Q

Yaris Cross ดีไหม

รถโตโยต้า Yาริส Cross ในตลาดไทยถือเป็น SUV ขนาดกะทัดรัดที่น่าสนใจมากๆ เพราะมันตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ในเมืองที่ต้องเจอรถติด และการใช้งานแบบ SUV ที่อเนกประสงค์ เหมาะกับสภาพถนนในกรุงเทพฯที่รถเยอะแยะ บวกกับโอกาสออกทริปต่างจังหวัดบ้างบางครั้ง รุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แบบธรรมชาติหรือระบบไฮบริด ที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีมาก ช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนไทยได้จริงๆ ภายในรถออกแบบพื้นที่ใช้งานได้อย่างชาญฉลาด ตู้ข้างหลังใส่ของได้เยอะพอสำหรับครอบครัว แถมยังติดตั้งระบบ Toyota Safety Sense ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นเซฟตี้เพียบ ทั้งแจ้งเตือนก่อนชนและช่วยควบคุมเลน ช่วยให้อุ่นใจเวลาเจอสภาพการจราจรแบบไทยๆ อีกทั้งระยะช่วงล่างที่สูงก็ทำให้ขับผ่านบางพื้นที่ที่ถนนไม่ค่อยดีได้สบายๆ เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆในระดับเดียวกันในตลาดไทย ต้องยอมรับว่า Yาริส Cross ได้เปรียบเรื่องความน่าเชื่อถือของแบรนด์และเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุม ทำให้เรื่องซ่อมบำรุงสะดวกมาก ถ้าคุณกำลังมองหารถประหยัดน้ำมัน ขับในเมืองสบายๆแต่ก็ไปเที่ยวต่างจังหวัดได้บ้าง Yาริส Cross นี่แหละคือตัวเลือกที่ดี แนะนำให้ไปทดลองขับที่โชว์รูมใกล้บ้านดูนะ จะได้รู้สึกถึงสมรรถนะจริงๆ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
ข้อเสียของ Toyota Yaris Cross มีอะไรบ้าง?
Toyota Yaris Cross มีข้อเสียอยู่บ้าง เช่น พื้นที่ภายในรถค่อนข้างแคบ โดยเฉพาะสำหรับคนตัวสูง หากผู้ขับมีความสูงมาก อาจปรับเบาะให้นั่งสบายได้ยาก และหากมีผู้โดยสารที่สูงเกิน 180 ซม. นั่งด้านหน้า คนที่นั่งเบาะหลังจะรู้สึกอึดอัด ในด้านสมรรถนะ รถรุ่นนี้ไม่ได้เน้นความแรง การเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ไม่ได้โดดเด่น และไม่ค่อยให้ความรู้สึก “แรงดึงหลัง” เท่าไหร่ ภายในห้องโดยสารใช้พลาสติกแข็งค่อนข้างมาก ทำให้ความรู้สึกของวัสดุและคุณภาพสัมผัสดูธรรมดา นอกจากนี้ การใช้งานบางฟังก์ชันก็ไม่สะดวก เช่น การปิดบางระบบต้องเข้าไปตั้งค่าลึกในเมนูหน้าจอ บางเมนูใช้งานได้เฉพาะตอนรถจอดเท่านั้น และบางฟังก์ชันต้องทำตามขั้นตอนตามข้อกำหนดของยุโรปทุกครั้งที่ใช้งาน
Q
Toyota Yaris Cross อยู่ใน Segment ไหน?
Toyota Yaris Cross เป็นรถในระดับ C-Segment หรือก็คือรถคอมแพคที่มีขนาดกำลังดี ความยาว 4,310 มม. กว้าง 1,770 มม. สูง 1,615 มม. ระยะฐานล้อ 2,620 มม. ทำให้ขับขี่ในชีวิตประจำวันได้สะดวกและจอดง่าย มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5L แบบธรรมชาติ (NA) ให้กำลังสูงสุด 67 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 121 นิวตันเมตร และยังมีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเสริมกำลัง ทำให้ระบบรวมให้กำลังสูงถึง 82 กิโลวัตต์ เพียงพอต่อการขับขี่ทั่วไป ราคาอยู่ที่ 789,000 ถึง 899,000 บาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่เหมาะสมสำหรับหลายครอบครัวที่กำลังมองหารรถสักคัน นอกจากนี้ Toyota Yaris Cross ยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยและความสะดวกสบายครบครัน ทั้งระบบควบคุมเสถียรภาพ ถุงลมนิรภัย 6 ตัน แอร์หลัง ให้ความสบายทุกที่นั่ง เหมาะสำหรับการเดินทางในเมือง ท่องเที่ยวใกล้ๆ หรือใช้เป็นรถครอบครัวในชีวิตประจำวัน
Q
ราคารถมือสองของ Toyota Yaris Cross ประมาณเท่าไหร่?
ราคารถมือสองของ Toyota Yaris Cross ขึ้นอยู่กับรุ่น ปีที่ผลิต สภาพรถ และระยะทางที่ใช้งาน ปัจจุบันรุ่นปี 2023 เช่น Yaris Cross HEV Smart มีราคาประมาณ 789,000 บาท, รุ่น HEV Premium ราคา 849,000 บาท และรุ่น HEV Premium Luxury ราคา 899,000 บาท ส่วนรุ่นปี 2020 ยังไม่มีข้อมูลการขายชัดเจน ถ้ารถปีใหม่ สภาพดี และวิ่งน้อย ราคาขายต่อก็จะสูงกว่า แต่ถ้ารถเก่า มีรอยหรือวิ่งมาเยอะ ราคาจะลดลงมาก โดยทั่วไปแล้วรถที่ใช้งานไปแล้ว ราคาขายต่อจะลดลงจากราคาป้ายแดงพอสมควร ซึ่งราคาที่แน่นอนควรให้ผู้ประเมินรถมือสองเป็นคนดูโดยตรงเพื่อความแม่นยำ
Q
เครื่องยนต์ของ Toyota Yaris Cross มีความจุกี่ซีซี?
Toyota Yaris Cross ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1,496 ซีซี หรือที่เรียกกันว่า 1.5 ลิตร เป็นเครื่องยนต์แบบเบนซินธรรมดา 4 สูบ ระบบดูดอากาศเป็นแบบธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีรุ่นไฮบริดที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังเพียงพอต่อการขับขี่ในชีวิตประจำวัน มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นแบบแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet Synchronous Motor) ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน และมาพร้อมเกียร์ E-CVT ที่ช่วยให้ขับขี่นุ่มนวลและประหยัดน้ำมันอีกด้วย.
Q
Toyota Yaris Cross ใช้เครื่องยนต์แบบไหน?
Toyota Yaris Cross มีหลายรุ่นให้เลือก โดยบางรุ่นใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร แบบธรรมดา (NA) เครื่องยนต์แบบ 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 91 แรงม้า (67 กิโลวัตต์) ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 121 นิวตันเมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที นอกจากนี้ยังมีรุ่นไฮบริด ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวรซิงโครนัส ให้กำลังสูงสุด 80 แรงม้า (59 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตร เมื่อรวมทั้งระบบแล้ว ให้กำลังรวม 111 แรงม้า และแรงบิดรวม 121 นิวตันเมตร การจับคู่ระหว่างเครื่องยนต์และระบบไฮบริดนี้ ให้ทั้งความแรงและประหยัดน้ำมัน ขับขี่นุ่มนวล เหมาะกับทั้งการใช้งานในเมืองและขับทางไกล ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย
Q
เกียร์ของ Toyota Yaris Cross เป็นแบบไหน?
Toyota Yaris Cross ใช้เกียร์แบบ E-CVT ซึ่งเป็นเกียร์ที่ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานในรอบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้การส่งกำลังนุ่มนวล ประหยัดน้ำมัน และขับขี่สบาย เกียร์ E-CVT ยังสามารถปรับอัตราทดได้ตามสภาพถนนและความต้องการของผู้ขับขี่ ช่วยให้รถตอบสนองได้ดีในทุกสถานการณ์ รุ่นต่างๆ ของ Yaris Cross เช่น Smart, Premium และ Premium Luxury ก็ใช้เกียร์แบบนี้ทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจในสมรรถนะที่มั่นคงของตัวรถ
Q
ขนาด PCD ของ Toyota Yaris Cross คือเท่าไหร่?
Toyota Yaris Cross ที่วางขายในไทยใช้ล้อที่มีขนาด PCD 5×100 (หมายถึงมีรูน็อต 5 รู วัดระยะวงกลมได้ 100 มม.) ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานเดียวกับรถ SUV ขนาดเล็กหลายรุ่น เช่น Honda HR-V หรือ Toyota Corolla Cross ก็ใช้ขนาดนี้เช่นกัน ถ้าคิดจะเปลี่ยนล้อแม็ก แนะนำให้ตรวจสอบขนาดรูดุมกลาง (CB) และค่า Offset (ET) ให้เหมาะสมด้วย ร้านแต่งรถในไทยส่วนใหญ่จะแนะนำล้อที่ผ่านมาตรฐาน JWL/VIA เพื่อความปลอดภัย และมักแนะนำแบรนด์ดัง เช่น Enkei หรือ Rays ที่เป็นล้อแบบน้ำหนักเบา ช่วยประหยัดน้ำมัน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนล้อที่มีขนาดแตกต่างมากจากเดิม อาจกระทบระบบช่วงล่างหรือเงื่อนไขการรับประกันของศูนย์ แนะนำให้ปรึกษาศูนย์บริการ Toyota ในไทยก่อนตัดสินใจเปลี่ยนครับ
Q
Toyota Yaris Cross มีฟังก์ชัน Apple CarPlay ไหม?
Toyota Yaris Cross รองรับฟังก์ชัน Apple CarPlay ขึ้นอยู่กับรุ่นและปีของรถ โดยทั่วไปแล้ว รุ่นปี 2022 ขึ้นไปจะมาพร้อม CarPlay แบบไร้สายที่สามารถเชื่อมต่อกับ iPhone ผ่านหน้าจอกลางเพื่อใช้งานแผนที่ ฟังเพลง หรือโทรศัพท์ได้ทันที แต่สำหรับรุ่นก่อนหน้าหรือรุ่นย่อยบางรุ่นอาจต้องเชื่อมต่อผ่านสาย USB แนะนำให้ตรวจสอบกับตัวแทนจำหน่าย Toyota ในประเทศไทยก่อนตัดสินใจซื้อ หากพบปัญหาในการเชื่อมต่อ สามารถนำรถเข้ารับบริการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่ศูนย์บริการ Toyota ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดได้ฟรีภายในระยะเวลารับประกัน เพื่อให้ระบบรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้เต็มรูปแบบ.
Q
ยางติดรถ Toyota Yaris Cross ใช้ยี่ห้ออะไร?
ยางติดรถเดิมของ Toyota Yaris Cross จะขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและออปชั่นที่เลือก โดยส่วนใหญ่ใช้ยี่ห้อระดับโลก เช่น Bridgestone หรือ Dunlop รุ่นยอดนิยมก็เช่น Bridgestone Ecopia หรือ Dunlop Enasave ที่เน้นความประหยัดน้ำมันและเงียบขณะขับขี่ ขนาดยางที่พบได้บ่อยคือ 215/60 R17 หรือ 215/55 R18 แล้วแต่รุ่น เวลาจะเปลี่ยนยาง แนะนำให้เลือกยี่ห้อและขนาดเดียวกับของเดิม โดยเฉพาะถ้าขับบ่อยช่วงหน้าฝน อาจเลือกยางที่รีดน้ำดีอย่าง Michelin Primacy 4 ก็ได้ แต่หลังเปลี่ยนควรตั้งค่าระบบตรวจเช็คลมยาง (TPMS) ใหม่ และควรหมุนสลับยางตามระยะที่ศูนย์บริการ Toyota เพื่อลดการสึกหรอ เพราะสภาพอากาศร้อนในไทยทำให้ยางเสื่อมเร็ว.
Q
Toyota Yaris Cross เป็นรถดีไหม? มาดูข้อดีข้อเสียกันเลย
Toyota Yaris Cross ถือว่าเป็นรถที่ดีรุ่นหนึ่ง มีข้อดีหลายด้าน โดยตัวรถถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม DNGA เป็น SUV ขนาดกะทัดรัด ดีไซน์ทันสมัย โดดเด่นด้วยกระจังหน้าใหญ่และไฟหน้า LED ที่ดูเฉียบคม กันชนหน้าเสริมมิติให้รถดูสปอร์ตมากขึ้น ด้านความปลอดภัยก็จัดเต็ม มาพร้อม ABS, ระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ให้ความมั่นใจในการขับขี่ ส่วนระบบขับเคลื่อนเป็นแบบไฮบริด ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยเพียง 3.8 ลิตรต่อ 100 กม. เหมาะกับการใช้งานในเมือง ภายในออกแบบลงตัว พื้นที่ใช้สอยพอเหมาะ ระยะฐานล้อ 2,620 มม. และความสูง 1,615 มม. เพียงพอต่อการใช้งานประจำวัน อย่างไรก็ตาม ยังมีจุดที่ควรพิจารณา เช่น สมรรถนะเครื่องยนต์อาจยังไม่ตอบโจทย์การเร่งแซงบนทางด่วน และวัสดุบางจุดในห้องโดยสารอาจไม่หรูหรามากนัก อาจไม่ถูกใจสายเน้นพรีเมียม.
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ขับได้สบายในพื้นที่
ระบบขับเคลื่อนประหยัดน้ำมันรถวิ่งแบบไหลลื่นบนถนนในเมืองที่สภาพถนนไม่ดี,สามารถผ่านทางน้ำที่สะสมอยู่เล็กน้อย
สามารถนำของหายนะหลายตัวไปได้โดยที่ไม่ต้องขูดสระ
ไม่มีคู่แข่งที่เทียบเท่าในชั้นเดียวกันมีสไตล์เป็นเอกลักษณ์
มาตรฐานด้วยกล้องถ่ายภาพหน้าและหลังบนรถ

ข้อเสีย

พื้นที่สำหรับสัมภาระอาจมากขึ้น
ราคาสูงเมื่อเทียบกับพลังงานและข้อมูลจำเพาะ
พลาสติกของภายในมากเกินไป
ระบบความปลอดภัยน้อยลง ไม่มีระบบความปลอดภัยริเริ่ม
เครื่องเสียงไม่รองรับ Apple CarPlay หรือ Android Auto ไม่มีแผนที่ภายใน

Q&A ล่าสุด

Q
ล้อรถประกอบด้วยอะไรบ้าง?
วัสดุหลักของล้อรถยนต์ ได้แก่ เหล็ก อลูมิเนียมอัลโลอย์ แมกนีเซียมอัลโลอย์ และคาร์บอนไฟเบอร์คอมโพสิต์ เป็นต้น โดยแต่ละวัสดุมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ล้อที่ทำจากเหล็ก มีต้นทุนต่ำ ความแข็งแรงสูง เหมาะสำหรับรถบรรทุก แต่มีน้ำหนักมาก จำกัดด้านการออกแบบรูปทรงภายนอก และประสิทธิภาพการระบายความร้อนปานกลาง ล้ออลูมิเนียมอัลโลอย์ เป็นวัสดุที่ใช้กันอย่างกว้างขวางที่สุดในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับล้อเหล็ก น้ำหนักเบากว่าประมาณ 35% สามารถลดการใช้พลังงานของรถและปรับปรุงการควบคุมได้ นอกจากนี้ ยังมีประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่ดี ซึ่งสามารถยืดอายุของยางรถ และกระบวนการผลิตที่ยืดหยุ่น สามารถตอบสนองความต้องการด้านรูปทรงที่หลากหลายได้ ความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพโดยรวมและต้นทุน ทำให้กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรถส่วนใหญ่ ล้อที่ทำจากแมกนีเซียมอัลโลอย์ น้ำหนักเบากว่า และมีประสิทธิภาพการระบายความร้อนและการดูดซับแรงสั่นสะเทือนที่ดีกว่า แต่มีต้นทุนการผลิตสูง กระบวนการผลิตซับซ้อน จึงใช้กับรถรุ่นสูงเป็นส่วนใหญ่ ล้อคาร์บอนไฟเบอร์คอมโพสิต์ มีความแข็งแรงสูงมากและน้ำหนักเบามาก ประสิทธิภาพการดูดซับแรงสั่นสะเทือนและลดเสียงรบกวนยอดเยี่ยม เหมาะสำหรับรถสปอร์ตประสิทธิภาพสูงและรถแข่ง แต่ราคาสูง นอกจากนี้ พลาสติกวิศวกรรมมักใช้กับส่วนไม่รับน้ำหนัก เช่น หุ้มล้อ เพื่อช่วยให้ได้รูปทรงเบา หรือลดความต้านของลม แต่ในปัจจุบันยังไม่ได้แทนที่ชิ้นส่วนโครงสร้างโลหะในขนาดใหญ่
Q
"ยางรถยนต์หนึ่งเส้นสามารถวิ่งได้กี่กิโลเมตร?"
ระยะทางการขับขี่ของยางรถแตกต่างกันไปตามหลายปัจจัย เช่น ยางรถ Hankook ในสภาพการใช้งานปกติจะมีระยะทางการใช้งานประมาณ 60,000 ถึง 100,000 กิโลเมตร ค่าดังกล่าวจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ เช่น นิสัยการขับขี่ สภาพถนน การดูแลรักษายาง เป็นต้น: การขับขี่แบบหักโหม เช่น การเร่งเครื่องอย่างรุนแรง การเบรกกะทันหัน การขับด้วยความเร็วสูง จะทำให้อายุการใช้งานของยางสั้นลง; สภาพถนนที่ขรุขระหรือมีหลุมบ่อจะทำให้ยางสึกหรอเร็วขึ้น ในขณะที่สภาพถนนที่ดีจะช่วยยืดอายุการใช้งาน; การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจสอบความดันลมยาง การปรับสมดุลล้อและการตั้งศูนย์ล้อ สามารถเพิ่มความทนทานของยางได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ความลึกของดอกยางยังเป็นเกณฑ์สำคัญในการเปลี่ยนยาง เมื่อความลึกของดอกยางเหลือน้อยกว่า 1.6 มิลลิเมตร ไม่ว่ายางจะใช้งานมาแล้วระยะทางเท่าใด ควรเปลี่ยนยางใหม่ทันทีเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
Q
วิธีการดู Offset ของล้อ
มีสองวิธีหลักในการตรวจสอบค่าออฟเซ็ตของขอบล้อ (ค่า ET): วิธีแรก คุณสามารถสังเกตด้านหลังของขอบล้อได้โดยตรง ซึ่งโดยปกติจะมีฉลากที่ระบุพารามิเตอร์โดยละเอียดติดอยู่ แสดงให้เห็นค่า ET อย่างชัดเจน สำหรับการวัดที่แม่นยำยิ่งขึ้น สามารถใช้ไมโครมิเตอร์หรือเวอร์เนียร์คาลิเปอร์ได้ ขั้นตอนคือ: หาจุดศูนย์กลางของล้อ ทำเครื่องหมายจุดบนเส้นรอบวง จากนั้นใช้เครื่องมือวัดระยะห่างจากเครื่องหมายไปยังขอบล้อเพื่อหาค่า ET ค่า ET หมายถึงค่าเบี่ยงเบนระหว่างพื้นผิวการติดตั้งของขอบล้อกับเส้นศูนย์กลางของขอบล้อ วัดเป็นมิลลิเมตร ค่าบวกแสดงว่าพื้นผิวการติดตั้งอยู่นอกเส้นศูนย์กลาง ค่าลบแสดงว่าอยู่ภายใน และค่าศูนย์แสดงว่าอยู่ตรงกับเส้นศูนย์กลางพอดี เมื่อเปลี่ยนล้อ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าค่า ET ตรงตามข้อกำหนดของรถ เพื่อให้แน่ใจว่าขอบล้อและรถเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ รับประกันประสบการณ์การขับขี่และความปลอดภัยที่เหนือกว่า
Q
"ต้องขับกี่กิโลเมตรเพื่อปรับสมดุลล้อ?"
สำหรับการบำรุงรักษาเรื่องการถ่วงล้อ โดยทั่วไปแนะนำให้ตรวจสอบและปรับสมดุลล้อทุกๆ 10,000 ถึง 15,000 กิโลเมตร หรือเมื่อสังเกตเห็นอาการสั่นของพวงมาลัย ในสภาพอากาศเขตร้อนและสภาพถนนที่ซับซ้อน ซึ่งยางเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ระยะเวลานี้อาจลดลงเหลือ 8,000 ถึง 10,000 กิโลเมตร หากคุณขับรถผ่านหลุมบ่อหรือชนขอบทางบ่อยๆ คุณควรตรวจสอบการถ่วงล้อทันที สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ การถ่วงล้อไม่สมดุลไม่เพียงแต่ทำให้พวงมาลัยสั่นผิดปกติเท่านั้น แต่ยังเร่งการสึกหรอของระบบช่วงล่างและเพิ่มความเสี่ยงต่อการสึกหรอของยางที่ไม่สม่ำเสมอหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่แก้ไข ร้านยางสมัยใหม่โดยทั่วไปใช้เครื่องถ่วงล้อแบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีความแม่นยำภายใน 5 กรัมของน้ำหนักที่คลาดเคลื่อน รถยนต์ระดับสูงบางรุ่นมีระบบตรวจสอบแรงดันลมยางที่สามารถช่วยในการประเมินความสมดุลได้เช่นกัน เมื่อเลือกอู่ซ่อมรถ ขอแนะนำให้ให้ความสำคัญกับอู่ที่มีอุปกรณ์ถ่วงล้อจากแบรนด์ต่างประเทศ เช่น Hunter หรือ Corghi เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ให้การถ่วงล้อที่แม่นยำกว่าสำหรับล้อที่ดัดแปลงหรือยางขนาดใหญ่ ควรตรวจสอบเป็นพิเศษก่อนฤดูฝน เนื่องจากถนนที่น้ำท่วมขังอาจทำให้ความเสี่ยงในการควบคุมรถที่เกิดจากล้อไม่สมดุลเพิ่มมากขึ้น
Q
ล้อคืออะไรและมันทำหน้าที่อะไร?
ล้อเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนหลักของระบบขับเคลื่อนรถยนต์ ซึ่งประกอบด้วยริมล้อ (rim)、เส้นเชื่อมล้อ (spoke) และหม้อขับ (hub) โดยหลักๆ: - ริมล้อ: ส่วนริมของล้อที่ติดตั้งและรองรับยางรถยนต์ เพื่อให้ยางมั่นคงและติดตั้งอย่างถูกต้อง - เส้นเชื่อมล้อ: เชื่อมโยงริมล้อและหม้อขับ เพื่อส่งกำลังและรักษาความเสถียรของโครงสร้าง แบ่งตามโครงสร้างเป็นแบบแผ่น (disc-type) และแบบเส้น (spoke-type) ในปัจจุบันรถยนต์ส่วนบุคคลส่วนใหญ่มักใช้แบบแผ่นที่มีความแข็งแรงและความเสถียรที่ดีกว่า - หม้อขับ: ชิ้นส่วนโลหะทรงกระบอกที่ติดตั้งตรงกลางกับเพลา รองรับส่วนในของยางและเชื่อมโยงกับเพลา พารามิเตอร์ต่างๆ (เส้นผ่านศูนย์กลาง、ความกว้าง) มีความหลากหลายเพื่อเข้ากับความต้องการของรถยนต์รุ่นต่างๆ ฟังก์ชันของล้อ: 1. รองรับน้ำหนักทั้งรถ 2. บรรเทาแรงกระแทกที่ส่งมาจากถนน 3. ให้แรงขับเคลื่อนและแรงเบรกผ่านการยึดเกาะระหว่างยางและพื้นดิน 4. สร้างแรงด้านข้างเพื่อช่วยในการเปลี่ยนเส้นทาง 5. ใช้แรงบิดของยางในการกลับสู่เส้นตรงโดยอัตโนมัติ เพื่อรักษาความสามารถในการขับเคลื่อนในเส้นตรง นอกจากนี้ ขนาดของริมล้อจำเป็นต้องตรงกับยาง ถ้าตัดสินใจเลือกไม่เหมาะสม (เช่น ริมล้อแคบเกินไป) อาจทำให้ยางเสียหายในช่วงแรก เส้นเชื่อมล้อแบบแผ่นได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายในรถยนต์ส่วนบุคคลเนื่องจากมีทั้งประโยชน์และความงาม
ดูเพิ่มเติม