Q
deepal s07 วิธีการเปิดประตู
ในฐานะรถยนต์พลังงานใหม่รุ่นใหม่ในตลาดไทย Deepal S07 มีวิธีเปิดประตูแตกต่างจากรถยนต์น้ำมันทั่วไป ติดตั้งมือจับประตูแบบซ่อนที่กำลังได้รับความนิยม ซึ่งช่วยลดปัญหาฝุ่นเกาะในสภาพอากาศร้อนของไทย การใช้งานเพียงแตะบริเวณเซ็นเซอร์ด้านในของมือจับ ประตูจะเด้งออกอัตโนมัติและดึงเปิดได้ หากแบตเตอรี่รีโมทมีปัญหา สามารถใช้กุญแจเชิงกลเปิดฉุกเฉินได้ (ช่องกุญแจมักซ่อนอยู่ใต้มือจับฝั่งคนขับ) เนื่องจากไทยมีฝนตกหนักบ่อยในฤดูฝน แนะนำให้เจ้าของตรวจสอบความแน่นของโมดูลเซ็นเซอร์ประตูเป็นประจำเพื่อป้องกันน้ำฝนซึมเข้าและส่งผลต่อความไวในการทำงาน นอกจากนี้ ระบบเปิดประตูแบบไม่สัมผัสยังสะดวกมากเมื่อถือของสองมือ เหมาะกับลานจอดรถในห้างสรรพสินค้าที่พบได้ทั่วไปในไทย ควรสังเกตว่าผู้ใช้ไทยบางส่วนเมื่อเจอการออกแบบนี้ครั้งแรกอาจไม่คุ้นเคย แต่ส่วนใหญ่สามารถปรับตัวได้ภายในประมาณหนึ่งสัปดาห์ การออกแบบนี้ช่วยปรับปรุงสมรรถนะอากาศพลศาสตร์ของรถและทำให้เส้นสายตัวรถลื่นไหลสวยงาม ปัจจุบันกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถไฟฟ้ายอดนิยมหลายรุ่น
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
deepal s07 ผลิตที่ไหน
Deepal S07 เป็นรถ SUV ไฟฟ้าจากแบรนด์ Deepal ซึ่งเป็นแบรนด์รถพลังงานใหม่ของ Changan Automobile จากประเทศจีน รุ่นนี้ผลิตที่ฐานการผลิตของ Changan ในเมืองฉงชิ่ง ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญของ Changan ในด้านยานยนต์ไฟฟ้า โดยใช้แพลตฟอร์มรถไฟฟ้าที่ทันสมัย พร้อมระบบแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงและฟังก์ชันช่วยขับขี่อัจฉริยะ ตอนนี้รถรุ่นนี้เน้นขายในตลาดจีนเป็นหลัก และยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่ด้วยนโยบายส่งเสริมรถพลังงานสะอาดของรัฐบาลไทย รวมถึงการพัฒนาสถานีชาร์จที่มากขึ้น คาดว่าในอนาคตอาจจะมีรถไฟฟ้าจากแบรนด์จีนเข้ามาในตลาดไทยมากขึ้น รวมถึงรุ่นอย่าง Deepal S07 ด้วย คนไทยเริ่มให้ความสนใจรถไฟฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ถ้า Deepal S07 เข้ามาในไทย อาจดึงดูดผู้บริโภคด้วยดีไซน์สวยๆ ระยะขับขี่ที่ยาว และเทคโนโลยีอัจฉริยะ แข่งขันกับรถไฟฟ้ายี่ห้ออื่นๆ ในตลาด และเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคไทยได้อีกเยอะ
Q
deepal s07 ถูกเปิดตัวที่ไหน
ปัจจุบัน Deepal S07 ยังเปิดตัวในตลาดจีนเป็นหลัก และยังไม่ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่เมื่อพิจารณาว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์ที่สำคัญของอาเซียน รวมถึงนโยบายสนับสนุนรถยนต์พลังงานสะอาดในปีที่ผ่านมา มีความเป็นไปได้ที่ Deepal S07 จะเข้ามาในตลาดไทยในอนาคต รุ่นนี้เป็น SUV ไฟฟ้าล้วนที่มาพร้อมกับระยะขับขี่ที่ยาวไกลและระบบช่วยขับอัจฉริยะที่ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยที่ใส่ใจทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี ในประเทศไทย ความนิยมรถไฟฟ้ากำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลยังมีมาตรการสนับสนุนทั้งส่วนลดและสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับรถไฟฟ้าเช่น Deepal S07 หากในอนาคตรุ่นนี้เข้ามาในไทย ผู้บริโภคควรสังเกตเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับตลาดท้องถิ่น เช่น ความเข้ากันได้กับเครือข่ายสถานีการบริการหลังการขาย และการปรับแต่งแบตเตอรี่สำหรับสภาพอากาศร้อนชื้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยต้องคำนึงถึงเมื่อเลือกซื้อรถไฟฟ้า
Q
Deepal S07 วิ่งได้กี่กิโล
Deepal S07 ในฐานะรถ SUV ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ มีระยะขับขี่สูงสุดประมาณ 520 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน CLTC) แต่ในสภาพอากาศร้อนและการจราจรติดขัดของไทย ระยะขับขี่จริงอาจลดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางช่วงวันหยุดได้อย่างดี ผู้ใช้ในไทยควรทราบว่าอุณหภูมิสูงอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพแบตเตอรี่บ้าง แนะนำให้จอดรถในที่ร่มหรือใช้ระบบจองการชาร์จ (เช่น หลีกเลี่ยงการชาร์จในช่วงเที่ยงที่การใช้ไฟฟ้าสูงสุด) สำหรับรถไฟฟ้าแล้ว ระยะขับขี่ยังขึ้นอยู่กับสไตล์การขับขี่ด้วย การเร่งเครื่องอย่างนุ่มนวลและการใช้ระบบกักเก็บพลังงานเมื่อเบรกจะช่วยเพิ่มระยะทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันไทยกำลังเร่งพัฒนาสถานีชาร์จรถไฟฟ้า โดยรถรุ่นที่รองรับการชาร์จเร็วแบบ Deepal S07 (ชาร์จ 30 นาทีได้ 80%) สามารถหาชาร์จได้สะดวกตามศูนย์การค้าใหญ่ๆเช่น CentralWorld หรือปั๊มน้ำมัน PTT เมื่อเทียบกับรถน้ำมันทั่วไป รถไฟฟ้าในไทยได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและค่าใช้จ่ายระยะยาวที่ถูกกว่า แต่แนะนำให้ตรวจสอบแผนที่สถานีชาร์จล่าสุดทางเว็บไซต์แบรนด์ก่อนซื้อ และควรเลือกรุ่นที่มีระบบจัดการอุณหภูมิแบตเตอรี่เพื่อเหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนของไทย
Q
deepal s07 มีแรงม้าเท่าไหร่
ดีปาล์ เอส07 ในฐานะรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่มาแรง มีให้เลือกสองแบบตามความต้องการของผู้ขับขี่ แบบมอเตอร์เดี่ยวให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้า (160 กิโลวัตต์) ส่วนแบบทวิมอเตอร์ขับเคลื่อนสี่ล้อจะให้กำลังรวมสูงถึง 435 แรงม้า (320 กิโลวัตต์) ซึ่งแรงขนาดนี้ทั้งขับในเมืองไทยหรือขึ้นเขาลงห้วยก็ไร้ปัญหา โดยเฉพาะรุ่นทวิมอเตอร์ที่ให้ความแรงเวลาตอนขึ้นทางชันหรือต้องการเร่งแซงจริงจัง อีกเรื่องที่คนไทยต้องสนใจคือระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งของดีปาล์ เอส07 ที่ทำได้เกิน 500 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC แบบนี้จะขับจากกรุงเทพไปพัทยาแบบไปเช้าเย็นกลับก็ยังไหว แถมตอนนี้รัฐบาลไทยยังมีนโยบายสนับสนุนรถ EV ทั้งลดภาษีนำเข้าและสนับสนุนการติดตั้งสถานีชาร์จ ทำให้รถไฟฟ้าแบบดีปาล์ เอส07 น่าสนใจยิ่งขึ้น พิเศษไปกว่านั้น ดีปาล์ เอส07 ยังมาพร้อมระบบจัดการความร้อนแบตเตอรี่แบบใช้น้ำหล่อเย็น ที่ช่วยให้แบตเตอรี่ทำงานได้เสถียรและอายุยาวขึ้นแม้ในสภาพอากาศร้อนแบบไทยๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องให้ความสำคัญเมื่อคิดจะซื้อรถไฟฟ้า
Q
deepal s07 มีสีอะไรบ้าง
รถ Deepal S07 ในตอนนี้มีหลายสีสันให้เลือกตามสไตล์ที่คุณชอบ ไม่ว่าจะเป็นสีดำคล้ายดวงดาว (Nebula Black), สีขาวไข่มุก (Pearl White) หรือสีน้ำเงินลึก (Deep Blue) แต่สีที่เลือกได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละตลาดและรุ่นแบบ ทางที่ดีควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยหรือเว็บไซต์ทางการโดยตรง สำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย แนะนำให้เลือกโทนสีอ่อนอย่างสีขาวไข่มุกหรือสีเงิน เพราะนอกจากจะช่วยสะท้อนแสงแดด ลดความร้อนภายในรถแล้ว ยังดูแลรักษาง่ายและไม่แสดงคราบสกปรกมากนัก สีรถไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความสวยงาม แต่ยังเกี่ยวข้องกับมูลค่าขายต่อในอนาคตด้วย โดยทั่วไปตลาดไทยมักนิยมสีโทนกลางๆ อย่างสีขาว สีเงิน หรือสีเทา เพราะสีเหล่านี้มักจะขายต่อได้ง่ายกว่า หากคุณต้องการสีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น ลองสอบถามตัวแทนจำหน่ายเกี่ยวกับบริการสีพิเศษ โดยบางรุ่นอาจมีตัวเลือกสีพิเศษให้เลือก แต่ต้องเตรียมตัวเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มและเวลารอนานขึ้นเล็กน้อย ไม่ว่าคุณจะเลือกสีไหน ควรล้างรถและเคลือบแว็กซ์เป็นประจำ โดยเฉพาะหากอยู่ใกล้ชายทะเลในไทย เพื่อป้องกันคราบเกลือที่อาจทำลายสีรถได้
Q
deepal s07 มีที่นั่งกี่ที่
Deepal S07 เป็น SUV ขนาดกลางที่ออกแบบมาสำหรับครอบครัวโดยเฉพาะ ในรูปแบบมาตรฐานเป็นแบบ 5 ที่นั่ง ซึ่งตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ในไทยได้เป็นอย่างดี ด้วยพื้นที่เบาะหลังที่กว้างขวางและการออกแบบเบาะปรับระดับได้ ช่วยให้สบายแม้ต้องนั่งนานๆ ในสภาพการจราจรติดขัดของกรุงเทพฯ ที่พิเศษไปกว่านั้นคือการออกแบบประตูหลังเปิดกว้าง ทำให้สะดวกต่อการขนส่งสิ่งของขนาดใหญ่ที่พบได้บ่อยในตลาดไทย เช่น ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์หรือของใช้ในงานเทศกาลแบบดั้งเดิม สำหรับสภาพอากาศร้อนของไทย ระบบปรับอากาศด้านหลังและระบบระบายอากาศบนเบาะที่นั่งที่มาพร้อมในรุ่นมาตรฐาน ถือเป็นจุดเด่นที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน Deepal S07 ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำสำหรับแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยเพิ่มความเสถียรในสภาพแวดล้อมที่ทั้งร้อนและชื้นของไทย แบตเตอรี่ให้ระยะทางสูงสุดถึง 500 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) เพียงพอสำหรับการเดินทางไปกลับระหว่างกรุงเทพฯ-พัทยา หรือเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมอื่นๆ นอกจากนี้ยังรองรับระบบชาร์จเร็ว ซึ่งเป็นประโยชน์กับโครงข่ายสถานีชาร์จที่กำลังขยายตัวในไทย
Q
deepal s07 ทำในประเทศใด
รถยนต์ไฟฟ้า Deepal S07 เป็นรถที่ผลิตในประเทศจีน โดยแบรนด์ Deepal ซึ่งเป็นแบรนด์รถพลังงานใหม่ภายใต้กลุ่มบริษัท Changan Automobile ของจีน แบรนด์นี้เน้นการวิจัยและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ โดย S07 เป็นหนึ่งในรุ่นสำคัญที่ได้รับความสนใจในตลาดจีนด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ระบบอัจฉริยะ และประสิทธิภาพการขับขี่ที่เหนือชั้น สำหรับผู้บริโภคไทย แม้ว่าปัจจุบัน Deepal ยังไม่ได้เข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่แบรนด์รถไฟฟ้าจากจีนเริ่มขยายตัวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น เช่น BYD และ Great Wall Motors ที่เข้ามาในไทยทั้งแบบนำเข้าและผลิตในประเทศ ในอนาคต Deepal อาจพิจารณาเข้าสู่ตลาดไทยเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค รัฐบาลไทยเองก็ส่งเสริมอุตสาหกรรมรถไฟฟ้าอย่างแข็งขัน ทั้งลดภาษีนำเข้าและให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้รถไฟฟ้าจากจีนได้รับความนิยมมากขึ้น คนไทยสามารถคาดหวังรถไฟฟ้าราคาจับต้องได้และเทคโนโลยีทันสมัยที่จะเข้ามาในตลาดเราในอนาคตอันใกล้นี้
Q
deepal s07 คือประเทศอะไร
Deepal S07 เป็นรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ Deepal สังกัดบริษัท Changan Auto ของจีน ตอนนี้วางขายในตลาดจีนเป็นหลัก และยังไม่ได้เข้ามาอย่างเป็นทางการในไทย รุ่นนี้เป็น SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง ใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม EPA1 ของ Changan ที่ให้ระยะขับขี่สูงสุดถึง 620 กม. (มาตรฐาน CLTC) พร้อมระบบช่วยขับอัจฉริยะระดับ L2+ ในตลาดไทยตอนนี้มีรถไฟฟ้าแนวเดียวกันอย่างAtto 3 และ MG ZS EV ถ้าคนไทยสนใจ Deepal S07 อาจต้องติดตามข่าวการส่งออกในอนาคต เพราะตอนนี้รัฐบาลไทยกำลังผลักดันอุตสาหกรรม EV อย่างหนัก ทั้งลดภาษีนำเข้าและให้สิทธิประโยชน์ส่วนลดซื้อรถ ถ้าเป็นไปได้ในอนาคตอาจมีแบรนด์ EV จากจีนเข้ามาเพิ่มอีก แนะนำให้เปรียบเทียบเรื่องระยะทาง สถานีชาร์จ และบริการหลังการขายก่อนตัดสินใจซื้อรถสักคันนะครับ
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย เร็วไหม?
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย คือสุดยอดรถสปอร์ตสมรรถนะสูง ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 4.3 ลิตร แบบธรรมชาติ ใจดีสุดๆ ให้แรงม้าได้ถึง 454 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้เกิน 310 กม./ชม. ซึ่งเรียกได้ว่าเติมเต็มความต้องการของคนรักความเร็วได้แบบจุใจ แม้ในสภาพอากาศร้อนๆ แบบประเทศไทย ระบบระบายความร้อนและเบรกสมรรถนะสูงของแคลิฟอร์เนียก็พร้อมรับมือกับการขับขี่แบบดุเดือดได้อย่างมั่นใจ แถมยังมีระบบหลังคาแบบพับเก็บได้ที่เหมาะมากสำหรับการขับรถตากลมชมวิวตามเส้นทางชายทะเลไทย ไม่ว่าจะเป็นหัวหินหรือภูเก็ต ให้คุณได้ทั้งแสงแดดและความสนุกไปพร้อมกัน สำหรับคนไทยที่ชอบทั้งความหรูและความแรง แคลิฟอร์เนียไม่เพียงแต่เร็วสุดๆ แต่ยังใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง โปรแกรม行李后备จุพอดีสำหรับกระเป๋ากอล์ฟหรือสัมภาระทริปสั้นๆ เรียกได้ว่าเป็นรถ GT ที่ตอบโจทย์ทั้งถนนไทยและไลฟ์สไตล์คนไทยได้อย่างลงตัว
Q
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย เป็นซุปเปอร์คาร์หรือไม่?
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย เป็นรถสปอร์ตสมรรถนะสูง แต่ถ้าพูดกันตรงๆ มันไม่เข้าข่ายซูเปอร์คาร์แบบเต็มตัวหรอกครับ เพราะซูเปอร์คาร์จริงๆ จะต้องมีสมรรถนะสุดขีด ความหายาก และการออกแบบที่ดุดันกว่า เช่น รุ่น LaFerrari หรือ 488 Pista ของเฟอร์รารี่ด้วยกันเอง ส่วนแคลิฟอร์เนียจะออกแนว GT คาร์หรูมากกว่า เน้นความสบายและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 4.3 ลิตร เร่ง 0-100 กม./ชม. ในประมาณ 3.8 วินาที แม้จะแรงแต่ยังสู้ซูเปอร์คาร์แท้ๆ ไม่ค่อยได้ครับ
สำหรับในไทยแล้ว แคลิฟอร์เนียอาจจะเหมาะกว่าเพราะถนนติดขัดและมีเขตจำกัดความเร็วเยอะ ความสบายและความประหยัดพื้นที่ของแคลิฟอร์เนียเลยตอบโจทย์กว่า แถมระบบหลังคาแบบพับได้ยังเหมาะกับอากาศร้อนๆ แบบบ้านเราอีกด้วย ถ้าอยากรู้จักซูเปอร์คาร์จริงๆ ลองดูรุ่น F8 Tributo ของเฟอร์รารี่หรือ Lamborghini Huracán ก็ได้ครับ พวกนี้เหมาะกับสนามแข่งหรือการขับแบบสุดแรงกว่า แต่ในชีวิตประจำวันที่ไทยอาจจะไม่สะดวกเท่าแคลิฟอร์เนียครับ
Q
ความแตกต่างระหว่าง Ferrari California และ California T คืออะไร
ความแตกต่างหลักระหว่าง Ferrari California กับ California T อยู่ที่ระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะ โดย California T เป็นเวอร์ชันอัพเกรดจาก California ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 3.9 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุดถึง 560 แรงม้า แรงกว่าตัว California ที่ใช้เครื่องยนต์ V8 4.3 ลิตร แบบดูดอากาศธรรมชาติ (460 แรงม้า) แถมยังประหยัดน้ำมันมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ California T ยังปรับแต่งเสียงไอเสียให้ดุดันขึ้น พร้อมตั้งค่าตัวถังแบบใหม่ที่ทำให้การควบคุมรถดีกว่าเดิม ส่วนในสภาพอากาศร้อนๆ แบบไทยๆ ระบบเทอร์โบของ California T จะทำงานได้ดีกว่า ลดปัญหากำลังตกเวลาอากาศร้อนจัด ในขณะที่ตัว California แบบดูดอากาศธรรมชาติอาจจะฝืดๆ เวลาขับหนักๆ สองรุ่นนี้ยังคงดีไซน์แบบฮาร์ดท็อปคอนเวอร์เทเบิลที่เหมาะกับการขับริมทะเลเมืองไทย แต่ California T มีเทคโนโลยีภายในห้องโดยสารที่ทันสมัยกว่า เช่น ระบบอินโฟเทนเมนต์ที่อัพเกรดมาใหม่ สำหรับคนไทยที่Budget หนาๆ และอยากได้สมรรถนะจัดเต็ม California T คือตัวเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบเสียงเครื่องแบบดูดอากาศธรรมชาติคลาสสิก ก็อาจจะถูกใจ California มากกว่า ไม่ว่าจะเลือกรุ่นไหนในไทย แนะนำให้ดูแลรักษาเป็นประจำ โดยเฉพาะระบบระบายความร้อนและแอร์ เพื่อให้รถทนกับสภาพอากาศร้อนชื้นของเรา
Q
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย มีที่นั่งกี่ที่
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย คือรถสปอร์ต GT แบบ 2+2 ที่มาพร้อมกับการจัดวางห้องโดยสารมาตรฐาน 4 ที่นั่ง ด้านหน้ามีเบาะสปอร์ตแยก 2 ที่นั่ง ส่วนด้านหลังเป็นเบาะขนาดเล็กกว่า 2 ที่นั่ง เหมาะสำหรับการนั่งระยะสั้นหรือใช้กับเด็ก แต่พื้นที่ด้านหลังค่อนข้างจำกัด ผู้ใหญ่ที่ต้องนั่งนานๆ ในสภาพอากาศร้อนของไทยอาจรู้สึกไม่สะดวกสบายเท่าไร รุ่นนี้ได้รับความนิยมในตลาดรถสปอร์ตหรูของไทย โดยเฉพาะเหมาะสำหรับการขับบนถนนเลียบชายทะเลจากกรุงเทพฯ ไปหัวหินหรือพัทยา ระบบหลังคาแบบหดได้ช่วยให้ปรับตัวได้ดีกับทั้งฤดูฝนและฤดูแล้งของไทย ที่น่าสนใจคือเฟอร์รารี่ได้มีรุ่นใหม่อย่างพอร์โตฟิโนเข้ามาแทนที่แคลิฟอร์เนียแล้ว ด้วยการออกแบบพื้นที่ภายในที่ดีขึ้น แต่รูปแบบ 2+2 ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของซีรี่ส์ GT ของเฟอร์รารี่ การออกแบบนี้เหมาะกับภูมิประเทศเป็นภูเขาของไทย ที่ยังคงความสมรรถนะของรถสปอร์ตไว้ ขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์การใช้งานกับครอบครัวในบางโอกาส ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่ชอบท่องเที่ยวแบบขับรถเองในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
Q
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย ถูกแทนที่ด้วยอะไร
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย รุ่นที่มาทดแทนคือ พอร์โตฟิโน่ ซึ่งเปิดตัวในปี 2017 เป็นรถสปอร์ตฮาร์ดท็อปคอนเวอร์ทิเบิลที่สืบทอด DNA การขับเคลื่อนสปอร์ตจากแคลิฟอร์เนียและได้รับการอัปเกรดอย่างเต็มรูปแบบ มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 3.9 ลิตร เทอร์โบชาร์จคู่ ให้กำลังสูงสุด 600 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.5 วินาที โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนของไทยยังมีการติดตั้งระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูงและระบบช่วงล่างปรับได้เพื่อให้เหมาะกับสภาพถนนท้องถิ่น ชื่อพอร์โตฟิโน่นั้นได้แรงบันดาลใจจากเมืองตากอากาศริมทะเลของอิตาลี การออกแบบผสมผสานระหว่างความสบายของรถ GT และสมรรถนะรถสปอร์ต เมื่อเทียบกับแคลิฟอร์เนียแล้วมีพื้นที่เบาะหลังและกระโปรงหลังที่เพิ่มขึ้น เหมาะกับความต้องการท่องเที่ยวแบบครอบครัวในวันหยุดของคนไทย พอร์โตฟิโน่ยังมีรุ่นโรม่ามาเสริมในไลน์อัพผลิตภัณฑ์ สร้างเมทริกซ์ผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์ขึ้น โดยทั้งสองรุ่นนี้สามารถพบได้ที่โชว์รูมเฟอร์รารี่ในกรุงเทพฯ พาร์ทเนอร์ในไทยยังมีบริการเฉพาะอย่างเช่น แพ็กเกจดูแลรถช่วงฤดูฝนอีกด้วย สำหรับผู้บริโภคไทยแล้ว เฟอร์รารี่รุ่นเครื่องหน้ายังเหมาะกับการใช้งานในเมืองที่การจราจรหนาแน่นมากกว่ารุ่นเครื่องกลาง พร้อมยังคงรักษาความสนุกในการขับขี่สไตล์ซูเปอร์คาร์อิตาเลียนแท้ๆไว้อย่างครบถ้วน
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

DEEPAL S07 คุ้มค่าที่จะซื้อหรือไม่? เมื่อคุณยังรีบลังเล, มีคนจับซื้อก่อนแล้ว
Kevin WongNov 20, 2024

DEEPAL S07 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เป็นรุ่นปรับปรุงจาก S7 วางตําแหน่ง SUV ขนาดกลาง!
AshleyJul 26, 2024

DEEPAL S07 เหนือกว่า BYD เเล้ว S07ได้ขึ้นเเท่นเป็นรถevที่มียอดขายสูงสุดในไทยเมื่อเดือนเมษายน
Kevin WongMay 8, 2024

2024 งานแสดงรถปั้งจีน: Deepal S7 รุ่น Black Gold Knight โผล่หน้า
AshleyApr 25, 2024

DEEPAL S07: แตะถึงอนาคตของรถ SUV ไฟฟ้า
AshleyMar 19, 2024
ดูเพิ่มเติม


รุ่นรถ
ข้อดี
ข้อเสีย