Q
เครื่องยนต์ของ Honda City 2021 คืออะไร?
รถยนต์ Honda City รุ่นปี 2021 ที่วางขายในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC Turbo 3 สูบเทอร์โบชาร์จ และเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร i-VTEC 4 สูบแบบอัตโนมัติ รุ่น 1.0T ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า คู่กับเกียร์ CVT ที่เน้นประหยัดน้ำมันสุดๆ ส่วนรุ่น 1.5L ยังคงใช้เทคโนโลยี i-VTEC แบบคลาสสิกของ Honda เหมาะกับคนที่ชอบความลื่นไหลและดูแลง่าย ในสภาพอากาศร้อนๆ และถนนซับซ้อนของไทย เครื่องยนต์ทั้งสองแบบถูกปรับแต่งมาเฉพาะให้การระบายความร้อนและการทนอุณหภูมิสูงทำได้ดีเยี่ยม พร้อมผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 5 ที่เป็นไปตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมไทย ที่น่าสนใจคือเครื่องยนต์ของ Honda City ใช้เทคโนโลยีลดแรงเสียดทาน ช่วยลดการกินน้ำมันได้ชัดเจน โดยเฉพาะเวลาติดรถติดบนถนนไทยที่เจอกันบ่อยๆ แถมยังมีโหมด ECON ช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกขึ้นไป ทำให้รถรุ่นนี้ยังคงความโดดเด่นในตลาดรถเก๋งคอมแพคต์ของไทย เหมาะทั้งขับขี่ในเมืองและใช้เป็นรถครอบครัว
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
Honda City มี CarPlay ไหม?
รุ่นล่าสุดของ Honda City ในตลาดไทยตอนนี้ มีฟีเจอร์ Apple CarPlay มาให้ใช้กันแล้ว ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันบน iPhone อย่างเช่น แผนที่การนำทาง เพลง หรือแอปติดต่อสื่อสารต่างๆ ผ่านหน้าจอในรถได้สะดวกขึ้น ช่วยอัพเกรดประสบการณ์การขับขี่โดยเฉพาะในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรค่อนข้างติดขัด ฟังก์ชันนำทางแบบเรียลไทม์ของ CarPlay ถือว่ามีประโยชน์มากๆ อย่างไรก็ตาม ต้องระวังนิดนึงว่า CarPlay อาจจะไม่ได้มีในทุกรุ่นหรือทุกปีผลิตนะครับ แนะนำให้สอบถามรายละเอียดกับทางโชว์รูมอีกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจาก CarPlay แล้ว Honda City ยังรองรับ Android Auto สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบ Android ด้วยนะ ถือว่าให้ประสบการณ์การเชื่อมต่อที่คล้ายกัน ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เทคโนโลยีการเชื่อมต่อในรถกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยให้ความสำคัญเวลาซื้อรถ ยี่ห้อต่างๆ จึงพยายามอัพเกรดฟีเจอร์ส่วนนี้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านความสะดวกและความอัจฉริยะของผู้บริโภค Honda City ในฐานะรถซีดานคอมแพคต์ยอดนิยมของตลาดไทย การที่ Honda คอยอัปเดตฟีเจอร์เทคโนโลยีแบบนี้ ก็แสดงให้เห็นว่าฮอนด้าให้ความสำคัญกับความต้องการของคนไทยจริงๆ ครับ
Q
วิธีสตาร์ทรถ Honda City ด้วยกุญแจ
ก่อนจะสตาร์ทรถ Honda City ต้องแน่ใจว่าเกียร์อยู่ตำแหน่ง P แล้ว จากนั้นใส่กุญแจเข้าไปในช่องสตาร์ท เหยียบแป้นเบรกสำหรับเกียร์ออโต้ หรือแป้นคลัทช์สำหรับเกียร์ธรรมดา แล้วบิดกุญแจตามเข็มนาฬิกาไปที่ตำแหน่ง "START" พอเครื่องยนต์ติดก็ปล่อยกุญแจได้เลย ในสภาพอากาศร้อนของไทย แนะนำให้วอร์มเครื่องสัก 30 วินาทีให้น้ำมันเครื่องไหลเวียนก่อนออกรถ จะช่วยถนอมเครื่องดีครับ ถ้าเป็นรุ่นที่ใช้สมาร์ทคีย์ แค่ถือกุญแจเข้าไปในรถ แล้วเหยียบเบรกกดปุ่มสตาร์ทเครื่องก็ได้แล้ว ใส่ใจกับการตรวจสอบระดับแบตเตอรี่ที่สำคัญอย่างสม่ำเสมอในการใช้งานประจำวันเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในการเริ่มต้นเนื่องจากไฟฟ้าต่ำ ในฤดูฝนของประเทศไทย หากพบระบบจุดระเบิดที่ชื้นและไม่สามารถสตาร์ทได้ คุณสามารถลองใช้ฟังก์ชั่นกุญแจรีโมทเพื่อปลดล็อก/ล็อกประตูหลายครั้งก่อนเพื่อให้ระบบจดจําสัญญาณใหม่ นอกจากนี้ยังแนะนำให้ตรวจสอบหน้าสัมผัสสวิตช์จุดระเบิดทุก 2 ปีสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงเช่นกรุงเทพมหานครมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดการเกิดออกซิเดชันของหน้าสัมผัสส่งผลกระทบต่อความไวในการเริ่มต้น
Q
ยางรถยนต์สำหรับ Honda City รุ่นปี 2021 มีขนาดเท่าไหร่?
ยางมาตรฐานของ Honda City รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยมีขนาด 185/55 R16 ซึ่งเป็นขนาดที่ตอบโจทย์ทั้งความนุ่มสบายและความคล่องตัว เหมาะสมกับสภาพถนนทั้งในเมืองและชานเมืองของไทย โดยตัวเลข 185 หมายถึงความกว้างของยางมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร ส่วน 55 คืออัตราส่วนความสูงของแก้มยางต่อความกว้างยาง (ร้อยละ 55) และ R16 หมายถึงล้อแม็กซ์ขนาด 16 นิ้ว สำหรับสภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก แนะนำให้เลือกยางแบรนด์ดังอย่างบริจสโตนหรือมิชลินที่มีคุณสมบัติการรีดน้ำดีและทนความร้อนสูง ซึ่งทั้งสองแบรนด์มีรุ่นที่เหมาะกับซิตี้โดยเฉพาะ ข้อควรระวังคือแม้การอัพเกรดไปใช้ยางที่กว้างขึ้นจะช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะแต่ก็อาจทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้นและอาจส่งผลต่อความแม่นยำของมาตรวัดระยะทาง ดังนั้นควรปรึกษาช่างผู้ชำนาญก่อนตัดสินใจเปลี่ยน นอกจากนี้กฎหมายไทยกำหนดให้ดอกยางต้องมีความลึกไม่ต่ำกว่า 1.6 มม. และควรตรวจสอบสภาพดอกยางกับความดันลมยางเป็นประจำ (ปกติลมยางหน้าอยู่ที่ 32 psi ลมยางหลัง 30 psi) โดยเฉพาะก่อนเดินทางไกลหรือช่วงเข้าหน้าฝนเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
Q
Honda City 2021 ประหยัดน้ำมันหรือไม่?
รถ Honda City รุ่นปี 2021 ถือว่าประหยัดน้ำมันมากๆ โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในเมืองไทยและการขับขี่ระยะไกล รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร i-VTEC แบบ CVT นั้นวิ่งได้เฉลี่ย 17-18 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนรุ่นไฮบริด e:HEV นั้นยิ่งประหยัดขึ้นไปอีก ทำได้ถึง 27-28 กิโลเมตรต่อลิตร ช่วยลดค่าน้ำมันได้อย่างชัดเจน รถรุ่นนี้ขายดีในไทยไม่ใช่แค่เพราะความประหยัด แต่ยังเพราะขนาดตัวรถที่กำลังดี ขับลุยในซอยแคบๆ ในกรุงเทพหรือจอดก็ง่าย แถมความทนทานของ Honda ก็ผ่านการทดสอบในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยมานานแล้ว ที่สำคัญอย่าลืมว่าตัวเลขประหยัดน้ำมันที่ทางบริษัทประกาศอาจแตกต่างจากการใช้งานจริง ซึ่งขึ้นอยู่กับสไตล์การขับ การเปิดแอร์ และสภาพถนนด้วย แนะนำให้คนไทยหมั่นดูแลรถตามกำหนดและขับขี่อย่างนุ่มนวลเพื่อรักษาประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ส่วนเรื่องบริการหลังการขายก็ไม่ต้องห่วง เพราะ Honda มีเครือข่ายบริการครอบคลุมทั่วไทย พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างมืออาชีพ
Q
คะแนนความปลอดภัยของ Honda City 2021 คือเท่าไหร่?
รถ Honda City รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยทำคะแนนด้านความปลอดภัยได้ดีมาก โดยเวอร์ชันผลิตไทยผ่านการทดสอบชนจากอาเซียน NCAP และได้คะแนนเต็ม 5 ดาว ส่วนหนึ่งมาจากระบบ Honda SENSING ที่มาพร้อมฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติและระบบช่วยรักษาระยะเลนรถ รวมถึงถุงลมนิรภัย 6 ใบ ระบบควบคุมเสถียรภาพรถ ที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับสภาพถนนทั้งในเมืองและชนบทของไทยที่ค่อนข้างซับซ้อน ต้องบอกว่ามาตรฐานการทดสอบของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ NCAP นั้นใกล้เคียงกับสภาพการจราจรจริงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการเพิ่มการประเมินกรณีชนกับรถจักรยานยนต์ซึ่งสำคัญมากสำหรับไทยที่มีรถมอเตอร์ไซค์หนาแน่น เวลาเลือกซื้อรถนอกจากดูเรตติ้งดาวแล้ว ควรพิจารณาว่าฟีเจอร์ปลอดภัยไหนตรงกับความต้องการใช้งาน เช่น ถ้าขับทางไกลบ่อยก็เน้นระบบช่วยเหลือผู้ขับ ขณะที่ขับในเมืองอาจดูผลทดสอบการชนความเร็วต่ำ ส่วนสภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุกก็ส่งผลต่อความปลอดภัย ควรตรวจสอบยางและระบบเบรกเป็นประจำเพื่อให้ระบบความปลอดภัยทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตลอดเวลา
Q
ฮอนด้าซิตี้ 2024 มีความจุซีซีเท่าไหร่
รถฮอนด้าซิตี้รุ่นปี 2024 ในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ 2 แบบ คือเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตรและเครื่องยนต์แบบธรรมดา 1.5 ลิตร โดยเครื่องเทอร์โบ 1.0 ลิตรมีความจุกระบอกสูบ 998 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ส่วนเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรแบบธรรมดามีความจุ 1,498 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 121 แรงม้า เครื่องยนต์ทั้งสองแบบถูกออกแบบมาให้สมดุลระหว่างประหยัดน้ำมันและสมรรถนะการขับขี่ เหมาะกับทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกลในไทย ฮอนด้าซิตี้เป็นที่นิยมในตลาดไทยเสมอมาด้วยความน่าเชื่อถือ ค่าซ่อมบำรุงไม่แพง และประหยัดน้ำมัน ส่วนรุ่นปี 2024 ยังเพิ่มเทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING เข้ามา ทำให้ยิ่งโดดเด่นขึ้น สำหรับลูกค้าชาวไทยที่กำลังตัดสินใจเลือกเครื่องยนต์ แนะนำว่าเครื่องเทอร์โบ 1.0 ลิตรเหมาะกับคนที่เน้นประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในขณะที่เครื่อง 1.5 ลิตรแบบธรรมดาจะให้ความรู้สึกการขับขี่ที่ลื่นไหลมากกว่า ทั้งสองแบบตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้ดีอยู่แล้ว แค่เลือกให้เหมาะกับสไตล์การขับและงบประมาณของคุณก็พอ
Q
คะแนนความปลอดภัยของ Honda City 2024 คืออะไร
รถฮอนด้าซิตี้รุ่นปี 2024 ในตลาดไทยแสดงผลงานด้านความปลอดภัยได้ดีเยี่ยม ด้วยระบบ Honda SENSING ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างครบครัน ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบช่วยรักษาเลน และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยแบบพาสซีฟที่ครบถ้วน เช่น ถุงลมนิรภัย 6 จุด ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว และระบบเบรก ABS ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้รถรุ่นนี้มีความโดดเด่นในกลุ่มรถระดับเดียวกัน จากการทดสอบตามมาตรฐาน NCAP ของไทย คาดว่ารถรุ่นนี้จะได้คะแนนความปลอดภัยระดับ 5 ดาว เหมาะสมกับสภาพถนนทั้งในเมืองและชนบทของไทยที่หลากหลาย สำหรับผู้บริโภคชาวไทย นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว ยังควรพิจารณาค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและค่าประกันรถด้วย เพราะเครือข่ายบริการหลังการขายของฮอนด้าในไทยมีความพร้อมสูง มีอะไหล่ครบครัน ทำให้ค่าใช้จ่ายในการใช้งานระยะยาวค่อนข้างต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยมักคำนึงถึงเมื่อเลือกซื้อรถเช่นกัน
Q
วิธีเปิดส่วนหน้าของรถ Honda Civic 2024
ก่อนจะเปิดฝากระโปรงหน้ารุ่นฮอนด้าซิวิค 2024 สิ่งแรกที่ต้องทำคือนั่งในที่นั่งคนขับ แล้วมองหาคันปลดล็อกฝากระโปรงหน้า ซึ่งจะมีสัญลักษณ์รูปเครื่องยนต์อยู่ด้านล่างซ้ายของพวงมาลัย ดึงคันนี้เบาๆจนได้ยินเสียงฝากระโปรงหน้ายกขึ้น จากนั้นเดินไปที่หน้าตัวรถ ใช้มือสอดเข้าไปในช่องกลางฝากระโปรง แล้วหาล็อกนิรภัยตัวที่สองให้เจอ ให้ดันล็อกนี้ไปทางซ้ายหรือขวาพร้อมกับยกฝากระโปรงขึ้น สำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย แนะนำให้ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นและน้ำมันเบรกในห้องเครื่องเป็นประจำ เพื่อให้รถทำงานได้ปกติ และควรทำความสะอาดห้องเครื่องด้วย ระวังอย่าให้ใบไม้หรือเศษอุดตันท่อระบายน้ำ ถ้าต้องขับในพื้นที่ติดขัดอย่างกรุงเทพฯ บ่อยๆ ควรเช็กด้วยว่าฟิลเตอร์อากาศอุดตันฝุ่นหรือไม่ เพราะจะช่วยรักษาสมรรถนะเครื่องยนต์และประหยัดน้ำมันได้ ส่วนเวลาปลดล็อกฝากระโปรงถ้าได้ยินเสียงเฮียกที่บานพับ ให้ทาจาระบีเล็กน้อย และเนื่องจากอากาศไทยร้อนจัดทำให้ยางซีลเสื่อมสภาพเร็ว ควรตรวจสอบความแน่นของซีลทุกๆครึ่งปี
Q
ความจุของกระโปรงท้ายรถฮอนด้าซิตี้ 2024 คือเท่าไร
รถฮอนด้า ซิตี้ รุ่นปี 2024 ที่วางขายในตลาดไทยมีปริมาตรกระโปรงหลังขนาด 536 ลิตร ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัวหรือการท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ สามารถบรรจุกระเป๋าเดินทางหลายใบหรือของช้อปปิ้งได้อย่างสบายๆ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองหรือช้อปปิ้งบ่อยๆ การออกแบบกระโปรงหลังทำได้อย่างสมเหตุสมผล มีช่องเปิดที่กว้าง ทำให้สะดวกในการลำเลียงสิ่งของ นอกจากนี้เบาะหลังยังสามารถพับลงได้ตามสัดส่วน ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในสภาพอากาศของไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก กระโปรงหลังของซิตี้ยังมีการป้องกันการรั่วซึมที่ดี ช่วยปกป้องสิ่งของจากความชื้นหรือความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกันแล้ว ปริมาตรกระโปรงหลังขนาดนี้จัดอยู่ในระดับกลางถึงดี และเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่างโตโยต้า ยาริส แอททีฟแล้วยังได้เปรียบอยู่บ้าง สำหรับผู้ใช้งานไทยที่มักต้องพกพาสิ่งของจำนวนมาก พื้นที่กระโปรงหลังของซิตี้ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่值得พิจารณา แนะนำให้ไปทดลองบรรจุของที่ตัวแทนจำหน่ายด้วยตัวเองเพื่อความสะดวก และควรเปรียบเทียบกับการออกแบบกระโปรงหลังของรถรุ่นอื่นๆ ในราคาใกล้เคียงกัน เพื่อเลือกรถที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีที่สุด
Q
สีของ Honda City 2024 มีอะไรบ้าง
รถฮอนด้า ซิตี้ รุ่นปี 2024 ในตลาดไทยมีให้เลือกหลายสีสันสไตล์โมเดิร์น ทั้งหมด 7 สีคลาสสิค ได้แก่ สีพลาตินัม ออบซิเดียน บลู เพิร์ล (น้ำเงินไข่มุก), อิกไนท์ เรด เมทัลลิก (แดงเมทัลลิก), แพลตตินัม ไวท์ เพิร์ล (ขาวไข่มุก), คริสตัล แบล็ค เพิร์ล (ดำไข่มุก), ลูนาร์ ซิลเวอร์ เมทัลลิก (เงินเมทัลลิก), อุกกาบาต เกรย์ เมทัลลิก (เทาเมทัลลิก) และทัฟเฟต้า ไวท์ (ขาวทาฟเฟต้า) เวลาเลือกสีรถควรคิดถึงเรื่องค่าดูแลรักษาด้วยนะครับ สีอ่อนๆ ในแดดเมืองไทยจะทนต่อคราบสกปรกกว่า ส่วนสีเข้มต้องล้างรถและขัดแว็กซ์บ่อยหน่อยเพื่อรักษาความเงางาม แถมบางสีพิเศษอาจต้องสั่งจองล่วงหน้าหรือรอรับรถนานกว่าปกติครับ
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
ระบบขับเคลื่อนมีอะไรบ้าง?
ระบบขับเคลื่อนรถยนต์คือวิธีการส่งกำลังไปยังล้อขับเคลื่อน โดยแบ่งหลักเป็นสองประเภทคือระบบขับเคลื่อนสองล้อและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยรูปแบบและลักษณะเฉพาะมีดังนี้:
- ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าตัวเครื่องอยู่หน้า (FF) – เครื่องยนต์ติดตั้งด้านหน้าและขับเคลื่อนล้อหน้า โครงสร้างเรียบง่าย ต้นทุนต่ำ ประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ภายในรถสูง เหมาะสำหรับการเดินทางประจำวัน แต่เมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงอาจเกิดอาการหมุนหลุด
- ระบบขับเคลื่อนล้อหลังตัวเครื่องอยู่หน้า (FR) – เครื่องยนต์ติดตั้งด้านหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง การกระจายน้ำหนักระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลังสมดุล ควบคุมได้แม่นยำและมีสมรรถนะการเร่งดี มักใช้กับรถสปอร์ตหรือรถหรู แต่บนถนนลื่นอาจทำให้เกิดอาการเหินและมีแท่นยกบริเวณพื้นรถแถวหลัง
- ระบบขับเคลื่อนล้อหลังตัวเครื่องอยู่กลาง (MR) – เครื่องยนต์ติดตั้งกลางตัวถัง ขับเคลื่อนล้อหลัง มีความเสถียรในการควบคุมและประสิทธิภาพการส่งกำลังดีเยี่ยม พบทั่วไปในรถสปอร์ต แต่พื้นที่ใช้สอยและความสะดวกสบายมีจำกัด
- ระบบขับเคลื่อนล้อหลังตัวเครื่องอยู่หลัง (RR) – เครื่องยนต์ติดตั้งด้านหลัง ขับเคลื่อนล้อหลัง เส้นทางการส่งกำลังสั้น มีแรงบิดเริ่มต้นและแรงปีนเขาดี แต่ไวต่อลมข้างและพื้นที่กระโปรงหลังลดลง
- ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD/AWD) – แบ่งเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติ และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเลือกได้ โดยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลาจะส่งกำลังไปที่ล้อทั้งสี่ตลอดเวลา มีความสามารถในการขับขี่บนถนนลุยสูง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติจะสลับระหว่างสองล้อและสี่ล้อโดยอัตโนมัติ เพื่อประหยัดน้ำมันและเหมาะสำหรับการขับลุยเบา ส่วนระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเลือกได้ต้องเปลี่ยนโหมดด้วยมือ เหมาะสำหรับการขับลุยแบบหนัก มีความเสถียรสูงแต่ต้นทุนและการสิ้นเปลืองน้ำมันค่อนข้างสูง
ระบบขับเคลื่อนรถยนต์พลังงานใหม่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยรถยนต์ไฟฟ้าล้วนมีทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้า/ล้อหลังด้วยมอเตอร์เดียวและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์คู่ ส่วนรถยนต์ไฮบริดใช้การทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ เพื่อให้ได้ทั้งสมรรถนะและการประหยัดพลังงาน
การเลือกระบบขับเคลื่อนควรพิจารณาตามสถานการณ์การใช้งาน: สำหรับการขับขี่ทั่วไปควรเลือกระบบขับเคลื่อนล้อหน้าตัวเครื่องอยู่หน้าเนื่องจากประหยัดและใช้งานง่าย หากต้องการสมรรถนะการขับขี่อาจเลือกระบบขับเคลื่อนล้อหลังตัวเครื่องอยู่หน้าหรือระบบขับเคลื่อนล้อหลังตัวเครื่องอยู่กลาง สำหรับถนนสภาพยากหรือการขับลุยควรเลือกระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นหลัก
Q
รถ 2WD คืออะไร?
รถยนต์ 2WD (Two-Wheel Drive) หรือรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยล้อสองล้อ คือรถที่กำลังขับเคลื่อนถูกส่งไปยังล้อเพียงสองล้อเท่านั้น เพื่อขับเคลื่อนรถ โดยแบ่งหลักๆ ออกเป็นสองประเภท คือขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า (FWD) และขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง (RWD)
ในรถประเภทขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า ล้อหน้าจะรับผิดชอบหน้าที่ขับเคลื่อน โดยภายใต้เงื่อนไขความจุเครื่องเดียวกัน มีคุณสมบัติ เช่น ความสามารถส่งกำลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต่ำ ความสามารถขับเคลื่อนที่ดี โครงสร้างกะทัดรัด การใช้ประโยชน์พื้นที่ภายในรถสูง น้ำหนักรถทั้งหมดเบา อัตราการเสียหายต่ำ และความเร็วในการขับเคลื่อนสูง เป็นต้น โดยปกติใช้สำหรับรถยนต์ขนาดเล็กที่ต้องการพื้นที่และประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่สูง
ในขณะที่รถประเภทขับเคลื่อนด้วยล้อหลังจะมีล้อหลังรับผิดชอบการขับเคลื่อน ซึ่งมีข้อได้เปรียบ เช่น ความสามารถรับน้ำหนักสูง โครงสร้างเรียบง่าย ง่ายต่อการซ่อมบำรุง และความสามารถในการควบคุมที่ยอดเยี่ยม เป็นต้น โดยใช้เป็นส่วนใหญ่สำหรับรถขนส่งและรถโดยสารขนาดกลางและขนาดใหญ่
เมื่อเปรียบเทียบกับรถขับเคลื่อนด้วยล้อสี่ล้อ (4WD) รถ 2WD มีจำนวนล้อขับเคลื่อนน้อยกว่า โดยภายใต้การติดตั้งยางเดียวกัน ความยึดเกาะของยางจะค่อนข้างอ่อนกว่า และความเสถียรในการขับเคลื่อนมักไม่เทียบเท่ากับรถ 4WD แต่มีประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีกว่า และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่ำกว่า
หากใช้รถขับเคลื่อนบนถนนเมืองเป็นหลัก และให้ความสำคัญกับพื้นที่และการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รถ 2WD จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม แต่หากมักเผชิญกับถนนเส้นทางที่ซับซ้อนหรือมีความต้องการในการขับรถพิเศษ รถ 4WD อาจเหมาะสมมากกว่า
Q
"รถขับเคลื่อนสองล้อสามารถขึ้นเนินได้ไหม?"
รถขับเคลื่อนสองล้อสามารถขึ้นทางชันได้หรือไม่ ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยรวมกัน ได้แก่ ระดับความชัน สภาพผิวถนน สมรรถนะรถ และทักษะการขับขี่ โดยทั่วไปรถขับเคลื่อนสองล้อสามารถรับมือกับทางลาดชันเล็กน้อยในเมือง (เช่น ทางเข้าอาคารจอดรถใต้ดิน ทางลาดชันในเขตชานเมืองทั่วไป) ได้อย่างง่ายดาย รถส่วนใหญ่ที่มีแรงบิด 200 นิวตันเมตรสามารถขึ้นทางชันไม่เกิน 20 องศาได้ ขณะที่รถขับเคลื่อนสองล้อแบบออฟโรดขนาดเล็กบางรุ่นสามารถขึ้นทางชันได้มากถึง 25 องศาหรือมากกว่า แต่เมื่อเจอทางชันที่ลาดชันมาก (เกิน 25 องศา) พื้นถนนลื่นหรือเป็นโคลน รถขับเคลื่อนสองล้ออาจประสบปัญหา โดยเฉพาะรถขับเคลื่อนล้อหน้าที่เมื่อขึ้นทางชันแล้วจุดศูนย์ถ่วงจะเคลื่อนไปด้านหลัง ทำให้แรงยึดเกาะของล้อหน้าลดลงและเกิดการลื่นไถลได้ง่าย นอกจากนี้ แรงบิดเครื่องยนต์ ประสิทธิภาพระบบส่งกำลัง และแรงยึดเกาะของยาง ยังส่งผลต่อสมรรถนะการขึ้นทางชันด้วย ในสถานการณ์ปกติ การใช้เกียร์ต่ำและการควบคุมความเร็วเครื่องยนต์ให้คงที่สามารถช่วยให้รถขับเคลื่อนสองล้อขึ้นทางชันได้ดีขึ้น แต่ในกรณีที่ทางชันมากหรือสภาพถนน越野 รถขับเคลื่อนสี่ล้อจะมีประสิทธิภาพในการผ่านทางที่ดีกว่า
Q
"ยานพาหนะ 4x4 หมายถึงยานพาหนะที่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งช่วยให้ทั้งล้อหน้าและล้อหลังได้รับกำลังจากเครื่องยนต์พร้อมกัน ทำให้รถมีความสามารถในการขับบนสภาพถนนที่ยากลำบากหรือในพื้นที่ที่มีการเกาะถนนต่ำ เช่น พื้นทราย หรือพื้นดินโคลน ยานประเภทนี้มักถูกใช้งานในพื้นที่นอกเมือง หรือในการขับขี่แบบออฟโรด"
รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือ 4x4 นั้น ตัวเลขหน้า "x" จะแสดงจำนวนล้อทั้งหมด และตัวเลขหลัง "x" จะแสดงจำนวนล้อขับเคลื่อน ดังนั้น 4x4 หมายความว่ารถยนต์มีล้อสี่ล้อ ซึ่งทั้งหมดเป็นล้อขับเคลื่อน ทำให้กำลังเครื่องยนต์ส่งไปยังล้อทั้งสี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะและสมรรถนะในการขับขี่บนสภาพถนนที่ซับซ้อน เช่น โคลน ทราย และเนินเขา ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา (รักษาการกระจายกำลังระหว่างล้อหน้าและล้อหลังตลอดเวลา บางรุ่นกระจายแรงบิดตามอัตราส่วนที่กำหนดบนถนนปกติ และปรับอัตโนมัติเมื่อเกิดการลื่นไถล) และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตามความต้องการ (ตรวจจับสภาพถนนผ่านหน่วยควบคุมและเปลี่ยนเป็นโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อโดยอัตโนมัติเมื่อล้อขับเคลื่อนลื่นไถล) ในประเทศไทย รถยนต์ 4x4 ไม่เพียงแต่ใช้ในสถานการณ์ออฟโรดของพลเรือนเท่านั้น แต่ยังมีการใช้งานที่สำคัญในภาคการป้องกันประเทศด้วย ตัวอย่างเช่น สถาบันวิจัยเทคโนโลยีการป้องกันประเทศได้ทำการทดสอบการยิงรถหุ้มเกราะ D-Lion 4x4 ที่ติดตั้งสถานีอาวุธควบคุมระยะไกล และยังได้ร่วมมือกับกองทัพบกอังกฤษในการทดสอบต้นแบบรถบรรทุกทหาร 4x4 ที่ใช้แชสซีรถบรรทุก Tatra ของเช็ก เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการขนส่งทางยุทธวิธีและการปฏิบัติการในภูมิประเทศที่ซับซ้อน นอกจากนี้ รถยนต์ 4x4 ยังสามารถจำแนกได้ตามวัตถุประสงค์ เช่น รถยนต์ออฟโรดแบบใช้งานหนัก และรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบใช้งานได้ทั้งบนทางวิบากและในเมือง ซึ่งแต่ละประเภทเหมาะสมกับสถานการณ์การใช้งานที่แตกต่างกัน
Q
การขับขี่ด้วยระบบ 4H สามารถเร่งความเร็วของรถได้ไม่เกินกี่กิโลเมตรต่อชั่วโมง?
เมื่อขับรถโดยใช้ระบบ 4H แนะนำให้ควบคุมความเร็วรถไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โหมด 4H เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานบนพื้นถนนที่ไม่ได้ลาดยางหรือสภาพถนนที่ขรุขระ เช่น ถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ หรือถนนลื่นในช่วงฝนตก ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นคง แรงยึดเกาะของยาง และการควบคุมรถได้ดีขึ้น แต่หากใช้โหมด 4H เป็นเวลานานบนถนนลาดยางที่มีแรงยึดเกาะดี อาจทำให้เกิดการสึกหรอของยางอย่างรวดเร็ว ระบบส่งกำลังรับแรงเครียดเพิ่มขึ้นจนเสียหายก่อนกำหนด และยังเพิ่มการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย ดังนั้นเมื่อขับบนถนนลาดยางที่มีสภาพดี เช่น ถนนทางด่วน ควรใช้โหมดขับเคลื่อนสองล้อจะดีกว่า เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ ยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนรถ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตารางผ่อนชำระล่าสุดของ Honda City รถเก๋งที่ประหยัดน้ำมันเหมาะสุดสำหรับใช้ในครอบครัว
วิรุฬห์Oct 30, 2025

ไม่ควรพลาดรถยนต์เกโรของญี่ปุ่น, รุ่น Honda City ใดคุ้มค่าที่สุดในการเลือก?
ณัฐวุฒิNov 6, 2024

Honda City e:HEV ลดราคา THB40,000! มาราธอน 800km, ประหยัดน้ำมันและสบาย!
AshleyAug 5, 2024

Honda city vs Nissan Almeria ถ้ามีงบ 600,000 บาท คุณจะเลือกรุ่นไหนดี?
AshleyJul 13, 2024

Honda City VS Toyota Yaris ativ รถญี่ปุ่น 2 รุ่นนี้ ถ้ามีงบ 600,000 บาท คุณจะเลือกรุ่นไหนดี?
AshleyJul 9, 2024
ดูเพิ่มเติม


รุ่นรถ
ข้อดี
ข้อเสีย