Q

deepal s07 วิธีการเปิดประตู

ในฐานะรถยนต์พลังงานใหม่รุ่นใหม่ในตลาดไทย Deepal S07 มีวิธีเปิดประตูแตกต่างจากรถยนต์น้ำมันทั่วไป ติดตั้งมือจับประตูแบบซ่อนที่กำลังได้รับความนิยม ซึ่งช่วยลดปัญหาฝุ่นเกาะในสภาพอากาศร้อนของไทย การใช้งานเพียงแตะบริเวณเซ็นเซอร์ด้านในของมือจับ ประตูจะเด้งออกอัตโนมัติและดึงเปิดได้ หากแบตเตอรี่รีโมทมีปัญหา สามารถใช้กุญแจเชิงกลเปิดฉุกเฉินได้ (ช่องกุญแจมักซ่อนอยู่ใต้มือจับฝั่งคนขับ) เนื่องจากไทยมีฝนตกหนักบ่อยในฤดูฝน แนะนำให้เจ้าของตรวจสอบความแน่นของโมดูลเซ็นเซอร์ประตูเป็นประจำเพื่อป้องกันน้ำฝนซึมเข้าและส่งผลต่อความไวในการทำงาน นอกจากนี้ ระบบเปิดประตูแบบไม่สัมผัสยังสะดวกมากเมื่อถือของสองมือ เหมาะกับลานจอดรถในห้างสรรพสินค้าที่พบได้ทั่วไปในไทย ควรสังเกตว่าผู้ใช้ไทยบางส่วนเมื่อเจอการออกแบบนี้ครั้งแรกอาจไม่คุ้นเคย แต่ส่วนใหญ่สามารถปรับตัวได้ภายในประมาณหนึ่งสัปดาห์ การออกแบบนี้ช่วยปรับปรุงสมรรถนะอากาศพลศาสตร์ของรถและทำให้เส้นสายตัวรถลื่นไหลสวยงาม ปัจจุบันกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถไฟฟ้ายอดนิยมหลายรุ่น
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
deepal s07 ผลิตที่ไหน
Deepal S07 เป็นรถ SUV ไฟฟ้าจากแบรนด์ Deepal ซึ่งเป็นแบรนด์รถพลังงานใหม่ของ Changan Automobile จากประเทศจีน รุ่นนี้ผลิตที่ฐานการผลิตของ Changan ในเมืองฉงชิ่ง ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญของ Changan ในด้านยานยนต์ไฟฟ้า โดยใช้แพลตฟอร์มรถไฟฟ้าที่ทันสมัย พร้อมระบบแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงและฟังก์ชันช่วยขับขี่อัจฉริยะ ตอนนี้รถรุ่นนี้เน้นขายในตลาดจีนเป็นหลัก และยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่ด้วยนโยบายส่งเสริมรถพลังงานสะอาดของรัฐบาลไทย รวมถึงการพัฒนาสถานีชาร์จที่มากขึ้น คาดว่าในอนาคตอาจจะมีรถไฟฟ้าจากแบรนด์จีนเข้ามาในตลาดไทยมากขึ้น รวมถึงรุ่นอย่าง Deepal S07 ด้วย คนไทยเริ่มให้ความสนใจรถไฟฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ถ้า Deepal S07 เข้ามาในไทย อาจดึงดูดผู้บริโภคด้วยดีไซน์สวยๆ ระยะขับขี่ที่ยาว และเทคโนโลยีอัจฉริยะ แข่งขันกับรถไฟฟ้ายี่ห้ออื่นๆ ในตลาด และเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคไทยได้อีกเยอะ
Q
deepal s07 ถูกเปิดตัวที่ไหน
ปัจจุบัน Deepal S07 ยังเปิดตัวในตลาดจีนเป็นหลัก และยังไม่ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่เมื่อพิจารณาว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์ที่สำคัญของอาเซียน รวมถึงนโยบายสนับสนุนรถยนต์พลังงานสะอาดในปีที่ผ่านมา มีความเป็นไปได้ที่ Deepal S07 จะเข้ามาในตลาดไทยในอนาคต รุ่นนี้เป็น SUV ไฟฟ้าล้วนที่มาพร้อมกับระยะขับขี่ที่ยาวไกลและระบบช่วยขับอัจฉริยะที่ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยที่ใส่ใจทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี ในประเทศไทย ความนิยมรถไฟฟ้ากำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลยังมีมาตรการสนับสนุนทั้งส่วนลดและสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับรถไฟฟ้าเช่น Deepal S07 หากในอนาคตรุ่นนี้เข้ามาในไทย ผู้บริโภคควรสังเกตเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับตลาดท้องถิ่น เช่น ความเข้ากันได้กับเครือข่ายสถานีการบริการหลังการขาย และการปรับแต่งแบตเตอรี่สำหรับสภาพอากาศร้อนชื้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยต้องคำนึงถึงเมื่อเลือกซื้อรถไฟฟ้า
Q
Deepal S07 วิ่งได้กี่กิโล
Deepal S07 ในฐานะรถ SUV ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ มีระยะขับขี่สูงสุดประมาณ 520 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน CLTC) แต่ในสภาพอากาศร้อนและการจราจรติดขัดของไทย ระยะขับขี่จริงอาจลดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางช่วงวันหยุดได้อย่างดี ผู้ใช้ในไทยควรทราบว่าอุณหภูมิสูงอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพแบตเตอรี่บ้าง แนะนำให้จอดรถในที่ร่มหรือใช้ระบบจองการชาร์จ (เช่น หลีกเลี่ยงการชาร์จในช่วงเที่ยงที่การใช้ไฟฟ้าสูงสุด) สำหรับรถไฟฟ้าแล้ว ระยะขับขี่ยังขึ้นอยู่กับสไตล์การขับขี่ด้วย การเร่งเครื่องอย่างนุ่มนวลและการใช้ระบบกักเก็บพลังงานเมื่อเบรกจะช่วยเพิ่มระยะทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันไทยกำลังเร่งพัฒนาสถานีชาร์จรถไฟฟ้า โดยรถรุ่นที่รองรับการชาร์จเร็วแบบ Deepal S07 (ชาร์จ 30 นาทีได้ 80%) สามารถหาชาร์จได้สะดวกตามศูนย์การค้าใหญ่ๆเช่น CentralWorld หรือปั๊มน้ำมัน PTT เมื่อเทียบกับรถน้ำมันทั่วไป รถไฟฟ้าในไทยได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและค่าใช้จ่ายระยะยาวที่ถูกกว่า แต่แนะนำให้ตรวจสอบแผนที่สถานีชาร์จล่าสุดทางเว็บไซต์แบรนด์ก่อนซื้อ และควรเลือกรุ่นที่มีระบบจัดการอุณหภูมิแบตเตอรี่เพื่อเหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนของไทย
Q
deepal s07 มีแรงม้าเท่าไหร่
ดีปาล์ เอส07 ในฐานะรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่มาแรง มีให้เลือกสองแบบตามความต้องการของผู้ขับขี่ แบบมอเตอร์เดี่ยวให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้า (160 กิโลวัตต์) ส่วนแบบทวิมอเตอร์ขับเคลื่อนสี่ล้อจะให้กำลังรวมสูงถึง 435 แรงม้า (320 กิโลวัตต์) ซึ่งแรงขนาดนี้ทั้งขับในเมืองไทยหรือขึ้นเขาลงห้วยก็ไร้ปัญหา โดยเฉพาะรุ่นทวิมอเตอร์ที่ให้ความแรงเวลาตอนขึ้นทางชันหรือต้องการเร่งแซงจริงจัง อีกเรื่องที่คนไทยต้องสนใจคือระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งของดีปาล์ เอส07 ที่ทำได้เกิน 500 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC แบบนี้จะขับจากกรุงเทพไปพัทยาแบบไปเช้าเย็นกลับก็ยังไหว แถมตอนนี้รัฐบาลไทยยังมีนโยบายสนับสนุนรถ EV ทั้งลดภาษีนำเข้าและสนับสนุนการติดตั้งสถานีชาร์จ ทำให้รถไฟฟ้าแบบดีปาล์ เอส07 น่าสนใจยิ่งขึ้น พิเศษไปกว่านั้น ดีปาล์ เอส07 ยังมาพร้อมระบบจัดการความร้อนแบตเตอรี่แบบใช้น้ำหล่อเย็น ที่ช่วยให้แบตเตอรี่ทำงานได้เสถียรและอายุยาวขึ้นแม้ในสภาพอากาศร้อนแบบไทยๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องให้ความสำคัญเมื่อคิดจะซื้อรถไฟฟ้า
Q
deepal s07 มีสีอะไรบ้าง
รถ Deepal S07 ในตอนนี้มีหลายสีสันให้เลือกตามสไตล์ที่คุณชอบ ไม่ว่าจะเป็นสีดำคล้ายดวงดาว (Nebula Black), สีขาวไข่มุก (Pearl White) หรือสีน้ำเงินลึก (Deep Blue) แต่สีที่เลือกได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละตลาดและรุ่นแบบ ทางที่ดีควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยหรือเว็บไซต์ทางการโดยตรง สำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย แนะนำให้เลือกโทนสีอ่อนอย่างสีขาวไข่มุกหรือสีเงิน เพราะนอกจากจะช่วยสะท้อนแสงแดด ลดความร้อนภายในรถแล้ว ยังดูแลรักษาง่ายและไม่แสดงคราบสกปรกมากนัก สีรถไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความสวยงาม แต่ยังเกี่ยวข้องกับมูลค่าขายต่อในอนาคตด้วย โดยทั่วไปตลาดไทยมักนิยมสีโทนกลางๆ อย่างสีขาว สีเงิน หรือสีเทา เพราะสีเหล่านี้มักจะขายต่อได้ง่ายกว่า หากคุณต้องการสีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น ลองสอบถามตัวแทนจำหน่ายเกี่ยวกับบริการสีพิเศษ โดยบางรุ่นอาจมีตัวเลือกสีพิเศษให้เลือก แต่ต้องเตรียมตัวเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มและเวลารอนานขึ้นเล็กน้อย ไม่ว่าคุณจะเลือกสีไหน ควรล้างรถและเคลือบแว็กซ์เป็นประจำ โดยเฉพาะหากอยู่ใกล้ชายทะเลในไทย เพื่อป้องกันคราบเกลือที่อาจทำลายสีรถได้
Q
deepal s07 มีที่นั่งกี่ที่
Deepal S07 เป็น SUV ขนาดกลางที่ออกแบบมาสำหรับครอบครัวโดยเฉพาะ ในรูปแบบมาตรฐานเป็นแบบ 5 ที่นั่ง ซึ่งตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ในไทยได้เป็นอย่างดี ด้วยพื้นที่เบาะหลังที่กว้างขวางและการออกแบบเบาะปรับระดับได้ ช่วยให้สบายแม้ต้องนั่งนานๆ ในสภาพการจราจรติดขัดของกรุงเทพฯ ที่พิเศษไปกว่านั้นคือการออกแบบประตูหลังเปิดกว้าง ทำให้สะดวกต่อการขนส่งสิ่งของขนาดใหญ่ที่พบได้บ่อยในตลาดไทย เช่น ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์หรือของใช้ในงานเทศกาลแบบดั้งเดิม สำหรับสภาพอากาศร้อนของไทย ระบบปรับอากาศด้านหลังและระบบระบายอากาศบนเบาะที่นั่งที่มาพร้อมในรุ่นมาตรฐาน ถือเป็นจุดเด่นที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน Deepal S07 ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำสำหรับแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยเพิ่มความเสถียรในสภาพแวดล้อมที่ทั้งร้อนและชื้นของไทย แบตเตอรี่ให้ระยะทางสูงสุดถึง 500 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) เพียงพอสำหรับการเดินทางไปกลับระหว่างกรุงเทพฯ-พัทยา หรือเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมอื่นๆ นอกจากนี้ยังรองรับระบบชาร์จเร็ว ซึ่งเป็นประโยชน์กับโครงข่ายสถานีชาร์จที่กำลังขยายตัวในไทย
Q
deepal s07 ทำในประเทศใด
รถยนต์ไฟฟ้า Deepal S07 เป็นรถที่ผลิตในประเทศจีน โดยแบรนด์ Deepal ซึ่งเป็นแบรนด์รถพลังงานใหม่ภายใต้กลุ่มบริษัท Changan Automobile ของจีน แบรนด์นี้เน้นการวิจัยและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ โดย S07 เป็นหนึ่งในรุ่นสำคัญที่ได้รับความสนใจในตลาดจีนด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ระบบอัจฉริยะ และประสิทธิภาพการขับขี่ที่เหนือชั้น สำหรับผู้บริโภคไทย แม้ว่าปัจจุบัน Deepal ยังไม่ได้เข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่แบรนด์รถไฟฟ้าจากจีนเริ่มขยายตัวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น เช่น BYD และ Great Wall Motors ที่เข้ามาในไทยทั้งแบบนำเข้าและผลิตในประเทศ ในอนาคต Deepal อาจพิจารณาเข้าสู่ตลาดไทยเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค รัฐบาลไทยเองก็ส่งเสริมอุตสาหกรรมรถไฟฟ้าอย่างแข็งขัน ทั้งลดภาษีนำเข้าและให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้รถไฟฟ้าจากจีนได้รับความนิยมมากขึ้น คนไทยสามารถคาดหวังรถไฟฟ้าราคาจับต้องได้และเทคโนโลยีทันสมัยที่จะเข้ามาในตลาดเราในอนาคตอันใกล้นี้
Q
deepal s07 คือประเทศอะไร
Deepal S07 เป็นรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ Deepal สังกัดบริษัท Changan Auto ของจีน ตอนนี้วางขายในตลาดจีนเป็นหลัก และยังไม่ได้เข้ามาอย่างเป็นทางการในไทย รุ่นนี้เป็น SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง ใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม EPA1 ของ Changan ที่ให้ระยะขับขี่สูงสุดถึง 620 กม. (มาตรฐาน CLTC) พร้อมระบบช่วยขับอัจฉริยะระดับ L2+ ในตลาดไทยตอนนี้มีรถไฟฟ้าแนวเดียวกันอย่างAtto 3 และ MG ZS EV ถ้าคนไทยสนใจ Deepal S07 อาจต้องติดตามข่าวการส่งออกในอนาคต เพราะตอนนี้รัฐบาลไทยกำลังผลักดันอุตสาหกรรม EV อย่างหนัก ทั้งลดภาษีนำเข้าและให้สิทธิประโยชน์ส่วนลดซื้อรถ ถ้าเป็นไปได้ในอนาคตอาจมีแบรนด์ EV จากจีนเข้ามาเพิ่มอีก แนะนำให้เปรียบเทียบเรื่องระยะทาง สถานีชาร์จ และบริการหลังการขายก่อนตัดสินใจซื้อรถสักคันนะครับ
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

การออกแบบภายนอกที่น่าสนใจทำให้ดึงดูดความสนใจ
แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงให้ระยะทางการขับรถไกล
ระบบอัจฉริยะขั้นสูงเพื่อการขับรถที่ดีขึ้น

ข้อเสีย

พื้นที่ภายในอาจรู้สึกแคบเล็กน้อย
ผู้ใช้บางคนคิดว่าราคาประกอบด้วยราคาที่สูงเล็กน้อย
เครือข่ายบริการหลังการขายจำเป็นต้องขยายขอบเขต

Q&A ล่าสุด

Q
รถ Audi A4 ปี 2020 มีมูลค่าเท่าไหร่?
รถยนต์ Audi A4 40 TFSI Quattro S Line ปี 2020 มีราคาแนะนำจำหน่าย (MSRP) อยู่ที่ 2.7 ล้านบาทในประเทศไทย ปัจจุบัน รถยนต์ Audi A4 รุ่นพิเศษในตลาดไทย (เช่น รุ่น Icon Black) มีราคาอยู่ที่ประมาณ 2.699 ล้านบาท รุ่นนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกสีดำล้วน มาพร้อมชุดแต่ง S Line และ Black Edition รวมถึงรายละเอียดสีดำต่างๆ เช่น กันชนหน้าและหลัง กระจังหน้า และฝาครอบกระจกมองข้าง นอกจากนี้ยังมาพร้อมล้อขนาด 18 นิ้ว ไฟหน้า LED และกระจกมองข้างพับไฟฟ้า ภายในยังคงสไตล์คลาสสิกของแบรนด์ โดยมีหน้าจอแสดงผลกลางแบบลอยตัว พวงมาลัยสามก้าน เบาะหนัง ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบสามโซน พอร์ต USB สี่ช่อง แป้นเปลี่ยนเกียร์ และม่านบังแดดด้านหลัง ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ ในด้านพละกำลัง รถคันนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ 2.0T ที่ให้กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ S tronic แบบคลัตช์คู่ 7 สปีด ซึ่งให้กำลังที่เพียงพอและประหยัดน้ำมันได้ดี เพื่อตอบสนองความต้องการในการขับขี่ที่หลากหลาย
Q
น้ำมันเครื่องที่รถ Audi A4 รุ่นปี 2020 ใช้คือน้ำมันเครื่องชนิดใด?
รถอออดี้ A4 รุ่นปี 2020 แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบที่ตรงตามมาตรฐาน VW 50200 และมีความหนืด SAE 5W-40 โดยแต่ละครั้งที่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในการบำรุงรักษาต้องใช้น้ำมันประมาณ 5 ลิตร สามารถเลือกความหนืดของน้ำมันเครื่องตามอุณหภูมิต่ำสุดของพื้นที่ที่ใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น ดังนี้ - หากใช้งานในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ แนะนำให้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบความหนืด 0W-40 ที่สามารถทำงานได้ในอุณหภูมิต่ำถึง -35°C และมีคุณสมบัติการไหลที่ดีกว่าเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ในสภาพอากาศเย็น - สำหรับรถใหม่หรือรถที่มีระยะทางใช้งานน้อย สามารถเลือกใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบความหนืด 0W-30 หรือ 5W-30 ซึ่งช่วยลดแรงต้านทานการทำงานของเครื่องยนต์และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดีกว่า ในการบำรุงรักษา แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ชั้นนำ เช่น มอเตอร์ออยล์ เชลล์ หรือคาสตรอล เนื่องจากน้ำมันเครื่องจากแบรนด์เหล่านี้ผ่านการควบคุมคุณภาพอย่างเคร่งครัด ให้คุณสมบัติการหล่อลื่นที่ดี ป้องกันการสึกหรอ และทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ สำหรับน้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบ สามารถขยายระยะการบำรุงรักษาได้ถึงประมาณ 7,500 กิโลเมตร ในการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจากการใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพต่ำที่อาจส่งผลต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์
Q
ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาของ Audi A4 รุ่นปี 2020 เป็นอย่างไร?
รอบการบำรุงรักษารถ Audi A4 40 TFSI Quattro S Line ปี 2020 คือทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 1 ปี การบำรุงรักษาครั้งแรกฟรี (รวมการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่อง เพียงจ่ายค่าตัวกรองอากาศปรับอากาศประมาณ 1,950 บาท) ค่าบำรุงรักษาเล็กประมาณ 5,285-6,500 บาท (รวมน้ำมันเครื่อง การเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องและค่าบริการ) ค่าบำรุงรักษาใหญ่ประมาณ 13,100-15,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรายการ เช่น การเปลี่ยนไส้กรองอากาศ การเปลี่ยนตัวกรองอากาศปรับอากาศ การเปลี่ยนหัวเทียน เป็นต้น) รวมค่าบำรุงรักษาที่ระยะ 60,000 กิโลเมตรประมาณ 58,225-69,635 บาท หากขับรถปีละ 20,000 กิโลเมตร ค่าบำรุงรักษาเฉลี่ยต่อปีประมาณ 20,530-23,210 บาท สำหรับรายการบำรุงรักษา: หัวเทียนเปลี่ยนทุก 20,000 กิโลเมตร ไส้กรองอากาศเปลี่ยนทุก 40,000 กิโลเมตร น้ำมันเบรกเปลี่ยนทุก 60,000 กิโลเมตร และไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ต้องเปลี่ยนภายใน 60,000 กิโลเมตร หลังบำรุงรักษาครั้งแรก เจ้าของรถสามารถเลือกใช้บริการที่อู่ซ่อมรถมาตรฐานได้ โดยการซื้อน้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบและไส้กรองที่ได้มาตรฐานเอง จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้อีก โดยรวมแล้ว ค่าบำรุงรักษาของรุ่นนี้อยู่ในระดับกลางเมื่อเทียบกับรถหรูระดับเดียวกัน เจ้าของรถสามารถวางแผนการบำรุงรักษาได้เหมาะสมตามคู่มือการใช้งาน ทั้งเพื่อรักษาสมรรถนะรถและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
Q
รถ Audi A4 ปี 2020 เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) หรือไม่?
Audi A4 ปี 2020 ไม่ได้มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นมาตรฐาน บางรุ่น เช่น 45TFSI allroad quattro Fashion และ Sport จะมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเต็มเวลา ในขณะที่รุ่นอื่นๆ มีตัวเลือกขับเคลื่อนล้อหน้า ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะปรับกำลังส่งอย่างชาญฉลาดตามสภาพถนนและความต้องการในการขับขี่ โดยกระจายแรงขับที่เหมาะสมไปยังแต่ละล้อในระหว่างการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ช่วยเพิ่มการควบคุมและการทรงตัวของรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับสถานการณ์การขับขี่ในสภาพถนนที่ซับซ้อนหรือสภาพอากาศเลวร้าย ตัวอย่างเช่น Audi A4 40 TFSI Quattro S Line ที่จำหน่ายในตลาดไทย มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยมีราคาขายปลีกแนะนำจากผู้ผลิตที่ 2,700,000 บาท รุ่นนี้ยังโดดเด่นด้วยองค์ประกอบการออกแบบที่สปอร์ตและสมรรถนะกำลังสูง ตอบสนองผู้ใช้ที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า เมื่อเลือกใช้ระบบขับเคลื่อน ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจได้ตามสภาพแวดล้อมการขับขี่และความต้องการ หากขับขี่บนถนนที่ซับซ้อนบ่อยครั้งหรือให้ความสำคัญกับการควบคุม ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า หากพวกเขาใช้รถเป็นหลักสำหรับการเดินทางในเมืองและกังวลเรื่องการประหยัดน้ำมัน รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าจะเหมาะสมกว่า
Q
ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา Audi A4 ปี 2020 อยู่ที่เท่าไร?
รอบการบำรุงรักษารถ Audi A4 40 TFSI Quattro S Line ปี 2020 คือทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 1 ปี โดยการบำรุงรักษาครั้งแรกให้บริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและกรองน้ำมันเครื่องฟรี แต่เฉพาะกรองอากาศแอร์เท่านั้นที่ต้องจ่ายเอง (ประมาณ 1,950 บาท) ค่าบำรุงรักษาระยะเล็ก (เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและกรองน้ำมันเครื่อง) ประมาณ 5,285-6,500 บาท ค่าบำรุงรักษาระยะใหญ่ (เช่น เมื่อระยะทางถึง 30,000 หรือ 60,000 กิโลเมตร) อาจสูงถึง 13,100-15,000 บาท หากปฏิบัติตามคู่มือบำรุงรักษา ค่าบำรุงรักษารวมเมื่อระยะทางถึง 60,000 กิโลเมตรจะอยู่ที่ประมาณ 58,225-69,635 บาท หากขับขี่ปีละ 20,000 กิโลเมตร ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาเฉลี่ยต่อปีจะอยู่ที่ประมาณ 20,530-23,210 บาท ในรายการบำรุงรักษา ต้องเปลี่ยนหัวเทียนทุก 20,000 กิโลเมตร เปลี่ยนไส้กรองอากาศทุก 40,000 กิโลเมตร เปลี่ยนน้ำมันเบรกทุก 2 ปี และเปลี่ยนน้ำมันเกียร์เมื่อระยะทางถึง 60,000 กิโลเมตร เจ้าของรถสามารถวางแผนการบำรุงรักษาได้เหมาะสมตามระยะทางขับขี่ หลังการบำรุงรักษาครั้งแรก การเลือกศูนย์บริการที่เป็นทางการสามารถช่วยลดต้นทุนได้ ต้นทุนการบำรุงรักษาของรุ่นนี้อยู่ในระดับกลางเมื่อเทียบกับรถหรูระดับเดียวกัน และโดยรวมอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้
ดูเพิ่มเติม