รูป Aston Martin

รีวิว Aston Martin Dbs Superleggera 2020

Aston Martin Dbs Superleggera 5.2L เป็นรถ GT ระดับเรือธงที่ผสมผสานระหว่างสมรรถนะและความหรูหรา ด้วยพลังขับเคลื่อนที่ทรงพลังและการออกแบบที่ประณีตซึ่งสมดุลระหว่างความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันและความสนุกสนานในการขับขี่ขั้นสุด
รูป Aston Martin Dbs Superleggera
ยังไม่คอนเฟิร์ม
Aston Martin Dbs Superleggera 2020
เซกเมนท์
Sports Car
ตัวถัง
Coupe
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
5.2
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ตลาดรถสปอร์ตของไทยมุ่งเน้นตัวเลือกที่ผสมผสานประสิทธิภาพและความหรูหราอยู่เสมอ สำหรับ Aston Martin ในฐานะตัวแทนของแบรนด์รถสปอร์ตหรูสัญชาติอังกฤษ โดยตั้งแต่ DBS Superleggera 5.2L เปิดตัวในปี 2020 ก็ได้วางตำแหน่งเป็น "ธงนำหน้าของรถสปอร์ต GT" ดึงดูดลูกค้าที่แสวงหาความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันแต่ไม่ต้องการประนีประนอมกับพลังขับเคลื่อน ในการทดสอบครั้งนี้ เราจะมุ่งเน้นไปที่รายละเอียดการออกแบบของรถยนต์คันนี้, ความสะดวกสบายของพื้นที่ใช้งาน และประสบการณ์การขับขี่ที่มีจุดเด่น เพื่อดูว่ามันสามารถรักษาความได้เปรียบเฉพาะตัวในตลาดรถสปอร์ตหรูซึ่งมีการแข่งขันอย่างรุนแรงได้หรือไม่

ด้านดีไซน์ภายนอก DBS Superleggera 5.2L ยังคงสานต่อโครงร่างรถสปอร์ต GT อันคลาสสิกของ Aston Martin ตัวถังรถที่ให้ความโค้งมนไหลลื่นจากฝากระโปรงหน้าจรดปีกหลัง ผสมผสานทั้งรูปลักษณ์ที่สวยงามและประสิทธิภาพแอโรไดนามิก ด้านหน้ามีการออกแบบกระจังหน้ารูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ ภายในมีแถบตกแต่งให้มีลักษณะคล้ายตาข่ายสีดำ ไฟหน้า LED ดีไซน์เฉียบคมทั้งสองด้านให้ความกลมกลืนกับเส้นสายพริ้วของฝากระโปรงหน้าพร้อมเพิ่มความโดดเด่น ตัวถังด้านข้างมีเส้นสายเด่นชัดจากปีกหน้าจรดด้านท้าย ล้อแม็กซ์อัลลอยขนาด 21 นิ้วพร้อมกับยางหน้าขนาด 265/35 ZR21 ช่วยเพิ่มอารมณ์ความสปอร์ตของรถ ด้านท้าย มีส่วนกระจายลมที่โดดเด่นและปลายท่อไอเสีย 4 ท่อที่บ่งบอกถึงสมรรถนะในทันที ไฟท้าย LED สไตล์รมดำเพิ่มความสวยงามเข้ากับบรรยากาศสปอร์ตของรถ

เมื่อเข้าสู่ภายใน DBS Superleggera 5.2L การตกแต่งภายในเน้นไปที่ความสมดุลระหว่างความหรูหราและความสปอร์ต คอนโซลกลางหุ้มด้วยหนังแท้จำนวนมาก และตกแต่งด้วยแถบอะลูมิเนียม เพิ่มสัมผัสที่มีคุณภาพทั้งในแง่ผิวสัมผัสและความสวยงาม หน้าจอแสดงข้อมูลตรงกลางมีขนาด 8 นิ้ว รองรับฟังก์ชันพื้นฐานเช่น Bluetooth, ระบบนำทาง การควบคุมใช้งานง่ายและเข้าใจได้ทันที แต่เมื่อเทียบกับระบบอัจฉริยะจากแบรนด์ใหม่ๆ ความหลากหลายของฟังก์ชันยังด้อยกว่า เบาะนั่งใช้ดีไซน์แบบเบาะทรงสปอร์ต ให้ความกระชับและรองรับร่างกายได้อย่างดี พร้อมทั้งมีฟังก์ชันทำความร้อน ซึ่งทำให้การขับขี่ระยะยาวยังคงสะดวกสบาย ในเรื่องของการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย มีฟีเจอร์มาตรฐาน เช่น การเตือนการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย, ถุงลมนิรภัยสำหรับผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้า เป็นต้น แม้ว่าจะไม่มีฟังก์ชันอัจฉริยะด้านความปลอดภัยที่หวือหวา แต่ยังคงให้ความปลอดภัยหลักอย่างครบถ้วน

ในด้านพื้นที่การใช้งาน รถคันนี้มีขนาดตัวถัง 4712mm×2146mm×1280mm ระยะฐานล้อ 2805mm ในฐานะรถสปอร์ตสองประตูสี่ที่นั่ง พื้นที่ด้านหน้าของห้องโดยสารกว้างขวางเพียงพอ ผู้โดยสารที่มีส่วนสูง 180 เซนติเมตรเมื่อปรับเบาะให้อยู่ในตำแหน่งขับที่พอดี ยังมีพื้นที่ศีรษะและขาเหลือเฟือ สำหรับพื้นที่เบาะหลังนั้นค่อนข้างจำกัด เหมาะสำหรับการนั่งในระยะเวลาสั้นหรือใช้เก็บของเสียมากกว่า ในเรื่องของพื้นที่จัดเก็บ ของที่เก็บในกล่องกลางและช่องเก็บข้างประตูมีพื้นที่ไม่มากนัก โดยหลักจะพึ่งพาพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ ซึ่งในสภาพปกติแล้วพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถสามารถรองรับสัมภาระสำหรับการเดินทางระยะสั้นได้เพียงพอ แต่หากเป็นการเดินทางไกลอาจต้องประหยัดที่ในการบรรทุกสัมภาระ

สมรรถนะการขับขี่เป็นจุดเด่นหลักของ DBS Superleggera 5.2L มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 ขนาด 5.2 ลิตรเทอร์โบคู่ แม้จะไม่มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับกำลังสูงสุดและแรงบิดโดยเฉพาะ แต่จากข้อมูลทางการที่ระบุว่าเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 3.4 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 340 กม./ชม. แสดงถึงความสามารถในการส่งพลังงานที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือ ในการขับขี่ทั่วไป เมื่อสลับเข้าสู่โหมดสบาย พลังขับเคลื่อนจะส่งออกมาอย่างเรียบเนียน แม้ในขณะขับช้าๆ ก็ไม่มีอาการสะดุดให้เห็นชัดเจน แต่เมื่อเปลี่ยนไปใช้โหมดสปอร์ตหรือสนามแข่ง คันเร่งจะตอบสนองได้อย่างรวดเร็วมาก เมื่อเหยียบคันเร่งลึก รถจะพุ่งทันทีและส่งแรงกระแทกที่รุนแรง มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เต็มไปด้วยความเร้าใจ และการเร่งแซงแทบไม่ต้องมีการประเมินล่วงหน้า เนื่องจากพลังงานตอบสนองได้ทันที

การควบคุมและสมรรถนะของแชสซีทำได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน พวงมาลัยมีความแม่นยำสูง มีระยะฟรีเล็กน้อย และความหนักในการหมุนพวงมาลัยจะเพิ่มขึ้นตามความเร็ว ให้ความมั่นใจแก่ผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มที่ แชสซีได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสำหรับการขับขี่แบบสปอร์ต ระบบช่วงล่างมีความมั่นคงสูง ควบคุมการเอียงตัวของตัวรถขณะเข้าโค้งได้ดี แม้ว่าจะขับผ่านโค้งด้วยความเร็วสูง ก็ยังคงรักษาเส้นทางการขับขี่ได้อย่างมั่นคง ในการรับมือกับถนนที่ไม่เรียบ ช่วงล่างที่ค่อนข้างแข็งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความสบาย แต่ยังสามารถกรองการสะเทือนเล็กๆ ของถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะส่งผลต่อภายในรถเพียงเล็กน้อยเมื่อเจอหลุมบ่อขนาดใหญ่

ในด้านการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ตามข้อมูลจากทางการ ความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 13.5 ลิตร/100 กม. จากการทดสอบในสภาพถนนที่มีการจราจรหนาแน่นในเมืองพบว่า มีการสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 16-18 ลิตร/100 กม. ส่วนบนทางหลวงจะลดลงเหลือ 11-12 ลิตร/100 กม. ซึ่งสอดคล้องกับความคาดหวังสำหรับรถสปอร์ตที่มีกำลังสูง ประสิทธิภาพการเบรกอยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยม ความรู้สึกที่แป้นเบรกเป็นไปอย่างนุ่มนวล และมีความเสถียรในการส่งกำลังเบรก เมื่อเบรกรถกะทันหัน การควบคุมท่าทางของตัวรถทำได้อย่างดีและไม่มีอาการกระเด้งที่ชัดเจน

ในส่วนของความสะดวกสบายขณะขับขี่ Aston Martin DBS Superleggera 5.2L มีการควบคุมเสียงรบกวนได้ดี ขณะขับขี่ในชีวิตประจำวัน เสียงลมและเสียงถนนถูกลดทอนไปอยู่ในระดับปกติ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ได้ยินเข้ามาภายในเล็กน้อย ช่วยเสริมบรรยากาศในการขับขี่ เบาะนั่งมีการรองรับและการโอบกระชับที่ดี แม้ว่าจะขับขี่นานก็ไม่รู้สึกล้า อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นรถสปอร์ต การปรับแต่งแชสซีที่ค่อนข้างแน่นทำให้เมื่อขับขี่ในเส้นทางที่ไม่เรียบเวลานาน อาจส่งผลต่อความสบายของผู้โดยสารด้านหลังได้บ้าง

โดยสรุปแล้ว Aston Martin DBS Superleggera 5.2L มีจุดเด่นหลักอยู่ที่การให้พลังงานจากเครื่องยนต์ V12 ที่ทรงพลัง การควบคุมที่แม่นยำ และการออกแบบภายในที่หรูหราและมีความน่าสัมผัส เมื่อเปรียบเทียบกับรถในระดับเดียวกัน เช่น Ferrari 812 หรือ Lamborghini Huracán ความสะดวกสบายของมันสูงกว่า เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันมากกว่าที่จะเป็นรถสำหรับสนามแข่งเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของมันก็คือพื้นที่ที่จำกัดของเบาะหลังและการขาดฟีเจอร์สมาร์ทบางอย่าง ซึ่งต้องคำนึงถึงเช่นกัน

รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นชัดเจน: ผู้ที่ต้องการทั้งความหรูหราของรถสปอร์ต การสัมผัสประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของแบรนด์ และต้องการความสามารถในการใช้งานในชีวิตประจำวันของรถยนต์ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางไกลด้วยรถยนต์ และให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างความสะดวกสบายและพลังขับเคลื่อน รถรุ่นนี้ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี แต่ถ้าหากผู้ใช้ต้องการสมรรถนะสนามแข่งที่เข้มข้นขึ้นหรือพื้นที่ใช้งานของเบาะหลังที่กว้างขวางยิ่งขึ้น อาจจะต้องพิจารณารุ่นอื่น

โดยรวมแล้ว Aston Martin DBS Superleggera 5.2L เป็นรถยนต์ GT สุดหรูที่ผสมผสานระหว่างสมรรถนะและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบ มันไม่เพียงแต่มอบความสนุกในการขับขี่ที่แตกต่าง แต่ยังสามารถตอบสนองความต้องการในการเดินทางในชีวิตประจำวัน ทำให้เป็นตัวเลือกที่ทั้งมีเอกลักษณ์และใช้งานได้จริงในตลาดรถสปอร์ตสุดหรู

ข้อดี
วัสดุตกแต่งภายในหรูหราและประณีต สัมผัสหนังแท้สก็อตแลนด์ดีเยี่ยม ความหนืดของปุ่มควบคุมตรงกลางยอดเยี่ยม
เครื่องยนต์ V12 5.2T ประสิทธิภาพทรงพลัง เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 3.4 วินาที เสียงเครื่องยนต์ที่ความเร็วสูงไพเราะ และมีแรงดึงหลังที่โดดเด่น
เกียร์อัตโนมัติเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างราบรื่นที่ความเร็วต่ำและไม่กระตุก เหมาะสำหรับการจราจรติดขัดในเมือง
ข้อเสีย
ฤดูฝนในประเทศไทยสีรถสกปรกง่าย หลังจากทำความสะอาดไม่นานก็กลับมามีฝุ่นอีก ค่าบำรุงรักษาสูง
พื้นที่เบาะหลังคับแคบมาก สามารถใส่ได้เพียงกระเป๋าเท่านั้น ไม่สะดวกสำหรับผู้ใหญ่ น่าใช้งานน้อย
ถนนลื่นในช่วงฤดูฝนในประเทศไทย ขับเคลื่อนล้อหลังมักลื่นเสียการทรงตัว ต้องระมัดระวังในการขับขี่ มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
คะแนนรวม
4.6
ดีเยี่ยม
จาก 7 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.3 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.9 / 5
ความปลอดภัย
4.9 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.4 / 5
แสดงรีวิว 7 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายแดร็ก
เจ้าของ Aston Martin Dbs Superleggera 5.2L
ก่อนหน้านี้เคยขับ Panamera Turbo รู้สึกว่าขาด "จิตวิญญาณ" ไปหน่อย — จนกระทั่งได้พบกับ DBS Superleggera ภายในให้เต็มสิบไม่อวยเกินจริง หนังแท้จากสก็อตแลนด์ Bridge of Weir สัมผัสเหมือนผิวทารก ปุ่มหมุนคอนโซลกลางให้ความรู้สึกหนึบเหมือนนาฬิกาสวิส ดีเกินกว่าพลาสติกของ Panamera เยอะ ภายนอกหักหนึ่งคะแนน? ฤดูฝนในไทยสีรถเปื้อนฝุ่นง่ายเกินไป ล้างรถจอดที่สถานี BTS แค่สองชั่วโมง ก็มีฝุ่นเกาะเป็นชั้นแล้ว เสียดายสุดๆ ช่วงเช้ารถติดบนถนนสุขุมวิทในกรุงเทพฯ 5.2T V12 กลับไม่หงุดหงิด เกียร์ AT ขับตามรถคันหน้าได้ลื่นไหลจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นซุปเปอร์คาร์ พอสุดสัปดาห์ขับไปหัวหิน บนไฮเวย์กดคันเร่ง เสียงเครื่องดังเหมือนโอเปร่าเปิดฉาก อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.4 วินาทีทำเอาเพื่อนสาวที่นั่งข้างๆ กรี๊ดลั่น อัตราสิ้นเปลือง 13.5 ลิตรต่อ 100 กม. กับราคาน้ำมันในไทยยังรับได้ ข้อติข้อเดียว: เบาะหลังวางได้แค่กระเป๋า เจอพ่อแม่ก็ต้องใช้ SUV อีกคัน — แต่อยู่แล้วไม่ใช่ว่าซื้อมาเพื่อเอาตัวเองมันส์หรอ?
5 ดีเยี่ยม
สายยก
เจ้าของ Aston Martin Dbs Superleggera 5.2L
ทุกครั้งที่รถติดมองดูตัวถังที่มีเส้นสายแบบนี้ก็รู้สึกว่าคุ้มค่า เร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 3.4 วินาที แซงคันอื่นโดยไม่ลังเล เพียงแต่ว่าผู้โดยสารสองคนที่นั่งเบาะหลังต้องงอขาเล็กน้อย อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 13.5 ลิตรในเมืองทำให้กระเป๋าเงินสะเทือนเป็นครั้งคราว แต่ทุกครั้งที่เหยียบคันเร่ง ทุกอย่างก็ถูกลืม!
5 ดีเยี่ยม
สายไอเสีย
เจ้าของ Aston Martin Dbs Superleggera 5.2L
このภายในสัมผัสเพียงครั้งเดียวก็หลงรักทันที แต่เบาะนั่งนี้ในกรุงเทพฯ ที่ติดขัดนานสองชั่วโมงทำให้เอวแทบจะขาด...
4 ดีเยี่ยม
สายวาล์ว
เจ้าของ Aston Martin Dbs Superleggera 5.2L
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังฝนตกหนัก ทางภูเขาในเชียงใหม่กลายเป็นทางโค้งลื่นที่ท้าทายกว่าปกติ เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ V12 ขนาด 5.2 ลิตร เมื่อเหยียบคันเร่งลึกๆ นั้นเปรียบเสมือนเสียงคำรามของเสือดาว แต่แรงขับหลังที่ลื่นไถลเล็กน้อยบนพื้นน้ำทำให้ฉันไม่กล้าปลดปล่อยทั้งหมด—สมรรถนะที่ดุดันแต่สมควรได้รับความเคารพ หักไป 1 คะแนน เพราะเป็น “นิสัย” ของมัน จับพวงมาลัย Alcantara เข้าโค้ง ความละเอียดของรอยเย็บที่สัมผัสปลายนิ้วให้ความรู้สึกสบาย เพียงแต่รอยตะเข็บหนังของกล่องถุงมือที่เบาะข้างคนขับค่อนข้างหยาบ คะแนนภายในได้รับ 4 เพราะความประณีตที่แฝงไปด้วย “ความเป็นอังกฤษแบบสบายๆ”
5 ดีเยี่ยม
สายอีวี
เจ้าของ Aston Martin Dbs Superleggera 5.2L
ก่อนหน้านี้ขับ 911 Turbo S แล้วเปลี่ยนมาเป็น DBS Superleggera เพราะชอบความงามแบบผู้ดีอังกฤษของมัน — ดูเรียบหรูมากกว่าจะเป็น “เครื่องจักรสนามแข่ง” ที่ดูแข็งกระด้าง เหมือนเป็นงานศิลปะเคลื่อนที่มากกว่า เรื่องสมรรถนะให้ 4 คะแนนก็ไม่เกินจริง: ช่วงเช้าในกรุงเทพที่การจราจรติดขัดเหมือนลานจอดรถ เครื่องยนต์ V12 ขนาด 5.2 ลิตร ต้องอัดอั้น แค่ขยับได้ทีละนิดจนกินน้ำมันพุ่งไปถึง 18 ลิตรต่อ 100 กม.; แต่พอวันหยุดขับไปที่พัทยา พอกดคันเร่งเสียงจากท่อไอเสียก็ดังกลบเพลงไทยข้างทางได้สบาย อัตราเร่ง 0–100 ใน 3.4 วินาที ทำให้เพื่อนที่นั่งข้างๆ พูดไทยไม่ออก ภายในให้ 5 คะแนนไม่ติ แตะหนังแท้และคาร์บอนไฟเบอร์แล้วรู้สึกเนียนละมุนยิ่งกว่าหนังทำมือที่เชียงใหม่อีก ข้อเสียนิดหน่อย? ที่นั่งด้านหลังสองที่ใส่ได้แค่กระเป๋า ถ้าจะพาครอบครัวไปหัวหินต้องเอา SUV อีกคันไป แต่เอาเถอะ ซื้อคันนี้ก็ไม่ใช่เพราะต้องการให้มันใช้งานสะดวก—แค่จอดอยู่สยามสแควร์ เห็นหนุ่มไทยเดินผ่านแล้วยกมือถือมาถ่ายรูปก็รู้สึกว่าคุ้มแล้ว
1
2
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
5.2
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
5204
จำนวนลูกสูบ
12
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน
ภาพรวม
อัตราเร่ง 0-100กม/ชม
3.4
อัตราสิ้นเปลือง
13.5
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
ขนาดยางหน้า
265/35 ZR21
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Sports Car
ความยาว(มิลลิเมตร)
4712
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
2146
ความสูง(มิลลิเมตร)
1280
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
2805
รูป Aston Martin Dbs Superleggera
Aston Martin Dbs Superleggera
รูป Alfa Romeo Spider
Alfa Romeo Spider
Aston Martin Dbs Superleggera
vs
Alfa Romeo Spider
รูป Aston Martin Dbs Superleggera
Aston Martin Dbs Superleggera
รูป Subaru BRZ
Subaru BRZ
Aston Martin Dbs Superleggera
vs
Subaru BRZ
รูป Aston Martin Dbs Superleggera
Aston Martin Dbs Superleggera
รูป Toyota GR 86
Toyota GR 86
Aston Martin Dbs Superleggera
vs
Toyota GR 86

“ราคา Aston Martin DB12 Convertible ปี 2025 เท่าไหร่?”

ราคา Aston Martin DB12 Volante รุ่นปี 2024 เท่าไหร่?

DB12 Volante มีราคาเท่าไหร่?