Q

byd seal มีสีอะไรบ้าง

ปัจจุบัน BYD Seal ในตลาดประเทศไทยมีให้เลือกทั้งหมด 4 สีตัวถังที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน สี Horizon White (ขาวเส้นขอบฟ้า) เป็นสีขาวคลาสสิกที่บริสุทธิ์และหรูหรา ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่ดูดี เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความเรียบหรูล้ำยุคแต่ไม่ต้องการแสดงออกมาก สี Quantum Black (ดำควอนตัม) เป็นสีดำด้านล้ำลึกที่สื่อถึงความสปอร์ตและความหรูหราระดับพรีเมียม เหมาะสำหรับกลุ่มนักธุรกิจมืออาชีพ สี Space Grey (เท่าอวกาศ) เป็นโทนสีกลางระหว่างเทาเงินและเทาเข้ม ให้ความรู้เรียบง่ายแต่ยังคงความทันสมัย เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนเมืองที่ใช้รถประจำวัน ส่วนสี Velocity Blue (น้ำเงินความเร็ว) เป็นสีน้ำเงินสดใสที่มีเอฟเฟกต์เมทัลลิก สีจะเล่นแสงได้สวยงามเมื่ออยู่ใต้แสงแดด เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ชอบความโดดเด่นและทันสมัย สีทั้ง 4 โทนนี้ได้รับการผสมสีมาอย่างดี ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความชอบของคนไทยในเรื่องสีรถเท่านั้น แต่ยังใช้เทคโนโลยีการทาสีคุณภาพสูง ที่มีความทนทานต่อสภาพอากาศและป้องกันรังสียูวีได้ดี ช่วยรักษาความสดใสของสีรถได้ยาวนาน โดยเฉพาะสีน้ำเงินและสีขาวที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย เพราะทั้งทนต่อคราบสกปรกและช่วยกระจายความร้อนได้ดี ลูกค้าสามารถเลือกสีตัวถังที่เหมาะกับสไตล์และไลฟ์สไตล์การใช้งานของตัวเองได้
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
ต้นทุนต่อกิโลเมตรของ BYD Seal คือเท่าไหร่?
BYD Seal เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ค่าใช้สอยต่อกิโลเมตรขึ้นอยู่กับอัตราการใช้ไฟฟ้าและค่าไฟ จากข้อมูลทางการ รถรุ่นนี้ใช้ไฟฟ้าเฉลี่ย 12.5-14.5 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร เมื่อคำนวณด้วยค่าไฟเฉลี่ยปัจจุบันที่ประมาณ 4-5 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง จะพบว่าค่าไฟต่อกิโลเมตรอยู่ที่ประมาณ 0.5-0.7 บาท ซึ่งถูกกว่ารถน้ำมันแบบเดิมที่ต้องเสียค่าเชื้อเพลิง 3-5 บาทต่อกิโลเมตรอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม อัตราการใช้ไฟฟ้าจริงอาจแตกต่างกันไปตามพฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และการใช้เครื่องปรับอากาศ เช่น การเร่งเครื่องบ่อยๆ หรือการติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วนอาจทำให้ใช้ไฟมากขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับรถน้ำมันระดับเดียวกัน รถไฟฟ้ายังมีค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่าเพราะไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องหรือหัวเทียน ทำให้ประหยัดกว่าในระยะยาว ส่วนการชาร์จไฟ นอกจากจะชาร์จที่บ้านได้แล้ว ปัจจุบันสถานีชาร์จเร็วสาธารณะก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยชาร์จได้ 80% ในเวลาเพียง 30 นาที ทำให้สะดวกสบายมากขึ้น สำหรับสภาพอากาศร้อนของไทย แบตเตอรี่รถไฟฟ้าทำงานได้ปกติแต่แนะนำให้จอดในที่ร่มเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ และเมื่ออุตสาหกรรมรถไฟฟ้าในประเทศพัฒนามากขึ้น ราคารถและค่าใช้จ่ายในการชาร์จก็มีแนวโน้มจะลดลงอีกในอนาคต
Q
"ราคา BYD Seal รุ่น 7 ที่นั่งคือเท่าไหร่?"
ขณะนี้ BYD ยังไม่มีรุ่น Seal แบบ 7 ที่นั่งนะครับ รุ่นนี้ทั้งในตลาดจีนและต่างประเทศเน้นตำแหน่งเป็นรถสปอร์ตซีดาน 5 ที่นั่งเท่านั้น มีทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหลังและแบบสี่ล้อขับเคลื่อน ถ้าต้องการรถพลังงานสะอาดแบบ 7 ที่นั่ง ลองดูรุ่น Tang EV หรือ Denza D9 ที่เป็นรถ MPV แบบไฟฟ้า100%/ไฮบริดได้นะครับ รุ่นเหล่านี้จำหน่ายในไทยผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ราคาอยู่ที่ประมาณ 2-3 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และความจุแบตเตอรี่ รถพลังงานสะอาดในไทยได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ทำให้ราคาสุดท้ายอาจแข่งขันกว่ารถน้ำมัน แนะนำให้ตรวจสอบราคาล่าสุดและทดลองขับผ่านช่องทางทางการนะครับ ปัจจุบันสถานีชาร์จไฟขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในห้างสรรพสินค้าและสถานีบริการทางด่วน ปัญหาเรื่องระยะทางลดลงไปมาก เวลาเลือกซื้อนอกจากจำนวนที่นั่งแล้ว ควรพิจารณาการใช้งานประจำวันด้วย เช่น ความถี่ในการใช้รถครอบครัว ความสะดวกในการชาร์จไฟ โดยรถไฟฟ้า100% เหมาะกับผู้ที่มีจุดชาร์จประจำ ส่วนรถปลั๊กอินไฮบริดจะเหมาะกับการเดินทางไกลมากกว่า
Q
*ราคา BYD SEAL 2023 เท่าไหร่?
รถยนต์ไฟฟ้า BYD SEAL รุ่นปี 2023 ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 1,299,000 บาท ราคาอาจแตกต่างกันไปตามระดับความประณีตของตัวรถและอุปกรณ์เสริมที่เลือก โดยรถคูเป้ไฟฟ้ารุ่นนี้มาพร้อมสมรรถนะเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.8 วินาที และระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 700 กม. ตามมาตรฐาน CLTC ทำให้เป็นที่นิยมในตลาดรถ EV รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery ที่พัฒนาโดย BYD ซึ่งผ่านการทดสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รวมถึงรองรับระบบชาร์จเร็ว DC สูงสุด 150kW ที่สามารถชาร์จจาก 30% เป็น 80% ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที เหมาะสมกับเครือข่ายสถานีชาร์จเร็วที่แพร่หลายในประเทศไทย เมื่อเทียบกับรุ่นแข่งขันในระดับเดียวกัน อย่าง Tesla Model 3 แล้ว SEAL ให้สมรรถนะใกล้เคียงแต่ราคาจับต้องได้มากกว่า พร้อมฟีเจอร์เสริมความหรูหราอย่างหลังคากระจกพาโนรามาและระบบเสียงดิยาน่า 12 ลำโพง อย่างไรก็ดี ก่อนตัดสินใจซื้อแนะนำให้ติดต่อตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพื่อสอบถามโปรโมชั่นล่าสุด เพราะบางสาขาอาจมีบริการติดตั้งสถานีชาร์จฟรีหรือโปรไฟแนนซ์ดอกเบี้ยต่ำ โดยเฉพาะรุ่นพวงมาลัยขวาที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับตลาดไทย ผ่านมาตรฐานการจราจรและตำแหน่งคนขับที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง
Q
ข้อเสียของ BYD Seal
BYD Seal แม้จะมีข้อดีหลายประการ แต่ก็มีข้อด้อยบางจุด ในด้านภายในห้องโดยสารงานฝีมือในรายละเอียดยังต้องปรับปรุง รอยเย็บและข้อต่อไม่ละเอียดพอ การออกแบบมีความซับซ้อนเกินไปไม่เน้นความเรียบง่าย และแผงคอนโซลกลางที่ใช้ภาษาการออกแบบแบบมหาสมุทรศาสตร์เมื่อมองเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดความเมื่อยล้าทางสายตาและดูวุ่นวาย ระบบเสียงแม้ว่าบางรุ่นจะติดตั้งลำโพง Dynaudio แต่ฟังนานๆ แล้วยังขาดความน่าฟัง ผู้ที่ต้องการคุณภาพเสียงสูงอาจไม่พอใจ ด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ ระบบ Infotainment DiLink ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 690 ที่ประสิทธิภาพทั่วไปทำให้ระบบทำงานไม่เสถียรและไม่ลื่นไหล การสั่งงานด้วยเสียงยังขาดความยืดหยุ่น ประสบการณ์ระบบช่วยขับไม่ดี และเซ็นเซอร์ถอยหลังบางครั้งไม่ไวพอ การออกแบบกระจกหน้าต่างมีข้อจำกัดโดยเฉพาะกระจกหลังที่มีขนาดเล็กและไม่สามารถเลื่อนลงได้เต็มที่ส่งผลต่อความสะดวกในการใช้งาน หลังคาพาโนรามิคไม่สามารถเปิดได้ทุกรุ่นในฤดูร้อนที่มีแสงแดดจ้าอาจทำให้ภายในรถร้อน นอกจากนี้ยังมีปัญหาเสียงแอร์ดัง เบาะนั่งยุบ ระบบเครือข่ายรถยนต์ไม่ดี ระยะทางวิ่งไฟฟ้าสั้น เบาะนั่งเป็นสนิม มือจับประตูเสีย หลอดไฟแผงบังแดดเสียง่าย และช่วงล่างต่ำทำให้รถเสี่ยงถูกขูดขีดบ่อยครั้ง
Q
BYD Seal จัดอยู่ในกลุ่มเซกเมนต์ใด
BYD Seal จัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ระดับ D ซึ่งหมายความว่าเป็นรถยนต์นั่งขนาดกลางถึงใหญ่ รุ่นในระดับนี้มักมีขนาด ตัวเลือกอุปกรณ์ และสมรรถนะที่สูงกว่ารุ่นทั่วไป เพื่อมอบพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง อุปกรณ์ระดับไฮเอนด์ที่หลากหลาย และประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม จากสเปกรถ BYD Seal มีความยาว 4800 มิลลิเมตร ความกว้าง 1875 มิลลิเมตร และฐานล้อ 2920 มิลลิเมตร สร้างความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร ด้านสมรรถนะรุ่นต่างๆ มีการตอบสนองที่ดี เช่น รุ่น AWD Performance ที่เร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 3.8 วินาที นอกจากนี้รถยังติดตั้งระบบความปลอดภัยล้ำสมัยและอุปกรณ์ภายในที่เน้นความสะดวกสบายครบครัน ตอบโจทย์มาตรฐานสูงของรถระดับ D และความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการรถขนาดกลางถึงใหญ่ในทุกด้าน
Q
มูลค่าการขายต่อของ BYD Seal คืออะไร
BYD Seal ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้าล้วนรุ่นล่าสุดของ BYD มีมูลค่าตลาดรถมือสองในประเทศไทยอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจเนื่องจากความน่าเชื่อถือทางเทคโนโลยีในด้านพลังงานสะอาดการยอมรับในตลาดสูงและการรับประกันแบตเตอรี่จากทางบริษัทเป็นระยะเวลา 8 ปีหรือ 160000 กิโลเมตรช่วยรับประกันคุณภาพการใช้งานในรถมือสองได้ดี เมื่อเทียบกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในรุ่นเดียวกัน รถ EV ในตลาดมือสองไทยกำลังเติบโต โดยเฉพาะรุ่น Seal ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบใบมีดและระบบช่วยขับ DiPilot ที่ครบครันได้รับความสนใจสูง ข้อมูลจากแพลตฟอร์มซื้อขายรถมือสองในไทยแสดงให้เห็นว่ารถใช้ประมาณ 1 ปีจะมีอัตราการลดราคาประมาณ 15-20 เปอร์เซ็นต์ซึ่งสูงกว่ารถเครื่องยนต์สันดาป 2-3 เปอร์เซ็นต์ สำหรับรุ่นสูงหรือรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อจะมีอัตราการรักษามูลค่าที่ดีกว่า อย่างไรก็ตามราคามือสองจริงขึ้นอยู่กับสภาพรถระยะทางใช้งานสุขภาพแบตเตอรี่และช่องทางจำหน่ายที่ได้รับการรับรองแนะนำให้ใช้บริการประเมินราคาจากศูนย์ BYD ที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย นอกจากนี้มาตรการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า เช่น การลดภาษีซื้อ ยังช่วยเพิ่มมูลค่ารถมือสองอีกด้วยซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกสำหรับผู้ที่ต้องการขายต่อในไทย
Q
ประเภทเกียร์ของ BYD Seal คืออะไร
เกียร์ของ BYD Seal เป็นแบบ EV มีจำนวนเกียร์ 1 จัดเป็นเกียร์อัตราทดคงที่ ซึ่งมีโครงสร้างเรียบง่ายและประสิทธิภาพการส่งกำลังสูง ช่วยถ่ายทอดแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าไปยังล้อได้โดยตรง ลดการสูญเสียพลังงานในกระบวนการส่งกำลัง ส่งผลให้รถเร่งความเร็วได้ดีและเพิ่มระยะทางวิ่งได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนเกียร์ซับซ้อนเหมือนเกียร์ธรรมดา ทำให้การส่งกำลังระหว่างขับขี่ราบรื่นและนุ่มนวล มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ง่ายและสบาย เกียร์ประเภทนี้จึงนิยมใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าเพราะสามารถทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยดึงศักยภาพของรถไฟฟ้าออกมาได้อย่างเต็มที่
Q
ขนาด PCD ของ BYD Seal คืออะไร?
สำหรับชาวไทยที่กำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับการอัพเกรดหรือเปลี่ยนล้อให้กับ BYD Seal นะครับ ขอแจ้งสเปกล้อมาตรฐานของรุ่นนี้ให้ทราบกันก่อน PCD (ระยะห่างรูสลัก) ของ Seal จะอยู่ที่ 5x114.3 ซึ่งเป็นขนาดที่เราคุ้นเคยกันดีในตลาดเมืองไทย เพราะไปตรงกับรถญี่ปุ่นหลายรุ่นอย่าง Honda Accord หรือ Toyota Camry เลยทำให้หาล้อเปลี่ยนได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นล้อแบบ OEM หรือล้อแต่งจากแบรนด์หลังตลาดก็มีให้เลือกเพียบ อีกเรื่องที่ต้องเช็คให้ชัวร์คือขนาด Center Bore (รูกลางล้อ) ของ BYD Seal จะอยู่ที่ 64.1 มม. ส่วนขนาดสลักที่แนะนำคือ M12x1.5 細節พวกนี้สำคัญมากนะครับ ถ้าไม่ตรงเป๊ะอาจมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยได้ สำหรับเพื่อนๆ คนไทยที่อยู่เมืองร้อนแบบเรา ขอแนะนำให้เลือกล้ออัลลอยแบบน้ำหนักเบานะครับ เพราะช่วยเรื่องการระบายความร้อนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเวลาขับเร็วหรือติดรถในกรุงเทพฯ จะรู้สึกถึงความแตกต่างชัดเจน แถมยังช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย!
Q
BYD Seal มี Apple CarPlay ไหม
BYD Seal รุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยปัจจุบันรองรับการใช้งาน Apple CarPlay โดยสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งแบบไร้สายและผ่านสาย USB ช่วยให้ผู้ขับเข้าถึงแอปนำทางเพลงและการสื่อสารบน iPhone ได้สะดวกขณะขับขี่โดยเฉพาะการใช้ Google Maps หรือ Apple Maps ที่เหมาะกับสภาพจราจรที่ซับซ้อนในกรุงเทพฯ อย่างมาก ทั้งนี้รถบางล็อตในช่วงแรกอาจต้องอัปเกรดระบบผ่าน OTA เพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชันอย่างสมบูรณ์จึงแนะนำให้ตรวจสอบเวอร์ชันซอฟต์แวร์กับศูนย์บริการขณะซื้อรถเพิ่มเติม ระบบอัจฉริยะ DiLink ของ BYD ยังผสานการทำงานกับแอปท้องถิ่นและระบบสั่งงานด้วยเสียงอย่างลึกซึ้งนอกจากจะรองรับ CarPlay แล้ว ยังมอบประสบการณ์ความบันเทิงภายในรถที่ครบครัน สำหรับผู้บริโภคชาวไทยโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้งานสมาร์ตโฟนเป็นหลัก การรองรับ CarPlay ทำให้ BYD Seal มีความได้เปรียบในการแข่งขันด้านความทันสมัยและความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน
Q
ยี่ห้อยางรถยนต์ของ BYD Seal คืออะไร
BYD Seal ที่จำหน่ายในประเทศไทยติดตั้งยางสมรรถนะสูงจากโรงงานโดยหลักเป็นยี่ห้อ Continental หรือ Michelin แล้วแต่รุ่นย่อยและล็อตการผลิต โดยรุ่นที่พบได้บ่อยคือ Continental EcoContact 6 และ Michelin Pilot Sport 4 ซึ่งเน้นความต้านทานการหมุนต่ำและความเงียบขณะขับขี่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนและฝนตกชุกในไทยรวมถึงการใช้งานบนถนนในเมืองเป็นหลัก เจ้าของรถในไทยควรให้ความสำคัญกับสมรรถนะในการรีดน้ำของยางในช่วงฤดูฝนโดยยางทั้งสองยี่ห้อให้แรงยึดเกาะที่ดีบนถนนเปียกลดความเสี่ยงการลื่นไถลจากฝนตกบ่อยโดยเฉพาะในกรุงเทพ หากต้องการเปลี่ยนยางสามารถเลือกยางระดับใกล้เคียงที่หาซื้อได้ง่ายในไทยเช่น Bridgestone Turanza หรือ Goodyear EfficientGrip แต่ควรรักษาขนาดตามที่โรงงานระบุไว้คือ 235 45 R19 หรือ 245 40 R20 เพื่อให้ระยะทางขับขี่และการควบคุมรถคงประสิทธิภาพที่ดี การตรวจเช็กลมยางเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะกับรถไฟฟ้าแนะนำให้ตรวจอย่างน้อยเดือนละครั้งในช่วงอากาศร้อนของไทยลมยางมักเพิ่มขึ้นเองตามอุณหภูมิ ควรรักษาระดับที่ 24 ถึง 25 บาร์ขณะยางเย็นเพื่อสมดุลทั้งความสบายและประสิทธิภาพพลังงาน
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

รูปลักษณ์ทันสมัยและมีพลัง
ประสิทธิภาพของพลังงานยอดเยี่ยม
การตั้งค่าที่หลากหลายและมีความรู้สึกทางเทคโนโลยี

ข้อเสีย

พื้นที่เก็บของภายในรถจำกัด
พื้นที่หัวส่วนหลังค่อนข้างแคบนิดหน่อย
ภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เรียบหรูยังคงต้องการการสร้าง

Q&A ล่าสุด

Q
2020 Trailblazer เป็น SUV ที่ดีหรือไม่?
Chevrolet Trailblazer ปี 2020 เป็น SUV ที่มีประสิทธิภาพดี เหมาะสำหรับการใช้ในครอบครัวและสถานการณ์การเดินทางที่หลากหลาย รุ่นนี้มีโครงสร้างแบบ 7 ที่นั่ง ความยาวฐานล้อ 2845 มิลลิเมตร พื้นที่เก็บสัมภาระปกติสามารถบรรจุกระเป๋าเดินทางได้ 2 ใบ ซึ่งตอบสนองความต้องการในการเก็บของประจำวันและการเดินทางช่วงวันหยุด โครงสร้างตัวรถมีความแข็งแรงมั่นคง ให้การป้องกันที่เชื่อถือได้ขณะขับขี่ ด้านการขับขี่ พวงมาลัยมีความหนักเบาที่เหมาะสม ควบคุมง่ายทั้งในการเปลี่ยนเลนในเมืองและขับบนถนนสภาพไม่ดีในเขตชานเมือง แกนล่างแข็งแรงและมีประสิทธิภาพในการดูดซับแรงสั่นสะเทือน ทำให้สามารถรับมือกับสภาพถนนในชนบทหรือถนนขรุขระในประเทศไทยได้ดี เครื่องยนต์ดีเซล 2.5L VGT ให้กำลังเพียงพอ เมื่อทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ทำให้สามารถใช้งานได้ทั้งการขับขี่ประจำวันและการเดินทางไกล มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดี ในสภาพถนนปกติสามารถควบคุมอัตราการใช้น้ำมันอยู่ในระดับประหยัด ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการด้านเศรษฐกิจเชื้อเพลิงของผู้ใช้รถในประเทศไทย ภายในรถมีการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ใช้วัสดุหุ้มแบบนุ่มและเส้นเย็บที่ประณีตมากขึ้น ลดความรู้สึกหยาบของรถใช้งาน จอแสดงผลขนาดใหญ่และปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศใช้งานสะดวก ราคาอยู่ในช่วง 1,140,000-1,380,000 บาท มีความคุ้มค่าที่ดี นอกจากนี้บางรุ่นยังติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือกับสภาพถนนที่ซับซ้อน โดยรวมแล้วเป็นรถ SUV ที่น่าสนใจ
Q
รถ Trailblazer รุ่นปี 2020 มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) หรือไม่?
รุ่น Chevrolet Trailblazer ปี 2020 มีเวอร์ชันที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนทุกล้อ (AWD) เช่น รุ่น LTZ 4x4 AT ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนทุกล้อ ในขณะที่รุ่น LT 4x2 AT และ LTZ 4x2 AT เป็นระบบขับเคลื่อนสองล้อ รถในซีรีส์นี้เป็น SUV ซีเกมेंต์ D แบบ 5 ประตู 7 ที่นั่ง ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5L ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ มีระยะห่างจากพื้นรถขั้นต่ำ 219 มิลลิเมตร ความจุถังน้ำมัน 76 ลิตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน 8.3 ลิตร/100 กิโลเมตร และมีระบบเตือนเมื่อไม่คาดเข็มขัดนิรภัยเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยรุ่น LTZ 4x4 AT ที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนทุกล้อ มีราคา 1,380,000 บาท ซึ่งมอบทางเลือกที่ตอบโจทย์สภาพถนนที่หลากหลายให้กับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองหรือการเผชิญกับสภาพถนนที่ซับซ้อน ก็สามารถตอบสนองความต้องการในการขับขี่ได้อย่างเหมาะสม
Q
รถเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ปี 2020 นั่งสบายสำหรับการเดินทางไกลหรือไม่?
Chevrolet Trailblazer ปี 2020 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางไกล มันมีพื้นที่ขับขี่และนั่งอาศัยที่กว้างขวาง ระยะแกนล้อ 2845 มิลลิเมตร และออกแบบเป็นโครงร่าง 7 ที่นั่ง สามารถรองรับผู้คนหลายคนได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งให้พื้นที่เก็บกระเป๋าเดินทางเพียงพอ เพื่อตอบสนองความต้องการเก็บของในการเดินทางไกล การออกแบบที่นั่งสอดคล้องกับวิศวกรรมมนุษย์ มีการสนับสนุนดี ร่วมกับผลการกันเสียงที่ยอดเยี่ยม สามารถบรรเทาการเหนื่อยล้าในการนั่งเป็นเวลานานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในด้านพลังงาน เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตรจับคู่กับเกียร์ออโต้ ผลการส่งออกพลังงานมั่นคง และการใช้น้ำมันคงอยู่ที่ 8.3 ลิตร/100 กิโลเมตร ปริมาตรถังน้ำมัน 76 ลิตร สามารถให้ระยะทางในการเดินทางที่ยาวนาน ลดจำนวนครั้งในการเติมน้ำมันระหว่างทาง นอกจากนี้ ยานพาหนะยังติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยหลายรายการ เช่น คำเตือนไม่สวมสายรัดเอว บางรุ่นยังมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ สามารถจัดการกับเส้นทางที่ซับซ้อนได้ เพื่อให้การรับประกันที่ไว้ใจได้ในการเดินทางไกล ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางของครอบครัวหรือการเดินทางป่า มันสามารถพึ่งพาประสบการณ์การขับขี่ที่สบายและประสิทธิภาพที่มั่นคง เพื่อเป็นตัวเลือกอุดมคติสำหรับการเดินทางไกล
Q
รถ Trailblazer รุ่นปี 2020 มีลักษณะอย่างไร?
Chevrolet Trailblazer 2020 เป็น SUV ระดับ D 7 ที่นั่ง มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ 2.5L VGT LT 4x2 AT, 2.5L VGT LTZ 4x2 AT และ 2.5L VGT LTZ 4x4 AT โดยมีราคาขายอยู่ที่ 1,140,000 บาท, 1,280,000 บาท และ 1,380,000 บาท ตามลำดับ ขนาดตัวถัง 4887×1902×1848 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2845 มิลลิเมตร ช่วงล่างสูงขั้นต่ำ 219 มิลลิเมตร ความจุถังน้ำมัน 76 ลิตร ใช้ยางขนาด 255/65 R17 และเกียร์อัตโนมัติ ระบบขับเคลื่อนใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ Duramax 2.5L พร้อมเทคโนโลยี VGT ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า (ที่ 3600 รอบ/นาที) แรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร (ที่ 2000 รอบ/นาที) อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน 8.3 ลิตร/100 กิโลเมตร อุปกรณ์มาตรฐานรวมถึงระบบแจ้งเตือนเมื่อไม่คาดเข็มขัดนิรภัย บางรุ่นมีระบบเข้า-ออกรถแบบไร้กุญแจ ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบไร้กุญแจ ใบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ กระจกมองหลังป้องกันแสงสะท้อนอัตโนมัติ กล้องถอยหลัง และระบบมัลติมีเดีย MyLink ที่รองรับ Apple CarPlay และ Siri Eyes Free สำหรับรุ่น LTZ มีชุดแต่ง Perfect Edition II ให้เลือก (ประกอบด้วยกันชนหน้า กันชนหลัง สปอยเลอร์หลัง บังโคลน และซุ้มล้อสีดำ) ราคา 23,855 บาท เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล การจัดวางที่นั่งแบบ 2+3+2 สำหรับ 7 ที่นั่ง เหมาะสำหรับทั้งการใช้ในครอบครัวและการขับขี่ในเมือง พร้อมสมรรถนะออฟโรดที่ยอดเยี่ยม สามารถรับมือกับสภาพถนนหลากหลายประเภทได้
Q
"Subaru Crosstrek ปี 2022 เป็นรถยนต์ที่ดีหรือไม่?"
Subaru Crosstrek ปี 2022 เป็นรถยนต์ที่ครบครัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สามารถรับมือกับสภาพถนนที่หลากหลาย ด้วยระยะห่างจากพื้น 220 มม. และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร ทำให้สามารถลุยโคลน กรวด หรือพื้นผิวขรุขระได้อย่างง่ายดาย ป้องกันรอยขีดข่วนที่ใต้ท้องรถ และรักษาเสถียรภาพแม้บนพื้นผิวที่ลื่น ทำให้เหมาะสำหรับชีวิตในชนบท การเดินทางพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ หรือถนนลูกรังในชานเมือง เครื่องยนต์แบบวางนอนช่วยให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำ ส่งผลให้มีเสถียรภาพด้านข้างที่ดีเยี่ยมขณะเข้าโค้งและเปลี่ยนเลน และการควบคุมที่เหนือกว่า SUV ส่วนใหญ่ในระดับเดียวกัน ภายในเรียบง่ายและใช้งานได้จริง ด้วยการจัดวางปุ่มอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ปรับฟังก์ชั่นได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายโดยไม่ต้องมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ตอบสนองความต้องการด้านความสะดวกสบายของผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง แชสซีดูดซับแรงกระแทกจากถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รักษาความสบายในการขับขี่ พร้อมการส่งกำลังที่ราบรื่นและประหยัดน้ำมันได้ดี นอกจากนี้ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่จำนวนมากยังทำงานอย่างเงียบ ๆ อยู่เบื้องหลัง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่และมอบประสบการณ์ที่เชื่อถือได้ทั้งสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินทางผจญภัยบนท้องถนน
ดูเพิ่มเติม