Q
ขนาดยางของ Denza D9 คืออะไร ตรวจสอบมาตรฐานได้ที่นี่
ขนาดยางมาตรฐานของรถ DENZA D9 คือ 23560 R18 ขนาดนี้เป็นขนาดที่ใช้ทั่วไปในรถยนต์อเนกประสงค์ในประเทศไทย สามารถรองรับความสบายในการขับขี่และการปรับตัวกับสภาพถนนได้ดี เนื่องจากภูมิอากาศประเทศไทยร้อนชื้นและมีฝนตกบ่อยแนะนำให้เลือกใช้ยางที่มีการระบายน้ำดีและทนความร้อนสูง เช่นยาง Michelin Primacy 4 หรือ Bridgestone Turanza ซึ่งทั้งสองรุ่นมีประสิทธิภาพดีบนถนนเปียกและทนต่อการใช้งานระยะไกล ควรตรวจสอบดัชนีรับน้ำหนัก เช่น 104 และระดับความเร็ว เช่น V ให้ตรงกับมาตรฐานโรงงานโดยเฉพาะเมื่อขับบนถนนภูเขาหรือทางด่วน หากต้องการเปลี่ยนขนาดล้อควรปรับอัตราส่วนแก้มยางให้เหมาะสมเพื่อรักษาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของยางไม่ให้เปลี่ยนแปลงมากเกินไปเพื่อไม่ให้ผลกระทบกับความแม่นยำของมาตรวัดความเร็วและระบบช่วงล่าง ร้านแต่งรถบางแห่งในไทยมีบริการอัปเกรดยางอย่างมืออาชีพ แต่ควรเลือกขนาดที่โรงงานแนะนำเพื่อรักษาสิทธิ์ประกันรถยนต์ นอกจากนี้กฎหมายไทยกำหนดความลึกดอกยางขั้นต่ำไม่ต่ำกว่า 16 มิลลิเมตรการตรวจสอบสภาพยางอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อผ่านการตรวจสภาพรถ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
Denza D9 มีข้อเสียอะไรบ้าง
Denza D9 ไม่ใช่รถที่สมบูรณ์แบบในทุกด้าน ยังมีบางจุดที่สามารถปรับปรุงได้ ด้านระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ รุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยรองรับเพียงระดับ L2 ซึ่งเมื่อเทียบกับรุ่นท็อปในประเทศจีนแล้ว จะขาดฟังก์ชันช่วยขับขั้นสูงบางอย่าง จึงไม่สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกและชาญฉลาดได้อย่างเต็มที่ ในส่วนของรายละเอียดภายใน กล่องคอนโซลกลางมีตู้แช่เย็นติดตั้งอยู่ด้านล่าง ทำให้ความลึกของกล่องเก็บของลดลง เหมาะสำหรับใส่ของขนาดบาง ๆ เท่านั้น จึงจำกัดการใช้งานในการจัดเก็บ ขณะที่พวงมาลัยใช้ระบบสัมผัสแบบทัช ซึ่งให้แรงสะท้อนกลับที่ไม่ชัดเจนนัก อาจทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดว่าไม่ได้กดหรือสั่งงาน ต่างจากปุ่มกดแบบดั้งเดิมที่ให้สัมผัสชัดเจน นอกจากนี้ ยังพบอาการหน้ารถทิ่มเมื่อเบรกอย่างกะทันหัน โดยเฉพาะขณะหยุดที่สัญญาณไฟแดง อาการนี้ส่งผลให้ผู้โดยสารตอนหลังรู้สึกไม่สบายขณะเดินทาง
Q
Denza D9 อยู่ใน Segment อะไร
Denza D9 จัดอยู่ในกลุ่มรถ MPV (Multi-Purpose Vehicle) หรือรถอเนกประสงค์ โดยมีการวางตำแหน่งเป็นรถ MPV ระดับพรีเมียมหรูหรา เหมาะทั้งสำหรับการเดินทางของครอบครัวและการรับรองลูกค้าทางธุรกิจ รุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน ด้วยห้องโดยสารแบบ 7 ที่นั่งที่กว้างขวาง การตกแต่งภายในหรูหรา และเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง เช่น หน้าจอกลางขนาดใหญ่ เบาะปรับอุณหภูมิได้ทั้งร้อนและเย็น ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่เน้นความสะดวกสบายและการใช้งานจริง ในประเทศไทย รถ MPV ก็เป็นที่นิยม โดยเฉพาะรุ่นหรูอย่าง Toyota Alphard และ Honda Odyssey ซึ่งการมาของ Denza D9 ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะมีทั้งเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนและปลั๊กอินไฮบริด ซึ่งตอบรับแนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทย หากคุณกำลังพิจารณาซื้อรถ MPV ควรดูทั้งเรื่องความกว้างขวาง ความสะดวกสบาย รวมถึงระยะทางต่อการชาร์จและความสะดวกในการชาร์จ เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จในไทยกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รถไฟฟ้าจะมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ระบบอัจฉริยะใน Denza D9 เช่น การควบคุมด้วยเสียงและระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ยังช่วยให้การขับขี่ในเมืองที่การจราจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ เป็นเรื่องง่ายขึ้นอีกด้วย
Q
Reslae Value ของ Denza D9 คืออะไร
Denza D9 เปิดตัวในประเทศไทยด้วยรุ่น DENZA D9 Premium 2024 และ DENZA D9 Performance AWD 2024 โดยมีราคาจำหน่ายที่ 1,999,900 บาท และ 2,699,900 บาทตามลำดับ ราคาขายต่อในตลาดมือสองมักจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยหลายประการ เช่น สภาพการใช้งาน ระยะทางที่วิ่ง อายุของรถ และอุปสงค์อุปทานในตลาด หากรถถูกใช้งานในระยะเวลาสั้น มีระยะทางน้อย และสภาพดี ราคาขายต่อจะค่อนข้างสูง ในทางกลับกัน หากรถมีความเสียหายชัดเจน หรือวิ่งมาไกล ราคาจะลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ ความต้องการของตลาดยังเป็นปัจจัยสำคัญ หากความต้องการรถ Denza D9 สูงและมีรถในตลาดจำนวนน้อย ราคาจะรักษาระดับได้ดี แต่หากอุปทานมากเกินความต้องการ ราคาขายต่อก็อาจลดลงได้เช่นกัน
Q
PCD Size ของ Denza D9 คืออะไร
PCD ของล้อรถยนต์ Denza D9 คือ 5×120 มิลลิเมตร หมายความว่าล้อถูกยึดด้วยน็อต 5 ตัว โดยน็อตจะกระจายอยู่บนวงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 120 มิลลิเมตร ข้อมูลนี้สำคัญมากสำหรับผู้ใช้ในประเทศไทย โดยเฉพาะเมื่อต้องเปลี่ยนล้อหรืออัปเกรดยางรถยนต์ ต้องมั่นใจว่าขนาด PCD ของล้อใหม่ตรงกับสเปกโรงงาน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการติดตั้งไม่พอดีหรือเสี่ยงต่อความปลอดภัยในการขับขี่ เนื่องจากสภาพอากาศร้อนชื้นและฝนตกบ่อยในไทย แนะนำให้เลือกล้อที่น้ำหนักเบาและระบายความร้อนได้ดี เช่น ล้ออะลูมิเนียม เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและการระบายความร้อนของระบบเบรก นอกจากนี้ สภาพถนนในไทยมีความหลากหลาย ทั้งเส้นทางภูเขาและในเมือง การเลือกขนาดยางและดีไซน์ล้อที่เหมาะสมจะช่วยให้ขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น ผู้ใช้ควรใส่ใจพารามิเตอร์อื่นๆ เช่น ค่า ET (Offset) และขนาดรูตรงกลาง (Center Bore) เพื่อให้ล้อที่ติดตั้งเข้ากันได้ดีกับระบบช่วงล่างและระบบเบรก ป้องกันการสั่นสะเทือนหรือการสึกหรอที่ไม่จำเป็น หากไม่คุ้นเคยกับการแต่งล้อ ควรปรึกษาช่างมืออาชีพหรือไปที่ศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาต เพื่อให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนล้อเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและรักษาประสิทธิภาพของรถยนต์ไว้ได้อย่างดีที่สุด
Q
Denza D9 มี Apple Carplay หรือไม่
Denza D9 ไม่มีระบบ Apple CarPlay แต่ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติเด่นมากมาย ด้วยความยาว 5,250 มม. กว้าง 1,960 มม. สูง 1,920 มม. และระยะฐานล้อ 3,110 มม. มอบพื้นที่ภายในกว้างขวางและสะดวกสบาย พร้อมที่นั่ง 7 ที่นั่ง เหมาะสำหรับการเดินทางของครอบครัว ด้านพละกำลังมีหลายรุ่น โดยมอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังแรงม้า กำลังไฟฟ้า และแรงบิดแตกต่างกันไป นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานครบครัน เช่น ถุงลมนิรภัย 8 จุด ระบบ ABS ระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ ช่วยเสริมความปลอดภัยในการขับขี่ แม้ว่าจะไม่มี Apple CarPlay แต่หน้าจอกลางขนาด 15.6 นิ้ว พร้อมลำโพง 12 ตัว ก็ให้ประสบการณ์ความบันเทิงที่ดีแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
Q
ยี่ห้อยางของ Denza D9 คืออะไร
Denza D9 ในฐานะ MPV พลังงานใหม่ระดับไฮเอนด์ ยางมาตรฐานจากโรงงานจะแตกต่างกันตามรุ่นรถและตลาดแต่ละภูมิภาค โดยในตลาดจีนมักติดตั้งยางคุณภาพสูงเพื่อความนุ่มนวล เช่น Michelin PRIMACY 4 หรือ Continental UltraContact UC6 ซึ่งทั้งสองแบรนด์นี้ก็เป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับในตลาดไทยด้วย ผู้บริโภคในไทยสามารถอ้างอิงประสิทธิภาพด้านความเงียบและการรีดน้ำบนถนนเปียกของรุ่นเหล่านี้ได้ สภาพภูมิอากาศร้อนชื้นและฝนตกชุกในไทย ทำให้ความสามารถในการรีดน้ำและความทนทานต่อความร้อนของยางมีความสำคัญมาก จึงควรตรวจสอบความดันลมยางและความลึกของร่องยางอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน หากต้องเปลี่ยนยาง นอกจากแบรนด์มาตรฐานจากโรงงานแล้ว ตัวเลือกคุณภาพในไทยยังมี Bridgestone TURANZA T005A และ Dunlop VEURO VE303 ที่ให้ความนุ่มนวลและประหยัดพลังงาน เหมาะกับการใช้งานของ MPV หรูอย่าง D9 ไม่ว่าจะเลือกแบรนด์ใด ควรซื้อจากช่องทางที่ถูกต้องและตรวจสอบให้มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน “DOT” หรือ “ECE” เพื่อให้มั่นใจว่ายางนั้นสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยของกรมการขนส่งทางบกไทย
Q
Denza D9 เป็นรถที่ดีหรือไม่ เรียนรู้ข้อดีและข้อเสียที่นี่
Denza D9 ในฐานะ MPV พลังงานใหม่ระดับไฮเอนด์ มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดไทย จุดเด่นคือพื้นที่ภายในกว้างขวางและสะดวกสบายแบบ 7 ที่นั่ง เหมาะสำหรับการเดินทางแบบครอบครัวหรือการรับรองแขกทางธุรกิจ โดยเฉพาะเบาะแถวที่สองแบบที่นั่งเครื่องบินที่ปรับระดับได้หลายทิศทางพร้อมฟังก์ชันอุ่นและระบายอากาศ ช่วยเพิ่มประสบการณ์การโดยสาร นอกจากนี้ รุ่นไฟฟ้าและรุ่นไฮบริดที่มีในตลาดช่วยลดต้นทุนการใช้งานได้ดีในสภาพราคาน้ำมันสูงของไทย เทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบใบมีดยังเพิ่มความปลอดภัยสูง แต่ข้อจำกัดคือขนาดตัวถังที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้การขับขี่และการจอดรถในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ อาจไม่คล่องตัวนัก และโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ซึ่งส่งผลต่อความสะดวกของรุ่นไฟฟ้า ด้านความทนทานระยะยาวและเครือข่ายบริการหลังการขาย ผู้บริโภคไทยอาจมีความกังวลในฐานะแบรนด์จีน หากสนใจ MPV พลังงานใหม่ ยังมีตัวเลือกที่มีชื่อเสียงอย่าง Toyota Alphard ไฮบริด แต่ Denza D9 นำเสนอเทคโนโลยีและความคุ้มค่าที่น่าสนใจกว่า แนะนำให้ทดลองขับเปรียบเทียบและตรวจสอบบริการของตัวแทนจำหน่ายพร้อมเงื่อนไขการรับประกัน นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับรถยนต์พลังงานใหม่ จึงควรติดตามนโยบายล่าสุดเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อรถ
Q
ความกว้างของ Denza D9 คือเท่าไร
Denza D9 มีความกว้างตัวถัง 1960 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นขนาดกว้างในกลุ่ม MPV ขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มพื้นที่ด้านข้างภายในรถให้กว้างขวาง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางแบบครอบครัวหรือการรับรองแขกในธุรกิจ ในภูมิภาคเขตร้อนอย่างประเทศไทย พื้นที่ภายในที่กว้างขวางยังช่วยเพิ่มความสบายขณะนั่ง พร้อมกับระบบแอร์ที่ดีสามารถรับมือกับสภาพอากาศร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ Denza D9 ในฐานะ MPV พลังงานใหม่ การออกแบบตัวถังที่กว้างไม่เพียงแต่เพิ่มประสบการณ์การโดยสารที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงสมรรถนะด้านอากาศพลศาสตร์ ช่วยลดการใช้พลังงานอีกด้วย สำหรับผู้ใช้ในประเทศไทย ขนาดความกว้างนี้เมื่อนำไปใช้งานบนถนนในเมืองหรือในลานจอดรถ อาจต้องระมัดระวังบ้าง แต่โดยทั่วไปห้างสรรพสินค้าหรือโรงแรมในไทยส่วนใหญ่รองรับรถขนาดนี้ได้ หากต้องการความมั่นใจ แนะนำให้ไปทดลองนั่งรถจริงที่ตัวแทนจำหน่ายก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อประเมินความเหมาะสมกับการใช้งานประจำวัน
Q
ราคาภาษีรถยนต์ของ Denza D9 คืออะไร วิธีการคำนวณเป็นอย่างไร
Denza D9 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งภาษีการใช้ทางบกในประเทศไทยจะแตกต่างจากรถยนต์ใช้น้ำมันที่คำนวณตามขนาดความจุเครื่องยนต์ โดยรถยนต์ไฟฟ้าไม่ถูกเก็บภาษีตามขนาดเครื่องยนต์ อัตราภาษีจึงขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละช่วงเวลา ผู้ใช้ต้องชำระภาษีประจำปีภายในวันที่ครบรอบทะเบียน พร้อมเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น เล่มทะเบียนรถสีฟ้า และประกันภัยภาคบังคับ (พรบ. หรือ CTPL) หากรถมีอายุมากกว่า 6 ปี จำเป็นต้องผ่านการตรวจสภาพก่อนชำระภาษี จึงแนะนำให้ติดต่อกรมขนส่งทางบกหรือผู้จำหน่ายที่ได้รับอนุญาต เพื่อรับข้อมูลภาษีที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันสำหรับ Denza D9 ค่ะ
Q
ราคามือสองของ Denza D9 คืออะไร ตรวจสอบราคามือสองได้ที่นี่
ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลราคามือสองของ DENZA D9 โดยตรง แต่รุ่นใหม่ของ DENZA D9 ในตลาดไทยมีหลายเวอร์ชัน ได้แก่ DENZA D9 Premium 2024 ราคาขาย 1,999,900 บาท และ DENZA D9 Performance AWD 2024 ราคาขาย 2,699,900 บาท ราคามือสองโดยทั่วไปจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุการใช้งาน กิโลเมตรที่วิ่ง สภาพรถ และอุปสงค์อุปทานในตลาด โดยรถที่อายุใช้งานสั้น วิ่งน้อย และสภาพดี มักมีราคาสูงกว่า ส่วนรถที่มีประวัติอุบัติเหตุหรือสภาพไม่ดี ราคาจะลดลงอย่างมาก หากต้องการทราบราคามือสองที่แม่นยำ แนะนำให้ติดตามแพลตฟอร์มซื้อขายรถมือสองที่เชื่อถือได้ในท้องถิ่น หรือติดต่อผู้จำหน่ายรถมือสองที่มีใบอนุญาตอย่างเป็นทางการค่ะ
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
Offroading คือกิจกรรมที่ขับรถยนต์หรือยานพาหนะผ่านเส้นทางที่ไม่ได้ใช้สัญจรทั่วไป เช่น ทางลูกรัง ทางโคลน ทางทะเลทราย หรือพื้นที่ที่มีภูมิประเทศขรุขระ รวมถึงป่าเขา ซึ่งไม่เหมาะกับการขับขี่บนถนนปกติ โดยกิจกรรมนี้มักจะต้องใช้ยานพาหนะที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการขับขี่ในสภาพเส้นทางที่ท้าทาย เช่น รถโฟร์วิลหรือรถที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
การขับขี่แบบออฟโรดเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ยานพาหนะเฉพาะทาง และในตลาดมีรถยนต์สมรรถนะสูงหลากหลายรุ่นให้เลือกเพื่อให้เหมาะกับภูมิประเทศและความต้องการที่แตกต่างกัน Jeep Wrangler Rubicon 4xe ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบพาร์ทไทม์ Rock-Trac และแรงบิดไฟฟ้าล้วน 470 Nm โดดเด่นในการปีนป่ายหินและภูมิประเทศสุดขั้ว ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบออฟโรดสุดขีด Toyota Land Cruiser 300 series มีชื่อเสียงในด้านเครื่องยนต์ V6 3.5T และเฟืองท้าย Torsen ถังน้ำมันขนาด 94 ลิตร และระยะทาง 1000 กม. ทำให้เหมาะสำหรับการเดินทางไกล สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า รุ่นไฮบริด Tank 300 Hi4-T มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเพียง 2.1 ลิตร/100 กม. พร้อมแรงบิดที่เพิ่มขึ้น 2.64 เท่าในโหมด 4L ทำให้ประหยัดน้ำมันและมีสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่สมดุล Mercedes-Benz G-Class ผสมผสานความหรูหราเข้ากับความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดขั้นสุดยอด เครื่องยนต์ V8 4.0T และความสามารถในการลุยน้ำลึก 700 มม. ทำให้รถคันนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการคุณภาพสูง สำหรับการใช้งานออฟโรดที่ไม่หนักมากนัก Suzuki Jimny ด้วยโครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-frame และฐานล้อสั้น จึงสามารถทำงานได้ดีเยี่ยมในพื้นที่แคบๆ นอกจากนี้ Beijing BJ40 Huanta Champion Edition ที่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Part-time และระบบล็อกเฟืองท้ายสามจุด ยังเป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัดแต่ต้องการความสามารถในการขับขี่ออฟโรดที่แข็งแกร่ง เมื่อเลือกซื้อรถออฟโรด ควรพิจารณาถึงงบประมาณ สถานการณ์การใช้งาน และคุณลักษณะของรถอย่างรอบด้าน ตัวอย่างเช่น Jeep Wrangler เหมาะสำหรับการปีนป่ายในสภาพสุดขั้ว Land Cruiser เหมาะสำหรับการเดินทางไกล ในขณะที่รุ่นไฮบริดอย่าง Tank 300 Hi4-T เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการความสมดุลระหว่างการเดินทางในชีวิตประจำวันและการขับขี่ออฟโรดในวันหยุดสุดสัปดาห์
Q
OHV คืออะไร?
OHV เป็นชื่อย่อของ Overhead Valve หรือในภาษาไทยเรียกว่า วาล์วเหนือหัว ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดวางวาล์วของเครื่องยนต์ โดยมีลักษณะว่าวาล์วตั้งอยู่ที่ส่วนบนของกระบอกสูบ แต่จะถูกขับเคลื่อนโดยลูกเบี้ยวที่อยู่ด้านข้างกระบอกสูบผ่านก้านดันและคันโยก
การออกแบบนี้ยังคงถูกใช้ในรถยนต์คลาสสิกและรถแต่งที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย เช่น มอเตอร์ไซค์ยามาฮา SR400 ที่ยังคงใช้เทคโนโลยีแบบดั้งเดิม ซึ่งเครื่องยนต์สูบเดียวระบายความร้อนด้วยอากาศของรุ่นนี้ใช้โครงสร้าง OHV ที่มีโครงสร้างเรียบง่าย ทนทาน และค่าบำรุงรักษาต่ำ เหมาะสำหรับสภาพอากาศร้อนชื้น
ข้อดีของเครื่องยนต์ OHV คือให้แรงบิดสูงที่รอบต่ำ เหมาะกับสภาพถนนที่เป็นภูเขาและชนบทที่ซับซ้อนของประเทศไทย แต่ข้อเสียคือประสิทธิภาพที่รอบสูงต่ำกว่าและมีเสียงดังกับการสั่นสะเทือนมากกว่า
ในเครื่องยนต์ดีเซล โครงสร้าง OHV มักถูกใช้ในเครื่องยนต์สูบเดียวหรือขนาดเล็กของรถกระบะและเครื่องจักรการเกษตร เช่น เครื่องยนต์ดีเซลสูบเดียวที่แต่งเพิ่มซึ่งพบได้ทั่วไปในประเทศไทย มักใช้การออกแบบนี้เนื่องจากทนทานและมีอะไหล่ใช้ร่วมกันได้ง่าย
เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้า รถยนต์โดยสารสมัยใหม่ส่วนใหญ่หันมาใช้ระบบ DOHC (ลูกเบี้ยวคู่เหนือหัว) ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า แต่ OHV ยังคงมีประโยชน์ในบางสาขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงกับความต้องการของผู้บริโภคไทยที่เน้นความประหยัดและง่ายต่อการซ่อมบำรุง
Q
ความแตกต่างระหว่าง ATV กับ SxS คืออะไร?
ATV (รถจักรยานยนต์ทุกภูมิประเทศ) และ SxS (รถสองที่นั่งขนาน) เป็นรถออฟโรดที่พบบ่อยสองประเภท โดยความแตกต่างหลักอยู่ที่โครงสร้างการออกแบบและการใช้งาน ATV ใช้เบาะแบบรถจักรยานยนต์และมือถือพวงมาลัยในการควบคุมทิศทาง โดยปกติออกแบบสำหรับขับขี่คนเดียวหรือสองคนนั่งแบบหน้า-หลัง เหมาะสำหรับการขับขี่ผ่านภูมิประเทศที่ซับซ้อนได้อย่างคล่องตัว เช่น ป่าไม้ หาดทราย เป็นต้น ตัวรถที่เบาและความคล่องตัวสูงทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการสำรวจกลางแจ้งและการขนส่งระยะสั้น
SxS ใช้พวงมาลัยและโครงสร้างเบาะนั่งขนาน มีล้อ 4 ถึง 6 ล้อ ให้ประสบการณ์ขับขี่ที่มั่นคงกว่าและพื้นที่นั่งสำหรับผู้โดยสารที่กว้างขวางกว่า (ปกติสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 2-6 คน) พร้อมทั้งมีความสามารถในการบรรทุกสินค้าที่ดีกว่า เหมาะสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ เช่น การรับส่งในรีสอร์ท งานในฟาร์ม หรือภารกิจกู้ภัย
จากมุมมองการใช้งานในตลาด ATV จะเน้นไปที่ความบันเทิงส่วนบุคคลมากกว่า (เช่น การแข่งรถ การล่าสัตว์) ในขณะที่ SxS เนื่องจากมีความหลากหลายในการใช้งาน ทำให้มีสัดส่วนในภาคธุรกิจสูงกว่า (58.27%) เช่น การดำเนินการในสถานที่ท่องเที่ยวหรือการขนส่งทางอุตสาหกรรม
ในแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้าปัจจุบัน ทั้งสองประเภทต่างมุ่งพัฒนาสู่เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ SxS เนื่องจากมีข้อได้เปรียบด้านพื้นที่ จึงสามารถติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ได้ง่ายกว่า ในขณะที่ ATV จะเน้นการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบา
แบรนด์ชั้นนำเช่น Polaris, Honda และ Yamaha Motor ต่างมีรถทั้งสองประเภทนี้ ในด้านราคา SxS เนื่องจากมีระบบที่ซับซ้อนกว่า จึงมักมีราคาสูงกว่า ATV แต่การเลือกที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับรุ่นและวัตถุประสงค์การใช้งาน
Q
คำว่า "UTV" ย่อมาจากอะไร?
UTV เป็นคำย่อของ Utility Terrain Vehicle ซึ่งแปลว่า ยานพาหนะอเนกประสงค์สำหรับทุกสภาพภูมิประเทศ หรือ ยานพาหนะสำหรับเกษตรกร ปรัชญาการออกแบบหลักคือการสร้างสมดุลระหว่างความอเนกประสงค์และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับภูมิประเทศที่ซับซ้อน ยานพาหนะเหล่านี้มักมีตัวถังไฟเบอร์กลาส ระบบกันสะเทือนแบบอิสระ (ระบบกันสะเทือนหน้าแบบปีกนกคู่) และการจัดวางเครื่องยนต์แบบแยกส่วน เพื่อให้มั่นใจถึงเสถียรภาพและความสะดวกสบายในการขับขี่ เพลาหลังรวมเอาเฟืองท้ายและกลไกการเปลี่ยนเกียร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับน้ำหนักและการบังคับเลี้ยว การใช้งานหลัก ได้แก่ การเกษตร (เช่น การขนส่งสินค้าและการฉีดพ่น) การพักผ่อนหย่อนใจ (การขับรถออฟโรดบนชายหาด การล่าสัตว์) การกู้ภัยฉุกเฉิน (การดับเพลิง การบรรเทาภัยพิบัติ) และงานเฉพาะทาง (การลาดตระเวนทางทหาร การขนส่งบนหิมะ) ในตลาดไทย UTV ได้กลายเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงสำหรับฟาร์มและสถานที่ท่องเที่ยว เนื่องจากมีการออกแบบแบบโมดูลาร์ (เช่น กระบะบรรทุกด้านหลัง) และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (รองรับการสลับระบบขับเคลื่อนสองล้อ/สี่ล้อแบบอิเล็กทรอนิกส์) ขนาดเครื่องยนต์ตั้งแต่ 800 ซีซี ถึง 1000 ซีซี สามารถตอบสนองความต้องการในการบรรทุกที่แตกต่างกันได้ ควรทราบว่าคำย่อ UTV มีความหมายแตกต่างกันในแต่ละสาขา เช่น ในแวดวงธุรกิจ "Utility, Technology, Value" หรือในชื่อองค์กร "Uninspected Towing Vessel" แต่ในแวดวงยานยนต์นั้น หมายถึงรถยนต์ออฟโรดโดยเฉพาะ
Q
ยานพาหนะ ATV คืออะไร?
ATV เป็นคำย่อของ All-Terrain Vehicle ซึ่งเป็นยานยนต์แบบเปิดประทุนที่มีที่นั่งเดียวหรือสองที่นั่ง ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับภูมิประเทศที่ซับซ้อน โดยทั่วไปจะมีล้อกว้างสามถึงสี่ล้อที่มีแรงดันต่ำเพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะและความเสถียร เบาะนั่งแบบคร่อมและแฮนด์แบบมอเตอร์ไซค์นั้นได้มาจากโครงสร้างทางเทคนิคของรถจักรยานยนต์สองล้อ ยานพาหนะเหล่านี้ทำงานได้ดีเยี่ยมบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ เช่น ทราย โคลน ทุ่งหิมะ และภูเขา โดยหลักๆ แล้วแบ่งออกเป็นรุ่นสปอร์ตที่เน้นความคล่องตัว (เช่น รุ่นแข่งขับเคลื่อนล้อหลัง) และรุ่นเกษตรกรรม/วิศวกรรมที่เน้นการใช้งานจริง (เช่น รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อหรือหกล้อสำหรับงานหนัก) รุ่นหลังนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายในการขนส่งทางการเกษตร การลาดตระเวนป่าไม้ และภารกิจกู้ภัย ในด้านความปลอดภัย แม้ว่า ATV จะมีโอกาสพลิกคว่ำน้อยกว่ารถจักรยานยนต์เนื่องจากมีล้อหลายล้อ แต่เนื่องจากน้ำหนักที่มากกว่าจึงมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บสูงกว่า ดังนั้นจึงแนะนำให้สวมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม ในตลาดท้องถิ่น แบรนด์หลักๆ เช่น ฮอนด้าและยามาฮ่า มีรถเอทีวีให้เลือกหลายรุ่น ราคาประมาณ 150,000 ถึง 500,000 บาท การเลือกซื้อควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์การใช้งาน (เช่น การพักผ่อนหย่อนใจหรืองานเกษตรกรรม) และสภาพภูมิประเทศ รวมถึงต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เช่น การต้องมีป้ายทะเบียนสำหรับบางรุ่นเพื่อให้สามารถขับขี่บนท้องถนนได้อย่างถูกกฎหมาย
ดูเพิ่มเติม

รุ่นรถ

ข้อดี
ข้อเสีย