รีวิว Mercedes-Benz EQS 500 4MATIC AMG Premium 2022





ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับหรูในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้บริโภคมีความต้องการในด้านระยะทางการขับขี่ อุปกรณ์ และประสบการณ์การนั่งที่เพิ่มสูงขึ้น EQS 500 4MATIC AMG Premium รุ่นปี 2022 ในฐานะรถยนต์ซีดานไฟฟ้าระดับแฟลกชิปของ Mercedes-Benz โดดเด่นด้วยระยะทางการขับขี่ที่ยาวนาน อุปกรณ์ที่ครบครัน และความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ ได้กลายเป็นที่จับตามองของผู้บริโภคที่แสวงหาคุณภาพ บททดสอบการขับขี่ครั้งนี้จะนำเสนอด้านรายละเอียดการออกแบบ การใช้งานพื้นที่ ประสิทธิภาพการขับขี่ และประสบการณ์การใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านพิจารณาว่ารถคันนี้เหมาะสมกับความต้องการของตนเองหรือไม่
ด้านรูปลักษณ์ภายนอก EQS 500 4MATIC AMG Premium ใช้ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตระกูลรถไฟฟ้า Mercedes-Benz โดยรวมเส้นสายมีความเรียบลื่นและโค้งมน อัตราสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง 0.20 ซึ่งไม่เพียงช่วยให้มีประสิทธิภาพการขับขี่ที่ดีขึ้น แต่ยังทำให้รูปลักษณ์ของตัวรถดูมีความทันสมัยยิ่งขึ้น ด้านหน้ารถ มาพร้อมกระจังหน้าปิด พร้อมตราสัญลักษณ์สามแฉกที่สามารถเปล่งแสงได้ ทำให้มีความโดดเด่นมากขึ้น; ชุดไฟหน้า LED สองด้านที่มีดีไซน์เฉียบคม รองรับฟังก์ชันไฟหน้าปรับอัตโนมัติและไฟกลางวัน โดยมีเอฟเฟกต์ที่โดดเด่นเมื่อเปิดใช้งาน ด้านข้างของตัวรถ มือจับประตูแบบซ่อนและล้อขนาด 21 นิ้วลายหลายก้านช่วยเสริมความหรูหรา ขณะที่ยางล้อหน้าและหลังมีขนาด 265/40 R21 ด้วยขนาดรถที่ยาว 5216 มม. กว้าง 1926 มม. และสูง 1512 มม. ทำให้ดูภูมิฐานและหนักแน่น ด้านท้ายของตัวรถ ชุดไฟท้าย LED แบบพาดยาวเชื่อมต่อกับเส้นสายตัวรถอย่างลงตัว โดยเมื่อเปิดใช้งานยังคงมีความโดดเด่น การออกแบบทั้งหมดนี้นำเสนอทั้งความสง่างามของรถหรูและผสมผสานความทันสมัยในแบบรถยนต์ไฟฟ้า
เมื่อเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร EQS 500 4MATIC AMG Premium ยังคงรักษาสไตล์ความหรูหราของแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน คอนโซลกลางติดตั้งจอแสดงผล MBUX Super Screen ที่ทอดยาวจากเบาะคนขับไปจนถึงเบาะผู้โดยสารด้านหน้า ซึ่งรวมฟังก์ชันแผงหน้าปัด จอควบคุมกลาง และจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารข้างคนขับไว้ด้วยกัน โดยมีความลื่นไหลในการใช้งานและความชัดเจนในการแสดงผล พวงมาลัยออกแบบมาให้มีฟังก์ชันหลายอย่าง รองรับการใช้งานระบบทำความร้อนและการควบคุมระบบการคืนพลังงานด้วยแผ่น Paddle ขณะที่ระบบแสดงข้อมูลบนกระจก (HUD) สามารถฉายข้อมูลความเร็ว แผนที่นำทาง และข้อมูลสำคัญบนกระจกหน้ารถเพื่อเพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่ เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุหนังแท้ โดยเบาะหน้าได้รับการออกแบบให้ปรับไฟฟ้าได้หลายทิศทางและมีระบบทำความร้อน ให้ความสะดวกสบายและการรองรับที่ดี พื้นที่เบาะหลังเกิดจากระยะฐานล้อที่ยาวถึง 3210 มม. ทำให้พื้นที่ขาสะดวกสบาย แม้แต่ผู้โดยสารที่มีส่วนสูง 180 ซม. ก็สามารถยืดขาได้อย่างสบาย นอกจากนี้ เบาะหลังยังมีการควบคุมแอร์แยกอิสระ พร้อมช่องเสียบไฟและพอร์ตชาร์จ USB ที่เพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสารด้านหลัง พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุถึง 610 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับใส่กระเป๋าเดินทางหรือรถเข็นเด็กสำหรับการเดินทางของครอบครัว นอกจากนี้ ระบบเสียง Burmester 3D รอบทิศทางที่ติดตั้งเป็นมาตรฐาน และหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาที่สามารถเปิดได้ ยังช่วยเพิ่มบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น
ในด้านพละกำลัง EQS 500 4MATIC AMG Premium มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ติดตั้งทั้งด้านหน้าและหลัง เครื่องยนต์มีพละกำลังรวมระบบอยู่ที่ 330kW (449PS) และแรงบิดสูงสุด 828N·m โดยมีเวลาเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. เพียง 4.8 วินาที มอบการตอบสนองของพละกำลังที่รวดเร็ว ในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน รถมีการออกตัวที่เบาและนุ่มนวล และถึงแม้จะเร่งแซงบนทางหลวงก็ยังมีสำรองพลังงานเพียงพอตลอดเวลา รถยังมีโหมดการขับขี่ให้เลือกหลากหลาย เช่น Eco, Comfort, Sport และโหมดปรับแต่งเฉพาะ ซึ่งในแต่ละโหมดนั้นการควบคุมตัวถังและการส่งกำลังจะมีความแตกต่างกัน โดยโหมด Eco มีการส่งกำลังในแบบที่นุ่มนวล เหมาะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน; ส่วนโหมด Sport มีการตอบสนองของคันเร่งที่รวดเร็วมากขึ้น และการเร่งความเร็วที่เกิดแรงดึงตัวได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ในด้านสมรรถนะ EQS 500 4MATIC AMG Premium ใช้ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระและระบบช่วงล่างด้านหลังแบบมัลติลิงก์ ปรับแต่งช่วงล่างให้มีความนุ่มนวล สามารถลดแรงสั่นสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้กระทั่งเมื่อต้องผ่านลูกระนาดหรือลู่ทางที่ขรุขระ ผู้โดยสารภายในรถจะไม่รู้สึกถึงความไม่สบายที่ชัดเจน การควบคุมพวงมาลัยมีความแม่นยำ มีพื้นที่ว่างที่น้อยมาก มีเสถียรภาพที่ดีขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ในช่วงการเข้าโค้งตัวรถมีการควบคุมการเอียงอย่างเหมาะสม ผสานกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC ให้สมรรถนะการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม ในส่วนของการเบรก ระบบดิสก์เบรกหน้าและหลังที่ทำงานร่วมกับระบบเบรกไฟฟ้า ทำให้การตอบสนองของเบรกเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น เพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยได้อย่างมาก
ระยะทางการขับขี่และประสิทธิภาพการชาร์จเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า EQS 500 4MATIC AMG Premium มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 108.4kWh ที่มีระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าทั้งหมด 696 กิโลเมตร ตามที่ระบุโดยผู้ผลิต ในการทดสอบจริง ระยะทางที่ทำได้ในถนนในเมืองอยู่ที่ประมาณ 85% และในถนนหลวงประมาณ 75% ซึ่งโดยภาพรวมถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม ในเรื่องการชาร์จ ในโหมดชาร์จเร็ว ใช้เวลาเพียง 0.51 ชั่วโมงเพื่อชาร์จจาก 10% ถึง 80% ส่วนการชาร์จแบบธรรมดาใช้เวลา 10 ชั่วโมง รองรับการใช้งานในสถานการณ์ที่หลากหลาย ระบบกู้คืนพลังงานสามารถปรับได้ถึงสามระดับ ในระดับสูงสุดเพียงแค่ปล่อยคันเร่ง ระบบจะสามารถทำการชะลอความเร็วได้อย่างมาก ช่วยลดการใช้เบรกและปรับปรุงประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน
ในด้านความสะดวกสบายในการนั่ง EQS 500 4MATIC AMG Premium ก็ยังคงมีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน โดยรถมีการควบคุมเสียงรบกวนได้อย่างดีเยี่ยม แม้ขับขี่ด้วยความเร็วสูง เสียงลมและเสียงยางก็ดังไม่มาก ระบบเสียง Burmester ก็ช่วยเพิ่มความเงียบสงบภายในรถได้อีกขั้น ที่นั่งมีความนุ่มสบายและหนุนหลังได้ดี ทำให้นั่งได้นานโดยไม่รู้สึกเหนื่อยล้า นอกจากนี้ยังมีการควบคุมเครื่องปรับอากาศด้านหลังแบบแยกส่วน และหลังคากระจกแบบพาโนรามา ที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ความสะดวกสบายของผู้โดยสารด้านหลังให้ดียิ่งขึ้น
เมื่อพิจารณาโดยภาพรวม ความโดดเด่นของ EQS 500 4MATIC AMG Premium รุ่นปี 2022 อยู่ที่ระยะทางขับขี่ที่ยาวนาน อุปกรณ์ที่ครบครัน และประสบการณ์การนั่งที่หรูหรา เมื่อเทียบกับ BMW i7 และ Tesla Model S ที่อยู่ในระดับเดียวกัน EQS 500 มีความโดดเด่นในเรื่องความหรูหราและด้านการตกแต่งภายในที่เหนือกว่า อุปกรณ์มาตรฐานอย่างระบบเสียง Burmester หลังคากระจกแบบพาโนรามา และอุปกรณ์ความปลอดภัยพร้อมถุงลมนิรภัยหลายจุด ทำให้ความคุ้มค่ายิ่งเพิ่มขึ้น รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับครอบครัวที่ใส่ใจในคุณภาพและความสบาย หรือผู้ใช้ในสายงานธุรกิจที่ต้องการความหรูหราและอุปกรณ์เทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางไกล รถรุ่นนี้ล้วนสามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่มั่นคงและสบายได้
โดยสรุป EQS 500 4MATIC AMG Premium รุ่นปี 2022 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าระดับเรือธงที่ผสานความหรูหรา เทคโนโลยี และการใช้งานที่คุ้มค่าเข้าด้วยกัน สมรรถนะที่ครบครันนั้นเพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับหรู และเป็นตัวเลือกรถยนต์ไฟฟ้าที่ควรพิจารณา


