รีวิว Aston Martin DB12 Volante





ในตลาดรถ GT เปิดประทุน มีน้อยรุ่นที่สามารถผสานระหว่างสมรรถนะสูงสุดกับความสง่างามในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว—ผู้บริโภคต้องเลือกที่จะประนีประนอมการขับขี่ที่ดุเดือดเพื่อความสบาย หรือยอมเสียสละสมรรถนะเพื่อความหรูหรา การมาของ Aston Martin DB12 Volante 4.0 Twin-Turbo 8AT รุ่นปี 2024 ตอบโจทย์ความต้องการนี้อย่างพอดี: ด้วยตำแหน่งของมันในฐานะ "Super GT" ซึ่งรวมสมรรถนะ 680 แรงม้า ความโรแมนติกของหลังคาเปิดประทุน และความหรูหราที่เป็นเอกลักษณ์ของ Aston Martin ไว้ในที่เดียว รอบการทดลองขับครั้งนี้ เรามุ่งเน้นที่จะหาคำตอบสองคำถามหลัก: ในฐานะตัวถังเปิดประทุนของ DB12 Coupe มันเก็บรักษาแก่นแท้ในการขับขี่ของรุ่นหลังคาแข็งไว้ได้หรือไม่? และการออกแบบหลังคาเปิดประทุนส่งผลต่อความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือเปล่า?
มาดูที่ดีไซน์ภายนอก DB12 Volante ยังคงรูปร่างอันสง่างามของซีรีส์ DB ไว้ได้ แต่รายละเอียดเล็กๆ ที่แฝงอยู่นั้นบ่งบอกถึงความดุดันของรถสมรรถนะสูง ด้านหน้าเป็นกระจังหน้ารูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ล้อมรอบด้วยขอบตกแต่งสีดำมัน ประกบด้วยไฟ DRL LED ที่ดูโฉบเฉี่ยว ทำให้จดจำได้ง่าย เส้นกล้ามที่พาดผ่านฝากระโปรงจากเสาหลังคาหน้าไปยังกระจังช่วยเพิ่มความรู้สึกถึงพลัง ด้านข้างของรถมีเส้นสายที่แสนราบรื่น พร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 21 นิ้วแบบหลายก้าน (ยางหน้า 275/35 ZR21 ยางหลัง 325/30 ZR21) ซึ่งเน้นย้ำถึงตัวตนของรถขับเคลื่อนล้อหลัง ระบบจัดเก็บหลังคาเปิดประทุนถูกออกแบบมาให้กระทัดรัด แม้ในช่วงที่ปิดหลังคาก็ไม่ทำลายเส้นโค้งของรถ ด้านท้ายถูกออกแบบอย่างเรียบง่าย ไฟท้าย LED ที่มีลักษณะรมดำสอดรับกับท่อไอเสียคู่บนทั้งสองด้าน รูปลักษณ์โดยรวมยังคงความสง่างามสไตล์ GT แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมเน้นย้ำถึงสมรรถนะของรถ
เมื่อเข้ามาภายในห้องโดยสาร สมดุลระหว่างความหรูหราและความล้ำสมัยถูกทำออกมาได้อย่างลงตัว วัสดุที่ใช้ในการตกแต่งภายในเป็นหนังแท้และ Alcantara โดยมีการเย็บตะเข็บและรายละเอียดขอบประดับโลหะที่ประณีต แผงควบคุมกลางมาพร้อมหน้าจอขนาด 10.25 นิ้วแบบลอยตัว ซึ่งอินเตอร์เฟซทำงานได้ลื่นไหลขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า และยังรองรับ CarPlay และ Android Auto อีกด้วย การใช้งานในชีวิตประจำวันจึงสะดวกมาก พวงมาลัยแบบสามก้านที่มีฟังก์ชันหลากหลายให้ความรู้สึกจับกระชับ พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่ทำจากโลหะ เพิ่มสัมผัสที่พรีเมียม ฟีเจอร์ภายในนั้นครบครันตั้งแต่ฟังก์ชันด้านความปลอดภัยพื้นฐาน เช่น ระบบเตือนออกนอกเลน ระบบเตือนการชนด้านหน้า เซ็นเซอร์ตรวจจับการชนด้านหน้าและหลัง รวมถึงภาพจากกล้องรอบคัน สำหรับฟีเจอร์ความสะดวกสบาย ที่นั่งสามารถปรับได้หลายทิศทางด้วยระบบไฟฟ้า แม้จะเป็นรถสองที่นั่ง แต่พื้นที่นั่งหน้าก็มีความกว้างขวาง ผู้โดยสารที่สูง 180 ซม. ก็ไม่รู้สึกอึดอัด ทั้งศีรษะและขามีพื้นที่เพียงพอ ความจุสำหรับเก็บของไม่ใหญ่มากนัก แต่กล่องวางของกลางและช่องเก็บของในบานประตูเพียงพอสำหรับใส่สิ่งของเล็กๆ เช่น โทรศัพท์หรือกระเป๋าสตางค์ เมื่อปิดหลังคา พื้นที่เก็บของท้ายรถยังสามารถใส่กระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่องบินได้สองใบ เหมาะสำหรับการเดินทางใกล้ ๆ ในชีวิตประจำวัน
สมรรถนะและประสบการณ์การขับขี่คือจุดเด่นสำคัญของ DB12 Volante มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร แบบทวินเทอร์โบ ที่มีกำลังสูงสุด 680 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 3.7 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 325 กม./ชม. เมื่อได้ลองขับ การเร่งในช่วงรอบต่ำก็ให้กำลังอย่างเหลือเฟือ แค่แตะคันเร่งเบาๆ ก็รู้สึกถึงแรงผลักที่ชัดเจน เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมดสปอร์ต การเปลี่ยนเกียร์ของระบบเกียร์จะรวดเร็วและเร่งเร้าอารมณ์มากขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อเหยียบคันเร่งแบบหนักเพื่อแซง แรงบิดจะตอบสนองทันใจและส่งกำลังออกมาอย่างเข้มข้นจนรู้สึกถึงความเร้าใจ ระบบขับเคลื่อนล้อหลังทำให้การควบคุมรถคล่องตัว พวงมาลัยมีความแม่นยำมาก ช่วงเลี้ยวไม่ต้องหมุนเกิน และสามารถรับรู้ถึงการควบคุมของด้านหน้าขณะเลี้ยว ระบบกันสะเทือนหน้าด้านอิสระและหลังแบบมัลติลิงค์ถูกปรับแต่งให้เน้นไปทางด้านการขับขี่สปอร์ต แต่ยังไม่ถึงขั้นแข็งจนเกินไป—ในชีวิตประจำวันที่ขับบนถนนลาดยางในเมือง ระบบยังสามารถดูดซับแรงกระแทกจากพื้นขรุขระได้เป็นอย่างดี เมื่อเจอลูกระนาดหรอืถนนที่มีหลุมร่อง ระบบกันสะเทือนตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและไม่มีการกระแทกที่เกินจำเป็น ระบบเบรกยังมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมอีกด้วย ด้วยคอมโบของจานเบรกแบบระบายความร้อนด้านหน้าและเบรกเซรามิกคาร์บอนด้านหลัง ระยะเบรกสั้น และถึงแม้จะเบรคต่อเนื่องก็ไม่รู้สึกถึงการเสื่อมสภาพของระบบเบรกเลย
การขับขี่ในโหมดเปิดประทุนถือเป็นจุดเด่นของรถคันนี้ หลังคาเปิดประทุนสามารถเปิด-ปิดได้ในเวลา 14 วินาที ที่ความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. และเมื่อเก็บหลังคาแล้วแทบจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังเลย เมื่อเปิดหลังคาออก การควบคุมเสียงลมดีกว่าที่คาดไว้มาก — แม้จะวิ่งด้วยความเร็วถึง 120 กม./ชม. เพียงแค่ยกกระจกกันลมขึ้น การสนทนาภายในรถก็ไม่จำเป็นต้องพูดเสียงดังขึ้นอย่างตั้งใจ ในส่วนของการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่บริษัทเคลมไว้คือ 12.2 ลิตร/100 กม. แต่ในสถานการณ์ที่รถติดในเมือง ตัวเลขจะอยู่ราว 15 ลิตร และเมื่อวิ่งบนทางหลวงสามารถลดลงได้เหลือประมาณ 10 ลิตร ซึ่งสำหรับรถสมรรถนะสูงระดับนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้
โดยสรุปแล้ว จุดเด่นที่สุดของ DB12 Volante รุ่นปี 2024 คือ "ความสมดุล" — รถคันนี้มีสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ ในขณะเดียวกันก็ยังคงความหรูหราและความสะดวกสบายแบบรถ GT ไว้อย่างครบถ้วน การออกแบบหลังคาเปิดประทุนเพิ่มความโรแมนติกโดยไม่สูญเสียความสะดวกที่มากเกินไป เมื่อเทียบกับรถคู่แข่งในระดับเดียวกัน เช่น Porsche 911 Turbo Cabriolet รถ DB12 Volante จะโดดเด่นเรื่องความหรูหราและภาพลักษณ์ของแบรนด์มากกว่า แม้ราคาจะอยู่ที่ 24.9 ล้านบาท ซึ่งไม่ถือว่าถูก แต่สเปกและสมรรถนะที่ได้ก็ถือว่าสมเหตุสมผล ผู้ใช้ที่เหมาะกับรถคันนี้ค่อนข้างชัดเจน: อาจจะเป็นนักขับผู้ที่ชื่นชอบขับรถสปอร์ตเพื่อเพลิดเพลินกับความสนุกในการขับ หรือผู้ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิต และมองหารถ GT หรูหราที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันและพุ่งทะยานในบางโอกาสได้
สุดท้ายอยากจะบอกว่า DB12 Volante ไม่ใช่รถสปอร์ตที่สร้างมาเพื่อความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่เป็นรถ "ซูเปอร์ GT" ที่สามารถสร้างความเพลิดเพลินในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน — ไม่ว่าจะขับแบบเปิดประทุนรับลม หรือขับในเส้นทางภูเขาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย มันสามารถมอบประสบการณ์ที่น่าพอใจ ถ้าคุณกำลังมองหารถเปิดประทุนที่ลงตัวทั้งสมรรถนะ ความหรูหรา และความโรแมนติก DB12 Volante ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย


