Q
Honda City 2019 มีรุ่นอะไรบ้าง?
รถ Honda City รุ่นปี 2019 ที่วางขายในตลาดไทยมีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อยด้วยกัน ได้แก่ รุ่นพื้นฐาน SV รุ่นกลาง V และรุ่นท็อป RS ทุกรุ่นใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร i-VTEC แบบสูบธรรมชาติ คู่กับเกียร์ CVT โดยรุ่น SV จะมาพร้อมกับถุงลมนิรภัย 2 ใบ ระบบเบรก ABS และล้อแม็กซ์เหล็กขนาด 15 นิ้ว ส่วนรุ่น V จะเพิ่มเติมระบบหน้าจอสัมผัส กล้องถอยหลัง และล้อแม็กซ์อัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว ในขณะที่รุ่น RS จะโดดเด่นด้วยชุดแต่งภายนอกสปอร์ต ไฟตัดหมอก LED และพวงมาลัยหุ้มหนัง จุดขายสำคัญของรถรุ่นนี้ในไทยคือความประหยัดและค่าบำรุงรักษาต่ำ ด้วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงถึง 23.8 กม./ลิตร (ตามมาตรฐานการทดสอบของไทย) เหมาะมากสำหรับการขับขี่ในเมือง นอกจากนี้ฮอนด้า ไทยยังให้บริการรับประกัน 5 ปีหรือ 150,000 กม. อีกด้วย เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดอย่างโตโยต้า วีออส หรือมาสด้า 2 แล้ว Honda City ถือว่ามีอัตราค่าเสื่อมที่ค่อนข้างดี ผู้บริโภคไทยสามารถเลือกรุ่นที่เหมาะสมตามงบประมาณและความต้องการได้
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
Honda City มี CarPlay ไหม?
รุ่นล่าสุดของ Honda City ในตลาดไทยตอนนี้ มีฟีเจอร์ Apple CarPlay มาให้ใช้กันแล้ว ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันบน iPhone อย่างเช่น แผนที่การนำทาง เพลง หรือแอปติดต่อสื่อสารต่างๆ ผ่านหน้าจอในรถได้สะดวกขึ้น ช่วยอัพเกรดประสบการณ์การขับขี่โดยเฉพาะในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่การจราจรค่อนข้างติดขัด ฟังก์ชันนำทางแบบเรียลไทม์ของ CarPlay ถือว่ามีประโยชน์มากๆ อย่างไรก็ตาม ต้องระวังนิดนึงว่า CarPlay อาจจะไม่ได้มีในทุกรุ่นหรือทุกปีผลิตนะครับ แนะนำให้สอบถามรายละเอียดกับทางโชว์รูมอีกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจาก CarPlay แล้ว Honda City ยังรองรับ Android Auto สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบ Android ด้วยนะ ถือว่าให้ประสบการณ์การเชื่อมต่อที่คล้ายกัน ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เทคโนโลยีการเชื่อมต่อในรถกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยให้ความสำคัญเวลาซื้อรถ ยี่ห้อต่างๆ จึงพยายามอัพเกรดฟีเจอร์ส่วนนี้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านความสะดวกและความอัจฉริยะของผู้บริโภค Honda City ในฐานะรถซีดานคอมแพคต์ยอดนิยมของตลาดไทย การที่ Honda คอยอัปเดตฟีเจอร์เทคโนโลยีแบบนี้ ก็แสดงให้เห็นว่าฮอนด้าให้ความสำคัญกับความต้องการของคนไทยจริงๆ ครับ
Q
วิธีสตาร์ทรถ Honda City ด้วยกุญแจ
ก่อนจะสตาร์ทรถ Honda City ต้องแน่ใจว่าเกียร์อยู่ตำแหน่ง P แล้ว จากนั้นใส่กุญแจเข้าไปในช่องสตาร์ท เหยียบแป้นเบรกสำหรับเกียร์ออโต้ หรือแป้นคลัทช์สำหรับเกียร์ธรรมดา แล้วบิดกุญแจตามเข็มนาฬิกาไปที่ตำแหน่ง "START" พอเครื่องยนต์ติดก็ปล่อยกุญแจได้เลย ในสภาพอากาศร้อนของไทย แนะนำให้วอร์มเครื่องสัก 30 วินาทีให้น้ำมันเครื่องไหลเวียนก่อนออกรถ จะช่วยถนอมเครื่องดีครับ ถ้าเป็นรุ่นที่ใช้สมาร์ทคีย์ แค่ถือกุญแจเข้าไปในรถ แล้วเหยียบเบรกกดปุ่มสตาร์ทเครื่องก็ได้แล้ว ใส่ใจกับการตรวจสอบระดับแบตเตอรี่ที่สำคัญอย่างสม่ำเสมอในการใช้งานประจำวันเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในการเริ่มต้นเนื่องจากไฟฟ้าต่ำ ในฤดูฝนของประเทศไทย หากพบระบบจุดระเบิดที่ชื้นและไม่สามารถสตาร์ทได้ คุณสามารถลองใช้ฟังก์ชั่นกุญแจรีโมทเพื่อปลดล็อก/ล็อกประตูหลายครั้งก่อนเพื่อให้ระบบจดจําสัญญาณใหม่ นอกจากนี้ยังแนะนำให้ตรวจสอบหน้าสัมผัสสวิตช์จุดระเบิดทุก 2 ปีสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงเช่นกรุงเทพมหานครมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดการเกิดออกซิเดชันของหน้าสัมผัสส่งผลกระทบต่อความไวในการเริ่มต้น
Q
ยางรถยนต์สำหรับ Honda City รุ่นปี 2021 มีขนาดเท่าไหร่?
ยางมาตรฐานของ Honda City รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยมีขนาด 185/55 R16 ซึ่งเป็นขนาดที่ตอบโจทย์ทั้งความนุ่มสบายและความคล่องตัว เหมาะสมกับสภาพถนนทั้งในเมืองและชานเมืองของไทย โดยตัวเลข 185 หมายถึงความกว้างของยางมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร ส่วน 55 คืออัตราส่วนความสูงของแก้มยางต่อความกว้างยาง (ร้อยละ 55) และ R16 หมายถึงล้อแม็กซ์ขนาด 16 นิ้ว สำหรับสภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก แนะนำให้เลือกยางแบรนด์ดังอย่างบริจสโตนหรือมิชลินที่มีคุณสมบัติการรีดน้ำดีและทนความร้อนสูง ซึ่งทั้งสองแบรนด์มีรุ่นที่เหมาะกับซิตี้โดยเฉพาะ ข้อควรระวังคือแม้การอัพเกรดไปใช้ยางที่กว้างขึ้นจะช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะแต่ก็อาจทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้นและอาจส่งผลต่อความแม่นยำของมาตรวัดระยะทาง ดังนั้นควรปรึกษาช่างผู้ชำนาญก่อนตัดสินใจเปลี่ยน นอกจากนี้กฎหมายไทยกำหนดให้ดอกยางต้องมีความลึกไม่ต่ำกว่า 1.6 มม. และควรตรวจสอบสภาพดอกยางกับความดันลมยางเป็นประจำ (ปกติลมยางหน้าอยู่ที่ 32 psi ลมยางหลัง 30 psi) โดยเฉพาะก่อนเดินทางไกลหรือช่วงเข้าหน้าฝนเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
Q
Honda City 2021 ประหยัดน้ำมันหรือไม่?
รถ Honda City รุ่นปี 2021 ถือว่าประหยัดน้ำมันมากๆ โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในเมืองไทยและการขับขี่ระยะไกล รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร i-VTEC แบบ CVT นั้นวิ่งได้เฉลี่ย 17-18 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนรุ่นไฮบริด e:HEV นั้นยิ่งประหยัดขึ้นไปอีก ทำได้ถึง 27-28 กิโลเมตรต่อลิตร ช่วยลดค่าน้ำมันได้อย่างชัดเจน รถรุ่นนี้ขายดีในไทยไม่ใช่แค่เพราะความประหยัด แต่ยังเพราะขนาดตัวรถที่กำลังดี ขับลุยในซอยแคบๆ ในกรุงเทพหรือจอดก็ง่าย แถมความทนทานของ Honda ก็ผ่านการทดสอบในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยมานานแล้ว ที่สำคัญอย่าลืมว่าตัวเลขประหยัดน้ำมันที่ทางบริษัทประกาศอาจแตกต่างจากการใช้งานจริง ซึ่งขึ้นอยู่กับสไตล์การขับ การเปิดแอร์ และสภาพถนนด้วย แนะนำให้คนไทยหมั่นดูแลรถตามกำหนดและขับขี่อย่างนุ่มนวลเพื่อรักษาประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ส่วนเรื่องบริการหลังการขายก็ไม่ต้องห่วง เพราะ Honda มีเครือข่ายบริการครอบคลุมทั่วไทย พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างมืออาชีพ
Q
คะแนนความปลอดภัยของ Honda City 2021 คือเท่าไหร่?
รถ Honda City รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยทำคะแนนด้านความปลอดภัยได้ดีมาก โดยเวอร์ชันผลิตไทยผ่านการทดสอบชนจากอาเซียน NCAP และได้คะแนนเต็ม 5 ดาว ส่วนหนึ่งมาจากระบบ Honda SENSING ที่มาพร้อมฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติและระบบช่วยรักษาระยะเลนรถ รวมถึงถุงลมนิรภัย 6 ใบ ระบบควบคุมเสถียรภาพรถ ที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับสภาพถนนทั้งในเมืองและชนบทของไทยที่ค่อนข้างซับซ้อน ต้องบอกว่ามาตรฐานการทดสอบของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ NCAP นั้นใกล้เคียงกับสภาพการจราจรจริงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการเพิ่มการประเมินกรณีชนกับรถจักรยานยนต์ซึ่งสำคัญมากสำหรับไทยที่มีรถมอเตอร์ไซค์หนาแน่น เวลาเลือกซื้อรถนอกจากดูเรตติ้งดาวแล้ว ควรพิจารณาว่าฟีเจอร์ปลอดภัยไหนตรงกับความต้องการใช้งาน เช่น ถ้าขับทางไกลบ่อยก็เน้นระบบช่วยเหลือผู้ขับ ขณะที่ขับในเมืองอาจดูผลทดสอบการชนความเร็วต่ำ ส่วนสภาพอากาศไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุกก็ส่งผลต่อความปลอดภัย ควรตรวจสอบยางและระบบเบรกเป็นประจำเพื่อให้ระบบความปลอดภัยทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตลอดเวลา
Q
เครื่องยนต์ของ Honda City 2021 คืออะไร?
รถยนต์ Honda City รุ่นปี 2021 ที่วางขายในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC Turbo 3 สูบเทอร์โบชาร์จ และเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร i-VTEC 4 สูบแบบอัตโนมัติ รุ่น 1.0T ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า คู่กับเกียร์ CVT ที่เน้นประหยัดน้ำมันสุดๆ ส่วนรุ่น 1.5L ยังคงใช้เทคโนโลยี i-VTEC แบบคลาสสิกของ Honda เหมาะกับคนที่ชอบความลื่นไหลและดูแลง่าย ในสภาพอากาศร้อนๆ และถนนซับซ้อนของไทย เครื่องยนต์ทั้งสองแบบถูกปรับแต่งมาเฉพาะให้การระบายความร้อนและการทนอุณหภูมิสูงทำได้ดีเยี่ยม พร้อมผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 5 ที่เป็นไปตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมไทย ที่น่าสนใจคือเครื่องยนต์ของ Honda City ใช้เทคโนโลยีลดแรงเสียดทาน ช่วยลดการกินน้ำมันได้ชัดเจน โดยเฉพาะเวลาติดรถติดบนถนนไทยที่เจอกันบ่อยๆ แถมยังมีโหมด ECON ช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกขึ้นไป ทำให้รถรุ่นนี้ยังคงความโดดเด่นในตลาดรถเก๋งคอมแพคต์ของไทย เหมาะทั้งขับขี่ในเมืองและใช้เป็นรถครอบครัว
Q
ฮอนด้าซิตี้ 2024 มีความจุซีซีเท่าไหร่
รถฮอนด้าซิตี้รุ่นปี 2024 ในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ 2 แบบ คือเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตรและเครื่องยนต์แบบธรรมดา 1.5 ลิตร โดยเครื่องเทอร์โบ 1.0 ลิตรมีความจุกระบอกสูบ 998 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ส่วนเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรแบบธรรมดามีความจุ 1,498 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 121 แรงม้า เครื่องยนต์ทั้งสองแบบถูกออกแบบมาให้สมดุลระหว่างประหยัดน้ำมันและสมรรถนะการขับขี่ เหมาะกับทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกลในไทย ฮอนด้าซิตี้เป็นที่นิยมในตลาดไทยเสมอมาด้วยความน่าเชื่อถือ ค่าซ่อมบำรุงไม่แพง และประหยัดน้ำมัน ส่วนรุ่นปี 2024 ยังเพิ่มเทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING เข้ามา ทำให้ยิ่งโดดเด่นขึ้น สำหรับลูกค้าชาวไทยที่กำลังตัดสินใจเลือกเครื่องยนต์ แนะนำว่าเครื่องเทอร์โบ 1.0 ลิตรเหมาะกับคนที่เน้นประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในขณะที่เครื่อง 1.5 ลิตรแบบธรรมดาจะให้ความรู้สึกการขับขี่ที่ลื่นไหลมากกว่า ทั้งสองแบบตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้ดีอยู่แล้ว แค่เลือกให้เหมาะกับสไตล์การขับและงบประมาณของคุณก็พอ
Q
คะแนนความปลอดภัยของ Honda City 2024 คืออะไร
รถฮอนด้าซิตี้รุ่นปี 2024 ในตลาดไทยแสดงผลงานด้านความปลอดภัยได้ดีเยี่ยม ด้วยระบบ Honda SENSING ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างครบครัน ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบช่วยรักษาเลน และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยแบบพาสซีฟที่ครบถ้วน เช่น ถุงลมนิรภัย 6 จุด ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว และระบบเบรก ABS ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้รถรุ่นนี้มีความโดดเด่นในกลุ่มรถระดับเดียวกัน จากการทดสอบตามมาตรฐาน NCAP ของไทย คาดว่ารถรุ่นนี้จะได้คะแนนความปลอดภัยระดับ 5 ดาว เหมาะสมกับสภาพถนนทั้งในเมืองและชนบทของไทยที่หลากหลาย สำหรับผู้บริโภคชาวไทย นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว ยังควรพิจารณาค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและค่าประกันรถด้วย เพราะเครือข่ายบริการหลังการขายของฮอนด้าในไทยมีความพร้อมสูง มีอะไหล่ครบครัน ทำให้ค่าใช้จ่ายในการใช้งานระยะยาวค่อนข้างต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยมักคำนึงถึงเมื่อเลือกซื้อรถเช่นกัน
Q
วิธีเปิดส่วนหน้าของรถ Honda Civic 2024
ก่อนจะเปิดฝากระโปรงหน้ารุ่นฮอนด้าซิวิค 2024 สิ่งแรกที่ต้องทำคือนั่งในที่นั่งคนขับ แล้วมองหาคันปลดล็อกฝากระโปรงหน้า ซึ่งจะมีสัญลักษณ์รูปเครื่องยนต์อยู่ด้านล่างซ้ายของพวงมาลัย ดึงคันนี้เบาๆจนได้ยินเสียงฝากระโปรงหน้ายกขึ้น จากนั้นเดินไปที่หน้าตัวรถ ใช้มือสอดเข้าไปในช่องกลางฝากระโปรง แล้วหาล็อกนิรภัยตัวที่สองให้เจอ ให้ดันล็อกนี้ไปทางซ้ายหรือขวาพร้อมกับยกฝากระโปรงขึ้น สำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย แนะนำให้ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นและน้ำมันเบรกในห้องเครื่องเป็นประจำ เพื่อให้รถทำงานได้ปกติ และควรทำความสะอาดห้องเครื่องด้วย ระวังอย่าให้ใบไม้หรือเศษอุดตันท่อระบายน้ำ ถ้าต้องขับในพื้นที่ติดขัดอย่างกรุงเทพฯ บ่อยๆ ควรเช็กด้วยว่าฟิลเตอร์อากาศอุดตันฝุ่นหรือไม่ เพราะจะช่วยรักษาสมรรถนะเครื่องยนต์และประหยัดน้ำมันได้ ส่วนเวลาปลดล็อกฝากระโปรงถ้าได้ยินเสียงเฮียกที่บานพับ ให้ทาจาระบีเล็กน้อย และเนื่องจากอากาศไทยร้อนจัดทำให้ยางซีลเสื่อมสภาพเร็ว ควรตรวจสอบความแน่นของซีลทุกๆครึ่งปี
Q
ความจุของกระโปรงท้ายรถฮอนด้าซิตี้ 2024 คือเท่าไร
รถฮอนด้า ซิตี้ รุ่นปี 2024 ที่วางขายในตลาดไทยมีปริมาตรกระโปรงหลังขนาด 536 ลิตร ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัวหรือการท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ สามารถบรรจุกระเป๋าเดินทางหลายใบหรือของช้อปปิ้งได้อย่างสบายๆ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองหรือช้อปปิ้งบ่อยๆ การออกแบบกระโปรงหลังทำได้อย่างสมเหตุสมผล มีช่องเปิดที่กว้าง ทำให้สะดวกในการลำเลียงสิ่งของ นอกจากนี้เบาะหลังยังสามารถพับลงได้ตามสัดส่วน ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในสภาพอากาศของไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก กระโปรงหลังของซิตี้ยังมีการป้องกันการรั่วซึมที่ดี ช่วยปกป้องสิ่งของจากความชื้นหรือความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกันแล้ว ปริมาตรกระโปรงหลังขนาดนี้จัดอยู่ในระดับกลางถึงดี และเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่างโตโยต้า ยาริส แอททีฟแล้วยังได้เปรียบอยู่บ้าง สำหรับผู้ใช้งานไทยที่มักต้องพกพาสิ่งของจำนวนมาก พื้นที่กระโปรงหลังของซิตี้ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่值得พิจารณา แนะนำให้ไปทดลองบรรจุของที่ตัวแทนจำหน่ายด้วยตัวเองเพื่อความสะดวก และควรเปรียบเทียบกับการออกแบบกระโปรงหลังของรถรุ่นอื่นๆ ในราคาใกล้เคียงกัน เพื่อเลือกรถที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีที่สุด
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
ฟังก์ชันของระบบเบรกมอเตอร์ไซค์คืออะไร?
ฟังก์ชันหลักของระบบเบรกมอเตอร์ไซค์คือการควบคุมความเร็วของล้อเพื่อทำให้รถช้าลงหรือหยุด ซึ่งเป็นระบบสำคัญที่รับผิดชอบความปลอดภัยและความเสถียรของการขับขี่
ระบบนี้โดยปกติประกอบด้วยอุปกรณ์เบรกล้อหน้า (ควบคุมด้วยมือขวา) และล้อหลัง (ควบคุมด้วยแป้นเหยียบขวา) ส่วนรถรุ่นสมัยใหม่ส่วนใหญ่ใช้เบรกดิสก์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของการเบรก
ในการขับขี่ในสถานการณ์ต่างๆ การทำงานของระบบเบรกจำเป็นต้องปรับตัวอย่างยืดหยุ่น:
- เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง เบรกล้อหน้าจะให้แรงเบรกหลัก (แรงควรมากกว่าล้อหลังแต่หลีกเลี่ยงการล็อกล้อ) และร่วมกับเบรกล้อหลังเพื่อรักษาความสมดุลของรถ
- เมื่อเบรกฉุกเฉินจำเป็นต้องใช้เบรกหน้าและหลังพร้อมกัน และแรงควรน้อยกว่าแรงล็อกเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้รถสูญเสียการควบคุม
- บนถนนลื่นควรใช้เบรกล้อหลังก่อน จากนั้นจึงเพิ่มแรงเบรกล้อหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อป้องกันการลื่นไถล
- เมื่อขับขี่ขึ้นและลงเนินสามารถปรับแรงเบรกหน้าและหลังได้ (ขึ้นเนินเพิ่มแรงเบรกล้อหน้าอย่างเหมาะสม ลงเนินเพิ่มแรงเบรกล้อหลังอย่างเหมาะสม) เพื่อเพิ่มความเสถียรของการเบรก
นอกจากนี้ การใช้ระบบเบรกอย่างถูกต้องสามารถยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนต่างๆ เช่น ผ้าเบรกและจานเบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจสอบประสิทธิภาพของเบรกเป็นประจำและเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอทันทีเป็นมาตรการสำคัญที่จะทำให้ระบบทำงานปกติ
Q
มีกี่ประเภทของจานเบรกสำหรับรถมอเตอร์ไซค์?
จานเบรกของรถจักรยานยนต์สามารถแบ่งประเภทได้ตามวัสดุ การออกแบบ และสถานการณ์การขับขี่ที่เหมาะสม ในแง่ของวัสดุ มีอยู่สองประเภทหลักๆ คือ อลูมิเนียมอัลลอยด์และคาร์บอนไฟเบอร์ จานเบรกอลูมิเนียมอัลลอยด์มีน้ำหนักเบาและทนทานต่อการสึกหรอ เหมาะสำหรับรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ ส่วนจานเบรกคาร์บอนไฟเบอร์มีการระบายความร้อนที่ดีเยี่ยมและแรงเบรกสูง มักใช้ในรถจักรยานยนต์สมรรถสูงหรือรถแข่งในสนาม ในแง่ของการออกแบบ มีสามประเภท คือ จานแบน จานลอย และจานระบายอากาศ จานแบนมีโครงสร้างที่เรียบง่ายและพบได้ทั่วไปในรุ่นต่างๆ เช่น ซีรี่ส์ WAVE และ PCX160 จานลอยสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ดีกว่าและเพิ่มเสถียรภาพในการเบรก เหมาะสำหรับสกูตเตอร์ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เช่น XMAX300 จานเบรกระบายอากาศมีการออกแบบรูระบายอากาศเป็นพิเศษ ซึ่งสามารถลดปัญหาความร้อนสูงเกินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพในระหว่างการขับขี่แบบดุดัน เหมาะสำหรับรถจักรยานยนต์ออฟโรดหรือความต้องการการขับขี่ที่มีความเข้มข้นสูง นอกจากนี้ จานเบรกยังมีให้เลือกหลายขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง เช่น 200 มม., 220 มม., 300 มม., 320 มม., 340 มม. และ 355 มม. ควรเลือกขนาดที่เหมาะสมตามรุ่นรถจักรยานยนต์เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพการเบรก จานเบรกแต่ละประเภทตอบสนองความต้องการใช้งานที่แตกต่างกัน จานเบรกแบบแบนที่ทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ในขณะที่จานเบรกแบบระบายอากาศหรือแบบลอยตัวที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์นั้นแนะนำสำหรับการใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง
Q
มีโครงสร้างของเบรกมืออยู่กี่ประเภท?
เบรกมือมีสี่ประเภทหลัก ได้แก่ เบรกมือแบบกลไกทั่วไป เบรกมือแบบใช้เท้า เบรกมืออิเล็กทรอนิกส์ (EPB) และระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (AUTO HOLD) เบรกมือแบบกลไกทั่วไปเชื่อมต่อสายเคเบิลเข้ากับกลไกเบรกผ่านคันโยกแบบแมนนวล มีความเรียบง่ายและเชื่อถือได้ และพบได้ทั่วไปในรถยนต์ประหยัดและรถยนต์เกียร์ธรรมดา เบรกมือแบบใช้เท้าควบคุมด้วยเท้า ไม่กินพื้นที่คอนโซลกลาง และส่วนใหญ่ใช้ในรถยนต์ขนาดเล็ก เบรกมืออิเล็กทรอนิกส์แทนที่โครงสร้างกลไกด้วยชุดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ มอเตอร์ และคาลิเปอร์เบรก ควบคุมด้วยปุ่ม และมีฟังก์ชันปลดล็อคอัตโนมัติ ใช้กันอย่างแพร่หลายในรถยนต์ระดับกลางถึงระดับสูง ระบบช่วยจอดอัตโนมัติซึ่งใช้เทคโนโลยีเบรกมืออิเล็กทรอนิกส์ สามารถตรวจจับสถานะของรถแบบเรียลไทม์ผ่านคอมพิวเตอร์และจะทำการเบรกโดยอัตโนมัติเมื่อจอดรถชั่วคราว การเหยียบคันเร่งเบาๆ จะปลดล็อคเบรก ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ ในตลาดไทย เบรกมือแบบกลไกแบบดั้งเดิมยังคงมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่บ้างในรุ่นเริ่มต้น ในขณะที่เบรกมือไฟฟ้าและระบบจอดรถอัตโนมัติกำลังค่อยๆ กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่นระดับกลางถึงระดับสูง เนื่องจากใช้งานง่าย ส่วนเบรกมือแบบใช้เท้าเหยียบนั้นพบได้ทั่วไปในรถยนต์ขนาดเล็กบางรุ่นของญี่ปุ่น
Q
หน้าที่ของคาลิเปอร์เบรกคืออะไร?
แคลิปเปอร์เบรกเป็นส่วนประกอบหลักของระบบเบรกรถยนต์ โดยมีหน้าที่หลักคือใช้ระบบไฮดรอลิกขับเคลื่อนลูกสูบภายในเพื่อดันผ้าเบรกให้กดจับจานเบรกที่กำลังหมุนอยู่ ซึ่งจะเปลี่ยนพลังงานจลน์ของรถเป็นพลังงานความร้อนเพื่อชะลอความเร็ว หยุดรถ หรือรักษาสถานะหยุดนิ่ง
สามารถเพิ่มแรงเบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้รถหยุดได้อย่างรวดเร็วและนุ่มนวลในกรณีฉุกเฉิน พร้อมทั้งรักษาความมั่นคงเมื่อหยุดนิ่งเพื่อป้องกันการไหลของรถ
การออกแบบแคลิปเปอร์ช่วยให้แรงดันกระจายอย่างสม่ำเสมอบนทั้งสองด้านของจานเบรก ไม่ว่าจะเป็นแคลิปเปอร์แบบลอยที่ปรับศูนย์กลางด้วยการเลื่อน หรือแคลิปเปอร์แบบตรึงที่ลูกสูบทั้งสองข้างทำงานพร้อมกัน ล้วนช่วยป้องกันการสึกหรอไม่สม่ำเสมอของผ้าเบรก เพิ่มประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของระบบเบรก
นอกจากนี้ แคลิปเปอร์ยังมีบู๊ทรองกันฝุ่นเพื่อป้องกันอนุภาคเสียดสีทำลายลูกสูบ และใช้วัสดุที่มีการนำความร้อนดี (เช่น อลูมิเนียมอัลลอยด์) เพื่อช่วยระบายความร้อน ป้องกันไม่ให้ระบบร้อนเกินจนประสิทธิภาพเบรกลดลง
ยังรองรับการทำงานที่แม่นยำของระบบความปลอดภัยขั้นสูง เช่น ABS และ ESC เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
แคลิปเปอร์แต่ละประเภทมีสถานการณ์ใช้งานที่เหมาะสม: แคลิปเปอร์แบบลอยมีโครงสร้างง่ายและต้นทุนต่ำ เหมาะกับรถยนต์ทั่วไป ส่วนแคลิปเปอร์แบบตรึงมีแรงเบรกสูงและระบายความร้อนดี มักใช้กับรถสมรรถนะสูงหรือรถแข่ง
สีของแคลิปเปอร์ยังมีความแตกต่างกัน โดยสีแดงมักพบในระบบเบรกสมรรถนะสูง สีเหลืองมักใช้กับระบบเบรกเซรามิกในรถยนต์ที่มีสมรรถนะเครื่องยนต์ดี ส่วนสีเทาเหมาะสำหรับรถทั่วไปและรถสมรรถนะสูง การออกแบบเหล่านี้ไม่เพียงตอบสนองความต้องการด้านการทำงาน แต่ยังคำนึงถึงความสวยงามอีกด้วย
Q
"เบรกแบบดรัมทำงานอย่างไร?"
เบรกดรัมทำงานผ่านการเสียดสีระหว่างผ้าเบรกกับดรัมเบรกที่หมุนเพื่อสร้างแรงเบรก ส่วนประกอบหลัก ได้แก่ ดรัมเบรกที่หมุนพร้อมกับล้อ ผ้าเบรกที่ติดตั้งแผ่นเสียดสี สีลินเดอร์เบรกที่ขับเคลื่อนด้วยไฮดรอลิก และสปริงดึงกลับ เป็นต้น
เมื่อเหยียบแป้นเบรก ความดันของน้ำมันไฮดรอลิกจะถูกส่งไปยังสีลินเดอร์เบรก พิสตันจะดันให้ผ้าเบรกกางออกรอบจุดหมุน แผ่นเสียดสีจะสัมผัสแน่นกับผิวด้านในของดรัมเบรก สร้างแรงเสียดทานในทิศทางตรงข้ามกับการหมุน ทำให้ล้อชะลอหรือหยุด ในกระบวนการนี้ ผ้าเบรกนำ (เท้าเบรกที่หมุนไปในทิศทางเดียวกับดรัมเบรก) จะได้รับผลเสริมแรงจากแรงเสียดทาน ทำให้แรงเบรกเพิ่มขึ้น ในขณะที่ผ้าเบรกตาม (เท้าเบรกที่หมุนในทิศทางตรงข้าม) จะมีแรงเบรกน้อยกว่า
เมื่อปล่อยแป้นเบรก ความดันไฮดรอลิกจะหายไป สปริงดึงกลับจะดึงผ้าเบรกกลับสู่ตำแหน่งเดิม แผ่นเสียดสีจะแยกออกจากดรัมเบรก และการเบรกจะสิ้นสุด
เบรกดรัมมีโครงสร้างกะทัดรัด ให้แรงเบรกสูงและต้นทุนต่ำ มักใช้กับรถบรรทุกหรือล้อหลังของรถยนต์ส่วนบุคคล บางรุ่นยังใช้ร่วมกับเบรกมือ โดยใช้สายเคเบิลกลไกเพื่อดึงผ้าเบรกสำหรับการจอดรถ นอกจากนี้ รถรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ยังมีระบบปรับช่องว่างอัตโนมัติ ซึ่งสามารถชดเชยการสึกหรอของแผ่นเสียดสีได้เอง เพื่อรักษาประสิทธิภาพการเบรกให้คงที่
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตารางผ่อนชำระล่าสุดของ Honda City รถเก๋งที่ประหยัดน้ำมันเหมาะสุดสำหรับใช้ในครอบครัว
วิรุฬห์Oct 30, 2025

ไม่ควรพลาดรถยนต์เกโรของญี่ปุ่น, รุ่น Honda City ใดคุ้มค่าที่สุดในการเลือก?
ณัฐวุฒิNov 6, 2024

Honda City e:HEV ลดราคา THB40,000! มาราธอน 800km, ประหยัดน้ำมันและสบาย!
AshleyAug 5, 2024

Honda city vs Nissan Almeria ถ้ามีงบ 600,000 บาท คุณจะเลือกรุ่นไหนดี?
AshleyJul 13, 2024

Honda City VS Toyota Yaris ativ รถญี่ปุ่น 2 รุ่นนี้ ถ้ามีงบ 600,000 บาท คุณจะเลือกรุ่นไหนดี?
AshleyJul 9, 2024
ดูเพิ่มเติม


รุ่นรถ
ข้อดี
ข้อเสีย