Q
คุณควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องใน Mazda 3 ปี 2022 บ่อยแค่ไหน?
ตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการจาก Mazda รุ่น Mazda 3 ปี 2022 ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 10,000 กิโลเมตร หรือทุก 12 เดือน แล้วแต่อย่างไหนถึงก่อน ในกรณีที่ขับบ่อยในสภาพอากาศร้อน ฝุ่นมาก หรือรถติดบ่อย แนะนำให้เปลี่ยนถี่ขึ้นเป็นทุก 5,000 กิโลเมตร หรือทุก 6 เดือน เวลาเลือกน้ำมันเครื่อง แนะนำให้ใช้แบบสังเคราะห์เต็มสูตร 0W-20 ตามที่ทางโรงงานกำหนดไว้ เพราะความหนืดระดับนี้เหมาะกับสภาพอากาศร้อน ช่วยปกป้องเครื่องยนต์และประหยัดน้ำมันได้ดี การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามกำหนดไม่เพียงแต่ช่วยยืดอายุเครื่องยนต์ แต่ยังรักษาสภาพรถให้ทำงานได้เต็มที่ แนะนำให้เปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องไปพร้อมกันทุกครั้งเพื่อประสิทธิภาพในการกรองที่สมบูรณ์ ข้อควรระวังคือ การใช้น้ำมันเครื่องคุณภาพต่ำหรือเปลี่ยนไม่ตรงเวลาอาจทำให้เกิดคราบเขม่า เสียน้ำมันมากขึ้น หรือแม้กระทั่งเครื่องยนต์สึกหรอเร็ว ดังนั้นการเข้าศูนย์ตามนัดจึงสำคัญมาก เจ้าของรถสามารถตั้งการแจ้งเตือนผ่านระบบในรถหรือแอปพลิเคชันบนมือถือเพื่อไม่ให้ลืมกำหนดการบำรุงรักษาได้
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
รถ MAZDA3 ปี 2022 ต้องการน้ำมันเบนซินเกรดพรีเมียมหรือไม่?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 นั้น ทางผู้ผลิตแนะนำให้ใช้เบนซินหมายเลข 91 หรือสูงกว่านั้นเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด แต่ไม่ได้บังคับว่าต้องใช้เบนซินระดับพรีเมียมเสมอไป จะใช้เบนซินธรรมดาหมายเลข 87 ก็ได้ตามปกติ แต่เครื่องยนต์อาจจะตอบสนองได้ไม่เต็มที่และประหยัดน้ำมันน้อยลงเล็กน้อย สาเหตุเป็นเพราะเครื่องยนต์ Skyactiv-G ของ Mazda ออกแบบมาให้มีอัตราส่วนการอัดสูง การใช้เบนซินคุณภาพสูงจะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงการน็อค โดยเฉพาะเวลาอากาศร้อนหรือเมื่อขับทางไกลบ่อยๆ แต่ถ้าใช้รถแค่ในเมืองเป็นหลัก การเติมเบนซินธรรมดาก็ไม่เป็นไร ไม่ทำลายเครื่องยนต์ แค่ถ้าจะขับทางไกลหรืออยากได้ความรู้สึกในการขับที่ดีขึ้น แนะนำให้อัพเกรดเป็นเบนซินคุณภาพสูงจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม ต้องระวังเรื่องคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย เพราะแต่ละปั๊มอาจแตกต่างกัน แนะนำให้เลือกเติมปั๊มใหญ่ที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันปัญหาเครื่องยนต์ที่อาจเกิดจากน้ำมันคุณภาพต่ำ เวลานำรถเข้าศูนย์บริการก็ให้ช่างตรวจสอบการสะสมคาร์บอนในเครื่องยนต์ด้วย จะได้ปรับเลือกใช้เบนซินให้เหมาะกับการใช้งานจริงของเรา
Q
อัตราการประหยัดน้ำมันของ Mazda 3 รุ่นปี 2022 คือเท่าไร?
Mazda 3 รุ่นปี 2022 ให้ประสิทธิภาพด้านประหยัดน้ำมันที่ดีมาก โดยข้อมูลจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและระบบขับเคลื่อน สำหรับรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ Skyactiv-G ขนาด 2.0 ลิตร จะสิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 7.8 ลิตร/100 กม. ในเมือง และ 5.6 ลิตร/100 กม. บนทางหลวง ส่วนค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ประมาณ 6.5 ลิตร/100 กม. ส่วนรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร จะประหยัดยิ่งกว่า ด้วยอัตราสิ้นเปลืองรวมต่ำถึง 4.5 ลิตร/100 กม. เหมาะมากสำหรับคนที่ขับทางไกลบ่อยหรือเน้นเรื่องประหยัดน้ำมัน เทคโนโลยี Skyactiv ของ Mazda ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้อย่างชัดเจน ด้วยการปรับแต่งเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ลดน้ำหนักตัวรถ และปรับเกียร์ให้เหมาะสม โดยยังคงความรู้สึกในการขับที่สนุกเหมือนเดิม สำหรับในเมืองไทยที่การจราจรค่อนข้างติดขัด แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีระบบ i-stop ที่จะช่วยดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อจอดรถไฟแดงหรือหยุดแป๊บๆ ช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกเยอะ Mazda 3 ยังมีโหมดขับขี่ให้เลือกหลายแบบ เช่น โหมดประหยัดหรือโหมดสปอร์ต ให้ปรับใช้ตามถนนและความชอบส่วนตัว เพื่อบาลานซ์ระหว่างสมรรถนะกับความประหยัด ถ้าอยากประหยัดน้ำมันยิ่งกว่านี้ก็อาจมองหารถไฮบริดหรือรถไฟฟ้า แต่ Mazda 3 รุ่นเครื่องยนต์ทั่วไปยังคงมีความเหนือกว่าในด้านการตอบสนองและความสนุกในการขับขี่ เหมาะสำหรับคนที่ชอบความรู้สึกของการขับรถจริงๆ
Q
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 จำเป็นต้องใช้แก๊สโซฮอล์พรีเมียมหรือไม่?
คู่มือทางการของ Mazda 3 รุ่นปี 2022 แนะนำให้ใช้เชื้อเพลิงที่มีออกเทน 91 ขึ้นไปเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด แต่ไม่ได้บังคับว่าต้องใช้เท่านั้น ถ้าเติมน้ำมันธรรมดาอย่างเบนซิน 91 ลงไปเครื่องยนต์ก็สามารถปรับจังหวะการจุดระเบิดให้เหมาะสมได้ แต่กำลังเครื่องและประหยัดน้ำมันอาจลดลงนิดหน่อย เทคโนโลยี Skyactiv-G ของ Mazda ออกแบบมาให้สมดุลระหว่างประหยัดน้ำมันและกำลังส่ง แก๊สโซฮอล์ออกเทนสูงจะช่วยให้เครื่องยนต์อัตราส่วนอัดสูงทำงานได้เต็มที่ โดยเฉพาะเวลาอากาศร้อนหรือขับขึ้นเขา บรรเทาปัญหาการน็อคของเครื่องยนต์และช่วยให้เครื่องทำงานเรียบขึ้น ถ้าใช้รถแค่ในเมืองและอยากประหยัด ก็เติมน้ำมันธรรมดาได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าต้องขับทางไกลหรืออยากได้สมรรถนะการขับขี่เต็มที่ แนะนำให้เลือกน้ำมันออกเทนสูงไว้ก่อน ข้อควรระวังคือน้ำมันแต่ละปั๊มคุณภาพไม่เหมือนกัน ควรเลือกปั๊มที่ไว้ใจได้ และอย่าลืมเติมน้ำยาทำความสะอาดระบบเชื้อเพลิงตามที่ผู้ผลิตแนะนำเป็นประจำ เพื่อดูแลหัวฉีดและห้องเผาไหม้ ส่วนรถเทอร์โบมักจะอ่อนไหวกับเลขออกเทนมากกว่า แต่ Mazda 3 ปี 2022 ทุกรุ่นเป็นเครื่องยนต์แบบแอทโมสเฟียร์ เลยปรับตัวได้ดีกว่า
Q
เครื่องยนต์อะไรที่อยู่ใน Mazda 3 ปี 2022?
รุ่น Mazda 3 ปี 2022 มาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ Skyactiv-Technology 2 แบบ ให้เลือกตามสไตล์การขับขี่ เครื่องยนต์แรกเป็นแบบ 2.0 ลิตร 4 สูบ แบบดูดธรรมดา (กำลังสูงสุด 155 แรงม้า แรงบิดสูง 200 นิวตันเมตร) ส่วนอีกรุ่นเป็น 2.5 ลิตร 4 สูบ (กำลังสูงสุด 186 แรงม้า แรงบิดสูง 252 นิวตันเมตร) ทั้งคู่ใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และบางรุ่นมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือกด้วย เครื่องยนต์ทั้งสองแบบนี้ถูกออกแบบให้มีอัตราส่วนอัดสูง ช่วยประหยัดน้ำมันในเมืองแต่ยังเร่งฉิวเวลาแซง ส่วนใครที่ชอบขับทางไกล แนะนำรุ่น 2.5 ลิตรเลย เพราะแรงกว่านิดนึงเหมาะกับทางหลวง ส่วนรุ่น 2.0 ลิตรก็เพอร์เฟกต์สำหรับขับรถไปทำงานประจำวัน สิ่งที่น่าสนใจคือ Mazda 3 ทุกรุ่นไม่ใช้เทอร์โบ แต่ใช้เทคโนโลยีปรับระบบไอดี-ไอเสียและหัวฉีดน้ำมันให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เวลาเจออากาศร้อนๆ เครื่องยังคงเสถียรและดูแลรักษาไม่ยาก แถมเติมน้ำมันแค่เบนซิน 91 ก็พอแล้ว หาเติมตามปั้มทั่วไปได้สบายๆ ใช้ไปนานๆ ก็ประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ดีเลยทีเดียว
Q
2022 Mazda 3 ผลิตที่ไหน?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ส่วนใหญ่ผลิตที่ประเทศญี่ปุ่น เม็กซิโก และไทย โดยรุ่นที่ขายในไทยบางส่วนถูกประกอบที่โรงงานอาเซียนในจังหวัดชลบุรี โรงงานนี้ทำงานตามมาตรฐานคุณภาพระดับโลกของมาสด้าทุกขั้นตอน เพื่อให้รถยนต์มีคุณภาพเทียบเท่ารุ่นที่ผลิตในญี่ปุ่นเลยทีเดียว เครื่องยนต์สกายแอคทีฟและดีไซน์โคโดะที่มาพร้อมในรุ่นนี้เป็นที่นิยมมากในตลาดไทย เพราะประหยัดน้ำมันและขับเคลื่อนคล่องตัวเหมาะกับสภาพถนนในเมืองเป็นพิเศษ ที่น่าสนใจคือโรงงานอาเซียนแห่งนี้ไม่เพียงแต่ผลิตรถพวงมาลัยขวาเพื่อจำหน่ายในประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย แสดงให้เห็นถึงความสามารถด้านการผลิตที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง สำหรับผู้บริโภคแล้ว การเลือกรถที่ประกอบในประเทศจะได้รถเร็วขึ้นและได้รับบริการหลังการขายที่คุ้มค่ากว่า ในขณะที่รุ่นนำเข้าจะมีตัวเลือกอุปกรณ์สูงให้เลือกมากกว่า แนะนำให้เลือกตามความต้องการจริงๆ ของคุณจะดีที่สุด
Q
รถ Mazda3 ปี 2022 จะมีอายุการใช้งานได้นานแค่ไหน
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ในสภาพการใช้งานและการดูแลรักษาปกติ คาดว่าจะวิ่งได้เกิน 2 แสนถึง 3 แสนกิโลเมตร แต่อายุการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับนิสัยการขับ ขั้นตอนการดูแลรักษา และปัจจัยสภาพแวดล้อมในพื้นที่ รถรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี Skyactiv ที่ให้ประสิทธิภาพความทนทานของเครื่องยนต์และเกียร์ในระดับดี รวมถึงการป้องกันสนิมตัวถังที่เหมาะกับสภาพอากาศชื้น แนะนำให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และตรวจสอบระบบเบรกอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ นอกจากนี้ในเขตอากาศร้อนควรระวังเรื่องความร้อนที่อาจทำให้แบตเตอรี่และชิ้นส่วนยางเสื่อมสภาพเร็วขึ้น แนะนำให้ตรวจสอบระบบระบายความร้อนและแอร์ทุก 6 เดือน สำหรับเจ้าของที่ต้องการใช้รถยาวนาน การเลือกอะไหล่แท้จากศูนย์และการปฏิบัติตามคู่มือการดูแลรักษาของผู้ผลิตจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้มากที่สุด เทคโนโลยี Skyactiv ของ Mazda ไม่เพียงช่วยประหยัดน้ำมัน แต่ยังเพิ่มความทนทานด้วยโครงสร้างตัวถังแข็งแรงพิเศษ ซึ่งเป็นจุดสำคัญสำหรับการใช้งานในเมืองที่การจราจรหนาแน่นหรือการขับบนถนนชนบทผสมกัน
Q
ปัญหาทั่วไปของ Mazda3 ปี 2022 มีอะไรบ้าง?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ในตลาดบ้านเรานั้นถือว่าทนทานพอสมควร แต่ก็มีปัญหาบางจุดที่ควรระวัง เช่น มีเจ้าของรถบางรายรายงานว่าหม้อแบตเตอรี่ 12V อาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติในสภาพอากาศร้อนชื้น แนะนำให้ตรวจสอบขั้วแบตเตอรี่เป็นประจำว่ามีการกัดกร่อนหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศแบบร้อนชื้น นอกจากนี้ระบบ idle stop ของเครื่องยนต์ Skyactiv-G อาจเพิ่มภาระให้แบตเตอรี่เมื่อต้องเจอกับการจราจรที่ติดขัดบ่อยๆ สามารถปิดชั่วคราวเพื่อยืดอายุการใช้งานได้ ส่วนระบบมัลติมีเดียอาจมีปัญหาการเชื่อมต่อ CarPlay ไม่เสถียรบ้าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการอัปเดตระบบให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดก็สามารถแก้ไขได้ แล้วยังมีเรื่องสีรถแบบ Soul Red ที่ถึงจะสวยงามแต่ค่าซ่อมแซมค่อนข้างสูง แนะนำให้ทำประกันสีรถจากศูนย์จะดีกว่า
ที่น่าสนใจคือเทคโนโลยี Skyactiv ของรถรุ่นนี้เหมาะมากสำหรับการขับบนเส้นทางขึ้นเขา เนื่องจากเครื่องยนต์อัตราส่วนกำลังอัดสูงช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีแม้ในพื้นที่ภูเขาอย่างเชียงใหม่ และระบบ GVC ยังช่วยเพิ่มความมั่นคงบนถนนลื่นๆ ขอแนะนำให้ใช้ยางที่แนะนำโดยโรงงานเดิมเมื่อขับรถในฤดูฝน การจัดแนวล้อสี่ล้อเป็นประจำสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาการบดเบี่ยงเบนได้
Q
มูลค่าขายต่อของ Mazda 3 ปี 2022 คือเท่าไร?
ในตลาดมือสองท้องถิ่น รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 มีอัตราการรักษามูลค่าค่อนข้างคงที่ โดยขึ้นอยู่กับสภาพรถ ระยะทาง และระดับอุปกรณ์ ส่วนใหญ่จะรักษามูลค่าได้ประมาณ 65%-75% ของราคารถใหม่ โดยเฉพาะรุ่นระดับกลางถึงสูงที่ติดตั้งเครื่องยนต์ Skyactiv-G 2.0L อย่างรุ่น Carbon Edition นั้นเป็นที่นิยมมากกว่า เพราะมีอุปกรณ์มาตรฐานเช่น ไฟ LED พวงมาลัยหนัง ทำให้เวลาขายต่อจะเสียมูลค่าน้อยกว่ารุ่นพื้นฐานประมาณ 5%-8% สีแดง Soul Red Crystal แม้จะต้องจ่ายเพิ่มตอนซื้อรถใหม่ แต่เวลาขายมือสองจะรักษามูลค่าได้มากกว่าสีอื่นประมาณ 3%-5% ปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษามูลค่าคือการมีประวัติการบริการจากตัวแทนจำหน่ายอย่างสม่ำเสมอ และการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยจากโรงงานเช่น ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจเวลาขายต่อได้มาก เมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน Mazda 3 ได้รับความนิยมในตลาดมือสองอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเทคโนโลยี Skyactiv ที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมันและขับเคลื่อนดี แนะนำว่าก่อนขายควรเปรียบเทียบราคาในแพลตฟอร์มขายมือสองชั้นนำ และเตรียมประวัติการซ่อมบำรุงให้ครบถ้วนเพื่อให้ได้ราคาดีที่สุด
Q
Mazda 3 รุ่นปี 2022 ควรใช้น้ำมันชนิดใด
สำหรับ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ทางผู้ผลิตแนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องเกรดความหนืด SAE 0W-20 ซึ่งเป็นน้ำมันเครื่องความหนืดต่ำที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเครื่องยนต์ขณะสตาร์ทเครื่องตอนเย็นและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดี เหมาะสมเป็นพิเศษกับการขับขี่ในสภาพอากาศร้อนที่มีการสตาร์ทเครื่องบ่อยครั้ง แต่หากรถของคุณมีระยะทางใช้งานเกิน 80,000 กิโลเมตรหรือพบปัญหาน้ำมันเครื่องลดลงเล็กน้อย อาจพิจารณาอัพเกรดไปใช้เกรด 5W-30 เพื่อเพิ่มการป้องกันเครื่องยนต์ในอุณหภูมิสูง
แนะนำให้เลือกน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ (ทั้งแบบเต็มสังเคราะห์และกึ่งสังเคราะห์) เนื่องจากทนทานต่อการเกิดออกซิเดชันในอุณหภูมิสูงได้ดีกว่าน้ำมันเครื่องแร่ ควรเลือกน้ำมันเครื่องคุณภาพสูงที่ได้การรับรองมาตรฐาน API SP หรือ ILSAC GF-6 ยี่ห้อที่หาซื้อได้ทั่วไปในประเทศไทยเช่น เชลล์ เฮลิกซ์ อัลตรา มอบบิล 1 หรืออิเดมิตสึ ZEPRO ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม
ระยะเวลาการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องควรอยู่ที่ทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 12 เดือน (แล้วแต่อย่างไหนมาถึงก่อน) แต่หากขับขี่ในสภาพรถติดนานหรือขับแบบอัดอาจลดระยะเหลือ 8,000 กิโลเมตร ควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องเป็นประจำและหากพบสัญญาณไฟเตือนสีเหลืองที่หน้าปัดควรรีบเติมน้ำมันเครื่องทันที
เมื่อทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ควรเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องแบบเดิมของผู้ผลิตไปพร้อมกันเพื่อประสิทธิภาพการกรองที่ดีที่สุด และไม่ควรผสมน้ำมันเครื่องต่างยี่ห้อกัน หากต้องการเปลี่ยนยี่ห้อควรล้างระบบน้ำมันเครื่องให้สะอาดก่อนเสมอ
Q
รถ Mazda 3 ปี 2022 มีความน่าเชื่อถือไหม?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 นี่เรื่องความน่าเชื่อถือถือว่าทำงานได้ดีเลยครับ เครื่องยนต์ Skyactiv-G และระบบเกียร์ Skyactiv-Drive ที่ผ่านการทดสอบจากตลาดมานั้นให้ความมั่นใจได้เรื่องความเสถียร แถมยังเจอปัญหาน้อยเวลาขับขี่ประจำวัน โดยเฉพาะการใช้งานในเมืองหรือเดินทางไกล โครงสร้างตัวรถใช้เหล็กความแข็งแรงสูง เรื่องความปลอดภัยถือว่าอยู่ในระดับดีเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในคลาสเดียวกัน แถมยังออกแบบมาให้ทนต่อสภาพอากาศและความชื้นในไทยได้เป็นอย่างดี ภายในห้องโดยสารทำออกมาได้ละเอียดและครบเครื่อง พร้อมระบบ i-Activsense ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเวลาขับขี่ แต่อย่างไรก็ตามค่าบำรุงรักษาของมาสด้าจะสูงกว่ารถญี่ปุ่นบางยี่ห้ออยู่หน่อย แต่ถ้าเข้าศูนย์บริการตามกำหนดก็ช่วยให้รถสภาพดีได้ในระยะยาว ส่วนเรื่องค่าซื้อขายต่อนั้น Mazda 3 ในตลาดบ้านเราค่อนข้างทรงตัว ถ้าเป็นรถอายุ 3 ปีจะอยู่ที่ประมาณ 60% ของราคาใหม่ สำหรับคนที่ชอบความสนุกในการขับและต้องการความน่าเชื่อถือด้วย รุ่นนี้นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แนะนำให้ลองทดลองขับดูก่อนตัดสินใจ เพราะระบบบังคับเลี้ยวที่แม่นยำของมันนี่แหละที่ทำให้การขับขี่สนุกมาก
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
รถ Honda Civic Hatchback ปี 2020 มีเทอร์โบหรือไม่?
Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2020 ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ โดยรุ่นส่วนใหญ่ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 174 แรงม้า ส่วนรุ่นระดับสูงเช่น Sport Touring ให้กำลังเพิ่มอีก 6 แรงม้า และมีให้เลือกทั้งเกียร์ CVT หรือเกียร์ธรรมดา 6 สปีด สำหรับรุ่นสมรรถนะสูง Type R ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงถึง 306 แรงม้า คู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด เทคโนโลยีเทอร์โบชาร์จของรุ่นนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ในขณะที่ยังคงประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ดี เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถคอมแพคที่ต้องการทั้งสมรรถนะและประหยัดน้ำมัน นอกจากนี้ รุ่นนี้มีราคาจากผู้ผลิตในท้องถิ่นที่ 1,230,000 บาท จัดอยู่ในระดับ C-Segment มีรูปแบบ 5 ประตู 5 ที่นั่ง และความจุกระโปรงหลัง 414 ลิตร เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันและความสนุกสนานในการขับขี่
Q
เครื่องยนต์ของ Honda Civic hatchback รุ่นปี 2020 เป็นแบบไหน?
รถยนต์ Honda Civic Hatchback ปี 2020 ส่วนใหญ่ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเทอร์โบชาร์จ 1.5 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี Earth Dreams ของฮอนด้า รุ่นส่วนใหญ่ให้กำลัง 174 แรงม้า ในขณะที่รุ่น Sport Touring ระดับสูงสุดเพิ่มอีก 6 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันต่อเนื่อง (CVT) หรือเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ส่วนรุ่น Type R สมรรถนะสูง มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร 306 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดเช่นกัน จึงให้ความสมดุลระหว่างพละกำลังและความสนุกในการขับขี่ เครื่องยนต์ของรุ่นนี้โดดเด่นในเรื่องประหยัดน้ำมัน รุ่น 1.5T มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ค่อนข้างประหยัด ในขณะที่ให้กำลังที่ราบรื่น ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ในชีวิตประจำวันและการขับขี่แบบสปอร์ต เป็นตัวเลือกยอดนิยมในตลาดรถยนต์ขนาดกะทัดรัด ที่ผสมผสานความใช้งานได้จริงและคุณสมบัติแบบสปอร์ตเข้าด้วยกัน
Q
ทำไม Honda Civic hatchback 2020 ของฉันถึงสตาร์ทไม่ติด?
รถ Honda Civic Hatchback ปี 2020 ที่ไม่สามารถสตาร์ทเครื่องได้ อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบเบรกและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง สาเหตุทั่วไปมีดังนี้: 1) สูญเสียแรงดันสุญญากาศในระบบช่วยเบรก เช่น การเหยียบเบรกหลายครั้งหลังจากดับเครื่อง ทำให้แรงดันสุญญากาศในปั๊มช่วยเบรกหมดไป ในกรณีนี้แผ่นเหยียบเบรกจะแข็งและไม่สามารถส่งสัญญาณสตาร์ทได้ปกติ ให้ลองเหยียบเบรกแรงๆ และสตาร์ทเครื่องใหม่เพื่อฟื้นฟูแรงดันสุญญากาศ 2) สวิตช์หรือหลอดไฟเบรกเสียหาย หากสวิตช์ไฟเบรกเสียหรือหลอดไฟขาด คอมพิวเตอร์รถจะไม่สามารถตรวจจับสัญญาณการเหยียบเบรกได้ และจะป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์สตาร์ท ต้องเปลี่ยนสวิตช์หรือหลอดไฟที่ชำรุด 3) พวงมาลัยล็อก เมื่อระบบล็อคพวงมาลัยทำงานอัตโนมัติหลังจอดรถ จะทำให้แผ่นเหยียบเบรกแข็งและไม่สามารถสตาร์ทได้ ให้เหยียบเบรกค้างไว้ขณะหมุนพวงมาลัยเบาๆ เพื่อปลดล็อกก่อนสตาร์ท 4) แบตเตอรี่ไฟต่ำ แบตเตอรี่หมดจะทำให้เครื่องยนต์ไม่สตาร์ท และระบบเบรกขาดแรงช่วย ต้องใช้วิธีกระตุ้นแบตเตอรี่เพื่อฟื้นฟูพลังงาน
ในการใช้งานประจำวัน ควรตรวจสอบเป็นประจำว่าไฟเบรกทำงานปกติ ระดับน้ำมันเบรก และสภาพผ้าเบรก หลีกเลี่ยงการเหยียบเบรกบ่อยครั้งหลังดับเครื่อง หากวิธีดังกล่าวแก้ปัญหาไม่ได้ ควรรีบติดต่อช่างมืออาชีพเพื่อตรวจสอบและซ่อมแซมอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
Q
ปัญหาทั่วไปที่พบใน Honda Civic ปี 2020 มีอะไรบ้าง?
ข้อควรระวังในการใช้งานทั่วไปสำหรับ Honda Civic ปี 2020 ได้แก่: ระยะห่างจากพื้นต่ำทำให้ต้องลดความเร็วเมื่อขับขี่บนถนนขรุขระหรือพื้นไม่เรียบเพื่อหลีกเลี่ยงการขีดข่วนชิ้นส่วนใต้ท้องรถ; ระบบเกียร์ CVT ทำงานได้ดีในสภาพการขับขี่ที่ราบเรียบ แต่การขับขี่แบบดุดันบ่อยครั้งอาจส่งผลต่อความทนทาน; สีรถค่อนข้างบางและเกิดรอยขีดข่วนเล็กน้อยได้ง่าย; การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้นเมื่อขับด้วยความเร็วสูง โดยมีเสียงยางและเสียงลมดังชัดเจน; บางส่วนของภายในใช้วัสดุพลาสติก และเจ้าของบางรายรายงานว่ามีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดจากคอนโซลกลางหรือประตูขณะขับขี่ อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้ก็มีข้อดีหลายประการ: เครื่องยนต์ 1.5T ให้กำลังแรงถึง 182 แรงม้า ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาประมาณ 8.6 วินาที และควบคุมได้ดี; ประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยม โดยเฉลี่ยประมาณ 5 ลิตรต่อ 100 กม. บนทางหลวง และ 7-8 ลิตรต่อ 100 กม. ในเมือง; ดีไซน์ภายนอกที่ดูไดนามิกเป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ และมีศักยภาพในการปรับแต่งสูง สำหรับการบำรุงรักษา แนะนำให้ปฏิบัติตามตารางการบำรุงรักษาอย่างเป็นทางการ เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเกรด SM หรือสูงกว่า OW20, ไส้กรองอากาศ และหัวเทียนเป็นประจำ ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ที่รุนแรงเป็นเวลานานสำหรับเกียร์ CVT เพื่อยืดอายุการใช้งาน หากพิจารณาซื้อรถมือสอง ควรสังเกตปัญหาที่พบบ่อยในช่วงระยะทางต่างๆ ดังนี้: ประมาณ 20,000 กิโลเมตร อาจมีปัญหาเรื่องสตาร์ทติดยากหรือเร่งไม่ขึ้น (ตรวจสอบตัวแปลงไอเสีย ระบบเชื้อเพลิง ฯลฯ); มากกว่า 150,000 กิโลเมตร ควรระวังไฟเตือนเครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ (อาจเกี่ยวข้องกับการเสื่อมสภาพของโมดูลควบคุม); มากกว่า 200,000 กิโลเมตร ควรระวังระบบปรับอากาศไม่ทำงานหรือการเปลี่ยนเกียร์ผิดปกติ เป็นต้น การตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดการเกิดความผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q
2020 Civic ดีกว่า 2019 ไหม?
Honda Civic รุ่นปี 2020 มีการปรับปรุงในหลายด้านเมื่อเทียบกับรุ่นปี 2019 ส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมดีขึ้น ในด้านการออกแบบภายนอก รุ่นปี 2020 มีดีไซน์ที่ดูมีมิติมากขึ้น คล้ายกับรุ่นปี 2019 แต่มีรายละเอียดที่ประณีตกว่า การตกแต่งภายในดีขึ้น การออกแบบใช้งานง่ายขึ้น และใช้พื้นที่ได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น ทั้งในส่วนของห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีวัสดุพลาสติกแข็งอยู่บ้างในภายใน แต่โดยรวมแล้วการตกแต่งภายในมีความประณีตและมีสไตล์ สำหรับยาง รุ่นปี 2020 ใช้ยางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีลายดอกยางพิเศษ ช่วยระบายน้ำได้ดีเยี่ยม ยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงในการลื่นไถล และเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ ในด้านกำลังและสมรรถนะ รุ่นปี 2020 มีอัตราเร่งที่ดีขึ้น การเปลี่ยนเกียร์ราบรื่นขึ้น การควบคุมพวงมาลัยดีขึ้น และมีเทคโนโลยี ECON เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน มีระบบความปลอดภัยที่ครบครันมากขึ้น เครือข่ายบริการหลังการขายครอบคลุม และรับประกันความสะดวกสบายของเบาะนั่ง นอกจากนี้ รถยนต์รุ่นปี 2020 บางคันที่จำหน่ายในต่างประเทศยังมีระบบช่วงล่างที่ได้รับการอัพเกรด มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว และระบบแสดงผลและระบบเสียงที่รองรับทั้งระบบ Android และ Apple ซึ่งช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้งานให้ดียิ่งขึ้น หากคุณให้ความสำคัญกับการปรับแต่งรายละเอียดและประสบการณ์โดยรวม Civic ปี 2020 คือตัวเลือกที่ดีกว่า หากคุณมองหาความคุ้มค่า รุ่นปี 2019 ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน แต่โดยรวมแล้ว Civic ปี 2020 เหนกว่า
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Mazda 3 ดูดี แต่ไม่ตอบโจทย์? เผยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดขายไม่ดี
ธนวัฒน์Sep 10, 2024

Mazda 3 Hatchback ราคาเริ่มต้นที่ 166,059 ริงกิต จะเลือกทั้งสองรุ่นนี้อย่างไรดีนะ?"
AshleyJul 15, 2024

Mazda 3 มีราคาตั้งแต่ THB 979,000 เป็นรถเก๋งซี-เซกเมนต์สง่างามที่สุดไหม?
LienJun 12, 2024

Mazda CX-5มียอดขายรวมถึง 5 ล้านคัน รุ่นถัดไปจะใช้ระบบไฮบริด
LienJan 30, 2026

Mazda 6e บุกตลาดยุโรปด้วยความช่วยเหลือจากเทคโนโลยี deeppl ของ Changan
ณัฐวุฒิJan 26, 2026
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย