Q

วิธีตรวจสอบรุ่นรถยนต์ Toyota

สำหรับคนไทยที่ต้องการเช็กรุ่นรถ Toyota สามารถทำได้หลายวิธี วิธีแรกคือการดูป้ายชื่อรุ่นรถ (Vehicle Identification Plate) ซึ่งมักติดอยู่ที่ขอบประตูด้านคนขับหรือในห้องเครื่อง โดยจะระบุรหัสรุ่นแบบชัดเจน เช่น รุ่น Corolla Altis จะเป็นโค้ด ZRE172L ส่วน Hilux จะเป็น GN2W เป็นต้น วิธีที่สองคือการตรวจสอบเล่มทะเบียนรถ (เล่มทะเบียน) ที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบก ซึ่งจะระบุรหัสรุ่นรถไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังสามารถเช็กรุ่นรถจากตัวเลขตำแหน่งที่ 4-8 ของหมายเลขตัวถัง (VIN) เช่น รถโตโยต้าที่ประกอบในไทยมักขึ้นต้นด้วย MR0 หรือ MNT สำหรับคนไทยแล้ว การรู้ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์มากเวลาซื้อรถมือสองหรือสั่งอะไหล่ เพราะรุ่นรถ Toyota ในตลาดไทยจะมีสเปคแตกต่างจากประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เล็กน้อย เช่น รุ่น Fortuner ของไทยจะปรับระบบแอร์ให้เหมาะกับอากาศร้อน ส่วน Yaris Ativ ก็จะตั้งค่าสปริงให้เข้ากับรสนิยมของคนไทย ถ้ายังไม่มั่นใจในรุ่นรถ สามารถติดต่อโชว์รูม Toyota ในไทยโดยตรง พร้อมแจ้งหมายเลขตัวถัง (VIN) ให้ทางศูนย์บริการเช็กรายละเอียดให้ได้ เพราะระบบหลังบ้านของทุกสาขาในไทยจะเชื่อมโยงกัน ทำให้สามารถดูประวัติการซ่อมบำรุงทั้งหมดได้ ซึ่งมีประโยชน์มากเวลาทำประกันหรือใช้บริการรับประกันหลังการขาย
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

Q&A ล่าสุด

Q
"HP คืออะไร?"
HP มีความหมายที่แตกต่างกันในด้านต่างๆ ในวงการยานยนต์ HP ที่พบบ่อยที่สุดคือ Horse Power (แรงม้า) ซึ่งเป็นหน่วยวัดกำลังของเครื่องยนต์ มีต้นกำเนิดจากช่วงเวลาที่ผู้คนใช้ม้าเปรียบเทียบกับความสามารถในการทำงานของเครื่องยนต์ 1 แรงม้าเท่ากับ 746 วัตต์ ขนาดของแรงม้ามีผลต่อประสิทธิภาพของรถยนต์โดยตรง โดยทั่วไปแรงม้ายิ่งมาก ความสามารถในการเร่งความเร็ว ความเร็วสูงสุด และความสามารถในการปีนเขาของรถยนต์ก็ยิ่งสูง แต่ในสภาพถนนเดียวกันการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอาจจะสูงขึ้น นอกจากนี้ในวงการยานยนต์ยังมีหน่วยที่เกี่ยวข้องกับ HP อีกด้วย เช่น whp (Wheel Horse Power - แรงม้าที่ล้อ คือกำลังที่ล้อส่งออกจริงที่วัดได้ด้วยอุปกรณ์เฉพาะ) และ bhp (Brake Horse Power - แรงม้าเบรก คือกำลังที่เครื่องยนต์ส่งออกจากเพลาข้อเหวี่ยงเมื่อมีอุปกรณ์ประกอบ) ทั้งสองมีความแตกต่างจาก HP น้อยมาก ในวงการยางรถยนต์ HP หมายถึง High Performance (ยางสมรรถนะสูง) ซึ่งเป็นหนึ่งในประเภทของการจำแนกสมรรถนะยาง แตกต่างจาก UHP (Ultra High Performance - ยางสมรรถนะสูงพิเศษ) ที่มีอัตราส่วนด้านข้างต่ำกว่า 55 ในตลาดยานยนต์ไทย แรงม้าเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ เช่น ผู้ปรับแต่งรถในประเทศเคยปรับแต่ง Honda City จนมีกำลังถึง 1100 แรงม้า และรถยนต์รุ่น Wey G9 Hi4 รถยนต์พลังงานผสมแบบเสียบปลั๊กที่เข้าสู่ตลาดไทย มีกำลังรวมของระบบสูงถึง 442 แรงม้า สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ HP ในการแสดงสมรรถนะของรถยนต์
Q
0.75 kW เท่ากับกี่แรงม้า (HP)?
0.75 กิโลวัตต์ เท่ากับประมาณ 1.02 แรงม้า ในหน่วยกำลัง กิโลวัตต์ (kW) เป็นหน่วยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ในขณะที่แรงม้าแบ่งออกเป็นหน่วยเมตริกและหน่วยอิมพีเรียล ในวงการยานยนต์ นิยมใช้แรงม้าเมตริก การแปลงค่าโดยประมาณคือ 1 กิโลวัตต์ เท่ากับ 1.36 แรงม้าเมตริก ดังนั้น การคูณ 0.75 กิโลวัตต์ด้วย 1.36 จะได้ค่าแรงม้าที่สอดคล้องกัน การเข้าใจการแปลงค่านี้ช่วยให้เข้าใจพารามิเตอร์กำลังของเครื่องยนต์รถยนต์ได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น เมื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของรถยนต์ คุณสามารถแปลงกิโลวัตต์เป็นแรงม้าได้อย่างรวดเร็วเพื่อเปรียบเทียบระดับกำลังของรุ่นต่างๆ สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ แต่ละภูมิภาคอาจใช้มาตรฐานแรงม้าที่แตกต่างกัน แต่แรงม้าเมตริกเป็นมาตรฐานอ้างอิงเริ่มต้นในสถานการณ์ส่วนใหญ่
Q
"ม้าหนึ่งตัวมีกี่แรงม้า?"
ม้าแรง (Horsepower) เป็นหน่วยสำหรับวัดกำลังงาน ซึ่งชื่อของมันมาจากคำนิยามของวัตต์ (Watt) ที่ใช้ความสามารถในการทำงานของม้าเป็นข้อมูลอ้างอิง ม้าแรงระบบเมตริก (Metric Horsepower) กำหนดไว้ว่าเป็นการทำงาน 75 กิโลกรัม-แรง·เมตร ในเวลา 1 วินาที ซึ่งประมาณเท่ากับ 735 วัตต์ ในขณะที่ม้าแรงระบบอังกฤษ (Imperial Horsepower) เป็นการทำงาน 550 ฟุต·ปอนด์ ในเวลา 1 วินาที ซึ่งประมาณเท่ากับ 745.7 วัตต์ อย่างไรก็ตาม กำลังงานของม้าแต่ละตัวในความเป็นจริงมักจะน้อยกว่า 1 ม้าแรง กำลังงานของม้าทั่วไปมักอยู่ระหว่าง 0.4 ถึง 0.6 ม้าแรง และม้าแรงที่แข็งแรงเท่านั้นที่อาจจะใกล้เคียงกับค่าคำนิยามของ 1 ม้าแรง ในวงการรถยนต์ กำลังของเครื่องยนต์มักใช้ม้าแรงระบบเมตริกเป็นหน่วย จำนวนที่มากขึ้นแสดงถึงความสามารถในการทำงานของเครื่องยนต์ต่อหน่วยเวลาที่มากขึ้น และประสิทธิภาพในการเร่งความเร็วและสมรรถนะกำลังของรถยนต์มักจะดีกว่า การเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างม้าแรงและกำลังงานในความเป็นจริง ช่วยให้สามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นในการซื้อรถว่าประสิทธิภาพกำลังของรถตรงกับความต้องการหรือไม่
Q
อะไรแม่นยำกว่ากัน ระหว่าง BHP กับ HP?
ความแม่นยำของ BHP (Brake Horsepower หรือแรงม้าเบรก) และ HP (Horsepower หรือแรงม้าแบบอังกฤษ) ต้องพิจารณาจากสถานการณ์การใช้งาน BHP คือกำลังที่วัดได้จาก dynamometer ที่แกนเอาต์พุตของเครื่องยนต์ ซึ่งหักลบการสูญเสียจากอุปกรณ์เสริม (เจเนอเรเตอร์ ปั๊มน้ำ) จึงสะท้อนกำลังของเครื่องยนต์เองได้อย่างแม่นยำ HP ในบริบทประจำวันมักหมายถึงแรงม้าโดยทั่วไป แต่ถ้าเกี่ยวกับกำลังขับเคลื่อนจริง จะรวมการสูญเสียจากกล่องเกียร์ ระบบขับเคลื่อน ซึ่งใกล้เคียงประสิทธิภาพรถในขณะใช้งานจริงมากกว่า ความแตกต่างของค่าทั้งสองมักเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ไม่จำเป็นต้องแปลงจริงจัง นอกจากนี้ ยังมีรูปแบบการวัดอื่นๆ เช่น PS (แรงม้าแบบเมตริก) WHP (แรงม้าแผ่นล้อ) ความแตกต่างมาจากตำแหน่งวัดและขอบเขตการสูญเสีย การเข้าใจนี้ช่วยเปรียบเทียบประสิทธิภาพรถได้ครอบคลุม และหลีกเลี่ยงการถูกหลอกลวงจากข้อมูลเดี่ยว
Q
"มอเตอร์ขนาด 7.5 กิโลวัตต์ มีแรงม้าเท่าไหร่?"
มอเตอร์ขนาด 7.5 กิโลวัตต์ (kW) เทียบเท่ากับกำลังประมาณ 10.2 แรงม้า (แรงม้าเมตริก) โดยคำนวณจากการแปลงหน่วยแรงม้าเมตริกเป็นกิโลวัตต์ (kW) ซึ่ง 1 กิโลวัตต์ เท่ากับประมาณ 1.36 แรงม้าเมตริก วิธีการคำนวณคือ 7.5 คูณด้วย 1.36 แรงม้าเมตริกนิยามว่า กำลังที่ใช้ยกวัตถุหนัก 75 กิโลกรัม ขึ้นลง 1 เมตรต่อวินาที เท่ากับ 0.735 กิโลวัตต์ ดังนั้น เมื่อแปลงกิโลวัตต์เป็นแรงม้าเมตริก การคูณด้วย 1.36 จะได้ผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว ในการใช้งานจริง การเข้าใจการแปลงหน่วยกำลังนี้ช่วยให้เข้าใจความสามารถในการส่งออกกำลังของมอเตอร์ได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น เมื่อเลือกซื้อยานพาหนะหรือเครื่องจักร การแปลงค่ากิโลวัตต์ในพารามิเตอร์ทางเทคนิคเป็นหน่วยแรงม้าที่ใช้กันทั่วไป จะช่วยให้ประเมินได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่ากำลังนั้นตรงตามความต้องการหรือไม่ นอกจากนี้ยังควรทราบความแตกต่างระหว่างแรงม้าเมตริกและแรงม้าอิมพีเรียลด้วย อัตราส่วนการแปลงหน่วยแรงม้าแบบอิมพีเรียลคือประมาณ 1 กิโลวัตต์เท่ากับ 1.34 แรงม้า แต่มาตรฐานการแปลงหน่วยแรงม้าแบบเมตริกนั้นเป็นที่นิยมใช้มากกว่าในชีวิตประจำวัน
ดูเพิ่มเติม