Q

BYD Seal จะเข้ามาประเทศไทยเมื่อไหร่

รถยนต์ไฟฟ้า BYD Seal คาดว่าจะเข้าสู่ตลาดไทยอย่างเป็นทางการในไตรมาสที่ 4 ของปี 2023 รุ่นนี้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญของซีรีส์ BYD Ocean ที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากหลายตลาดทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยี CTB (Cell-to-Body) ที่รวมแบตเตอรี่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างรถและแพลตฟอร์ม e-platform 3.0 ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยให้กับรถไฟฟ้า สำหรับผู้บริโภคไทย การมาถึงของ BYD Seal จะเพิ่มทางเลือกให้กับตลาด EV ในประเทศ โดยเฉพาะการใช้งานในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่มีความต้องการสูง ด้วยระยะขับขี่ถึง 700 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) และระบบชาร์จเร็วที่ตอบโจทย์สภาพอากาศและโครงสร้างพื้นฐานของไทย รัฐบาลไทยเองก็กำลังส่งเสริมอุตสาหกรรม EV อย่างเต็มที่ ทั้งมาตรการสนับสนุนทางการเงินและสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งอาจส่งผลต่อกลยุทธ์การกำหนดราคาของ BYD Seal เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม ตลาด EV ไทยในปีหลังๆ เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีหลายแบรนด์ระดับโลกเข้ามาลงแข่ง ผู้บริโภคสามารถคาดหวังรถ EV ประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ๆ ได้ในอนาคต แนะนำให้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายบริการหลังการขายและสถานีชาร์จของแต่ละแบรนด์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
ต้นทุนต่อกิโลเมตรของ BYD Seal คือเท่าไหร่?
BYD Seal เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ค่าใช้สอยต่อกิโลเมตรขึ้นอยู่กับอัตราการใช้ไฟฟ้าและค่าไฟ จากข้อมูลทางการ รถรุ่นนี้ใช้ไฟฟ้าเฉลี่ย 12.5-14.5 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร เมื่อคำนวณด้วยค่าไฟเฉลี่ยปัจจุบันที่ประมาณ 4-5 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง จะพบว่าค่าไฟต่อกิโลเมตรอยู่ที่ประมาณ 0.5-0.7 บาท ซึ่งถูกกว่ารถน้ำมันแบบเดิมที่ต้องเสียค่าเชื้อเพลิง 3-5 บาทต่อกิโลเมตรอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม อัตราการใช้ไฟฟ้าจริงอาจแตกต่างกันไปตามพฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และการใช้เครื่องปรับอากาศ เช่น การเร่งเครื่องบ่อยๆ หรือการติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วนอาจทำให้ใช้ไฟมากขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับรถน้ำมันระดับเดียวกัน รถไฟฟ้ายังมีค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่าเพราะไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องหรือหัวเทียน ทำให้ประหยัดกว่าในระยะยาว ส่วนการชาร์จไฟ นอกจากจะชาร์จที่บ้านได้แล้ว ปัจจุบันสถานีชาร์จเร็วสาธารณะก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยชาร์จได้ 80% ในเวลาเพียง 30 นาที ทำให้สะดวกสบายมากขึ้น สำหรับสภาพอากาศร้อนของไทย แบตเตอรี่รถไฟฟ้าทำงานได้ปกติแต่แนะนำให้จอดในที่ร่มเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ และเมื่ออุตสาหกรรมรถไฟฟ้าในประเทศพัฒนามากขึ้น ราคารถและค่าใช้จ่ายในการชาร์จก็มีแนวโน้มจะลดลงอีกในอนาคต
Q
"ราคา BYD Seal รุ่น 7 ที่นั่งคือเท่าไหร่?"
ขณะนี้ BYD ยังไม่มีรุ่น Seal แบบ 7 ที่นั่งนะครับ รุ่นนี้ทั้งในตลาดจีนและต่างประเทศเน้นตำแหน่งเป็นรถสปอร์ตซีดาน 5 ที่นั่งเท่านั้น มีทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหลังและแบบสี่ล้อขับเคลื่อน ถ้าต้องการรถพลังงานสะอาดแบบ 7 ที่นั่ง ลองดูรุ่น Tang EV หรือ Denza D9 ที่เป็นรถ MPV แบบไฟฟ้า100%/ไฮบริดได้นะครับ รุ่นเหล่านี้จำหน่ายในไทยผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ราคาอยู่ที่ประมาณ 2-3 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และความจุแบตเตอรี่ รถพลังงานสะอาดในไทยได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ทำให้ราคาสุดท้ายอาจแข่งขันกว่ารถน้ำมัน แนะนำให้ตรวจสอบราคาล่าสุดและทดลองขับผ่านช่องทางทางการนะครับ ปัจจุบันสถานีชาร์จไฟขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในห้างสรรพสินค้าและสถานีบริการทางด่วน ปัญหาเรื่องระยะทางลดลงไปมาก เวลาเลือกซื้อนอกจากจำนวนที่นั่งแล้ว ควรพิจารณาการใช้งานประจำวันด้วย เช่น ความถี่ในการใช้รถครอบครัว ความสะดวกในการชาร์จไฟ โดยรถไฟฟ้า100% เหมาะกับผู้ที่มีจุดชาร์จประจำ ส่วนรถปลั๊กอินไฮบริดจะเหมาะกับการเดินทางไกลมากกว่า
Q
*ราคา BYD SEAL 2023 เท่าไหร่?
รถยนต์ไฟฟ้า BYD SEAL รุ่นปี 2023 ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 1,299,000 บาท ราคาอาจแตกต่างกันไปตามระดับความประณีตของตัวรถและอุปกรณ์เสริมที่เลือก โดยรถคูเป้ไฟฟ้ารุ่นนี้มาพร้อมสมรรถนะเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.8 วินาที และระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 700 กม. ตามมาตรฐาน CLTC ทำให้เป็นที่นิยมในตลาดรถ EV รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery ที่พัฒนาโดย BYD ซึ่งผ่านการทดสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รวมถึงรองรับระบบชาร์จเร็ว DC สูงสุด 150kW ที่สามารถชาร์จจาก 30% เป็น 80% ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที เหมาะสมกับเครือข่ายสถานีชาร์จเร็วที่แพร่หลายในประเทศไทย เมื่อเทียบกับรุ่นแข่งขันในระดับเดียวกัน อย่าง Tesla Model 3 แล้ว SEAL ให้สมรรถนะใกล้เคียงแต่ราคาจับต้องได้มากกว่า พร้อมฟีเจอร์เสริมความหรูหราอย่างหลังคากระจกพาโนรามาและระบบเสียงดิยาน่า 12 ลำโพง อย่างไรก็ดี ก่อนตัดสินใจซื้อแนะนำให้ติดต่อตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพื่อสอบถามโปรโมชั่นล่าสุด เพราะบางสาขาอาจมีบริการติดตั้งสถานีชาร์จฟรีหรือโปรไฟแนนซ์ดอกเบี้ยต่ำ โดยเฉพาะรุ่นพวงมาลัยขวาที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับตลาดไทย ผ่านมาตรฐานการจราจรและตำแหน่งคนขับที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง
Q
ข้อเสียของ BYD Seal
BYD Seal แม้จะมีข้อดีหลายประการ แต่ก็มีข้อด้อยบางจุด ในด้านภายในห้องโดยสารงานฝีมือในรายละเอียดยังต้องปรับปรุง รอยเย็บและข้อต่อไม่ละเอียดพอ การออกแบบมีความซับซ้อนเกินไปไม่เน้นความเรียบง่าย และแผงคอนโซลกลางที่ใช้ภาษาการออกแบบแบบมหาสมุทรศาสตร์เมื่อมองเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดความเมื่อยล้าทางสายตาและดูวุ่นวาย ระบบเสียงแม้ว่าบางรุ่นจะติดตั้งลำโพง Dynaudio แต่ฟังนานๆ แล้วยังขาดความน่าฟัง ผู้ที่ต้องการคุณภาพเสียงสูงอาจไม่พอใจ ด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ ระบบ Infotainment DiLink ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 690 ที่ประสิทธิภาพทั่วไปทำให้ระบบทำงานไม่เสถียรและไม่ลื่นไหล การสั่งงานด้วยเสียงยังขาดความยืดหยุ่น ประสบการณ์ระบบช่วยขับไม่ดี และเซ็นเซอร์ถอยหลังบางครั้งไม่ไวพอ การออกแบบกระจกหน้าต่างมีข้อจำกัดโดยเฉพาะกระจกหลังที่มีขนาดเล็กและไม่สามารถเลื่อนลงได้เต็มที่ส่งผลต่อความสะดวกในการใช้งาน หลังคาพาโนรามิคไม่สามารถเปิดได้ทุกรุ่นในฤดูร้อนที่มีแสงแดดจ้าอาจทำให้ภายในรถร้อน นอกจากนี้ยังมีปัญหาเสียงแอร์ดัง เบาะนั่งยุบ ระบบเครือข่ายรถยนต์ไม่ดี ระยะทางวิ่งไฟฟ้าสั้น เบาะนั่งเป็นสนิม มือจับประตูเสีย หลอดไฟแผงบังแดดเสียง่าย และช่วงล่างต่ำทำให้รถเสี่ยงถูกขูดขีดบ่อยครั้ง
Q
BYD Seal จัดอยู่ในกลุ่มเซกเมนต์ใด
BYD Seal จัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ระดับ D ซึ่งหมายความว่าเป็นรถยนต์นั่งขนาดกลางถึงใหญ่ รุ่นในระดับนี้มักมีขนาด ตัวเลือกอุปกรณ์ และสมรรถนะที่สูงกว่ารุ่นทั่วไป เพื่อมอบพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง อุปกรณ์ระดับไฮเอนด์ที่หลากหลาย และประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม จากสเปกรถ BYD Seal มีความยาว 4800 มิลลิเมตร ความกว้าง 1875 มิลลิเมตร และฐานล้อ 2920 มิลลิเมตร สร้างความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร ด้านสมรรถนะรุ่นต่างๆ มีการตอบสนองที่ดี เช่น รุ่น AWD Performance ที่เร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 3.8 วินาที นอกจากนี้รถยังติดตั้งระบบความปลอดภัยล้ำสมัยและอุปกรณ์ภายในที่เน้นความสะดวกสบายครบครัน ตอบโจทย์มาตรฐานสูงของรถระดับ D และความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการรถขนาดกลางถึงใหญ่ในทุกด้าน
Q
มูลค่าการขายต่อของ BYD Seal คืออะไร
BYD Seal ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้าล้วนรุ่นล่าสุดของ BYD มีมูลค่าตลาดรถมือสองในประเทศไทยอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจเนื่องจากความน่าเชื่อถือทางเทคโนโลยีในด้านพลังงานสะอาดการยอมรับในตลาดสูงและการรับประกันแบตเตอรี่จากทางบริษัทเป็นระยะเวลา 8 ปีหรือ 160000 กิโลเมตรช่วยรับประกันคุณภาพการใช้งานในรถมือสองได้ดี เมื่อเทียบกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในรุ่นเดียวกัน รถ EV ในตลาดมือสองไทยกำลังเติบโต โดยเฉพาะรุ่น Seal ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบใบมีดและระบบช่วยขับ DiPilot ที่ครบครันได้รับความสนใจสูง ข้อมูลจากแพลตฟอร์มซื้อขายรถมือสองในไทยแสดงให้เห็นว่ารถใช้ประมาณ 1 ปีจะมีอัตราการลดราคาประมาณ 15-20 เปอร์เซ็นต์ซึ่งสูงกว่ารถเครื่องยนต์สันดาป 2-3 เปอร์เซ็นต์ สำหรับรุ่นสูงหรือรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อจะมีอัตราการรักษามูลค่าที่ดีกว่า อย่างไรก็ตามราคามือสองจริงขึ้นอยู่กับสภาพรถระยะทางใช้งานสุขภาพแบตเตอรี่และช่องทางจำหน่ายที่ได้รับการรับรองแนะนำให้ใช้บริการประเมินราคาจากศูนย์ BYD ที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย นอกจากนี้มาตรการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า เช่น การลดภาษีซื้อ ยังช่วยเพิ่มมูลค่ารถมือสองอีกด้วยซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกสำหรับผู้ที่ต้องการขายต่อในไทย
Q
ประเภทเกียร์ของ BYD Seal คืออะไร
เกียร์ของ BYD Seal เป็นแบบ EV มีจำนวนเกียร์ 1 จัดเป็นเกียร์อัตราทดคงที่ ซึ่งมีโครงสร้างเรียบง่ายและประสิทธิภาพการส่งกำลังสูง ช่วยถ่ายทอดแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าไปยังล้อได้โดยตรง ลดการสูญเสียพลังงานในกระบวนการส่งกำลัง ส่งผลให้รถเร่งความเร็วได้ดีและเพิ่มระยะทางวิ่งได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนเกียร์ซับซ้อนเหมือนเกียร์ธรรมดา ทำให้การส่งกำลังระหว่างขับขี่ราบรื่นและนุ่มนวล มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ง่ายและสบาย เกียร์ประเภทนี้จึงนิยมใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าเพราะสามารถทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยดึงศักยภาพของรถไฟฟ้าออกมาได้อย่างเต็มที่
Q
ขนาด PCD ของ BYD Seal คืออะไร?
สำหรับชาวไทยที่กำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับการอัพเกรดหรือเปลี่ยนล้อให้กับ BYD Seal นะครับ ขอแจ้งสเปกล้อมาตรฐานของรุ่นนี้ให้ทราบกันก่อน PCD (ระยะห่างรูสลัก) ของ Seal จะอยู่ที่ 5x114.3 ซึ่งเป็นขนาดที่เราคุ้นเคยกันดีในตลาดเมืองไทย เพราะไปตรงกับรถญี่ปุ่นหลายรุ่นอย่าง Honda Accord หรือ Toyota Camry เลยทำให้หาล้อเปลี่ยนได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นล้อแบบ OEM หรือล้อแต่งจากแบรนด์หลังตลาดก็มีให้เลือกเพียบ อีกเรื่องที่ต้องเช็คให้ชัวร์คือขนาด Center Bore (รูกลางล้อ) ของ BYD Seal จะอยู่ที่ 64.1 มม. ส่วนขนาดสลักที่แนะนำคือ M12x1.5 細節พวกนี้สำคัญมากนะครับ ถ้าไม่ตรงเป๊ะอาจมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยได้ สำหรับเพื่อนๆ คนไทยที่อยู่เมืองร้อนแบบเรา ขอแนะนำให้เลือกล้ออัลลอยแบบน้ำหนักเบานะครับ เพราะช่วยเรื่องการระบายความร้อนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเวลาขับเร็วหรือติดรถในกรุงเทพฯ จะรู้สึกถึงความแตกต่างชัดเจน แถมยังช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย!
Q
BYD Seal มี Apple CarPlay ไหม
BYD Seal รุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยปัจจุบันรองรับการใช้งาน Apple CarPlay โดยสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งแบบไร้สายและผ่านสาย USB ช่วยให้ผู้ขับเข้าถึงแอปนำทางเพลงและการสื่อสารบน iPhone ได้สะดวกขณะขับขี่โดยเฉพาะการใช้ Google Maps หรือ Apple Maps ที่เหมาะกับสภาพจราจรที่ซับซ้อนในกรุงเทพฯ อย่างมาก ทั้งนี้รถบางล็อตในช่วงแรกอาจต้องอัปเกรดระบบผ่าน OTA เพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชันอย่างสมบูรณ์จึงแนะนำให้ตรวจสอบเวอร์ชันซอฟต์แวร์กับศูนย์บริการขณะซื้อรถเพิ่มเติม ระบบอัจฉริยะ DiLink ของ BYD ยังผสานการทำงานกับแอปท้องถิ่นและระบบสั่งงานด้วยเสียงอย่างลึกซึ้งนอกจากจะรองรับ CarPlay แล้ว ยังมอบประสบการณ์ความบันเทิงภายในรถที่ครบครัน สำหรับผู้บริโภคชาวไทยโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้งานสมาร์ตโฟนเป็นหลัก การรองรับ CarPlay ทำให้ BYD Seal มีความได้เปรียบในการแข่งขันด้านความทันสมัยและความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน
Q
ยี่ห้อยางรถยนต์ของ BYD Seal คืออะไร
BYD Seal ที่จำหน่ายในประเทศไทยติดตั้งยางสมรรถนะสูงจากโรงงานโดยหลักเป็นยี่ห้อ Continental หรือ Michelin แล้วแต่รุ่นย่อยและล็อตการผลิต โดยรุ่นที่พบได้บ่อยคือ Continental EcoContact 6 และ Michelin Pilot Sport 4 ซึ่งเน้นความต้านทานการหมุนต่ำและความเงียบขณะขับขี่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนและฝนตกชุกในไทยรวมถึงการใช้งานบนถนนในเมืองเป็นหลัก เจ้าของรถในไทยควรให้ความสำคัญกับสมรรถนะในการรีดน้ำของยางในช่วงฤดูฝนโดยยางทั้งสองยี่ห้อให้แรงยึดเกาะที่ดีบนถนนเปียกลดความเสี่ยงการลื่นไถลจากฝนตกบ่อยโดยเฉพาะในกรุงเทพ หากต้องการเปลี่ยนยางสามารถเลือกยางระดับใกล้เคียงที่หาซื้อได้ง่ายในไทยเช่น Bridgestone Turanza หรือ Goodyear EfficientGrip แต่ควรรักษาขนาดตามที่โรงงานระบุไว้คือ 235 45 R19 หรือ 245 40 R20 เพื่อให้ระยะทางขับขี่และการควบคุมรถคงประสิทธิภาพที่ดี การตรวจเช็กลมยางเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะกับรถไฟฟ้าแนะนำให้ตรวจอย่างน้อยเดือนละครั้งในช่วงอากาศร้อนของไทยลมยางมักเพิ่มขึ้นเองตามอุณหภูมิ ควรรักษาระดับที่ 24 ถึง 25 บาร์ขณะยางเย็นเพื่อสมดุลทั้งความสบายและประสิทธิภาพพลังงาน
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

รูปลักษณ์ทันสมัยและมีพลัง
ประสิทธิภาพของพลังงานยอดเยี่ยม
การตั้งค่าที่หลากหลายและมีความรู้สึกทางเทคโนโลยี

ข้อเสีย

พื้นที่เก็บของภายในรถจำกัด
พื้นที่หัวส่วนหลังค่อนข้างแคบนิดหน่อย
ภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เรียบหรูยังคงต้องการการสร้าง

Q&A ล่าสุด

Q
ราคา Audi A4 ปี 2020 เท่าไหร่?
Audi A4 ปี 2020 มีราคาจำหน่ายในประเทศไทยที่ 2,699,000 บาท ซึ่งราคานี้รวมราคารถยนต์ ภาษี และอุปกรณ์ตกแต่งแล้ว รุ่นพิเศษ Icon Black ที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน โดดเด่นด้วยดีไซน์สีดำล้วน มาพร้อมชุดแต่ง S line และ Black Edition รวมถึงรายละเอียดสีดำบริเวณกันชนหน้าและหลัง กระจังหน้า ฝาครอบกระจกมองข้าง และขอบกระจกข้าง นอกจากนี้ยังมาพร้อมล้อขนาด 18 นิ้ว ไฟหน้า LED และกระจกมองข้างพับไฟฟ้า ภายในยังคงดีไซน์สไตล์เดียวกับรุ่นมาตรฐาน โดยมีหน้าจอแสดงผลแบบลอยตัวตรงกลางและพวงมาลัยสามก้าน อีกทั้งยังมีเบาะหนัง ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบสามโซน พอร์ต USB 4 ช่อง แป้นเปลี่ยนเกียร์ และม่านบังแดดด้านหลัง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ ในด้านพละกำลัง รถคันนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ 2.0T ที่ให้กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ S tronic แบบคลัตช์คู่ 7 สปีด ซึ่งให้กำลังที่เพียงพอและประหยัดน้ำมันได้ดี เพื่อตอบสนองความต้องการในการขับขี่ที่หลากหลาย
Q
"รถ Audi A4 ปี 2020 เป็นรถที่ดีหรือไม่?"
Audi A4 40 TFSI Quattro S Line ปี 2020 เป็นรถยนต์หรูขนาดกลางที่ยอดเยี่ยม ราคาเริ่มต้นที่ 2,700,000 บาท มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 5.8 วินาที และความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 6.3 ลิตร/100 กม. ซึ่งถือว่าสมดุลระหว่างสมรรถนะและการประหยัดน้ำมัน ภายนอกโดดเด่นด้วยชุดแต่งสปอร์ต S Line ให้รูปลักษณ์ที่ดูไดนามิกและมีเอกลักษณ์ ขนาดตัวถัง 4726 มม. × 2022 มม. × 1427 มม. ระยะฐานล้อ 2820 มม. ให้พื้นที่นั่งกว้างขวางสำหรับห้าคน และพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ 480 ลิตร เพียงพอสำหรับการเดินทางประจำวันและการเดินทางระยะสั้น ระบบความปลอดภัยมาตรฐานประกอบด้วยถุงลมนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ ในฐานะรถยนต์หรูขนาดกลาง มันมีความสามารถในการแข่งขันในด้านกำลังเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ พื้นที่ใช้สอย และระดับการกำหนดค่า ทำให้เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่แสวงหาสมรรถนะแบบสปอร์ตและคุณภาพระดับหรูหรา นับเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน
Q
ราคาของ Audi A4 2020 คืออะไร?
รถยนต์ Audi A4 ปี 2020 มีราคาจำหน่ายในตลาดไทยประมาณ 2,699,000 บาท ราคานี้รวมราคารถยนต์ ภาษี และค่าอุปกรณ์เสริมแล้ว รุ่นที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน เช่น รุ่นพิเศษ A4 Icon Black มาพร้อมดีไซน์สีดำล้วน และชุดแต่ง S line และ Black Edition รวมถึงกันชนหน้าและหลัง กระจังหน้า ฝาครอบกระจกมองข้าง และคิ้วกระจกข้างสีดำ นอกจากนี้ยังมาพร้อมล้อขนาด 18 นิ้ว ไฟหน้า LED และกระจกมองข้างพับไฟฟ้า การออกแบบภายในเป็นไปตามรุ่นมาตรฐาน โดยมีหน้าจอแสดงผลกลางแบบลอยตัว พวงมาลัยสามก้าน เบาะหนัง ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบสามโซน พอร์ต USB 4 ช่อง แป้นเปลี่ยนเกียร์ และม่านบังแดดด้านหลัง ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ เครื่องยนต์เป็นแบบ 2.0T ให้กำลัง 140 กิโลวัตต์ และแรงบิด 320 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ S tronic แบบคลัตช์คู่ 7 สปีด ให้ความสมดุลระหว่างกำลังและประหยัดน้ำมัน
Q
เครื่องยนต์อะไรอยู่ใน Audi A4 ปี 2020?
Audi A4 รุ่นปี 2020 ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.0T ในทุกรุ่น โดยยกเลิกตัวเลือกเครื่องยนต์ 1.4T รุ่นก่อนหน้า เครื่องยนต์นี้มีให้เลือกสามระดับกำลัง (ต่ำ กลาง และสูง) ขึ้นอยู่กับการกำหนดค่า เครื่องยนต์รุ่นกำลังต่ำมีกำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ (150 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร; รุ่นกำลังกลางมีกำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ (190 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร; และรุ่นกำลังสูงมีกำลังสูงสุด 185 กิโลวัตต์ (252 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร ยกตัวอย่างเช่น Audi A4 40 TFSI Quattro S Line ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ 2.0T กำลังกลาง ซึ่งสมดุลระหว่างกำลังที่ต้องการสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันกับความประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์แต่ละรุ่นมีความเหมาะสมกับสถานการณ์การใช้งานที่แตกต่างกัน: รุ่นกำลังต่ำเน้นความประหยัดน้ำมันและการขับขี่ที่ราบรื่น เหมาะสำหรับการเดินทางในเมือง; รุ่นกำลังกลางสมดุลระหว่างกำลังและอัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน ตอบสนองความต้องการการเดินทางที่หลากหลาย; และรุ่นกำลังสูงเน้นกำลังที่แรงและสมรรถนะการควบคุม เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ที่เร้าใจ ในส่วนของระบบส่งกำลัง ทุกรุ่นติดตั้งเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด และบางรุ่นติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่และสมรรถนะการควบคุมให้ดียิ่งขึ้น
Q
"รถ Audi A4 ปี 2020 เป็นรถที่ดีหรือไม่?"
Audi A4 ปี 2020 เป็นรถยนต์หรูขนาดกลางสมรรถนะสูง ยกตัวอย่างเช่น Audi A4 40 TFSI Quattro S Line ราคา 2,700,000 บาท โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกสปอร์ต พร้อมชุดแต่ง S Line กระจังหน้าสไตล์ RS และไฟหน้า LED ทำให้มีรูปลักษณ์ที่ดูโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ ภายในได้รับการอัพเกรดด้วยระบบอินโฟเทนเมนต์หน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว และแผงหน้าปัดดิจิทัลเต็มรูปแบบขนาด 12.3 นิ้ว การออกแบบห้องโดยสารโอบล้อม ให้พื้นที่เก็บของที่ใช้งานได้จริง เบาะหลังกว้างขวาง และที่นั่งสบาย เครื่องยนต์เป็นแบบเทอร์โบชาร์จ 4 สูบ 2.0T จับคู่กับเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อย่างเป็นทางการอยู่ที่ 5.8 วินาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 6.3 ลิตร/100 กม. จึงเป็นการผสมผสานระหว่างสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมและความประหยัด ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น ระบบความปลอดภัยครบครัน รวมถึงระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัยหลายตำแหน่ง และระบบควบคุมการทรงตัวแบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยปกป้องผู้โดยสารได้อย่างน่าเชื่อถือ รถคันนี้มีตำแหน่งทางการตลาดที่ชัดเจน เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่มองหาความสมดุลระหว่างประสบการณ์การขับขี่แบบสปอร์ตและความสะดวกสบายหรูหรา จุดแข็งของผลิตภัณฑ์สามารถแข่งขันได้กับรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน และสามารถตอบสนองความต้องการทั้งการเดินทางประจำวันและการเดินทางระยะสั้นได้
ดูเพิ่มเติม