รูป Mercedes-Benz

รีวิว Mercedes-Benz V-Class 300 d Exclusive 2024

Mercedes-Benz V-Class 300 d Exclusive 2024ในฐานะ MPV ชั้นยอดระดับผู้บริหาร มาพร้อมกับการตกแต่งภายในที่หรูหรา ที่นั่งเครื่องบินที่สะดวกสบาย และความเสถียรของกำลังขับ ตอบสนองความต้องการด้านการรับรองธุรกิจและการเดินทางของครอบครัวได้อย่างแม่นยำ
รูป Mercedes-Benz V-Class
รูป Mercedes-Benz V-Class
รูป Mercedes-Benz V-Class
รูป Mercedes-Benz V-Class
รูป Mercedes-Benz V-Class
THB 5,820,000
Mercedes-Benz V-Class 300 d Exclusive 2024
เซกเมนท์
Executive
ตัวถัง
MPV
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
237
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
500
ระบบเกียร์
AT
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ตลาด MPV ระดับบริหารในประเทศไทยเติบโตขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ใช้งานในภาคธุรกิจมีความต้องการบรรยากาศหรูหราในรถที่ใช้รับรองทางธุรกิจเพิ่มขึ้น ในขณะที่ผู้ใช้ครอบครัวก็เริ่มให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายในการเดินทางสำหรับหลายคน - Mercedes-Benz V-Class 300 d Exclusive 2024 คือรถยนต์รุ่นหลักที่ตอบสนองความต้องการในตลาดย่อยนี้ ในฐานะรุ่นท็อปของซีรีส์ V-Class นอกจากการสืบทอดความหรูหราของแบรนด์ Mercedes-Benz แล้วยังมีการปรับปรุงในด้านสมรรถนะและอุปกรณ์ เช่น การติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 1.9T ทวินเทอร์โบพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด รวมถึงการติดตั้งเครื่องเสียง Burmester มาตรฐาน วัตถุประสงค์ของการทดสอบขับครั้งนี้คือการประเมินสมรรถภาพโดยรวมของรถในชีวิตประจำวัน รับรองทางธุรกิจ และการเดินทางไกลของครอบครัว ว่าคุ้มค่ากับราคาที่ตั้งไว้ที่ 5.82 ล้านบาทหรือไม่

เมื่อดูจากระยะไกล สไตล์โดยรวมของ V-Class 300 d Exclusive รุ่นปี 2024 ดูเรียบหรูในแบบธุรกิจ แต่ในรายละเอียดกลับไม่ขาดความประณีต ขนาดตัวรถอยู่ที่ 5,370×1,928×1,960 มม. ระยะฐานล้อ 3,430 มม. เส้นสายด้านข้างที่ดูยาวเรียวพร้อมล้ออัลลอยด์ลายหลายซี่ขนาด 19 นิ้ว ไม่เพียงแต่เสริมบารมีของ MPV แต่ยังไม่ดูเทอะทะเกินไป ส่วนด้านหน้าของรถ กระจังหน้าแบบจุดดาวขนาดใหญ่พร้อมสัญลักษณ์ดาวสามแฉก มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์; ไฟหน้าคู่แบบ LED ที่ด้านข้างกระจัง มีการตกแต่งด้วยสีดำด้านในและรวมฟังก์ชันปรับแสงไฟหน้าแบบอัตโนมัติ เมื่อเปิดไฟจะมีเอฟเฟกต์ภาพที่คมชัด การออกแบบส่วนท้ายของรถค่อนข้างเรียบง่าย ไฟท้าย LED นั้นเข้ากันกับส่วนหน้า ปลายท่อไอเสียที่มีการตกแต่งโครเมียมสองฝั่งช่วยเพิ่มความรู้สึกสปอร์ต การออกแบบภายนอกโดยรวมไม่มีการตกแต่งที่เกินความจำเป็น ซึ่งสอดคล้องกับตำแหน่งของรถระดับบริหาร

เมื่อเปิดประตู ความหรูหราของภายในรถจะสัมผัสได้ทันที คอนโซลกลางหุ้มด้วยหนังนุ่ม และตกแต่งด้วยแผ่นลายไม้ให้สัมผัสละเอียดอ่อน หน้าจอสัมผัสกลางขนาด 8 นิ้ว (ถึงแม้จะไม่ได้ใหญ่มากเมื่อเทียบกับ C-Class รุ่นใหม่ แต่ก็ใช้งานได้อย่างลื่นไหล) พร้อมแผงสัมผัส ส่วนล่างยังคงมีปุ่มกดแบบฟิสิคอลอยู่เพื่อความสะดวกในการใช้งานโดยไม่ต้องละสายตาออกไป รุ่น Exclusive นี้ติดตั้งระบบเสียง Burmester รอบทิศทางมาตรฐาน ซึ่งให้คุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม; เบาะที่นั่งด้านหน้ารองรับการปรับไฟฟ้า รวมทั้งฟังก์ชันทำความร้อนและระบายอากาศ มุมพนักพิงสามารถปรับได้กว้างขวาง ทำให้ไม่เหนื่อยง่ายเมื่อขับขี่เป็นเวลานาน ส่วนแถวหลังถือเป็นจุดเด่นสำคัญ: การจัดที่นั่ง 6 ที่นั่งออกแบบเป็นแบบ 2+2+2 เบาะที่นั่งแยกอิสระแถวที่สองมาพร้อมฟังก์ชันปรับไฟฟ้า ยืดที่รองขา และฟังก์ชันนวด ตรงที่วางแขนยังมีที่วางแก้วและแผ่นชาร์จไร้สายสำหรับโทรศัพท์; พื้นที่แถวที่สามก็กว้างขวางเช่นกัน ผู้โดยสารที่มีความสูง 180 ซม. ยังมีพื้นที่ว่างขาได้ราวสองกำปั้น และมีทางออกอากาศปรับอากาศแยกต่างหากพร้อมพอร์ตชาร์จ USB พื้นที่เก็บของอยู่ที่ความจุปกติ 1,030 ลิตร และสามารถเพิ่มได้ถึง 2,400 ลิตรเมื่อพับเบาะแถวที่สามลง รองรับการขนกระเป๋าเดินทางสำหรับธุรกิจหรือการท่องเที่ยวของครอบครัวได้อย่างดี

ด้านสมรรถนะ รถคันนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 1.9T ทวินเทอร์โบ ที่มีพลังงานสูงสุด 174 กิโลวัตต์ (237 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร เชื่อมต่อเกียร์อัตโนมัติแบบ 9 สปีด การตอบสนองของคันเร่งที่เริ่มต้นเป็นไปอย่างราบรื่น แม้ตัวถังจะหนักถึง 3.1 ตัน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเครื่องยนต์อืด; ในช่วงความเร็วกลางและสูง การเร่งเครื่องยังคงมีพลัง เพียงแต่กดคันเร่งลึกลง ระบบเกียร์ก็จะเปลี่ยนเกียร์ลงอย่างรวดเร็ว และส่งกำลังที่เต็มที่ โหมดการขับขี่มีให้เลือก 4 รูปแบบ คือ ประหยัด, สะดวกสบาย, สปอร์ต และแบบแมนวล โหมดสะดวกสบายจะมีการปรับช่วงล่างให้นุ่มนวล ซึ่งสามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนส่วนใหญ่ได้; ส่วนโหมดสปอร์ต พวงมาลัยจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนเกียร์ก็จะคล่องตัวมากขึ้น เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่ต้องการขับขี่ด้วยความเร็วสูง ช่วงล่างใช้ระบบถุงลมด้านหน้าและด้านหลัง เมื่อเจอถนนขรุขระผลการลดแรงกระแทกยอดเยี่ยม รักษาท่าทางรถให้มั่นคง; เมื่อเข้าโค้งสามารถควบคุมการเอียงตัวของรถได้ในขอบเขตที่เหมาะสม ไม่มีปัญหาความรู้สึกหลวมแม้ตัวรถจะสูงและใหญ่

อัตราการบริโภคน้ำมันแสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นของเครื่องยนต์ดีเซล โดยในสภาวะการจราจรที่ติดขัดในเมือง อัตราน้ำมันประมาณ 9.5 ลิตร/100 กิโลเมตร และเมื่อขับทางไกลที่ความเร็วคงที่ลดลงเหลือ 7.2 ลิตร/100 กิโลเมตร อัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ยอยู่ราวๆ 8.1 ลิตร/100 กิโลเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขที่เป็นทางการ สำหรับรถรุ่นขนาดใหญ่นี้ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดี การควบคุมเสียงรบกวนทำได้ดี เสียงเครื่องยนต์ในขณะเดินเบาแทบจะไม่ได้ยิน และในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงเสียงลมและเสียงยางถูกควบคุมได้ดีร่วมกับระบบเสียง Burmester ทำให้ภายในรถยังคงบรรยากาศที่เงียบสงบได้ดี

โดยสรุปแล้ว จุดเด่นหลักของ Mercedes-Benz V-Class 300 d Exclusive 2024 คือการตกแต่งภายในที่หรูหรา ประสบการณ์การนั่งที่สะดวกสบาย และสมรรถนะการขับขี่ที่มั่นคง เมื่อเปรียบเทียบกับ Toyota Alphard ในระดับเดียวกัน รถรุ่นนี้มีราคาค่าแบรนด์เพิ่มสูงกว่า แต่ระบบกันสะเทือนแบบลมและระบบเสียง Burmester ซึ่งในรุ่นระดับกลางหรือล่างของ Alphard ยังไม่มี ส่วนเมื่อเปรียบเทียบกับ Volkswagen Multivan T6.1 ความหรูหราในภายในและความสะดวกสบายของเบาะหลัง V-Class ดีกว่าอย่างชัดเจน

รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับลูกค้าสองกลุ่มหลัก: กลุ่มแรกคือผู้ใช้งานในองค์กรที่ต้องการรับรองแขกทางธุรกิจ ซึ่งการตกแต่งหรูหราที่เบาะหลังสามารถตอบโจทย์ลูกค้าระดับสูงได้อย่างดีเยี่ยม กลุ่มที่สองคือครอบครัวรายได้ปานกลางถึงสูงที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายในการเดินทาง รุ่นที่มีที่นั่ง 6 ที่และมีพื้นที่กว้างขวางช่วยทำให้การเดินทางของครอบครัวเป็นเรื่องง่ายขึ้น หากคุณให้ความสำคัญกับแบรนด์ ความหรูหรา และความสะดวกสบาย พร้อมงบประมาณที่เพียงพอ V-Class 300 d Exclusive 2024 คือตัวเลือกที่น่าสนใจ

โดยรวม รถรุ่นนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นที่สมรรถนะ แต่เป็นรถ MPV ระดับบริหารที่เน้น “ความสะดวกสบาย” และ “ความหรูหรา” เป็นหัวใจหลัก ซึ่งตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี

ข้อดี
ดีไซน์ภายนอกโดดเด่น ตัวถังรถแบบลู่ลมดึงดูดสายตาสูง
ระบบความปลอดภัยครบครัน ระบบช่วยเปลี่ยนเลนในวันที่ฝนตกและระบบควบคุมเสถียรภาพของตัวรถใช้งานได้จริง
เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างราบรื่น แรงบิดต่ำเพียงพอเหมาะสำหรับการตามรถในภาวะการจราจรติดขัด
ข้อเสีย
1.9Tเครื่องยนต์ดีเซลเร่งขึ้นเนินขณะบรรทุกเต็มน้ำหนักได้ไม่ดีเท่าที่ควร
น้ำหนักรถที่มากทำให้การออกตัวบนถนนที่มีการจราจรหนาแน่นดูเชื่องช้า
เสียงลมที่ความเร็วสูงกว่า 120 กม./ชม. มากกว่าที่คาดไว้
คะแนนรวม
4.3
ดีเยี่ยม
จาก 3 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.3 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.3 / 5
ความปลอดภัย
4.0 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.7 / 5
แสดงรีวิว 3 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายแคม
เจ้าของ Mercedes-Benz V-Class 300 d Exclusive 2024
สัปดาห์ที่แล้วพาครอบครัวไปเที่ยวนอกเมืองเชียงใหม่ตามถนนบนภูเขา หลังจากฝนตกถนนลื่นและรถติดอยู่ครึ่งชั่วโมง ต้องบอกว่า V-Class คันนี้มีดีไซน์ภายนอกที่ไร้ที่ติจริงๆ ตัวถังรถที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ทำให้ได้รับความสนใจสูงมากบนถนนภูเขา คุ้มค่ากับคะแนน 5 เต็มอย่างแท้จริง แต่เครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตร ในการขึ้นเขา แม้ว่าเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดจะเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างราบรื่น แต่เมื่อบรรทุกคนเต็ม 6 คนก็ยังพอรู้สึกได้ถึงความหนักเล็กน้อย ดังนั้นขอลดคะแนนจากสมรรถนะ 1 คะแนน สำหรับระบบความปลอดภัยนั้นถือว่าจัดเต็มมาก ระบบช่วยเปลี่ยนเลนในวันฝนตกและระบบควบคุมการทรงตัวของรถช่วยได้อย่างมาก ขอให้คะแนน 4 คะแนนอย่างไม่เสียดาย แต่ด้วยน้ำหนักรถที่ถึง 3100 กก. ทำให้การออกตัวในช่วงรถติดค่อนข้างอืด แต่โดยรวมแล้วถือว่าดีเยี่ยมแม้มีจุดเล็กน้อยที่ไม่สมบูรณ์แบบ
4 ดีเยี่ยม
สายแรง
เจ้าของ Mercedes-Benz V-Class 300 d Exclusive 2024
ก่อนหน้านี้ใช้ Toyota Alphard แต่รู้สึกว่ายังขาดความประณีตแบบรถเยอรมัน เปลี่ยนมาใช้ V-Class 300 d Exclusive คันนี้ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0L เทอร์โบ+เกียร์ 9 สปีด ทำให้การขับขี่ในชั่วโมงเร่งด่วนตอนเช้าที่กรุงเทพฯ ราบรื่นมาก แรงบิดต่ำเพียงพอ การขับตามในช่วงรถติดไม่ลำบาก สุดสัปดาห์พาครอบครัวไปหัวหิน ที่นั่งแบบ 6 ที่นั่งเต็มคันก็ไม่อึดอัด ระบบเสียง Burmester กับเสียงลมที่ดังขึ้นเล็กน้อยเมื่อวิ่งบนความเร็วสูงกว่า 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (จุดติเล็กน้อย: เสียงลมดังมากกว่า ที่คาดไว้เล็กน้อย) ระบบแอร์แยกสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง+ช่วงล่างแบบถุงลมช่วยลดแรงสั่นสะเทือน ทำให้ผู้สูงอายุและเด็กนอนหลับสบายมาก อุปกรณ์ความปลอดภัยครบ ที่ประตูเลื่อนข้างยังมีระบบป้องกันหนีบ ซึ่งมีประโยชน์มากในช่วงฤดูฝนที่ประเทศไทย แต่การใช้เชื้อเพลิงในช่วงรถติดที่กรุงเทพฯ สูงถึง 10 ลิตร/100 กม. ซึ่งสูงกว่าที่แจ้งไว้เล็กน้อย แต่ราคา 5.82 ล้านบาทไทย คันนี้คุ้มค่ากว่า Alphard มาก
4 ดีเยี่ยม
สายแดร็ก
เจ้าของ Mercedes-Benz V-Class 300 d Exclusive 2024
เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว พาครอบครัวไปฟาร์มบนภูเขาใกล้ๆ จังหวัดเชียงใหม่ เพิ่งออกจากตีนเขาก็เจอฝนตกหนักแบบไม่ทันตั้งตัว ถนนบนภูเขาลื่นเหมือนกับทาน้ำมัน ขับ V-Class 300 d Exclusive 2024 นึกว่ารถคันใหญ่ขนาดนี้จะเสียการทรงตัวในทางโค้ง แต่เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดที่ทำงานร่วมกับแรงบิด 500 N·m ซึ่งสามารถปล่อยแรงบิดต่ำได้ที่ 1600 รอบ ทำให้การขึ้นเขาเป็นไปอย่างง่ายดาย ระบบขับเคลื่อนล้อหลังก็ไม่ลื่นในถนนที่เปียกชื้น ช่วงล่างถุงลมยังช่วยกรองความสะเทือนของถนนขรุขระให้ความนุ่มนวล อย่างไรก็ตาม เมื่อเปลี่ยนเลนในช่วงฝนตกหนัก แม้ระบบช่วยเปลี่ยนเลนจะเตือนถึงรถกระบะที่อยู่ด้านข้างหลังได้อย่างทันเวลา แต่ก็รู้สึกว่าเหมือนขาดระบบเบรกอัตโนมัติไป ให้คะแนนความปลอดภัย 4 คะแนนก็คงสมควรแล้ว ในด้านสมรรถนะ เครื่องยนต์ดีเซล 1.9 เทอร์โบมีปัญหาเรื่องการเร่งแซงในความเร็วสูง การเร่งจาก 0-100 ใน 7.4 วินาทีเหมาะกับการใช้งานในเมือง การขับขึ้นเขามีความมั่นคงแต่พลังอาจไม่ได้โดดเด่น ให้ 4 คะแนนกำลังพอดี ลำโพง Burmester เปิดเพลงไทยในช่วงฝนตกหนัก ครอบครัวที่นั่งหลังยังคงหลับสบาย นี่แหละน่าจะเป็นความหมายของการซื้อมันมาใช้งาน
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.0
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
1950
ชนิดเครื่องยนต์
เครื่องอัดอากาศแบบเทอร์โบ
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
237
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
500
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
4200
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
1600-4200
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันดีเซล
ภาพรวม
อัตราเร่ง 0-100กม/ชม
7.4
อัตราสิ้นเปลือง
8.1
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
AT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนล้อหลัง
ระบบกันสะเทือนด้านหน้า
ระบบช่วงล่างแบบถุงลม
ระบบกันสะเทือนด้านหลัง
ระบบช่วงล่างแบบถุงลม
ขนาดยางหน้า
245/45 R19
ขนาดยางหลัง
245/45 R19
เบรกมือ
เบรกมือไฟฟ้า
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
Executive
ความยาว(มิลลิเมตร)
5370
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1928
ความสูง(มิลลิเมตร)
1960
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
3430
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

"รถ V-Class ปี 2024 มีขนาดเท่าไหร่?

ราคาของ Mercedes-Benz V-Class ปี 2024 เท่าไร?

รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ C-Class ประหยัดน้ำมันไหม?