Q
“Nissan March เติมน้ำมันเครื่องกี่ลิตร?”
ปริมาณน้ำมันเครื่องของ Nissan March จะแตกต่างกันไปตามปีที่ผลิตและรุ่นเครื่องยนต์ โดยทั่วไปเครื่องยนต์แบบดูดธรรมดาขนาด 1.2L และ 1.5L จะใช้น้ำมันเครื่องประมาณ 3.0 ถึง 3.3 ลิตร (รวมการเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่อง) สำหรับเจ้าของรถในประเทศไทยที่อากาศร้อนแบบนี้ แนะนำให้เลือกใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มสูตรเกรด API SN หรือ SP ความหนืด 5W-30 หรือ 10W-30 เพราะน้ำมันเครื่องเกรดนี้ทนความร้อนได้ดีกว่าและช่วยปกป้องเครื่องยนต์ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เวลาบำรุงรักษารถในประเทศไทยต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะสภาพอากาศที่ทั้งร้อนและชื้นจะทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพเร็วขึ้น แนะนำให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 6 เดือนหรือทุก 5,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ว่าอย่างไหนถึงก่อน) แต่ถ้าต้องเจอรถติดบ่อยๆ แบบในกรุงเทพฯ ก็ควรเปลี่ยนบ่อยกว่านั้นสักหน่อย นอกจากนี้เจ้าของรถไทยควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องเป็นประจำให้อยู่ระหว่างขีดวัดบนก้านวัดน้ำมันเครื่อง และควรเลือกน้ำมันเครื่องที่ได้มาตรฐาน TIS ของไทยเพราะผลิตภัณฑ์พวกนี้เหมาะกับสภาพอากาศและน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศมากกว่า ส่วนรถที่ติดตั้งระบบเทอร์โบชาร์จหรือระบบสตาร์ต-สต็อป ต้องเช็คให้ดีว่าน้ำมันเครื่องที่ใช้ตรงตามที่ผู้ผลิตกำหนดเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์เสียหายจากการหล่อลื่นไม่เพียงพอ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
ข้อเสียของ Nissan March มีอะไรบ้าง
รถยนต์ Nissan March ในตลาดไทยถูกมองว่าเป็นรถประหยัดตัวท็อปที่ขายดี ด้วยความประหยัดน้ำมัน ขับเคลื่อนคล่องตัว และราคาไม่แรงจนเกินไป แต่ก็มีจุดอ่อนบ้าง เช่น เรื่องพื้นที่ภายในรถที่ค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะช่วงขาหลังและกระโปรงท้ายที่อาจอึดอัดสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ ส่วนเวลาขับบนทางด่วนก็จะได้ยินเสียงลมและเสียงยางค่อนข้างชัดเจนเพราะระบบกันเสียงยังไม่สุดยอด อีกทั้งวัสดุภายในห้องโดยสารเป็นพลาสติกแข็งที่อาจดูไม่พรีเมียมเท่ารถคู่แข่งบางรุ่นในระดับเดียวกัน สภาพอากาศเมืองไทยที่ร้อนจัดก็ทำให้ระบบแอร์ของรุ่นพื้นฐานอาจเย็นไม่พอเวลาติดรถนานๆ แนะนำให้อัพเกรดเป็นรุ่นสูงหรือติดฟิล์มกันความร้อนเพิ่ม ส่วนเครื่องยนต์ 1.2L แบบธรรมดานั้นเพียงพอสำหรับขับในเมือง แต่เวลาขึ้นเขาหรือโหลดเต็มคันจะรู้สึกว่าแรงยังไม่ค่อยพอ ต้องบอกว่าคนไทยนิยมรถกระบะกับ SUV มากกว่าเพราะเหมาะกับสภาพถนนบางพื้นที่ แต่จุดเด่นของ March คือขนาดกะทัดรัดที่จอดง่ายในกรุงเทพฯที่รถติดหนัก เลยขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ซื้อว่าจะเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ตัวเองยังไง
Q
Nissan March อยู่ในกลุ่ม Segment ไหน?
Nissan March จัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ A-segment หรือที่เรียกกันว่ารถอีโคคาร์ขนาดเล็ก ซึ่งเป็นประเภทของรถยนต์นั่งที่มีขนาดเล็กที่สุดตามมาตรฐานสากล เหมาะมากสำหรับการใช้งานในเมืองที่การจราจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ เพราะสามารถขับเคลื่อนและจอดได้คล่องตัวในพื้นที่แคบ ตัวรถมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตรแบบไม่มีเทอร์โบ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีของประเทศไทยสำหรับรถที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,200cc
ด้วยความยาวตัวถังไม่เกิน 4 เมตร และรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.2 เมตร ทำให้เหมาะมากกับการใช้งานในตรอกซอกซอยในเมืองไทย คู่แข่งในกลุ่มนี้ ได้แก่ Honda Brio, Suzuki Swift และ Toyota Yaris Ativ ซึ่งมีจุดเด่นคล้ายกัน เช่น ประหยัดน้ำมัน ขับง่าย และค่าดูแลรักษาต่ำ
ผู้บริโภคในกลุ่ม A-segment ของไทยมักให้ความสำคัญกับพื้นที่ศีรษะและความสูงจากพื้นถนน ทำให้รถรุ่นอย่าง March มักจะมีการออกแบบให้ตัวรถสูงกว่ารุ่นที่ขายในตลาดอื่น และมีการปรับช่วงล่างให้เหมาะกับสภาพถนนที่ขรุขระของไทย แม้ว่าในอนาคตจะมีทางเลือกในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นตามนโยบาย EV 3.5 ของรัฐบาล แต่ในปัจจุบัน Nissan March ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปยังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและเชื่อถือได้ ด้วยระบบบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ
Q
มูลค่าขายต่อของ Nissan March เท่าไหร่?
ราคาขายต่อของรถมือสอง Nissan March จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพรถ, อายุรถ, ระยะทางที่ใช้งาน, และความต้องการในตลาด ตัวอย่างราคาสำหรับรุ่นปี 2020 เช่น รุ่น 1.2L S MT ราคา 420,000 บาท, รุ่น 1.2L E MT ราคา 480,000 บาท, รุ่น 1.2L E CVT ราคา 495,000 บาท, และรุ่น 1.2L EL CVT ราคา 510,000 บาท ถ้ารถสภาพดี ใช้งานน้อย อายุไม่มาก ราคาขายต่อก็จะสูง อาจใกล้เคียงกับราคาเดิมในสัดส่วนหนึ่ง แต่ถ้ารถสภาพไม่ดี ระยะทางมาก อายุเยอะ ราคาก็จะตกฮวบได้เหมือนกัน ถ้าตลาดมีความต้องการสูง ราคาขายต่อก็อาจจะเพิ่มขึ้น แต่ถ้ามีรถรุ่นเดียวกันในตลาดเยอะ ราคาก็อาจจะลดลงได้ เว้าซื้อรถมือสอง แนะนำให้ตรวจสอบประวัติรถให้ดี ว่ามีประวัติอุบัติเหตุหรือน้ำท่วมหรือเปล่า แล้วก็ลองเช็คราคาในแพลตฟอร์มขายรถมือสองในพื้นที่เพื่อเปรียบเทียบราคา จะได้รู้แนวทางไม่เสียเปรียบ
Q
Nissan March มีกี่ซีซี
Nissan March ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1,198 ซีซี ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ A-Segment ขนาดเล็ก เครื่องยนต์รุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้มีสมรรถนะเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมกับความประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ด้วยขนาดเครื่องยนต์ที่ไม่ใหญ่เกินไป ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ในเมือง ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันในระยะยาว
แม้ว่าจะมีหลายรุ่นย่อยให้เลือก แต่ทุกรุ่นของ Nissan March จะใช้เครื่องยนต์ขนาด 1,198 ซีซี เท่ากัน ซึ่งให้พละกำลังที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานทั่วไปบนถนนในเมือง ไม่ว่าจะเลือกรุ่นไหน ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานประจำวันได้อย่างมั่นใจ ทั้งในเรื่องของความคล่องตัวและความคุ้มค่าด้านการดูแลรักษา
Q
Nissan March ใช้เครื่องยนต์อะไร
รถ Nissan March ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัสเครื่อง 1198mL เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบแบบเรียง ความเรียบของเครื่องดี ให้กำลังพอเหมาะกับการใช้งานในเมืองประจำวัน จุดเด่นของเครื่องยนต์ขนาดเล็กแบบนี้คือประหยัดน้ำมัน ช่วยให้เจ้าของรถลดค่าใช้จ่ายเรื่องน้ำมันได้อีกด้วย แถมโครงสร้างยังไม่ซับซ้อน ทำให้ดูแลรักษาได้ง่ายและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาก็ไม่สูงด้วย รุ่นต่างๆของ Nissan March จะมีสเปกและราคาแตกต่างกันไป แต่ทุกรุ่นใช้เครื่องยนต์ตัวนี้เหมือนกัน ผู้ซื้อสามารถเลือกรุ่นที่ตรงกับความต้องการและงบประมาณได้ตามสะดวก
Q
“Nissan March มีเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์ออโต้
รถ Nissan March มีให้เลือกทั้งเกียร์ MT (เกียร์ธรรมดา) และเกียร์ CVT (เกียร์อัตโนมัติแบบต่อเนื่อง) สำหรับรุ่นปี 2020 นั้น รุ่น 1.2L S MT และ 1.2L E MT จะมาแบบเกียร์ธรรมดา ที่ให้ความรู้สึกสนุกกว่าเวลาขับ เพราะคนขับสามารถเปลี่ยนเกียร์เองได้ตามต้องการ ช่วยให้ควบคุมความเร็วและกำลังเครื่องได้อย่างเต็มที่ ส่วนรุ่น 1.2L E CVT และ 1.2L EL CVT จะใช้เกียร์ CVT ที่เปลี่ยนเกียร์ลื่นไหล ไม่สะดุด ทำให้การขับขี่นุ่มนวลขึ้น โดยเฉพาะในเมืองที่ต้องขับ停ขับบ่อยๆ เกียร์ CVT จะช่วยลดอาการกระตุกเวลเปลี่ยนเกียร์ได้ดีกว่า ทำให้ขับสบายกว่าในชีวิตประจำวัน
Q
PCD Nissan March เท่าไหร่
รถ Nissan March มีขนาด PCD (ระยะวงกลมรูสลัก) แบบ 4x100 ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานของล้อรถขนาดเล็กที่นิยมใช้ในตลาดไทย เหมาะสำหรับล้อขนาด 14 หรือ 15 นิ้ว ในไทยรถหลายรุ่นที่ฮิตๆ เช่น Honda Jazz หรือ Toyota Yaris ก็ใช้ขนาด PCD แบบเดียวกันนี้ ทำให้เจ้าของรถหาล้อที่เข้ากันได้ง่ายขึ้นหรือจะอัพเกรดก็สะดวก PCD นี่เป็นพารามิเตอร์สำคัญเวลาติดตั้งล้อ เลือกขนาดให้ถูกต้องเพื่อความปลอดภัยเวลาขับขี่ แนะนำว่าเวลาจะเปลี่ยนล้อควรตรวจสอบค่าอื่นๆ ด้วย เช่น Center Bore (CB) และ Offset (ET) เพื่อให้ล้อเข้าได้พอดี สภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุกแบบนี้ต้องใส่ใจเรื่องความทนทานของยางและล้อเป็นพิเศษ แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์คุณภาพดีที่มีการรับรอง และตรวจสอบการยึดสลักболท์อย่างสม่ำเสมอ สำหรับคนที่ชอบแต่งรถให้สวยโดนใจ ในไทยมีร้านขายล้อมืออาชีพหลายเจ้า ที่มีล้อขนาด 4x100 ให้เลือกเพียบ ทั้งล้ออัลลอยน้ำหนักเบาไปจนถึงล้อดีไซน์สวยๆ แต่ต้องอย่าลืมว่าหลังแต่งล้อแล้วต้องผ่านมาตรฐานการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกด้วยนะ
Q
Nissan March รองรับ Apple Carplay หรือไม่?
สำหรับ Nissan March ในตลาดไทย รุ่นท็อปบางรุ่นมีการรองรับระบบ Apple CarPlay แล้วนะ แต่รายละเอียดอาจแตกต่างกันไปตามปีและรุ่นที่เลือก แนะนำให้สอบถามตัวแทนจำหน่ายโดยตรงก่อนซื้อเพื่อความชัดเจน เพราะบางทีสเปคอาจมีการอัปเดต Apple CarPlay เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ใช้งานแอปจาก iPhone บนหน้าจอรถได้สะดวกมากๆ โดยเฉพาะในเมืองไทยที่รถติดบ่อย แบบนี้จะใช้แผนที่ ฟังเพลง หรือโทรศัพท์ก็ง่ายไปเลย นอกจาก Nissan March แล้ว รุ่นอื่นๆ ในตลาดอย่าง Toyota Yaris หรือ Honda City ก็เริ่มมีฟีเจอร์นี้กันมากขึ้น แสดงว่าเดี๋ยวนี้คนไทยเน้นความสะดวกสบายด้านคอนเนคติวิตี้พอสมควร แต่ละค่ายระบบอาจใช้งานต่างกันนิดหน่อย แนะนำให้ลองใช้งานจริงก่อนตัดสินใจซื้อจะดีที่สุด เพราะอนาคตไทยกำลังขับเคลื่อนสู่สมาร์ทซิตี้และรถ EV ฟีเจอร์เชื่อมต่อแบบนี้คงกลายเป็นมาตรฐานของรถรุ่นใหม่ๆ แน่นอน
Q
ยางติดรถ Nissan March ใช้ยี่ห้ออะไร?
ในตลาดประเทศไทย Nissan March แต่ละรุ่นและแต่ละออปชันจะมียี่ห้อยางที่ติดรถแตกต่างกันไป โดยส่วนใหญ่จะใช้ยางแบรนด์ญี่ปุ่น เช่น Bridgestone และ Dunlop รวมถึงแบรนด์ที่นิยมในไทยอย่าง Deestone และ Vee Rubber ซึ่งได้รับความเชื่อมั่นในด้านความทนทานและการยึดเกาะถนนเปียก เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นและฝนตกบ่อยของประเทศไทย
เวลาซื้อยาง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าขนาดและสเปกตรงกับที่โรงงานกำหนดไว้ เช่น ขนาดยอดนิยมคือ 165/70 R14 หรือ 175/60 R15 สามารถดูได้จากคู่มือรถหรือตรงสติกเกอร์ที่กรอบประตูด้านคนขับ
นอกจากนี้ คนขับในไทยอาจพิจารณาคุณสมบัติเพิ่มเติมอย่างความประหยัดน้ำมันและความเงียบในการขับขี่ เพราะสภาพการจราจรในเมืองค่อนข้างติดขัด ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้จะช่วยให้ขับสบายมากขึ้น หากต้องการเปลี่ยนยาง แนะนำให้เลือกซื้อกับตัวแทนจำหน่ายหรือศูนย์บริการที่เชื่อถือได้ เพื่อความมั่นใจในคุณภาพและบริการหลังการขาย และควรตรวจสอบแรงดันลมและสภาพยางเป็นประจำเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
Q
รถ Nissan March เป็นรถที่ดีหรือไม่? เรียนรู้ข้อดีและข้อเสียที่นี่
รถยนต์ Nissan March เป็นรถขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย เหมาะสำหรับการเดินทางในเมือง ข้อดีของ March คือ ประหยัดน้ำมันมาก ทั้งรุ่นเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรและ 1.5 ลิตร ที่วิ่งในสภาพการจราจรติดขัดของไทยได้อย่างคุ้มค่า ค่าบำรุงรักษาไม่สูง ชิ้นส่วนอะไหล่มีพร้อมและราคาไม่แรง ขนาดตัวรถกะทัดรัด ขับเคลื่อนคล่องตัวในซอยแคบๆของกรุงเทพหรือลานจอดรถที่คับคั่ง ภายในห้องโดยสารออกแบบเรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง มีอุปกรณ์พื้นฐานเช่นแอร์และระบบเสียงที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน แถมยังตั้งราคาเหมาะสม ให้ความคุ้มค่า เหมาะกับผู้บริโภคที่ต้องการความประหยัด
อย่างไรก็ตาม March ก็มีข้อด้อยบ้าง เช่น พื้นที่เบาะหลังค่อนข้างจำกัด อาจไม่สะดวกสบายในการเดินทางไกล ระบบกันเสียงไม่ค่อยดี เวลาขับความเร็วสูงจะได้ยินเสียงลมค่อนข้างชัด ส่วนระบบความปลอดภัยก็เรียบง่าย รุ่นเริ่มต้นมีแถมแค่ถุงลมนิรภัยและ ABS เท่านั้น ดูจะขาดความทันสมัยเมื่อเทียบกับรถรุ่นใหม่ในระดับเดียวกัน
ในตลาดไทย March เหมาะกับหนุ่มสาวออฟฟิศหรือครอบครัวเล็กที่มองหาความประหยัดและใช้งานจริง หากต้องการความสบายหรืออุปกรณ์ครบครันกว่า อาจลองเปรียบเทียบกับ Honda Brio หรือ Toyota Yaris แต่ March ก็ยังคงมีความแข่งแกร่งในเรื่องความทนทานและต้นทุนการใช้ต่ำ แนะนำให้ทดลองขับก่อนซื้อ และพิจารณาตามความต้องการส่วนตัวให้ดี
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
รถกระบะ 4x4 แบบตอนเดียว ยี่ห้อไหนดี?
ในการเลือกรถพิคอัป 4x4 แบบแถวเดียว โตโยต้า นิสสัน และอิซซุซุคือแบรนด์ที่มีประสิทธิภาพโดดเด่นในตลาดท้องถิ่น ซีรีส์โตโยต้า Hilux มีรุ่น 4x4 แบบแถวเดียว ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T หรือ 2.8T และได้รับความนิยมจากความน่าเชื่อถือและศักยภาพในการปรับแต่งที่หลากหลาย ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานหลากหลายสถานการณ์ทั้งการขนส่งและการขับออฟโรด;รถนิสสัน Navara รุ่น 4x4 แบบแถวเดียว มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.3T กำลังสูงและกำลังต่ำ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยไอเสีย Euro 5 พร้อมระบบกรองอนุภาคไอเสีย (DPF) ภายในรถได้รับการอัปเกรด ราคาเริ่มต้นที่ 605,000 บาท โดยผสานความใช้งานได้จริงและประสบการณ์การขับขี่เข้าด้วยกัน;ส่วนอิซซุซุ D-MAX รุ่น 4x4 แบบแถวเดียว เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการปรับแต่งรถออฟโรด ระบบขับเคลื่อนมีความเสถียรและเหมาะกับสภาพถนนที่ท้าทาย แบรนด์เหล่านี้มีเครือข่ายบริการหลังการขายที่ครอบคลุมและมีอะไหล่ครบครันในท้องถิ่น สามารถตอบสนองความต้องการทั้งการใช้งานเชิงพาณิชย์และการขับออฟโรดของรถพิคอัป 4x4 แบบแถวเดียวได้
Q
รถกระบะประเภทไหนที่ดี?
เมื่อเลือกซื้อรถกระบะ สามารถพิจารณารุ่นยอดนิยมหลายรุ่นได้ตามความต้องการใช้งานจริง รถกระบะ Toyota Hilux เป็นตัวเลือกชั้นนำในตลาด มีให้เลือกหลายรุ่นย่อย: รุ่น Revo มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T และ 2.8T ประหยัดน้ำมันได้ดีขึ้น 8% และผ่านมาตรฐาน Euro 5; รุ่นไฟฟ้าเริ่มต้นที่ 1.49 ล้านบาท และวิ่งได้ไกลกว่า 300 กิโลเมตร ส่วน Hilux Champ นั้นราคาประหยัดกว่า ปรับแต่งได้หลากหลาย และเหมาะกับสถานการณ์ต่างๆ สำหรับ Isuzu D-MAX ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลที่ล้ำสมัย สมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่ยอดเยี่ยม และความสามารถในการบรรทุก จึงเป็นที่ชื่นชอบของผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์และผู้ชื่นชอบการขับขี่แบบออฟโรด แข่งขันอย่างดุเดือดกับรุ่นของ Toyota ในด้านยอดขาย ในกลุ่มรถกระบะพลังงานใหม่ RIDDARA RD6 ECON ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ เริ่มต้นที่ 739,000 บาท และมาพร้อมแพลตฟอร์มพลังงานอัจฉริยะ OmniPower Stack ที่ผสานรวมการชาร์จ การจัดเก็บพลังงาน และการจ่ายพลังงาน รถกระบะ BYD Shark6 แบบสองโหมดใช้ระบบไฮบริด ให้กำลังสูงสุด 321 กิโลวัตต์ แรงบิด 650 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาที และระยะทางวิ่งรวม 800 กิโลเมตร ส่วนรถกระบะ MG Extender มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร ไฟวิ่งกลางวัน LED ภายในตกแต่งด้วยหนัง และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่หลายอย่าง ราคาอยู่ระหว่าง 549,000 ถึง 759,000 บาท ถือว่าคุ้มค่ามาก รถยนต์รุ่นเหล่านี้ครอบคลุมทั้งตัวเลือกยานยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมและยานยนต์พลังงานใหม่ ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้งาน ประสิทธิภาพ หรือนวัตกรรม
Q
รถกระบะยี่ห้อไหนที่ดี?
ในตลาดไทย Toyota Hilux เป็นยี่ห้อรถกระบะที่มีความเป็นตัวแทนอย่างมาก รุ่นที่ 9 ได้รับการเปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ รุ่นดีเซลได้เข้าสู่ตลาดแล้ว ราคาขั้นต่ำ 774,000 บาท มีประสิทธิภาพการใช้น้ำมันดีขึ้น 8% และเป็นไปตามมาตรฐาน Euro 5 รุ่นไฟฟ้าจะเริ่มผลิตในปลายปี ราคาขั้นต่ำ 1,490,000 บาท วิ่งได้ระยะทางกว่า 300 กิโลเมตรต่อการชาร์จ นอกจากนี้ยังมีรุ่นพื้นฐาน Hilux Champ ที่เน้นความคุ้มค่าและพื้นที่สำหรับการปรับแต่ง DIY เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย
Isuzu D-MAX ก็เป็นอีกตัวเลือกยอดนิยม ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลที่แข็งแกร่งและสมรรถนะออฟโรดที่โดดเด่น ผลัดกันครองตำแหน่งผู้นำตลาดกับ Toyota โดยมีประสิทธิภาพโดดเด่นทั้งในการใช้งานเชิงพาณิชย์และการขับขี่ออฟโรด
สำหรับผู้สนใจรถพลังงานใหม่ MG Extender ราคา 549,000 ถึง 759,000 บาท ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตรและระบบช่วยขับขี่หลายระบบ Geely RIDDARA RD6 ECON รถกระบะไฟฟ้า ราคาเริ่มต้น 739,000 บาท มีฟังก์ชันชาร์จ เก็บพลังงาน และจ่ายไฟฟ้า ส่วน BYD Shark6P รถกระบะแบบทวิพลัง มีกำลังรวม 321 kW แรงบิด 650 Nm และวิ่งได้ไกลถึง 800 กิโลเมตร
วัฒนธรรมรถกระบะไทยเน้นประโยชน์ใช้สอยหลากหลาย ยี่ห้อต่างๆ มีตัวเลือกมากมายตามความต้องการ ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามงบประมาณ ความชอบระบบขับเคลื่อน (น้ำมัน/ไฟฟ้า/ไฮบริด) และลักษณะการใช้งาน (เชิงพาณิชย์/ครอบครัว/ออฟโรด)
Q
รถกระบะที่ถูกที่สุดในประเทศไทยคือรุ่นอะไร?
ปิคอัปที่ราคาถูกที่สุดในตลาดในปัจจุบันคือ โตโยต้า Hilux Champ ซึ่งราคาขายเริ่มต้นที่ 495,000 บาท
รุ่นนี้มีตัวเลือกระบบขับเคลื่อนหลายแบบ ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร ที่จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีดหรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานในสถานการณ์ต่างๆได้
ในด้านขนาด มีตัวเลือก 2 แบบ ได้แก่ ระยะฐานล้อสั้น (4,705 มม., 4,970 มม.) และระยะฐานล้อยาว (5,040 มม., 5,300 มม.) โดยการออกแบบเน้นการควบคุมต้นทุน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความประหยัดและประโยชน์ใช้สอย
นอกจากนี้ รุ่นนี้ยังรองรับการปรับแต่งตามความต้องการ ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนการตั้งค่าตามวัตถุประสงค์ใช้งาน เช่น การขนส่งเชิงพาณิชย์ การตั้งแคมป์ หรือการขายของตามแผงลอย เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย
ราคาปิคอัปของแบรนด์อื่นค่อนข้างสูงกว่า เช่น อีซูซุ D-MAX รุ่นพาณิชย์แถวเดียว ราคาเริ่มต้น 562,000 บาท นิสสัน นวารา รุ่นพาณิชย์แถวเดียวราคาต่ำสุด เริ่มต้นที่ 595,000 บาท และฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XL แถวเดียวราคาต่ำสุด เริ่มต้นที่ 707,000 บาท
Q
รถกระบะ 4 ประตู 4x4 ยี่ห้อไหนดีในปี 2025?
รถพิคอัพรุ่นสี่ประตูสี่ล้อขับเคลื่อนที่ประสิทธิภาพโดดเด่นในตลาดไทยปี 2025 ได้แก่ นิสสัน นวาเระ (Nissan Navara)、เอ็มจี เอ็กสเตนเดอร์ (MG Extender)、อิซูซุ ดี-แม็กซ์ (Isuzu D-MAX) และโตโยต้า ฮิลัคซ์ (Toyota Hilux)
นิสสัน นวาเระ ในฐานะรถยนต์หลัก ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.3 ลิตรเทอร์โบชาร์จที่สอดคล้องกับมาตรฐาน Euro 5 พร้อมให้เลือกกำลังขับสองระดับและเกียร์อัตโนมัติ มาพร้อมระบบกรองไอเสีย DPF และห้องโดยสารที่ได้รับการอัปเกรด ราคาอยู่ระหว่าง 605,000 ถึง 1,175,000 บาท ซึ่งตอบสนองความต้องการทั้งการใช้งานเชิงพาณิชย์และครอบครัว
เอ็มจี เอ็กสเตนเดอร์ มีจุดเด่นด้านความคุ้มค่า โดยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จให้กำลัง 162 แรงม้าและแรงบิด 375 นิวตัน-เมตร คู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือเกียร์อัตโนมัติ รุ่นระดับสูงประกอบด้วยไฟกลางวัน LED เก้าอี้หุ้มหนัง และระบบช่วยขับขี่ เช่น เตือนการออกนอกเลนและควบคุมความเร็วขณะลงเขา ราคา 549,000 ถึง 759,000 บาท
อิซูซุ ดี-แม็กซ์ ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลที่สั่งสมมาทำให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ ส่วนโตโยต้า ฮิลัคซ์ มียอดขายสูงสุดมาอย่างต่อเนื่องด้วยประสิทธิภาพที่มั่นคง
รถทุกรุ่นสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคไทยที่เน้นประโยชน์ใช้สอยและความหลากหลายของรถกระบะ ผู้ซื้อสามารถเลือกได้ตามงบประมาณและวัตถุประสงค์การใช้งาน: หากเน้นสมรรถนะและอุปกรณ์ครบครันแนะนำนิสสัน นวาเระ หากต้องการความคุ้มค่าพิจารณาเอ็มจี เอ็กสเตนเดอร์ และหากต้องการเทคโนโลยีที่ผ่านการทดสอบและชื่อเสียงในตลาดแนะนำอิซูซุ ดี-แม็กซ์หรือโตโยต้า ฮิลัคซ์
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Nissanเปิดตัว X-Trail ROCK CREEK Multi-Bed รุ่นพิเศษ ระบบเตียงนอนในรถจากโรงงาน
ธนวัฒน์Jan 9, 2026

หนึ่งปีผ่านไปแล้ว ทำไมนิสสันถึงยังไม่ล้มละลาย?
สุรเดชJan 8, 2026

Nissan NX8 เตรียมเปิดตัวปี 2026 — SUV พลังงานไฟฟ้า-ไฮบริด แพลตฟอร์ม 800V รุ่นแรกของตระกูล N-Series
LienDec 17, 2025

Nissan Kicks e-POWER ผ่อนครั้งแรก 25% ขั้นต่ำ 9,xxx บาทต่องวด
ณัฐวุฒิNov 20, 2025

มันเคยแข็งแกร่งพอ ๆ กับ Hilux แต่ว่าตอนนี้ต้องหลีกเลี่ยงการแข่งขันกับ Hilux
พงศธรNov 18, 2025
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย