Q
Rolls-Royce Phantom หาได้ยากหรือไม่
การหารถยนต์ Rolls-Royce Phantom สักคันอาจเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากรถหรูอย่าง Phantom ไม่ได้พบเห็นบ่อยเหมือนรถยนต์ทั่วไปในตลาด ที่นี่มีรุ่น Phantom ให้เลือกสองรุ่นโดยราคาเริ่มต้นที่ 53.5 ล้านบาท ด้วยราคาที่สูงมาก จึงทำให้ยอดขายจำกัด รถหรูจึงไม่แพร่หลายในตลาด เพราะคนส่วนใหญ่จะเลือกซื้อรถที่มีราคาสมเหตุสมผลและใช้งานได้จริงมากกว่า นอกจากนี้ ความพิเศษของ Phantom ยังหมายความว่าไม่ได้ผลิตจำนวนมาก จึงมักเห็นได้เฉพาะในโรงแรมหรู งานอีเวนต์ระดับสูง หรือย่านที่อยู่อาศัยของคนรวย แต่เมื่อเทียบกับรถทั่วไปแล้ว การพบเห็น Rolls-Royce Phantom บนถนนถือว่ายากกว่ามาก
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
รถ Rolls-Royce Phantom จะใช้งานได้นานแค่ไหน?
Rolls-Royce Phantom ถือเป็นรถยนต์หรูระดับท็อปที่แม้ในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยก็ยังคงแสดงประสิทธิภาพได้อย่างยอดเยี่ยม ถ้าดูแลรักษาอย่างมืออาชีพตามกำหนด รถมักจะวิ่งได้เกิน 300,000 กิโลเมตรหรือมากกว่านั้น สิ่งสำคัญคือต้องทำตามช่วงเวลาบำรุงรักษาที่ผู้ผลิตแนะนำอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ทั้งร้อนและชื้นแบบประเทศไทย ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการตรวจสอบระบบแอร์ อิเล็กทรอนิกส์ และการป้องกันสนิมของตัวรถ ในเมืองใหญ่ๆอย่างกรุงเทพฯ มีศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตจาก Rolls-Royce โดยตรง ซึ่งสามารถให้บริการบำรุงรักษาที่ได้มาตรฐานของโรงงาน แนะนำให้ทำการบำรุงรักษาอย่างเต็มรูปแบบทุก 12 เดือนหรือทุก 10,000 กิโลเมตร ข้อควรระวังคือรถหรูนำเข้าในประเทศไทยต้องใส่ใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง แนะนำให้ใช้เบนซิน 98 เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้ดีที่สุด แม้ว่าค่าซ่อมแซมฟานทอมจะค่อนข้างสูง แต่ด้วยฝีมือการผลิตชั้นเยี่ยมและวัสดุคุณภาพสูงทำให้ความทนทานเหนือกว่ารถทั่วไปมาก ในเมืองไทยมักจะเห็น Phantom อายุเกิน 15 ปีที่ยังคงสภาพสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ถึงคุณภาพที่ยอดเยี่ยม สำหรับเจ้าของรถในประเทศไทย การเลือกซื้ออะไหล่แท้จากช่องทางทางการและหลีกเลี่ยงอะไหล่เทียมคือกุญแจสำคัญที่จะยืดอายุรถคู่ใจให้ยาวนานขึ้น
Q
รถยนต์ Rolls-Royce Phantom มีความเร็วเท่าไหร่?
Rolls-Royce Phantom ถือเป็นสุดยอดรถยนต์หรูระดับตำนาน ที่มาพร้อมสมรรถนะอันน่าประทับใจ ด้วยเครื่องยนต์ V12 6.75 ลิตร เทอร์โบชาร์จคู่ ให้กำลังสูงสุดถึง 571 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 900 นิวตัน-เมตร เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.3 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม. (จำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์) ซึ่งถือเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมที่น่าทึ่งสำหรับรถหรูที่มีน้ำหนักกว่า 2.7 ตัน ไม่ว่าจะบนทางด่วนกรุงเทพฯ หรือถนนเลียบชายทะเลที่ชลบุรี Phantom ก็พร้อมมอบพลังขับเคลื่อนอันราบรื่นเสมอ
สิ่งที่ควรสังเกตคือสภาพอากาศร้อนของไทยที่ท้าทายระบบระบายความร้อนของรถประสิทธิภาพสูง แต่ระบบระบายความร้อนอัจฉริยะของ Phantom สามารถรักษาอุณหภูมิเครื่องยนต์ให้อยู่ในระดับเหมาะสมตลอดเวลา นอกจากนี้ระบบช่วงล่าง "แมจิค คาร์เพท" ยังเหมาะเป็นพิเศษกับถนนบางสายในไทยที่ขรุขระ ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แม้การจราจรติดขัดในเมืองไทยจะจำกัดโอกาสในการใช้ความเร็วสูง แต่จุดขายที่แท้จริงของ Phantom อยู่ที่ความเงียบสงบภายในห้องโดยสาร ห้องโดยสารประดิษฐ์มือหรูหรา และประสบการณ์การขับขี่แบบ "ฟลายติ้ง สเปอร์" ที่ไม่เหมือนใคร ล้วนทำให้มันเป็นรถยนต์ในฝันของชนชั้นสูงไทย
Q
Rolls-Royce Phantoms สามารถผลิตได้กี่คันต่อปี?
รถยนต์หรูหราระดับสูงอย่าง Rolls-Royce Phantom ถือเป็นรถที่การผลิตต่อปีถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ตามกลยุทธ์ของแบรนด์ที่ยึดถือมาโดยตลอด โดยปกติแล้วทั่วโลกจะผลิตเพียงไม่กี่ร้อยคันต่อปีเท่านั้น ตัวเลขที่แน่นอนจะปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการของตลาดและระยะเวลาการผลิตแบบสั่งทำมือเฉพาะตัว สำหรับตลาดไทย ด้วยเหตุที่ภาษีนำเข้ารถหรูค่อนข้างสูงและกลุ่มลูกค้าเป็นคนกลุ่มเล็ก จึงมีการนำเข้า Phantom ผ่านช่องทางทางการประมาณ 10-20 คันต่อปี ส่วนใหญ่จะให้บริการลูกค้าระดับไฮเอนด์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ข้อที่น่าสนใจคือ Phantom ทุกคันผลิตด้วยมือทั้งหมด ใช้เวลากว่า 800 ชั่วโมงต่อคัน โดยลูกค้าสามารถปรับแต่งตามความต้องการได้อย่างเต็มได้ที่บูติก Rolls-Royce ในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นผ้าซิ่นไหมไทยตกแต่งภายใน หรือแม้แต่ตราสัญลักษณ์พระราชวงศ์แบบเฉพาะตัว เทียบกับรุ่นมาตรฐานแล้ว ลูกค้าชาวไทยมักนิยมรุ่นเวอร์ชั่นยาว (long wheelbase) เพื่อตอบโจทย์การใช้งานด้านธุรกิจ นอกจากนี้ แบรนด์ยังมีบริการปรับตั้งเฉพาะสำหรับสภาพอากาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้รถแสดงประสิทธิภาพได้ดีแม้อยู่ในสภาพอากาศแบบร้อนชื้น แม้ว่าตลาดรถหรูในไทยจะเติบโตขึ้นทุกปี ทำให้เห็นรถเรือธงอย่าง Phantom บนท้องถนนบ่อยขึ้น แต่ Rolls-Royce ยังคงยึดมั่นในแนวคิด "ผลิตน้อยแต่ต้องดีที่สุด" อย่างเคร่งครัด
Q
รถ Rolls-Royce Phantom สังกัดแบรนด์ใด
ปัจจุบันรถยนต์หรูหราระดับตำนานอย่าง Rolls-Royce Phantom นั้นอยู่ภายใต้การถือหุ้นเต็มรูปแบบโดยกลุ่มบริษัท BMW หลังจากที่ BMW เข้าซื้อกิจการแบรนด์ Rolls-Royce เสร็จสิ้นในปี 2003 รถยนต์สุดพิเศษคันนี้ก็กลายเป็นเรือธงของผู้ผลิตรถยนต์หรูจากเยอรมนี ที่น่าสนใจคือแม้ Rolls-Royce จะเป็นแบรนด์หรูคลาสสิกของอังกฤษ แต่เทคโนโลยีหลักอย่างเครื่องยนต์ได้ผสานความสุดยอดของฝีมือจาก BMW แล้ว ในตลาดไทย Phantom เป็นที่นิยมในหมู่ราชวงศ์และเศรษฐีระดับสูง เราอาจเห็นดีไซน์ประตูเปิดแบบสวนทางและตุ๊กตาสัญลักษณ์สปิริตออฟเอ็กซ์แตลันซ์บนถนนกรุงเทพฯ บ้างเป็นครั้งคราว รถระดับซุปเปอร์ลักซ์ชัวรีแบบนี้เมื่อนำเข้าไทยจะต้องเสียภาษีรวมสูงถึง 328% ทำให้ราคาจริงอาจเกิน 500 ล้านบาท ส่งผลให้การเป็นเจ้าของ Phantom กลายเป็นสัญลักษณ์สถานะสำคัญของสังคมชั้นสูงไทย สำหรับผู้บริโภคไทยนอกจาก Phantom แล้ว ยังมีคู่แข่งที่น่าสนใจในตลาดซุปเปอร์ลักซ์ชัวรีอย่าง Bentley Muchamp และ Mercedes-Maybach S-Class ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีเสน่ห์ของแบรนด์และจุดเด่นทางเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
Q
เจ้าของของ Rolls-Royce เป็น BMW หรือไม่?
Rolls-Royce คือแบรนด์รถหรูภายใต้กลุ่ม BMW ตั้งแต่ปี 1998 ที่ BMW เข้าซื้อกิจการและดูแลการผลิตและการตลาดทั่วโลก สำหรับตลาดไทย Rolls-Royce ถูกนำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการโดย BMW ประเทศไทย เช่น โชว์รูมในกรุงเทพฯ ที่มีรถทุกรุ่นทั้ง Phantom Ghost ฯลฯ แม้จะเป็นส่วนหนึ่งของ BMW แต่ Rolls-Royce ยังคงความเป็นแบรนด์อิสระ ด้วยการผลิตแบบแฮนด์เมดที่โรงงานกู๊ดวูดในอังกฤษ ใช้เทคโนโลยีเฉพาะตัวเช่นโครงสร้างอลูมิเนียมของ Rolls-Royce เอง ไม่เหมือนกับแพลตฟอร์มของ BMW สำหรับคนไทย Rolls-Royce คือสัญลักษณ์ความหรูหราสุดยอด มักเห็นได้ตามโรงแรมระดับห้าดาวและย่านธุรกิจในกรุงเทพฯ การดูแลจาก BMW ช่วยให้ Rolls-Royce มีการลงทุนด้านเทคโนโลยีและบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง ทำให้รักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดรถหรูระดับสูงได้อย่างมั่นคง
Q
ราคาของรถ Rolls-Royce Phantom อยู่ที่เท่าไหร่?
Rolls-Royce Phantom คือตัวแทนของรถหรูระดับไฮเอนด์โดยแท้ สำหรับรุ่นปี 2020 ในไทยนั้น ตัวถังมาตรฐานความยาวฐานล้อ 6.7 เมตร ราคาอยู่ที่ 53.5 ล้านบาท ส่วนรุ่นพิเศษที่ยาวกว่าก็มาในราคา 59.5 ล้านบาท ทั้งสองรุ่นมาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.7 ลิตร คู่กับเกียร์ออโต้สมรรถนะสูง ที่ให้ทั้งความแรงและความนุ่มนวลในการขับขี่ เหมาะสมทั้งการใช้งานในเมืองหรือท่องเที่ยวทางไกลในไทย Phantom โดดเด่นด้วยห้องโดยสารกว้างขวางจุผู้โดยสารได้ 5 คน พร้อมถังน้ำมันความจุสูงและระบบความปลอดภัยครบครัน ภายในตกแต่งด้วยวัสดุหายากที่ผ่านการทำมืออย่างประณีต สร้างประสบการณ์การเดินทางสุดพิเศษไม่ว่าจะเป็นทริปธุรกิจในกรุงเทพฯ หรือพักผ่อนที่ภูเก็ต
สิ่งที่ควรกล่าวถึงเป็นพิเศษคือระบบปรับอากาศอัจฉริยะและเทคโนโลยีกันเสียงที่ออกแบบมาเพื่อสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ทำให้ภายในรถเย็นสบายและเงียบสงบตลอดการเดินทาง นอกจากนี้ตัวแทนจำหน่ายในไทยยังมีบริการแบบกำหนดเองพิเศษให้เลือกสีนอก-ในและวัสดุตกแต่งตามความชอบส่วนตัว ทำให้ Phantom เป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าระดับสูงของไทย เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของสถานะและรสนิยมอันเลอค่า
Q
รถ Rolls-Royce Phantom เป็นรถที่หายากไหม?
Rolls-Royce Phantom เป็นรถหรูระดับตำนานที่หายากมาก ยอดผลิตทั้งโลกต่อปีมีเพียงไม่กี่ร้อยคัน ตลาดอย่างไทยยิ่งพบเห็นได้ยาก ส่วนใหญ่เป็นเพราะราคาสูงและรูปแบบการผลิตที่กำหนดเอง จึงทำให้เป็นรถคันโปรดของเศรษฐีระดับท็อปเท่านั้น ในไทย เจ้าของ Phantom มักเป็นนักธุรกิจชื่อดังหรือสมาชิกราชวงศ์ อาจจะพอมีโอกาสเห็นตัวเป็นๆ แถวโรงแรมหรูหรือย่านธุรกิจในกรุงเทพฯ รุ่นนี้ขึ้นชื่อเรื่องงานคราฟต์แฮนด์เมดระดับมาสเตอร์พีซ ความเงียบสงบในห้องโดยสารที่เหมือนตัดเสียงจากโลกภายนอก และระบบช่วงล่าง "เมจิกคาร์เปทรายด์" ที่เลื่องชื่อ ภายในตกแต่งด้วยหนังแท้และไม้แกะสลักเกรดพรีเมียม แถมยังสามารถปรับแต่งตามความชอบส่วนตัวได้อีกด้วย ที่น่าสนใจคือ แม้ Phantom จะหายากในไทย แต่รุ่นอื่นๆ อย่าง Ghost หรือ Cullinan จะเห็นบ่อยกว่า เพราะเหมาะกับสภาพถนนในเมืองไทยมากกว่า สำหรับคอรถไทยที่สนใจรถหรูระดับนี้ นอกจาก Rolls-Royce แล้ว อาจจะมองหารถแบรนด์อื่นอย่าง Bentley หรือ Maybach ก็ได้ เพราะในไทยก็มีฐานคนใช้พอสมควร แต่ละรุ่นแต่ละแบรนด์ก็มีเอกลักษณ์และเทคโนโลยีเฉพาะตัวที่น่าสนใจแตกต่างกันไป
Q
Phantom เป็นแบรนด์หรูหรือไม่?
Phantom ไม่ใช่แบรนด์รถหรูที่แยกออกมาต่างหาก แต่คือซีรี่ย์รถสุดหรูภายใต้แบรนด์ Rolls-Royce ที่ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวแทนของรถหรูระดับสูงสุดในตลาดไทย Rolls-Royce Phantom เป็นที่รู้จักจากงานฝีมือระดับมาสเตอร์พีซ การออกแบบประตูเปิดแบบสวนทางที่กลายเป็นสัญลักษณ์ และบริการปรับแต่งเองที่ครบวงจร มักเป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์และสมาชิกราชวงศ์ของไทย บางครั้งก็สามารถพบเห็นบนท้องถนนกรุงเทพฯ ได้บ้าง สิ่งที่น่าสนใจคือตลาดรถหรูในไทยนั้นถูกครองโดยแบรนด์เยอรมันเป็นหลัก อย่างเช่น Mercedes-Benz S-Class หรือ BMW 7 Series ที่พบเห็นได้บ่อยกว่า แต่ Phantom ก็ยังคงครองส่วนแบ่งในตลาดสุดหรูด้วยความหายากและมูลค่าของแบรนด์ เวลาชาวไทยเลือกซื้อรถหรูนอกจากจะดูที่ประวัติศาสตร์ของแบรนด์แล้ว ยังคำนึงถึงเครือข่ายบริการหลังการขายและมูลค่าซากด้วย ซึ่งก็คล้ายกับตลาดอื่นๆ ในสภาพอากาศร้อนของไทย รถระดับนี้มักจะติดตั้งระบบแอร์ประสิทธิภาพสูงและกระจกกันความร้อนเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในท้องถิ่น
Q
"รถ Phantom และ Bentley เป็นรุ่นที่จากแบรนด์ต่างกันไหม"
ใช่แล้ว รถ Rolls-Royce Phantom กับ Bentley เป็นรุ่นรถหรูจากสองแบรนด์ที่แตกต่างกัน โดย Phantom เป็นรถของแบรนด์ Rolls-Royce ส่วน Bentley ก็มีรุ่นเรือธงของตัวเองเช่น Mulsanne และ Flying Spur แม้ว่า Rolls-Royce และ Bentley จะมีต้นกำเนิดจากอังกฤษและต่างก็โดดเด่นในเรื่องความหรูหราระดับสูงและงานฝีมือชั้นเลิศ แต่ทั้งสองแบรนด์เป็นอิสระจากกัน ปัจจุบันอยู่ภายใต้กลุ่ม BMW และ Volkswagen Group ตามลำดับ ในตลาดไทย แบรนด์ทั้งสองได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ซื้อรถหรูในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ มักจะเห็นรถ Rolls-Royce Phantom และ Bentley Flying Spur ถูกใช้งานเป็นรถระดับไฮเอนด์สำหรับธุรกิจหรือรถต้อนรับแขกประจำ
รถ Rolls-Royce Phantom โดดเด่นด้วยกริลล์ทรงแพนธีนอนที่เป็นเอกลักษณ์และการขับขี่ที่เน้นความนุ่มนวลราวกับพรมวิเศษ ส่วน Bentley จะเน้นไปที่การผสมผสานระหว่างสปอร์ตกับความหรูหรา อย่างรุ่น Continental GT ที่ทั้งแรงและยังคงความสบายไว้ได้อย่างลงตัว ตลาดรถหรูระดับสูงในไทยมีความต้องการรถซุปเปอร์ลักซ์ชัวรีแบรนด์เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ แถมดีลเลอร์หลายเจ้ายังมีบริการปรับแต่งพิเศษเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มคนระดับสูงที่ต้องการความพิเศษและประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย
Q
2025 Phantom ราคาเท่าไหร่?
ปัจจุบันราคาอย่างเป็นทางการของ Rolls-Royce Phantom รุ่นปี 2025 ในประเทศไทยยังไม่มีการประกาศ อย่างไรก็ตามหากอ้างอิงราคาปัจจุบันของ Phantom ในตลาดไทยซึ่งเริ่มต้นที่ประมาณ 45 ล้านบาท พร้อมกับธรรมเนียมการอัปเดตรุ่นของรถหรู คาดว่ารุ่นปี 2025 จะมีราคาอยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียง โดยอาจมีความผันผวนจากปัจจัยต่างๆ เช่น ออปชั่นเสริมที่เลือก ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และอากรขาเข้าของไทย (ประมาณ 80%-200%) ประเทศไทยถือเป็นตลาดรถหรูสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับรถซุปเปอร์ลักชัวรี่ระดับแฟนท่อมส่วนใหญ่นำเข้าแบบเต็มรูปแบบ และเมื่อซื้อยังต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตเพิ่มอีก 7% พร้อม VAT 10% แนะนำให้ผู้สนใจติดต่อตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ หรือพัทยาเพื่อขอใบเสนอราคาแบบเฉพาะตัว สิ่งที่น่าสนใจคือความต้องการรถระดับ Phantom ในกลุ่มผู้บริโภคไฮเอนด์ของไทยยังคงทรงตัว โดยจุดขายสำคัญอย่างห้องโดยสารที่ตกแต่งด้วยมือและเครื่องยนต์ 6.75 ลิตร V12 ยังเป็นที่ดึงดูดใจในตลาดท้องถิ่น นอกจากนี้นโยบายลดภาษีสำหรับรถไฮบริด/ไฟฟ้าของรัฐบาลไทยอาจส่งผลต่อการเลือกใช้เทคโนโลยีของรถซุปเปอร์ลักชัวรี่ในอนาคตด้วย
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
2023 CR-V ใหญ่กว่าขนาดเท่าไหร่?
CR-V รุ่นปี 2023 มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยมีความยาวเพิ่มขึ้นประมาณ 82 มม. และฐานล้อขยายขึ้นประมาณ 40 มม. ส่งผลให้ภายในห้องโดยสารกว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะด้านหลัง ทำให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้นสำหรับครอบครัว ในตลาดท้องถิ่น การเปลี่ยนแปลงขนาดนี้ตอบโจทย์ความต้องการพื้นที่ใช้สอยของรถ SUV ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยและมีผู้โดยสารหลายคน หรือบรรทุกสัมภาระจำนวนมาก นอกจากขนาดที่ใหญ่ขึ้นแล้ว CR-V รุ่นปี 2023 ยังได้รับการอัพเกรดวัสดุภายในและคุณสมบัติทางเทคโนโลยี เช่น หน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาดใหญ่ขึ้นที่รองรับฟังก์ชั่นเฉพาะจุดได้มากขึ้น และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ยังคงมีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งแบบเบนซินและไฮบริด ระบบไฮบริดช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมากในสภาพการจราจรติดขัดในเมือง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ใช้งานได้จริงมากสำหรับผู้ขับขี่ในเมืองที่มักเจอปัญหารถติด ที่สำคัญคือ แม้จะมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่การออกแบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความคล่องตัวในการควบคุมรถอย่างมีนัยสำคัญ รัศมีวงเลี้ยวอยู่ในช่วงที่เหมาะสม ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในถนนแคบๆ หรือลานจอดรถ
Q
ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันของ Honda CR-V 2023 เป็นอย่างไร?
รถฮอนด้า CR-V รุ่นปี 2023 นี่ประหยัดน้ำมันสุดๆ แบบเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบคู่กับเกียร์ CVT นี่ในเมืองจะกินน้ำมันประมาณ 7.8 ลิตรต่อ 100 กิโล ส่วนขับทางไกลจะลดลงเหลือ 6.5 ลิตรต่อ 100 กิโล ถ้าเฉลี่ยรวมๆก็อยู่ที่ 7.0 ลิตรต่อ 100 กิโล แต่ตัวเลขอาจจะแตกต่างกันนิดหน่อยขึ้นอยู่กับการขับและสภาพถนนนะ รถคันนี้ใช้เทคโนโลยี Earth Dreams ของฮอนด้าที่ช่วยให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดการปล่อยมลพิษ เหมาะมากทั้งขับในเมืองและเดินทางไกล โดยเฉพาะในไทยที่รถติดบ่อย แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีโหมด Eco จะช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกหน่อย ถ้าอยากประหยัดกว่านี้ก็มีรุ่นไฮบริดที่น้ำมันเฉลี่ยต่ำถึง 4.7 ลิตรต่อ 100 กิโล ใช้ไปนานๆช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ชัดเจนเลย อย่าลืมว่าการดูแลรักษาและลมยางที่เหมาะสมก็สำคัญมากๆสำหรับการประหยัดน้ำมัน ส่วนอากาศร้อนๆแบบไทยๆ แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องเกรดบางจะช่วยให้เครื่องทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในระดับเดียวกัน CR-V นี่ถือว่าประหยัดน้ำมันเป็นอันดับต้นๆ ทั้งแรงและประหยัด เลือกเป็นรถครอบครัวได้สบายใจ
Q
ในปี 2023 มีจำนวน Honda CR-V ขายไปทั้งหมดกี่คัน?
รถฮอนด้า CR-V ปี 2023 ทำผลงานได้ดีในตลาดโลก แม้ว่าตัวเลขยอดขายที่แน่นอนต้องอ้างอิงจากรายงานประจำปีของฮอนด้าเท่านั้น แต่รุ่นนี้ก็ยังคงเป็นที่นิยมในหมู่ครอบครัวด้วยความน่าเชื่อถือและประโยชน์ใช้สอยครบครัน CR-V ในฐานะรถ SUV เมืองที่ถือเป็นมาตรฐาน มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 2 แบบ คือ 1.5T เทอร์โบชาร์จและ 2.0L ไฮบริด ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องประหยัดน้ำมันและการขับขี่ลื่นไหล โดยเฉพาะในสภาพการขับขี่ในเมืองและการเดินทางไกล สำหรับตลาดในไทย CR-V โดดเด่นด้วยพื้นที่เบาะหลังกว้างขวางและการออกแบบช่องเก็บของที่ใช้งานได้หลากหลาย ทำให้เป็นตัวเลือกยอดฮิตสำหรับครอบครัวใหญ่ นอกจากนี้ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ Honda SENSING ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย ที่น่าสนใจคือรุ่นปี 2023 ได้รับการปรับปรุงเรื่องการกันเสียงและอัพเกรดขนาดหน้าจอกลางถังรถ ทำให้การขับขี่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ถ้าพูดถึงเรื่องมูลค่าขายต่อ CR-V มักจะอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งก็เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ผู้บริโภคหลายคนเลือกมัน
Q
“Swift 2021 ได้รับรีวิวดีๆ ไหม?”
สวิฟท์รุ่นปี 2021 ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดีทั้งจากผู้ใช้และนักวิจารณ์มืออาชีพ รถคันเล็กคันนี้โดดเด่นในเรื่องความประหยัด ความคล่องตัว และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ ระบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรแบบธรรมชาติคู่กับเกียร์ CVT เหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นพิเศษ โดยกินน้ำมันเฉลี่ยประมาณ 18-20 กม./ลิตร ค่าบำรุงรักษาก็ไม่สูงจนเกินไป เหมาะกับการใช้งานประจำวัน ขนาดตัวรถกะทัดรัด จอดในซอยแคบๆ ได้สะดวก ภายในห้องโดยสารออกแบบเรียบง่ายแต่ใช้วัสดุพลาสติกแข็งเป็นหลัก ด้านเทคโนโลยีมีหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วและระบบความปลอดภัยพื้นฐาน แต่มีจุดอ่อนเรื่องเสียงรบกวนเมื่อขับความเร็วสูง และอาจจะคับเกินไปสำหรับครอบครัวใหญ่ คู่แข่งหลักในตลาดได้แก่ ฮอนด้า บริโอ และโตโยต้า ยาริส แอทีวี ซึ่งแต่ละรุ่นมีจุดเด่นแตกต่างกัน แนะนำให้ผู้สนใจลองขับเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ ส่วนในตลาดรถมือสอง สวิฟท์ยังครองอัตราการครองรถอยู่ในระดับปานกลาง แต่ควรตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์และเกียร์ให้ดีก่อนซื้อ จริงอยู่ที่รถขนาดเล็กแบบนี้ใช้งานสะดวกในพื้นที่ติดขัด แต่ถ้าต้องเดินทางไกลบ่อยๆ อาจต้องมองหารถขนาดใหญ่ขึ้นจะเหมาะสมกว่า
Q
“Swift เป็นรถที่ดีสำหรับการซื้อหรือไม่?”
ซูซูกิ สวิฟท์ เป็นรถขนาดเล็กที่เหมาะกับการขับขี่ในเมืองมาก ตัวรถกะทัดรัดและคล่องตัว ทำให้ขับผ่านถนนที่ติดขัดได้สะดวก เครื่องยนต์ 1.2L และ 1.0T ประหยัดน้ำมันได้ดี เหมาะกับคนที่ต้องการลดต้นทุน ส่วนภายในออกแบบเรียบง่ายและใช้งานได้ดี แม้ว่าจะใช้วัสดุพลาสติกแข็งเป็นหลักแต่ก็ทำออกมาได้แน่นหนา ในด้านความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัยคู่และระบบ ABS เป็นมาตรฐาน ส่วนรุ่นท็อปยังมีฟังก์ชันความปลอดภัยเพิ่มเติม ในตลาดรถมือสองยังรักษามูลค่าได้อยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน ค่าซ่อมบำรุงไม่แพง และมีอะไหล่ให้เลือกมากมาย รถคันนี้เหมาะกับวัยทำงานหรือครอบครัวขนาดเล็กเป็นพิเศษ คู่แข่งในระดับเดียวกันก็อย่างเช่น ฮอนด้า บริโอ และ โตโยต้า ยาริส แนะนำว่าก่อนซื้อควรลองขับเปรียบเทียบและเลือกรุ่นที่เหมาะกับความต้องการ ส่วนโปรโมชั่นจากตัวแทนจำหน่ายก็มีบ่อยๆ ควรติดตามข้อมูลราคาให้ดีก่อนตัดสินใจ
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

รุ่นรถหรูหราที่สุด: Rolls Royce Phantom Tempus เปิดตัวในมหกรรมยานยนต์กรุงเทพฯ
AshleyMar 21, 2024

Rolls-Royce Black Badge Spectre รถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน เปิดตัวพร้อมราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 41.5 ล้านบ
ธนวัฒน์Jun 13, 2025

Rolls Royce Spectre Black Badge รุ่นทางการเผยภาพแล้ว มีกำลังสูงสุด 659 แรงม้า
วิรุฬห์Feb 19, 2025

วันที่ 30 มิ.ย. ”เลิฟ ไพรด์ พาเหรด 2024” ในกรุงเทพ นายกฯเปิดงาน! ขบวนรถหรูได้รับความสนใจ!
AshleyJul 1, 2024


ข้อดี
ข้อเสีย