Q

MG EP ใช้ยางขนาดเท่าไหร่?

MG EP มาพร้อมยางขนาด 205/60 R16 ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง ซึ่งเป็นขนาดที่ช่วยให้รถมีความมั่นคงในการขับขี่ โดยเลข 205 หมายถึงความกว้างของหน้ายาง ยางที่กว้างจะมีพื้นที่สัมผัสกับพื้นถนนมากขึ้น ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะ ส่วนเลข 60 คืออัตราส่วนแก้มยาง (ซีรี่ส์ยาง) ซึ่งค่าที่เหมาะสมจะช่วยให้ได้สมดุลระหว่างความนุ่มนวลและการควบคุมรถได้ดี และ R16 หมายถึงยางเรเดียลที่ใช้กับล้อขนาด 16 นิ้ว ขนาดของยางมีผลต่อการควบคุมรถ การเบรก และอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน ดังนั้นในการใช้งานประจำวันควรหมั่นตรวจสอบสภาพการสึกหรอของยางอยู่เสมอ เพื่อให้ยางอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัยและสบายตลอดเส้นทาง
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
ข้อเสียของ MG EP คืออะไร
MG EP ในฐานะรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีข้อจำกัดหลักในตลาดไทย ได้แก่ ระยะทางวิ่งที่อาจลดลงเล็กน้อยเมื่อใช้งานเครื่องปรับอากาศอย่างต่อเนื่องในสภาพอากาศร้อน เวลาในการชาร์จเร็วที่ยาวนานกว่ารถคู่แข่งบางรุ่น และขนาดตัวถังที่เล็กส่งผลให้พื้นที่วางขาด้านหลังอาจแคบเกินไปสำหรับครอบครัว ในช่วงฤดูฝนของไทยแม้ตัวรถจะเหมาะกับการใช้งานในเมืองแต่ยังต้องขับขี่อย่างระมัดระวังในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูง นอกจากนี้ผู้บริโภคชาวไทยควรให้ความสำคัญกับระบบควบคุมอุณหภูมิของแบตเตอรี่ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ในภูมิอากาศแบบร้อนชื้น โดย MG EP มาพร้อมระบบจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะที่ช่วยลดผลกระทบจากความร้อน รัฐบาลไทยเองก็กำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จเพื่อเพิ่มความสะดวกในอนาคต แนะนำให้ผู้บริโภคทดลองขับเพื่อประเมินการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศและพื้นที่ภายในก่อนตัดสินใจซื้อ และควรเลือกซื้อรุ่นที่มาพร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งานเพื่อลดต้นทุนระยะยาว
Q
MG EP อยู่ในตลาดย่อยประเภทใด
MG EP อยู่ในกลุ่มตลาดรถยนต์ระดับ C ซึ่งรถระดับ C นั้นมักจะมีขนาด อุปกรณ์ และราคาอยู่ในระดับกลาง เหมาะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันและการใช้งานทั่วไปของครอบครัว ด้วยขนาดตัวถังที่ยาว 4,544 มม. กว้าง 1,818 มม. และสูง 1,536 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 2,665 มม. ทำให้ MG EP อยู่ในเกณฑ์ของรถระดับ C ที่มีพื้นที่ภายในค่อนข้างกว้างขวาง นอกจากนี้ยังมีการออกแบบมา 5 ที่นั่ง เพื่อตอบโจทย์การเดินทางพร้อมหน้าพร้อมตากับสมาชิกในครอบครัว อีกทั้งยังมาพร้อมกับอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน ทั้งระบบความปลอดภัยเช่น ABS เบรกอัตโนมัติ รวมไปถึงไฟกลางวันและหน้าจอควบคุมกลาง ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มรถระดับ C ที่มองหารถที่มีพื้นที่กว้างขวาง อุปกรณ์ครบถ้วน และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
Q
PCD Size ของ MG EP คืออะไร
MG EP เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมในตลาดประเทศไทย โดยมีขนาด PCD หรือระยะห่างรูดุมล้ออยู่ที่ 5x114.3 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ใช้ในไทยที่ต้องการเปลี่ยนล้อแม็กหรืออัปเกรดระบบเบรก โดยขนาดนี้ตรงกับรถญี่ปุ่นยอดนิยมในไทยอย่าง Toyota และ Honda ทำให้สามารถหาชิ้นส่วนแต่งที่เข้ากันได้ง่ายในตลาดอะไหล่ของไทย ในสภาพอากาศร้อนและฝนตกบ่อยของประเทศไทย แนะนำให้เลือกใช้ล้อแม็กลดน้ำหนักร่วมกับยางที่มีแรงต้านการหมุนต่ำเพื่อช่วยยืดระยะทางวิ่งของรถและเพิ่มความปลอดภัยในฤดูฝน อย่างไรก็ตามในการเปลี่ยนล้อแม็กนอกจากค่า PCD แล้วควรตรวจสอบขนาดรูดุมกลางหรือ CB และค่าออฟเซ็ตหรือ ET ว่าเหมาะสมหรือไม่ โดยกรมการขนส่งทางบกของไทยกำหนดว่าล้อแม็กต้องไม่ยื่นออกนอกตัวถังรถ ดังนั้นควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนการดัดแปลง สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าน้ำหนักของล้อมีผลต่อการใช้พลังงานอย่างชัดเจน MG EP มาพร้อมล้อแม็กแบบแอโรไดนามิกที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ หากต้องการเปลี่ยนแนะนำให้เลือกใช้ล้อที่ผ่านการรับรองสำหรับรถ EV โดยเฉพาะเพื่อไม่ให้กระทบต่อระบบจัดการแบตเตอรี่และความแม่นยำของการคำนวณระยะทางวิ่ง
Q
MG EP มี Apple Carplay หรือไม่
MG EP เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความสนใจอย่างมากในตลาดประเทศไทย โดยมาพร้อมกับฟังก์ชัน Apple CarPlay ซึ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ชาวไทยที่ต้องการการเชื่อมต่อระหว่างสมาร์ตโฟนกับหน้าจอรถยนต์ได้อย่างสะดวก ผู้ขับขี่สามารถใช้งานระบบนำทาง ฟังเพลง รับสายโทรศัพท์ และใช้งานฟีเจอร์อื่นๆ ของ iPhone ได้ผ่านหน้าจอรถโดยไม่ต้องถือโทรศัพท์ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ร้อนและฝนตกบ่อยของประเทศไทย นอกจากนี้ MG EP ยังรองรับ Android Auto ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้สมาร์ตโฟนระบบแอนดรอยด์ที่มีจำนวนมากในไทยอีกด้วย ระบบอินโฟเทนเมนต์ของรถยังรองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยและแผนที่นำทางในประเทศ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของแบรนด์ต่อความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ในยุคที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว ฟังก์ชันเชื่อมต่ออัจฉริยะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ MG EP สามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานของผู้ใช้ได้อย่างดี หากคุณมีความต้องการด้านสมาร์ตรถยนต์มากขึ้น ยังสามารถทดลองใช้งานจริงที่ศูนย์จำหน่ายเพื่อประเมินความลื่นไหลและความครบถ้วนของระบบต่างๆ ได้อีกด้วย
Q
ยางรถยนต์ของ MG EP คือยี่ห้ออะไร
MG EP ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่จำหน่ายในตลาดประเทศไทย มีการติดตั้งยางจากโรงงานที่แตกต่างกันไปตามรุ่นย่อยและอุปกรณ์ โดยทั่วไปมักเลือกใช้ยี่ห้อระดับสากล เช่น Michelin Bridgestone หรือ Goodyear ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงในไทยและมีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุม สามารถรองรับสภาพอากาศร้อนและฝนตกชุกของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ผู้บริโภคชาวไทยนอกจากจะพิจารณายี่ห้อยางแล้ว ยังควรให้ความสำคัญกับขนาดยางที่เหมาะสม เช่น 215/55 R17 ซึ่งเป็นขนาดที่พบได้บ่อยในรุ่น EP และสัญลักษณ์ด้านสมรรถนะของยาง เช่น ยางที่ออกแบบมาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ามักมีความต้านทานการหมุนต่ำและมีคุณสมบัติเงียบเพื่อลดเสียงรบกวนและเพิ่มระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ แนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบข้อมูลรุ่นและขนาดยางจากช่องทางอย่างเป็นทางการของ MG ประเทศไทย หรือดูจากป้ายสเปกบนกรอบประตูรถ ในช่วงฤดูฝนของไทย ควรเลือกยางที่มีระดับการยึดเกาะพื้นเปียกในระดับ B ขึ้นไปตามมาตรฐานยุโรป สำหรับการใช้งานในเขตเมืองอย่างกรุงเทพฯ อาจพิจารณาเลือกยางแบบนุ่มเงียบเพื่อลดเสียงจากพื้นถนน หากต้องการเปลี่ยนยาง ร้านยางในประเทศอย่าง B-Quick หรือ Drivemate มีบริการติดตั้งพร้อมการรับประกัน และบางแบรนด์ระดับโลกยังมีโรงงานในประเทศไทย จึงสามารถเสนอผลิตภัณฑ์ในราคาที่คุ้มค่ามากขึ้น
Q
รถ MG EP เป็นรถที่ดีหรือไม่ เรียนรู้ข้อดีและข้อเสียที่นี่
MG EP ในฐานะรถยนต์พลังงานไฟฟ้า มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดประเทศไทย ด้วยข้อดีด้านความประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้นทุนการใช้งานต่ำ และเครือข่ายบริการหลังการขายของแบรนด์ MG ที่ครอบคลุม เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันและการใช้งานในเมือง อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากนโยบายส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทยที่ช่วยลดต้นทุนการซื้อ อย่างไรก็ตาม ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จอาจยังไม่เหมาะสำหรับการเดินทางไกล โครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จในบางพื้นที่ของไทยยังไม่สมบูรณ์ และระยะเวลาชาร์จแบบเร็วที่ค่อนข้างนานอาจกระทบต่อความสะดวกในการใช้งาน ภายใต้สภาพอากาศร้อนของประเทศไทย ความทนทานของแบตเตอรี่และประสิทธิภาพการใช้พลังงานของระบบแอร์จึงเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา ผู้ที่สนใจควรประเมินจากความต้องการใช้งานของตนเองอย่างรอบคอบ ปัจจุบันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยมีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น นอกจาก MG EP แล้ว ยังสามารถเปรียบเทียบกับรุ่นอื่นในกลุ่มเดียวกัน เช่น BYD หรือ ORA ของเกรทวอลล์ พร้อมทั้งพิจารณาความสะดวกในการชาร์จที่บ้านและระยะทางการขับขี่ในแต่ละวันเพื่อเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตนเอง
Q
ความกว้างของ MG EP คืออะไร
MG EP มีความกว้างตัวถังอยู่ที่ 1,818 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าเหมาะสมอย่างยิ่งกับการใช้งานในถนนเมืองไทย โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น เช่น กรุงเทพมหานคร ความกว้างในระดับนี้ช่วยให้ห้องโดยสารมีความโปร่งสบายโดยไม่ทำให้รถดูใหญ่เทอะทะจนเกินไป ส่งผลให้ขับขี่คล่องตัวแม้ในซอยแคบหรือพื้นที่จอดรถจำกัด นอกจากนี้ MG EP ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้ายังมีการออกแบบที่คำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ โดยอัตราส่วนของความกว้างต่อมิติตัวถังโดยรวมมีส่วนช่วยลดแรงต้านลม ส่งผลให้ประสิทธิภาพระยะทางต่อการชาร์จดีขึ้น รถรุ่นนี้ยังให้พื้นที่ห้องโดยสารที่เหมาะสำหรับครอบครัว โดยเฉพาะเบาะหลังที่นั่งสบายตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคชาวไทยในชีวิตประจำวัน หากคุณกำลังสนใจรถยนต์ไฟฟ้า ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติมคือความสะดวกในการชาร์จไฟและระยะทางขับขี่ในสภาพอากาศร้อนของไทย ซึ่งมีผลต่อสมรรถนะของแบตเตอรี่และระบบปรับอากาศ
Q
ราคาภาษีรถยนต์ของ MG EP คือเท่าไร จะคำนวณอย่างไร
ในประเทศไทย รถ MG EP ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% มีวิธีการคำนวณภาษีรถยนต์ (Road Tax) ที่แตกต่างจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทั่วไป ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบกไทย ปัจจุบันรถไฟฟ้าจะได้รับการยกเว้นภาษีที่เกี่ยวข้องกับขนาดเครื่องยนต์ แต่ต้องชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุทะเบียนรายปี (เช่น รถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั่วไปจะอยู่ที่ 50-1,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทและน้ำหนักของรถ) สำหรับ MG EP ที่มีน้ำหนักประมาณ 1.5 ตัน จัดอยู่ในประเภทรถยนต์นั่งขนาดเล็กไฟฟ้า โดยปกติค่าธรรมเนียมต่ออายุทะเบียนจะอยู่ที่ประมาณ 500-800 บาท แต่จำนวนจริงอาจมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยตามค่าธรรมเนียมท้องถิ่น ที่สำคัญ รัฐบาลไทยมีนโยบายส่งเสริมการใช้รถไฟฟ้า ในช่วงปี 2023-2025 รถไฟฟ้า 100% จะได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตและภาษีนำเข้า และอาจมีการขยายระยะเวลาสิทธิประโยชน์นี้ออกไป ทำให้เจ้าของรถสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น หากพูดถึงนโยบายภาษีรถไฟฟ้าในประเทศไทยแล้ว ถือว่ามีความได้เปรียบกว่ารถยนต์น้ำมันมาก เช่น รถน้ำมันต้องเสียภาษีตามขนาดเครื่องยนต์แบบขั้นบันได (เช่น เครื่องยนต์ 1.6L เสียภาษีประมาณ 1,000 บาทต่อปี) ในขณะที่รถไฟฟ้าเสียแค่ค่าธรรมเนียมทะเบียนพื้นฐานเท่านั้น ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อย่างชัดเจน แนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบนโยบายล่าสุดผ่านเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบกไทยหรือตัวแทนจำหน่าย MG เพื่อความถูกต้องในการชำระเงิน
Q
ราคามือสองของ MG EP คือเท่าไหร่ ตรวจสอบราคามือสองได้ที่นี่
ในตลาดประเทศไทย MG EP ในฐานะรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ราคามือสองจะได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย เช่น อายุการใช้งาน ระยะทางที่ขับขี่มาแล้ว สภาพแบตเตอรี่ และรุ่นย่อยของรถ จากข้อมูลตลาดปัจจุบัน รถมือสองที่มีอายุ 1 ถึง 2 ปี และมีระยะทางวิ่งประมาณ 10000 ถึง 30000 กิโลเมตร ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 70 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของราคารถใหม่ อย่างไรก็ตาม ควรประเมินจากแพลตฟอร์มรถยนต์มือสองหรือผู้จำหน่ายในพื้นที่เป็นรายกรณี รัฐบาลไทยมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถยนต์พลังงานใหม่ ซึ่งช่วยสนับสนุนอัตราการคงมูลค่าของรถยนต์ประเภทนี้ นอกจากนี้แบรนด์ MG ยังมีระบบบริการหลังการขายที่ครอบคลุมในประเทศไทย รถที่มีประวัติการดูแลรักษาชัดเจนจะได้รับการประเมินราคาที่ดีกว่า ทั้งนี้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามือสองในไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น เทคโนโลยีการตรวจสอบความเสื่อมของแบตเตอรี่มีความก้าวหน้ามากขึ้น ผู้ซื้อควรเลือกซื้อรถยนต์มือสองที่ผ่านการรับรองจากศูนย์บริการอย่างเป็นทางการเพื่อความมั่นใจในด้านการรับประกัน และควรติดตามแผนขยายสถานีชาร์จของการไฟฟ้าแห่งประเทศไทยซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานและช่วยสนับสนุนมูลค่าคงเหลือของรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว
Q
ความดันลมยางของ MG EP คือเท่าไร
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า MG EP ที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย ค่าแรงดันลมยางที่แนะนำโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 2.3 ถึง 2.5 บาร์ (ประมาณ 33-36 psi) แต่ค่าที่แน่นอนอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการกำหนดค่าของรถหรือขนาดยาง ซึ่งเจ้าของรถสามารถตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องได้จากป้ายที่กรอบประตูด้านคนขับหรือคู่มือผู้ใช้ ในสภาพอากาศร้อนของไทย แรงดันลมยางจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามอุณหภูมิที่สูงขึ้น จึงแนะนำให้ตรวจสอบแรงดันลมยางเดือนละครั้ง โดยเฉพาะก่อนเดินทางไกล เพื่อหลีกเลี่ยงแรงดันลมยางที่สูงเกินไปซึ่งอาจทำให้การยึดเกาะถนนลดลง หรือแรงดันลมยางต่ำเกินไปที่อาจเพิ่มการสิ้นเปลืองพลังงาน หากคุณมักจะบรรทุกของหนักบ่อยๆ อาจเพิ่มแรงดันลมยางล้อหลังอีก 0.1-0.2 บาร์ ถนนในไทยมีหลากหลายสภาพ การรักษาแรงดันลมยางที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานแบตเตอรี่ แต่ยังลดการสึกหรอของยางอีกด้วย แนะนำให้เลือกใช้เครื่องเป่าลมที่มีระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง หรือไปตรวจเช็กอย่างมืออาชีพที่ศูนย์บริการผู้จำหน่าย MG เป็นประจำ นอกจากนี้ ด้วยน้ำหนักของแบตเตอรี่ที่กระจายตัวเฉพาะในรถยนต์ไฟฟ้า การรักษาแรงดันลมยางให้สม่ำเสมอยิ่งสำคัญ การดูแลที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ได้อย่างมาก
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ราคาของรถคุ้มค่าในรถยนต์ไฟฟ้า ราคา 988,000 บาท
การออกแบบร่างกายของรถเป็นเอกลักษณ์ โดยใช้ Station wagon ดีไซน์ ภายนอกน่าสนใจ
พื้นที่ภายในรถกว้างขวางมีพื้นที่เก็บของมาก
ระบบไดรฟ์ทำงานดี แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานยาว 380 กิโลเมตร
มีการจัดสรรหลายฟีเจอร์ที่มีประโยชน์ เช่น เบรกไฟฟ้า ระบบรักษาการเบรกอัตโนมัติ ฯลฯ

ข้อเสีย

การออกแบบภายในและภายนอกบางส่วนล้าสมัย ขาดองค์ประกอบการออกแบบที่น่าไปสนใจ
ชาซีนุ่มเกินไป รถมักจะสั่นเสมอเมื่อขับขี่ ขาดความมั่นใจในการเลี้ยว
การตั้งค่าถูกลดลง เช่น ไม่มีการเข้าถึงอัจฉริยะ ไม่มีหน้าต่างดาว ฟังก์ชันของแดชบอร์ดถูกละเว้น ไม่มีระบบ i-Smart
จำนวนของศูนย์บริการน้อยกว่ายี่ห้อหลักอื่น ๆ

Q&A ล่าสุด

Q
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันของ Nissan Navara 2025 เป็นเท่าไหร่?
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงของ Nissan Navara ปี 2025 แตกต่างกันไปตามรุ่นย่อย ตัวเลขอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยอย่างเป็นทางการสำหรับรุ่นที่ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.3 ลิตร มีดังนี้: 7.6 ลิตร/100 กม. สำหรับรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง 2.3 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด, 7.3 ลิตร/100 กม. สำหรับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ 2.3 ลิตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด และ 7.9 ลิตร/100 กม. สำหรับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ 2.3 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของประเภทการขับเคลื่อนและประเภทเกียร์ต่ออัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อจะมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสูงกว่ารุ่นขับเคลื่อนสองล้อเล็กน้อยเนื่องจากลักษณะโครงสร้างของระบบส่งกำลัง และยังมีความแตกต่างเล็กน้อยในอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงระหว่างเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา ในการใช้งานจริง อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงยังได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และน้ำหนักบรรทุกของรถ ตัวอย่างเช่น ถนนในเมืองที่แออัดหรือการเร่งและเบรกอย่างรวดเร็วบ่อยครั้งจะทำให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ในขณะที่การขับขี่อย่างราบรื่นและการขับขี่บนทางหลวงจะช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้ อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของรุ่นนี้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับรถกระบะรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพและการปรับแต่งระบบส่งกำลังที่เหมาะสมที่สุด
Q
ราคาของ Nissan Navara 2025 ในมาเลเซียเท่าไหร่?
รถกระบะ Nissan Navara รุ่นปี 2025 มีราคาจำหน่ายในมาเลเซียระหว่าง 98,600 ถึง 154,800 ริงกิตมาเลเซีย รุ่นย่อยต่างๆ ได้แก่ รุ่น 2.5L Single Cab MT ราคา 98,600 ริงกิตมาเลเซีย, รุ่น 2.5L Double Cab SE AT ราคา 123,600 ริงกิตมาเลเซีย และรุ่น X-Tremer Pro-4X AT ราคา 154,800 ริงกิตมาเลเซีย มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ รวมทั้งหมด 5 รุ่นย่อย ตัวรถมีขนาด 5260 มม. × 1875 มม. × 1855 มม. และระยะห่างจากพื้น 225 มม. ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานที่หลากหลาย
Q
รถ Nissan Navara 2025 ราคาเท่าไหร่ในฟิลิปปินส์?
ราคาเริ่มต้นของ Nissan Navara ปี 2025 ในฟิลิปปินส์อยู่ที่ 1,240,000 เปโซ โดยบางรุ่นหรือสี Aspen Pearl White อาจมีราคาเพิ่มอีก 20,000 เปโซ รุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 2488 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร มอบสมรรถนะที่แข็งแกร่งเหมาะสำหรับการขับขี่ทั้งแบบออฟโรดและในชีวิตประจำวัน ในด้านการออกแบบภายนอก บางรุ่นมาพร้อมกระจังหน้าดุดัน ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED 4 ดวง พร้อมไฟวิ่งกลางวัน ไฟท้าย LED ใหม่ และล้ออัลลอยสีดำเงาขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางออฟโรด แสดงให้เห็นถึงสไตล์ที่แข็งแกร่งและทันสมัย รุ่น PRO-4X เน้นสมรรถนะแบบออฟโรด ในขณะที่รุ่น Calibre-X4X2 ผสมผสานความต้องการในการขับขี่ในเมืองเข้ากับการออกแบบที่ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ที่หลากหลาย และนำเสนอรถกระบะที่ผสมผสานความใช้งานได้จริงและการออกแบบเข้าด้วยกัน
Q
แน่นอน! อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดที่ฉันมีอยู่คือถึงเดือนตุลาคม 2023 และยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับ Nissan Navara ปี 2025 ณ ตอนนี้ หากคุณมีคำถามเพิ่มเติมหรืออยากให้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับรุ่นที่ผ่านมา โปรดแจ้งให้ฉันทราบ!
รถกระบะ Nissan Navara รุ่นปี 2025 ได้เปิดตัวในตลาดไทยแล้ว โดยรุ่นที่วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2025 ประกอบด้วยรุ่น King Cab และ Double Cab ราคาเริ่มต้นที่ 758,000 บาท มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ 2.3 ลิตร ให้กำลัง 2 ระดับ คือ 160 แรงม้า หรือ 190 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด บางรุ่นรองรับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ระบบความปลอดภัยมาตรฐานประกอบด้วย ABS, ระบบควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์ และระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย บางรุ่นยังมีเซ็นเซอร์ถอยหลัง ระบบกล้องมองหลัง และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน นอกจากนี้ Navara รุ่นใหม่มีแผนจะเปิดตัวในตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยได้รับการอัพเกรดด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ที่ให้กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร จับคู่กับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Full-time และโหมดการขับขี่ 7 ระดับ ภายในรถจะมาพร้อมหน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 9 นิ้ว และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ระดับ 2 ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่แบบออฟโรดและคุณสมบัติทางเทคโนโลยีให้ดียิ่งขึ้น
Q
“วันที่วางจำหน่ายของ Navara 2025 คือเมื่อไหร่?”
วันที่เปิดตัวครั้งแรกของ Nissan Navara 2025 รุ่นใหม่ทั่วโลกคือวันที่ 19 พฤศจิกายน 2025 รถคันนี้พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Mitsubishi Triton ด้านการออกแบบภายนอกใช้ลักษณะเฉพาะ เช่น ไฟหน้าแบบแบ่งส่วนและกริลลี่แบบใหม่ คาดว่าจะใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จขนาด 2.4 ลิตร และมีแผนจะเปิดตัวในตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นแห่งแรกในช่วงครึ่งแรกของปี 2026
ดูเพิ่มเติม