Q
ใครเป็นผู้ผลิต BYD Seal?
BYD Seal เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกลางของ BYD ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่จากจีน อยู่ในซีรีส์ Ocean ของ BYD ใช้เทคโนโลยี e-Platform 3.0 รุ่นล่าสุด มาพร้อมระบบแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงและฟังก์ชันช่วยขับอัจฉริยะ ในตลาดไทย Seal ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคด้วยดีไซน์ทันสมัย ระยะทางวิ่งไกล รุ่นบางรุ่นสูงกว่า 700 กม. และเข้าข่ายรับสิทธิ์อุดหนุนรถไฟฟ้าของไทย รัฐบาลไทยส่งเสริมการใช้รถไฟฟ้า BYD ร่วมกับดีลเลอร์ท้องถิ่นเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการในกรุงเทพและเมืองหลักเพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงประสบการณ์และบริการหลังการขาย BYD ในฐานะบริษัทรถไฟฟ้าชั้นนำระดับโลก มีเทคโนโลยีและเครือข่ายทั่วโลกให้ผู้บริโภคไทยมั่นใจ Seal ใช้แบตเตอรี่ใบมีดผ่านการทดสอบความปลอดภัย เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย เมื่อโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จครบครัน รถประสิทธิภาพสูงอย่าง BYD Seal มีแนวโน้มเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการเดินทางสีเขียวในไทย
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
ต้นทุนต่อกิโลเมตรของ BYD Seal คือเท่าไหร่?
BYD Seal เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ค่าใช้สอยต่อกิโลเมตรขึ้นอยู่กับอัตราการใช้ไฟฟ้าและค่าไฟ จากข้อมูลทางการ รถรุ่นนี้ใช้ไฟฟ้าเฉลี่ย 12.5-14.5 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร เมื่อคำนวณด้วยค่าไฟเฉลี่ยปัจจุบันที่ประมาณ 4-5 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง จะพบว่าค่าไฟต่อกิโลเมตรอยู่ที่ประมาณ 0.5-0.7 บาท ซึ่งถูกกว่ารถน้ำมันแบบเดิมที่ต้องเสียค่าเชื้อเพลิง 3-5 บาทต่อกิโลเมตรอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม อัตราการใช้ไฟฟ้าจริงอาจแตกต่างกันไปตามพฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และการใช้เครื่องปรับอากาศ เช่น การเร่งเครื่องบ่อยๆ หรือการติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วนอาจทำให้ใช้ไฟมากขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับรถน้ำมันระดับเดียวกัน รถไฟฟ้ายังมีค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่าเพราะไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องหรือหัวเทียน ทำให้ประหยัดกว่าในระยะยาว ส่วนการชาร์จไฟ นอกจากจะชาร์จที่บ้านได้แล้ว ปัจจุบันสถานีชาร์จเร็วสาธารณะก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยชาร์จได้ 80% ในเวลาเพียง 30 นาที ทำให้สะดวกสบายมากขึ้น สำหรับสภาพอากาศร้อนของไทย แบตเตอรี่รถไฟฟ้าทำงานได้ปกติแต่แนะนำให้จอดในที่ร่มเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ และเมื่ออุตสาหกรรมรถไฟฟ้าในประเทศพัฒนามากขึ้น ราคารถและค่าใช้จ่ายในการชาร์จก็มีแนวโน้มจะลดลงอีกในอนาคต
Q
"ราคา BYD Seal รุ่น 7 ที่นั่งคือเท่าไหร่?"
ขณะนี้ BYD ยังไม่มีรุ่น Seal แบบ 7 ที่นั่งนะครับ รุ่นนี้ทั้งในตลาดจีนและต่างประเทศเน้นตำแหน่งเป็นรถสปอร์ตซีดาน 5 ที่นั่งเท่านั้น มีทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหลังและแบบสี่ล้อขับเคลื่อน ถ้าต้องการรถพลังงานสะอาดแบบ 7 ที่นั่ง ลองดูรุ่น Tang EV หรือ Denza D9 ที่เป็นรถ MPV แบบไฟฟ้า100%/ไฮบริดได้นะครับ รุ่นเหล่านี้จำหน่ายในไทยผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ราคาอยู่ที่ประมาณ 2-3 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และความจุแบตเตอรี่
รถพลังงานสะอาดในไทยได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ทำให้ราคาสุดท้ายอาจแข่งขันกว่ารถน้ำมัน แนะนำให้ตรวจสอบราคาล่าสุดและทดลองขับผ่านช่องทางทางการนะครับ
ปัจจุบันสถานีชาร์จไฟขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในห้างสรรพสินค้าและสถานีบริการทางด่วน ปัญหาเรื่องระยะทางลดลงไปมาก เวลาเลือกซื้อนอกจากจำนวนที่นั่งแล้ว ควรพิจารณาการใช้งานประจำวันด้วย เช่น ความถี่ในการใช้รถครอบครัว ความสะดวกในการชาร์จไฟ โดยรถไฟฟ้า100% เหมาะกับผู้ที่มีจุดชาร์จประจำ ส่วนรถปลั๊กอินไฮบริดจะเหมาะกับการเดินทางไกลมากกว่า
Q
*ราคา BYD SEAL 2023 เท่าไหร่?
รถยนต์ไฟฟ้า BYD SEAL รุ่นปี 2023 ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 1,299,000 บาท ราคาอาจแตกต่างกันไปตามระดับความประณีตของตัวรถและอุปกรณ์เสริมที่เลือก โดยรถคูเป้ไฟฟ้ารุ่นนี้มาพร้อมสมรรถนะเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.8 วินาที และระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 700 กม. ตามมาตรฐาน CLTC ทำให้เป็นที่นิยมในตลาดรถ EV รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery ที่พัฒนาโดย BYD ซึ่งผ่านการทดสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รวมถึงรองรับระบบชาร์จเร็ว DC สูงสุด 150kW ที่สามารถชาร์จจาก 30% เป็น 80% ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที เหมาะสมกับเครือข่ายสถานีชาร์จเร็วที่แพร่หลายในประเทศไทย เมื่อเทียบกับรุ่นแข่งขันในระดับเดียวกัน อย่าง Tesla Model 3 แล้ว SEAL ให้สมรรถนะใกล้เคียงแต่ราคาจับต้องได้มากกว่า พร้อมฟีเจอร์เสริมความหรูหราอย่างหลังคากระจกพาโนรามาและระบบเสียงดิยาน่า 12 ลำโพง อย่างไรก็ดี ก่อนตัดสินใจซื้อแนะนำให้ติดต่อตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพื่อสอบถามโปรโมชั่นล่าสุด เพราะบางสาขาอาจมีบริการติดตั้งสถานีชาร์จฟรีหรือโปรไฟแนนซ์ดอกเบี้ยต่ำ โดยเฉพาะรุ่นพวงมาลัยขวาที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับตลาดไทย ผ่านมาตรฐานการจราจรและตำแหน่งคนขับที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง
Q
ข้อเสียของ BYD Seal
BYD Seal แม้จะมีข้อดีหลายประการ แต่ก็มีข้อด้อยบางจุด ในด้านภายในห้องโดยสารงานฝีมือในรายละเอียดยังต้องปรับปรุง รอยเย็บและข้อต่อไม่ละเอียดพอ การออกแบบมีความซับซ้อนเกินไปไม่เน้นความเรียบง่าย และแผงคอนโซลกลางที่ใช้ภาษาการออกแบบแบบมหาสมุทรศาสตร์เมื่อมองเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดความเมื่อยล้าทางสายตาและดูวุ่นวาย ระบบเสียงแม้ว่าบางรุ่นจะติดตั้งลำโพง Dynaudio แต่ฟังนานๆ แล้วยังขาดความน่าฟัง ผู้ที่ต้องการคุณภาพเสียงสูงอาจไม่พอใจ ด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ ระบบ Infotainment DiLink ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 690 ที่ประสิทธิภาพทั่วไปทำให้ระบบทำงานไม่เสถียรและไม่ลื่นไหล การสั่งงานด้วยเสียงยังขาดความยืดหยุ่น ประสบการณ์ระบบช่วยขับไม่ดี และเซ็นเซอร์ถอยหลังบางครั้งไม่ไวพอ การออกแบบกระจกหน้าต่างมีข้อจำกัดโดยเฉพาะกระจกหลังที่มีขนาดเล็กและไม่สามารถเลื่อนลงได้เต็มที่ส่งผลต่อความสะดวกในการใช้งาน หลังคาพาโนรามิคไม่สามารถเปิดได้ทุกรุ่นในฤดูร้อนที่มีแสงแดดจ้าอาจทำให้ภายในรถร้อน นอกจากนี้ยังมีปัญหาเสียงแอร์ดัง เบาะนั่งยุบ ระบบเครือข่ายรถยนต์ไม่ดี ระยะทางวิ่งไฟฟ้าสั้น เบาะนั่งเป็นสนิม มือจับประตูเสีย หลอดไฟแผงบังแดดเสียง่าย และช่วงล่างต่ำทำให้รถเสี่ยงถูกขูดขีดบ่อยครั้ง
Q
BYD Seal จัดอยู่ในกลุ่มเซกเมนต์ใด
BYD Seal จัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ระดับ D ซึ่งหมายความว่าเป็นรถยนต์นั่งขนาดกลางถึงใหญ่ รุ่นในระดับนี้มักมีขนาด ตัวเลือกอุปกรณ์ และสมรรถนะที่สูงกว่ารุ่นทั่วไป เพื่อมอบพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง อุปกรณ์ระดับไฮเอนด์ที่หลากหลาย และประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม จากสเปกรถ BYD Seal มีความยาว 4800 มิลลิเมตร ความกว้าง 1875 มิลลิเมตร และฐานล้อ 2920 มิลลิเมตร สร้างความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร ด้านสมรรถนะรุ่นต่างๆ มีการตอบสนองที่ดี เช่น รุ่น AWD Performance ที่เร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 3.8 วินาที นอกจากนี้รถยังติดตั้งระบบความปลอดภัยล้ำสมัยและอุปกรณ์ภายในที่เน้นความสะดวกสบายครบครัน ตอบโจทย์มาตรฐานสูงของรถระดับ D และความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการรถขนาดกลางถึงใหญ่ในทุกด้าน
Q
มูลค่าการขายต่อของ BYD Seal คืออะไร
BYD Seal ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้าล้วนรุ่นล่าสุดของ BYD มีมูลค่าตลาดรถมือสองในประเทศไทยอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจเนื่องจากความน่าเชื่อถือทางเทคโนโลยีในด้านพลังงานสะอาดการยอมรับในตลาดสูงและการรับประกันแบตเตอรี่จากทางบริษัทเป็นระยะเวลา 8 ปีหรือ 160000 กิโลเมตรช่วยรับประกันคุณภาพการใช้งานในรถมือสองได้ดี เมื่อเทียบกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในรุ่นเดียวกัน รถ EV ในตลาดมือสองไทยกำลังเติบโต โดยเฉพาะรุ่น Seal ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบใบมีดและระบบช่วยขับ DiPilot ที่ครบครันได้รับความสนใจสูง ข้อมูลจากแพลตฟอร์มซื้อขายรถมือสองในไทยแสดงให้เห็นว่ารถใช้ประมาณ 1 ปีจะมีอัตราการลดราคาประมาณ 15-20 เปอร์เซ็นต์ซึ่งสูงกว่ารถเครื่องยนต์สันดาป 2-3 เปอร์เซ็นต์ สำหรับรุ่นสูงหรือรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อจะมีอัตราการรักษามูลค่าที่ดีกว่า อย่างไรก็ตามราคามือสองจริงขึ้นอยู่กับสภาพรถระยะทางใช้งานสุขภาพแบตเตอรี่และช่องทางจำหน่ายที่ได้รับการรับรองแนะนำให้ใช้บริการประเมินราคาจากศูนย์ BYD ที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย นอกจากนี้มาตรการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า เช่น การลดภาษีซื้อ ยังช่วยเพิ่มมูลค่ารถมือสองอีกด้วยซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกสำหรับผู้ที่ต้องการขายต่อในไทย
Q
ประเภทเกียร์ของ BYD Seal คืออะไร
เกียร์ของ BYD Seal เป็นแบบ EV มีจำนวนเกียร์ 1 จัดเป็นเกียร์อัตราทดคงที่ ซึ่งมีโครงสร้างเรียบง่ายและประสิทธิภาพการส่งกำลังสูง ช่วยถ่ายทอดแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าไปยังล้อได้โดยตรง ลดการสูญเสียพลังงานในกระบวนการส่งกำลัง ส่งผลให้รถเร่งความเร็วได้ดีและเพิ่มระยะทางวิ่งได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนเกียร์ซับซ้อนเหมือนเกียร์ธรรมดา ทำให้การส่งกำลังระหว่างขับขี่ราบรื่นและนุ่มนวล มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ง่ายและสบาย เกียร์ประเภทนี้จึงนิยมใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าเพราะสามารถทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยดึงศักยภาพของรถไฟฟ้าออกมาได้อย่างเต็มที่
Q
ขนาด PCD ของ BYD Seal คืออะไร?
สำหรับชาวไทยที่กำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับการอัพเกรดหรือเปลี่ยนล้อให้กับ BYD Seal นะครับ ขอแจ้งสเปกล้อมาตรฐานของรุ่นนี้ให้ทราบกันก่อน PCD (ระยะห่างรูสลัก) ของ Seal จะอยู่ที่ 5x114.3 ซึ่งเป็นขนาดที่เราคุ้นเคยกันดีในตลาดเมืองไทย เพราะไปตรงกับรถญี่ปุ่นหลายรุ่นอย่าง Honda Accord หรือ Toyota Camry เลยทำให้หาล้อเปลี่ยนได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นล้อแบบ OEM หรือล้อแต่งจากแบรนด์หลังตลาดก็มีให้เลือกเพียบ
อีกเรื่องที่ต้องเช็คให้ชัวร์คือขนาด Center Bore (รูกลางล้อ) ของ BYD Seal จะอยู่ที่ 64.1 มม. ส่วนขนาดสลักที่แนะนำคือ M12x1.5 細節พวกนี้สำคัญมากนะครับ ถ้าไม่ตรงเป๊ะอาจมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยได้
สำหรับเพื่อนๆ คนไทยที่อยู่เมืองร้อนแบบเรา ขอแนะนำให้เลือกล้ออัลลอยแบบน้ำหนักเบานะครับ เพราะช่วยเรื่องการระบายความร้อนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเวลาขับเร็วหรือติดรถในกรุงเทพฯ จะรู้สึกถึงความแตกต่างชัดเจน แถมยังช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย!
Q
BYD Seal มี Apple CarPlay ไหม
BYD Seal รุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยปัจจุบันรองรับการใช้งาน Apple CarPlay โดยสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งแบบไร้สายและผ่านสาย USB ช่วยให้ผู้ขับเข้าถึงแอปนำทางเพลงและการสื่อสารบน iPhone ได้สะดวกขณะขับขี่โดยเฉพาะการใช้ Google Maps หรือ Apple Maps ที่เหมาะกับสภาพจราจรที่ซับซ้อนในกรุงเทพฯ อย่างมาก ทั้งนี้รถบางล็อตในช่วงแรกอาจต้องอัปเกรดระบบผ่าน OTA เพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชันอย่างสมบูรณ์จึงแนะนำให้ตรวจสอบเวอร์ชันซอฟต์แวร์กับศูนย์บริการขณะซื้อรถเพิ่มเติม ระบบอัจฉริยะ DiLink ของ BYD ยังผสานการทำงานกับแอปท้องถิ่นและระบบสั่งงานด้วยเสียงอย่างลึกซึ้งนอกจากจะรองรับ CarPlay แล้ว ยังมอบประสบการณ์ความบันเทิงภายในรถที่ครบครัน สำหรับผู้บริโภคชาวไทยโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้งานสมาร์ตโฟนเป็นหลัก การรองรับ CarPlay ทำให้ BYD Seal มีความได้เปรียบในการแข่งขันด้านความทันสมัยและความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน
Q
ยี่ห้อยางรถยนต์ของ BYD Seal คืออะไร
BYD Seal ที่จำหน่ายในประเทศไทยติดตั้งยางสมรรถนะสูงจากโรงงานโดยหลักเป็นยี่ห้อ Continental หรือ Michelin แล้วแต่รุ่นย่อยและล็อตการผลิต โดยรุ่นที่พบได้บ่อยคือ Continental EcoContact 6 และ Michelin Pilot Sport 4 ซึ่งเน้นความต้านทานการหมุนต่ำและความเงียบขณะขับขี่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนและฝนตกชุกในไทยรวมถึงการใช้งานบนถนนในเมืองเป็นหลัก เจ้าของรถในไทยควรให้ความสำคัญกับสมรรถนะในการรีดน้ำของยางในช่วงฤดูฝนโดยยางทั้งสองยี่ห้อให้แรงยึดเกาะที่ดีบนถนนเปียกลดความเสี่ยงการลื่นไถลจากฝนตกบ่อยโดยเฉพาะในกรุงเทพ หากต้องการเปลี่ยนยางสามารถเลือกยางระดับใกล้เคียงที่หาซื้อได้ง่ายในไทยเช่น Bridgestone Turanza หรือ Goodyear EfficientGrip แต่ควรรักษาขนาดตามที่โรงงานระบุไว้คือ 235 45 R19 หรือ 245 40 R20 เพื่อให้ระยะทางขับขี่และการควบคุมรถคงประสิทธิภาพที่ดี การตรวจเช็กลมยางเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะกับรถไฟฟ้าแนะนำให้ตรวจอย่างน้อยเดือนละครั้งในช่วงอากาศร้อนของไทยลมยางมักเพิ่มขึ้นเองตามอุณหภูมิ ควรรักษาระดับที่ 24 ถึง 25 บาร์ขณะยางเย็นเพื่อสมดุลทั้งความสบายและประสิทธิภาพพลังงาน
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
ราคาของ Porsche Cayenne 2020 คือเท่าไหร่?
ช่วงราคาแนะนำอย่างเป็นทางการของปอร์เช่ Cayenne รุ่นปี 2020 อยู่ระหว่าง 913,000 ถึง 2,438,000 หยวน โดยมีราคาที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดในแต่ละรุ่นย่อยที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ต่างกัน โดยรุ่น 3.0T มีราคาแนะนำจากผู้ผลิตเริ่มต้นที่ 918,000 หยวน ในขณะที่ราคารถเปล่าจริงสามารถลดลงได้ถึง 650,000 หยวน;รุ่น S 2.9T มีราคาแนะนำอย่างเป็นทางการ 1,158,000 หยวน และราคาสุทธิหลังรวมภาษีรถยนต์ ประกันภัย และค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้วอยู่ที่ประมาณ 1,291,400 หยวน;รุ่น S Coupe 2.9T มีราคาแนะนำอย่างเป็นทางการ 1,236,000 หยวน;รุ่น Turbo 4.0T มีราคาแนะนำอย่างเป็นทางการ 1,840,000 หยวน และราคาสุทธิหลังรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดมักจะสูงกว่า 2,058,000 หยวน นอกจากนี้ ราคารถยังอาจได้รับผลกระทบจากอุปกรณ์เสริมที่เลือกติดตั้ง (เช่น ชุดแต่งภายนอก การอัปเกรดภายใน ฯลฯ) และนโยบายการลดราคาของตัวแทนจำหน่ายในแต่ละพื้นที่ จึงแนะนำให้ผู้ซื้อสอบถามราคาที่แน่นอนจากตัวแทนจำหน่ายในท้องถิ่นก่อนตัดสินใจซื้อ รถรุ่นนี้เป็นที่นิยมในตลาด SUV หรูในช่วงเวลานั้น เนื่องจากมีตัวเลือกเครื่องยนต์ที่หลากหลาย อุปกรณ์ที่หรูหรา และประสิทธิภาพการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม
Q
รถปอร์เช่คาเยนน์ปี 2020 มีความน่าเชื่อถือหรือไม่?
Porsche Cayenne ปี 2020 มีความน่าเชื่อถือโดยรวมดีเยี่ยม ติดอันดับต้นๆ ในอุตสาหกรรม จากข้อมูลที่เชื่อถือได้ อัตราการเกิดปัญหาต่อรถยนต์ 100 คันนั้นต่ำ เทียบได้กับแบรนด์ชั้นนำ คุณภาพทางกลไกมีความเสถียร และระบบส่งกำลัง (เช่น เครื่องยนต์ 3.0T, 2.9T และ 4.0T) ก็มีความน่าเชื่อถือ ตัวถังและคุณสมบัติด้านความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานแบรนด์หรู แสดงให้เห็นถึงความทนทานในระยะยาว อย่างไรก็ตาม เจ้าของบางรายรายงานปัญหาเล็กน้อย เช่น การทำงานผิดปกติของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นครั้งคราว (เช่น การตอบสนองของหน้าจอสัมผัสช้า) เสียงเบรก และความล้มเหลวของชิปบนเมนบอร์ดในบางกรณี ปัญหาเหล่านี้โดยทั่วไปจะได้รับการแก้ไขผ่านบริการรับประกันอย่างเป็นทางการ โดยสรุปแล้ว Cayenne ปี 2020 มีความน่าเชื่อถือโดยทั่วไป แต่ควรระวังปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางอย่าง การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้มั่นใจได้ถึงความเสถียรมากยิ่งขึ้น
Q
"ความแตกต่างระหว่าง Porsche Cayenne 2020 และ Cayenne S คืออะไร?"
ความแตกต่างหลักระหว่าง Porsche Cayenne และ Cayenne S รุ่นปี 2020 อยู่ที่สมรรถนะของเครื่องยนต์ ราคา ฟีเจอร์ และรายละเอียดการออกแบบ ประการแรกคือเครื่องยนต์: Cayenne รุ่นมาตรฐานใช้เครื่องยนต์ V6 เทอร์โบเดี่ยว 3.0 ลิตร ในขณะที่ Cayenne S ใช้เครื่องยนต์ V6 เทอร์โบคู่ 2.9 ลิตร ให้กำลังมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด—Cayenne S มีความเร็วสูงสุด 259 กม./ชม. และเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.5 วินาที ให้การเร่งความเร็วและการตอบสนองของกำลังในช่วงกลางที่ดีกว่ารุ่นมาตรฐาน ในส่วนของราคา Cayenne 3.0 มีราคาแนะนำอยู่ที่ 7,900,000 บาทในตลาดไทย ในขณะที่ Cayenne S มีราคา 9,400,000 บาท ซึ่งสะท้อนถึงสมรรถนะและฟีเจอร์ที่ได้รับการอัพเกรด ในด้านคุณสมบัติ Cayenne S โดดเด่นด้วยระบบเบรกที่ล้ำหน้ากว่า (เช่น คาลิเปอร์เบรกหน้าแบบโมโนบล็อกอะลูมิเนียม 6 ลูกสูบ) และการปรับแต่งแชสซีที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมและประสิทธิภาพการเบรก คุณสมบัติขั้นสูงบางอย่างอาจเป็นมาตรฐานหรือมีให้เลือกเป็นอุปกรณ์เสริมในรุ่น S ในแง่ของรายละเอียดภายนอก ทั้งสองรุ่นแตกต่างกันในเรื่องขนาดของยาง (Cayenne S ใช้ยางหน้าขนาด 255/55R18) และตราสัญลักษณ์ด้านหลัง โดยรุ่น S จะดูสปอร์ตและโดดเด่นกว่า โดยรวมแล้ว Cayenne เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่มองหาความสมดุลระหว่างความหรูหราและการใช้งานจริง ในขณะที่ Cayenne S มุ่งเป้าไปที่ผู้บริโภคที่ต้องการสมรรถนะที่สูงกว่าและยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อกำลังที่มากขึ้นและคุณสมบัติขั้นสูง
Q
"รถ Porsche Cayenne รุ่นปี 2020 เร็วแค่ไหน?
ประสิทธิภาพความเร็วของ Porsche Cayenne ปี 2020 มีความแตกต่างกันในแต่ละเวอร์ชัน โดยรุ่นเบสิค 3.0T มีความเร็วสูงสุดถึง 245 กิโลเมตรต่อชั่วโมง;รุ่น Cayenne S 2.9T มีความเร็วสูงสุดเพิ่มขึ้นถึง 265 กิโลเมตรต่อชั่วโมง;รุ่น Turbo 4.0T ขับเคลื่อนด้วยกำลังขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งมากขึ้น มีความเร็วสูงสุดถึง 286 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเวลาเร่งความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพียง 3.9 วินาที;นอกจากนี้ รุ่น Turbo 4.8 ลิตร มีความเร็วสูงสุด 279 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเวลาเร่งความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 4.5 วินาที
ข้อมูลประสิทธิภาพเหล่านี้มาจากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ตุอร์โบชาร์จที่มีประสิทธิภาพสูง ที่ทั้งตอบสนองความต้องการความสะดวกสบายของ SUV ลักซ์ และแสดงประสิทธิภาพการขับเคลื่อนที่ใกล้เคียงกับรถสปอร์ต พร้อมแสดงข้อได้เปรียบในการออกแบบด้านความสมดุลระหว่างกำลังขับเคลื่อนและการควบคุมรถ
Q
เครื่องยนต์ที่อยู่ในรถ Porsche Cayenne ปี 2020 คืออะไร?
Porsche Cayenne ปี 2020 มีตัวเลือกเครื่องยนต์หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน รุ่นพื้นฐานมาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.0 ลิตร (บางรุ่นเป็นแบบซูเปอร์ชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 333 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร บางรุ่นเป็นแบบเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 250 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร) รุ่น Cayenne S มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ทวินเทอร์โบชาร์จ ขนาด 2.9 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 440 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร รุ่นสมรรถนะสูง Cayenne Turbo มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบชาร์จ ขนาด 4.0 ลิตร หรือ 4.8 ลิตร โดยรุ่น 4.0T ให้กำลังสูงสุด 550 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 770 นิวตันเมตร และรุ่น 4.8T ให้กำลังสูงสุด 520 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร นอกจากนี้ยังมีรุ่นปลั๊กอินไฮบริด เช่น Cayenne S E-Hybrid ซึ่งใช้ระบบปลั๊กอินไฮบริดที่มีกำลังสูงสุดรวม 416 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 590 นิวตันเมตร ทุกรุ่นติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ Tiptronic S 8 สปีด ช่วยให้การส่งกำลังราบรื่นและตอบสนองฉับไว สมดุลระหว่างสมรรถนะแบบสปอร์ตและความสะดวกสบายในการขับขี่
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

BYD Seal 05 DM-i จะเปิดตัวในเดือนสิงหาคม เทคโนโลย DM-i รุ่นที่ 5 สามารถวิ่งไกล 2000 กิโลเมตร
พงศธรMay 14, 2025

BYD ด้วย Seal คว้ารางวัล EV ยอดเยี่ยมประจำปีในประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง
Kevin WongMar 6, 2025

ภาพเปิดตัวของ BYD Seal 05 DM-i: การเทคโนโลยี DM รุ่นที่ห้า, ระบบ Hybrid เครื่องยนต์ 1.5L!
LienDec 10, 2024

BYD SEAL รุ่นใหม่ที่จะมาถึงเร็วๆนี้ เพิ่มเสาเลเซอร์ขั้วคู่ ความเร็วสูงสุดเพิ่มเป็น 240 กม./ชม.
ธนวัฒน์Nov 22, 2024

"BYD Seal 06 GT เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีน ในอนาคตอาจจะนำเข้ามาขายในประเทศ"
AshleyOct 21, 2024
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย