Q
วิธีการเปลี่ยนแบตเตอรี่ในกุญแจรีโมท Mazda 3
การเปลี่ยนแบตเตอรี่รีโมทคีย์รถ Mazda 3 นั้นทำได้ง่ายมาก ก่อนอื่นต้องเตรียมแบตเตอรี่แบบ CR2025 ที่หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านอะไหล่รถทั่วไปในไทย จากนั้นใช้ไขควงเล็กๆ หรือเหรียญสอดเข้าไปที่ร่องด้านข้างของรีโมท ค่อยๆ งัดฝาออก แล้วนำแบตเตอรี่เก่าออกโดยสังเกตขั้วบวกขั้วลบให้ดี เสร็จแล้วใส่แบตเตอรี่ใหม่โดยให้ขั้วบวกหงายขึ้น ประกอบฝาครอบกลับเข้าที่แล้วทดสอบว่ารีโมททำงานปกติไหม ต้องบอกก่อนนะครับว่าที่ไทยอากาศร้อนชื้น แบตเตอรี่อาจจะเสื่อมเร็วกว่าปกติ แนะนำให้ตรวจสอบทุก 1-2 ปี จะได้ไม่เจอปัญหาเวลาจำเป็น แต่ถ้าเปลี่ยนแบตแล้วยังไม่ทำงาน อาจเป็นเพราะวงจรภายในชื้นหรือการติดต่อที่ไม่ดี แนะนำให้ไปที่ศูนย์บริการของ Mazda ในไทย ไม่ว่าจะเป็นโชว์รูมที่กรุงเทพหรือศูนย์บริการตามจังหวัดต่างๆ ก็มีเครื่องมือตรวจเช็คและซ่อมแซมอย่างมืออาชีพ อยากเตือนคนใช้รถ อย่าวางรีโมทตากแดดนานๆ หรือโดนน้ำโดยเฉพาะช่วงฤดูฝน จะเสียหายง่ายๆ แถมถ้าอยากให้รีโมทอยู่กับเราไปนานๆ ลองหาซื้อซิลิโคลนหรือปลอกกันน้ำมาใช้ก็ดี
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
รถ MAZDA3 ปี 2022 ต้องการน้ำมันเบนซินเกรดพรีเมียมหรือไม่?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 นั้น ทางผู้ผลิตแนะนำให้ใช้เบนซินหมายเลข 91 หรือสูงกว่านั้นเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด แต่ไม่ได้บังคับว่าต้องใช้เบนซินระดับพรีเมียมเสมอไป จะใช้เบนซินธรรมดาหมายเลข 87 ก็ได้ตามปกติ แต่เครื่องยนต์อาจจะตอบสนองได้ไม่เต็มที่และประหยัดน้ำมันน้อยลงเล็กน้อย สาเหตุเป็นเพราะเครื่องยนต์ Skyactiv-G ของ Mazda ออกแบบมาให้มีอัตราส่วนการอัดสูง การใช้เบนซินคุณภาพสูงจะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงการน็อค โดยเฉพาะเวลาอากาศร้อนหรือเมื่อขับทางไกลบ่อยๆ แต่ถ้าใช้รถแค่ในเมืองเป็นหลัก การเติมเบนซินธรรมดาก็ไม่เป็นไร ไม่ทำลายเครื่องยนต์ แค่ถ้าจะขับทางไกลหรืออยากได้ความรู้สึกในการขับที่ดีขึ้น แนะนำให้อัพเกรดเป็นเบนซินคุณภาพสูงจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม ต้องระวังเรื่องคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย เพราะแต่ละปั๊มอาจแตกต่างกัน แนะนำให้เลือกเติมปั๊มใหญ่ที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันปัญหาเครื่องยนต์ที่อาจเกิดจากน้ำมันคุณภาพต่ำ เวลานำรถเข้าศูนย์บริการก็ให้ช่างตรวจสอบการสะสมคาร์บอนในเครื่องยนต์ด้วย จะได้ปรับเลือกใช้เบนซินให้เหมาะกับการใช้งานจริงของเรา
Q
อัตราการประหยัดน้ำมันของ Mazda 3 รุ่นปี 2022 คือเท่าไร?
Mazda 3 รุ่นปี 2022 ให้ประสิทธิภาพด้านประหยัดน้ำมันที่ดีมาก โดยข้อมูลจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและระบบขับเคลื่อน สำหรับรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ Skyactiv-G ขนาด 2.0 ลิตร จะสิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 7.8 ลิตร/100 กม. ในเมือง และ 5.6 ลิตร/100 กม. บนทางหลวง ส่วนค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ประมาณ 6.5 ลิตร/100 กม. ส่วนรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร จะประหยัดยิ่งกว่า ด้วยอัตราสิ้นเปลืองรวมต่ำถึง 4.5 ลิตร/100 กม. เหมาะมากสำหรับคนที่ขับทางไกลบ่อยหรือเน้นเรื่องประหยัดน้ำมัน เทคโนโลยี Skyactiv ของ Mazda ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้อย่างชัดเจน ด้วยการปรับแต่งเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ลดน้ำหนักตัวรถ และปรับเกียร์ให้เหมาะสม โดยยังคงความรู้สึกในการขับที่สนุกเหมือนเดิม สำหรับในเมืองไทยที่การจราจรค่อนข้างติดขัด แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีระบบ i-stop ที่จะช่วยดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อจอดรถไฟแดงหรือหยุดแป๊บๆ ช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกเยอะ Mazda 3 ยังมีโหมดขับขี่ให้เลือกหลายแบบ เช่น โหมดประหยัดหรือโหมดสปอร์ต ให้ปรับใช้ตามถนนและความชอบส่วนตัว เพื่อบาลานซ์ระหว่างสมรรถนะกับความประหยัด ถ้าอยากประหยัดน้ำมันยิ่งกว่านี้ก็อาจมองหารถไฮบริดหรือรถไฟฟ้า แต่ Mazda 3 รุ่นเครื่องยนต์ทั่วไปยังคงมีความเหนือกว่าในด้านการตอบสนองและความสนุกในการขับขี่ เหมาะสำหรับคนที่ชอบความรู้สึกของการขับรถจริงๆ
Q
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 จำเป็นต้องใช้แก๊สโซฮอล์พรีเมียมหรือไม่?
คู่มือทางการของ Mazda 3 รุ่นปี 2022 แนะนำให้ใช้เชื้อเพลิงที่มีออกเทน 91 ขึ้นไปเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด แต่ไม่ได้บังคับว่าต้องใช้เท่านั้น ถ้าเติมน้ำมันธรรมดาอย่างเบนซิน 91 ลงไปเครื่องยนต์ก็สามารถปรับจังหวะการจุดระเบิดให้เหมาะสมได้ แต่กำลังเครื่องและประหยัดน้ำมันอาจลดลงนิดหน่อย เทคโนโลยี Skyactiv-G ของ Mazda ออกแบบมาให้สมดุลระหว่างประหยัดน้ำมันและกำลังส่ง แก๊สโซฮอล์ออกเทนสูงจะช่วยให้เครื่องยนต์อัตราส่วนอัดสูงทำงานได้เต็มที่ โดยเฉพาะเวลาอากาศร้อนหรือขับขึ้นเขา บรรเทาปัญหาการน็อคของเครื่องยนต์และช่วยให้เครื่องทำงานเรียบขึ้น ถ้าใช้รถแค่ในเมืองและอยากประหยัด ก็เติมน้ำมันธรรมดาได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าต้องขับทางไกลหรืออยากได้สมรรถนะการขับขี่เต็มที่ แนะนำให้เลือกน้ำมันออกเทนสูงไว้ก่อน ข้อควรระวังคือน้ำมันแต่ละปั๊มคุณภาพไม่เหมือนกัน ควรเลือกปั๊มที่ไว้ใจได้ และอย่าลืมเติมน้ำยาทำความสะอาดระบบเชื้อเพลิงตามที่ผู้ผลิตแนะนำเป็นประจำ เพื่อดูแลหัวฉีดและห้องเผาไหม้ ส่วนรถเทอร์โบมักจะอ่อนไหวกับเลขออกเทนมากกว่า แต่ Mazda 3 ปี 2022 ทุกรุ่นเป็นเครื่องยนต์แบบแอทโมสเฟียร์ เลยปรับตัวได้ดีกว่า
Q
เครื่องยนต์อะไรที่อยู่ใน Mazda 3 ปี 2022?
รุ่น Mazda 3 ปี 2022 มาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ Skyactiv-Technology 2 แบบ ให้เลือกตามสไตล์การขับขี่ เครื่องยนต์แรกเป็นแบบ 2.0 ลิตร 4 สูบ แบบดูดธรรมดา (กำลังสูงสุด 155 แรงม้า แรงบิดสูง 200 นิวตันเมตร) ส่วนอีกรุ่นเป็น 2.5 ลิตร 4 สูบ (กำลังสูงสุด 186 แรงม้า แรงบิดสูง 252 นิวตันเมตร) ทั้งคู่ใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และบางรุ่นมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือกด้วย เครื่องยนต์ทั้งสองแบบนี้ถูกออกแบบให้มีอัตราส่วนอัดสูง ช่วยประหยัดน้ำมันในเมืองแต่ยังเร่งฉิวเวลาแซง ส่วนใครที่ชอบขับทางไกล แนะนำรุ่น 2.5 ลิตรเลย เพราะแรงกว่านิดนึงเหมาะกับทางหลวง ส่วนรุ่น 2.0 ลิตรก็เพอร์เฟกต์สำหรับขับรถไปทำงานประจำวัน สิ่งที่น่าสนใจคือ Mazda 3 ทุกรุ่นไม่ใช้เทอร์โบ แต่ใช้เทคโนโลยีปรับระบบไอดี-ไอเสียและหัวฉีดน้ำมันให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เวลาเจออากาศร้อนๆ เครื่องยังคงเสถียรและดูแลรักษาไม่ยาก แถมเติมน้ำมันแค่เบนซิน 91 ก็พอแล้ว หาเติมตามปั้มทั่วไปได้สบายๆ ใช้ไปนานๆ ก็ประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ดีเลยทีเดียว
Q
2022 Mazda 3 ผลิตที่ไหน?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ส่วนใหญ่ผลิตที่ประเทศญี่ปุ่น เม็กซิโก และไทย โดยรุ่นที่ขายในไทยบางส่วนถูกประกอบที่โรงงานอาเซียนในจังหวัดชลบุรี โรงงานนี้ทำงานตามมาตรฐานคุณภาพระดับโลกของมาสด้าทุกขั้นตอน เพื่อให้รถยนต์มีคุณภาพเทียบเท่ารุ่นที่ผลิตในญี่ปุ่นเลยทีเดียว เครื่องยนต์สกายแอคทีฟและดีไซน์โคโดะที่มาพร้อมในรุ่นนี้เป็นที่นิยมมากในตลาดไทย เพราะประหยัดน้ำมันและขับเคลื่อนคล่องตัวเหมาะกับสภาพถนนในเมืองเป็นพิเศษ ที่น่าสนใจคือโรงงานอาเซียนแห่งนี้ไม่เพียงแต่ผลิตรถพวงมาลัยขวาเพื่อจำหน่ายในประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย แสดงให้เห็นถึงความสามารถด้านการผลิตที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง สำหรับผู้บริโภคแล้ว การเลือกรถที่ประกอบในประเทศจะได้รถเร็วขึ้นและได้รับบริการหลังการขายที่คุ้มค่ากว่า ในขณะที่รุ่นนำเข้าจะมีตัวเลือกอุปกรณ์สูงให้เลือกมากกว่า แนะนำให้เลือกตามความต้องการจริงๆ ของคุณจะดีที่สุด
Q
รถ Mazda3 ปี 2022 จะมีอายุการใช้งานได้นานแค่ไหน
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ในสภาพการใช้งานและการดูแลรักษาปกติ คาดว่าจะวิ่งได้เกิน 2 แสนถึง 3 แสนกิโลเมตร แต่อายุการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับนิสัยการขับ ขั้นตอนการดูแลรักษา และปัจจัยสภาพแวดล้อมในพื้นที่ รถรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี Skyactiv ที่ให้ประสิทธิภาพความทนทานของเครื่องยนต์และเกียร์ในระดับดี รวมถึงการป้องกันสนิมตัวถังที่เหมาะกับสภาพอากาศชื้น แนะนำให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และตรวจสอบระบบเบรกอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ นอกจากนี้ในเขตอากาศร้อนควรระวังเรื่องความร้อนที่อาจทำให้แบตเตอรี่และชิ้นส่วนยางเสื่อมสภาพเร็วขึ้น แนะนำให้ตรวจสอบระบบระบายความร้อนและแอร์ทุก 6 เดือน สำหรับเจ้าของที่ต้องการใช้รถยาวนาน การเลือกอะไหล่แท้จากศูนย์และการปฏิบัติตามคู่มือการดูแลรักษาของผู้ผลิตจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้มากที่สุด เทคโนโลยี Skyactiv ของ Mazda ไม่เพียงช่วยประหยัดน้ำมัน แต่ยังเพิ่มความทนทานด้วยโครงสร้างตัวถังแข็งแรงพิเศษ ซึ่งเป็นจุดสำคัญสำหรับการใช้งานในเมืองที่การจราจรหนาแน่นหรือการขับบนถนนชนบทผสมกัน
Q
ปัญหาทั่วไปของ Mazda3 ปี 2022 มีอะไรบ้าง?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ในตลาดบ้านเรานั้นถือว่าทนทานพอสมควร แต่ก็มีปัญหาบางจุดที่ควรระวัง เช่น มีเจ้าของรถบางรายรายงานว่าหม้อแบตเตอรี่ 12V อาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติในสภาพอากาศร้อนชื้น แนะนำให้ตรวจสอบขั้วแบตเตอรี่เป็นประจำว่ามีการกัดกร่อนหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศแบบร้อนชื้น นอกจากนี้ระบบ idle stop ของเครื่องยนต์ Skyactiv-G อาจเพิ่มภาระให้แบตเตอรี่เมื่อต้องเจอกับการจราจรที่ติดขัดบ่อยๆ สามารถปิดชั่วคราวเพื่อยืดอายุการใช้งานได้ ส่วนระบบมัลติมีเดียอาจมีปัญหาการเชื่อมต่อ CarPlay ไม่เสถียรบ้าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการอัปเดตระบบให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดก็สามารถแก้ไขได้ แล้วยังมีเรื่องสีรถแบบ Soul Red ที่ถึงจะสวยงามแต่ค่าซ่อมแซมค่อนข้างสูง แนะนำให้ทำประกันสีรถจากศูนย์จะดีกว่า
ที่น่าสนใจคือเทคโนโลยี Skyactiv ของรถรุ่นนี้เหมาะมากสำหรับการขับบนเส้นทางขึ้นเขา เนื่องจากเครื่องยนต์อัตราส่วนกำลังอัดสูงช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีแม้ในพื้นที่ภูเขาอย่างเชียงใหม่ และระบบ GVC ยังช่วยเพิ่มความมั่นคงบนถนนลื่นๆ ขอแนะนำให้ใช้ยางที่แนะนำโดยโรงงานเดิมเมื่อขับรถในฤดูฝน การจัดแนวล้อสี่ล้อเป็นประจำสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาการบดเบี่ยงเบนได้
Q
มูลค่าขายต่อของ Mazda 3 ปี 2022 คือเท่าไร?
ในตลาดมือสองท้องถิ่น รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 มีอัตราการรักษามูลค่าค่อนข้างคงที่ โดยขึ้นอยู่กับสภาพรถ ระยะทาง และระดับอุปกรณ์ ส่วนใหญ่จะรักษามูลค่าได้ประมาณ 65%-75% ของราคารถใหม่ โดยเฉพาะรุ่นระดับกลางถึงสูงที่ติดตั้งเครื่องยนต์ Skyactiv-G 2.0L อย่างรุ่น Carbon Edition นั้นเป็นที่นิยมมากกว่า เพราะมีอุปกรณ์มาตรฐานเช่น ไฟ LED พวงมาลัยหนัง ทำให้เวลาขายต่อจะเสียมูลค่าน้อยกว่ารุ่นพื้นฐานประมาณ 5%-8% สีแดง Soul Red Crystal แม้จะต้องจ่ายเพิ่มตอนซื้อรถใหม่ แต่เวลาขายมือสองจะรักษามูลค่าได้มากกว่าสีอื่นประมาณ 3%-5% ปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษามูลค่าคือการมีประวัติการบริการจากตัวแทนจำหน่ายอย่างสม่ำเสมอ และการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยจากโรงงานเช่น ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจเวลาขายต่อได้มาก เมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน Mazda 3 ได้รับความนิยมในตลาดมือสองอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเทคโนโลยี Skyactiv ที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมันและขับเคลื่อนดี แนะนำว่าก่อนขายควรเปรียบเทียบราคาในแพลตฟอร์มขายมือสองชั้นนำ และเตรียมประวัติการซ่อมบำรุงให้ครบถ้วนเพื่อให้ได้ราคาดีที่สุด
Q
Mazda 3 รุ่นปี 2022 ควรใช้น้ำมันชนิดใด
สำหรับ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ทางผู้ผลิตแนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องเกรดความหนืด SAE 0W-20 ซึ่งเป็นน้ำมันเครื่องความหนืดต่ำที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเครื่องยนต์ขณะสตาร์ทเครื่องตอนเย็นและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดี เหมาะสมเป็นพิเศษกับการขับขี่ในสภาพอากาศร้อนที่มีการสตาร์ทเครื่องบ่อยครั้ง แต่หากรถของคุณมีระยะทางใช้งานเกิน 80,000 กิโลเมตรหรือพบปัญหาน้ำมันเครื่องลดลงเล็กน้อย อาจพิจารณาอัพเกรดไปใช้เกรด 5W-30 เพื่อเพิ่มการป้องกันเครื่องยนต์ในอุณหภูมิสูง
แนะนำให้เลือกน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ (ทั้งแบบเต็มสังเคราะห์และกึ่งสังเคราะห์) เนื่องจากทนทานต่อการเกิดออกซิเดชันในอุณหภูมิสูงได้ดีกว่าน้ำมันเครื่องแร่ ควรเลือกน้ำมันเครื่องคุณภาพสูงที่ได้การรับรองมาตรฐาน API SP หรือ ILSAC GF-6 ยี่ห้อที่หาซื้อได้ทั่วไปในประเทศไทยเช่น เชลล์ เฮลิกซ์ อัลตรา มอบบิล 1 หรืออิเดมิตสึ ZEPRO ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม
ระยะเวลาการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องควรอยู่ที่ทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 12 เดือน (แล้วแต่อย่างไหนมาถึงก่อน) แต่หากขับขี่ในสภาพรถติดนานหรือขับแบบอัดอาจลดระยะเหลือ 8,000 กิโลเมตร ควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องเป็นประจำและหากพบสัญญาณไฟเตือนสีเหลืองที่หน้าปัดควรรีบเติมน้ำมันเครื่องทันที
เมื่อทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ควรเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องแบบเดิมของผู้ผลิตไปพร้อมกันเพื่อประสิทธิภาพการกรองที่ดีที่สุด และไม่ควรผสมน้ำมันเครื่องต่างยี่ห้อกัน หากต้องการเปลี่ยนยี่ห้อควรล้างระบบน้ำมันเครื่องให้สะอาดก่อนเสมอ
Q
รถ Mazda 3 ปี 2022 มีความน่าเชื่อถือไหม?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 นี่เรื่องความน่าเชื่อถือถือว่าทำงานได้ดีเลยครับ เครื่องยนต์ Skyactiv-G และระบบเกียร์ Skyactiv-Drive ที่ผ่านการทดสอบจากตลาดมานั้นให้ความมั่นใจได้เรื่องความเสถียร แถมยังเจอปัญหาน้อยเวลาขับขี่ประจำวัน โดยเฉพาะการใช้งานในเมืองหรือเดินทางไกล โครงสร้างตัวรถใช้เหล็กความแข็งแรงสูง เรื่องความปลอดภัยถือว่าอยู่ในระดับดีเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในคลาสเดียวกัน แถมยังออกแบบมาให้ทนต่อสภาพอากาศและความชื้นในไทยได้เป็นอย่างดี ภายในห้องโดยสารทำออกมาได้ละเอียดและครบเครื่อง พร้อมระบบ i-Activsense ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเวลาขับขี่ แต่อย่างไรก็ตามค่าบำรุงรักษาของมาสด้าจะสูงกว่ารถญี่ปุ่นบางยี่ห้ออยู่หน่อย แต่ถ้าเข้าศูนย์บริการตามกำหนดก็ช่วยให้รถสภาพดีได้ในระยะยาว ส่วนเรื่องค่าซื้อขายต่อนั้น Mazda 3 ในตลาดบ้านเราค่อนข้างทรงตัว ถ้าเป็นรถอายุ 3 ปีจะอยู่ที่ประมาณ 60% ของราคาใหม่ สำหรับคนที่ชอบความสนุกในการขับและต้องการความน่าเชื่อถือด้วย รุ่นนี้นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แนะนำให้ลองทดลองขับดูก่อนตัดสินใจ เพราะระบบบังคับเลี้ยวที่แม่นยำของมันนี่แหละที่ทำให้การขับขี่สนุกมาก
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
รถกระบะ 4x4 แบบตอนเดียว ยี่ห้อไหนดี?
ในการเลือกรถพิคอัป 4x4 แบบแถวเดียว โตโยต้า นิสสัน และอิซซุซุคือแบรนด์ที่มีประสิทธิภาพโดดเด่นในตลาดท้องถิ่น ซีรีส์โตโยต้า Hilux มีรุ่น 4x4 แบบแถวเดียว ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T หรือ 2.8T และได้รับความนิยมจากความน่าเชื่อถือและศักยภาพในการปรับแต่งที่หลากหลาย ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานหลากหลายสถานการณ์ทั้งการขนส่งและการขับออฟโรด;รถนิสสัน Navara รุ่น 4x4 แบบแถวเดียว มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.3T กำลังสูงและกำลังต่ำ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยไอเสีย Euro 5 พร้อมระบบกรองอนุภาคไอเสีย (DPF) ภายในรถได้รับการอัปเกรด ราคาเริ่มต้นที่ 605,000 บาท โดยผสานความใช้งานได้จริงและประสบการณ์การขับขี่เข้าด้วยกัน;ส่วนอิซซุซุ D-MAX รุ่น 4x4 แบบแถวเดียว เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการปรับแต่งรถออฟโรด ระบบขับเคลื่อนมีความเสถียรและเหมาะกับสภาพถนนที่ท้าทาย แบรนด์เหล่านี้มีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมและมีอะไหล่ครบครันในท้องถิ่น สามารถตอบสนองความต้องการทั้งการใช้งานเชิงพาณิชย์และการขับออฟโรดของรถพิคอัป 4x4 แบบแถวเดียวได้
Q
รถกระบะประเภทไหนที่ดี?
เมื่อเลือกซื้อรถกระบะ สามารถพิจารณารุ่นยอดนิยมหลายรุ่นได้ตามความต้องการใช้งานจริง รถกระบะ Toyota Hilux เป็นตัวเลือกชั้นนำในตลาด มีให้เลือกหลายรุ่นย่อย: รุ่น Revo มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T และ 2.8T ประหยัดน้ำมันได้ดีขึ้น 8% และผ่านมาตรฐาน Euro 5; รุ่นไฟฟ้าเริ่มต้นที่ 1.49 ล้านบาท และวิ่งได้ไกลกว่า 300 กิโลเมตร ส่วน Hilux Champ นั้นราคาประหยัดกว่า ปรับแต่งได้หลากหลาย และเหมาะกับสถานการณ์ต่างๆ สำหรับ Isuzu D-MAX ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลที่ล้ำสมัย สมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่ยอดเยี่ยม และความสามารถในการบรรทุก จึงเป็นที่ชื่นชอบของผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์และผู้ชื่นชอบการขับขี่แบบออฟโรด แข่งขันอย่างดุเดือดกับรุ่นของ Toyota ในด้านยอดขาย ในกลุ่มรถกระบะพลังงานใหม่ RIDDARA RD6 ECON ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ เริ่มต้นที่ 739,000 บาท และมาพร้อมแพลตฟอร์มพลังงานอัจฉริยะ OmniPower Stack ที่ผสานรวมการชาร์จ การจัดเก็บพลังงาน และการจ่ายพลังงาน รถกระบะ BYD Shark6 แบบสองโหมดใช้ระบบไฮบริด ให้กำลังสูงสุด 321 กิโลวัตต์ แรงบิด 650 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาที และระยะทางวิ่งรวม 800 กิโลเมตร ส่วนรถกระบะ MG Extender มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร ไฟวิ่งกลางวัน LED ภายในตกแต่งด้วยหนัง และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่หลายอย่าง ราคาอยู่ระหว่าง 549,000 ถึง 759,000 บาท ถือว่าคุ้มค่ามาก รถยนต์รุ่นเหล่านี้ครอบคลุมทั้งตัวเลือกยานยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมและยานยนต์พลังงานใหม่ ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้งาน ประสิทธิภาพ หรือนวัตกรรม
Q
รถกระบะยี่ห้อไหนที่ดี?
ในตลาดไทย Toyota Hilux เป็นยี่ห้อรถกระบะที่มีความเป็นตัวแทนอย่างมาก รุ่นที่ 9 ได้รับการเปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ รุ่นดีเซลได้เข้าสู่ตลาดแล้ว ราคาขั้นต่ำ 774,000 บาท มีประสิทธิภาพการใช้น้ำมันดีขึ้น 8% และเป็นไปตามมาตรฐาน Euro 5 รุ่นไฟฟ้าจะเริ่มผลิตในปลายปี ราคาขั้นต่ำ 1,490,000 บาท วิ่งได้ระยะทางกว่า 300 กิโลเมตรต่อการชาร์จ นอกจากนี้ยังมีรุ่นพื้นฐาน Hilux Champ ที่เน้นความคุ้มค่าและพื้นที่สำหรับการปรับแต่ง DIY เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย
Isuzu D-MAX ก็เป็นอีกตัวเลือกยอดนิยม ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลที่แข็งแกร่งและสมรรถนะออฟโรดที่โดดเด่น ผลัดกันครองตำแหน่งผู้นำตลาดกับ Toyota โดยมีประสิทธิภาพโดดเด่นทั้งในการใช้งานเชิงพาณิชย์และการขับขี่ออฟโรด
สำหรับผู้สนใจรถพลังงานใหม่ MG Extender ราคา 549,000 ถึง 759,000 บาท ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตรและระบบช่วยขับขี่หลายระบบ Geely RIDDARA RD6 ECON รถกระบะไฟฟ้า ราคาเริ่มต้น 739,000 บาท มีฟังก์ชันชาร์จ เก็บพลังงาน และจ่ายไฟฟ้า ส่วน BYD Shark6P รถกระบะแบบทวิพลัง มีกำลังรวม 321 kW แรงบิด 650 Nm และวิ่งได้ไกลถึง 800 กิโลเมตร
วัฒนธรรมรถกระบะไทยเน้นประโยชน์ใช้สอยหลากหลาย ยี่ห้อต่างๆ มีตัวเลือกมากมายตามความต้องการ ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามงบประมาณ ความชอบระบบขับเคลื่อน (น้ำมัน/ไฟฟ้า/ไฮบริด) และลักษณะการใช้งาน (เชิงพาณิชย์/ครอบครัว/ออฟโรด)
Q
รถกระบะที่ถูกที่สุดในประเทศไทยคือรุ่นอะไร?
ปิคอัปที่ราคาถูกที่สุดในตลาดในปัจจุบันคือ โตโยต้า Hilux Champ ซึ่งราคาขายเริ่มต้นที่ 495,000 บาท
รุ่นนี้มีตัวเลือกระบบขับเคลื่อนหลายแบบ ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร ที่จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีดหรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานในสถานการณ์ต่างๆได้
ในด้านขนาด มีตัวเลือก 2 แบบ ได้แก่ ระยะฐานล้อสั้น (4,705 มม., 4,970 มม.) และระยะฐานล้อยาว (5,040 มม., 5,300 มม.) โดยการออกแบบเน้นการควบคุมต้นทุน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความประหยัดและประโยชน์ใช้สอย
นอกจากนี้ รุ่นนี้ยังรองรับการปรับแต่งตามความต้องการ ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนการตั้งค่าตามวัตถุประสงค์ใช้งาน เช่น การขนส่งเชิงพาณิชย์ การตั้งแคมป์ หรือการขายของตามแผงลอย เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย
ราคาปิคอัปของแบรนด์อื่นค่อนข้างสูงกว่า เช่น อีซูซุ D-MAX รุ่นพาณิชย์แถวเดียว ราคาเริ่มต้น 562,000 บาท นิสสัน นวารา รุ่นพาณิชย์แถวเดียวราคาต่ำสุด เริ่มต้นที่ 595,000 บาท และฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XL แถวเดียวราคาต่ำสุด เริ่มต้นที่ 707,000 บาท
Q
รถกระบะ 4 ประตู 4x4 ยี่ห้อไหนดีในปี 2025?
รถพิคอัพรุ่นสี่ประตูสี่ล้อขับเคลื่อนที่ประสิทธิภาพโดดเด่นในตลาดไทยปี 2025 ได้แก่ นิสสัน นวาเระ (Nissan Navara)、เอ็มจี เอ็กสเตนเดอร์ (MG Extender)、อิซูซุ ดี-แม็กซ์ (Isuzu D-MAX) และโตโยต้า ฮิลัคซ์ (Toyota Hilux)
นิสสัน นวาเระ ในฐานะรถยนต์หลัก ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.3 ลิตรเทอร์โบชาร์จที่สอดคล้องกับมาตรฐาน Euro 5 พร้อมให้เลือกกำลังขับสองระดับและเกียร์อัตโนมัติ มาพร้อมระบบกรองไอเสีย DPF และห้องโดยสารที่ได้รับการอัปเกรด ราคาอยู่ระหว่าง 605,000 ถึง 1,175,000 บาท ซึ่งตอบสนองความต้องการทั้งการใช้งานเชิงพาณิชย์และครอบครัว
เอ็มจี เอ็กสเตนเดอร์ มีจุดเด่นด้านความคุ้มค่า โดยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จให้กำลัง 162 แรงม้าและแรงบิด 375 นิวตัน-เมตร คู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือเกียร์อัตโนมัติ รุ่นระดับสูงประกอบด้วยไฟกลางวัน LED เก้าอี้หุ้มหนัง และระบบช่วยขับขี่ เช่น เตือนการออกนอกเลนและควบคุมความเร็วขณะลงเขา ราคา 549,000 ถึง 759,000 บาท
อิซูซุ ดี-แม็กซ์ ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลที่สั่งสมมาทำให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ ส่วนโตโยต้า ฮิลัคซ์ มียอดขายสูงสุดมาอย่างต่อเนื่องด้วยประสิทธิภาพที่มั่นคง
รถทุกรุ่นสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคไทยที่เน้นประโยชน์ใช้สอยและความหลากหลายของรถกระบะ ผู้ซื้อสามารถเลือกได้ตามงบประมาณและวัตถุประสงค์การใช้งาน: หากเน้นสมรรถนะและอุปกรณ์ครบครันแนะนำนิสสัน นวาเระ หากต้องการความคุ้มค่าพิจารณาเอ็มจี เอ็กสเตนเดอร์ และหากต้องการเทคโนโลยีที่ผ่านการทดสอบและชื่อเสียงในตลาดแนะนำอิซูซุ ดี-แม็กซ์หรือโตโยต้า ฮิลัคซ์
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Mazda 3 ดูดี แต่ไม่ตอบโจทย์? เผยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดขายไม่ดี
ธนวัฒน์Sep 10, 2024

Mazda 3 Hatchback ราคาเริ่มต้นที่ 166,059 ริงกิต จะเลือกทั้งสองรุ่นนี้อย่างไรดีนะ?"
AshleyJul 15, 2024

Mazda 3 มีราคาตั้งแต่ THB 979,000 เป็นรถเก๋งซี-เซกเมนต์สง่างามที่สุดไหม?
LienJun 12, 2024

Mazda2 และ CX-3 จะหยุดการผลิตในปี 2026 รถยนต์ขนาดเล็กของ Mazda กำลังจะสูญหายไป
LienJan 20, 2026

ตารางผ่อน Mazda CX-30 ชำระครั้งแรกได้รับดอกเบี้ยต่ำ 25%
AshleyNov 18, 2025
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย