Q
Honda City ใช้น้ำมันเครื่องประเภทไหน?
สำหรับรถ Honda City ในตลาดไทย แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องความหนืด 0W-20 หรือ 5W-30 แบบสังเคราะห์เต็มรูปแบบ โดยเลือกให้เหมาะกับปีรถและรุ่นเครื่องยนต์ เช่น รุ่นปี 2020 ขึ้นไปที่ใช้เครื่องยนต์ 1.5L i-VTEC ควรเลือกน้ำมันเครื่องความหนืดต่ำอย่าง 0W-20 เพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน ส่วนรถรุ่นเก่าหรือรถที่ขับทางไกลบ่อยในสภาพอากาศร้อนของไทย อาจเลือก 5W-30 เพื่อเพิ่มการปกป้องเครื่องยนต์ในอุณหภูมิสูง แนะนำให้เลือกน้ำมันเครื่องที่มีมาตรฐาน API SN หรือ SP และมีการรับรอง ILSAC GF-6 ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศร้อนของไทยและช่วยป้องกันการจุดระเบิดก่อนเวลาอันควร ในไทยสามารถหาซื้อน้ำมันเครื่องคุณภาพดีจากแบรนด์ดังอย่าง PTT Lubricants Idemitsu หรือน้ำมันเครื่องเกรด OEM ของฮอนด้าได้ตามปั๊มน้ำมัน ร้านอะไหล่น้ำมันเครื่องยี่ห้อเหล่านี้มีจำหน่ายที่ 7-11 ปั๊มน้ำมัน หรือร้านอะไหล่รถยนต์ขนาดใหญ่ เช่น B-Quik ข้อควรระวังคือสภาพการจราจรติดขัดบ่อยครั้งในประเทศไทยอาจทำให้เครื่องยนต์สตาร์ทและดับบ่อยครั้ง ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเป็นประจำทุก 10,000 กิโลเมตร หรือ 6 เดือน นอกจากนี้ ขอแนะนำให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเดิมเพื่อให้มั่นใจว่ากรองน้ำมันเครื่องทำงานได้ดี หากรถวิ่งเกิน 100,000 กิโลเมตร สามารถปรึกษาศูนย์บริการฮอนด้า 4S เพื่อสอบถามว่าจำเป็นต้องปรับความหนืดของน้ำมันเครื่องให้เหมาะสมกับการสึกหรอของเครื่องยนต์หรือไม่
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
Honda City มี CarPlay ไหม?
รุ่นล่าสุดของ Honda City ในตลาดไทยตอนนี้ มีฟีเจอร์ Apple CarPlay มาให้ใช้กันแล้ว ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันบน iPhone อย่างเช่น แผนที่การนำทาง เพลง หรือแอปติดต่อสื่อสารต่างๆ ผ่านหน้าจอในรถได้สะดวกขึ้น ช่วยอัพเกรดประสบการณ์การขับขี่โดยเฉพาะในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรค่อนข้างติดขัด ฟังก์ชันนำทางแบบเรียลไทม์ของ CarPlay ถือว่ามีประโยชน์มากๆ อย่างไรก็ตาม ต้องระวังนิดนึงว่า CarPlay อาจจะไม่ได้มีในทุกรุ่นหรือทุกปีผลิตนะครับ แนะนำให้สอบถามรายละเอียดกับทางโชว์รูมอีกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจาก CarPlay แล้ว Honda City ยังรองรับ Android Auto สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบ Android ด้วยนะ ถือว่าให้ประสบการณ์การเชื่อมต่อที่คล้ายกัน ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เทคโนโลยีการเชื่อมต่อในรถกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยให้ความสำคัญเวลาซื้อรถ ยี่ห้อต่างๆ จึงพยายามอัพเกรดฟีเจอร์ส่วนนี้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านความสะดวกและความอัจฉริยะของผู้บริโภค Honda City ในฐานะรถซีดานคอมแพคต์ยอดนิยมของตลาดไทย การที่ Honda คอยอัปเดตฟีเจอร์เทคโนโลยีแบบนี้ ก็แสดงให้เห็นว่าฮอนด้าให้ความสำคัญกับความต้องการของคนไทยจริงๆ ครับ
Q
วิธีสตาร์ทรถ Honda City ด้วยกุญแจ
ก่อนจะสตาร์ทรถ Honda City ต้องแน่ใจว่าเกียร์อยู่ตำแหน่ง P แล้ว จากนั้นใส่กุญแจเข้าไปในช่องสตาร์ท เหยียบแป้นเบรกสำหรับเกียร์ออโต้ หรือแป้นคลัทช์สำหรับเกียร์ธรรมดา แล้วบิดกุญแจตามเข็มนาฬิกาไปที่ตำแหน่ง "START" พอเครื่องยนต์ติดก็ปล่อยกุญแจได้เลย ในสภาพอากาศร้อนของไทย แนะนำให้วอร์มเครื่องสัก 30 วินาทีให้น้ำมันเครื่องไหลเวียนก่อนออกรถ จะช่วยถนอมเครื่องดีครับ ถ้าเป็นรุ่นที่ใช้สมาร์ทคีย์ แค่ถือกุญแจเข้าไปในรถ แล้วเหยียบเบรกกดปุ่มสตาร์ทเครื่องก็ได้แล้ว ใส่ใจกับการตรวจสอบระดับแบตเตอรี่ที่สำคัญอย่างสม่ำเสมอในการใช้งานประจำวันเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในการเริ่มต้นเนื่องจากไฟฟ้าต่ำ ในฤดูฝนของประเทศไทย หากพบระบบจุดระเบิดที่ชื้นและไม่สามารถสตาร์ทได้ คุณสามารถลองใช้ฟังก์ชั่นกุญแจรีโมทเพื่อปลดล็อก/ล็อกประตูหลายครั้งก่อนเพื่อให้ระบบจดจําสัญญาณใหม่ นอกจากนี้ยังแนะนำให้ตรวจสอบหน้าสัมผัสสวิตช์จุดระเบิดทุก 2 ปีสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงเช่นกรุงเทพมหานครมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดการเกิดออกซิเดชันของหน้าสัมผัสส่งผลกระทบต่อความไวในการเริ่มต้น
Q
ยางรถยนต์สำหรับ Honda City รุ่นปี 2021 มีขนาดเท่าไหร่?
ยางมาตรฐานของ Honda City รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยมีขนาด 185/55 R16 ซึ่งเป็นขนาดที่ตอบโจทย์ทั้งความนุ่มสบายและความคล่องตัว เหมาะสมกับสภาพถนนทั้งในเมืองและชานเมืองของไทย โดยตัวเลข 185 หมายถึงความกว้างของยางมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร ส่วน 55 คืออัตราส่วนความสูงของแก้มยางต่อความกว้างยาง (ร้อยละ 55) และ R16 หมายถึงล้อแม็กซ์ขนาด 16 นิ้ว สำหรับสภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก แนะนำให้เลือกยางแบรนด์ดังอย่างบริจสโตนหรือมิชลินที่มีคุณสมบัติการรีดน้ำดีและทนความร้อนสูง ซึ่งทั้งสองแบรนด์มีรุ่นที่เหมาะกับซิตี้โดยเฉพาะ ข้อควรระวังคือแม้การอัพเกรดไปใช้ยางที่กว้างขึ้นจะช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะแต่ก็อาจทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้นและอาจส่งผลต่อความแม่นยำของมาตรวัดระยะทาง ดังนั้นควรปรึกษาช่างผู้ชำนาญก่อนตัดสินใจเปลี่ยน นอกจากนี้กฎหมายไทยกำหนดให้ดอกยางต้องมีความลึกไม่ต่ำกว่า 1.6 มม. และควรตรวจสอบสภาพดอกยางกับความดันลมยางเป็นประจำ (ปกติลมยางหน้าอยู่ที่ 32 psi ลมยางหลัง 30 psi) โดยเฉพาะก่อนเดินทางไกลหรือช่วงเข้าหน้าฝนเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
Q
Honda City 2021 ประหยัดน้ำมันหรือไม่?
รถ Honda City รุ่นปี 2021 ถือว่าประหยัดน้ำมันมากๆ โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในเมืองไทยและการขับขี่ระยะไกล รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร i-VTEC แบบ CVT นั้นวิ่งได้เฉลี่ย 17-18 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนรุ่นไฮบริด e:HEV นั้นยิ่งประหยัดขึ้นไปอีก ทำได้ถึง 27-28 กิโลเมตรต่อลิตร ช่วยลดค่าน้ำมันได้อย่างชัดเจน รถรุ่นนี้ขายดีในไทยไม่ใช่แค่เพราะความประหยัด แต่ยังเพราะขนาดตัวรถที่กำลังดี ขับลุยในซอยแคบๆ ในกรุงเทพหรือจอดก็ง่าย แถมความทนทานของ Honda ก็ผ่านการทดสอบในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยมานานแล้ว ที่สำคัญอย่าลืมว่าตัวเลขประหยัดน้ำมันที่ทางบริษัทประกาศอาจแตกต่างจากการใช้งานจริง ซึ่งขึ้นอยู่กับสไตล์การขับ การเปิดแอร์ และสภาพถนนด้วย แนะนำให้คนไทยหมั่นดูแลรถตามกำหนดและขับขี่อย่างนุ่มนวลเพื่อรักษาประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ส่วนเรื่องบริการหลังการขายก็ไม่ต้องห่วง เพราะ Honda มีเครือข่ายบริการครอบคลุมทั่วไทย พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างมืออาชีพ
Q
คะแนนความปลอดภัยของ Honda City 2021 คือเท่าไหร่?
รถ Honda City รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยทำคะแนนด้านความปลอดภัยได้ดีมาก โดยเวอร์ชันผลิตไทยผ่านการทดสอบชนจากอาเซียน NCAP และได้คะแนนเต็ม 5 ดาว ส่วนหนึ่งมาจากระบบ Honda SENSING ที่มาพร้อมฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติและระบบช่วยรักษาระยะเลนรถ รวมถึงถุงลมนิรภัย 6 ใบ ระบบควบคุมเสถียรภาพรถ ที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับสภาพถนนทั้งในเมืองและชนบทของไทยที่ค่อนข้างซับซ้อน ต้องบอกว่ามาตรฐานการทดสอบของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ NCAP นั้นใกล้เคียงกับสภาพการจราจรจริงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการเพิ่มการประเมินกรณีชนกับรถจักรยานยนต์ซึ่งสำคัญมากสำหรับไทยที่มีรถมอเตอร์ไซค์หนาแน่น เวลาเลือกซื้อรถนอกจากดูเรตติ้งดาวแล้ว ควรพิจารณาว่าฟีเจอร์ปลอดภัยไหนตรงกับความต้องการใช้งาน เช่น ถ้าขับทางไกลบ่อยก็เน้นระบบช่วยเหลือผู้ขับ ขณะที่ขับในเมืองอาจดูผลทดสอบการชนความเร็วต่ำ ส่วนสภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุกก็ส่งผลต่อความปลอดภัย ควรตรวจสอบยางและระบบเบรกเป็นประจำเพื่อให้ระบบความปลอดภัยทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตลอดเวลา
Q
เครื่องยนต์ของ Honda City 2021 คืออะไร?
รถยนต์ Honda City รุ่นปี 2021 ที่วางขายในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC Turbo 3 สูบเทอร์โบชาร์จ และเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร i-VTEC 4 สูบแบบอัตโนมัติ รุ่น 1.0T ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า คู่กับเกียร์ CVT ที่เน้นประหยัดน้ำมันสุดๆ ส่วนรุ่น 1.5L ยังคงใช้เทคโนโลยี i-VTEC แบบคลาสสิกของ Honda เหมาะกับคนที่ชอบความลื่นไหลและดูแลง่าย ในสภาพอากาศร้อนๆ และถนนซับซ้อนของไทย เครื่องยนต์ทั้งสองแบบถูกปรับแต่งมาเฉพาะให้การระบายความร้อนและการทนอุณหภูมิสูงทำได้ดีเยี่ยม พร้อมผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 5 ที่เป็นไปตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมไทย ที่น่าสนใจคือเครื่องยนต์ของ Honda City ใช้เทคโนโลยีลดแรงเสียดทาน ช่วยลดการกินน้ำมันได้ชัดเจน โดยเฉพาะเวลาติดรถติดบนถนนไทยที่เจอกันบ่อยๆ แถมยังมีโหมด ECON ช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกขึ้นไป ทำให้รถรุ่นนี้ยังคงความโดดเด่นในตลาดรถเก๋งคอมแพคต์ของไทย เหมาะทั้งขับขี่ในเมืองและใช้เป็นรถครอบครัว
Q
ฮอนด้าซิตี้ 2024 มีความจุซีซีเท่าไหร่
รถฮอนด้าซิตี้รุ่นปี 2024 ในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ 2 แบบ คือเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตรและเครื่องยนต์แบบธรรมดา 1.5 ลิตร โดยเครื่องเทอร์โบ 1.0 ลิตรมีความจุกระบอกสูบ 998 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ส่วนเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรแบบธรรมดามีความจุ 1,498 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 121 แรงม้า เครื่องยนต์ทั้งสองแบบถูกออกแบบมาให้สมดุลระหว่างประหยัดน้ำมันและสมรรถนะการขับขี่ เหมาะกับทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกลในไทย ฮอนด้าซิตี้เป็นที่นิยมในตลาดไทยเสมอมาด้วยความน่าเชื่อถือ ค่าซ่อมบำรุงไม่แพง และประหยัดน้ำมัน ส่วนรุ่นปี 2024 ยังเพิ่มเทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING เข้ามา ทำให้ยิ่งโดดเด่นขึ้น สำหรับลูกค้าชาวไทยที่กำลังตัดสินใจเลือกเครื่องยนต์ แนะนำว่าเครื่องเทอร์โบ 1.0 ลิตรเหมาะกับคนที่เน้นประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในขณะที่เครื่อง 1.5 ลิตรแบบธรรมดาจะให้ความรู้สึกการขับขี่ที่ลื่นไหลมากกว่า ทั้งสองแบบตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้ดีอยู่แล้ว แค่เลือกให้เหมาะกับสไตล์การขับและงบประมาณของคุณก็พอ
Q
คะแนนความปลอดภัยของ Honda City 2024 คืออะไร
รถฮอนด้าซิตี้รุ่นปี 2024 ในตลาดไทยแสดงผลงานด้านความปลอดภัยได้ดีเยี่ยม ด้วยระบบ Honda SENSING ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างครบครัน ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบช่วยรักษาเลน และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยแบบพาสซีฟที่ครบถ้วน เช่น ถุงลมนิรภัย 6 จุด ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว และระบบเบรก ABS ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้รถรุ่นนี้มีความโดดเด่นในกลุ่มรถระดับเดียวกัน จากการทดสอบตามมาตรฐาน NCAP ของไทย คาดว่ารถรุ่นนี้จะได้คะแนนความปลอดภัยระดับ 5 ดาว เหมาะสมกับสภาพถนนทั้งในเมืองและชนบทของไทยที่หลากหลาย สำหรับผู้บริโภคชาวไทย นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว ยังควรพิจารณาค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและค่าประกันรถด้วย เพราะเครือข่ายบริการหลังการขายของฮอนด้าในไทยมีความพร้อมสูง มีอะไหล่ครบครัน ทำให้ค่าใช้จ่ายในการใช้งานระยะยาวค่อนข้างต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยมักคำนึงถึงเมื่อเลือกซื้อรถเช่นกัน
Q
วิธีเปิดส่วนหน้าของรถ Honda Civic 2024
ก่อนจะเปิดฝากระโปรงหน้ารุ่นฮอนด้าซิวิค 2024 สิ่งแรกที่ต้องทำคือนั่งในที่นั่งคนขับ แล้วมองหาคันปลดล็อกฝากระโปรงหน้า ซึ่งจะมีสัญลักษณ์รูปเครื่องยนต์อยู่ด้านล่างซ้ายของพวงมาลัย ดึงคันนี้เบาๆจนได้ยินเสียงฝากระโปรงหน้ายกขึ้น จากนั้นเดินไปที่หน้าตัวรถ ใช้มือสอดเข้าไปในช่องกลางฝากระโปรง แล้วหาล็อกนิรภัยตัวที่สองให้เจอ ให้ดันล็อกนี้ไปทางซ้ายหรือขวาพร้อมกับยกฝากระโปรงขึ้น สำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย แนะนำให้ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นและน้ำมันเบรกในห้องเครื่องเป็นประจำ เพื่อให้รถทำงานได้ปกติ และควรทำความสะอาดห้องเครื่องด้วย ระวังอย่าให้ใบไม้หรือเศษอุดตันท่อระบายน้ำ ถ้าต้องขับในพื้นที่ติดขัดอย่างกรุงเทพฯ บ่อยๆ ควรเช็กด้วยว่าฟิลเตอร์อากาศอุดตันฝุ่นหรือไม่ เพราะจะช่วยรักษาสมรรถนะเครื่องยนต์และประหยัดน้ำมันได้ ส่วนเวลาปลดล็อกฝากระโปรงถ้าได้ยินเสียงเฮียกที่บานพับ ให้ทาจาระบีเล็กน้อย และเนื่องจากอากาศไทยร้อนจัดทำให้ยางซีลเสื่อมสภาพเร็ว ควรตรวจสอบความแน่นของซีลทุกๆครึ่งปี
Q
ความจุของกระโปรงท้ายรถฮอนด้าซิตี้ 2024 คือเท่าไร
รถฮอนด้า ซิตี้ รุ่นปี 2024 ที่วางขายในตลาดไทยมีปริมาตรกระโปรงหลังขนาด 536 ลิตร ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัวหรือการท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ สามารถบรรจุกระเป๋าเดินทางหลายใบหรือของช้อปปิ้งได้อย่างสบายๆ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองหรือช้อปปิ้งบ่อยๆ การออกแบบกระโปรงหลังทำได้อย่างสมเหตุสมผล มีช่องเปิดที่กว้าง ทำให้สะดวกในการลำเลียงสิ่งของ นอกจากนี้เบาะหลังยังสามารถพับลงได้ตามสัดส่วน ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในสภาพอากาศของไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก กระโปรงหลังของซิตี้ยังมีการป้องกันการรั่วซึมที่ดี ช่วยปกป้องสิ่งของจากความชื้นหรือความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกันแล้ว ปริมาตรกระโปรงหลังขนาดนี้จัดอยู่ในระดับกลางถึงดี และเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่างโตโยต้า ยาริส แอททีฟแล้วยังได้เปรียบอยู่บ้าง สำหรับผู้ใช้งานไทยที่มักต้องพกพาสิ่งของจำนวนมาก พื้นที่กระโปรงหลังของซิตี้ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่值得พิจารณา แนะนำให้ไปทดลองบรรจุของที่ตัวแทนจำหน่ายด้วยตัวเองเพื่อความสะดวก และควรเปรียบเทียบกับการออกแบบกระโปรงหลังของรถรุ่นอื่นๆ ในราคาใกล้เคียงกัน เพื่อเลือกรถที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีที่สุด
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
มีหัวฉีดเครื่องยนต์ดีเซลกี่ประเภท?
ประเภทของหัวฉีดเครื่องยนต์ดีเซลมีความหลากหลาย สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามโครงสร้างและหน้าที่การทำงาน
จากโครงสร้างของหัวฉีด ได้แก่ ประเภทรู (รวมถึงรูเดี่ยว รูคู่ และรูหลายช่องแบบฉีดตรง) ประเภทเข็มฉีด (รวมถึงเข็มฉีดรูเดี่ยว และประเภทพิเศษ เช่น ประเภทควบคุมการไหล ประเภทรูยาว และประเภทระบายความร้อนแบบบังคับ) ประเภทวาล์วแผ่น และประเภทวาล์วลูกบอล
ตามเทคโนโลยีระบบฉีดเชื้อเพลิง ได้แก่ หัวฉีดเชื้อเพลิงแบบกลไกดั้งเดิม (เช่น ประเภท P, S, PDN และ SD) และหัวฉีดแบบคอมมอนเรล
ตามตำแหน่งการติดตั้ง สามารถแบ่งออกเป็นแบบฉีดตรงเข้าไปในกระบอกสูบและแบบปั๊มฉีดภายนอกกระบอกสูบ
ตามค่าความต้านทานของขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้ายังสามารถแบ่งออกเป็นหัวฉีดความต้านทานต่ำและความต้านทานสูง
แต่ละประเภทมีสถานการณ์การใช้งานที่เหมาะสม เช่น ประเภทเข็มฉีดรูเดี่ยวเหมาะสำหรับห้องเผาไหม้แบบกระแสวน ประเภทฉีดตรงรูหลายช่องเหมาะสำหรับห้องเผาไหม้แบบทรงกลมและแบบอ่าง
หัวฉีดประเภท P เนื่องจากมีความแม่นยำในการฉีดสูง จึงมักใช้ในรถยนต์นั่งขนาดเล็กและรถบรรทุกขนาดเบา
หัวฉีดประเภท S มีความเสถียรสูงในสภาพแวดล้อมการฉีดความดันสูง เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดกลางและขนาดใหญ่
หัวฉีดแบบคอมมอนเรลสามารถควบคุมการฉีดเชื้อเพลิงได้อย่างแม่นยำผ่านระบบคอมมอนเรล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษ ปัจจุบันมีการใช้งานอย่างกว้างขวางในยานพาหนะดีเซลทุกประเภท
Q
ความแตกต่างระหว่าง D Jetronic และ L Jetronic คืออะไร?
ทั้ง D Jetronic และ L Jetronic เป็นระบบฉีดเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์ที่พัฒนาโดย Bosch โดยมีความแตกต่างหลักอยู่ที่วิธีการตรวจจับปริมาตรอากาศขาเข้าและประสิทธิภาพ D Jetronic ใช้เซ็นเซอร์วัดความดันสัมบูรณ์ในท่อร่วมไอดีเพื่อวัดปริมาตรอากาศขาเข้าโดยอ้อม โดยคำนวณสภาวะการดูดอากาศจากสัญญาณความดัน อย่างไรก็ตาม ภายใต้สภาวะการทำงานบางอย่าง ความดันในท่อร่วมไอดีจะไม่คงที่ ส่งผลให้ความแม่นยำในการวัดมีจำกัด ระบบนี้เป็นระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์แบบอนาล็อกและเริ่มผลิตจำนวนมากในปี 1967 ส่วน L Jetronic ซึ่งพัฒนาขึ้นในปี 1973 จากรุ่น D ใช้เซ็นเซอร์วัดการไหลของอากาศแบบใบพัดเพื่อวัดอัตราการไหลเชิงปริมาตรของอากาศขาเข้าโดยตรง เมื่อเทียบกับรุ่น D ที่วัดโดยอ้อมแล้ว ระบบ L Jetronic ให้ความแม่นยำสูงกว่าและมีเสถียรภาพที่ดีกว่าในการตรวจจับปริมาตรอากาศขาเข้า ระบบนี้ถูกใช้ในรถยนต์รุ่นต่างๆ เช่น Toyota Camry และ Mazda MPV อย่างไรก็ตาม เซ็นเซอร์แบบใบพัดในรุ่น L เพิ่มแรงต้านอากาศขาเข้าของเครื่องยนต์ ทำให้กำลังขับลดลง และการวัดอัตราการไหลเชิงปริมาตรต้องมีการปรับแก้ตามอุณหภูมิขาเข้าและความดันบรรยากาศ ทำให้ไม่สามารถได้ข้อมูลมวลอากาศโดยตรง ทั้งสองระบบได้มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตัวอย่างเช่น ระบบ L-type ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมเป็นระบบ LH Jetronic ซึ่งใช้เซ็นเซอร์วัดปริมาณการไหลของอากาศแบบลวดร้อน ช่วยขจัดปัญหาความต้านทานการดูดอากาศ ขจัดความจำเป็นในการปรับแก้ค่าอุณหภูมิและความดัน และทำให้การตอบสนองรวดเร็วยิ่งขึ้น
Q
เครื่องยนต์ดีเซลมีหัวเทียนหรือไม่?
เครื่องยนต์ดีเซลไม่มีหัวเทียน ใช้ระบบจุดระเบิดแบบอัดอากาศ
ขณะทำงาน เครื่องยนต์ดีเซลจะดูดอากาศบริสุทธิ์เข้า จากนั้นลูกสูบจะอัดอากาศจนอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (อาจสูงถึง 500-700°C หรือมากกว่า)
ขณะนั้นน้ำมันดีเซลความดันสูงจะถูกฉีดเป็นฝอยเข้าไปในอากาศร้อน
เนื่องจากจุดวาบไฟของน้ำมันดีเซลต่ำ ส่วนผสมจะลุกไหม้ได้เองโดยไม่ต้องใช้ประกายไฟจากภายนอก เพื่อขับเคลื่อนลูกสูบ
ต่างจากเครื่องยนต์เบนซินที่มีอัตราส่วนการอัดต่ำ และดูดส่วนผสมของอากาศกับเชื้อเพลิงเข้าไป ไม่สามารถอัดให้ถึงจุดวาบไฟได้ จึงต้องใช้หัวเทียนสร้างประกายไฟเพื่อจุดระเบิดส่วนผสม
การออกแบบระบบจุดระเบิดแบบอัดอากาศของเครื่องยนต์ดีเซลไม่เพียงทำให้โครงสร้างระบบจุดระเบิดง่ายขึ้น แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้และความเสถียรของกำลังส่งออกอีกด้วย
เหมาะสำหรับงานที่ต้องการแรงบิดสูง
Q
เครื่องยนต์ดีเซลเริ่มมีใช้เมื่อไหร่?
การใช้งานเครื่องยนต์ดีเซลเริ่มในปลายศตวรรษที่ 19 นักประดิษฐ์ชาวเยอรมันชื่อรูดอล์ฟ ดีเซลได้รับสิทธิบัตรเครื่องยนต์ดีเซลแบบเผาโดยกดอัดในปี 1892 และผลิตเครื่องทดลองดั้งเดิม ปี 1897 ได้เสร็จสิ้นการปรับปรุงเทคโนโลยีทำให้การทดสอบเครื่องยนต์สำเร็จ และปี 1898 นำไปใช้ในระดับทางการค้าได้แล้ว ปี 1903 เครื่องยนต์ดีเซลถูกติดตั้งบนรถบรรทุกเป็นครั้งแรก และเข้าสู่การใช้งานในวงการยานยนต์อย่างเป็นทางการ
เครื่องยนต์ชนิดนี้ใช้วิธีการจุดระเบิดแบบเผาโดยกดอัด มีลักษณะที่มีแรงบิดสูงและการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต่ำ ต่อมาได้เริ่มใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายวงการ เช่น เรือ เครื่องจักรกลก่อสร้างและเครื่องจักรการเกษตร เป็นแหล่งพลังงานสำคัญอย่างหนึ่ง การประดิษฐ์นี้ได้เปลี่ยนแปลงทิศทางการพัฒนาวิศวกรรมพลังงาน และให้การสนับสนุนพลังงานที่มีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือแก่อุตสาหกรรมต่างๆ
Q
ลักษณะอาการของหัวฉีดดีเซลที่เสียหายคืออะไร?
อาการของหัวฉีดน้ำมันดีเซลเสีย ได้แก่ การทำงานผิดปกติของเครื่องยนต์ เช่น เครื่องสั่นขณะเดินเบา, สูบใดสูบหนึ่งหยุดทำงานทำให้กำลังส่งออกไม่สม่ำเสมอ, เริ่มติดยากในอุณหภูมิต่ำหรือแม้กระทั่งดับกระทันหันขณะขับขี่; สมรรถนะลดลง, เร่งความเร็วช้า, รถไม่มีแรง; การสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น เนื่องจากการพ่นฝอยไม่ดีหรือปริมาณการฉีดไม่สม่ำเสมอทำให้การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์; การปล่อยไอเสียผิดปกติ เช่น ควันดำ (น้ำมันเชื้อเพลิงที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ออกมากับไอเสีย), ควันขาวในอากาศเย็น (เกิดจากการรั่วของหัวฉีด) หรือมีเสียงระเบิด; อาจมีไฟเตือนความผิดปกติปรากฏขึ้น นอกจากนี้ การพ่นฝอยไม่ดีจะทำให้เกิดการสะสมคาร์บอนในกระบอกสูบมากขึ้น ส่งผลต่ออายุการใช้งานของเครื่องยนต์; เข็มฉีดติดจะทำให้สูบนั้นหยุดฉีดน้ำมัน ทำให้กำลังเครื่องยนต์ไม่เสถียร; การรั่วของหัวฉีดอาจทำให้มีน้ำมันหยด ส่งผลให้ประสิทธิภาพการเผาไหม้แย่ลง เมื่อพบอาการเหล่านี้ ควรรีบนำรถไปตรวจสอบที่อู่ซ่อมมืออาชีพ เช่น ทำความสะอาดหัวฉีด, เปลี่ยนชิ้นส่วนที่ชำรุด เป็นต้น เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานปกติและรักษาสมรรถนะของรถให้มั่นคง และหลีกเลี่ยงปัญหาทางกลที่รุนแรงขึ้นจากการขยายตัวของความเสียหาย
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตารางผ่อนชำระล่าสุดของ Honda City รถเก๋งที่ประหยัดน้ำมันเหมาะสุดสำหรับใช้ในครอบครัว
วิรุฬห์Oct 30, 2025

ไม่ควรพลาดรถยนต์เกโรของญี่ปุ่น, รุ่น Honda City ใดคุ้มค่าที่สุดในการเลือก?
ณัฐวุฒิNov 6, 2024

Honda City e:HEV ลดราคา THB40,000! มาราธอน 800km, ประหยัดน้ำมันและสบาย!
AshleyAug 5, 2024

Honda city vs Nissan Almeria ถ้ามีงบ 600,000 บาท คุณจะเลือกรุ่นไหนดี?
AshleyJul 13, 2024

Honda City VS Toyota Yaris ativ รถญี่ปุ่น 2 รุ่นนี้ ถ้ามีงบ 600,000 บาท คุณจะเลือกรุ่นไหนดี?
AshleyJul 9, 2024
ดูเพิ่มเติม


รุ่นรถ
ข้อดี
ข้อเสีย