Q

ภาษีรถยนต์ (Road Tax) ของ Mazda3 ต้องจ่ายเท่าไหร่? แล้วคิดยังไง?

ในประเทศไทย ค่าภาษีรถยนต์มาสด้า 3 จะคำนวณตามขนาดเครื่องยนต์เป็นหลัก โดยกรมการขนส่งทางบกเป็นผู้กำหนดอัตราค่าภาษี รถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ต่ำกว่า 600 ซีซี จะเสียภาษีปีละ 50 บาท ส่วนรถขนาด 600-1800 ซีซี เสีย 600-1400 บาท และขนาด 1800-2000 ซีซี เสีย 1800-2000 บาท ยิ่งเครื่องยนต์ใหญ่ภาษีก็ยิ่งสูง มาสด้า 3 ส่วนใหญ่จะใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรหรือ 2.0 ลิตร ดังนั้นค่าภาษีต่อปีจะอยู่ที่ประมาณ 600-2000 บาท แต่จำนวนที่แน่นอนต้องให้กรมภาษีท้องที่คำนวณอีกที เวลาคำนวณภาษี เจ้าของรถต้องเตรียมเล่มทะเบียนรถกับบัตรประชาชนไปยื่นผ่านเว็บไซต์ DLT หรือที่ขนส่งจังหวัด ถ้าชำระเกินกำหนดอาจโดนค่าปรับได้ นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ไทยได้เริ่มใช้นโยบายภาษีสิ่งแวดล้อม รถที่ได้มาตรฐานไอเสียสูงอาจได้ลดหย่อนภาษีบ้าง แนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบระบบไอเสียเป็นประจำเพื่อลดค่าภาษี ข้อสำคัญคือภาษีรถยนต์ไม่เหมือนกับพรบ. ซึ่งเป็นค่าประกันภัยภาคบังคับ ทั้งสองอย่างต้องชำระให้ตรงเวลาถึงจะขับขี่ได้อย่างถูกกฎหมาย ถ้าไม่ได้ใช้รถเป็นเวลานานสามารถขอหยุดชำระภาษีชั่วคราวได้ แต่เมื่อจะนำรถกลับมาใช้ต้องชำระเงินค้างทั้งหมดก่อน
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
รถ MAZDA3 ปี 2022 ต้องการน้ำมันเบนซินเกรดพรีเมียมหรือไม่?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 นั้น ทางผู้ผลิตแนะนำให้ใช้เบนซินหมายเลข 91 หรือสูงกว่านั้นเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด แต่ไม่ได้บังคับว่าต้องใช้เบนซินระดับพรีเมียมเสมอไป จะใช้เบนซินธรรมดาหมายเลข 87 ก็ได้ตามปกติ แต่เครื่องยนต์อาจจะตอบสนองได้ไม่เต็มที่และประหยัดน้ำมันน้อยลงเล็กน้อย สาเหตุเป็นเพราะเครื่องยนต์ Skyactiv-G ของ Mazda ออกแบบมาให้มีอัตราส่วนการอัดสูง การใช้เบนซินคุณภาพสูงจะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงการน็อค โดยเฉพาะเวลาอากาศร้อนหรือเมื่อขับทางไกลบ่อยๆ แต่ถ้าใช้รถแค่ในเมืองเป็นหลัก การเติมเบนซินธรรมดาก็ไม่เป็นไร ไม่ทำลายเครื่องยนต์ แค่ถ้าจะขับทางไกลหรืออยากได้ความรู้สึกในการขับที่ดีขึ้น แนะนำให้อัพเกรดเป็นเบนซินคุณภาพสูงจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม ต้องระวังเรื่องคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย เพราะแต่ละปั๊มอาจแตกต่างกัน แนะนำให้เลือกเติมปั๊มใหญ่ที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันปัญหาเครื่องยนต์ที่อาจเกิดจากน้ำมันคุณภาพต่ำ เวลานำรถเข้าศูนย์บริการก็ให้ช่างตรวจสอบการสะสมคาร์บอนในเครื่องยนต์ด้วย จะได้ปรับเลือกใช้เบนซินให้เหมาะกับการใช้งานจริงของเรา
Q
อัตราการประหยัดน้ำมันของ Mazda 3 รุ่นปี 2022 คือเท่าไร?
Mazda 3 รุ่นปี 2022 ให้ประสิทธิภาพด้านประหยัดน้ำมันที่ดีมาก โดยข้อมูลจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและระบบขับเคลื่อน สำหรับรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ Skyactiv-G ขนาด 2.0 ลิตร จะสิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 7.8 ลิตร/100 กม. ในเมือง และ 5.6 ลิตร/100 กม. บนทางหลวง ส่วนค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ประมาณ 6.5 ลิตร/100 กม. ส่วนรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร จะประหยัดยิ่งกว่า ด้วยอัตราสิ้นเปลืองรวมต่ำถึง 4.5 ลิตร/100 กม. เหมาะมากสำหรับคนที่ขับทางไกลบ่อยหรือเน้นเรื่องประหยัดน้ำมัน เทคโนโลยี Skyactiv ของ Mazda ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้อย่างชัดเจน ด้วยการปรับแต่งเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ลดน้ำหนักตัวรถ และปรับเกียร์ให้เหมาะสม โดยยังคงความรู้สึกในการขับที่สนุกเหมือนเดิม สำหรับในเมืองไทยที่การจราจรค่อนข้างติดขัด แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีระบบ i-stop ที่จะช่วยดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อจอดรถไฟแดงหรือหยุดแป๊บๆ ช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกเยอะ Mazda 3 ยังมีโหมดขับขี่ให้เลือกหลายแบบ เช่น โหมดประหยัดหรือโหมดสปอร์ต ให้ปรับใช้ตามถนนและความชอบส่วนตัว เพื่อบาลานซ์ระหว่างสมรรถนะกับความประหยัด ถ้าอยากประหยัดน้ำมันยิ่งกว่านี้ก็อาจมองหารถไฮบริดหรือรถไฟฟ้า แต่ Mazda 3 รุ่นเครื่องยนต์ทั่วไปยังคงมีความเหนือกว่าในด้านการตอบสนองและความสนุกในการขับขี่ เหมาะสำหรับคนที่ชอบความรู้สึกของการขับรถจริงๆ
Q
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 จำเป็นต้องใช้แก๊สโซฮอล์พรีเมียมหรือไม่?
คู่มือทางการของ Mazda 3 รุ่นปี 2022 แนะนำให้ใช้เชื้อเพลิงที่มีออกเทน 91 ขึ้นไปเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด แต่ไม่ได้บังคับว่าต้องใช้เท่านั้น ถ้าเติมน้ำมันธรรมดาอย่างเบนซิน 91 ลงไปเครื่องยนต์ก็สามารถปรับจังหวะการจุดระเบิดให้เหมาะสมได้ แต่กำลังเครื่องและประหยัดน้ำมันอาจลดลงนิดหน่อย เทคโนโลยี Skyactiv-G ของ Mazda ออกแบบมาให้สมดุลระหว่างประหยัดน้ำมันและกำลังส่ง แก๊สโซฮอล์ออกเทนสูงจะช่วยให้เครื่องยนต์อัตราส่วนอัดสูงทำงานได้เต็มที่ โดยเฉพาะเวลาอากาศร้อนหรือขับขึ้นเขา บรรเทาปัญหาการน็อคของเครื่องยนต์และช่วยให้เครื่องทำงานเรียบขึ้น ถ้าใช้รถแค่ในเมืองและอยากประหยัด ก็เติมน้ำมันธรรมดาได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าต้องขับทางไกลหรืออยากได้สมรรถนะการขับขี่เต็มที่ แนะนำให้เลือกน้ำมันออกเทนสูงไว้ก่อน ข้อควรระวังคือน้ำมันแต่ละปั๊มคุณภาพไม่เหมือนกัน ควรเลือกปั๊มที่ไว้ใจได้ และอย่าลืมเติมน้ำยาทำความสะอาดระบบเชื้อเพลิงตามที่ผู้ผลิตแนะนำเป็นประจำ เพื่อดูแลหัวฉีดและห้องเผาไหม้ ส่วนรถเทอร์โบมักจะอ่อนไหวกับเลขออกเทนมากกว่า แต่ Mazda 3 ปี 2022 ทุกรุ่นเป็นเครื่องยนต์แบบแอทโมสเฟียร์ เลยปรับตัวได้ดีกว่า
Q
เครื่องยนต์อะไรที่อยู่ใน Mazda 3 ปี 2022?
รุ่น Mazda 3 ปี 2022 มาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ Skyactiv-Technology 2 แบบ ให้เลือกตามสไตล์การขับขี่ เครื่องยนต์แรกเป็นแบบ 2.0 ลิตร 4 สูบ แบบดูดธรรมดา (กำลังสูงสุด 155 แรงม้า แรงบิดสูง 200 นิวตันเมตร) ส่วนอีกรุ่นเป็น 2.5 ลิตร 4 สูบ (กำลังสูงสุด 186 แรงม้า แรงบิดสูง 252 นิวตันเมตร) ทั้งคู่ใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และบางรุ่นมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือกด้วย เครื่องยนต์ทั้งสองแบบนี้ถูกออกแบบให้มีอัตราส่วนอัดสูง ช่วยประหยัดน้ำมันในเมืองแต่ยังเร่งฉิวเวลาแซง ส่วนใครที่ชอบขับทางไกล แนะนำรุ่น 2.5 ลิตรเลย เพราะแรงกว่านิดนึงเหมาะกับทางหลวง ส่วนรุ่น 2.0 ลิตรก็เพอร์เฟกต์สำหรับขับรถไปทำงานประจำวัน สิ่งที่น่าสนใจคือ Mazda 3 ทุกรุ่นไม่ใช้เทอร์โบ แต่ใช้เทคโนโลยีปรับระบบไอดี-ไอเสียและหัวฉีดน้ำมันให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เวลาเจออากาศร้อนๆ เครื่องยังคงเสถียรและดูแลรักษาไม่ยาก แถมเติมน้ำมันแค่เบนซิน 91 ก็พอแล้ว หาเติมตามปั้มทั่วไปได้สบายๆ ใช้ไปนานๆ ก็ประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ดีเลยทีเดียว
Q
2022 Mazda 3 ผลิตที่ไหน?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ส่วนใหญ่ผลิตที่ประเทศญี่ปุ่น เม็กซิโก และไทย โดยรุ่นที่ขายในไทยบางส่วนถูกประกอบที่โรงงานอาเซียนในจังหวัดชลบุรี โรงงานนี้ทำงานตามมาตรฐานคุณภาพระดับโลกของมาสด้าทุกขั้นตอน เพื่อให้รถยนต์มีคุณภาพเทียบเท่ารุ่นที่ผลิตในญี่ปุ่นเลยทีเดียว เครื่องยนต์สกายแอคทีฟและดีไซน์โคโดะที่มาพร้อมในรุ่นนี้เป็นที่นิยมมากในตลาดไทย เพราะประหยัดน้ำมันและขับเคลื่อนคล่องตัวเหมาะกับสภาพถนนในเมืองเป็นพิเศษ ที่น่าสนใจคือโรงงานอาเซียนแห่งนี้ไม่เพียงแต่ผลิตรถพวงมาลัยขวาเพื่อจำหน่ายในประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย แสดงให้เห็นถึงความสามารถด้านการผลิตที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง สำหรับผู้บริโภคแล้ว การเลือกรถที่ประกอบในประเทศจะได้รถเร็วขึ้นและได้รับบริการหลังการขายที่คุ้มค่ากว่า ในขณะที่รุ่นนำเข้าจะมีตัวเลือกอุปกรณ์สูงให้เลือกมากกว่า แนะนำให้เลือกตามความต้องการจริงๆ ของคุณจะดีที่สุด
Q
รถ Mazda3 ปี 2022 จะมีอายุการใช้งานได้นานแค่ไหน
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ในสภาพการใช้งานและการดูแลรักษาปกติ คาดว่าจะวิ่งได้เกิน 2 แสนถึง 3 แสนกิโลเมตร แต่อายุการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับนิสัยการขับ ขั้นตอนการดูแลรักษา และปัจจัยสภาพแวดล้อมในพื้นที่ รถรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี Skyactiv ที่ให้ประสิทธิภาพความทนทานของเครื่องยนต์และเกียร์ในระดับดี รวมถึงการป้องกันสนิมตัวถังที่เหมาะกับสภาพอากาศชื้น แนะนำให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และตรวจสอบระบบเบรกอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ นอกจากนี้ในเขตอากาศร้อนควรระวังเรื่องความร้อนที่อาจทำให้แบตเตอรี่และชิ้นส่วนยางเสื่อมสภาพเร็วขึ้น แนะนำให้ตรวจสอบระบบระบายความร้อนและแอร์ทุก 6 เดือน สำหรับเจ้าของที่ต้องการใช้รถยาวนาน การเลือกอะไหล่แท้จากศูนย์และการปฏิบัติตามคู่มือการดูแลรักษาของผู้ผลิตจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้มากที่สุด เทคโนโลยี Skyactiv ของ Mazda ไม่เพียงช่วยประหยัดน้ำมัน แต่ยังเพิ่มความทนทานด้วยโครงสร้างตัวถังแข็งแรงพิเศษ ซึ่งเป็นจุดสำคัญสำหรับการใช้งานในเมืองที่การจราจรหนาแน่นหรือการขับบนถนนชนบทผสมกัน
Q
ปัญหาทั่วไปของ Mazda3 ปี 2022 มีอะไรบ้าง?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ในตลาดบ้านเรานั้นถือว่าทนทานพอสมควร แต่ก็มีปัญหาบางจุดที่ควรระวัง เช่น มีเจ้าของรถบางรายรายงานว่าหม้อแบตเตอรี่ 12V อาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติในสภาพอากาศร้อนชื้น แนะนำให้ตรวจสอบขั้วแบตเตอรี่เป็นประจำว่ามีการกัดกร่อนหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศแบบร้อนชื้น นอกจากนี้ระบบ idle stop ของเครื่องยนต์ Skyactiv-G อาจเพิ่มภาระให้แบตเตอรี่เมื่อต้องเจอกับการจราจรที่ติดขัดบ่อยๆ สามารถปิดชั่วคราวเพื่อยืดอายุการใช้งานได้ ส่วนระบบมัลติมีเดียอาจมีปัญหาการเชื่อมต่อ CarPlay ไม่เสถียรบ้าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการอัปเดตระบบให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดก็สามารถแก้ไขได้ แล้วยังมีเรื่องสีรถแบบ Soul Red ที่ถึงจะสวยงามแต่ค่าซ่อมแซมค่อนข้างสูง แนะนำให้ทำประกันสีรถจากศูนย์จะดีกว่า ที่น่าสนใจคือเทคโนโลยี Skyactiv ของรถรุ่นนี้เหมาะมากสำหรับการขับบนเส้นทางขึ้นเขา เนื่องจากเครื่องยนต์อัตราส่วนกำลังอัดสูงช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีแม้ในพื้นที่ภูเขาอย่างเชียงใหม่ และระบบ GVC ยังช่วยเพิ่มความมั่นคงบนถนนลื่นๆ ขอแนะนำให้ใช้ยางที่แนะนำโดยโรงงานเดิมเมื่อขับรถในฤดูฝน การจัดแนวล้อสี่ล้อเป็นประจำสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาการบดเบี่ยงเบนได้
Q
มูลค่าขายต่อของ Mazda 3 ปี 2022 คือเท่าไร?
ในตลาดมือสองท้องถิ่น รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 มีอัตราการรักษามูลค่าค่อนข้างคงที่ โดยขึ้นอยู่กับสภาพรถ ระยะทาง และระดับอุปกรณ์ ส่วนใหญ่จะรักษามูลค่าได้ประมาณ 65%-75% ของราคารถใหม่ โดยเฉพาะรุ่นระดับกลางถึงสูงที่ติดตั้งเครื่องยนต์ Skyactiv-G 2.0L อย่างรุ่น Carbon Edition นั้นเป็นที่นิยมมากกว่า เพราะมีอุปกรณ์มาตรฐานเช่น ไฟ LED พวงมาลัยหนัง ทำให้เวลาขายต่อจะเสียมูลค่าน้อยกว่ารุ่นพื้นฐานประมาณ 5%-8% สีแดง Soul Red Crystal แม้จะต้องจ่ายเพิ่มตอนซื้อรถใหม่ แต่เวลาขายมือสองจะรักษามูลค่าได้มากกว่าสีอื่นประมาณ 3%-5% ปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษามูลค่าคือการมีประวัติการบริการจากตัวแทนจำหน่ายอย่างสม่ำเสมอ และการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยจากโรงงานเช่น ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจเวลาขายต่อได้มาก เมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน Mazda 3 ได้รับความนิยมในตลาดมือสองอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเทคโนโลยี Skyactiv ที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมันและขับเคลื่อนดี แนะนำว่าก่อนขายควรเปรียบเทียบราคาในแพลตฟอร์มขายมือสองชั้นนำ และเตรียมประวัติการซ่อมบำรุงให้ครบถ้วนเพื่อให้ได้ราคาดีที่สุด
Q
Mazda 3 รุ่นปี 2022 ควรใช้น้ำมันชนิดใด
สำหรับ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ทางผู้ผลิตแนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องเกรดความหนืด SAE 0W-20 ซึ่งเป็นน้ำมันเครื่องความหนืดต่ำที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเครื่องยนต์ขณะสตาร์ทเครื่องตอนเย็นและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดี เหมาะสมเป็นพิเศษกับการขับขี่ในสภาพอากาศร้อนที่มีการสตาร์ทเครื่องบ่อยครั้ง แต่หากรถของคุณมีระยะทางใช้งานเกิน 80,000 กิโลเมตรหรือพบปัญหาน้ำมันเครื่องลดลงเล็กน้อย อาจพิจารณาอัพเกรดไปใช้เกรด 5W-30 เพื่อเพิ่มการป้องกันเครื่องยนต์ในอุณหภูมิสูง แนะนำให้เลือกน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ (ทั้งแบบเต็มสังเคราะห์และกึ่งสังเคราะห์) เนื่องจากทนทานต่อการเกิดออกซิเดชันในอุณหภูมิสูงได้ดีกว่าน้ำมันเครื่องแร่ ควรเลือกน้ำมันเครื่องคุณภาพสูงที่ได้การรับรองมาตรฐาน API SP หรือ ILSAC GF-6 ยี่ห้อที่หาซื้อได้ทั่วไปในประเทศไทยเช่น เชลล์ เฮลิกซ์ อัลตรา มอบบิล 1 หรืออิเดมิตสึ ZEPRO ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ระยะเวลาการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องควรอยู่ที่ทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 12 เดือน (แล้วแต่อย่างไหนมาถึงก่อน) แต่หากขับขี่ในสภาพรถติดนานหรือขับแบบอัดอาจลดระยะเหลือ 8,000 กิโลเมตร ควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องเป็นประจำและหากพบสัญญาณไฟเตือนสีเหลืองที่หน้าปัดควรรีบเติมน้ำมันเครื่องทันที เมื่อทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ควรเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องแบบเดิมของผู้ผลิตไปพร้อมกันเพื่อประสิทธิภาพการกรองที่ดีที่สุด และไม่ควรผสมน้ำมันเครื่องต่างยี่ห้อกัน หากต้องการเปลี่ยนยี่ห้อควรล้างระบบน้ำมันเครื่องให้สะอาดก่อนเสมอ
Q
รถ Mazda 3 ปี 2022 มีความน่าเชื่อถือไหม?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 นี่เรื่องความน่าเชื่อถือถือว่าทำงานได้ดีเลยครับ เครื่องยนต์ Skyactiv-G และระบบเกียร์ Skyactiv-Drive ที่ผ่านการทดสอบจากตลาดมานั้นให้ความมั่นใจได้เรื่องความเสถียร แถมยังเจอปัญหาน้อยเวลาขับขี่ประจำวัน โดยเฉพาะการใช้งานในเมืองหรือเดินทางไกล โครงสร้างตัวรถใช้เหล็กความแข็งแรงสูง เรื่องความปลอดภัยถือว่าอยู่ในระดับดีเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในคลาสเดียวกัน แถมยังออกแบบมาให้ทนต่อสภาพอากาศและความชื้นในไทยได้เป็นอย่างดี ภายในห้องโดยสารทำออกมาได้ละเอียดและครบเครื่อง พร้อมระบบ i-Activsense ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเวลาขับขี่ แต่อย่างไรก็ตามค่าบำรุงรักษาของมาสด้าจะสูงกว่ารถญี่ปุ่นบางยี่ห้ออยู่หน่อย แต่ถ้าเข้าศูนย์บริการตามกำหนดก็ช่วยให้รถสภาพดีได้ในระยะยาว ส่วนเรื่องค่าซื้อขายต่อนั้น Mazda 3 ในตลาดบ้านเราค่อนข้างทรงตัว ถ้าเป็นรถอายุ 3 ปีจะอยู่ที่ประมาณ 60% ของราคาใหม่ สำหรับคนที่ชอบความสนุกในการขับและต้องการความน่าเชื่อถือด้วย รุ่นนี้นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แนะนำให้ลองทดลองขับดูก่อนตัดสินใจ เพราะระบบบังคับเลี้ยวที่แม่นยำของมันนี่แหละที่ทำให้การขับขี่สนุกมาก
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ภายในรถมีการตกแต่งที่ดี ด้วยโทนสีดำที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยสปอร์ตหรู คุณภาพของวัสดุภายในรถดี การออกแบบทำให้รถดูหรูหราและขั้นสูง การจัดวางแผงอุปกรณ์สะดวกในการใช้งาน
ที่นั่งสบาย การออกแบบที่นั่งตรงกับร่างกาย รองรับด้านข้างที่ดีสำหรับคนขับและผู้โดยสาร สามารถนั่งนานๆ โดยไม่รู้สึกเหนื่อย และที่นั่งขับสามารถปรับได้ 10 ทิศทางโดยใช้ไฟฟ้า
ฟังก์ชันและคุณสมบัติที่ดี มีจอภาพที่คนขับสามารถดูได้ สามารถแสดงความเร็วในการเร่งและการใช้น้ำมัน มีกล้องทั่วรถที่ติดตั้งอย่างดี
สมรรถนะทางการจับคืนดินเป็นอย่างดี ระบบความแข็งแรงกับที่อยู่ใต้รถดีเยี่ยม สมรรถนะทางการจับคืนดินสูงในระหว่างการเลี้ยวหรือในส่วนที่อยู่ใต้รถที่เดินทาง ขับเคลื่อนไม่อย่างรวดเร็ว การเร่งและหมุนกำลังไม่เปลี่ยนแปลงมากจากรุ่นก่อนหน้านี้ น้ำหนักของรถเพิ่มขึ้น

ข้อเสีย

การปรับเปลี่ยนคุณลักษณะของที่นั่งคนขับและที่นั่งผู้โดยสารไม่ตรงกัน ที่นั่งของคนขับสามารถปรับได้ 10 ทิศทาง แต่ที่นั่งของผู้โดยสารไม่สามารถเติมเต็ม 10 ทิศทาง ฟีเจอร์ที่นั่งไม่ได้ตอบสนองความต้องการอย่างเต็มที่
แต่ฟังก์ชั่นของระบบควบคุมการท่องเที่ยวไม่เพียงพอ แม้ว่าจะสามารถเพิ่มหรือลดความเร็วของรถและตามรถที่อยู่ด้านหน้าผ่านเส้นทางที่กว้าง แต่ไม่มีฟังก์ชั่น Stop-and-go
พื้นที่ภายในรถไม่สะกดกว่าผลิตภัณฑ์ที่แข่งขัน มาสด้ามักมีข้อเสียด้านพื้นที่ที่นั่งด้านหลังในแทบทุกรุ่น แต่รุ่น Mazda 3 Sedan ปี 2019 กว้างขึ้นเล็กน้อยกว่าที่ผ่านมา แต่ยังไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์ที่แข่งขัน
ความสบายของชานเส้นไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์ที่แข่งขัน เมื่อขับขี่บนถนนที่ไม่ราบหรือถนนที่มีลูกรัง คุณจะรู้สึกถึงการสั่น โดยมีความรู้สึกว่ามีการสั่นสะเทือนจากพื้นผิวที่ยางกระทบ

Q&A ล่าสุด

Q
ข้อเสียของรถ MPV คืออะไรบ้าง?
รถประเภท MPV มีข้อได้เปรียบที่สำคัญในด้านความเป็นประโยชน์ของพื้นที่และความเหมาะสมสำหรับการเดินทางของครอบครัว แต่ยังมีข้อจำกัดจำนวนหนึ่งด้วย ข้อเสียหลักคือการควบคุมที่ไม่ยืดหยุ่นเนื่องจากขนาดของรถ ยาวของแอกซ์และความกว้างที่ยาวมากจะทำให้ไม่สะดวกเป็นพิเศษเมื่อขับรถผ่านหรือจอดรถบนถนนแคบ โดยเฉพาะที่ช่องจอดรถขนาดเล็กในเขตเมืองเก่า อาจไม่สามารถรองรับประตูเลื่อนด้านข้างของ MPV มาตรฐานที่เปิดออกเต็มที่ได้ ความสะดวกสบายของที่นั่งแถวที่สามมักถูกติ พื้นที่ขาในรถบางรุ่นไม่ถึง 60 ซม. และที่นั่งมีการเติมไส้บางเกินไป จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในระยะสั้นเพื่อจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น ในด้านการใช้พลังงาน รถ MPV น้ำมันเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมอาจมีค่าการใช้น้ำมันในสภาพการขับขี่ในเมืองถึง 15 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร แม้จะมีการปรับปรุงในรถพลังงานหมุนเวียน แต่รุ่นพลังงานไฟฟ้าเต็มยังคงถูกจำกัดโดยระยะทางการเดินทางประมาณ 500 กิโลเมตรและปัญหาการกระจายของสิ่งอำนวยความสะดวกในการชาร์จ ในด้านเศรษฐกิจ ราคารถ MPV ทั่วไปสูงกว่ารถเก๋งในระดับเดียวกัน รุ่นระดับเบื้องต้นมักต้องประหยัดในส่วนของการติดตั้งความปลอดภัยหรือวัสดุ และงบประมาณต่ำกว่า 150,000 บาทจะยากที่จะได้พื้นที่ที่นั่งแถวสามที่สะดวกสบายอย่างแท้จริง นอกจากนี้ อัตราการใช้งานต่ำในสถานการณ์ที่ไม่ใช่ครอบครัว เมื่อเดินทางคนเดียว พื้นที่ขนาดใหญ่ทำให้เกิดการเสียทรัพยากร สิ่งที่ควรสังเกตคือ รถบางรุ่นเพื่อให้พื้นที่มากที่สุดทำให้ความแข็งแรงของโครงรถไม่เพียงพอ ทำให้ในอุบัติเหตุการชนเบื้องหลัง มีความเสี่ยงในแถวที่สามสูง จึงแนะนำให้เลือกรถที่มีดีไซน์เสริมแรงบันไดป้องกันชนด้านหลังเป็นลำดับแรก สำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคน MPV ยังคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในเชิงรวม แต่จำเป็นต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความถี่ในการใช้งานประจำวันและความต้องการในสถานการณ์เฉพาะ
Q
รถ MPV (รถยนต์เอนกประสงค์) รุ่นไหนดีที่สุด?
ปัจจุบัน รถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาดไทย มีทั้งแบบไฟฟ้าล้วนและไฮบริดให้เลือกหลากหลาย ในบรรดารถยนต์เหล่านั้น XPeng X9 โดดเด่นในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าล้วน ด้วยคุณสมบัติระดับไฮเอนด์และยอดขายที่ยอดเยี่ยม รุ่นนี้มีให้เลือกหลายรุ่น ราคาตั้งแต่ 359,800 ถึง 419,800 บาท มาพร้อมระยะวิ่ง 740 กิโลเมตร ระบบช่วงล่างไดนามิก และเทคโนโลยีห้องโดยสารอัจฉริยะ ล่าสุด XPeng X9 ครองอันดับหนึ่งทั้งยอดขายรายเดือนและรายไตรมาสอย่างต่อเนื่อง ในกลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์เบนซินแบบดั้งเดิม โตโยต้า อัลฟาร์ด ยังคงรักษาความเป็นผู้นำ โดยครองอันดับหนึ่งในเดือนมกราคมด้วยยอดจดทะเบียน 406 คัน ตามมาด้วยแบรนด์จีนอย่างเดนซ่า ดี9 ที่มียอดจดทะเบียน 336 คัน รุ่นปลั๊กอินไฮบริดของเดนซ่า ดี9 มีระยะวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน 200 กิโลเมตร และระยะวิ่งแบบผสมผสาน 1,300 กิโลเมตร โดยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 309,800 บาท รถยนต์ Dongfeng Fengxing V9 รุ่นใหม่ล่าสุดก็มีความน่าสนใจเช่นกัน ด้วยระบบปลั๊กอินไฮบริด 1.5 ตัน จับคู่กับแบตเตอรี่ 34.9 kWh ฐานล้อ 3018 มม. การจัดวางที่นั่งเจ็ดที่นั่ง และการปรับแต่ง ADAS ให้เหมาะสมกับท้องถิ่น โดยรวมแล้ว ผู้บริโภคชาวไทยนิยมรถยนต์ที่ผสมผสานคุณสมบัติหรูหราเข้ากับพื้นที่ใช้สอยที่ใช้งานได้จริง และอัตราการใช้รถยนต์ MPV พลังงานใหม่ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่รถยนต์ญี่ปุ่นรุ่นดั้งเดิมก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดระดับไฮเอนด์
Q
รถ MPV เหมาะสำหรับการเดินทางไกลหรือไม่?
รถ MPV เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางไกล เนื่องจากพื้นที่ภายในที่กว้างขวางและการจัดวางที่นั่งที่ยืดหยุ่นสามารถให้ประสบการณ์การนั่งที่สะดวกสบายแก่ผู้โดยสาร 4 ถึง 7 คน พร้อมทั้งสามารถเก็บกระเป๋าเดินทางขนาดมาตรฐานได้ 3 ถึง 6 ใบ เพื่อตอบสนองความต้องการของครอบครัวหรือกลุ่มผู้เดินทาง โดยทั่วไปที่นั่งแถวที่สองของรถ MPV มักจะติดตั้งระบบทำความร้อนและระบายอากาศ เพื่อช่วยลดความเหนื่อยล้าในการเดินทางไกล ส่วนที่นั่งแถวที่สามสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระหรือเพิ่มความสะดวกสบายในการนั่ง ในด้านสมรรถนะ รถ MPV ส่วนใหญ่จะใช้เครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงและทำงานเรียบ เช่น เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.0T หรือระบบไฮบริด เพื่อให้การขับขี่บนทางหลวงและเส้นทางภูเขามีความมั่นคง ในด้านความปลอดภัย รถ MPV มักจะติดตั้งระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถและระบบเบรกอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางไกล แม้ว่าระยะความสูงจากพื้นของรถ MPV จะต่ำกว่ารถ SUV เล็กน้อย แต่ก็มีประสิทธิภาพการขับขี่ที่ดีบนถนนในเมืองและทางหลวง ซึ่งเป็นเส้นทางที่พบได้บ่อย การออกแบบที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำยังช่วยเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตัวถังของรถ MPV ค่อนข้างยาว จึงต้องระมัดระวังในการขับขี่ในเส้นทางแคบ และอาจมีการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่ารถ SUV ในระดับเดียวกันประมาณ 1-2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร โดยสรุปแล้ว รถ MPV ด้วยพื้นที่กว้างขวาง ความสะดวกสบาย และความใช้งานได้จริง จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการเดินทางไกล โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มผู้เดินทางจำนวนมาก
Q
รถ MPV ถือเป็นรถยนต์หรูหราหรือไม่?
รถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) จะถูกจัดว่าเป็นรถยนต์หรูหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการวางตำแหน่งรุ่นของรถนั้นๆ MPV เน้นความยืดหยุ่นและความอเนกประสงค์ของพื้นที่ใช้สอย ครอบคลุมกลุ่มตลาดตั้งแต่ระดับประหยัดไปจนถึงระดับหรู MPV ระดับเริ่มต้น เช่น GAC Trumpchi GM6 และ Lifan Xuanlang เน้นความใช้งานได้จริงและคุ้มค่า โดยทั่วไปมีราคาอยู่ระหว่าง 1 ล้านถึง 2 ล้านบาท เหมาะสำหรับการใช้งานประจำวันของครอบครัว ส่วน MPV ระดับหรู เช่น Toyota Alphard และ Lexus LM มีคุณสมบัติระดับไฮเอนด์อย่างเห็นได้ชัด ตัวถังยาวเกิน 5 เมตร ฐานล้อมักจะเกิน 3 เมตร และติดตั้งอุปกรณ์หรูหรา เช่น เบาะหนัง ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบหลายโซน และระบบความบันเทิงในรถยนต์ โดยมีราคาสูงกว่า 4 ล้านบาท รถยนต์เหล่านี้มุ่งเป้าไปที่นักธุรกิจและครอบครัวที่มีรายได้สูงเป็นหลัก รถยนต์รุ่นเหล่านี้ใช้มาตรฐานรถยนต์นั่งส่วนบุคคลระดับสูงในการปรับแต่งแชสซีส์ วิศวกรรม NVH (เสียง การสั่นสะเทือน และความกระด้าง) และระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ ตัวอย่างเช่น การออกแบบเบาะนั่งแบบเดียวกับบนเครื่องบินของ Toyota Alphard สะท้อนให้เห็นถึงการแสวงหาความสะดวกสบายขั้นสูงสุด ควรสังเกตว่าระดับความหรูหราของรถ MPV นั้นสัมพันธ์โดยตรงกับระดับความพรีเมียมของแบรนด์และระดับการกำหนดค่า และไม่สามารถจัดประเภทได้ตามประเภทรุ่นเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังมีรถ MPV ระดับกลางในตลาด (เช่น Honda Odyssey) ซึ่งมีราคาและการกำหนดค่าอยู่ระหว่างสองระดับดังกล่าว ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน
Q
รถ MPV เป็นรถยนต์หรือรถตู้?
รถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) เป็นรถยนต์ประเภทหนึ่งที่ผสมผสานความสะดวกสบายของรถเก๋ง ความยืดหยุ่นด้านพื้นที่ใช้สอยของรถสเตชั่นแวกอน และความอเนกประสงค์ของรถตู้ ลักษณะเด่นคือโครงสร้างแบบสองกล่อง โดยมีที่นั่ง 7-8 ที่นั่งเป็นมาตรฐาน และที่นั่งสามารถปรับทิศทางหรือพับได้หลายทิศทางเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ ในทางเทคนิคแล้ว MPV พัฒนาขึ้นบนแชสซีของรถเก๋งและมีห้องเครื่องยนต์แยกต่างหากเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการชน ซึ่งแตกต่างจากรถตู้แบบกล่องเดียวทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ในแง่ของการจำแนกประเภทรถยนต์ MPV แบ่งตามขนาดเป็นขนาดกะทัดรัด (เช่น Wuling Capgemini) ขนาดกลาง (เช่น Honda Odyssey) ขนาดกลางถึงใหญ่ (เช่น Mercedes-Benz V-Class) และขนาดใหญ่ (เช่น Volkswagen Caravelle) นอกจากนี้ยังแบ่งตามวัตถุประสงค์เป็นรุ่นสำหรับครอบครัวที่เน้นการใช้งานในครอบครัว และรุ่นสำหรับธุรกิจที่เน้นความต้องการทางธุรกิจ รถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) รุ่นปัจจุบันที่เป็นที่นิยม เช่น Toyota Alphard และ Buick GL8 ที่มาพร้อมฟีเจอร์ต่างๆ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ และเบาะหลังแบบเดียวกับที่นั่งบนเครื่องบิน ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางแบบครอบครัวและการเดินทางเพื่อธุรกิจ ที่สำคัญคือ รถยนต์อเนกประสงค์มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่ารถเก๋งในระดับเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด การพับเบาะแถวที่สามลงจะทำให้ได้พื้นที่เก็บสัมภาระแบบเรียบขนาดกว่า 2,000 ลิตร ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ทำให้รถยนต์อเนกประสงค์มีข้อได้เปรียบที่ไม่เหมือนใครในการตอบสนองความต้องการการเดินทางที่หลากหลาย
ดูเพิ่มเติม