Q

เครื่องยนต์ของ Honda City มีขนาดเท่าไหร่

รถ Honda City ในตลาดไทยมีตัวเลือกเครื่องยนต์หลักคือเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 4 สูบ แบบดูดธรรมดาที่ใช้เทคโนโลยี i-VTEC ล่าสุดจาก Honda เครื่องยนต์นี้ให้กำลังสูงสุดประมาณ 120 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 145 นิวตันเมตร ซึ่งแสดงประสิทธิภาพโดดเด่นทั้งบนถนนในเมืองและทางหลวงของไทย ทั้งประหยัดน้ำมันและแรงขับที่เพียงพอ สำหรับคนไทยแล้ว เครื่องยนต์นี้เหมาะมากกับการใช้งานประจำวันและการขับขี่ครอบครัว โดยเฉพาะในสภาพการจราจรติดขัดอย่างกรุงเทพฯ ที่ให้ทั้งความนุ่มนวลของการเร่งและประหยัดน้ำมันได้ดี นอกจากนี้ฮอนด้าซิตี้ยังติดตั้งเกียร์ CVT ที่ช่วยเพิ่มความสบายในการขับขี่และประสิทธิภาพการใช้น้ำมันอีกด้วย ในตลาดไทย Honda City เป็นที่นิยมมากเพราะความเชื่อถือได้และค่าบำรุงรักษาที่สมเหตุสมผล จนกลายเป็นรถครอบครัวคันแรกของหลายๆ บ้าน หากคุณสนใจในเทคโนโลยีเครื่องยนต์ คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ i-VTEC ว่าทำงานอย่างไรในการปรับเวลาการเปิด-ปิดวาล์วและระยะในการยกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนของไทยที่ระบบนี้ช่วยรักษาประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
Honda City มี CarPlay ไหม?
รุ่นล่าสุดของ Honda City ในตลาดไทยตอนนี้ มีฟีเจอร์ Apple CarPlay มาให้ใช้กันแล้ว ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันบน iPhone อย่างเช่น แผนที่การนำทาง เพลง หรือแอปติดต่อสื่อสารต่างๆ ผ่านหน้าจอในรถได้สะดวกขึ้น ช่วยอัพเกรดประสบการณ์การขับขี่โดยเฉพาะในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรค่อนข้างติดขัด ฟังก์ชันนำทางแบบเรียลไทม์ของ CarPlay ถือว่ามีประโยชน์มากๆ อย่างไรก็ตาม ต้องระวังนิดนึงว่า CarPlay อาจจะไม่ได้มีในทุกรุ่นหรือทุกปีผลิตนะครับ แนะนำให้สอบถามรายละเอียดกับทางโชว์รูมอีกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจาก CarPlay แล้ว Honda City ยังรองรับ Android Auto สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบ Android ด้วยนะ ถือว่าให้ประสบการณ์การเชื่อมต่อที่คล้ายกัน ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เทคโนโลยีการเชื่อมต่อในรถกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยให้ความสำคัญเวลาซื้อรถ ยี่ห้อต่างๆ จึงพยายามอัพเกรดฟีเจอร์ส่วนนี้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านความสะดวกและความอัจฉริยะของผู้บริโภค Honda City ในฐานะรถซีดานคอมแพคต์ยอดนิยมของตลาดไทย การที่ Honda คอยอัปเดตฟีเจอร์เทคโนโลยีแบบนี้ ก็แสดงให้เห็นว่าฮอนด้าให้ความสำคัญกับความต้องการของคนไทยจริงๆ ครับ
Q
วิธีสตาร์ทรถ Honda City ด้วยกุญแจ
ก่อนจะสตาร์ทรถ Honda City ต้องแน่ใจว่าเกียร์อยู่ตำแหน่ง P แล้ว จากนั้นใส่กุญแจเข้าไปในช่องสตาร์ท เหยียบแป้นเบรกสำหรับเกียร์ออโต้ หรือแป้นคลัทช์สำหรับเกียร์ธรรมดา แล้วบิดกุญแจตามเข็มนาฬิกาไปที่ตำแหน่ง "START" พอเครื่องยนต์ติดก็ปล่อยกุญแจได้เลย ในสภาพอากาศร้อนของไทย แนะนำให้วอร์มเครื่องสัก 30 วินาทีให้น้ำมันเครื่องไหลเวียนก่อนออกรถ จะช่วยถนอมเครื่องดีครับ ถ้าเป็นรุ่นที่ใช้สมาร์ทคีย์ แค่ถือกุญแจเข้าไปในรถ แล้วเหยียบเบรกกดปุ่มสตาร์ทเครื่องก็ได้แล้ว ใส่ใจกับการตรวจสอบระดับแบตเตอรี่ที่สำคัญอย่างสม่ำเสมอในการใช้งานประจำวันเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในการเริ่มต้นเนื่องจากไฟฟ้าต่ำ ในฤดูฝนของประเทศไทย หากพบระบบจุดระเบิดที่ชื้นและไม่สามารถสตาร์ทได้ คุณสามารถลองใช้ฟังก์ชั่นกุญแจรีโมทเพื่อปลดล็อก/ล็อกประตูหลายครั้งก่อนเพื่อให้ระบบจดจําสัญญาณใหม่ นอกจากนี้ยังแนะนำให้ตรวจสอบหน้าสัมผัสสวิตช์จุดระเบิดทุก 2 ปีสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงเช่นกรุงเทพมหานครมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดการเกิดออกซิเดชันของหน้าสัมผัสส่งผลกระทบต่อความไวในการเริ่มต้น
Q
ยางรถยนต์สำหรับ Honda City รุ่นปี 2021 มีขนาดเท่าไหร่?
ยางมาตรฐานของ Honda City รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยมีขนาด 185/55 R16 ซึ่งเป็นขนาดที่ตอบโจทย์ทั้งความนุ่มสบายและความคล่องตัว เหมาะสมกับสภาพถนนทั้งในเมืองและชานเมืองของไทย โดยตัวเลข 185 หมายถึงความกว้างของยางมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร ส่วน 55 คืออัตราส่วนความสูงของแก้มยางต่อความกว้างยาง (ร้อยละ 55) และ R16 หมายถึงล้อแม็กซ์ขนาด 16 นิ้ว สำหรับสภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก แนะนำให้เลือกยางแบรนด์ดังอย่างบริจสโตนหรือมิชลินที่มีคุณสมบัติการรีดน้ำดีและทนความร้อนสูง ซึ่งทั้งสองแบรนด์มีรุ่นที่เหมาะกับซิตี้โดยเฉพาะ ข้อควรระวังคือแม้การอัพเกรดไปใช้ยางที่กว้างขึ้นจะช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะแต่ก็อาจทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้นและอาจส่งผลต่อความแม่นยำของมาตรวัดระยะทาง ดังนั้นควรปรึกษาช่างผู้ชำนาญก่อนตัดสินใจเปลี่ยน นอกจากนี้กฎหมายไทยกำหนดให้ดอกยางต้องมีความลึกไม่ต่ำกว่า 1.6 มม. และควรตรวจสอบสภาพดอกยางกับความดันลมยางเป็นประจำ (ปกติลมยางหน้าอยู่ที่ 32 psi ลมยางหลัง 30 psi) โดยเฉพาะก่อนเดินทางไกลหรือช่วงเข้าหน้าฝนเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
Q
Honda City 2021 ประหยัดน้ำมันหรือไม่?
รถ Honda City รุ่นปี 2021 ถือว่าประหยัดน้ำมันมากๆ โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในเมืองไทยและการขับขี่ระยะไกล รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร i-VTEC แบบ CVT นั้นวิ่งได้เฉลี่ย 17-18 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนรุ่นไฮบริด e:HEV นั้นยิ่งประหยัดขึ้นไปอีก ทำได้ถึง 27-28 กิโลเมตรต่อลิตร ช่วยลดค่าน้ำมันได้อย่างชัดเจน รถรุ่นนี้ขายดีในไทยไม่ใช่แค่เพราะความประหยัด แต่ยังเพราะขนาดตัวรถที่กำลังดี ขับลุยในซอยแคบๆ ในกรุงเทพหรือจอดก็ง่าย แถมความทนทานของ Honda ก็ผ่านการทดสอบในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยมานานแล้ว ที่สำคัญอย่าลืมว่าตัวเลขประหยัดน้ำมันที่ทางบริษัทประกาศอาจแตกต่างจากการใช้งานจริง ซึ่งขึ้นอยู่กับสไตล์การขับ การเปิดแอร์ และสภาพถนนด้วย แนะนำให้คนไทยหมั่นดูแลรถตามกำหนดและขับขี่อย่างนุ่มนวลเพื่อรักษาประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ส่วนเรื่องบริการหลังการขายก็ไม่ต้องห่วง เพราะ Honda มีเครือข่ายบริการครอบคลุมทั่วไทย พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างมืออาชีพ
Q
คะแนนความปลอดภัยของ Honda City 2021 คือเท่าไหร่?
รถ Honda City รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยทำคะแนนด้านความปลอดภัยได้ดีมาก โดยเวอร์ชันผลิตไทยผ่านการทดสอบชนจากอาเซียน NCAP และได้คะแนนเต็ม 5 ดาว ส่วนหนึ่งมาจากระบบ Honda SENSING ที่มาพร้อมฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติและระบบช่วยรักษาระยะเลนรถ รวมถึงถุงลมนิรภัย 6 ใบ ระบบควบคุมเสถียรภาพรถ ที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับสภาพถนนทั้งในเมืองและชนบทของไทยที่ค่อนข้างซับซ้อน ต้องบอกว่ามาตรฐานการทดสอบของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ NCAP นั้นใกล้เคียงกับสภาพการจราจรจริงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการเพิ่มการประเมินกรณีชนกับรถจักรยานยนต์ซึ่งสำคัญมากสำหรับไทยที่มีรถมอเตอร์ไซค์หนาแน่น เวลาเลือกซื้อรถนอกจากดูเรตติ้งดาวแล้ว ควรพิจารณาว่าฟีเจอร์ปลอดภัยไหนตรงกับความต้องการใช้งาน เช่น ถ้าขับทางไกลบ่อยก็เน้นระบบช่วยเหลือผู้ขับ ขณะที่ขับในเมืองอาจดูผลทดสอบการชนความเร็วต่ำ ส่วนสภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุกก็ส่งผลต่อความปลอดภัย ควรตรวจสอบยางและระบบเบรกเป็นประจำเพื่อให้ระบบความปลอดภัยทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตลอดเวลา
Q
เครื่องยนต์ของ Honda City 2021 คืออะไร?
รถยนต์ Honda City รุ่นปี 2021 ที่วางขายในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC Turbo 3 สูบเทอร์โบชาร์จ และเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร i-VTEC 4 สูบแบบอัตโนมัติ รุ่น 1.0T ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า คู่กับเกียร์ CVT ที่เน้นประหยัดน้ำมันสุดๆ ส่วนรุ่น 1.5L ยังคงใช้เทคโนโลยี i-VTEC แบบคลาสสิกของ Honda เหมาะกับคนที่ชอบความลื่นไหลและดูแลง่าย ในสภาพอากาศร้อนๆ และถนนซับซ้อนของไทย เครื่องยนต์ทั้งสองแบบถูกปรับแต่งมาเฉพาะให้การระบายความร้อนและการทนอุณหภูมิสูงทำได้ดีเยี่ยม พร้อมผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 5 ที่เป็นไปตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมไทย ที่น่าสนใจคือเครื่องยนต์ของ Honda City ใช้เทคโนโลยีลดแรงเสียดทาน ช่วยลดการกินน้ำมันได้ชัดเจน โดยเฉพาะเวลาติดรถติดบนถนนไทยที่เจอกันบ่อยๆ แถมยังมีโหมด ECON ช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกขึ้นไป ทำให้รถรุ่นนี้ยังคงความโดดเด่นในตลาดรถเก๋งคอมแพคต์ของไทย เหมาะทั้งขับขี่ในเมืองและใช้เป็นรถครอบครัว
Q
ฮอนด้าซิตี้ 2024 มีความจุซีซีเท่าไหร่
รถฮอนด้าซิตี้รุ่นปี 2024 ในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ 2 แบบ คือเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตรและเครื่องยนต์แบบธรรมดา 1.5 ลิตร โดยเครื่องเทอร์โบ 1.0 ลิตรมีความจุกระบอกสูบ 998 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ส่วนเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรแบบธรรมดามีความจุ 1,498 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 121 แรงม้า เครื่องยนต์ทั้งสองแบบถูกออกแบบมาให้สมดุลระหว่างประหยัดน้ำมันและสมรรถนะการขับขี่ เหมาะกับทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกลในไทย ฮอนด้าซิตี้เป็นที่นิยมในตลาดไทยเสมอมาด้วยความน่าเชื่อถือ ค่าซ่อมบำรุงไม่แพง และประหยัดน้ำมัน ส่วนรุ่นปี 2024 ยังเพิ่มเทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING เข้ามา ทำให้ยิ่งโดดเด่นขึ้น สำหรับลูกค้าชาวไทยที่กำลังตัดสินใจเลือกเครื่องยนต์ แนะนำว่าเครื่องเทอร์โบ 1.0 ลิตรเหมาะกับคนที่เน้นประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในขณะที่เครื่อง 1.5 ลิตรแบบธรรมดาจะให้ความรู้สึกการขับขี่ที่ลื่นไหลมากกว่า ทั้งสองแบบตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้ดีอยู่แล้ว แค่เลือกให้เหมาะกับสไตล์การขับและงบประมาณของคุณก็พอ
Q
คะแนนความปลอดภัยของ Honda City 2024 คืออะไร
รถฮอนด้าซิตี้รุ่นปี 2024 ในตลาดไทยแสดงผลงานด้านความปลอดภัยได้ดีเยี่ยม ด้วยระบบ Honda SENSING ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างครบครัน ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบช่วยรักษาเลน และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยแบบพาสซีฟที่ครบถ้วน เช่น ถุงลมนิรภัย 6 จุด ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว และระบบเบรก ABS ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้รถรุ่นนี้มีความโดดเด่นในกลุ่มรถระดับเดียวกัน จากการทดสอบตามมาตรฐาน NCAP ของไทย คาดว่ารถรุ่นนี้จะได้คะแนนความปลอดภัยระดับ 5 ดาว เหมาะสมกับสภาพถนนทั้งในเมืองและชนบทของไทยที่หลากหลาย สำหรับผู้บริโภคชาวไทย นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว ยังควรพิจารณาค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและค่าประกันรถด้วย เพราะเครือข่ายบริการหลังการขายของฮอนด้าในไทยมีความพร้อมสูง มีอะไหล่ครบครัน ทำให้ค่าใช้จ่ายในการใช้งานระยะยาวค่อนข้างต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยมักคำนึงถึงเมื่อเลือกซื้อรถเช่นกัน
Q
วิธีเปิดส่วนหน้าของรถ Honda Civic 2024
ก่อนจะเปิดฝากระโปรงหน้ารุ่นฮอนด้าซิวิค 2024 สิ่งแรกที่ต้องทำคือนั่งในที่นั่งคนขับ แล้วมองหาคันปลดล็อกฝากระโปรงหน้า ซึ่งจะมีสัญลักษณ์รูปเครื่องยนต์อยู่ด้านล่างซ้ายของพวงมาลัย ดึงคันนี้เบาๆจนได้ยินเสียงฝากระโปรงหน้ายกขึ้น จากนั้นเดินไปที่หน้าตัวรถ ใช้มือสอดเข้าไปในช่องกลางฝากระโปรง แล้วหาล็อกนิรภัยตัวที่สองให้เจอ ให้ดันล็อกนี้ไปทางซ้ายหรือขวาพร้อมกับยกฝากระโปรงขึ้น สำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย แนะนำให้ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นและน้ำมันเบรกในห้องเครื่องเป็นประจำ เพื่อให้รถทำงานได้ปกติ และควรทำความสะอาดห้องเครื่องด้วย ระวังอย่าให้ใบไม้หรือเศษอุดตันท่อระบายน้ำ ถ้าต้องขับในพื้นที่ติดขัดอย่างกรุงเทพฯ บ่อยๆ ควรเช็กด้วยว่าฟิลเตอร์อากาศอุดตันฝุ่นหรือไม่ เพราะจะช่วยรักษาสมรรถนะเครื่องยนต์และประหยัดน้ำมันได้ ส่วนเวลาปลดล็อกฝากระโปรงถ้าได้ยินเสียงเฮียกที่บานพับ ให้ทาจาระบีเล็กน้อย และเนื่องจากอากาศไทยร้อนจัดทำให้ยางซีลเสื่อมสภาพเร็ว ควรตรวจสอบความแน่นของซีลทุกๆครึ่งปี
Q
ความจุของกระโปรงท้ายรถฮอนด้าซิตี้ 2024 คือเท่าไร
รถฮอนด้า ซิตี้ รุ่นปี 2024 ที่วางขายในตลาดไทยมีปริมาตรกระโปรงหลังขนาด 536 ลิตร ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัวหรือการท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ สามารถบรรจุกระเป๋าเดินทางหลายใบหรือของช้อปปิ้งได้อย่างสบายๆ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองหรือช้อปปิ้งบ่อยๆ การออกแบบกระโปรงหลังทำได้อย่างสมเหตุสมผล มีช่องเปิดที่กว้าง ทำให้สะดวกในการลำเลียงสิ่งของ นอกจากนี้เบาะหลังยังสามารถพับลงได้ตามสัดส่วน ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในสภาพอากาศของไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก กระโปรงหลังของซิตี้ยังมีการป้องกันการรั่วซึมที่ดี ช่วยปกป้องสิ่งของจากความชื้นหรือความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกันแล้ว ปริมาตรกระโปรงหลังขนาดนี้จัดอยู่ในระดับกลางถึงดี และเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่างโตโยต้า ยาริส แอททีฟแล้วยังได้เปรียบอยู่บ้าง สำหรับผู้ใช้งานไทยที่มักต้องพกพาสิ่งของจำนวนมาก พื้นที่กระโปรงหลังของซิตี้ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่值得พิจารณา แนะนำให้ไปทดลองบรรจุของที่ตัวแทนจำหน่ายด้วยตัวเองเพื่อความสะดวก และควรเปรียบเทียบกับการออกแบบกระโปรงหลังของรถรุ่นอื่นๆ ในราคาใกล้เคียงกัน เพื่อเลือกรถที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีที่สุด
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

พื้นที่ภายในรถกว้างขวางและสบาย
ระบบดีเซลที่มีประสิทธิภาพและเต็มไปด้วยเทคโนโลยี รุ่น RS ยอดนิยมมีชุดสไตล์กีฬารอบคัน RS ซึ่งประกอบด้วยกริดหน้าของรถสีดำและกระจกข้าง กันชนหน้าสไตล์กีฬา ไฟหน้า LED ที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด พร้อมกับไฟวิ่งกลางวันและไฟหมอก LED
ภายในรถเรือนสวยงามและมีอุปกรณ์ครบครัน มีบรรยากาศกีฬาในรถ มีหน้าจอวิทยุชั้นสูงที่สามารถสัมผัสได้ 8 นิ้ว สนับสนุน Apple CarPlay และมีระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT
เครื่องยนต์ที่แข็งแรง DOHC VTEC TURBO ขนาด 1.0 ลิตรแบบ 3 ลูกสูบ 12 วาล์ว ที่ 5500 รอบ/นาทีมีกำลังสูงสุดถึง 122 ม้า ซึ่งเป็นค่าที่สุดในหมวดเดียวกัน

ข้อเสีย

ความสบายและความสะดวกสบายมีข้อจำกัด
ประสิทธิภาพที่ความเร็วต่ำน้อย
ราคาสูงถึง 739000 บาท ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน และคู่แข่งมีระบบที่ไม่เยี่ยมเท่า City
ระบบความปลอดภัยไม่พอ ในด้านความปลอดภัย City แย่กว่าคู่แข่ง รุ่นใหม่ของ City ไม่มีชุด Honda Sensing เท่าที่มีเพียงระบบความปลอดภัยพื้นฐาน

Q&A ล่าสุด

Q
2020 Trailblazer เป็น SUV ที่ดีหรือไม่?
Chevrolet Trailblazer ปี 2020 เป็น SUV ที่มีประสิทธิภาพดี เหมาะสำหรับการใช้ในครอบครัวและสถานการณ์การเดินทางที่หลากหลาย รุ่นนี้มีโครงสร้างแบบ 7 ที่นั่ง ความยาวฐานล้อ 2845 มิลลิเมตร พื้นที่เก็บสัมภาระปกติสามารถบรรจุกระเป๋าเดินทางได้ 2 ใบ ซึ่งตอบสนองความต้องการในการเก็บของประจำวันและการเดินทางช่วงวันหยุด โครงสร้างตัวรถมีความแข็งแรงมั่นคง ให้การป้องกันที่เชื่อถือได้ขณะขับขี่ ด้านการขับขี่ พวงมาลัยมีความหนักเบาที่เหมาะสม ควบคุมง่ายทั้งในการเปลี่ยนเลนในเมืองและขับบนถนนสภาพไม่ดีในเขตชานเมือง แกนล่างแข็งแรงและมีประสิทธิภาพในการดูดซับแรงสั่นสะเทือน ทำให้สามารถรับมือกับสภาพถนนในชนบทหรือถนนขรุขระในประเทศไทยได้ดี เครื่องยนต์ดีเซล 2.5L VGT ให้กำลังเพียงพอ เมื่อทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ทำให้สามารถใช้งานได้ทั้งการขับขี่ประจำวันและการเดินทางไกล มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดี ในสภาพถนนปกติสามารถควบคุมอัตราการใช้น้ำมันอยู่ในระดับประหยัด ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการด้านเศรษฐกิจเชื้อเพลิงของผู้ใช้รถในประเทศไทย ภายในรถมีการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ใช้วัสดุหุ้มแบบนุ่มและเส้นเย็บที่ประณีตมากขึ้น ลดความรู้สึกหยาบของรถใช้งาน จอแสดงผลขนาดใหญ่และปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศใช้งานสะดวก ราคาอยู่ในช่วง 1,140,000-1,380,000 บาท มีความคุ้มค่าที่ดี นอกจากนี้บางรุ่นยังติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือกับสภาพถนนที่ซับซ้อน โดยรวมแล้วเป็นรถ SUV ที่น่าสนใจ
Q
รถ Trailblazer รุ่นปี 2020 มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) หรือไม่?
รุ่น Chevrolet Trailblazer ปี 2020 มีเวอร์ชันที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนทุกล้อ (AWD) เช่น รุ่น LTZ 4x4 AT ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนทุกล้อ ในขณะที่รุ่น LT 4x2 AT และ LTZ 4x2 AT เป็นระบบขับเคลื่อนสองล้อ รถในซีรีส์นี้เป็น SUV ซีเกมेंต์ D แบบ 5 ประตู 7 ที่นั่ง ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5L ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ มีระยะห่างจากพื้นรถขั้นต่ำ 219 มิลลิเมตร ความจุถังน้ำมัน 76 ลิตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน 8.3 ลิตร/100 กิโลเมตร และมีระบบเตือนเมื่อไม่คาดเข็มขัดนิรภัยเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยรุ่น LTZ 4x4 AT ที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนทุกล้อ มีราคา 1,380,000 บาท ซึ่งมอบทางเลือกที่ตอบโจทย์สภาพถนนที่หลากหลายให้กับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองหรือการเผชิญกับสภาพถนนที่ซับซ้อน ก็สามารถตอบสนองความต้องการในการขับขี่ได้อย่างเหมาะสม
Q
รถเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ปี 2020 นั่งสบายสำหรับการเดินทางไกลหรือไม่?
Chevrolet Trailblazer ปี 2020 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางไกล มันมีพื้นที่ขับขี่และนั่งอาศัยที่กว้างขวาง ระยะแกนล้อ 2845 มิลลิเมตร และออกแบบเป็นโครงร่าง 7 ที่นั่ง สามารถรองรับผู้คนหลายคนได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งให้พื้นที่เก็บกระเป๋าเดินทางเพียงพอ เพื่อตอบสนองความต้องการเก็บของในการเดินทางไกล การออกแบบที่นั่งสอดคล้องกับวิศวกรรมมนุษย์ มีการสนับสนุนดี ร่วมกับผลการกันเสียงที่ยอดเยี่ยม สามารถบรรเทาการเหนื่อยล้าในการนั่งเป็นเวลานานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในด้านพลังงาน เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตรจับคู่กับเกียร์ออโต้ ผลการส่งออกพลังงานมั่นคง และการใช้น้ำมันคงอยู่ที่ 8.3 ลิตร/100 กิโลเมตร ปริมาตรถังน้ำมัน 76 ลิตร สามารถให้ระยะทางในการเดินทางที่ยาวนาน ลดจำนวนครั้งในการเติมน้ำมันระหว่างทาง นอกจากนี้ ยานพาหนะยังติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยหลายรายการ เช่น คำเตือนไม่สวมสายรัดเอว บางรุ่นยังมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ สามารถจัดการกับเส้นทางที่ซับซ้อนได้ เพื่อให้การรับประกันที่ไว้ใจได้ในการเดินทางไกล ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางของครอบครัวหรือการเดินทางป่า มันสามารถพึ่งพาประสบการณ์การขับขี่ที่สบายและประสิทธิภาพที่มั่นคง เพื่อเป็นตัวเลือกอุดมคติสำหรับการเดินทางไกล
Q
รถ Trailblazer รุ่นปี 2020 มีลักษณะอย่างไร?
Chevrolet Trailblazer 2020 เป็น SUV ระดับ D 7 ที่นั่ง มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ 2.5L VGT LT 4x2 AT, 2.5L VGT LTZ 4x2 AT และ 2.5L VGT LTZ 4x4 AT โดยมีราคาขายอยู่ที่ 1,140,000 บาท, 1,280,000 บาท และ 1,380,000 บาท ตามลำดับ ขนาดตัวถัง 4887×1902×1848 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2845 มิลลิเมตร ช่วงล่างสูงขั้นต่ำ 219 มิลลิเมตร ความจุถังน้ำมัน 76 ลิตร ใช้ยางขนาด 255/65 R17 และเกียร์อัตโนมัติ ระบบขับเคลื่อนใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ Duramax 2.5L พร้อมเทคโนโลยี VGT ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า (ที่ 3600 รอบ/นาที) แรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร (ที่ 2000 รอบ/นาที) อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน 8.3 ลิตร/100 กิโลเมตร อุปกรณ์มาตรฐานรวมถึงระบบแจ้งเตือนเมื่อไม่คาดเข็มขัดนิรภัย บางรุ่นมีระบบเข้า-ออกรถแบบไร้กุญแจ ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบไร้กุญแจ ใบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ กระจกมองหลังป้องกันแสงสะท้อนอัตโนมัติ กล้องถอยหลัง และระบบมัลติมีเดีย MyLink ที่รองรับ Apple CarPlay และ Siri Eyes Free สำหรับรุ่น LTZ มีชุดแต่ง Perfect Edition II ให้เลือก (ประกอบด้วยกันชนหน้า กันชนหลัง สปอยเลอร์หลัง บังโคลน และซุ้มล้อสีดำ) ราคา 23,855 บาท เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล การจัดวางที่นั่งแบบ 2+3+2 สำหรับ 7 ที่นั่ง เหมาะสำหรับทั้งการใช้ในครอบครัวและการขับขี่ในเมือง พร้อมสมรรถนะออฟโรดที่ยอดเยี่ยม สามารถรับมือกับสภาพถนนหลากหลายประเภทได้
Q
"Subaru Crosstrek ปี 2022 เป็นรถยนต์ที่ดีหรือไม่?"
Subaru Crosstrek ปี 2022 เป็นรถยนต์ที่ครบครัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สามารถรับมือกับสภาพถนนที่หลากหลาย ด้วยระยะห่างจากพื้น 220 มม. และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร ทำให้สามารถลุยโคลน กรวด หรือพื้นผิวขรุขระได้อย่างง่ายดาย ป้องกันรอยขีดข่วนที่ใต้ท้องรถ และรักษาเสถียรภาพแม้บนพื้นผิวที่ลื่น ทำให้เหมาะสำหรับชีวิตในชนบท การเดินทางพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ หรือถนนลูกรังในชานเมือง เครื่องยนต์แบบวางนอนช่วยให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำ ส่งผลให้มีเสถียรภาพด้านข้างที่ดีเยี่ยมขณะเข้าโค้งและเปลี่ยนเลน และการควบคุมที่เหนือกว่า SUV ส่วนใหญ่ในระดับเดียวกัน ภายในเรียบง่ายและใช้งานได้จริง ด้วยการจัดวางปุ่มอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ปรับฟังก์ชั่นได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายโดยไม่ต้องมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ตอบสนองความต้องการด้านความสะดวกสบายของผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง แชสซีดูดซับแรงกระแทกจากถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รักษาความสบายในการขับขี่ พร้อมการส่งกำลังที่ราบรื่นและประหยัดน้ำมันได้ดี นอกจากนี้ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่จำนวนมากยังทำงานอย่างเงียบ ๆ อยู่เบื้องหลัง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่และมอบประสบการณ์ที่เชื่อถือได้ทั้งสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินทางผจญภัยบนท้องถนน
ดูเพิ่มเติม