รูป Ford

รีวิว 2020 Ford Ranger Standard Cab 2.2L XL 6MT

2020 Ford Ranger Standard Cab 2.2L XL 6MTเป็นรถกระบะสำหรับระดับเริ่มต้นแบบขับเคลื่อนล้อหลังที่เน้นความทนทาน ความประหยัดเชื้อเพลิง และความปลอดภัยที่มั่นใจได้ ออกแบบมาเพื่อเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก/ผู้ใช้งานในชนบทสำหรับบรรทุกของและการขับขี่แบบออฟโรดเบา ๆ
รูป Ford Ranger
รูป Ford Ranger
รูป Ford Ranger
รูป Ford Ranger
รูป Ford Ranger
THB 559,000
2020 Ford Ranger Standard Cab 2.2L XL 6MT
เซกเมนท์
4x4
ตัวถัง
Pickup
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.2
ระบบเกียร์
MT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

รถกระบะถือเป็นที่ต้องการในตลาดประเทศไทย โดยเฉพาะรุ่นเริ่มต้นที่ผสมผสานระหว่างความสามารถในการบรรทุกสัมภาระและสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดพื้นฐาน เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ประกอบอาชีพร้านค้าขนาดเล็กและผู้ใช้งานในพื้นที่ชนบท Ford Ranger Standard Cab 2.2L XL 6MT รุ่นปี 2020 เปิดตัวในตลาดรถกระบะกลุ่มเริ่มต้น 4x2 ด้วยราคาที่ 559,000 บาท (หมายเหตุ: ข้อมูลระบุระบบขับเคลื่อนว่า 'ขับเคลื่อนล้อหลัง' ไม่ใช่ 4x4) จุดขายหลักคือความทนทาน ประหยัดน้ำมัน และอุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐาน การทดสอบการขับขี่ครั้งนี้เรามุ่งเน้นตรวจสอบความสามารถหลักในการเป็น 'รถใช้งาน' คือ ความสะดวกในการบรรทุกสัมภาระในชีวิตประจำวัน การรับมือกับถนนลูกรัง และการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านน้ำมัน รวมถึงความเพียงพอของอุปกรณ์พื้นฐานที่ตอบสนองการใช้งานจริง

การออกแบบภายนอกเป็นสไตล์รถกระบะที่เน้นความแข็งแกร่งและเรียบง่าย ไม่มีองค์ประกอบที่หวือหวา ด้านหน้ากระจังหน้าแบบสี่เหลี่ยมคางหมูซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของครอบครัว Ranger พร้อมกันชนหน้าพลาสติกสีดำ เส้นสายโดยรวมดูตรงและแข็งแกร่ง เน้นความใช้งานจริง — แผ่นกันกระแทกสีดำด้านล่างกันชนช่วยลดความเสียหายจากการขูดขีดในสภาพการขับขี่ออฟโรดเบาๆ ด้านข้างตัวรถเป็นการออกแบบห้องโดยสารแบบตอนเดียว ขอบกระบะมีความสูงพอเหมาะ ทำให้สะดวกต่อการบรรทุกสัมภาระ ล้อขนาด 215/70 R16 เป็นทางเลือกที่คำนึงถึงทั้งการใช้งานบนถนนและการขับขี่ในถนนลูกรังเบาๆ ยางที่มีแก้มยางหนาช่วยเพิ่มความทนทานต่อการเจาะ ซึ่งเหมาะกับตำแหน่งของรถกระบะใช้งาน ด้านท้ายรถมีการออกแบบเรียบง่าย ไฟท้ายแนวตั้งช่วยเพิ่มความโดดเด่น ขอบกระบะท้ายมีตัวเกี่ยวสำหรับรัดสัมภาระ ทำให้การออกแบบภายนอกให้ความรู้สึกที่เน้นใช้งานอย่างแท้จริง ไม่มีการตกแต่งที่เกินจำเป็น

ภายในรถเน้นการใช้งานเป็นหลัก โทนสีโดยรวมเป็นพลาสติกแข็งสีเทาเข้ม แม้ว่าสัมผัสจะดูแข็งกระด้าง แต่มีคุณสมบัติที่ทนต่อคราบสกปรกและรอยขีดข่วน ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานบรรทุกบ่อยครั้งหรือการใช้งานกลางแจ้ง แผงคอนโซลออกแบบให้เรียบง่าย ปุ่มกดแบบฟิสิคัลมีขนาดใหญ่ แม้สวมถุงมือก็สามารถใช้งานได้โดยไม่สัมผัสผิดพลาด ระบบปรับอากาศเป็นแบบปรับมือ หมุนได้ลื่นไหล มีความง่ายดายและตรงไปตรงมา สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ ความปลอดภัยเป็นจุดเด่น — หมอนนิรภัยส่วนหัวสำหรับที่นั่งด้านหน้าและด้านหลัง (ถึงแม้เป็นรุ่นตอนเดียว แต่หากมีผู้โดยสารชั่วคราวในพื้นที่กระบะก็สามารถเพิ่มความปลอดภัยได้) และระบบเตือนเมื่อไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยเป็นคุณสมบัติมาตรฐาน ซึ่งถือว่าค่อนข้างคุ้มค่าในกลุ่มรถกระบะเริ่มต้นราคานี้ อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์บันเทิงมีความพื้นฐาน มีเพียงเครื่องรับวิทยุและพอร์ต USB ที่ช่วยให้ฟังเพลงได้ในระดับพื้นฐาน แต่ถ้าต้องการอุปกรณ์เทคโนโลยีเพิ่มเติม ผู้ใช้อาจรู้สึกไม่เพียงพอ

ในด้านพื้นที่ใช้งาน ห้องโดยสารแบบตอนเดียวมีพื้นที่นั่งที่กว้างขวางเพียงพอ — ผู้โดยสารที่มีความสูง 175 ซม. เมื่อนั่งที่เบาะคนขับ จะยังมีระยะเหนือศีรษะประมาณหนึ่งกำปั้นสองนิ้ว พื้นที่ระหว่างขาก็ไม่คับแคบ เบาะนั่งทำจากผ้าหุ้มวัสดุแบบทอ มีความแข็งเล็กน้อยแต่รองรับได้ดี ขับนานๆ ก็ไม่เมื่อยล้า ขนาดกระบะท้ายถือเป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบหลักของรถรุ่นนี้ การออกแบบตอนเดียวช่วยเพิ่มพื้นที่กระบะให้ยาวขึ้น ทดสอบจริงสามารถใส่พาเลทพลาสติกขนาดมาตรฐานได้ 2 ชิ้น หรือวัสดุก่อสร้างจำนวนมากได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานขนส่งของเจ้าของร้านค้าขนาดย่อม ด้านช่องเก็บของในห้องโดยสาร ร่องเก็บของด้านข้างประตูสามารถใส่ขวดน้ำขนาดใหญ่ได้ ส่วนช่องเก็บของเล็กที่ใต้คอนโซลกลางสามารถวางโทรศัพท์หรือเอกสารไว้ได้ ความสามารถในการจัดเก็บสิ่งของตอบสนองการใช้งานในรถกระบะได้อย่างครบถ้วน

ระบบขับเคลื่อนติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร 4 สูบ จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ข้อมูลพละกำลังสูงสุดและแรงบิดของเครื่องยนต์แม้จะไม่โดดเด่นเป็นพิเศษ แต่ข้อได้เปรียบของแรงบิดต่ำในเครื่องยนต์ดีเซลนั้นโดดเด่นมาก — แม้จะบรรทุกสินค้าประมาณ 500 กิโลกรัมในกระบะท้าย ก็ไม่มีปัญหากำลังไม่เพียงพอหากควบคุมจุดยกคลัตช์ได้ดี เมื่อเร่งแซงบนถนนในชนบท เมื่อลดเกียร์และรอบเครื่องถึง 2,000 รอบต่อนาที แรงบิดที่ปล่อยออกมานั้นมีความสม่ำเสมอ ทำให้สามารถแซงได้อย่างราบรื่น เกียร์เปลี่ยนตำแหน่งได้ชัดเจน มีระยะการเปลี่ยนเกียร์ที่เหมาะสม แม้ว่าการเข้าเกียร์อาจไม่ได้ให้ความรู้สึกหนักแน่นมากนัก แต่การปรับจูนแบบนี้เหมาะสำหรับรถใช้งานมากกว่า โหมดการขับขี่มีเพียงโหมดมาตรฐานเท่านั้น ไม่มีตัวเลือกเพิ่มเติม ซึ่งเหมาะสมกับตำแหน่งการใช้งานของรถ

การควบคุมและประสิทธิภาพของช่วงล่างเน้นที่ความแข็งแกร่ง พวงมาลัยมีน้ำหนักปรับที่ค่อนข้างหนัก การทรงตัวขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงทำได้ดี ไม่รู้สึกว่าสั่นหรือเปลี่ยนทิศทางง่าย การเคลื่อนรถด้วยความเร็วต่ำอาจต้องออกแรงบ้าง แต่สำหรับผู้ที่ขับปิกอัพเป็นประจำ ไม่ใช่ปัญหาสำคัญ ระบบช่วงล่างเป็นแบบ MacPherson ด้านหน้า + ระบบแหนบแผ่นเหล็กที่ด้านหลัง ซึ่งเป็นโครงสร้างคลาสสิกของปิกอัพ — แหนบแผ่นเหล็กด้านหลังให้สามารถบรรทุกน้ำหนักได้ดี แม้การบรรทุกเต็มพิกัด ด้านหลังรถจะไม่ทรุดลงมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อขับขี่บนถนนปูพื้น การกรองการสั่นสะเทือนเล็กน้อยของช่วงล่างด้านหลังอาจทำได้ไม่ดีนัก และเมื่อผ่านลูกระนาด การสั่นสะเทือนจะถ่ายทอดไปถึงห้องโดยสารโดยตรง แต่เมื่อคำนึงถึงการออกแบบเพื่อการบรรทุกน้ำหนัก นี่เป็นการปรับจูนที่มีเหตุผล

ความประหยัดเชื้อเพลิงเป็นหนึ่งในจุดเด่นของรถคันนี้ อัตราการบริโภคเชื้อเพลิงโดยรวมตามคำกล่าวอ้างของผู้ผลิตอยู่ที่ 7.6 ลิตร/100 กม. การทดสอบจริงสองสถานการณ์: การขับขี่บนถนนโล่งโปร่งโดยไม่มีการบรรทุก (ความเร็ว 60–80 กม./ชม.) อัตราการใช้น้ำมันอยู่ที่ประมาณ 6.8 ลิตร/100 กม.; การขับขี่ที่บรรทุกสินค้าน้ำหนัก 500 กิโลกรัมภายใต้เงื่อนไขถนนผสม (30% เมือง + 70% ถนนในชนบท) อยู่ที่ประมาณ 8.2 ลิตร/100 กม. โดยรวมอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันสอดคล้องกับความคาดหมายของปิกอัพดีเซล สำหรับผู้ใช้ที่บรรทุกสินค้าประจำ ค่าเชื้อเพลิงสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลได้ ด้านประสิทธิภาพการเบรก ใช้การผสมผสานระหว่างจานดิสก์เบรกล้อหน้าและดรัมเบรกล้อหลัง แป้นเบรกมีระยะกดที่เหมาะสม การตอบสนองของเบรกเรียบเมื่อไม่มีการบรรทุก และเมื่อบรรทุกหนัก ต้องเหยียบเบรกไว้ก่อน แต่ภาพรวมการเบรกยังมีความปลอดภัยที่เพียงพอสำหรับรถที่ออกแบบเพื่อการใช้งาน

ด้านความสะดวกสบายขณะขับขี่ เนื่องจากเป็นรถที่เน้นการใช้งานเป็นหลัก จึงไม่สามารถคาดหวังว่าจะเหมือนรถยนต์ส่วนบุคคลได้ เสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ดีเซลในขณะเดินเบาค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องโดยสารที่สามารถได้ยินเสียงของเครื่องยนต์ดีเซลดัง “แป๊กแป๊ก” อย่างชัดเจน หลังความเร็ว 80 กม./ชม. เสียงลมและเสียงยางจะเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ แต่ในกลุ่มปิกอัพที่มีราคาใกล้เคียงกัน ถือว่าอยู่ในระดับปกติ เบาะนั่งแม้ว่าจะค่อนข้างแข็ง แต่ให้การรองรับที่ดี แม้จะขับต่อเนื่อง 2 ชั่วโมงก็ไม่ทำให้รู้สึกปวดหลังหรือเมื่อยล้า เครื่องปรับอากาศสามารถทำความเย็นได้อย่างรวดเร็ว แม้ในสภาพอากาศร้อนถึง 35 ℃ ในประเทศไทย อุณหภูมิในห้องโดยสารสามารถลดลงได้ภายในเวลาเพียง 10 นาที ซึ่งเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ใช้ที่ทำงานกลางแจ้งบ่อยครั้ง

โดยสรุป Ford Ranger Standard Cab 2.2L XL 6MT รุ่นปี 2020 มีจุดเด่นที่ชัดเจน: ราคาที่เอื้อมถึงได้ ความสามารถในการบรรทุกที่ใช้งานได้จริง ความประหยัดเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ดีเซล และระบบความปลอดภัยพื้นฐานที่สมเหตุสมผล นอกจากนี้ การออกแบบแบบตอนเดียว + ขับล้อหลัง (ไม่ใช่ 4x4) ผสมผสานความคล่องตัวบนถนนปูพื้นและความสามารถผ่านถนนขรุขระระดับเบาได้อย่างลงตัว เมื่อเปรียบเทียบกับ Toyota Hilux Single Cab รุ่นเริ่มต้นในราคาเดียวกัน ยังมีการติดตั้งถุงลมนิรภัยที่ครบครันกว่า ในขณะที่เปรียบเทียบกับ Isuzu D-Max Single Cab พื้นที่กระบะท้ายของมันก็มีความได้เปรียบเล็กน้อย ในขณะที่ความประหยัดน้ำมันก็ไม่ได้ด้อยกว่า

รถคันนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความสะดวกสบายหรือเทคโนโลยีขั้นสูง กลุ่มเป้าหมายของมันชัดเจนมาก: เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการรถเครื่องมือที่เชื่อถือได้ (เช่น ใช้ขนวัสดุก่อสร้างหรือผลิตผลทางการเกษตร), ผู้ที่อาศัยอยู่ในชนบทที่ต้องการรถที่สามารถใช้งานในครัวเรือนและขนส่งสินค้าได้, หรือผู้ใช้ที่ต้องการใช้งานออฟโรดเล็กน้อยเป็นครั้งคราว (เช่น ในสถานที่ก่อสร้าง หรือเส้นทางในสวนผลไม้) หากคุณต้องการรถกระบะที่ "ทำงานได้ดี, ไม่เรื่องมาก, ค่าใช้จ่ายต่ำ" มันสามารถตอบสนองความต้องการของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่หากคุณต้องการความหรูหราในอุปกรณ์หรือประสิทธิภาพทางออฟโรดอย่างแท้จริง Ranger รุ่นเริ่มต้นนี้อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด

โดยรวมแล้ว Ford Ranger Standard Cab 2.2L XL 6MT รุ่นปี 2020 เป็นรถเครื่องมือที่ "มุ่งเน้นการใช้งานจริงอย่างแท้จริง" ไม่มีฟังก์ชันที่เกินความจำเป็น แต่กลับตอบโจทย์ "ขนของ, ทนทาน, ประหยัด" ได้อย่างดีเยี่ยม สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเพื่อนคู่ใจที่เชื่อถือได้เพื่อร่วมฝ่าฟัน รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า

ข้อดี
รูปลักษณ์ที่แข็งแรงดึงดูดสายตา การออกแบบทรงกล่องที่โดดเด่นสะดุดตา
เครื่องยนต์ดีเซล 2.2T พร้อมระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด มีแรงบิดต่ำที่แข็งแกร่ง สามารถไต่เขาและหลุดพ้นจากอุปสรรคได้ดี
ฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ใช้งานได้จริง ระบบควบคุมเสถียรภาพของรถทำงานได้ทันเวลา พร้อมม่านนิรภัยช่วยเพิ่มความปลอดภัย
ข้อเสีย
การตกแต่งภายในหยาบ มีความรู้สึกเหมือนพลาสติก เบาะผ้าร้อนและอับชื้นง่าย
ความรู้สึกในการเปลี่ยนเกียร์ไม่ราบรื่น ส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งาน
สีรถบาง ง่ายต่อการเกิดรอยขีดข่วน ค่าใช้จ่ายในการซ่อมสีสูง
คะแนนรวม
4.3
ดีเยี่ยม
จาก 5 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.4 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.8 / 5
ความปลอดภัย
4.0 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.2 / 5
แสดงรีวิว 5 รายการ
5 ดีเยี่ยม
รถแต่ง
เจ้าของ 2020 Ford Ranger Standard Cab 2.2L XL 6MT
รูปลักษณ์ภายนอกของมันเท่มาก! ขับไปที่ไซต์ก่อสร้างแล้วได้อัตราการหันมองสูงกว่ารถ G-Class ของเจ้านายอีก แต่การตกแต่งภายในหยาบเหมือนไม้ที่ยังไม่ได้ขัดเลย!
4 ดีเยี่ยม
สายชมพู
เจ้าของ 2020 Ford Ranger Standard Cab 2.2L XL 6MT
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากฝนตกหนัก ฉันขับรถคันนี้ขึ้นถนนบนภูเขานอกตัวเมืองเชียงใหม่ เครื่องยนต์ดีเซล 2.2T + เกียร์ธรรมดา 6 สปีด มีแรงบิดต่ำที่ทรงพลังจริงๆ เปลี่ยนเป็นเกียร์ 2 เพื่อขับขึ้นได้โดยไม่ยากนัก แค่การเปลี่ยนเกียร์ยังรู้สึกติดขัดเล็กน้อย แต่เมื่อถนนลื่นตอนฝนตก ระบบควบคุมการทรงตัวของรถก็ทำงานรวดเร็ว เช่นเดียวกับระบบเตือนเมื่อไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัยด้านหน้าและหลังที่ทำให้ฉันรู้สึกมั่นใจ ด้านความปลอดภัยให้ 4 คะแนน อย่างไม่เสียเปรียบ ส่วนภายนอก รูปทรงกล่องสี่เหลี่ยมดูแข็งแรง แต่สีรถค่อนข้างบาง หลังจากโดนขูดตอนขึ้นเขา ค่าใช้จ่ายในการซ่อมสีจึงสูง ให้คะแนน 4 เท่าเดิม
5 ดีเยี่ยม
สายดริฟท์
เจ้าของ 2020 Ford Ranger Standard Cab 2.2L XL 6MT
สัปดาห์ที่แล้ว ฝนตกหนักจนพัดถนนชั่วคราวในไซต์งานชานเมืองพัง ฉันขับ Ranger ไปส่งของ เครื่องยนต์ดีเซล 2.2T ใช้งานได้อย่างราบรื่นบนเนินเขาที่เต็มไปด้วยโคลน แค่เหยียบคลัตช์ก็สามารถคุมรอบเครื่องยนต์ได้ การจับคู่ที่แม่นยำของเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำให้ออกจากสถานการณ์ลำบากได้ดีกว่าเกียร์อัตโนมัติของเพื่อนร่วมงาน ฝนที่กระหน่ำลงบนยางขนาด 215/70 R16 ไม่ส่งผลต่อพวงมาลัย ซึ่งทำให้การขับขี่มั่นคง เพียงแค่กระจังหน้าสีดำด้านหน้ามีคราบโคลนที่ทำให้ดูเก่า เมื่อเข้าสู่ห้องโดยสาร พลาสติกสีเทาภายในที่เลอะรอยนิ้วมือโคลนสามารถลบออกได้ง่าย ปุ่มควบคุมกลางคอนโซลใช้งานได้สะดวกแม้มองไม่เห็น แต่วัสดุผ้าหุ้มเบาะที่ชื้นหน่อยทำให้อาจรู้สึกอบอ้าว
4 ดีเยี่ยม
สายแรง
เจ้าของ 2020 Ford Ranger Standard Cab 2.2L XL 6MT
รถกระบะ Ranger ดีเซล 2.2 เกียร์ธรรมดาคันนี้ใช้งานมาเกือบสามปีแล้ว คล่องตัวกว่ารุ่นสี่ประตูเวลาวิ่งในเมืองหรือจอดในซอกแคบ ๆ แอร์เย็นพอ แม้รถติดในฤดูร้อนก็ไม่เป็นปัญหา เกียร์ธรรมดาเร่งแซงง่าย แค่เหยียบคันเร่งก็พุ่ง ได้ทั้งบรรทุกของหรือไต่เขาก็ยังนิ่งดี แค่ภายนอกตกแต่งด้วยโครเมียมไม่มาก แต่ความทนทานเท่านั้นที่สำคัญ คุ้มค่ากับราคาแน่นอน!
4 ดีเยี่ยม
สายแซง
เจ้าของ 2020 Ford Ranger Standard Cab 2.2L XL 6MT
รถกระบะคันนี้ภายในสบายมาก! พวงมาลัยจับถนัดมือมาก ขับนานๆก็ไม่ปวดหลัง น่าประทับใจสุดๆ!
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.2
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
2198
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันดีเซล
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
7.6
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
MT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
ขนาดยางหน้า
215/70 R16
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
4x4
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

“อะไรคือความแตกต่างระหว่าง 2024 และ 2025 Ranger?”

2024 Ranger ผลิตที่ไหน?

“2024 Ranger ใหญ่ขึ้นไหม?”