รูป Toyota

รีวิว Toyota Alphard 2.5 HEV Luxury E-FOUR 2023

2023 Toyota Alphard 2.5 HEV Luxury E-FOUR เป็น MPV ระดับหรูคลาส E ที่มีห้องโดยสารกว้างขวาง อุปกรณ์ครบครัน ระบบไฮบริดประหยัดพลังงาน และการขับขี่ที่สบาย เพื่อตอบสนองความต้องการการเดินทางระดับไฮเอนด์
รูป Toyota Alphard
รูป Toyota Alphard
รูป Toyota Alphard
รูป Toyota Alphard
รูป Toyota Alphard
THB 4,499,000
Toyota Alphard 2.5 HEV Luxury E-FOUR 2023
เซกเมนท์
E-Segment
ตัวถัง
MPV
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.5
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
190
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
238
ระบบเกียร์
E-CVT
รีวิว
รีวิวผู้ใช้
รายละเอียด

ในตลาด MPV ระดับ E-Segment ที่หรูหรา ความต้องการของผู้ใช้มักเน้นที่ "คุณภาพระดับสูง พื้นที่ใช้งานจริง และการขับขี่ที่สะดวกสบาย" เสมอ และ Toyota Alphard 2.5 HEV Luxury E-FOUR รุ่นปี 2023 เป็นตัวเลือกยอดนิยมในตลาดนี้ — ไม่เพียงแต่สืบทอดความหรูหราของตระกูล Alphard เท่านั้น แต่ยังเพิ่มความสามารถในการแข่งขันผ่านระบบไฮบริดที่ได้รับการพัฒนาและการปรับแต่งฟังก์ชันที่หลากหลาย จุดประสงค์ของการทดลองขับในครั้งนี้คือการตรวจสอบว่า รถรุ่นนี้สามารถแสดงประสิทธิภาพในสถานการณ์การเดินทางประจำวันและชีวิตครอบครัวได้อย่างไร และเพื่อตรวจสอบว่าค่าสเปคอย่างเป็นทางการสามารถแปรเปลี่ยนเป็นประโยชน์จริงสำหรับผู้ใช้ได้หรือไม่

จากภายนอก การออกแบบของ Alphard คันนี้ยังคงความเป็น MPV ที่ดูภูมิฐาน แต่ได้ปรับรายละเอียดเพื่อเพิ่มความโดดเด่น กระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ ประกอบกับแถบโครเมียมและไฟหน้า LED แบบเมทริกซ์ ให้ความรู้สึกที่ดึงดูดสายตา ด้านข้างของตัวรถมีเส้นสายที่ไหลลื่น ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วที่มีซี่หลายซี่ และยางขนาด 225/55 R19 ช่วยให้สัดส่วนด้านข้างดูสมดุล ท้ายรถติดตั้งไฟท้ายแบบ LED เชื่อมต่อด้วยแถบโครเมียม สไตล์โดยรวมเรียบง่ายแต่หรูหรา เหมาะสมกับการเป็น MPV ระดับพรีเมียม ในส่วนของระบบไฟ แสงไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟกลางวัน และไฟตัดหมอกหน้าติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐาน ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน

เมื่อเข้าสู่ภายใน ห้องโดยสารผสมผสานความหรูหราและทันสมัยได้อย่างลงตัว แผงคอนโซลตกแต่งด้วยวัสดุสัมผัสนุ่ม ประกอบกับแผ่นไม้และแถบโลหะ ให้ความรู้สึกสัมผัสที่นุ่มนวลและดูดี หน้าจอควบคุมขนาด 14 นิ้ววางอยู่ด้านบนของคอนโซลอินเตอร์เฟซชัดเจน ใช้งานลื่นไหล และรองรับฟังก์ชันเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มด้วยหนังแท้ มีการจัดวางปุ่มควบคุมที่ใช้งานง่าย และใช้เวลาในการเรียนรู้น้อย ฟังก์ชันการใช้งานรวมถึงระบบเสียงลำโพง 15 ตัว, ระบบปรับอากาศอิสระสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง, ซันรูฟไฟฟ้า และอื่น ๆ โดยเฉพาะระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลังที่สามารถปรับได้อย่างอิสระ เหมาะสำหรับตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารที่หลากหลาย นอกจากนี้ รถยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยที่ครอบคลุม เช่นระบบกันล้อล็อค (ABS), ระบบควบคุมเสถียรภาพของตัวรถ, ระบบเบรกฉุกเฉิน, ถุงลมนิรภัยทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

พื้นที่ห้องโดยสารเป็นหนึ่งในจุดเด่นสำคัญของรถรุ่นนี้ ขนาดตัวถังยาว กว้าง และสูงอยู่ที่ 5010 มม., 1850 มม., 1950 มม. และระยะฐานล้ออยู่ที่ 3000 มม. การันตีความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร เบาะหน้าสามารถปรับไฟฟ้าได้หลายทิศทาง ให้ความกระชับและรองรับร่างกายได้ดี เบาะที่นั่งแถวที่สองเป็นเบาะแยกที่มีพื้นที่กว้างขวาง ระยะวางขาและเหนือศีรษะเหลือเฟือ พร้อมติดตั้งที่พักแขนและช่องวางแก้วน้ำ ทำให้นั่งสบายแม้ในระยะทางนาน ส่วนเบาะที่นั่งแถวที่สาม แม้จะน้อยกว่าสองแถวแรก แต่ก็เหมาะสำหรับการนั่งระยะสั้นของผู้ใหญ่ ในเรื่องความจุในการเก็บของ ช่องเก็บของตามประตู, กล่องคอนโซลกลาง และช่องเก็บของด้านหลังมีความจุค่อนข้างมาก เพียงพอกับการจัดเก็บของใช้ประจำวัน สำหรับห้องเก็บสัมภาระท้ายในโหมด 7 ที่นั่ง สามารถเก็บกระเป๋าเดินทางขนาดพกพาได้ 2-3 ใบ และเมื่อพับเบาะแถวที่สามลง พื้นที่จะเพิ่มขึ้นอีกมาก ทำให้ใช้งานได้อย่างหลากหลาย

ด้านสมรรถนะ รถรุ่นนี้ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร แบบดูดอากาศธรรมชาติ ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว ใช้ระบบไฮบริดที่ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 250PS พร้อมเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ในการขับขี่ประจำวัน ช่วงออกตัวใช้มอเตอร์ไฟฟ้าให้การตอบสนองที่รวดเร็วและราบรื่น เมื่อเร่งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานร่วมกัน ส่งกำลังที่สมูท โดยสามารถสัมผัสแรงดันหลังจากการเหยียบคันเร่งขึ้นได้ชัดเจน เมื่อเปลี่ยนไปเป็นโหมดสปอร์ต การตอบสนองพลังงานจะรวดเร็วยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่ต้องเร่งความเร็วทันที ด้านการประหยัดน้ำมันก็เป็นจุดเด่นด้วยเช่นกัน โดยอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยประมาณ 6 ลิตร/100 กม. ตามการอ้างอิงของทางการ และจากการทดลองขับจริง บนถนนในเมืองใช้น้ำมันประมาณ 7.2 ลิตร/100 กม. ส่วนบนทางหลวงประมาณ 5.8 ลิตร/100 กม. ซึ่งตอบโจทย์ตามคาดของรถไฮบริด

ระบบควบคุมและสมรรถนะของช่วงล่างเน้นความสะดวกสบาย พวงมาลัยมีแรงหมุนที่เหมาะสม มีพื้นที่ว่างระหว่างเล็กน้อย และชี้นำได้แม่นยำ ช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัทร่วมกับช่วงล่างอิสระด้านหลัง สามารถลดแรงกระแทกจากพื้นถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อผ่านลูกระนาดหรือถนนขรุขระ ตัวรถเคลื่อนที่น้อย ให้ความสะดวกสบายที่ดี เมื่อต้องขับขี่ด้วยความเร็ว ตัวรถมีความมั่นคง เมื่อเข้าโค้งการเอียงของตัวรถอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกไม่สะดวกอย่างเห็นได้ชัด ในด้านการเบรก แป้นเบรกมีความรู้สึกตอบสนองอย่างมั่นคงและเรียบง่าย แรงเบรกถูกปล่อยออกมาอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ตัวรถมีความมั่นคงในขณะเบรกฉุกเฉิน และระยะเบรกสั้น ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ดี

รายละเอียดที่สร้างความสะดวกสบายในการขับขี่และโดยสารได้รับการดูแลอย่างดี การควบคุมเสียงในรถยนต์ทำได้ดีมาก เมื่อต้องขับขี่ด้วยความเร็วสูง จะไม่รู้สึกถึงเสียงลมและเสียงของล้อขณะวิ่ง เสียงเครื่องยนต์เมื่อถูกเรียกใช้งานก็ฟังนุ่มนวลมากเช่นกัน ที่นั่งหุ้มด้วยหนังแท้ มีวัสดุบุเติมที่อ่อนนุ่ม ให้การรองรับบริเวณเอวและต้นขาในระดับที่เพียงพอ ระบบการกู้คืนพลังงานสามารถปรับได้หลายระดับ ในระดับต่ำสุดแทบจะไม่รู้สึกถึงแรงดึงกลับ ไม่ส่งผลกระทบต่อประสบการณ์การขับขี่

โดยภาพรวม Toyota Alphard 2.5 HEV Luxury E-FOUR รุ่นปี 2023 มีจุดเด่นที่สำคัญอยู่ที่ความกว้างขวางของพื้นที่อเนกประสงค์ อุปกรณ์ที่พร้อมสรรพ และความสะดวกสบาย เทียบกับรถยนต์ในระดับเดียวกัน ระบบไฮบริดของรุ่นนี้มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต่ำกว่า อีกทั้งยังมีการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบวงจรมากขึ้น ความสะดวกสบายของเบาะนั่งแถวที่สองก็โดดเด่นเป็นพิเศษ และมีความคุ้มค่าในตลาด MPV ระดับหรู ดีไซน์นี้เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานพื้นที่และความสะดวกสบายในการขับขี่เป็นพิเศษ โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องใช้รถในการเดินทางหรือผู้ที่ต้องการรถยนต์สำหรับการทำธุรกิจออกนอกสถานที่ นอกจากนี้ระบบไฮบริดที่ประหยัดพลังงานยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางระยะไกลในชีวิตประจำวันอีกด้วย

โดยสรุปแล้ว Alphard รุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์ MPV ระดับหรูที่มีความสมดุลสูง สามารถตอบสนองต่อการเดินทางในครอบครัวได้อย่างลงตัว และให้ประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหราและสะดวกสบาย หากคุณกำลังมองหารถยนต์ MPV ระดับหรูที่มีพื้นที่กว้างขวาง อุปกรณ์ครบครัน รวมถึงประหยัดพลังงาน รถยนต์รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่ควรพิจารณา

ข้อดี
ระบบไฮบริดมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันรวมประมาณ 5.8-6 ลิตร/100 กม. เหมาะกับสภาพถนนที่ติดขัดในประเทศไทย
มีฟังก์ชั่นความปลอดภัยเชิงรุกที่หลากหลาย เช่น ระบบเตือนการออกนอกเลน และระบบเบรกอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความปลอดภัย
ภายในหรูหราและสะดวกสบาย พร้อมที่นั่งแถวที่สองแบบการบินที่มีฟังก์ชั่นทำความร้อนระบายอากาศ และปรับเอนนอนได้ เหมาะสำหรับการเดินทางไกล
ข้อเสีย
ระบบควบคุมเสถียรภาพของตัวรถตอบสนองช้ากว่าเล็กน้อย เสถียรภาพขณะขับขี่บนถนนบนภูเขายังต้องปรับปรุง
รายละเอียดบางส่วนขาดการออกแบบที่ดี เช่น ที่วางแก้วในแถวที่สองให้ความรู้สึกเหมือนพลาสติก ปุ่มกดแบบฟิสิคัลมีตำแหน่งที่ไม่สะดวก
หน้าจอกลางบางครั้งตอบสนองช้า ส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งาน
คะแนนรวม
4.3
ดีเยี่ยม
จาก 5 รีวิ
คะแนนแยกตามหมวดหมู่
สมรรถนะ
4.6 / 5
ดีไซน์ภายใน
4.4 / 5
ความปลอดภัย
4.0 / 5
ดีไซน์ภายนอก
4.4 / 5
แสดงรีวิว 5 รายการ
5 ดีเยี่ยม
สายเทียน
เจ้าของ Toyota Alphard 2.5 HEV Luxury E-FOUR 2023
ในฐานะเจ้าของรถ Toyota Alphard 2.5 HEV Luxury E-FOUR 2023 การใช้งานในประเทศไทยของฉันถือว่าดีมากเลยทีเดียว ในด้านความปลอดภัย ฉันให้คะแนน 4 คะแนน รถคันนี้มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยเชิงรุกที่หลากหลาย เช่น ระบบเตือนเมื่อออกนอกช่องทางจราจร, ระบบเบรกอัตโนมัติ ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยได้มากในสภาพการจราจรที่แออัดของกรุงเทพฯ หลายครั้งที่รถคันหน้าหยุดกะทันหัน ระบบก็แจ้งเตือนและช่วยเบรกได้ทันท่วงที ทำให้หลีกเลี่ยงการชนได้ อย่างไรก็ดี มีครั้งหนึ่งที่ขับบนถนนบนภูเขาที่ภูเก็ต รู้สึกว่าระบบควบคุมเสถียรภาพของรถทำงานช้าลงเล็กน้อย จึงหักคะแนนไป 1 คะแนน ในด้านสมรรถนะ ฉันต้องให้ 5 คะแนน ระบบไฮบริด 2.5 ลิตรให้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมในสภาพถนนของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองกรุงเทพฯ ที่มีการหยุด-ออกตัวบ่อยครั้ง หรือการขึ้นเนินเขาที่เชียงใหม่ กำลังก็ยังเหลือเฟือ อีกทั้งยังประหยัดน้ำมันมาก อัตราการสิ้นเปลืองเฉลี่ยเพียง 6 ลิตร/100 กม. ประหยัดกว่ารถคันก่อนของฉันเยอะมาก ระบบ E-FOUR ขับเคลื่อนสี่ล้อก็ทำงานได้ดีบนถนนที่ลื่นในฤดูฝน ไม่ต้องกังวลเรื่องล้อหมุนฟรีเลย ในด้านภายในรถ ฉันให้ 4 คะแนน การออกแบบโดยรวมให้ความรู้สึกหรูหรามาก เบาะหนังนั่งสบายสุด ๆ โดยเฉพาะเบาะที่นั่งแถวที่สองที่เป็นที่นั่งแบบพรีเมียม ครอบครัวของฉันชมไม่ขาดปาก อย่างไรก็ตามหน้าจอกลางแม้จะมีขนาด 14 นิ้ว แต่บางครั้งการตอบสนองค่อนข้างช้าเล็กน้อย และตำแหน่งของปุ่มฟังก์ชันบางปุ่มออกแบบให้ใช้งานไม่สะดวกนัก ต้องใช้เวลาปรับตัว โดยรวมแล้ว ประสบการณ์การใช้งานรถคันนี้ในประเทศไทยถือว่าน่าพึงพอใจมาก โดยเฉพาะด้านสมรรถนะที่เกินความคาดหมายจริง ๆ
4 ดีเยี่ยม
รถแต่ง
เจ้าของ Toyota Alphard 2.5 HEV Luxury E-FOUR 2023
ในฐานะเจ้าของ Toyota Alphard 2.5 HEV Luxury E-FOUR 2023 ที่ขับในประเทศไทยมากว่าครึ่งปี ขอมาแบ่งปันประสบการณ์~ **รูปลักษณ์ภายนอก** ให้ 4 คะแนน: ความโดดเด่นของ Alphard นี่มีอยู่จริง บนถนนกรุงเทพฯ ดูมีพลังและมั่นคงมาก! การตกแต่งโครเมียมและไฟหน้า LED ทำให้เวลาจอดที่ลานจอดรถสยามสแควร์ ดูมีความโดดเด่น เพื่อนๆ ทุกคนต่างพูดว่า "มองแวบเดียวก็รู้เลยว่ารถคุณ" แต่การออกแบบด้านท้ายของรถถ้าหากปรับให้มีความประณีตอีกนิดจะดีกว่านี้ เพราะตอนนี้ดูออกแนว "รถธุรกิจ" ไปหน่อย ไม่ค่อยมีความอบอุ่นแบบรถครอบครัวเท่าไร **ความปลอดภัย** ให้ 4 คะแนนเหมือนกัน: ในช่วงฤดูฝนของไทย ถนนมันลื่น ครั้งหนึ่งเคยเจอรถจักรยานยนต์เปลี่ยนเลนกะทันหันบนทางด่วน ระบบเบรกอัตโนมัติส่งเสียงเตือน "ปี๊ปๆ" แล้วลดความเร็วทันเวลา ทำเอาตกใจจนเหงื่อออกเต็มตัว แต่ก็ยังปลอดภัยดี ระบบเตือนออกนอกเลนช่วยได้มากเวลารถติดในกรุงเทพฯ ป้องกันไม่ให้จิตใจวอกแวกจนออกนอกเลนไป แต่ถ้ามีฟังก์ชั่นมุมมองภาพรอบคัน 360 องศาเพิ่มอีกสักหน่อย (เพราะตอนนี้มีแค่กล้องมองหลัง) จะช่วยได้เยอะเวลาไปเจอซอยแคบๆ ที่เชียงใหม่ตอนสวนรถคันอื่น **ภายใน** ให้ 4 คะแนน: เบาะหนัง Nappa ในอากาศร้อน 35 องศาเซลเซียสในไทย มีระบบระบายอากาศที่ทำให้เย็นชื่นใจภายในไม่ถึงหนึ่งนาที ช่วยได้เยอะ! หน้าจอกลางขนาด 14 นิ้ว รองรับ CarPlay ได้ลื่นไหลมาก และแอร์แยกส่วนสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ทำให้พ่อแม่นั่งแถวสามแล้วไม่บ่นว่าร้อนเลย มีข้อปรับปรุงนิดหน่อยคือ วัสดุที่ทำที่วางแก้วในแถวสองดูพลาสติกไปหน่อย ถ้าเปลี่ยนเป็นวัสดุโลหะจะยิ่งดูหรูหราขึ้น โดยรวมแล้ว ในฐานะ MPV สำหรับครอบครัว ถือว่าเหมาะมากสำหรับการใช้งานในประเทศไทย ใช้งานได้ทั้งในเชิงธุรกิจและสำหรับครอบครัวเลย แต่ถ้าปรับจุดเล็กๆ น้อยๆ จะเพอร์เฟกต์กว่านี้!
5 ดีเยี่ยม
สายยาง
เจ้าของ Toyota Alphard 2.5 HEV Luxury E-FOUR 2023
ในฐานะเจ้าของ Toyota Alphard 2.5 HEV Luxury E-FOUR 2023 ที่ขับในประเทศไทยมาแล้วครึ่งปี ยิ่งใช้ยิ่งหลงรัก! เริ่มจากภายในรถ บอกเลยว่าเป็นมาตรฐานของ MPV หรูหราเกินตัว——เบาะแถวสองที่เป็นเบาะอิสระแบบเครื่องบินนี้สุดยอดมาก นอกจากจะมีฟังก์ชันปรับอุ่นและระบายอากาศแล้ว ยังปรับนอนได้ 180 องศา ทุกครั้งที่พาครอบครัวไปหัวหินหรือเชียงใหม่ ขับรถไกลๆ พ่อแม่ที่นั่งด้านหลังหลับไปเลย บอกว่าสบายยิ่งกว่าโซฟาที่บ้านอีก หน้าจอกลางขนาด 14 นิ้วใช้งานลื่นไหล ลำโพง 15 ตัวสำหรับเปิดเพลงภาษาไทยตอนรถติด เสียงดีมาก เหมือนไม่ได้อยู่ในรถเลย พูดถึงสมรรถนะ ในสภาพถนนที่หลากหลายแบบในไทย ทั้งรถติด+ทางด่วน+ทางชนบท รถคันนี้เอาอยู่ทั้งหมด! ช่วงเวลาเร่งด่วนในกรุงเทพฯ ที่รถติดเหมือนลานจอดรถ โหมด HYBRID ของมันประหยัดน้ำมันสุดๆ ตัวเลขที่โชว์อยู่แค่ 5.8L/100km ประหยัดกว่ารถซีดานที่เคยใช้อีก บนทางด่วนก็แรงไม่แพ้ใคร แค่เหยียบคันเร่งลึกๆ มอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ทำงานพร้อมกัน แรงดันหลังมากะทันหัน การแซงรถบรรทุกคันใหญ่ก็สบาย ความประทับใจที่เซอร์ไพรส์ที่สุดคือระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ E-FOUR ครั้งที่แล้วพาเพื่อนไปถนนขึ้นเขาที่เชียงราย วันที่ฝนตก ถนนลื่นมาก แต่มันก็ยังนิ่งเสถียรเหมือนรถถัง ไม่มีอาการลื่นไถล ระยะห่างจากพื้น 220 มม. ก็ดีมาก ถนนหลุมขรุขระในชนบทไทยผ่านไปได้สบาย ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะขูดใต้ท้องรถ ให้คะแนนเต็มทั้งภายในและสมรรถนะ สมกับเงินที่จ่ายมากๆ!
5 ดีเยี่ยม
สายบอดี้
เจ้าของ Toyota Alphard 2.5 HEV Luxury E-FOUR 2023
ผมขับ Alphard 2.5 HEV คันนี้ในกรุงเทพฯ มาได้เกือบครึ่งปีแล้ว ยิ่งขับยิ่งชอบ! เริ่มจากรูปลักษณ์ภายนอก——ทุกครั้งที่จอดรถที่สยามสแควร์หรือที่จอดรถอโศก คนที่เดินผ่านจะหันมามองสองครั้ง ตัวรถมีเส้นสายที่โดดเด่นมาก โดยเฉพาะกระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมไฟหน้า LED เวลาเอาไปใช้งาน ไม่ว่าจะเจรจาธุรกิจหรือพาครอบครัวไปพักผ่อนที่หัวหิน รถคันนี้ทำให้ดูมีระดับมาก ๆ มาพูดถึงสมรรถนะ นี่คือสิ่งที่ผมพึงพอใจที่สุด! คุณคงเข้าใจเรื่องจราจรของกรุงเทพฯ ในช่วงเวลาเร่งด่วน ที่รถติดจนไม่ขยับเลย ระบบไฮบริดคืออาวุธลับของผม—โหมดไฟฟ้าล้วนที่ใช้ความเร็วต่ำในช่วงขับตามรถคันหน้าเงียบและนุ่มนวลมาก ไม่มีการกระตุกเลย เดือนที่แล้วผมพาครอบครัวไปขับรถเที่ยวเชียงใหม่ บนทางหลวงเวลาที่ต้องเร่งแซงก็ทำได้ง่ายมาก เมื่อเหยียบคันเร่งแรง ๆ จะรู้สึกถึงกำลังจากทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ที่ทำงานร่วมกัน แถมอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่แค่ 6L/100km ประหยัดกว่ารถเก่าผมเยอะ! ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ E-FOUR ทำให้การขับบนถนนโคลนในชนบทช่วงฤดูฝนมั่นคงและปลอดภัยอย่างมาก สรุปว่า เงินที่จ่ายไปคุ้มค่าจริง ๆ!
4 ดีเยี่ยม
สายสปอร์ต
เจ้าของ Toyota Alphard 2.5 HEV Luxury E-FOUR 2023
ในฐานะเจ้าของ Alphard 2.5 HEV Luxury ที่ขับมาครึ่งปี รู้สึกจริงๆ ว่ารถคันนี้เหมาะกับครอบครัวชาวไทยมาก! ขอพูดถึงประสิทธิภาพก่อนนะ คะแนน 4 ผมคิดว่าเป็นการให้คะแนนที่ยุติธรรม ช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเช้าตอนเย็นในกรุงเทพรถติดเหมือนลานจอดรถเลย ระบบไฮบริด E-CVT นุ่มนวลมาก ตอนใช้ไฟฟ้าความเร็วต่ำเงียบและประหยัดน้ำมันดีด้วย อัตราการใช้น้ำมันรวมประมาณ 6 ลิตร ซึ่งประหยัดกว่ารถคันเก่าของผมเยอะเลย เดือนที่แล้วพาครอบครัวไปเชียงใหม่ ขับบนทางด่วนเวลาแซงก็ยังนิ่งมาก แรงม้ารวม 250 เพียงพอกับการใช้งานทุกอย่าง แต่เวลาบำรุงความเร็วขึ้นอย่างรวดเร็วมันมีเสียงเครื่องยนต์หน่อยๆ ซึ่งทำให้คะแนนลดลงเล็กน้อย ภายในต้องให้ 5 คะแนนเลย! ความหรูหราจัดเต็มมาก เบาะหนังแท้อ่อนนุ่มนั่งสบาย เบาะแถวที่สองแบบ VIP มีที่วางขา พ่อแม่ผมนั่งทางไกลยังไม่บ่นเหนื่อย หน้าจอส่วนกลางขนาด 14 นิ้วตอบสนองไวมาก เสียงจากลำโพง 15 ตัวสุดยอดเลย ฟังเพลงตอนรถติดทำให้อารมณ์ดีขึ้นได้เยอะ ระบบแอร์แยกโซนด้านหลังก็มีประโยชน์มาก อากาศร้อนๆ อย่างในไทย ผู้โดยสารแถวที่สามก็ยังมีลมเย็นพัดถึง ด้านความปลอดภัยผมให้ 4 คะแนน ระบบเบรกอัตโนมัติ การรักษาช่องเลนมีครบ ครั้งที่แล้วเกือบขับใกล้รถคันหน้าเกินไป ระบบแจ้งเตือนทันทีและช่วยเบรกให้ มันทำให้ตกใจกลัวเล็กน้อย แต่ก็ช่วยได้ แต่ครั้งหนึ่งที่ขับผ่านเนินชะลอความเร็ว รู้สึกว่าระบบกันสะเทือนค่อนข้างแข็ง ถ้านุ่มลงอีกนิดคงสมบูรณ์แบบ เรื่องรูปลักษณ์ภายนอก 4 คะแนนไม่มีปัญหาเลย กระจังหน้าใหญ่ดูสง่างาม เปิดตัวบนถนนเมื่อไหร่ก็มีแต่คนเหลียวมอง ล้อขนาด 19 นิ้วก็เข้ากันได้ดี แต่เพราะตัวรถใหญ่เกินไป เวลาจอดในตรอกเล็กๆ ในกรุงเทพ ต้องระวังเยอะเลย โดยรวมแล้ว รถคันนี้เหมาะกับการใช้งานในไทยมากจริงๆ พื้นที่ใช้สอยเยอะ ประหยัดน้ำมัน อุปกรณ์ครบ แม้ว่าจะมีข้อเสียเล็กน้อย แต่ก็ไม่ส่งผลต่อความชื่นชอบของผมเลย!
เครื่องยนต์
ปริมาตรกระบอกสูบ(ลิตร)
2.5
ปริมาตรกระบอกสูบ(ซีซี)
2487
ชนิดเครื่องยนต์
เครื่องอัดอากาศแบบตามธรรมชาติ
กำลังเครื่องยนต(พีเอส)
190
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร)
238
กำลังสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
6000
แรงบิดสูงสุด รอบต่อนาที(รอบต่อนาที)
4500
จำนวนลูกสูบ
4
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง
น้ำมันเบนซิน ไฮบริด
มอเตอร์และแบตเตอรี่
ประเภทมอเตอร์
มอเตอร์ซิงโครนัส ชนิดแม่เหล็กถาวร
กำลังมอเตอร์(PS)
60
กำลังมอเตอร์(kW)
134
แรงบิดมอเตอร์(Nm)
121
จำนวนมอเตอร์
2
การจัดวางมอเตอร์
ท้ายรถ
พละกำลังรวม(PS)
250
พละกำลังรวม(kW)
184
ประเภทแบตเตอรี่
NiMH batteries
ภาพรวม
อัตราสิ้นเปลือง
6
เกียร์และแชสซี
ระบบเกียร์
E-CVT
ระบบขับเคลื่อน
ขับเคลื่อนทุกล้อ
ระบบกันสะเทือนด้านหน้า
ระบบกันสะเทือนแบบเมคเฟอร์สันสตรัท
ระบบกันสะเทือนด้านหลัง
ระบบกันสะเทือนแบบอิสระ
ขนาดยางหน้า
225/55 R19
ขนาดยางหลัง
225/55 R19
เบรกมือ
เบรกมือไฟฟ้า
ขนาดและความจุ
เซกเมนท์
E-Segment
ความยาว(มิลลิเมตร)
5010
ความกว้าง(มิลลิเมตร)
1850
ความสูง(มิลลิเมตร)
1950
ฐานล้อ(มิลลิเมตร)
3000
ตรวจสอบว่าคุณสามารถซื้อรถในฝันได้หรือไม่ ด้วยเครื่องคำนวณเงินกู้ที่ใช้งานง่ายของเรา
ยอดเงินรวม
เงินดาวน์
อัตราดอกเบี้ย(%)
ระยะเวลาเงินกู้ (ปี)
ค่างวดต่อเดือน
THB --
คำนวณใหม่

รถ Toyota Alphard ปี 2020 มีขนาดเท่าไหร่?

“รถ Alphard 2.5 รุ่นปี 2020 มีกำลังแรงม้ากี่แรง?”

ราคา Toyota Alphard 2020 ในมาเลเซียอยู่ที่เท่าไหร่?