Q

Honda e:ns1 จะเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อไร

ตอนนี้ Honda e:NS1 ได้เปิดตัวในตลาดจีนแล้ว แต่สำหรับการเข้าสู่ตลาดไทยยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทาง Honda เนื่องจากต้องรอการประเมินสภาพตลาดและความต้องการของผู้บริโภคในประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลไทยเองก็มีการสนับสนุนนโยบายรถยนต์พลังงานใหม่ผ่านมาตรการลดภาษีและให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ทำให้ตลาด EV ในไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่สนใจรถรุ่นนี้สามารถติดตามข้อมูลล่าสุดได้ทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Honda ประเทศไทยหรือสอบถามตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ ในไทยตอนนี้รถไฟฟ้ากำลังมาแรง เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดค่าน้ำมันแล้ว ยังได้ประโยชน์จากมาตรการส่งเสริมของรัฐบาลด้วย สำหรับ Honda e:NS1 ที่เป็น SUV ขนาดกะทัดรัด ถ้าถูกนำเข้ามาขายในไทยก็อาจจะแข่งกับรุ่นอื่นอย่าง MG EP หรือ EV รุ่นอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาด เพราะตัวรถมีจุดเด่นทั้งเรื่องระยะทางและเทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่เหมาะกับการใช้งานในเมือง ถ้าใครกำลังมองหารรถไฟฟ้าสักคัน ลองศึกษารายละเอียดของแต่ละแบรนด์ ทั้งเรื่องเทคโนโลยีและบริการหลังการขาย เพื่อเลือกรถที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่สุด
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

Q&A ล่าสุด

Q
รถยนต์ใช้น้ำมันกี่ลิตรในการวิ่ง 1 กิโลเมตร?
ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่รถยนต์ใช้ในการวิ่งหนึ่งกิโลเมตรไม่มีค่าคงที่ แต่ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น รุ่นรถ ขนาดเครื่องยนต์ นิสัยการขับขี่ และสภาพถนน เป็นต้น ตัวอย่างเช่น รถยนต์ขนาดเล็ก (เช่น โตโยต้า YARiS, ฮอนด้า Fit) ใช้น้ำมันประมาณ 0.05 ถึง 0.08 ลิตรต่อกิโลเมตร; รถ SUV ขนาดกะทัดรัด (เช่น โตโยต้า RAV4 Rongfang) เนื่องจากน้ำหนักรถและแรงต้านอากาศมากกว่า จึงใช้น้ำมันประมาณ 0.08 ถึง 0.13 ลิตรต่อกิโลเมตร; รถไฮบริด (เช่น โตโยต้า Corolla Hybrid) ด้วยเทคโนโลยีผสมผสานระหว่างน้ำมันและไฟฟ้า สามารถใช้น้ำมันเพียง 0.04 ถึง 0.06 ลิตรต่อกิโลเมตร นอกจากนี้ นิสัยการขับขี่มีผลอย่างมากต่อการใช้น้ำมัน การเร่งเครื่องเร็วและการเบรกบ่อยครั้งจะทำให้การใช้น้ำมันต่อกิโลเมตรเพิ่มขึ้น; ในสภาพการจราจรติดขัดในเมืองที่ต้องหยุดและเริ่มบ่อยครั้ง การใช้น้ำมันต่อกิโลเมตรจะมากกว่าประมาณ 0.02 ถึง 0.05 ลิตรเมื่อเทียบกับการขับบนทางหลวงที่โล่ง; การบรรทุกน้ำหนักเกิน การลมยางไม่เพียงพอ หรือไม่เปลี่ยนน้ำมันเครื่องเป็นเวลานาน จะเพิ่มแรงต้านของเครื่องยนต์ ส่งผลให้การใช้น้ำมันต่อกิโลเมตรเพิ่มขึ้น หากต้องการลดการใช้น้ำมัน สามารถขับด้วยความเร็วคงที่ (ความเร็วประหยัด 60-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) บำรุงรักษารถเป็นประจำ (เช่น ตรวจสอบเครื่องกรองอากาศ หัวเทียน) และลดน้ำหนักบรรทุกที่ไม่จำเป็น มาตรการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงและลดการใช้น้ำมันต่อกิโลเมตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q
ฉันยังสามารถวิ่งได้อีกกี่กิโลเมตรเมื่อไม่มีน้ำมันเหลืออยู่?
เมื่อไฟเตือนปริมาณน้ำมันรถสว่างขึ้น โดยปกติจะเหลือน้ำมันประมาณ 5 ถึง 10 ลิตรในถัง ระยะทางที่ขับต่อได้ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ สภาพถนน ขนาดเครื่องยนต์ และพฤติกรรมการขับขี่ รถแต่ละรุ่นจะมีปริมาณน้ำมันที่เหลือต่างกัน โดยทั่วไปรถขับเคลื่อนล้อหน้าจะเหลือน้ำมันประมาณ 7 ลิตร ส่วนรถขับเคลื่อนสี่ล้อจะเหลือประมาณ 5 ลิตร ในด้านสภาพถนน การขับบนทางหลวงจะสามารถขับต่อได้ประมาณ 120 ถึง 160 กิโลเมตร ในสภาพถนนทั่วไปจะอยู่ที่ 80 ถึง 120 กิโลเมตร ส่วนในสภาพการจราจรติดขัดจะลดลงเหลือเพียง 30 ถึง 60 กิโลเมตร ขนาดเครื่องยนต์ก็ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้น้ำมัน โดยรถที่มีขนาดเครื่องยนต์ 1.3 ถึง 1.8 ลิตร จะมีอัตราเร็วที่ประหยัดน้ำมันที่สุดที่ 45 ถึง 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนรถเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร (แรงม้าสูง) จะประหยัดน้ำมันที่สุดที่ความเร็ว 55 ถึง 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การรักษาความเร็วที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มระยะทางขับขี่ได้ หากมาตรวัดน้ำมันแสดงค่า 0 ทางทฤษฎียังสามารถขับต่อไปได้อีก 20 ถึง 50 กิโลเมตร แต่ไม่แนะนำให้ทำเช่นนั้น เนื่องจากการขับขี่ด้วยปริมาณน้ำมันน้อยเป็นเวลานานอาจทำให้ปั๊มน้ำมันและเซ็นเซอร์วัดปริมาณน้ำมันเสียหายได้ จึงแนะนำให้เจ้าของรถไม่ควรรอจนกว่าไฟเตือนจะสว่างจึงเติมน้ำมัน แต่ควรศึกษาปริมาณน้ำมันที่เหลือของรถจากคู่มือการใช้รถ และควรวางแผนการเติมน้ำมันล่วงหน้าในการขับขี่ประจำวัน เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่และรักษาสภาพรถให้ดีอยู่เสมอ
Q
"น้ำมันที่เหลืออยู่ใน 1 ไลน์มีอยู่กี่ลิตร?"
การคำนวณปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหลือในสายการผลิตต้องพิจารณาจากความจุถังน้ำมัน ค่าที่แสดงบนมาตรวัด และข้อมูลการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงล่าสุด ตัวอย่างเช่นรถที่มีความจุถังน้ำมัน 50 ลิตร หากมาตรวัดแสดงว่ามีน้ำมันเหลือ 1/4 และอัตราการใช้น้ำมันล่าสุดอยู่ที่ 8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ปริมาณน้ำมันที่เหลือจะอยู่ที่ประมาณ 12.5 ลิตร แต่ค่าจริงอาจแตกต่างไปบ้างขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ การใช้เครื่องปรับอากาศ หรือสภาพการจราจรที่ติดขัดในกรุงเทพฯ แนะนำให้ตรวจสอบมาตรวัดน้ำมันเป็นประจำ ก่อนเดินทางไกลสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในรถเพื่อประเมินระยะทางที่เหลือได้ รถบางรุ่น尤其是แบบไฮบริดอาจแสดงข้อมูลการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงรวมเมื่อมีการใช้พลังงานไฟฟ้าร่วมด้วย ปั๊มน้ำมันในไทยมีให้บริการอย่างหนาแน่น ยี่ห้อที่พบเห็นบ่อยเช่น PTT หรือบางจาก ซึ่งเปิดบริการ 24 ชั่วโมง ชำระเงินได้ทั้งแบบสดและผ่านแอปพลิเคชัน QR Code ควรสังเกตว่าการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเลขออกเทนต่างกัน (เช่น 91/95/E20) อาจส่งผลต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์ หากไฟเตือนระดับน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้น ควรเติมน้ำมันทันทีเพื่อป้องกันความเสียหายจากความร้อนสูงต่อปั๊มน้ำมัน
Q
คุณสามารถขับรถได้กี่กิโลเมตรด้วยน้ำมันเบนซิน 95%?
การที่รถจะวิ่งได้กี่กิโลเมตรเมื่อใช้แก๊สโซฮอล์ 95 นั้นขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและความจุถังน้ำมันของรถ โดยทั่วไปรถเก๋งทั่วไปจะมีถังน้ำมันขนาด 40-60 ลิตร และสิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 6-8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ดังนั้นเมื่อเติมแก๊สโซฮอล์ 95 เต็มถังก็จะวิ่งได้ประมาณ 500-800 กิโลเมตร แต่ว่าระยะทางจริงจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และการดูแลรักษารถด้วย เช่น การขับในกรุงเทพฯ ที่ต้องเร่งและหยุดบ่อยๆ จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น ในขณะที่การขับด้วยความเร็วคงที่บนทางด่วนจะช่วยประหยัดน้ำมันได้มากกว่า ข้อสำคัญคือแก๊สโซฮอล์ 95 มีค่าออกเทนสูงกว่า 91 จึงช่วยป้องกันการน็อคของเครื่องยนต์ได้ดีกว่า โดยเฉพาะกับรถที่ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบหรือเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง การใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทนเหมาะสมเป็นประจำจะช่วยรักษาความสะอาดและสมรรถนะของเครื่องยนต์ แนะนำให้เจ้าของรถศึกษาคู่มือรถเพื่อดูค่าออกเทนที่ผู้ผลิตแนะนำ และควรบำรุงรักษาระบบน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันและทำความสะอาดหัวฉีด เพื่อให้รถมีประสิทธิภาพการใช้น้ำมันที่ดีที่สุดและวิ่งได้ไกลที่สุด
Q
"รถวีโก้สามารถวิ่งได้กี่กิโลเมตรต่อ 1 ลิตรของน้ำมันเบนซิน?"
ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงของรถยนต์รุ่น Vigo นั้นจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน (เช่น ขับเคลื่อนสองล้อหรือสี่ล้อ) และสภาพการขับขี่จริง โดยทั่วไปแล้วรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.4L หรือ 2.8L จะสามารถวิ่งได้ประมาณ 10-12 กิโลเมตรต่อลิตรเมื่อขับในเมือง และอาจสูงถึง 13-15 กิโลเมตรต่อลิตรเมื่อขับบนทางหลวง แต่ตัวเลขจริงอาจเปลี่ยนแปลงได้จากปัจจัยต่างๆ เช่น น้ำหนักบรรทุก การใช้เครื่องปรับอากาศ และพฤติกรรมการขับขี่ เพื่อให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น แนะนำให้บริการรักษารถอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเปลี่ยนไส้กรองอากาศและน้ำมันเครื่อง รักษาความดันลมยางให้ได้มาตรฐาน รวมถึงหลีกเลี่ยงการเร่งหรือเบรกกระทันหัน นอกจากนี้การเลือกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเสริมที่เหมาะสมก็สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ได้ ปัจจุบันรถปิคอัพหลายรุ่นรวมถึง Vigo ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีประหยัดพลังงานอัจฉริยะ เช่น ระบบ Start-Stop อัตโนมัติและยางแบบลดแรงต้านทาน ซึ่งช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบข้อมูลการใช้น้ำมันแบบเรียลไทม์ผ่านคอมพิวเตอร์ในรถ และปรับเปลี่ยนสไตล์การขับขี่เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ดีที่สุด
ดูเพิ่มเติม