Q

Honda City 2016 มีรุ่นอะไรบ้าง

รถยนต์ฮอนด้าซิตี้รุ่นปี 2016 ในตลาดไทยมีให้เลือกหลายรุ่นตามความต้องการ โดยประกอบไปด้วย 1.5L S MT, 1.5L S CVT, 1.5L SV CVT, 1.5L V CVT และรุ่นสูงสุดอย่าง 1.5L RS CVT ทุกรุ่นใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร i-VTEC คู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีดหรือเกียร์ CVT ที่ให้ทั้งความประหยัดและสมรรถนะที่ดี พิเศษสุดที่รุ่น RS ที่มาพร้อมกับชุดแต่งภายนอกสปอร์ตและการออกแบบภายในเฉพาะตัว ทำให้เป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ สำหรับตลาดไทยแล้ว ฮอนด้าซิตี้ถือเป็นหนึ่งในรถซีดานคอมแพคต์ขายดีเสมอมา ด้วยความน่าเชื่อถือและอัตราค้างสูง ปี 2016 นี้ยังเพิ่มฟีเจอร์เด็ดๆ เช่น โหมด ECON ช่วยประหยัดน้ำมัน ระบบกุญแจอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์การใช้งานในสภาพอากาศร้อนของไทย แถมค่าบำรุงรักษาก็ไม่แรง เหมาะกับครอบครัวไทย เพราะมีศูนย์บริการฮอนด้าครอบคลุมทั่วประเทศ ส่วนเรื่องรถยนต์รักษ์สิ่งแวดล้อมที่รัฐบาลไทยกำลังส่งเสริม ฮอนด้าซิตี้ก็มีรุ่นไฮบริดให้เลือกด้วย แต่สำหรับปี 2016 ยังไม่มีตัวเลือกนี้มาให้จอยนะ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
Honda City มี CarPlay ไหม?
รุ่นล่าสุดของ Honda City ในตลาดไทยตอนนี้ มีฟีเจอร์ Apple CarPlay มาให้ใช้กันแล้ว ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันบน iPhone อย่างเช่น แผนที่การนำทาง เพลง หรือแอปติดต่อสื่อสารต่างๆ ผ่านหน้าจอในรถได้สะดวกขึ้น ช่วยอัพเกรดประสบการณ์การขับขี่โดยเฉพาะในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรค่อนข้างติดขัด ฟังก์ชันนำทางแบบเรียลไทม์ของ CarPlay ถือว่ามีประโยชน์มากๆ อย่างไรก็ตาม ต้องระวังนิดนึงว่า CarPlay อาจจะไม่ได้มีในทุกรุ่นหรือทุกปีผลิตนะครับ แนะนำให้สอบถามรายละเอียดกับทางโชว์รูมอีกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจาก CarPlay แล้ว Honda City ยังรองรับ Android Auto สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบ Android ด้วยนะ ถือว่าให้ประสบการณ์การเชื่อมต่อที่คล้ายกัน ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เทคโนโลยีการเชื่อมต่อในรถกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยให้ความสำคัญเวลาซื้อรถ ยี่ห้อต่างๆ จึงพยายามอัพเกรดฟีเจอร์ส่วนนี้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านความสะดวกและความอัจฉริยะของผู้บริโภค Honda City ในฐานะรถซีดานคอมแพคต์ยอดนิยมของตลาดไทย การที่ Honda คอยอัปเดตฟีเจอร์เทคโนโลยีแบบนี้ ก็แสดงให้เห็นว่าฮอนด้าให้ความสำคัญกับความต้องการของคนไทยจริงๆ ครับ
Q
วิธีสตาร์ทรถ Honda City ด้วยกุญแจ
ก่อนจะสตาร์ทรถ Honda City ต้องแน่ใจว่าเกียร์อยู่ตำแหน่ง P แล้ว จากนั้นใส่กุญแจเข้าไปในช่องสตาร์ท เหยียบแป้นเบรกสำหรับเกียร์ออโต้ หรือแป้นคลัทช์สำหรับเกียร์ธรรมดา แล้วบิดกุญแจตามเข็มนาฬิกาไปที่ตำแหน่ง "START" พอเครื่องยนต์ติดก็ปล่อยกุญแจได้เลย ในสภาพอากาศร้อนของไทย แนะนำให้วอร์มเครื่องสัก 30 วินาทีให้น้ำมันเครื่องไหลเวียนก่อนออกรถ จะช่วยถนอมเครื่องดีครับ ถ้าเป็นรุ่นที่ใช้สมาร์ทคีย์ แค่ถือกุญแจเข้าไปในรถ แล้วเหยียบเบรกกดปุ่มสตาร์ทเครื่องก็ได้แล้ว ใส่ใจกับการตรวจสอบระดับแบตเตอรี่ที่สำคัญอย่างสม่ำเสมอในการใช้งานประจำวันเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในการเริ่มต้นเนื่องจากไฟฟ้าต่ำ ในฤดูฝนของประเทศไทย หากพบระบบจุดระเบิดที่ชื้นและไม่สามารถสตาร์ทได้ คุณสามารถลองใช้ฟังก์ชั่นกุญแจรีโมทเพื่อปลดล็อก/ล็อกประตูหลายครั้งก่อนเพื่อให้ระบบจดจําสัญญาณใหม่ นอกจากนี้ยังแนะนำให้ตรวจสอบหน้าสัมผัสสวิตช์จุดระเบิดทุก 2 ปีสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงเช่นกรุงเทพมหานครมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดการเกิดออกซิเดชันของหน้าสัมผัสส่งผลกระทบต่อความไวในการเริ่มต้น
Q
ยางรถยนต์สำหรับ Honda City รุ่นปี 2021 มีขนาดเท่าไหร่?
ยางมาตรฐานของ Honda City รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยมีขนาด 185/55 R16 ซึ่งเป็นขนาดที่ตอบโจทย์ทั้งความนุ่มสบายและความคล่องตัว เหมาะสมกับสภาพถนนทั้งในเมืองและชานเมืองของไทย โดยตัวเลข 185 หมายถึงความกว้างของยางมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร ส่วน 55 คืออัตราส่วนความสูงของแก้มยางต่อความกว้างยาง (ร้อยละ 55) และ R16 หมายถึงล้อแม็กซ์ขนาด 16 นิ้ว สำหรับสภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก แนะนำให้เลือกยางแบรนด์ดังอย่างบริจสโตนหรือมิชลินที่มีคุณสมบัติการรีดน้ำดีและทนความร้อนสูง ซึ่งทั้งสองแบรนด์มีรุ่นที่เหมาะกับซิตี้โดยเฉพาะ ข้อควรระวังคือแม้การอัพเกรดไปใช้ยางที่กว้างขึ้นจะช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะแต่ก็อาจทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้นและอาจส่งผลต่อความแม่นยำของมาตรวัดระยะทาง ดังนั้นควรปรึกษาช่างผู้ชำนาญก่อนตัดสินใจเปลี่ยน นอกจากนี้กฎหมายไทยกำหนดให้ดอกยางต้องมีความลึกไม่ต่ำกว่า 1.6 มม. และควรตรวจสอบสภาพดอกยางกับความดันลมยางเป็นประจำ (ปกติลมยางหน้าอยู่ที่ 32 psi ลมยางหลัง 30 psi) โดยเฉพาะก่อนเดินทางไกลหรือช่วงเข้าหน้าฝนเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
Q
Honda City 2021 ประหยัดน้ำมันหรือไม่?
รถ Honda City รุ่นปี 2021 ถือว่าประหยัดน้ำมันมากๆ โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในเมืองไทยและการขับขี่ระยะไกล รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร i-VTEC แบบ CVT นั้นวิ่งได้เฉลี่ย 17-18 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนรุ่นไฮบริด e:HEV นั้นยิ่งประหยัดขึ้นไปอีก ทำได้ถึง 27-28 กิโลเมตรต่อลิตร ช่วยลดค่าน้ำมันได้อย่างชัดเจน รถรุ่นนี้ขายดีในไทยไม่ใช่แค่เพราะความประหยัด แต่ยังเพราะขนาดตัวรถที่กำลังดี ขับลุยในซอยแคบๆ ในกรุงเทพหรือจอดก็ง่าย แถมความทนทานของ Honda ก็ผ่านการทดสอบในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยมานานแล้ว ที่สำคัญอย่าลืมว่าตัวเลขประหยัดน้ำมันที่ทางบริษัทประกาศอาจแตกต่างจากการใช้งานจริง ซึ่งขึ้นอยู่กับสไตล์การขับ การเปิดแอร์ และสภาพถนนด้วย แนะนำให้คนไทยหมั่นดูแลรถตามกำหนดและขับขี่อย่างนุ่มนวลเพื่อรักษาประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ส่วนเรื่องบริการหลังการขายก็ไม่ต้องห่วง เพราะ Honda มีเครือข่ายบริการครอบคลุมทั่วไทย พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างมืออาชีพ
Q
คะแนนความปลอดภัยของ Honda City 2021 คือเท่าไหร่?
รถ Honda City รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยทำคะแนนด้านความปลอดภัยได้ดีมาก โดยเวอร์ชันผลิตไทยผ่านการทดสอบชนจากอาเซียน NCAP และได้คะแนนเต็ม 5 ดาว ส่วนหนึ่งมาจากระบบ Honda SENSING ที่มาพร้อมฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติและระบบช่วยรักษาระยะเลนรถ รวมถึงถุงลมนิรภัย 6 ใบ ระบบควบคุมเสถียรภาพรถ ที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับสภาพถนนทั้งในเมืองและชนบทของไทยที่ค่อนข้างซับซ้อน ต้องบอกว่ามาตรฐานการทดสอบของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ NCAP นั้นใกล้เคียงกับสภาพการจราจรจริงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการเพิ่มการประเมินกรณีชนกับรถจักรยานยนต์ซึ่งสำคัญมากสำหรับไทยที่มีรถมอเตอร์ไซค์หนาแน่น เวลาเลือกซื้อรถนอกจากดูเรตติ้งดาวแล้ว ควรพิจารณาว่าฟีเจอร์ปลอดภัยไหนตรงกับความต้องการใช้งาน เช่น ถ้าขับทางไกลบ่อยก็เน้นระบบช่วยเหลือผู้ขับ ขณะที่ขับในเมืองอาจดูผลทดสอบการชนความเร็วต่ำ ส่วนสภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุกก็ส่งผลต่อความปลอดภัย ควรตรวจสอบยางและระบบเบรกเป็นประจำเพื่อให้ระบบความปลอดภัยทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตลอดเวลา
Q
เครื่องยนต์ของ Honda City 2021 คืออะไร?
รถยนต์ Honda City รุ่นปี 2021 ที่วางขายในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC Turbo 3 สูบเทอร์โบชาร์จ และเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร i-VTEC 4 สูบแบบอัตโนมัติ รุ่น 1.0T ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า คู่กับเกียร์ CVT ที่เน้นประหยัดน้ำมันสุดๆ ส่วนรุ่น 1.5L ยังคงใช้เทคโนโลยี i-VTEC แบบคลาสสิกของ Honda เหมาะกับคนที่ชอบความลื่นไหลและดูแลง่าย ในสภาพอากาศร้อนๆ และถนนซับซ้อนของไทย เครื่องยนต์ทั้งสองแบบถูกปรับแต่งมาเฉพาะให้การระบายความร้อนและการทนอุณหภูมิสูงทำได้ดีเยี่ยม พร้อมผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 5 ที่เป็นไปตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมไทย ที่น่าสนใจคือเครื่องยนต์ของ Honda City ใช้เทคโนโลยีลดแรงเสียดทาน ช่วยลดการกินน้ำมันได้ชัดเจน โดยเฉพาะเวลาติดรถติดบนถนนไทยที่เจอกันบ่อยๆ แถมยังมีโหมด ECON ช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกขึ้นไป ทำให้รถรุ่นนี้ยังคงความโดดเด่นในตลาดรถเก๋งคอมแพคต์ของไทย เหมาะทั้งขับขี่ในเมืองและใช้เป็นรถครอบครัว
Q
ฮอนด้าซิตี้ 2024 มีความจุซีซีเท่าไหร่
รถฮอนด้าซิตี้รุ่นปี 2024 ในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ 2 แบบ คือเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตรและเครื่องยนต์แบบธรรมดา 1.5 ลิตร โดยเครื่องเทอร์โบ 1.0 ลิตรมีความจุกระบอกสูบ 998 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ส่วนเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรแบบธรรมดามีความจุ 1,498 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 121 แรงม้า เครื่องยนต์ทั้งสองแบบถูกออกแบบมาให้สมดุลระหว่างประหยัดน้ำมันและสมรรถนะการขับขี่ เหมาะกับทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกลในไทย ฮอนด้าซิตี้เป็นที่นิยมในตลาดไทยเสมอมาด้วยความน่าเชื่อถือ ค่าซ่อมบำรุงไม่แพง และประหยัดน้ำมัน ส่วนรุ่นปี 2024 ยังเพิ่มเทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING เข้ามา ทำให้ยิ่งโดดเด่นขึ้น สำหรับลูกค้าชาวไทยที่กำลังตัดสินใจเลือกเครื่องยนต์ แนะนำว่าเครื่องเทอร์โบ 1.0 ลิตรเหมาะกับคนที่เน้นประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในขณะที่เครื่อง 1.5 ลิตรแบบธรรมดาจะให้ความรู้สึกการขับขี่ที่ลื่นไหลมากกว่า ทั้งสองแบบตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้ดีอยู่แล้ว แค่เลือกให้เหมาะกับสไตล์การขับและงบประมาณของคุณก็พอ
Q
คะแนนความปลอดภัยของ Honda City 2024 คืออะไร
รถฮอนด้าซิตี้รุ่นปี 2024 ในตลาดไทยแสดงผลงานด้านความปลอดภัยได้ดีเยี่ยม ด้วยระบบ Honda SENSING ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างครบครัน ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบช่วยรักษาเลน และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยแบบพาสซีฟที่ครบถ้วน เช่น ถุงลมนิรภัย 6 จุด ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว และระบบเบรก ABS ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้รถรุ่นนี้มีความโดดเด่นในกลุ่มรถระดับเดียวกัน จากการทดสอบตามมาตรฐาน NCAP ของไทย คาดว่ารถรุ่นนี้จะได้คะแนนความปลอดภัยระดับ 5 ดาว เหมาะสมกับสภาพถนนทั้งในเมืองและชนบทของไทยที่หลากหลาย สำหรับผู้บริโภคชาวไทย นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว ยังควรพิจารณาค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและค่าประกันรถด้วย เพราะเครือข่ายบริการหลังการขายของฮอนด้าในไทยมีความพร้อมสูง มีอะไหล่ครบครัน ทำให้ค่าใช้จ่ายในการใช้งานระยะยาวค่อนข้างต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยมักคำนึงถึงเมื่อเลือกซื้อรถเช่นกัน
Q
วิธีเปิดส่วนหน้าของรถ Honda Civic 2024
ก่อนจะเปิดฝากระโปรงหน้ารุ่นฮอนด้าซิวิค 2024 สิ่งแรกที่ต้องทำคือนั่งในที่นั่งคนขับ แล้วมองหาคันปลดล็อกฝากระโปรงหน้า ซึ่งจะมีสัญลักษณ์รูปเครื่องยนต์อยู่ด้านล่างซ้ายของพวงมาลัย ดึงคันนี้เบาๆจนได้ยินเสียงฝากระโปรงหน้ายกขึ้น จากนั้นเดินไปที่หน้าตัวรถ ใช้มือสอดเข้าไปในช่องกลางฝากระโปรง แล้วหาล็อกนิรภัยตัวที่สองให้เจอ ให้ดันล็อกนี้ไปทางซ้ายหรือขวาพร้อมกับยกฝากระโปรงขึ้น สำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย แนะนำให้ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นและน้ำมันเบรกในห้องเครื่องเป็นประจำ เพื่อให้รถทำงานได้ปกติ และควรทำความสะอาดห้องเครื่องด้วย ระวังอย่าให้ใบไม้หรือเศษอุดตันท่อระบายน้ำ ถ้าต้องขับในพื้นที่ติดขัดอย่างกรุงเทพฯ บ่อยๆ ควรเช็กด้วยว่าฟิลเตอร์อากาศอุดตันฝุ่นหรือไม่ เพราะจะช่วยรักษาสมรรถนะเครื่องยนต์และประหยัดน้ำมันได้ ส่วนเวลาปลดล็อกฝากระโปรงถ้าได้ยินเสียงเฮียกที่บานพับ ให้ทาจาระบีเล็กน้อย และเนื่องจากอากาศไทยร้อนจัดทำให้ยางซีลเสื่อมสภาพเร็ว ควรตรวจสอบความแน่นของซีลทุกๆครึ่งปี
Q
ความจุของกระโปรงท้ายรถฮอนด้าซิตี้ 2024 คือเท่าไร
รถฮอนด้า ซิตี้ รุ่นปี 2024 ที่วางขายในตลาดไทยมีปริมาตรกระโปรงหลังขนาด 536 ลิตร ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัวหรือการท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ สามารถบรรจุกระเป๋าเดินทางหลายใบหรือของช้อปปิ้งได้อย่างสบายๆ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองหรือช้อปปิ้งบ่อยๆ การออกแบบกระโปรงหลังทำได้อย่างสมเหตุสมผล มีช่องเปิดที่กว้าง ทำให้สะดวกในการลำเลียงสิ่งของ นอกจากนี้เบาะหลังยังสามารถพับลงได้ตามสัดส่วน ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในสภาพอากาศของไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก กระโปรงหลังของซิตี้ยังมีการป้องกันการรั่วซึมที่ดี ช่วยปกป้องสิ่งของจากความชื้นหรือความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกันแล้ว ปริมาตรกระโปรงหลังขนาดนี้จัดอยู่ในระดับกลางถึงดี และเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่างโตโยต้า ยาริส แอททีฟแล้วยังได้เปรียบอยู่บ้าง สำหรับผู้ใช้งานไทยที่มักต้องพกพาสิ่งของจำนวนมาก พื้นที่กระโปรงหลังของซิตี้ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่值得พิจารณา แนะนำให้ไปทดลองบรรจุของที่ตัวแทนจำหน่ายด้วยตัวเองเพื่อความสะดวก และควรเปรียบเทียบกับการออกแบบกระโปรงหลังของรถรุ่นอื่นๆ ในราคาใกล้เคียงกัน เพื่อเลือกรถที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีที่สุด
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

พื้นที่ภายในรถกว้างขวางและสบาย
ระบบดีเซลที่มีประสิทธิภาพและเต็มไปด้วยเทคโนโลยี รุ่น RS ยอดนิยมมีชุดสไตล์กีฬารอบคัน RS ซึ่งประกอบด้วยกริดหน้าของรถสีดำและกระจกข้าง กันชนหน้าสไตล์กีฬา ไฟหน้า LED ที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด พร้อมกับไฟวิ่งกลางวันและไฟหมอก LED
ภายในรถเรือนสวยงามและมีอุปกรณ์ครบครัน มีบรรยากาศกีฬาในรถ มีหน้าจอวิทยุชั้นสูงที่สามารถสัมผัสได้ 8 นิ้ว สนับสนุน Apple CarPlay และมีระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT
เครื่องยนต์ที่แข็งแรง DOHC VTEC TURBO ขนาด 1.0 ลิตรแบบ 3 ลูกสูบ 12 วาล์ว ที่ 5500 รอบ/นาทีมีกำลังสูงสุดถึง 122 ม้า ซึ่งเป็นค่าที่สุดในหมวดเดียวกัน

ข้อเสีย

ความสบายและความสะดวกสบายมีข้อจำกัด
ประสิทธิภาพที่ความเร็วต่ำน้อย
ราคาสูงถึง 739000 บาท ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน และคู่แข่งมีระบบที่ไม่เยี่ยมเท่า City
ระบบความปลอดภัยไม่พอ ในด้านความปลอดภัย City แย่กว่าคู่แข่ง รุ่นใหม่ของ City ไม่มีชุด Honda Sensing เท่าที่มีเพียงระบบความปลอดภัยพื้นฐาน

Q&A ล่าสุด

Q
ความแตกต่างระหว่าง ดีเซล B7, B10 และ B20 คืออะไร?
ความแตกต่างหลักระหว่างดีเซล B7, B10 และ B20 อยู่ที่อัตราส่วนการผสมไบโอดีเซล: ดีเซล B7 มีไบโอดีเซล 7% และใช้ได้กับรถยนต์ดีเซลรุ่นเก่าและรถยนต์รุ่นยุโรป; ดีเซล B10 มีไบโอดีเซล 10% และถูกกำหนดให้เป็นดีเซลมาตรฐาน เหมาะสำหรับรถยนต์ดีเซลส่วนใหญ่; ดีเซล B20 มีไบโอดีเซล 20% และออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรถยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุก ในแง่ของแนวโน้มราคา ราคาของทั้งสามประเภทจะลดลงเมื่อปริมาณไบโอดีเซลเพิ่มขึ้น โดย B20 มีราคาถูกกว่า และ B7 มีราคาแพงกว่าเล็กน้อย การแนะนำดีเซลประเภทเหล่านี้ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการเชื้อเพลิงของยานพาหนะที่แตกต่างกันเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาพลังงานชีวภาพ ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า และสอดคล้องกับแนวโน้มการรักษาสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยมลพิษ เมื่อเลือกใช้ ขอแนะนำให้เลือกประเภทดีเซลที่เหมาะสมตามคู่มือเจ้าของรถหรือคำแนะนำของผู้ผลิต เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพการทำงานของรถยนต์ที่เสถียร
Q
มีกระบอกสูบกี่ประเภท? มีกระบอกสูบแบบไหนบ้าง?
เครื่องยนต์รถยนต์มีจำนวนกระบอกสูบอยู่ 7 แบบหลักๆ คือ 3, 4, 5, 6, 8, 10 และ 12 กระบอกสูบ ในแง่ของการจัดเรียง กระบอกสูบสามารถแบ่งออกได้เป็นแบบเรียงแถว (แบบ L), แบบ V, แบบวางนอน และแบบ W กระบอกสูบแบบเรียงแถวมีโครงสร้างที่เรียบง่ายและค่าบำรุงรักษาต่ำ ตัวอย่างที่พบได้ทั่วไปคือ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง (เหมาะสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลขนาด 1-2.5 ลิตร) และเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง (ให้ความนุ่มนวลเป็นเลิศ) กระบอกสูบแบบ V แบ่งกระบอกสูบออกเป็นสองกลุ่มเรียงกันในมุมเอียง ทำให้ใช้พื้นที่น้อยลง ตัวอย่างเช่น เครื่องยนต์ V6 (ให้กำลังนุ่มนวล) และ V8 (ให้กำลังสูง) ซึ่งมักใช้ในรถยนต์ระดับกลางถึงระดับสูง หรือรถสปอร์ต กระบอกสูบแบบวางนอนช่วยปรับปรุงการควบคุมรถ และมักพบในรถยนต์สมรรถนะสูงบางรุ่น กระบอกสูบแบบ W มีขนาดกะทัดรัดและทรงพลัง มักใช้ในรถยนต์หรูระดับไฮเอนด์ จำนวนกระบอกสูบที่แตกต่างกันนั้นสัมพันธ์กับความต้องการปริมาตรกระบอกสูบที่แตกต่างกัน: 3 กระบอกสูบเหมาะสำหรับรถยนต์ขนาดเล็กที่มีปริมาตรกระบอกสูบน้อยกว่า 1 ลิตร, 4 กระบอกสูบเป็นมาตรฐานสำหรับรถยนต์ครอบครัว, 6 กระบอกสูบใช้สำหรับรุ่นระดับกลางถึงระดับสูงที่มีปริมาตรกระบอกสูบประมาณ 3 ลิตร และ 8 กระบอกสูบขึ้นไปให้กำลังสำหรับรถยนต์หรูหรือรถสปอร์ตที่มีปริมาตรกระบอกสูบ 4 ลิตรขึ้นไป จำนวนกระบอกสูบมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับปริมาตรกระบอกสูบและสมรรถนะด้านกำลัง และผู้บริโภคสามารถเลือกรุ่นที่เหมาะสมตามความต้องการของตนเองได้
Q
Diesel และ Gasoline เหมือนกันหรือไม่?
ดีเซลและแก๊สโซลีนไม่เหมือนกัน ทั้งสองเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันปิโตรเลียมที่มีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด จากด้านส่วนประกอบ โมเลกุลแก๊สโซลีนมีอะตอมคาร์บอน 8-10 อะตอม ในขณะที่โมเลกุลดีเซลมีอะตอมคาร์บอน 12-15 อะตอม ดังนั้นดีเซลจึงมีความหนาแน่นพลังงานสูงกว่าในปริมาตรเดียวกัน สามารถให้พลังให้กับยานพาหนะมากขึ้น และเหมาะสำหรับยานพาหนะขนาดใหญ่ที่มีภาระหนัก เช่น รถบรรทุก, แทรกเตอร์; ในขณะที่แก๊สโซลีนเหมาะสำหรับยานพาหนะขนาดเล็ก เช่น รถยนต์ขนาดเล็ก, มอเตอร์ไซค์ ในด้านการเผาไหม้ เครื่องยนต์แก๊สโซลีนจะจุดระเบิดแก๊สผสมผ่านหัวเทียน ในขณะที่เครื่องยนต์ดีเซลอาศัยอัตราส่วนการอัดสูง (15-18 เท่า) เพื่ออัดและจุดระเบิดแก๊สผสม โดยไม่ต้องใช้หัวเทียน ในด้านการปล่อยมลพิษ เครื่องยนต์แก๊สโซลีนปล่อยมลพิษหลักได้แก่ คาร์บอนมอนอกไซด์, สารไฮโดรคาร์บอน และไนโตรเจนออกไซด์ ในขณะที่เครื่องยนต์ดีเซลปล่อยมลพิษหลักได้แก่ อนุภาคและไนโตรเจนออกไซด์ มลพิษที่แตกต่างกันเหล่านี้ส่งผลให้บริษัทยานยนต์พัฒนาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมแบบเฉพาะทาง ในด้านคุณสมบัติทางกายภาพ แก๊สโซลีนระเหยง่าย, สีอ่อนและมีกลิ่นฉุน ในขณะที่ดีเซลระเหยยาก, สีเข้มและกลิ่นอ่อนกว่า; ในด้านค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา เครื่องยนต์ดีเซลมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเล็กน้อยเนื่องจากโครงสร้างซับซ้อน ถ้าเติมน้ำมันผิดประเภทจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ เช่น รถแก๊สโซลีนเติมดีเซลจะไม่มีกำลังและเกิดการน็อค, รถดีเซลเติมแก๊สโซลีนจะไม่มีพลัง การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าของยานพาหนะเลือกน้ำมันเชื้อเพลิงและยานพาหนะที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งาน
Q
ความแตกต่างระหว่างน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์คืออะไร?
ความแตกต่างหลักระหว่างเบนซินและกาซอฮอล์อยู่ที่ส่วนผสม คุณสมบัติประสิทธิภาพ ขอบเขตการใช้งาน และคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อม ฯลฯ เบนซินเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบดั้งเดิมที่ไม่มีเอทานอล ส่วนกาซอฮอล์เป็นเชื้อเพลิงผสมระหว่างเบนซินและเอทานอล โดยเอทานอลมักมาจากวัตถุดิบทางการเกษตรที่สามารถหมุนเวียนได้ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง และประเภททั่วไป ได้แก่ Gasohol91 ที่มีเอทานอล 10% (เบนซิน 91 90% + เอทานอล 10%) Gasohol95 (เบนซิน 95 90% + เอทานอล 10%) และ E20 ที่มีเอทานอล 20% E85 ที่มีเอทานอล 85% ในเรื่องคุณสมบัติประสิทธิภาพ กาซอฮอล์ที่มีสัดส่วนเอทานอลสูง (เช่น E85) จะเผาไหม้เร็วขึ้น และให้ระยะทางสั้นกว่าเมื่อใช้ปริมาณเชื้อเพลิงเท่ากัน แต่ราคาจะถูกกว่า ส่วนเบนซินบริสุทธิ์จะให้ระยะทางที่สม่ำเสมอกว่า ในเรื่องขอบเขตการใช้งาน รถยนต์รุ่นเก่าบางประเภทอาจไม่รองรับกาซอฮอล์ที่มีสัดส่วนเอทานอลสูง เนื่องจากเอทานอลอาจทำให้ชิ้นส่วนสึกกร่อน จึงต้องตรวจสอบคู่มือรถยนต์ ส่วนเบนซินบริสุทธิ์สามารถใช้ได้กับเครื่องยนต์ทั่วไปส่วนใหญ่ ในด้านสิ่งแวดล้อม กาซอฮอล์ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาพลังงานยั่งยืน ส่วนเบนซินยังคงต้องพึ่งพาทรัพยากรฟอสซิล ในเรื่องราคา กาซอฮอล์มักถูกกว่าเบนซินบริสุทธิ์ที่มีค่าออกเทนเท่ากัน ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการใช้รถยนต์
Q
คำว่า ICE vehicle ย่อมาจาก **Internal Combustion Engine vehicle** ซึ่งแปลว่า **ยานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน**
ICE vehicle หมายถึง รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน คือรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) เครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นหน่วยกำลังที่แปลงพลังงานความร้อนเป็นพลังงานกลโดยตรงผ่านการเผาไหม้เชื้อเพลิงภายในเครื่อง ประเภทที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ เครื่องยนต์ลูกสูบแบบเคลื่อนที่ขึ้นลง และเครื่องยนต์ลูกสูบแบบหมุน โดยเครื่องยนต์ลูกสูบแบบเคลื่อนที่ขึ้นลงเป็นประเภทที่กล่าวถึงบ่อยที่สุด รถยนต์เหล่านี้ใช้น้ำมันเบนซินหรือดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เทคโนโลยีของพวกมันนั้นพัฒนาแล้วและกำลังขับก็คงที่ พวกมันครองตลาดรถยนต์มาอย่างยาวนานและใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับการเดินทางส่วนบุคคลและการขนส่งสินค้า นอกจากนี้ ในบางรุ่น ICE อาจหมายถึงโหมดการขับขี่บนน้ำแข็ง/หิมะ ซึ่งช่วยป้องกันล้อลื่นไถลบนถนนเปียก แต่ความหมายนี้ไม่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ ICE ในทางตรงกันข้ามกับรถยนต์ ICE คือรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ซึ่งใช้แหล่งพลังงานที่ไม่ใช่แบบดั้งเดิม เช่น ไฟฟ้าและเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ซึ่งแสดงถึงทิศทางใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในด้านพลังงานยานยนต์ รถยนต์ทั้งสองประเภทนี้ขับเคลื่อนการพัฒนาของอุตสาหกรรมยานยนต์
ดูเพิ่มเติม