในระยะยาว ส่วนเรื่องค่าซื้อขายต่อนั้น Mazda 3 ในตลาดบ้านเราค่อนข้างทรงตัว ถ้าเป็นรถอายุ 3 ปีจะอยู่ที่ประมาณ 60% ของราคาใหม่ สำหรับคนที่ชอบความสนุกในการขับและต้องการความน่าเชื่อถือด้วย รุ่นนี้นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แนะนำให้ลองทดลองขับดูก่อนตัดสินใจ เพราะระบบบังคับเลี้ยวที่แม่นยำของมันนี่แหละที่ทำให้การขับขี่สนุกมาก
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ภายในรถมีการตกแต่งที่ดี ด้วยโทนสีดำที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยสปอร์ตหรู คุณภาพของวัสดุภายในรถดี การออกแบบทำให้รถดูหรูหราและขั้นสูง การจัดวางแผงอุปกรณ์สะดวกในการใช้งาน
ที่นั่งสบาย การออกแบบที่นั่งตรงกับร่างกาย รองรับด้านข้างที่ดีสำหรับคนขับและผู้โดยสาร สามารถนั่งนานๆ โดยไม่รู้สึกเหนื่อย และที่นั่งขับสามารถปรับได้ 10 ทิศทางโดยใช้ไฟฟ้า
ฟังก์ชันและคุณสมบัติที่ดี มีจอภาพที่คนขับสามารถดูได้ สามารถแสดงความเร็วในการเร่งและการใช้น้ำมัน มีกล้องทั่วรถที่ติดตั้งอย่างดี
สมรรถนะทางการจับคืนดินเป็นอย่างดี ระบบความแข็งแรงกับที่อยู่ใต้รถดีเยี่ยม สมรรถนะทางการจับคืนดินสูงในระหว่างการเลี้ยวหรือในส่วนที่อยู่ใต้รถที่เดินทาง ขับเคลื่อนไม่อย่างรวดเร็ว การเร่งและหมุนกำลังไม่เปลี่ยนแปลงมากจากรุ่นก่อนหน้านี้ น้ำหนักของรถเพิ่มขึ้น

ข้อเสีย

การปรับเปลี่ยนคุณลักษณะของที่นั่งคนขับและที่นั่งผู้โดยสารไม่ตรงกัน ที่นั่งของคนขับสามารถปรับได้ 10 ทิศทาง แต่ที่นั่งของผู้โดยสารไม่สามารถเติมเต็ม 10 ทิศทาง ฟีเจอร์ที่นั่งไม่ได้ตอบสนองความต้องการอย่างเต็มที่
แต่ฟังก์ชั่นของระบบควบคุมการท่องเที่ยวไม่เพียงพอ แม้ว่าจะสามารถเพิ่มหรือลดความเร็วของรถและตามรถที่อยู่ด้านหน้าผ่านเส้นทางที่กว้าง แต่ไม่มีฟังก์ชั่น Stop-and-go
พื้นที่ภายในรถไม่สะกดกว่าผลิตภัณฑ์ที่แข่งขัน มาสด้ามักมีข้อเสียด้านพื้นที่ที่นั่งด้านหลังในแทบทุกรุ่น แต่รุ่น Mazda 3 Sedan ปี 2019 กว้างขึ้นเล็กน้อยกว่าที่ผ่านมา แต่ยังไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์ที่แข่งขัน
ความสบายของชานเส้นไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์ที่แข่งขัน เมื่อขับขี่บนถนนที่ไม่ราบหรือถนนที่มีลูกรัง คุณจะรู้สึกถึงการสั่น โดยมีความรู้สึกว่ามีการสั่นสะเทือนจากพื้นผิวที่ยางกระทบ

Q&A ล่าสุด

Q
คุณควรเติมลมยางขนาด 265/65R17 เท่าไหร่?
สำหรับยางรถขนาด 265/65R17 ความดันลมยางมาตรฐานที่แนะนำมักอยู่ในช่วง 230-250 kPa (ประมาณ 2.3-2.5 บาร์) โดยค่าที่แน่นอนต้องอ้างอิงตามคำแนะนำทางการจากผู้ผลิตรถยนต์ ข้อมูลนี้สามารถพบได้บนป้ายที่กรอบประตูรถ ด้านในฝาถังน้ำมันหรือในคู่มือผู้ใช้ ในขนาด 265/65R17 ตัวเลข 265 หมายถึงความกว้างของยาง 265 มิลลิเมตร 65 หมายถึงอัตราส่วนด้านข้าง (สัดส่วนความสูงของแก้มยางต่อความกว้างยาง) ที่ 65% R หมายถึงโครงสร้างยางเรเดียล และ 17 คือเส้นผ่านศูนย์กลางของกระทะล้อ 17 นิ้ว ยางที่มีอัตราส่วนด้านข้างปานกลางเช่นนี้ให้สมดุลระหว่างความนุ่มสบายและการควบคุม การรักษาความดันลมยางที่เหมาะสมจะช่วยรักษาสมดุลระหว่างพื้นที่สัมผัสพื้นและแรงรองรับของแก้มยาง ควรทราบว่าความดันลมยางเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ แนะนำให้ตรวจสอบอย่างน้อยเดือนละครั้ง และควรวัดเมื่อยางอยู่ในสภาพเย็นเพื่อความแม่นยำ หากความดันลมยางผิดจากค่ามาตรฐานเกิน 20% เป็นเวลานาน อาจทำให้ยางสึกหรอเร็วขึ้นหรือเสี่ยงต่อการระเบิด เช่น ความดันสูงเกินไปจะลดการยึดเกาะและทำให้ดอกยางส่วนกลางสึกเร็ว ในขณะที่ความดันต่ำเกินไปจะเพิ่มแรงต้านการหมุนและทำให้ไหล่ยางเสื่อมสภาพก่อนวัย
Q
คุณควรเติมลมยางด้วยไนโตรเจนบ่อยแค่ไหน?
เมื่อใช้ไนโตรเจนบรรจุยางยนต์ แนะนำให้ตรวจสอบความดันยางอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อเดือน หากความดันลดลงเกิน 5% ของค่ามาตรฐาน หรือระยะทางขับขี่ถึง 10,000 กิโลเมตร (ประมาณ 6 เดือน) จำเป็นต้องเติมไนโตรเจนทันทีเพื่อรักษาประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ไนโตรเจนเนื่องจากโมเลกุลขนาดใหญ่กว่าและการซึมผ่านต่ำกว่า สามารถรักษาความดันยางได้เสถียรกว่าอากาศธรรมดา ลดการเปลี่ยนแปลงความดันจากการผันผวนอุณหภูมิ จึงช่วยลดความเสี่ยงยางระเบิดและยืดอายุยาง แต่ควรระวังว่า ท่อปากยางหรือซีลยังคงอาจมีการรั่วค่อยๆ และการผสมอากาศเป็นเวลานานจะลดความบริสุทธิ์ของไนโตรเจน ดังนั้นการบำรุงรักษาเป็นระยะจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการขับขี่ประจำวันหากพบความดันยางผิดปกติ การสึกหรอของยางไม่ปกติ หรือเสียงขับขี่เพิ่มขึ้น ควรตรวจสอบความดันยางและเติมไนโตรเจนทันที นอกจากนี้ ยางเองจำเป็นต้องเปลี่ยนตามสถานะการสึกหรอทุก 4-6 ปี หรือขับขี่ถึง 8-10 แสนกิโลเมตร และค่าบริการเติมไนโตรเจนประมาณ 5 บาทต่อยาง ความได้เปรียบ ได้แก่ เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 2%-10% และชะลอการเสื่อมสภาพของยาง
Q
สัญญาณที่บ่งบอกว่าแรงดันน้ำมันเครื่องของคุณต่ำมีดังนี้
สัญญาณเตือนความดันน้ำมันเครื่องไม่เพียงพอ มักจะปรากฏในรูปแบบไอคอนรูปกระป๋องน้ำมันสีแดงหรือสีเหลืองบนแผงควบคุม โดยมีหยดน้ำมันและเส้นคลื่นออกมาจากปากกระป๋อง - ไฟเตือนสีแดงหมายถึงความดันน้ำมันเครื่องต่ำมาก จึงจำเป็นต้องจอดรถและดับเครื่องทันที มิฉะนั้นอาจทำให้เครื่องยนต์เกิดปัญหาสกัดกระบอกสูบหรือยึดติดเนื่องจากการหล่อลื่นไม่เพียงพอ และค่าใช้จ่ายในการซ่อมอาจสูงถึงหมื่นๆ บาท - ไฟเตือนสีเหลืองแจ้งเตือนถึงระดับน้ำมันเครื่องต่ำกว่ามาตรฐานหรือเซ็นเซอร์ขัดข้อง แม้จะสามารถขับรถในระยะสั้นและความเร็วต่ำได้ แต่ควรเติมน้ำมันเครื่องชนิดเดียวกัน (เช่น 5W-30 เกรด SN) และตรวจสอบการรั่วไหลโดยเร็วที่สุด สาเหตุทั่วไป ได้แก่ - น้ำมันเครื่องไม่เพียงพอ - ปั๊มน้ำมันเครื่องเสียหาย - ไส้กรองอุดตัน - ความหนืดของน้ำมันเครื่องไม่เหมาะสม (เช่น น้ำมันเครื่องเจือจางเนื่องจากอุณหภูมิสูง หรือการไหลไม่ดีในอุณหภูมิต่ำ) ในชีวิตประจำวัน ควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องด้วยก้านวัดในขณะรถเย็นทุกสัปดาห์ เพื่อให้แน่ใจว่าระดับน้ำมันอยู่ระหว่างสเกล MAX-MIN และเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองทุก 5,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน หากเครื่องยนต์ร้อนจนทำให้ไฟเตือนสีเหลืองติดขึ้น ควรปล่อยให้เครื่องยนต์ทำงานในรอบเดินเบาเพื่อให้อุณหภูมิลดลงก่อนขับต่อ และหลีกเลี่ยงการใช้งานเครื่องยนต์ในภาระสูงเป็นเวลานาน สิ่งที่ควรทราบ คือ การติดไฟชั่วคราวเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบระบบ แต่หากไฟยังคงติดต่อเนื่อง จำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนข้างต้น และสำหรับปัญหาที่ซับซ้อน จำเป็นต้องให้ช่างผู้ชำนาญตรวจสอบเพื่อรักษาอายุการใช้งานของเครื่องยนต์
Q
องค์ประกอบของอุบัติเหตุจราจรบนท้องถนนมีอะไรบ้าง?
องค์ประกอบสำคัญของอุบัติเหตุทางถนน ประกอบด้วยหกด้านหลักดังนี้: 1) ต้องมีการมีส่วนร่วมของยานพาหนะ ซึ่งรวมถึงยานยนต์และยานพาหนะที่ไม่มีเครื่องยนต์; 2) เหตุการณ์ต้องเกิดขึ้นบนท้องถนน; 3) ยานพาหนะต้องอยู่ในสถานะการจราจร ไม่ใช่สภาพหยุดนิ่ง; 4) ต้องมีสถานการณ์เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ; 5) สาเหตุของอุบัติเหตุต้องเกิดจากความผิดพลาดของบุคคลหรือปัจจัยอันไม่คาดฝัน; 6) ต้องก่อให้เกิดความเสียหายที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของบุคคล หรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน จากข้อมูลของประเทศไทยในช่วงปีที่ผ่านมา พฤติกรรมฝ่าฝืนกฎจราจร เช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด ขับรถภายใต้ฤทธิ์แอลกอฮอล์ ไม่สวมหมวกนิรภัย ถือเป็นสาเหตุหลัก โดยอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์มีสัดส่วนสูงถึง 76.92% และกลุ่มเยาวชนซึ่งมีความตระหนักรู้ด้านการจราจรต่ำจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ข้อสังเกตสำคัญคือ ขอบเขตการพิจารณาอุบัติเหตุได้ขยายรวมถึงความเสียหายจากเหตุสุดวิสัย เช่น ภัยธรรมชาติ แต่ไม่รวมอุบัติเหตุบริเวณทางข้ามรถไฟ ตามกฎหมายไทย หากอุบัติเหตุไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และทั้งสองฝ่ายไม่มีความขัดแย้ง อนุญาตให้ผู้เกี่ยวข้องเจรจาตกลงเรื่องค่าชดเชยได้
Q
“อุบัติเหตุจากการทำงาน” คืออะไร?
การจัดการค่าตอบแทนสำหรับอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยที่ถูกตัดสินว่า "เกิดจากงาน" หรือ "เกี่ยวข้องกับงาน" ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายสองฉบับ คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน และ พระราชบัญญัติประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ตามกฎหมายปัจจุบัน นายจ้างต้องทำประกันภัยเงินทดแทน (กองทุนเงินทดแทน) ให้กับพนักงาน ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุขณะทำงาน เงินทดแทนในกรณีทุพพลภาพ (สูงสุด 80% ของค่าจ้าง) และเงินทดแทนกรณีเสียชีวิต (ประมาณ 1,000,000 บาท) หากยานพาหนะที่เกี่ยวข้องมีการประกันภาคบังคับ (พรบ.) จะได้รับเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตเพิ่มเติม 500,000 บาทต่อคน แต่ควรทราบว่าประกันภาคบังคับไม่ครอบคลุมความเสียหายต่อทรัพย์สิน หากอุบัติเหตุเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก เช่น การขับรถบริษัททำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ประกันภัยรถยนต์เชิงพาณิชย์ (เช่น ประกันภัยประเภท 1) จะขยายความคุ้มครองไปถึงค่ารักษาพยาบาลของบุคคลภายนอก (สูงสุด 3,000,000 บาท) และค่าชดเชยความเสียหายต่อทรัพย์สิน ขอแนะนำให้องค์กรตรวจสอบสติกเกอร์ตรวจสภาพรถประจำปี (เช่น สัญลักษณ์เดือน "ม.ค." ถึง "ธ.ค." ที่ติดกระจกหน้ารถ) และวันหมดอายุของกรมธรรม์ประกันภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเรียกเก็บค่าปรับรายวันร้อยละ 1 สำหรับยานพาหนะที่ใช้ทำงานข้ามประเทศ ต้องยื่นขออนุญาตนำรถเข้าชั่วคราวล่วงหน้า 10 วันทำการ พร้อมทั้งต้องมีใบอนุญาตขับขี่ระหว่างประเทศและปฏิบัติตามกฎจราจรแบบขับชิดซ้ายของประเทศไทย มิฉะนั้นอาจถูกปรับสูงสุด 10,000 บาท
ดูเพิ่มเติม