Q
เครื่องยนต์อะไรอยู่ใน Hyundai H1
Hyundai H1 ในตลาดไทยมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลสองรุ่นคือ 2.5 ลิตร CRDi และ 2.6 ลิตร D4BH เทอร์โบ โดยเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร CRDi ใช้เทคโนโลยีคอมมอนเรลโดยตรงของ Hyundai ให้กำลัง 170 แรงม้า แรงบิด 392 นิวตันเมตร ประหยัดน้ำมันและปล่อยมลพิษต่ำเหมาะกับการเดินทางไกลและใช้ในครอบครัว ส่วนเครื่องยนต์ 2.6 ลิตร D4BH ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงต่ำ จึงเป็นที่นิยมในกลุ่มรถเชิงพาณิชย์ของไทย เครื่องยนต์ดีเซล Hyundai ระบายความร้อนได้ดีในสภาพอากาศร้อน ช่วงล่างสูงเหมาะกับถนนไม่เรียบ และเมื่อจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติทั่วไปในไทย สามารถรับมือกับการจราจรติดขัดในกรุงเทพได้ Hyundai H1 รุ่นจำหน่ายในไทยมาพร้อมถุงลมนิรภัยคู่และระบบ ABS ตามมาตรฐานความปลอดภัย เหมาะทั้งเป็นรถ MPV อเนกประสงค์สำหรับนักท่องเที่ยวและปรับเป็นรถรับรองธุรกิจได้
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงของ Hyundai H1 เป็นอย่างไร
ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันของ Hyundai H1 ในประเทศไทยจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและระบบขับเคลื่อน โดยรุ่นที่ใช้น้ำมันเบนซินจะสิ้นเปลืองเฉลี่ยประมาณ 9-11 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนรุ่นดีเซลจะประหยัดกว่าคือประมาณ 7-9 กิโลเมตรต่อลิตร แต่ตัวเลขจริงอาจขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และน้ำหนักบรรทุกด้วย ในสภาพอากาศร้อนและการจราจรติดขัดแบบเมืองไทย แนะนำให้ดูแลรถอย่างสม่ำเสมอ เช่น ตรวจสอบลมยางให้เหมาะสม ใช้น้ำมันเครื่องที่ถูกต้อง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้ Hyundai H1 เป็นรถเอ็มพีวีอเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มครอบครัวและนักธุรกิจไทย ด้วยจุดขายคือความกว้างขวางและประโยชน์ใช้สอยสูง ถ้าอยากประหยัดน้ำมันมากขึ้นอาจเลือกรุ่นดีเซลหรือมองหาเทคโนโลยีไฮบริดที่ Hyundai เปิดตัวในปีหลังๆ ซึ่งช่วยลดการสิ้นเปลืองโดยยังคงสมรรถนะที่ดี นอกจากนี้เวลาซื้อรถในไทยอาจดูนโยบายพลังงานของแต่ละจังหวัดด้วย เพราะบางพื้นที่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับรถดีเซล ซึ่งส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในระยะยาว
Q
ไฮุนได H1 ใช้น้ำมันกี่ลิตร?
ปริมาณน้ำมันเครื่องของ Hyundai H1 จะแตกต่างกันไปตามรุ่นเครื่องยนต์ โดยเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร CRDi จะใช้น้ำมันเครื่องประมาณ 7.5 ลิตร (รวมเปลี่ยนไส้กรอง) ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร ต้องการน้ำมันเครื่องประมาณ 4.3 ลิตร สำหรับสภาพอากาศร้อนแบบประเทศไทย แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มสูตรเกรด API SN/SP หรือมาตรฐาน ACEA C3 โดยเลือกความหนืด 5W-30 หรือ 10W-40 เพื่อให้เหมาะสมกับอุณหภูมิสูง ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน (ตามระยะใดถึงก่อน) โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนของไทย ควรตรวจสอบสภาพน้ำมันเครื่องเป็นประจำเพราะความชื้นในอากาศอาจทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพเร็วขึ้น นอกจากนี้ผู้จำหน่ายอย่าง Hyundai Mobility Bangkok หรือ Sri Trang Glazier ที่ได้รับอนุญาตในไทย มีบริการน้ำมันเครื่องแท้และแพ็คเกจดูแลรถที่ออกแบบมาสำหรับสภาพอากาศร้อนโดยเฉพาะ หากต้องการเปลี่ยนเองควรใช้ไส้กรองน้ำมันเครื่องที่ตรงกับสเปคของผู้ผลิต เช่น อะไหล่แท้จากเกาหลีหรือยี่ห้อระดับโลกอย่าง Mann Filter เพื่อประสิทธิภาพการกรองที่ดีที่สุด
Q
คะแนนความปลอดภัยของ Hyundai H1 คืออะไร?
สำหรับการประเมินความปลอดภัยของรถยนต์ Hyundai H1 Modern ในประเทศไทย สามารถอ้างอิงผลทดสอบจาก ASEAN NCAP ซึ่งรุ่นนี้ได้คะแนน 4 ดาวจากเต็ม 5 ดาวในการทดสอบปี 2019 โดยมาพร้อมกับอุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐานเช่น ถุงลมนิรภัยคู่ ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการทั่วไปของตลาดอาเซียน ในสภาพอากาศของประเทศไทยที่มีฝนชุกและความชื้นสูง รวมถึงสภาพถนนที่ค่อนข้างซับซ้อน ขอแนะนำให้เจ้าของรถดูแลรักษายางรถยนต์และระบบเบรกเป็นพิเศษ นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกยังแนะนำให้ติดตั้งกล้องถอยหลังเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ตามตรอกซอกซอยแคบๆ ที่สำคัญคือ มาตรฐานการทดสอบของ ASEAN NCAP จะคำนึงถึงสภาพแวดล้อมการขับขี่ในเขตร้อนเป็นพิเศษ เช่น การประเมินสถานการณ์ที่มีรถจักรยานยนต์ปะปนอยู่มาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคไทยควรให้ความสนใจเป็นพิเศษเมื่อเลือกซื้อรถยนต์ประเภท MPV เนื่องจากบนท้องถนนไทยมีสัดส่วนรถจักรยานยนต์สูง จึงต้องการรถที่มีความสามารถในการหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ดีเป็นพิเศษ
Q
ความจุของถังน้ำมันของ H1 คือเท่าไร
สำหรับ Hyundai H1 รุ่นปัจจุบัน ความจุถังน้ำมันจะแตกต่างกันไปตามรุ่น โดยมาตรฐานจะอยู่ที่ 75 ลิตร ส่วนบางรุ่นที่ปรับแต่งพิเศษอาจมีความจุแตกต่างไปเล็กน้อย ถือว่าอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางสูงเมื่อเทียบกับรถ MPV ทั่วไปในตลาดไทย ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานทั้งการเดินทางไกลหรือการใช้ชีวิตประจำวันของครอบครัว ในสภาพอากาศร้อนและเส้นทางหลากหลายของไทย แนะนำให้ผู้ขับขี่รักษาระดับน้ำมันเชื้อเพลิงไว้อย่างน้อย 1/4 ของถังเสมอ เพื่อป้องกันปั๊มน้ำมันร้อนเกินไป ส่วนสถานีบริการน้ำมันในไทยนั้นมีทั้งเบนซิน 91/95 และไบโอดีเซล B7/B20 ให้เลือกเติม โดยเครื่องยนต์ของ H1 สามารถใช้เชื้อเพลิงเหล่านี้ได้ทั้งหมด แต่ควรเลือกเลขออกเทนตามที่คู่มือผู้ใช้แนะนำเพื่อประสิทธิภาพและประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุด ข้อควรรู้คือในจังหวัดทางเหนืออย่างเชียงใหม่หรือเชียงรายที่มีเส้นทางภูเขาค่อนข้างมาก การมีถังน้ำมันความจุสูงจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเติมน้ำมันในพื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกยังแนะนำให้ตรวจสอบความแน่นหนาของถังน้ำมันทุก 2 ปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ความชื้นสูง เพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นเข้าไปในระบบเชื้อเพลิง
Q
Hyundai H1 มีลักษณะอย่างไร
现代 H1 เป็นรถมัลติเพอร์พสส utility รูปทรงกล่องแข็งแรงทนทาน เหมาะสำหรับใช้เป็นรถรับส่งพนักงานหรือรถท่องเที่ยวครอบครัวในตลาดไทย ด้านหน้ามีกริลล์แบบตระกูล Hyundai พร้อมไฟหน้า Halogen ขนาดใหญ่ ด้านข้างตัวถังมีเส้นสายเรียบง่าย ติดตั้งประตูสไลด์อำนวยความสะดวกในการขึ้นลง หลังคามีดีไซน์เรียบร้อยติดตั้งไฟท้ายแนวตั้ง ในไทยมีรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร ที่เหมาะสมกับสภาพถนนและความนิยมน้ำมันดีเซลของท้องถิ่น ภายในตกแต่งด้วยเบาะผ้าเอนกประสงค์และแผงพลาสติกทนสภาพอากาศร้อน รุ่นสูงอาจมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวหลัง เมื่อเทียบกับรุ่นเดียวกันอย่าง Toyota Commuter แล้ว H1 มักได้เปรียบเรื่องราคาที่คุ้มค่ากว่า แม้ทั้งคู่จะเน้นประโยชน์ใช้สอยและความทนทานเหมือนกัน ในตลาดมือสองของไทยก็พบ H1 บ่อยครั้ง ด้วยค่าบำรุงรักษาที่ไม่สูง และมีศูนย์บริการ Hyundai กระจายทั่วประเทศ ที่สำคัญสำหรับผู้ต้องการรถขนาดใหญ่แต่มีงบประมาณจำกัด รุ่นนี้ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว
Q
รถ Hyundai H1 เป็นดีเซลหรือไม่?
ใช่แล้ว รุ่น H1 Modern ในตลาดประเทศไทยมีเวอร์ชั่นเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือก เครื่องยนต์เป็นแบบ 2.5 ลิตร CRDi เทอร์โบชาร์จ ให้ประสิทธิภาพด้านประหยัดน้ำมันและแรงบิดสูง เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภูเขาและการเดินทางไกลในไทย แถมรถดีเซลยังได้รับความนิยมในหมู่ครอบครัวและผู้ใช้เชิงพาณิชย์เนื่องจากค่าการประหยัดน้ำมันที่ต่ำ รถ MPV อย่าง H1 Modern นั้นไม่เพียงแต่มีพื้นที่กว้างขวางเหมาะสำหรับครอบครัว แต่ยังนิยมใช้ในงานรับรองทางธุรกิจอีกด้วย โดยเวอร์ชั่นดีเซลในไทยมีจำนวนการใช้งานค่อนข้างสูง มีเครือข่ายบริการซ่อมบำรุงครอบคลุมและอะไหล่พร้อมจำหน่าย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยมีกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับรถดีเซล ซึ่งเครื่องยนต์ดีเซลของ H1 Modern นั้นผ่านมาตรฐานการปล่อยไอเสียของไทยเรียบร้อยแล้ว เจ้าของรถสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ ส่วนเรื่องการสตาร์ทเครื่องในอากาศเย็นอาจมีผลต่อรถดีเซล แต่ในสภาพอากาศร้อนอย่างไทยไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ สำหรับคนไทยที่กำลังมองหารถ H1 Modern เวอร์ชั่นดีเซลถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและใช้งานได้จริง โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้งานบรรทุกผู้โดยสารหรือสัมภาระบ่อยๆ จะเห็นถึงประสิทธิภาพด้านกำลังและความประหยัดน้ำมันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
Q
ไมล์สะสมของ Hyundai H1 คืออะไร
ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันของ Hyundai H1 นั้นแตกต่างกันไปตามรุ่นและสภาพการขับขี่ สำหรับรุ่นเบนซินในเมืองจะกินน้ำมันประมาณ 8-9 ลิตร/100 กม. แต่ถ้าขับบนทางด่วนจะลดลงเหลือ 7-8 ลิตร/100 กม. ส่วนรุ่นดีเซลนั้นประหยัดกว่าครับ ในเมืองจะอยู่ที่ 7-8 ลิตร/100 กม. พอขึ้นทางด่วนจะประหยัดยิ่งขึ้นเหลือแค่ 6-7 ลิตร/100 กม. เหมาะมากสำหรับคนไทยที่ต้องขับทางไกลหรือใช้ประจำวัน ในตลาดไทย Hyundai H1 ได้รับความนิยมจากทั้งครอบครัวและคนทำงานเพราะความกว้างขวางและประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะรุ่นดีเซลที่ประหยัดกว่าในสภาพน้ำมันราคาสูงของไทย แต่จริงๆ แล้วการประหยัดน้ำมันยังขึ้นอยู่กับสไตล์การขับ ถนน และการดูแลรถด้วย ควรบริการตามกำหนดและขับอย่างนุ่มนวลจะช่วยประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น แถมอากาศร้อนๆ แบบไทยๆ ที่ต้องเปิดแอร์บ่อยก็อาจทำให้กินน้ำมันเพิ่มขึ้นนิดหน่อย เพราะงั้นเวลาจะเลือกซื้อก็ลองดูความต้องการของตัวเองดีๆ ว่าจะเหมาะกับรุ่นไหนครับ
Q
รถ Hyundai H1 เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้าหรือล้อหลัง
รถยนต์ Hyundai H1 ในตลาดประเทศไทยมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้าและแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าเหมาะกับการใช้งานในเมืองและการเดินทางประจำวันมากกว่า เพราะช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีกว่า ส่วนรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อเหมาะกับสภาพถนนที่ซับซ้อนอย่างทางภาคเหนือของไทยหรือช่วงฤดูฝน ที่ต้องการแรงเกาะถนนที่ดีกว่า ในไทย รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าเป็นที่นิยมมากกว่าเพราะค่าบำรุงรักษาถูกกว่าและเหมาะกับการขับขี่ในเมืองทั่วไป แต่ถ้าคุณต้องเดินทางไปยังพื้นที่ภูเขาบ่อยๆ เช่น เชียงใหม่หรือเชียงราย การเลือกรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อจะปลอดภัยกว่า Hyundai H1 เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย ด้วยความกว้างขวางของห้องโดยสารและประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ ทั้งจากครอบครัวและกลุ่มนักธุรกิจ ไม่ว่าจะเลือกรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าหรือสี่ล้อก็ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน แนะนำให้เลือกตามสภาพการใช้งานจริงของคุณจะดีที่สุด
Q
Hyundai H1 มีกี่ลิตร
Hyundai H1 ในตลาดประเทศไทยมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซิน โดยรุ่นดีเซลมาพร้อมเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร CRDi เทอร์โบชาร์จ (ความจุจริง 2,497 ซีซี) ส่วนรุ่นเบนซินใช้เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร MPI (ความจุจริง 2,359 ซีซี) ซึ่งทั้งสองแบบผ่านมาตรฐานการระบายไอเสียของไทยและประหยัดน้ำมันเหมือนกัน ที่สำคัญคนไทยเน้นเรื่องความทนทานและการใช้งานจริง ซึ่ง H1 ตอบโจทย์ด้วยการออกแบบภายในกว้างขวางนั่งได้ 9 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่ปรับเปลี่ยนได้เหมาะทั้งสำหรับครอบครัวใหญ่หรือใช้รับส่งผู้โดยสาร รวมถึงระยะความสูงจากพื้นรถที่ช่วยให้ขับเคลื่อนบนถนนชนบทได้สบายๆ ส่วนค่าบำรุงรักษาที่ศูนย์บริการของ Hyundai ในไทยก็ใกล้เคียงกับคู่แข่งจากญี่ปุ่น แถมยังมีประกันยาวถึง 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดขายเด่นสำหรับคนไทยที่คิดถึงการใช้รถในระยะยาว ถ้าพูดถึงตลาดมือสอง รุ่นปี 2015 เป็นต้นมายังคงมูลค่าดี โดยเฉพาะรุ่นดีเซลที่คนนิยมกว่าเพราะเหมาะกับการเดินทางไกล
Q
Hyundai H-1 เร็วแค่ไหน?
รถ Hyundai H-1 รุ่นปัจจุบันในประเทศไทยมีความเร็วสูงสุดประมาณ 170 กม./ชม. แต่ความสามารถจริงอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นและการปรับแต่ง โดยตัวรถรุ่นนี้ในตลาดไทยเน้นจุดขายเรื่องความประหยัดและพื้นที่ใช้งานสะดวก เหมาะสำหรับครอบครัวหรือใช้ทำงาน ส่วนเรื่องความเร็วขนาดนี้บนถนนในเมืองหรือทางด่วนของไทยก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานประจำวันอยู่แล้ว แถมยังประหยัดน้ำมันดีเพราะใช้เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งเหมาะกับราคาน้ำมันที่ค่อนข้างสูงในไทย แต่ต้องระวังเรื่องกฎหมายนะ เพราะกฎหมายไทยจำกัดความเร็วบนทางด่วนไว้ที่ 120 กม./ชม. เท่านั้น ควรขับขี่ตามกฎจะดีที่สุด ส่วนเรื่องพื้นที่ภายในรถ H-1 นั้นจัดว่าใช้งานได้หลากหลาย ทั้งจัดวางเบาะนั่งและพื้นที่เก็บของได้ดี จุดนี้ทำให้หลายคนในไทยเลือกซื้อรถรุ่นนี้ แต่ถ้าอยากได้รถที่ขับสนุกกว่านี้ อาจลองดูรถ SUV หรือรถเก๋งรุ่นอื่นๆ ของ Hyundai ในไทยก็ได้นะ
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
รถคันไหนมีกำลังแรงม้าที่สูงที่สุด?
ยานพาหนะที่มีแรงม้าสูงสุดในตลาดในปัจจุบันคือ Zeekr 009 AWD ซึ่งติดตั้งมอเตอร์คู่และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา โดยมีการส่งกำลังสูงสุดถึง 612 ps และแรงบิดสูงสุด 693 Nm เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม.
รถคันนี้ใช้แบตเตอรี่ NMC ความจุ 116 kWh ให้ระยะทางวิ่ง 582 กม. ตามมาตรฐาน WLTP และรองรับระบบชาร์จเร็ว DC 310 kW ที่มีประสิทธิภาพสูง
ในฐานะรถ MPV ระดับหรู Zeekr 009 ยังโดดเด่นในเรื่องพื้นที่และการตกแต่ง เช่น มีหน้าจอแสดงผลขนาด 10.25 นิ้ว หน้าจอกลางขนาด 15.05 นิ้ว ระบบเสียง Yamaha 30 ลำโพง และเบาะหนัง Nappa พร้อมให้เลือก 3 สีตัวถัง
เมื่อเทียบกับรถสมรรถนะสูงอื่นๆ เช่น Toyota GR Yaris (304 ps) หรือ WEY G9 (487 ps) แล้ว พารามิเตอร์ด้านกำลังของ Zeekr 009 ยังคงเหนือกว่า
ควรระวังว่าข้อมูลแรงม้าอาจเปลี่ยนแปลงตามการอัปเดตรุ่น ดังนั้นก่อนซื้อควรตรวจสอบข้อมูลประสิทธิภาพล่าสุดจากผู้ผลิต
Q
แบรนด์รถสปอร์ตที่น่าเชื่อถือที่สุดคืออะไร?
ในตลาดไทย MG และ BMW เป็นแบรนด์รถสปอร์ตที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุด MG คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2024 อีกครั้ง ด้วยเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง MG3 HYBRID+ และ MG4 EV แสดงให้เห็นถึงจุดแข็งของแบรนด์ทั้งในด้านรถยนต์แบบดั้งเดิมและรถยนต์ไฟฟ้า และนโยบาย "การรับประกันตลอดอายุการใช้งานสำหรับชิ้นส่วนไฟฟ้าหลัก 3 ชิ้น" ยิ่งเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ในขณะเดียวกัน BMW ครองตลาดระดับไฮเอนด์ด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่าและประสบการณ์ที่หรูหรา ผลิตภัณฑ์ของ BMW ครอบคลุมทั้งรถสปอร์ตและ SUV ทำให้เป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคที่แสวงหาความสุขในการขับขี่ นอกจากนี้ รถซูเปอร์คาร์ T63 ของแบรนด์ท้องถิ่นที่กำลังเติบโตอย่าง Tera S Motor ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์ Civic Type R แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของการผลิตของไทยด้วยการออกแบบที่น้ำหนักเบาและดีเอ็นเอแห่งการแข่งขัน การลงทุนอย่างต่อเนื่องของแบรนด์เหล่านี้ในด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี และบริการ ทำให้พวกเขากลายเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือในกลุ่มรถสปอร์ต
Q
"กีฬาแบบหรูหรา คือกีฬาอะไร?"
รถสปอร์ตหรูในประเทศไทยมักหมายถึงรถยนต์ที่ผสมผสานระหว่างสมรรถนะสูงและประสบการณ์ความหรูหรา โดยมีลักษณะหลักประกอบด้วยพลังขับเคลื่อนอันทรงพลัง งานฝีมืออันประณีต และเทคโนโลยีล้ำสมัย ตัวอย่างเช่น Bizzarrini 5300 GT Strada ที่ใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 5.3 ลิตร ด้วยการออกแบบสไตล์อิตาเลียนและสมรรถนะทางกลอันยอดเยี่ยม ได้กลายเป็นรถสปอร์ตคลาสสิกที่ชนชั้นสูงชาวไทยนิยมชมชอบ โดยมีเส้นสายตัวรถที่ดูทรงพลัง และห้องโดยสารที่ใช้วัสดุหนังคุณภาพสูงร่วมกับแผงหน้าปัดที่ผสมผสานระหว่างสไตล์คลาสสิกและโมเดิร์น ราคามักสูงกว่า 3 ล้านบาท นอกจากนี้ รถสปอร์ตประสิทธิภาพสูงจากเยอรมนี เช่น BMW M Series และ Mercedes-AMG ก็ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยใช้เทคโนโลยีเช่นระบบช่วงล่างปรับได้และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะบนสนามแข่งและความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน สิ่งสำคัญคือ ความหมายของรถสปอร์ตหรูในตลาดไทยให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ของแบรนด์และการยอมรับในสังคม เช่น เสียงเครื่องยนต์ V10 ของ Lamborghini หรือดีเอ็นเอแห่งสนามแข่งของ Porsche 911 ที่ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะ ในปีที่ผ่านมา แนวโน้มการใช้พลังงานไฟฟ้าเริ่มมีผลต่อกลุ่มรถประเภทนี้ โดยมีรถ SUV สมรรถนะสูงบางรุ่นเริ่มนำเสนอรุ่นไฮบริด แต่อย่างไรก็ตาม รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดใหญ่ยังคงเป็นที่นิยมหลัก สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญทั้งสมรรถนะทางกลและความหรูหรา
Q
รถสปอร์ตที่เสียงดีที่สุดคืออะไร?
ในตลาดไทย Dodge Hellcat Redeye ยอดนิยมเป็นอย่างยิ่งด้วยเสียงเครื่องที่ตะลุยหัวใจ โดยติดตั้งเครื่องยนต์ V8 6.2 ลิตร Supercharged ที่ให้กำลังขับ 797 แรงม้า ร่วมกับระบบแคลนเสียงแบบตรงไปตรงมา สามารถสร้างเสียงเครื่องที่แรงและสูงระดับ 96-105 เดซิเบล โดยเสียงกรอกต่ำและเสียงร้องดังสูงเรียงติดกัน ทำให้มีลักษณะที่จำได้ชัดเจน
Porsche 718 Boxster ใช้เครื่องยนต์ Turbocharged แกนสี่ตัวแบบ Boxer โดยเสียงเครื่องมีลักษณะเสียงสูงและตื่นเต้นมากขึ้น ระดับเสียงที่วัดจริงถึง 96-105 dB เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการความตื่นเต้น
ถ้าคุณชอบเสียงที่สง่างาม BMW Z4 กับเครื่องยนต์ Turbocharged แกนหกตัวแบบ Inline สามารถให้เสียงที่ต่ำและนุ่มนวลระดับ 86-95 เดซิเบล เหมือนเสียง Opera Aria
สิ่งที่ควรทราบคือ Lexus LFA แม้จะไม่ได้ขายอย่างเป็นทางการในไทย แต่เสียงเครื่องยนต์ V10 ที่มีลักษณะเหมือนเพลง Rock ถูกยอมรับกันว่าเป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรม ในขณะที่เสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของ Maserati GTS ก็ยอดเยี่ยมและน่าดึงดูดเช่นกัน
เมื่อเลือกใช้งานต้องพิจารณาร่วมกันระหว่างความชอบส่วนตัวและกฎหมายในท้องถิ่น บางรุ่นต้องติดตั้งแคลนเสียงแบบกีฬาเพิ่มเติมเพื่อปลดปล่อยลักษณะเสียงเครื่องที่สมบูรณ์ และต้องระมัดระวังการควบคุมเสียงรบกวนเมื่อขับขี่ในเมือง
Q
รถฟอร์มูลาวันราคาสูงที่สุดคือรุ่นใด?
รถแข่ง F1 ที่แพงที่สุดที่รู้จักกันในปัจจุบันคือรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ W 196 R รุ่นปี 1954 ซึ่งขายในงานประมูลที่เมืองสตุตการ์ท ประเทศเยอรมนี ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ด้วยราคา 46.5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท) และเมื่อรวมภาษีแล้วผู้ซื้อจ่ายจริง 51.55 ล้านยูโร (ประมาณ 205 ล้านบาท)
รถคันนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร แบบแถวเรียง 8 สูบ สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเคยถูกขับโดยนักแข่งตำนาน ฮวน มานูเอล ฟังจิโอ ผู้ชนะการแข่งขันกรังด์ปรีซ์บัวโนสไอเรสปี 1955 การออกแบบแบบสตรีมไลน์และความสำคัญทางประวัติศาสตร์ทำให้มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของยุคทองของ F1
ที่น่าสนใจคือ W 196 R "Monza" Streamliner รุ่นเดียวกันอีกคันถูกขายในงานประมูลช่วงเวลาเดียวกันด้วยราคา 51.155 ล้านยูโร (ประมาณ 204 ล้านบาท) การซื้อขายทั้งสองครั้งนี้ทำลายสถิติการประมูลรถแข่ง
มูลค่าการสะสมรถ F1 ขึ้นอยู่กับความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ความเป็นตัวแทนของเทคโนโลยี และความเกี่ยวข้องกับนักแข่งชื่อดัง โดยรถรุ่นคลาสสิกเหล่านี้มักเป็นที่ต้องการของนักสะสมเนื่องจากความหายากและสภาพการเก็บรักษาที่สมบูรณ์
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Hyundai PALISADE Diesel vs all-new SANTA FE Hybrid เจาะลึก 2 SUV เรือธง พร้อมโปร Hyundai Pay Less ผ่อน 0%
ธนวัฒน์Feb 25, 2026

Hyundai STARIA รุ่นไฟฟ้าเปิดตัว: MPV พื้นที่กว้างขวาง ครอบครัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คุ้มค่าที่จะรอคอย!
ธนวัฒน์Jan 12, 2026

Hyundai เปิดตัว SANTA FE XRT Concept ภายใต้ธีม “Sense of SEOUL” ในงาน Motor Expo 2025
พงศธรDec 9, 2025

Hyundai Elexio EO รถ SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่ เปิดตัว 16 ต.ค. วิ่งได้ไกลถึง 722 กม
พงศธรOct 29, 2025

All NEW Hyundai SANTA FEเปิดตัว ราคา 1,599,000-1,749,000 บาท
ธนวัฒน์Jul 16, 2025
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย