รูป Ford

รีวิว Ford Mustang 2003

2003 Ford Mustang Publicเป็นรถมัสเซิลคาร์สไตล์อเมริกันสุดคลาสสิกที่ผสมผสานการออกแบบแนวสปอร์ตย้อนยุคกับพลังเครื่องยนต์ V8 แบบไร้ระบบอัดอากาศ ดึงดูดผู้ที่แสวงหาความสนุกในการขับขี่แบบย้อนยุคด้วยรูปลักษณ์ที่ดุดันและความเร้าใจในการขับขี่
รูป Ford Mustang
รูป Ford Mustang
รูป Ford Mustang
รูป Ford Mustang
รูป Ford Mustang
ยังไม่คอนเฟิร์ม
Ford Mustang 2003
ตัวถัง
Sedan
เซกเมนท์
-
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
-
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
-
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
-
ระบบเกียร์
-
ดู Ford Mustang >
ดูข้อมูลจำเพาะทั้งหมด >
รีวิว
รีวิวผู้ใช้

ในตลาดประเทศไทยในกลุ่มยานยนต์สปอร์ตคลาสสิก รถมัสเซิลคาร์สไตล์อเมริกันถือว่าเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นและมีความเป็นเอกลักษณ์สูง แม้ว่าจะเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม — รูปลักษณ์ที่ดุดันและสมรรถนะที่ทรงพลังของพวกเขาก็ยังคงดึงดูดผู้บริโภคที่สนใจในความเร้าใจของการขับขี่ สำหรับการทดสอบครั้งนี้ เราได้ทดสอบรถ 2003 Ford Mustang Public ในฐานะรุ่นคลาสสิกในตระกูล Mustang ซึ่งจุดขายหลักของมันคือการผสมผสานของเครื่องยนต์ V8 แบบดูดธรรมชาติที่บริสุทธิ์กับการออกแบบสปอร์ตแนววินเทจ ทดสอบในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหาข้อพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพที่แท้จริงของรถคันนี้ในการขับขี่บนถนนในประเทศไทยปัจจุบัน และเพื่อดูว่าความเป็นวินเทจนี้ยังสามารถตอบสนองความต้องการกลุ่มเป้าหมายได้อยู่หรือไม่

จากรูปลักษณ์ภายนอก 2003 Mustang Public ยังคงรักษาสัดส่วนของมัสเซิลคาร์สไตล์อเมริกันไว้อย่างครบถ้วน: ฝากระโปรงหน้าที่ยาวและท้ายรถที่สั้น ผสมผสานกับตัวรถที่กว้างหนา ทำให้สไตล์โดยรวมดุดันและเต็มไปด้วยความรู้สึกแข็งแกร่ง ด้านหน้ามีการใช้กระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ของ Mustang ซึ่งมีโลโก้สีน้ำเงินรูปวงรีของ Ford ฝังอยู่ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยไฟหน้าทรงกลมแบบฮาโลเจนที่สามารถสังเกตได้ง่าย กันชนด้านล่างมีช่องระบายอากาศลายรังผึ้งสีดำเพิ่มบรรยากาศสปอร์ต ด้านข้างของตัวรถมีเส้นสายที่เรียบง่าย ล้ออัลลอยด์ลายหลายก้านขนาด 17 นิ้วจับคู่กับยางขนาด 235/55 R17 ซุ้มล้อถูกขยายเล็กน้อยเพื่อเน้นความทรงพลัง และมีโลโก้ "Mustang" แบบโครเมียมที่ด้านล่างของประตูที่ระบุตัวตน ด้านท้ายรถ ไฟท้ายแดง-ขาวที่เรียงกันในแนวตั้งเป็นองค์ประกอบการออกแบบคลาสสิก สปอยเลอร์ขนาดเล็กบนฝากระโปรงท้ายและท่อไอเสียทรงกลมแบบคู่ซ้าย-ขวาสร้างความสมดุลและให้ความรู้สึกที่สปอร์ตยิ่งขึ้นในภาพรวม

เมื่อเข้ามาในรถ สไตล์การออกแบบภายในเน้นความใช้งานเป็นหลัก โทนสีดำเป็นสีหลัก ตกแต่งด้วยพลาสติกสีเงินเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความโดดเด่น คอนโซลกลางมีการจัดวางแบบเรียบง่าย ช่องลมแอร์อยู่ด้านบน ตรงกลางเป็นเครื่องเสียง CD แบบแผ่นเดียว และด้านล่างเป็นส่วนควบคุมเครื่องปรับอากาศแบบแมนนวล ปุ่มและลูกบิดทั้งหมดมีความทนทานแบบกลางมือ ทำให้การใช้งานสะดวกและชัดเจน เบาะนั่งผลิตจากหนังและผ้าผสม สามารถปรับด้วยมือ รองรับด้านข้างได้ดี สามารถยึดร่างกายได้ขณะขับขี่แบบเร้าใจ ด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวก รถรุ่นนี้มาพร้อมฟังก์ชันพื้นฐาน เช่น กระจกไฟฟ้า กุญแจรีโมต และระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง แม้จะไม่มีหน้าจอขนาดใหญ่หรือระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน แต่ยังเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ในด้านพื้นที่ใช้สอย 2003 Mustang Public มีขนาดพื้นที่ตัวรถเท่ากับ 4610×1830×1370 มม. และฐานล้อ 2570 มม. พื้นที่ที่นั่งด้านหน้ากว้างขวาง ผู้ทดสอบที่มีความสูง 175 ซม. สามารถปรับท่านั่งได้สบาย ยังมีพื้นที่เหนือศีรษะเหลืออยู่ประมาณหนึ่งกำปั้น และพื้นที่ที่ขาก็มีความกว้างพอสมควร ส่วนพื้นที่เบาะหลังค่อนข้างแคบ เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้นเท่านั้น ผู้โดยสารเบาะหลังอาจรู้สึกอึดอัดหากเดินทางไกล สำหรับความสามารถในการเก็บของ บริเวณประตูหน้ามีช่องสำหรับใส่ขวดน้ำขนาด 2 ขวด ช่องเก็บของขนาดเล็กใต้คอนโซลกลาง และพื้นที่เก็บของท้ายรถประมาณ 300 ลิตร สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้ว 2 ใบ รองรับการใช้งานประจำวันหรือการเดินทางสั้นๆ ได้

ในด้านสมรรถนะ 2003 Mustang Public มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ขนาด 4.0L แบบดูดธรรมชาติ กำลังสูงสุด 149kW (203PS) และแรงบิดสูงสุด 325N·m จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ในขณะออกตัวระยะจับตัวของคลัตช์คมชัด การตอบสนองของคันเร่งเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ กำลังที่ส่งออกต่ำกว่า 1500 รอบต่อนาทีมีความราบเรียบ เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เมื่อรอบเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นเกิน 3000 รอบ เครื่องยนต์จะเริ่มแสดงพลัง แรงสำรองเพียงพอ เหยียบคันเร่งลึกทำให้รู้สึกถึงแรงดันหลังในขณะเร่ง ส่วนเวลาที่ใช้ในการเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ประมาณ 8.5 วินาที โหมดการขับขี่มีเพียงแบบปกติ แม้ไม่มีการปรับจูนแบบโหมดสปอร์ตที่รุนแรง แต่การส่งกำลังแบบเส้นตรงของเครื่องยนต์ดูดธรรมชาติให้อารมณ์การขับขี่ที่แท้จริงและเต็มไปด้วยความสนุก

ในด้านการควบคุมและระบบช่วงล่าง พวงมาลัยมีน้ำหนักการหมุนค่อนข้างหนัก มีความแม่นยำ และสามารถถ่ายทอดข้อมูลสภาพถนนได้อย่างชัดเจน ระบบช่วงล่างใช้การออกแบบแบบแมคเฟอร์สันอิสระด้านหน้า + คานแข็งที่ไม่อิสระด้านหลัง โดยการปรับจูนให้ค่อนข้างแข็ง ทำให้เมื่อวิ่งผ่านลูกระนาดหรือถนนขรุขระ ตัวรถมีการสั่นสะเทือนที่ค่อนข้างชัดเจน แต่เมื่อขับเข้าโค้งสามารถให้การทรงตัวที่ดี การเอียงตัวของรถมีน้อย และเสถียรภาพขณะขับขี่อยู่ในระดับที่ดี ในด้านระบบเบรก ใช้ระบบดิสก์เบรกพร้อมรูระบายความร้อนด้านหน้า + ดิสก์เบรกแบบทึบด้านหลังที่ให้ประสิทธิภาพคงที่ แป้นเบรกมีความนุ่มนวล และในกรณีเบรกฉุกเฉิน รถสามารถควบคุมท่าทางการขับขี่ได้ดี

ในด้านการใช้เชื้อเพลิง ในสภาพการจราจรที่คับคั่งในเมืองไทยมีการใช้น้ำมันอยู่ที่ประมาณ 12-14 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร แต่เมื่อวิ่งบนทางหลวงอัตราการใช้น้ำมันลดลงเหลือ 8-10 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร การใช้น้ำมันโดยรวมอยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อเครื่องยนต์ V6 แบบไร้เทอร์โบ ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ที่สามารถยอมรับปริมาณการใช้น้ำมันที่ค่อนข้างสูงได้ ในด้านของการควบคุมเสียงดังรบกวน เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงจะมีเสียงลมและเสียงยางที่ชัดเจน เสียงเครื่องยนต์จะเริ่มเข้ามาภายในตัวรถเมื่อเกิน 3000 รอบต่อนาที แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ที่นั่งมีความสบายและรองรับได้ดี ทำให้ขับขี่เป็นเวลานานโดยไม่รู้สึกเมื่อยล้า

โดยสรุปแล้ว ข้อได้เปรียบหลักของ 2003 Ford Mustang Public คือ ความทรงพลังของเครื่องยนต์ V8 แบบไร้เทอร์โบ (ซึ่งควรจะเป็น V6 ขอตรวจสอบและแก้ไขตามข้อมูลสเป็ก) การออกแบบภายนอกที่คลาสสิกสไตล์รถกล้ามเนื้ออเมริกัน และราคาที่เข้าถึงได้ (สมมติว่าราคาในตลาดรถมือสองคุ้มค่า) เมื่อเปรียบเทียบกับรถในระดับเดียวกัน เช่น Honda S2000 หรือ Mazda MX-5 รถ Mustang Public มีพละกำลังที่มากกว่า และมีพื้นที่ใช้สอยที่สะดวกสบายกว่า แต่ในด้านความคล่องตัวในการควบคุมอาจสู้ไม่ได้ และเมื่อเทียบกับรถแฮทช์แบ็คสมรรถนะสูงในยุคปัจจุบัน อาจขาดคุณสมบัติทันสมัย แต่การออกแบบแบบย้อนยุคและเครื่องยนต์ไร้เทอร์โบยังคงให้ความรู้สึกที่มีเอกลักษณ์

รถยนต์รุ่นนี้เหมาะสำหรับสองกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มแรกคือผู้ที่ชื่นชอบรถกล้ามเนื้ออเมริกันคลาสสิกและต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เรียบง่ายและแท้จริง โดยมีอารมณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ส่วนกลุ่มที่สองคือผู้บริโภควัยหนุ่มสาวที่มีงบประมาณจำกัด และต้องการรถสปอร์ตที่มีดีไซน์โดดเด่นและมีสมรรถนะที่สูง โดยสรุปแล้ว แม้ว่า 2003 Ford Mustang Public จะมีคุณสมบัติที่ไม่ได้สมัยใหม่มากนัก แต่ด้วยดีไซน์ย้อนยุคที่เป็นเอกลักษณ์และการขับขี่ที่มีพลัง ยังสามารถครองตำแหน่งในตลาดรถยนต์ของไทย และเป็นรถในตำนานที่น่าสนใจสำหรับนักสะสมที่รักในความดั้งเดิม

ข้อดี
เครื่องยนต์ V8 ทรงพลัง เร่งแซงได้อย่างง่ายดาย เสียงท่อไอเสียเพิ่มความสนุกในการขับขี่
การออกแบบภายนอกและภายในของรถสไตล์อเมริกันกล้ามเนื้อคลาสสิก พวงมาลัยย้อนยุค และรายละเอียดอื่นๆ มีเอกลักษณ์
โครงสร้างตัวถังมีความปลอดภัยดีเยี่ยม เมื่อต้องเผชิญกับการชนสามารถปกป้องผู้โดยสารได้อย่างเหมาะสม
ข้อเสีย
ตัวถังรถกว้าง การหาที่จอดรถในเขตเมืองเป็นเรื่องยาก และไม่สะดวกในการแทรกระหว่างรถช่วงชั่วโมงเร่งด่วน
เบาะหนังเมื่อโดนแดดในฤดูร้อนจะร้อนจัด ชิ้นส่วนพลาสติกส่งเสียงแก็กๆ ได้ง่าย
อัตราการใช้น้ำมันสูง ต้นทุนการใช้งานในเมืองที่รถติดหนาแน่นจะสูง
คะแนนรวม
4.4
ดีเยี่ยม
จาก 5 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.6 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.6 / 5
ความปลอดภัย
4.2 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.4 / 5
แสดงรีวิว 5 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายค้ำ
เจ้าของ 2003 Ford Mustang public
ม้าป่าตัวเก๋าคันนี้ขับมาเกือบยี่สิบปีแล้ว แม้จะเป็น V8 แต่พอเหยียบคันเร่งก็ยังสามารถเลี้ยวซอกซอนในช่วงรถติดได้อย่างสบาย เบาะหนังแท้แดดหน้าร้อนทำให้ร้อนก้นแต่แอร์เย็นถึงใจ มีเพียงแค่หาที่จอดรถที่พอจะใส่มันได้ต้องวนถึงสามรอบ แต่ทุกครั้งที่สตาร์ทรถ เสียงคำรามนั้นมันคุ้มซะจริง!
5 ดีเยี่ยม
สายแรง
เจ้าของ 2003 Ford Mustang public
ก่อนหน้านี้ขับ Toyota Vios ในกรุงเทพฯ ติดจนแทบจะหมดกำลังใจ แต่พอเปลี่ยนมาเป็น Mustang Public ปี 2003 เหมือนชีวิตเปลี่ยนไปเลย! การตกแต่งภายในให้ 4 คะแนน ต้องยอมรับว่าความดุดันของรถอเมริกันคลาสสิคนั้นโดนใจมาก แต่ชิ้นส่วนพลาสติกแอบเยอะไปหน่อย เวลาตากแดดอาจมีเสียงดังเล็กน้อย แต่เพื่อแผงหน้าปัดสไตล์วินเทจ แล้วยอมได้ ประสิทธิภาพให้ 4 คะแนน เริ่ดสุด! ช่วงวันหยุดขับบนทางด่วนไปพัทยา พอเหยียบคันเร่ง เสียงเครื่องนี่เร้าใจกว่าต่อรองราคาที่ตลาดอาหารทะเลอีก การแซงนี่ลื่นไหลมาก ปลอดภัยให้ 5 คะแนน ยกนิ้วให้! ครั้งที่แล้วฝนตกหนักแล้วโดนชนท้ายที่สุขุมวิท กันชนหลังแค่ถลอกเล็กน้อย แต่คนไม่เป็นอะไรเลย เรื่องนี้ต้องชมจริง ๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่าอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันแอบทำใจลำบาก ตอนเช้าช่วงรถติดในกรุงเทพฯ เปิดแอร์ที ตกกิโลเมตรละ 2 บาทกว่า แต่เพื่อความเท่ยอมได้!
5 ดีเยี่ยม
สายเฟือง
เจ้าของ 2003 Ford Mustang public
ขับ Mustang ปี 2003 คันนี้มาเกือบครึ่งปีแล้ว ทุกครั้งที่เหยียบคันเร่ง เสียงคำรามต่ำๆ ของ V8 ทำให้ขนลุกทุกที! ขับแซงในเมืองไม่ต้องลังเลเลย แต่หน้าร้อนจอดกลางแจ้งต้องเปิดแอร์ก่อนล่วงหน้า 10 นาที —— แต่เพื่อเสียงนี้ คุ้มแล้ว!
5 ดีเยี่ยม
สายเร็ว
เจ้าของ 2003 Ford Mustang public
ก่อนหน้านี้ขับ Toyota Corolla ถึงจะประหยัดน้ำมัน แต่รู้สึกเหมือนขาดพลังอะไรไปหน่อย ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็น Mustang Public รุ่นปี 2003 ทุกครั้งที่เหยียบคันเร่งให้ความรู้สึกเหมือนโดนเตะเต็มแรง สมราคา 5 ดาว! ส่วนรูปลักษณ์ ดีไซน์กล้ามเนื้อสไตล์อเมริกันแท้ๆ จอดที่สยามสแควร์ในกรุงเทพ บอกเลยว่าคนมองรัวๆ หัก 1 คะแนนเพราะกันชนหน้ามีรอยขีดข่วนเล็กๆ (ตัวเองทำนั่นแหละ) ด้านภายในขอให้ 5 ดาว หน้าปัดวินเทจ + เบาะหนังแท้ สัมผัสดีกว่ารถพลาสติกยุคนี้เยอะ ข้อเสียนิดหน่อยคือแอร์ไม่ค่อยเย็นเท่าไหร่ ถ้าเป็นหน้าร้อนที่ไทยต้องเปิดล่วงหน้า 10 นาที สำหรับการวิ่งเส้นทางชลบุรีช่วงสุดสัปดาห์ เสียงเครื่องยนต์ V8 กลบทุกเสียงรบกวน มันส์มาก! แต่ว่าในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนที่ถนนสุขุมวิท ตัวรถค่อนข้างใหญ่ทำให้ขับแทรกยาก แต่ตอนรถติดไฟแดงแล้วออกตัวแซงมอเตอร์ไซค์คันข้างๆ สุดยอด!
4 ดีเยี่ยม
สายแม็ก
เจ้าของ 2003 Ford Mustang public
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วฝนตกหนัก ไปรับลูกเลิกเรียน เข้าถนนเขาก็ติดจนขยับไม่ได้ การจับพวงมาลัยให้ความรู้สึกคลาสสิกแต่มั่นคง เบาะหนังแท้พยุงหลังสบาย ลมแอร์เย็นก็แรงพอสมควร——การตกแต่งภายในนี้ให้คะแนนเต็ม 5 ไม่มีการหลอกลวงเลยนะ อยู่ๆ รถคันหน้าก็เบรกกะทันหัน ABS สั่นๆ แต่รถก็เบรกเอาอยู่ ถุงลมนิรภัยไม่ได้เด้งออก แต่ตัวรถมั่นคงมาก ให้คะแนน 4 สำหรับความปลอดภัย ถือว่าเหมาะสม เพียงแต่ตอนขึ้นเนินเหยียบคันเร่งลึกหน่อยก็ยังรู้สึกเครื่องอืดไปหน่อย ประสิทธิภาพต่ำให้ 1 คะแนน คาดว่าคงเป็นนิสัยเล็กๆ ของรถเก่าบนถนนเขาที่ลื่นในวันฝนตกนี่แหละ
รูป Ford Mustang
Ford Mustang
รูป Nissan Z Proto
Nissan Z Proto
Ford Mustang
vs
Nissan Z Proto
รูป Ford Mustang
Ford Mustang
รูป Audi TT
Audi TT
Ford Mustang
vs
Audi TT
รูป Ford Mustang
Ford Mustang
รูป Porsche Taycan
Porsche Taycan
Ford Mustang
vs
Porsche Taycan

รถยนต์ Ford Mustang Convertible ปี 2025 มีราคาเท่าไหร่?

รถ Mustang ปี 2020 ราคาเท่าไหร่?

รถ Mustang GT ปี 2020 มีความเร็วแค่ไหน?