Q

รถยนต์รุ่นไหนที่ถูกเรียกคืนมากที่สุดในปี 2024?

จากข้อมูลการเรียกคืนรถในปี 2024 รถ Tesla Model Y กลายเป็นรุ่นที่ถูกเรียกคืนบ่อยที่สุดในระดับโลก ส่วนใหญ่เป็นปัญหาเกี่ยวกับการอัปเดตซอฟต์แวร์ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งสถานการณ์นี้ก็เกิดขึ้นในตลาดไทยเช่นกัน เนื่องจากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ทำให้ยอดขายของแบรนด์อย่าง Tesla เพิ่มขึ้นตามไปด้วย และการเรียกคืนรถก็ได้รับความสนใจมากขึ้น การเรียกคืนรถเป็นสิ่งที่แสดงถึงความรับผิดชอบของผู้ผลิตต่อผู้บริโภค โดยการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ กรมการขนส่งทางบกของไทยก็ได้กำหนดให้ผู้ผลิตต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการเรียกคืนอย่างเคร่งครัด สำหรับผู้บริโภคไทย สามารถตรวจสอบข้อมูลการเรียกคืนได้ผ่านเว็บไซต์ของผู้ผลิตหรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก พร้อมกันนี้ก็แนะนำให้ดูแลรักษารถอย่างสม่ำเสมอและอัปเดตซอฟต์แวร์ระบบในรถให้ทันสมัยอยู่เสมอ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งที่ถูกเรียกคืนไม่ได้สะท้อนถึงคุณภาพรถเสมอไป แต่อาจเกี่ยวข้องกับปริมาณการขาย ความเข้มงวดของกฎหมาย และปัจจัยอื่นๆ ผู้บริโภคควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้านเพื่อเลือกรถที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
รถยนต์ Tesla รุ่นใดขายดีที่สุดในปี 2024?
ถึงปี 2024 รถยนต์ที่ขายดีที่สุดของ Tesla ทั่วโลกยังคงเป็น Model Y รุ่นนี้เป็น SUV ไฟฟ้าขนาดกลางที่ครองใจผู้บริโภคด้วยระยะทางที่วิ่งได้ไกล พื้นที่ภายในกว้างขวาง และระบบขับขี่อัจฉริยะที่ครบครัน แม้แต่ในตลาดไทยก็ยังเป็นที่นิยมไม่เสื่อมคลาย Model Y มีให้เลือก 3 รุ่นคือ ขับเคลื่อนล้อหลัง ระยะทางไกล และรุ่นสมรรถนะสูง เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ความเร็วในการชาร์จที่สูงและเครือข่าย Supercharger ของ Tesla ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องยังทำให้การใช้งานรถไฟฟ้าสะดวกขึ้นมาก แถมระบบอัปเดตแบบ OTA ยังช่วยอัปเกรดสมรรถนะรถให้เหมือนใหม่ตลอดเวลา ด้วยความที่เทคโนโลยีรถไฟฟ้าพัฒนาเร็วแบบนี้ Model Y จึงกลายเป็นตัวเลือกหลักของหลายครอบครัว เพราะทั้งฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการใช้งานในเมืองหรือทริปสั้นๆ ถ้าคุณสนใจรถไฟฟ้า Model Y นี่แหละคือตัวท็อปที่ควรคิดถึง ทั้งประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ที่คับแก้ว
Q
Tesla Model Y ใช้ไฟฟ้ากี่กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง
อัตราสิ้นเปลืองไฟฟ้าต่อชั่วโมงของ Tesla Model Y จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่น ลักษณะการขับขี่และสภาพถนน โดยทั่วไปจะอยู่ระหว่าง 15 ถึง 20 กิโลวัตต์ชั่วโมง (กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง) เช่น การขับรถบนถนนในเมืองไทย การสตาร์ต-ดับเครื่องบ่อยครั้งอาจส่งผลให้เกิดการใช้พลังงานที่สูง ในขณะที่การขับขี่ด้วยความเร็วคงที่บนทางหลวงนั้นประหยัดไฟฟ้ามากกว่า การใช้เครื่องปรับอากาศบ่อยครั้งในสภาพอากาศร้อนในประเทศไทยยังช่วยเพิ่มการใช้พลังงาน เจ้าของรถแนะนำให้ปรับการใช้พลังงานให้เหมาะสมโดยใช้ช่องระบายความร้อนล่วงหน้าการตั้งค่าการประหยัดพลังงานด้วยโหมด Sentinel และอื่นๆ สำหรับผู้ใช้ชาวไทยยังต้องใส่ใจกับความเข้ากันได้ของสิ่งอำนวยความสะดวกในการชาร์จไฟ Model Y รองรับมาตรฐาน Type2 และ CCS2 จับคู่กับกองชาร์จไฟสาธารณะกระแสหลักในประเทศไทยการชาร์จไฟในบ้านสามารถติดตั้งกล่องติดผนังขนาด 7.4 กิโลวัตต์ใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมงเพื่อเติม รถเอสยูวีไฟฟ้าระดับเดียวกันอย่าง BYD Atto 3 หรือ MG ZS EV มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานใกล้เคียงกัน แต่มีลักษณะเฉพาะของเทคโนโลยีการจัดการแบตเตอรี่และประสิทธิภาพการกู้คืนพลังงาน อัตราค่าไฟฟ้าในประเทศไทยเฉลี่ยประมาณ 4 บาท/kWh และ Model Y ต้นทุนค่าไฟฟ้าต่อกิโลเมตรประมาณ 0.6-0.8 บาท ซึ่งต่ำกว่ารถบรรทุกน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ นิสัยการขับขี่ที่ดีเช่นการตรวจสอบความดันลมยางเป็นประจำและหลีกเลี่ยงการเร่งความเร็วอย่างเร่งด่วนสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้มากขึ้น เมื่อเดินทางไกลคุณสามารถใช้เครือข่าย Tesla Supercharger เพื่อเติมเต็มความทนทาน 270 กม. เป็นเวลา 30 นาที
Q
ยางรถ Tesla Model Y ใช้ได้นานเท่าไหร่
อายุการใช้งานยางรถ Tesla Model Y โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 40,000 ถึง 60,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับนิสัยการขับขี่ สภาพถนน และการดูแลรักษายาง สภาพอากาศร้อนและฤดูฝนของไทยอาจส่งผลต่อการสึกหรอของยางบ้าง แนะนำให้ตรวจสอบความดันลมยางและความลึกดอกยางเป็นประจำเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้สภาพถนนบางพื้นที่ในไทยค่อนข้างซับซ้อน โดยเฉพาะเส้นทางในเขตภูเขาหรือชนบทอาจทำให้ยางสึกเร็วขึ้น เจ้าของรถจึงควรสังเกตสภาพยางให้ดี และควรสลับหรือเปลี่ยนยางเมื่อถึงเวลา การเลือกยางที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นก็ช่วยยืดอายุยางได้เช่นกัน อีกอย่างรถไฟฟ้ามีแรงบิดที่สูงในช่วงเริ่มต้น การขับขี่อย่างนุ่มนวลจะช่วยลดการสึกหรอของยางได้ ส่วนใครที่ขับในเมืองติดขัดอย่างกรุงเทพฯ บ่อยๆ การหยุดและออกตัวบ่อยๆ ก็อาจทำให้ยางเสื่อมเร็วได้ แนะนำให้ตรวจสภาพยางทุก 8,000 กิโลเมตรจะดีที่สุด
Q
วิธีการดูระยะทางที่ Tesla Model Y สามารถวิ่งได้
ระยะทางของ Tesla Model Y นั้นขึ้นอยู่กับความจุแบตเตอรี่ พฤติกรรมการขับขี่ และสภาพแวดล้อมเป็นหลัก ในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย การใช้แอร์บ่อยๆ อาจส่งผลให้ระยะทางลดลงเล็กน้อย แต่ระบบปั๊มความร้อนของ Model Y ช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รุ่นมาตรฐานในเงื่อนไขทดสอบ WLTP จะวิ่งได้ประมาณ 455 กิโลเมตร ส่วนรุ่น Long Range จะวิ่งได้ถึง 540 กิโลเมตร แต่ในชีวิตจริงสำหรับการขับขี่ในกรุงเทพฯ แนะนำให้ดูระยะทางคงเหลือที่แสดงบนหน้าปัดจะเหมาะสมกว่า เพราะระบบนำทางจะคำนวณประเมินปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลือเมื่อถึงจุดหมายแบบเรียลไทม์ สำหรับเจ้าของรถในไทยควรรู้ว่าสถานีชาร์จเร็วอย่าง Supercharger V3 สามารถชาร์จแบตเตอรี่ถึง 80% ในเวลาเพียง 30 นาที ส่วนการชาร์จที่บ้านเหมาะสำหรับชาร์จตอนกลางคืน การบำรุงรักษาแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอก็ช่วยรักษาประสิทธิภาพของระยะทางได้เช่นกัน นอกจากนี้ในช่วงฤดูฝนที่ถนนลื่น แนะนำให้เปิดโหมด "ผ่อนคลาย" เพื่อช่วยยืดระยะทาง และฟังก์ชั่นอุ่นแบตเตอรี่ของ Tesla ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเมื่อขับขี่ในเส้นทางภูเขาอย่างในเชียงใหม่ด้วย แนะนำให้เจ้าของรถใช้กราฟแสดงการสิ้นเปลืองพลังงานในระบบเพื่อวิเคราะห์ว่าพฤติกรรมการขับมีผลต่อระยะทางอย่างไร
Q
Tesla Model Y มีความเร็วอย่างไร
Tesla Model Y ในประเทศไทยมีความเร็วสูงสุดที่แตกต่างกันไปตามรุ่น โดยรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังจะมีความเร็วสูงสุดที่ 217 กม./ชม. ส่วนรุ่น Performance สามารถทำความเร็วได้สูงถึง 250 กม./ชม. ซึ่งความเร็วระดับนี้ถือว่าเกินพอสำหรับการใช้งานบนทางหลวงไทยที่จำกัดความเร็วอยู่ที่ 120 กม./ชม. โดยทั่วไป นอกจากความเร็วแล้ว Model Y ยังมีอัตราเร่งที่แรงมาก โดยรุ่น Performance สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.7 วินาที เนื่องมาจากลักษณะของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้แรงบิดทันทีทันใด ในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย ระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่ของ Model Y สามารถรักษาประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ได้เป็นอย่างดี ขณะที่ความสูงของช่วงล่าง (ประมาณ 16.5 ซม.) ก็เหมาะกับสภาพถนนบางเส้นในไทยที่อาจไม่สมบูรณ์นัก อย่างไรก็ตาม ควรระวังเรื่องการสิ้นเปลืองพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อขับด้วยความเร็วสูง แนะนำให้วางแผนจุดชาร์จให้ดีเมื่อต้องเดินทางไกล โชคดีที่ปัจจุบันเครือข่าย Supercharger ของ Tesla ในไทยครอบคลุมทั้งเมืองหลักและเส้นทางท่องเที่ยวแล้ว โดยระบบนำทางสามารถช่วยวางแผนเส้นทางที่รวมจุดชาร์จไว้ให้โดยอัตโนมัติ อีกจุดเด่นคือ Model Y มาพร้อมกับระบบช่วยขับ Autopilot ที่จะช่วยลดความเหนื่อยล้าได้ทั้งในสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ หรือในการเดินทางไกล แต่อย่าลืมว่าผู้ขับขี่ยังต้องมีสมาธิและจดจ่อกับถนนอยู่เสมอ
Q
วิธีการเปลี่ยนฟิลเตอร์อากาศของ Tesla Model Y
การเปลี่ยนไส้กรองอากาศของ Tesla Model Y นั้นง่ายมากๆ เลย ขั้นแรกคุณต้องเตรียมไส้กรองอากาศตัวใหม่ที่เป็นของแท้หรือได้มาตรฐานมาไว้ก่อน แนะนำให้เลือกแบบที่ป้องกันเชื้อราเพราะเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ที่แบบนี้ช่วยลดปัญหาการสะสมแบคทีเรียและกลิ่นอับได้ดี เพราะบ้านเรามีทั้งความร้อนและความชื้นสูงนี่นา สำหรับตำแหน่งของไส้กรองใน Model Y จะอยู่ใต้กระโปรงหน้า หลังจากเปิดกระโปรงหน้าแล้วให้ถอดแผ่นรองเก็บของด้านล่างออก คุณจะเห็นแผงปิดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้ไขควงหัวแฉกคลายสกรูออกก็จะเห็นไส้กรองแล้ว เวลาเปลี่ยนต้องระวังเรื่องทิศทางลูกศรบนไส้กรองด้วยนะครับ ต้องให้ตรงกับตำแหน่งเดิม กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที โดยปกติแนะนำให้เปลี่ยนทุก 12 เดือนหรือขับครบ 20,000 กิโลเมตร แต่สำหรับเมืองไทยที่ทั้งอากาศไม่ค่อยดี ทั้งร้อนทั้งชื้นแบบนี้ ควรเปลี่ยนบ่อยหน่อยคือทุก 8-10 เดือนจะดีกว่า ช่วยให้อากาศในรถสะอาดอยู่เสมอ แถมยังช่วยยืดอายุการใช้งานระบบแอร์อีกด้วย โดยเฉพาะบ้านเราที่ต้องเปิดแอร์แทบจะตลอดเวลาแบบนี้ ต้องดูแลเป็นพิเศษเลยครับ ถ้าใครไม่มั่นใจหรือไม่อยากทำเอง ก็สามารถนัดหมายไปที่ศูนย์บริการ Tesla ในกรุงเทพฯ หรือพัทยาได้ครับ เขาจะเปลี่ยนให้แบบมืออาชีพเลย
Q
วิธีเปิดใช้งานระบบจอดรถอัตโนมัติ Tesla Model Y
หากต้องการใช้งานระบบจอดรถอัตโนมัติใน Tesla Model Y ก่อนอื่นต้องมั่นใจว่าเกียร์อยู่ในตำแหน่งถอยหลังหรือ D และความเร็วต่ำกว่า 24 กม./ชม. จากนั้นจะเห็นไอคอน "P" สีเทาบนหน้าจอกลาง แสดงว่าระบบกำลังสแกนหาที่จอดรถ เมื่อพบที่จอดที่เหมาะสม ไอคอนจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน แค่กดไอคอนนี้แล้วกดปุ่ม "เริ่มต้น" ค้างไว้ ระบบก็จะเริ่มทำงานอัตโนมัติ ขณะจอดควรวางมือไว้บนพวงมาลัยเพื่อพร้อมควบคุมรถตลอดเวลา สำหรับการใช้ในประเทศไทย ต้องระวังเป็นพิเศษในซอยแคบหรือพื้นที่ที่มีรถจักรยานยนต์จำนวนมาก แนะนำให้ฝึกใช้งานในลานจอดรถกว้างๆ ก่อนเพื่อทำความคุ้นเคย Tesla ใช้กล้อง 8 ตัวและเซ็นเซอร์อัลตราโซนิก 12 ตัวในการจอดรถ ทั้งแบบขนานและตั้งฉาก แต่ระบบอาจทำงานได้ไม่ดีนักเวลาฝนตกหรือแสงน้อย ต้องระมัดระวังกฎหมายไทยเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ปัจจุบันอนุญาตให้ใช้ระบบช่วยขับระดับ L2 ได้ แต่ผู้ขับยังต้องมีสมาธิตลอดเวลา ระบบนี้ทำงานได้ดีที่สุดในห้างสรรพสินค้าที่มีที่จอดมาตรฐาน ส่วนที่จอดแบบเฉียงที่พบทั่วไปในไทย อาจต้องใช้ประสบการณ์เพิ่มเติมหน่อย
Q
วิธีจอดรถอัตโนมัติ Tesla Model Y
รถ Tesla Model Y มีระบบจอดรถอัตโนมัติที่ใช้ง่ายมากในไทย ระบบ Autopilot จะทำงานเมื่อกดปุ่มจอดที่คันเกียร์ รถจะหาที่จอดให้เองและจอดให้อัตโนมัติ พอเหมาะกับที่จอดรถแน่นๆในกรุงเทพฯ แต่ต้องมีเส้นจอดรถชัดเจนนะ และถ้าเจอสถานการณ์ซับซ้อนควรเตรียมพร้อมควบคุมรถตลอดเวลา สภาพอากาศร้อนๆในไทยอาจทำให้เซ็นเซอร์ทำงานไม่เต็มที่ แนะนำให้ล้างกล้องกับเรดาร์บ่อยๆ รถยี่ห้ออื่นอย่าง BMW หรือ Mercedes-Benz ก็มีระบบแบบนี้เหมือนกัน แต่วิธีใช้อาจต่างกันนิดหน่อย ควรอ่านคู่มือหรือถามพนักงานขายให้เข้าใจก่อน ส่วนฟังก์ชันเรียกรถด้วยแอปมือถือก็ใช้ง่ายช่วงหน้าฝนหรือที่จอดคับขัน แต่ต้องดูสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยด้วย แต่ละแบรนด์มีจุดเด่นของระบบจอดรถอัตโนมัติต่างกัน เลือกใช้ให้เหมาะกับความต้องการของตัวเอง
Q
น้ำหนักของรถยนต์ Tesla Model Y คือเท่าไหร่
น้ำหนักของ Tesla Model Y จะแตกต่างกันไปตามรุ่น โดยรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังจะหนักประมาณ 1,971 กิโลกรัม ส่วนรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (Long Range และ Performance) จะหนักใกล้เคียง 2,003 กิโลกรัม ซึ่งจัดว่าอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางหนักสำหรับ SUV ไฟฟ้า สาเหตุหลักมาจากแบตเตอรี่ความจุสูงและโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรง ในตลาดไทย น้ำหนักของ Model Y ไม่ได้ส่งผลต่อการขับขี่ประจำวันมากนัก เพราะถนนในเมืองไทยส่วนใหญ่เรียบและแรงบิดเริ่มต้นที่สูงของรถไฟฟ้าช่วยให้ขับเคลื่อนในสภาพการจราจรติดขัดได้อย่างสบายๆ แต่อาจต้องระวังหน่อยเวลาเลี้ยวหรือจอดในซอยแคบๆ หรือลานจอดรถเก่าๆ ที่พื้นที่จำกัด จุดเด่นของรถไฟฟ้าคือการกระจายน้ำหนักที่สมดุลกว่าเครื่องยนต์สันดาป (เพราะแบตเตอรี่ถูกวางราบใต้พื้นรถ) ทำให้ Model Y ทรงตัวได้ดีกว่าในถนนลื่นหรือเมื่อต้องเปลี่ยนเลนกะทันหัน โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่ขับแล้วมั่นใจขึ้น สำหรับคนไทยควรรู้ไว้ว่าน้ำหนักรถจะส่งผลต่อการคำนวณภาษีประจำปี แต่ตอนนี้รถไฟฟ้าในไทยยังได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีอยู่ ดังนั้นค่าใช้จ่ายจริงยังถูกกว่ารถน้ำหนักเท่ากันที่ใช้เครื่องยนต์ทั่วไป ถ้าชอบขับทางไกลบ่อยๆ น้ำหนักที่มากกว่าอาจเพิ่มการกินไฟหน่อยนึง แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทางมากเพราะไทยมีสถานีชาร์จครอบคลุมแล้ว โดยเฉพาะ Supercharger ของ Tesla ที่มีให้บริการในเมืองใหญ่และจุดท่องเที่ยวหลัก
Q
Tesla Model Y มีที่นั่งกี่ที่
Tesla Model Y เป็นรถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดกลางรุ่นมาตรฐาน 5 ที่นั่งสำหรับตลาดในประเทศไทย ด้วยเบาะนั่งแบบ 3 แถว (2+3) ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการในการเดินทางในชีวิตประจำวันของครอบครัวส่วนใหญ่ เบาะหลังรองรับสัดส่วน 60/40 และสามารถขยายพื้นที่เก็บของได้ถึง 1,158 ลิตร (ปริมาตรของกระโปรงหลัง) เหมาะสำหรับผู้ใช้ชาวไทยที่ต้องการเดินทางในวันหยุดสุดสัปดาห์ Tesla Model Y เป็นรถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดกลางรุ่นมาตรฐาน 5 ที่นั่งสำหรับตลาดในประเทศไทย ด้วยเบาะนั่งแบบ 3 แถว (2+3) ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการในการเดินทางในชีวิตประจำวันของครอบครัวส่วนใหญ่ เบาะหลังรองรับสัดส่วน 60/40 และสามารถขยายพื้นที่เก็บของได้ถึง 1,158 ลิตร (ปริมาตรของกระโปรงหลัง) เหมาะสำหรับผู้ใช้ชาวไทยที่ต้องการเดินทางในวันหยุดสุดสัปดาห์ สำหรับผู้บริโภคชาวไทย Model Y มีความทนทานในการใช้งาน (ระยะทางประมาณ 350 กม. ในรุ่นขับเคลื่อนหลัง และ 480 กม. ในรุ่นยาว) สามารถตอบสนองต่อเส้นทางยอดนิยมอย่างกรุงเทพฯ-พัทยาได้อย่างง่ายดาย และระบบปรับอากาศแบบ Heat Pump ยังช่วยลดการใช้พลังงานเมื่อใช้งานในเขตร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนคู่แข่งระดับเดียวกันอย่าง BYD Atto 3 หรือ MG ZS EV ในไทยก็มี 5 ที่นั่ง แต่ Model Y มีความได้เปรียบทางเทคโนโลยีมากกว่าด้วยเครือข่าย Tesla Supercharge (ไทยสร้างเสร็จแล้ว 20+ สถานี) และฟังก์ชั่นการอัพเกรด OTA โปรดทราบว่ารุ่น 7 ที่นั่งยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในตลาดประเทศไทยซึ่งเกี่ยวข้องกับความชอบของผู้บริโภคในท้องถิ่นและนโยบายภาษีบนท้องถนน
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

อิทธิพลทางยี่ห้อที่แข็งแกร่งและมีความรู้จักในตลาดสูง
เทคโนโลยีล้ำสมัยด้วยตัวรถจากอลูมิเนียมและเทคโนโลยีแบตเตอรี่
บริการชาร์จที่สะดวกผ่านเครือข่ายซูเปอร์ชาร์จขนาดใหญ่
ช่องภายในรถกว้างขวางและช่องเก็บของขนาดใหญ่เพื่อต้องการของครอบครัว
ระบบขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูงพร้อมการเร่งความเร็วรวดเร็ว
การควบคุมรถที่ยอดเยี่ยมด้วยการเลี้ยวที่แม่นยำและความมั่นคง
คุณสมบัติเทคโนโลยีล้ำสมัยเช่นหน้าจอแตะขนาดใหญ่และการอัปเดต OTA
คุณสมบัติความปลอดภัยที่ดีรวมถึงโครงสร้างตัวรถที่แข็งแรง

ข้อเสีย

วัสดุภายในบางจุดอาจดูไม่หรูหรา ใช้พลาสติกแข็งเป็นหลัก
ช่วงล่างแข็งเกินไป ทำให้รู้สึกไม่สบายเมื่อต้องวิ่งบนถนนขรุขระ
รัศมีวงเลี้ยวกว้าง ทำให้เลี้ยวหรือกลับรถในที่แคบไม่สะดวก
สีตัวถังบาง เป็นรอยหรือถลอกได้ง่าย
ฟังก์ชันบางอย่างมีบั๊ก และยังต้องปรับปรุงให้เสถียรกว่านี้
ขาดฟีเจอร์บางอย่าง เช่น ระบบระบายอากาศในเบาะและเบาะนวด
ใช้เวลาชาร์จนาน โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไกล
กระจกมองหลังให้ทัศนวิสัยจำกัดในบางมุมหรือบางสถานการณ์

Q&A ล่าสุด

Q
ทำไมเครื่องยนต์ดีเซลถึงไม่มีหัวเทียน?
เครื่องยนต์ดีเซลไม่ต้องการสปาร์กปลั๊ก สาเหตุหลักมาจากการใช้ระบบจุดระเบิดแบบอัดลุกไฟ จุดลุกไฟเองของน้ำมันดีเซลค่อนข้างต่ำ เมื่อเครื่องยนต์ทำงาน ซีลินเดอร์จะดูดอากาศเข้ามาก่อนและทำการอัดที่อัตราส่วนอัดสูง เมื่อช่วงอัดสิ้นสุดลง อุณหภูมิของอากาศในซีลินเดอร์สามารถถึง 700 องศาเซลเซียสขึ้นไป ซึ่งเกินจุดลุกไฟของน้ำมันดีเซลแล้ว ในขณะนี้ ฉีดน้ำมันจะฉีดน้ำมันดีเซลที่มีแรงดันสูงในรูปแบบหมอกเข้าไปในซีลินเดอร์ น้ำมันดีเซลจะผสมกับอากาศที่มีอุณหภูมิสูงอย่างรวดเร็วและลุกไฟเผาไหม้เอง ซึ่งผลักลูกสูบและโครงสร้างกลไกต่อไปให้ทำงาน ในทางกลับกัน เครื่องยนต์น้ำมันเบนซินมีอัตราส่วนอัดต่ำ จุดลุกไฟของน้ำมันเบนซินสูง ไม่สามารถอัดอากาศเพียงอย่างเดียวเพื่อถึงจุดลุกไฟ ดังนั้นจึงต้องการสปาร์กปลั๊กสร้างไฟฟ้าผ่าเพื่อจุดระเบิดสารผสมของน้ำมันและอากาศในซีลินเดอร์ วิธีการจุดระเบิดแบบอัดนี้ไม่เพียงแต่ทำให้โครงสร้างเครื่องยนต์ง่ายขึ้นเท่านั้น ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย ทำให้รถดีเซลมีข้อได้เปรียบพิเศษในด้านการส่งกำลังและประสิทธิภาพเชื้อเพลิง
Q
รถยนต์ดีเซลมีปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่?
รถดีเซลติดตั้งปั๊มเชื้อเพลิง ซึ่งระบบเชื้อเพลิงมักประกอบด้วยปั๊มเชื้อเพลิงแรงดันต่ำและปั๊มเชื้อเพลิงแรงดันสูง ปั๊มเชื้อเพลิงแรงดันต่ำมักตั้งอยู่ภายในถังเชื้อเพลิง โดยรับผิดชอบส่งเชื้อเพลิงจากถังเชื้อเพลิงไปยังปั๊มเชื้อเพลิงแรงดันสูง ในขณะที่ปั๊มเชื้อเพลิงแรงดันสูง (เช่น โบช CP4.2) จะติดตั้งในห้องเครื่องยนต์หรือบนเครื่องยนต์ สามารถยกระดับแรงดันเชื้อเพลิงให้ถึงค่าแรงดันสูงที่จำเป็นสำหรับการฉีด เพื่อให้แน่ใจว่าเชื้อเพลิงฉีดได้แม่นยำและเผาไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปั๊มเชื้อเพลิงของรถดีเซลจำเป็นต้องควบคุมปริมาณเชื้อเพลิงที่ส่งมาได้แม่นยำ ให้แน่ใจว่าเชื้อเพลิงส่งไปยังแต่ละกระบอกสูบได้สม่ำเสมอและมีแรงดันเพียงพอ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของเครื่องยนต์ในสภาวะการทำงานที่แตกต่างกัน ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี ปั๊มเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์ก็เริ่มถูกนำมาใช้ในรถดีเซล เมื่อเปรียบเทียบกับปั๊มเชื้อเพลิงแบบกลไกดั้งเดิมแล้ว มีข้อดีคือเสียงรบกวนน้อยกว่าและมีประสิทธิภาพสูงกว่า สามารถตอบสนองความต้องการทางด้านสมรรถนะของเครื่องยนต์ดีเซลสมัยใหม่ได้ดีขึ้น และให้การจ่ายเชื้อเพลิงที่เสถียรและน่าเชื่อถือแก่รถยนต์
Q
หน้าที่ของปั๊มแจ็คในเครื่องยนต์ดีเซลคืออะไร?
ปั๊มฉีดน้ำมันเป็นชิ้นส่วนหลักของเครื่องยนต์ดีเซล และได้รับการเรียกว่า "หัวใจ" โดยหน้าที่หลักคือการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแรงดันสูงให้กับเครื่องยนต์และควบคุมอย่างแม่นยำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันสามารถจ่ายน้ำมันตามเวลาได้ นั่นคือเริ่มและหยุดจ่ายน้ำมันในเวลาที่กำหนดไว้ โดยสอดคล้องอย่างเข้มงวดกับวัฏจักรการทำงานและลำดับการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด จ่ายน้ำมันตามปริมาณ คือปรับปริมาณการฉีดน้ำมันตามการเปลี่ยนแปลงของโหลดเครื่องยนต์ เมื่อโหลดสูงจะเพิ่มปริมาณการจ่ายน้ำมันเพื่อให้พลังงานเพียงพอ และเมื่อโหลดต่ำจะลดปริมาณการจ่ายน้ำมันเพื่อประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง จ่ายน้ำมันตามแรงดัน คือเพิ่มแรงดันของน้ำมันเชื้อเพลิงถึง 10~20 MPa เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำมันเชื้อเพลิงถูกฉีดเข้าสู่ห้องเผาไหม้ด้วยแรงดันสูง สร้างการแตกตัวเป็นละอองที่ดี ส่งเสริมให้น้ำมันเชื้อเพลิงผสมกับอากาศอย่างทั่วถึง และเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ นอกจากนี้ ปั๊มฉีดน้ำมันยังสามารถรับประกันว่ากระบวนการจ่ายน้ำมันจะรวดเร็วและน่าเชื่อถือ ป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันจากหัวฉีดหรือการฉีดผิดปกติ และรักษาการทำงานที่เสถียรของเครื่องยนต์ ประเภทปั๊มฉีดน้ำมันที่พบทั่วไป ได้แก่ แบบลูกสูบ แบบกระจาย และแบบปั๊มหัวฉีด โดยประเภทต่างๆ มีความแตกต่างในโครงสร้างและสถานการณ์การใช้งาน แต่ฟังก์ชันหลักเหมือนกัน คือการจ่ายและควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างแม่นยำ เพื่อสนับสนุนการทำงานที่มีประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ดีเซล
Q
รถกระบะเครื่องยนต์ดีเซลมีหัวเทียนหรือไม่?
รถกระบะดีเซลไม่มีหัวเทียน เพราะเครื่องยนต์ดีเซลใช้ระบบจุดระเบิดด้วยการอัด ซึ่งหลักการทำงานแตกต่างจากเครื่องยนต์เบนซิน: ในช่วงดูดอากาศจะดูดเฉพาะอากาศบริสุทธิ์เข้า เมื่อใกล้สิ้นสุดช่วงอัดอากาศ ปั๊มฉีดน้ำมันดีเซลแรงดันสูงจะฉีดน้ำมันดีเซลเข้าสู่กระบอกสูบ ในขณะนี้อุณหภูมิและความดันของอากาศที่ถูกอัดไว้สูงพอที่จะทำให้น้ำมันดีเซลติดไฟได้เองโดยไม่ต้องใช้หัวเทียน เชื้อเพลิงที่เผาไหม้จะผลักดันลูกสูบให้ทำงาน อัตราส่วนการอัดของเครื่องยนต์ดีเซลสูงกว่าเครื่องยนต์เบนซินมาก การออกแบบนี้ทำให้มีข้อได้เปรียบในด้านประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงและการส่งแรงบิด เหมาะสำหรับรถกระบะที่ต้องการความสามารถในการบรรทุกสูง และช่วยลดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ โครงสร้างของเครื่องยนต์ดีเซลค่อนข้างเรียบง่าย และมีอัตราการชำรุดต่ำ ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในงานเชิงพาณิชย์และงานหนักได้เป็นอย่างดี
Q
วิธีการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ดีเซลคืออะไร?
เครื่องยนต์ดีเซลใช้การจุดระเบิดด้วยการอัดเป็นหลัก หลักการทำงานมีดังนี้: หลังจากอากาศถูกดูดเข้าไปในจังหวะดูด ลูกสูบจะอัดอากาศด้วยอัตราส่วนการอัดสูง (โดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 16-22) ในจังหวะอัด ทำให้อุณหภูมิอากาศสูงขึ้นถึง 500-700 องศาเซลเซียส ซึ่งถึงอุณหภูมิการจุดระเบิดเองของน้ำมันดีเซล เมื่อลูกสูบเข้าใกล้จุดศูนย์ตายบน หัวฉีดจะพ่นน้ำมันดีเซลเข้าไปในกระบอกสูบในรูปแบบละออง น้ำมันดีเซลจะจุดระเบิดอย่างรวดเร็วในอากาศที่มีอุณหภูมิสูงและความดันสูง ดันลูกสูบให้ทำงาน ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิต่ำ สามารถใช้หัวเทียนเรืองแสงเพื่อเพิ่มอุณหภูมิในกระบอกสูบและปรับปรุงประสิทธิภาพการสตาร์ทในสภาพอากาศเย็นได้ ในระหว่างการจุดระเบิด จังหวะการฉีดที่แม่นยำมีความสำคัญอย่างยิ่ง การฉีดเร็วเกินไปอาจทำให้การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์และเกิดการน็อค ในขณะที่การฉีดช้าเกินไปจะสิ้นเปลืองพลังงานและทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัด นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องใช้น้ำมันดีเซลที่มีคุณภาพ หลีกเลี่ยงสิ่งเจือปนที่อาจส่งผลต่อการฉีดและการเผาไหม้ การตรวจสอบซีลกระบอกสูบอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าแรงดันการอัดอากาศเพียงพอ ทำให้มั่นใจได้ว่าอากาศอัดจะถึงอุณหภูมิจุดติดไฟของน้ำมันดีเซล และช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างปกติ
ดูเพิ่มเติม