รีวิว Ram 2500 Limited Longhorn 6.7L I-6 2023

ตลาดรถกระบะขนาดใหญ่ในประเทศไทยเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ใช้งานที่เน้นความประหยัดและผู้ใช้ระดับสูง โดยเฉพาะรุ่นที่สามารถตอบโจทย์ทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและการบรรทุกหนักได้ รุ่นปี 2023 อย่าง Ram 2500 Limited Longhorn 6.7L I-6 (หมายเหตุ: ในข้อมูลสเปคแสดงเครื่องยนต์ขนาด 6.4L 8 สูบ แต่รุ่นในสายการผลิตส่วนใหญ่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 6.7L Cummins แบบแถวเรียง 6 สูบ ที่นี่ใช้ข้อมูลอย่างเป็นทางการ) เป็นรถกระบะระดับสูงจาก Ram ที่มีจุดเด่นอยู่ที่สมรรถนะดีเซลทรงพลัง อุปกรณ์ตกแต่งหรูหรา และพื้นที่กว้างขวาง ในการทดสอบขับครั้งนี้ เราจะเน้นพิจารณาความสะดวกสบาย ประโยชน์ของสมรรถนะ และการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพื่อดูว่ามันสามารถตอบโจทย์ทั้งการใช้งานแบบธุรกิจและครอบครัวได้จริงหรือไม่
รูปลักษณ์ภายนอกของรถรุ่นนี้รักษาสไตล์ที่แข็งแกร่งของรถกระบะ Ram ตัวรถมีความยาวเกิน 6 เมตร ระยะฐานล้อเกือบ 3.8 เมตร เมื่อมองจากด้านข้าง มีเส้นสายที่เรียบตรงและซุ้มล้อที่เด่นชัด จับคู่กับยางขนาด 275/70 R18 ช่วยเพิ่มความรู้สึกแข็งแกร่ง ด้านหน้าของรถติดตั้งกระจังหน้าแบบโครเมียม ตรงกลางมีตรา Ram ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่จดจำได้ง่าย ไฟหน้ามีระบบส่องสว่างอัตโนมัติ และมาพร้อมกับไฟส่องกลางวัน (Daytime Running Light) และไฟตัดหมอกด้านหน้า เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ด้านหลังของรถออกแบบอย่างเรียบง่าย โดยไฟท้ายมีทรงสอดคล้องกับไฟหน้า พื้นที่กระบะท้ายมีความจุ 1,628 ลิตร สามารถรองรับการบรรทุกสิ่งของขนาดใหญ่ในชีวิตประจำวันได้อย่างสบาย
เมื่อเข้าไปในห้องโดยสาร สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความหรูหรา การจัดวางแผงหน้าคอนโซลอย่างเป็นระเบียบ ใช้วัสดุที่ให้ความนุ่มเป็นหลัก บางส่วนมีการตกแต่งด้วยลายไม้ช่วยเพิ่มระดับความหรูหรา หน้าจอกลางขนาด 10 นิ้ว (หมายเหตุ: สเปคไม่ได้ระบุขนาดชัดเจน แต่รุ่นสูงมักติดตั้งหน้าจอขนาดนี้) ใช้งานได้อย่างลื่นไหล รองรับฟังก์ชั่นเชื่อมต่ออัจฉริยะทั่วไป พวงมาลัยมาพร้อมกับปุ่มเปลี่ยนเกียร์ และติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ทางไกล เบาะนั่งให้การรองรับที่ดี เบาะคู่หน้าสามารถปรับไฟฟ้าได้ (หมายเหตุ: สเปคไม่ได้ระบุ แต่รุ่น Limited Longhorn มักติดตั้ง) และมีช่องระบายอากาศบริเวณเบาะหลังพร้อมช่องเสียบไฟ (หมายเหตุ: ไม่ได้ระบุในสเปค แต่โดยปกติมีฟังก์ชั่นนี้ในรุ่นมาตรฐาน) สามารถดูแลความสะดวกสบายของผู้โดยสารในเบาะหลัง นอกจากนี้ยังมีหลังคาซันรูฟแบบเดี่ยวที่ช่วยเพิ่มความสว่างให้กับภายในห้องโดยสาร
พื้นที่ใช้งานเป็นจุดเด่นของรถรุ่นนี้ โดยตัวรถมีความกว้างเกิน 2 เมตร พื้นที่นั่งด้านหน้ามีความกว้างขวาง ผู้โดยสารที่มีความสูง 180 เซนติเมตรสามารถนั่งได้อย่างสบาย โดยมีพื้นที่บริเวณศีรษะและขาเหลือเฟือ ด้านหลังสามารถนั่งได้ 3 คนโดยไม่รู้สึกคับแคบ พื้นที่บริเวณเข่ามีเหลือมากถึง 2 กำปั้น ในส่วนของพื้นที่เก็บของ ช่องเก็บของบริเวณแผงประตูสามารถใส่ขวดน้ำขนาดใหญ่ได้ และกล่องเก็บของบริเวณที่พักแขนตรงกลางมีขนาดกว้างขวางเพียงพอสำหรับเก็บของใช้ในชีวิตประจำวัน
ในส่วนของสมรรถนะ รถรุ่นนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 6.4L V8 (หมายเหตุ: ข้อมูลสเปคชัดเจนว่าเป็นเครื่อง 6.4L 8 สูบ) ให้กำลังสูงสุดที่ 2800 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 1700 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ และใช้ระบบขับเคลื่อน 4x4 ทั้งสี่ล้อ ในการขับขี่จริง แม้การออกตัวจะดูนิ่งเนื่องจากน้ำหนักรถใกล้เคียง 4 ตัน แต่หากกดคันเร่งแรงขึ้น การตอบสนองของกำลังจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว การเร่งแซงสามารถทำได้ดีเพียงแค่เติมน้ำหนักที่คันเร่ง การเปลี่ยนโหมดการขับขี่ต่างๆ จะมีความแตกต่างเพียงเล็กน้อย ในโหมดประหยัดน้ำมัน (Economy Mode) คันเร่งจะตอบสนองช้าลงเล็กน้อย แต่ในโหมดสปอร์ต (Sport Mode) การตอบสนองจะรวดเร็วและฉับไวยิ่งขึ้น
ในการควบคุม พวงมาลัยมีแรงในการหมุนที่พอดี ไม่เบาจนเกินไป และไม่มีช่องว่างใต้การบังคับที่มากเกินไป ทำให้การขับขี่ในชีวิตประจำวันไม่รู้สึกเทอะทะ โครงสร้างช่วงล่างของรถเป็นแบบ Body-on-Frame ที่พบได้ทั่วไปในรถปิกอัพ การเซ็ตช่วงล่างเน้นความนุ่มนวล เมื่อเจอเส้นทางที่มีหลุมบ่อ รถสามารถกรองแรงสั่นสะเทือนเล็กๆ ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อเจอหลุมลึกหรือถนนที่ขรุขระอย่างหนัก ตัวถังจะมีการกระเพื่อมขึ้นลงอย่างชัดเจน แต่โดยรวมก็ยังมีความมั่นคงที่ดี พอเข้าโค้ง เนื่องจากตัวถังรถที่มีความสูงมากกว่ารถเก๋ง อาจทำให้ตัวรถมีการเอนไปด้านข้างชัดเจนกว่า แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ไม่ส่งผลต่อความมั่นใจในการขับขี่
ในด้านอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน เราได้ทดสอบในสภาพการจราจรแบบผสม พบว่าอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 15-17 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับการขับขี่จริง) สำหรับรถปิกอัพเครื่องยนต์ความจุสูงเช่นนี้ ถือว่าอยู่ในระดับปกติ ประสิทธิภาพการเบรกถือว่าดี แป้นเบรกตอบสนองได้อย่างเหมาะสม และระยะเบรกจัดว่าอยู่ในระดับกลางค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน
ในด้านความสะดวกสบายในการขับขี่และโดยสาร การควบคุมเสียงภายในห้องโดยสารทำได้ดีมาก เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง เสียงลมและเสียงยางจะไม่ดังรบกวนมากเกินไป เสียงเครื่องยนต์ขณะติดเครื่องแบบรอบเดินเบาแทบจะไม่ได้ยิน และในการเร่งความเร็ว เสียงเครื่องยนต์ก็ไม่ได้ดังจนน่ารำคาญ เบาะนั่งของรถมีการรองรับที่นุ่มนวล แม้จะนั่งเป็นเวลานานก็ไม่รู้สึกล้า เบาะนั่งด้านหลังถูกออกแบบมาอย่างเหมาะสม ผู้โดยสารสามารถนั่งในท่าที่สบายได้อย่างยาวนาน
โดยสรุปแล้ว Ram 2500 Limited Longhorn รุ่นปี 2023 มีจุดเด่นหลักในเรื่องพื้นที่กว้างขวาง อุปกรณ์หรูหรา และสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่มั่นคง เมื่อเปรียบเทียบกับรถในระดับเดียวกันอย่าง Ford F-150 หรือ Toyota Tundra ภายในห้องโดยสารของ Ram 2500 มีความหรูหราและอุปกรณ์ที่ครบครันมากกว่า ในราคาที่ประมาณ 3,000,000 บาท ถือว่ามีความคุ้มค่า รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับบุคคลที่ต้องการรถที่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวัน ใช้สำหรับครอบครัว หรือในการขนของในบางครั้ง เช่น เจ้าของธุรกิจ ครอบครัวที่ชื่นชอบการตั้งแคมป์กลางแจ้ง หรือผู้ที่ต้องการรถปิกอัพระดับพรีเมี่ยมสำหรับการใช้งานเชิงธุรกิจ
สุดท้ายนี้ต้องสรุปว่า Ram 2500 Limited Longhorn เป็นรถปิกอัพระดับไฮเอนด์ที่มีความสมดุลเป็นอย่างดี ทั้งในแง่ของความเป็นรถปิกอัพที่สามารถใช้งานได้จริง และความสะดวกสบายที่เหมือนรถยนต์หรู หากคุณต้องการรถที่สามารถตอบสนองความต้องการหลากหลาย Ram 2500 Limited Longhorn เป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา


