รีวิว 2021 Ford Ranger XLT





ตลาดรถกระบะในประเทศไทยในปี 2021 ยังคงมีการแข่งขันที่ดุเดือด โดยผู้บริโภคยังคงมีความต้องการรถที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งในด้านการใช้งานและความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดเบื้องต้น Ford Ranger XLT ถือเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมในกลุ่มตลาดนี้ โดยดึงดูดความสนใจจากกลุ่มผู้ใช้งานทั้งครอบครัวและผู้ค้าขนาดเล็ก ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลที่ทนทานและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เราได้นำ Ford Ranger XLT รุ่นปี 2021 เกียร์ธรรมดามาทดสอบ เพื่อดูว่าประสิทธิภาพในการใช้งานประจำวัน การบรรทุกของ และการขับขี่บนเส้นทางที่ไม่เป็นถนนสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้หรือไม่ ซึ่งรถรุ่นนี้มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 754,000 บาท
ดีไซน์ภายนอกของ Ranger XLT ยังคงความแข็งแกร่งแบบคลาสสิกสไตล์กระบะของ Ford ด้านหน้ารถติดตั้งกระจังหน้าขนาดใหญ่รูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมู ตกแต่งด้วยแถบโครเมียมและไฟหน้าแบบฮาโลเจนทรงเหลี่ยมทั้งสองข้าง ให้เอกลักษณ์ที่ชัดเจน ด้านข้างตัวรถมีเส้นสายที่ตรงชัดเจน พร้อมดีไซน์ขยายซุ้มล้อเล็กน้อย ใช้ยางขนาด 265/65 R17 ซึ่งช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด และยังคงตอบโจทย์ภาระงานของรถกระบะ ส่วนด้านท้ายออกแบบอย่างเรียบง่าย ไฟท้ายเรียงแนวตั้งเพื่อให้เข้ากับเส้นสายด้านข้างของตัวรถ พร้อมกับแผงท้ายที่มีมือจับแบบดึงออกภายนอก เพื่อสะดวกต่อการเปิด-ปิด ไม่มีการออกแบบที่หวือหวาเกินไป เน้นที่ประโยชน์การใช้งานเป็นหลัก
เมื่อเข้าสู่ภายในรถ พื้นที่ห้องโดยสารใช้วัสดุพลาสติกแข็งสีเข้ม วัสดุสอดคล้องกับราคาของรถ แม้สัมผัสจะค่อนข้างแข็ง แต่การจัดการรอยต่อทำได้อย่างเรียบร้อย ไม่มีความรู้สึกหลวม แผงควบคุมกลางมีการจัดวางอย่างเรียบง่ายและใช้งานง่าย ด้านบนเป็นพื้นที่ของวิทยุและปุ่มควบคุมเครื่องปรับอากาศ ซึ่งปุ่มใช้งานมีขนาดใหญ่อย่างลงตัว ช่วยลดความเสี่ยงของการกดผิด โดยเหมาะกับผู้ใช้ที่สวมถุงมือ ขณะที่อุปกรณ์มาตรฐานมีถุงลมนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมทั้งระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย โดยตอบสนองต่อความต้องการด้านความปลอดภัยในขั้นพื้นฐานได้ดี เบาะนั่งผลิตจากวัสดุผ้า มีความหนานุ่มในระดับที่พอเหมาะ ทำให้นั่งได้สบายและไม่รู้สึกเมื่อยนาน
ในแง่ของพื้นที่ 2021 Ranger XLT มาในรูปแบบ 4 ประตู ที่นั่งแบบสองแถว แม้ว่าจะไม่มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับระยะฐานล้อ แต่จากการทดสอบการใช้งานจริง พบว่าผู้โดยสารที่มีความสูง 180 เซนติเมตรนั่งแถวหน้า ยังคงเหลือพื้นที่ศีรษะประมาณหนึ่งกำปั้น ขณะที่แถวหลังมีพื้นที่รองรับเข่าประมาณสองกำปั้น และพื้นที่ศีรษะประมาณหนึ่งกำปั้น แม้ว่าพื้นที่ตรงกลางจะมีการยกขึ้นเล็กน้อย แต่ก็สามารถรองรับผู้โดยสารสามคนในการเดินทางระยะสั้นได้ง่ายดาย ในส่วนของพื้นที่เก็บของ ช่องเก็บของบริเวณแผงประตูสามารถใส่น้ำขนาด 500 มล. ได้สองขวด ขณะที่ที่วางแก้วด้านล่างแผงควบคุมกลางและกล่องเก็บของสามารถรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดี พื้นที่กระบะด้านหลังยังมีขนาดเหมาะสมกับการบรรทุกของขนาดเล็ก เช่น หมวกนิรภัยสำหรับมอเตอร์ไซค์ หรือกระเป๋าเครื่องมือ ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในแบบรถกระบะ
ในส่วนของระบบขับเคลื่อน Ranger XLT ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.2 ลิตร มาพร้อมเกียร์ธรรมดา ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง แม้ว่าจะไม่มีข้อมูลระบุค่ากำลังสูงสุดและแรงบิด แต่จากการขับขี่จริงในชีวิตประจำวัน พบว่าการเริ่มต้นการขับเคลื่อนมีการส่งกำลังที่สมูท และเมื่อถึงรอบเครื่องยนต์ประมาณ 1,500 รอบ/นาที เทอร์โบจะเริ่มทำงาน โดยจะปล่อยแรงบิดออกมา การเร่งความเร็วในช่วงความเร็วต่ำถึงปานกลางทำได้ดี เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองหรือการบรรทุกของ เมื่อลดเกียร์ลง การปีนขึ้นเขาหรือขับรถที่มีน้ำหนักบรรทุกหนัก การสำรองแรงมีกำลังมากเพียงพอ แต่เมื่อขับขี่ในความเร็วสูง เมื่อเกิน 100 กม./ชม. การเร่งความเร็วต่อนั้นจะด้อยลงเล็กน้อย ในส่วนของโหมดการขับขี่ไม่ได้มีการรองรับโหมดที่หลากหลาย แต่เน้นที่การขับขี่พื้นฐานเป็นหลัก
ด้านการควบคุมและระบบช่วงล่าง สามารถตอบสนองต่อความต้องการของรถกระบะได้ดี พวงมาลัยมีน้ำหนักเบาและพอดี ความหลวมมีเพียงเล็กน้อย แต่ในสถานการณ์ขับขี่ออฟโรดหรือการบรรทุกของความเร็วต่ำ การปรับตั้งเช่นนี้กลับช่วยให้สามารถควบคุมทิศทางได้สะดวกยิ่งขึ้น ระบบกันสะเทือนใช้ระบบแมคเฟอร์สันสตรัทแบบอิสระในล้อหน้า และแหนบแบบไม่อิสระในล้อหลัง ซึ่งได้รับการปรับจูนให้ออกทางแข็งหน่อย เพื่อตอบโจทย์พื้นผิวถนนที่ขรุขระได้ดี แม้ว่าผู้โดยสารบริเวณเบาะหลังอาจรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนบ้าง แต่ถือเป็นการตั้งค่าที่ช่วยเสริมความมั่นคงของช่วงล่างในขณะบรรทุกสินค้า ในการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดแบบเบาๆ ไปยังถนนหินหรือเนินที่มีความลาดชันเล็กน้อย พบว่าระดับการยกตัวของช่วงล่างจากพื้นดินมีเพียงพอ และไม่พบปัญหาการครูดใต้ท้องรถ แต่เนื่องจากเป็นรถที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ทำให้เมื่อเจอถนนที่มีโคลนหรือแฉะ รถอาจมีการลื่นไถลได้เล็กน้อย แนะนำให้ใช้งานในเส้นทางที่ไม่เป็นถนนที่มีความลาดชันเบื้องต้น
ในด้านการประหยัดน้ำมัน เราได้ทำการขับขี่ทั้งในเมืองที่การจราจรติดขัดและถนนสายด่วนชานเมือง ระยะทางรวม 50 กิโลเมตร โดยใช้เชื้อเพลิงเฉลี่ยประมาณ 7.8 ลิตร/100 กิโลเมตร สำหรับรถกระบะดีเซลขนาด 2.2 ลิตร ถือว่าอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน ในด้านการควบคุมเสียงรบกวน ในขณะเดินเบา เสียงของเครื่องยนต์ดีเซลค่อนข้างชัดเจน แต่เมื่อความเร็วเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เสียงลมและเสียงยางก็จะเข้ามาภายในห้องโดยสาร แต่ยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้และไม่รบกวนการสนทนา ภายในห้องโดยสาร เบาะผ้าระบายอากาศได้ดี ทำให้ไม่รู้สึกร้อนอบอ้าวในฤดูร้อน และระบบปรับอากาศสามารถทำความเย็นได้อย่างรวดเร็ว ลดอุณหภูมิภายในรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยสรุปแล้ว จุดเด่นหลักของ Ford Ranger XLT รุ่นปี 2021 คือเครื่องยนต์ดีเซลที่ทนทาน การออกแบบพื้นที่ใช้สอยที่ใช้งานได้จริง และระบบความปลอดภัยพื้นฐาน ด้วยราคาจำหน่ายที่ 754,000 บาท ถือว่าเป็นตัวเลือกที่มีความคุ้มค่าในกลุ่มรถกระบะระดับเดียวกัน หากเปรียบเทียบกับ Toyota Hilux รุ่น E แบบเกียร์ธรรมดา Ranger XLT จะมีราคาที่ต่ำกว่าเล็กน้อย อีกทั้งกำลังบิดของเครื่องยนต์ดีเซลยังเหมาะสมกับการบรรทุกของ แต่ Hilux อาจมีความนิยมในแบรนด์และมูลค่าขายต่อที่สูงกว่า
รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการรถยนต์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งสำหรับการเดินทางประจำวัน การบรรทุกของ และการขับขี่แบบออฟโรดในระดับเบา เช่น เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการขนส่งสินค้า หรือครอบครัวที่ต้องการใช้รถไปตั้งแคมป์ในช่วงสุดสัปดาห์เพื่อบรรทุกอุปกรณ์ต่างๆ รถรุ่นนี้ไม่ได้มีฟังก์ชันหรูหรา แต่เน้นที่คุณสมบัติด้านการใช้งานและความสะดวก จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับการใช้งานทั่วไป
โดยรวมแล้ว Ford Ranger XLT รุ่นปี 2021 แม้จะไม่ได้โดดเด่นในด้านอุปกรณ์และวัสดุที่ใช้ แต่ด้วยสมรรถนะ พื้นที่การใช้งานและความทนทาน กลับสามารถตอบสนองความต้องการหลักของผู้ใช้งานเป้าหมายได้อย่างเหมาะสม นั่นคือ รถกระบะที่น่าเชื่อถือ ใช้งานง่าย และคุ้มค่า หากคุณไม่ต้องการฟีเจอร์หรูหรามากมาย เพียงแค่ต้องการรถยนต์ที่ใช้งานได้หลากหลายสำหรับการขับขี่และการทำงาน Ford Ranger XLT คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

