Q

deepal s07 มีสีอะไรบ้าง

รถ Deepal S07 ในตอนนี้มีหลายสีสันให้เลือกตามสไตล์ที่คุณชอบ ไม่ว่าจะเป็นสีดำคล้ายดวงดาว (Nebula Black), สีขาวไข่มุก (Pearl White) หรือสีน้ำเงินลึก (Deep Blue) แต่สีที่เลือกได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละตลาดและรุ่นแบบ ทางที่ดีควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยหรือเว็บไซต์ทางการโดยตรง สำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย แนะนำให้เลือกโทนสีอ่อนอย่างสีขาวไข่มุกหรือสีเงิน เพราะนอกจากจะช่วยสะท้อนแสงแดด ลดความร้อนภายในรถแล้ว ยังดูแลรักษาง่ายและไม่แสดงคราบสกปรกมากนัก สีรถไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความสวยงาม แต่ยังเกี่ยวข้องกับมูลค่าขายต่อในอนาคตด้วย โดยทั่วไปตลาดไทยมักนิยมสีโทนกลางๆ อย่างสีขาว สีเงิน หรือสีเทา เพราะสีเหล่านี้มักจะขายต่อได้ง่ายกว่า หากคุณต้องการสีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น ลองสอบถามตัวแทนจำหน่ายเกี่ยวกับบริการสีพิเศษ โดยบางรุ่นอาจมีตัวเลือกสีพิเศษให้เลือก แต่ต้องเตรียมตัวเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มและเวลารอนานขึ้นเล็กน้อย ไม่ว่าคุณจะเลือกสีไหน ควรล้างรถและเคลือบแว็กซ์เป็นประจำ โดยเฉพาะหากอยู่ใกล้ชายทะเลในไทย เพื่อป้องกันคราบเกลือที่อาจทำลายสีรถได้
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
deepal s07 ผลิตที่ไหน
Deepal S07 เป็นรถ SUV ไฟฟ้าจากแบรนด์ Deepal ซึ่งเป็นแบรนด์รถพลังงานใหม่ของ Changan Automobile จากประเทศจีน รุ่นนี้ผลิตที่ฐานการผลิตของ Changan ในเมืองฉงชิ่ง ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญของ Changan ในด้านยานยนต์ไฟฟ้า โดยใช้แพลตฟอร์มรถไฟฟ้าที่ทันสมัย พร้อมระบบแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงและฟังก์ชันช่วยขับขี่อัจฉริยะ ตอนนี้รถรุ่นนี้เน้นขายในตลาดจีนเป็นหลัก และยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่ด้วยนโยบายส่งเสริมรถพลังงานสะอาดของรัฐบาลไทย รวมถึงการพัฒนาสถานีชาร์จที่มากขึ้น คาดว่าในอนาคตอาจจะมีรถไฟฟ้าจากแบรนด์จีนเข้ามาในตลาดไทยมากขึ้น รวมถึงรุ่นอย่าง Deepal S07 ด้วย คนไทยเริ่มให้ความสนใจรถไฟฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ถ้า Deepal S07 เข้ามาในไทย อาจดึงดูดผู้บริโภคด้วยดีไซน์สวยๆ ระยะขับขี่ที่ยาว และเทคโนโลยีอัจฉริยะ แข่งขันกับรถไฟฟ้ายี่ห้ออื่นๆ ในตลาด และเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคไทยได้อีกเยอะ
Q
deepal s07 ถูกเปิดตัวที่ไหน
ปัจจุบัน Deepal S07 ยังเปิดตัวในตลาดจีนเป็นหลัก และยังไม่ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่เมื่อพิจารณาว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์ที่สำคัญของอาเซียน รวมถึงนโยบายสนับสนุนรถยนต์พลังงานสะอาดในปีที่ผ่านมา มีความเป็นไปได้ที่ Deepal S07 จะเข้ามาในตลาดไทยในอนาคต รุ่นนี้เป็น SUV ไฟฟ้าล้วนที่มาพร้อมกับระยะขับขี่ที่ยาวไกลและระบบช่วยขับอัจฉริยะที่ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยที่ใส่ใจทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี ในประเทศไทย ความนิยมรถไฟฟ้ากำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลยังมีมาตรการสนับสนุนทั้งส่วนลดและสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับรถไฟฟ้าเช่น Deepal S07 หากในอนาคตรุ่นนี้เข้ามาในไทย ผู้บริโภคควรสังเกตเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับตลาดท้องถิ่น เช่น ความเข้ากันได้กับเครือข่ายสถานีการบริการหลังการขาย และการปรับแต่งแบตเตอรี่สำหรับสภาพอากาศร้อนชื้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยต้องคำนึงถึงเมื่อเลือกซื้อรถไฟฟ้า
Q
Deepal S07 วิ่งได้กี่กิโล
Deepal S07 ในฐานะรถ SUV ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ มีระยะขับขี่สูงสุดประมาณ 520 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน CLTC) แต่ในสภาพอากาศร้อนและการจราจรติดขัดของไทย ระยะขับขี่จริงอาจลดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางช่วงวันหยุดได้อย่างดี ผู้ใช้ในไทยควรทราบว่าอุณหภูมิสูงอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพแบตเตอรี่บ้าง แนะนำให้จอดรถในที่ร่มหรือใช้ระบบจองการชาร์จ (เช่น หลีกเลี่ยงการชาร์จในช่วงเที่ยงที่การใช้ไฟฟ้าสูงสุด) สำหรับรถไฟฟ้าแล้ว ระยะขับขี่ยังขึ้นอยู่กับสไตล์การขับขี่ด้วย การเร่งเครื่องอย่างนุ่มนวลและการใช้ระบบกักเก็บพลังงานเมื่อเบรกจะช่วยเพิ่มระยะทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันไทยกำลังเร่งพัฒนาสถานีชาร์จรถไฟฟ้า โดยรถรุ่นที่รองรับการชาร์จเร็วแบบ Deepal S07 (ชาร์จ 30 นาทีได้ 80%) สามารถหาชาร์จได้สะดวกตามศูนย์การค้าใหญ่ๆเช่น CentralWorld หรือปั๊มน้ำมัน PTT เมื่อเทียบกับรถน้ำมันทั่วไป รถไฟฟ้าในไทยได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและค่าใช้จ่ายระยะยาวที่ถูกกว่า แต่แนะนำให้ตรวจสอบแผนที่สถานีชาร์จล่าสุดทางเว็บไซต์แบรนด์ก่อนซื้อ และควรเลือกรุ่นที่มีระบบจัดการอุณหภูมิแบตเตอรี่เพื่อเหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนของไทย
Q
deepal s07 มีแรงม้าเท่าไหร่
ดีปาล์ เอส07 ในฐานะรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่มาแรง มีให้เลือกสองแบบตามความต้องการของผู้ขับขี่ แบบมอเตอร์เดี่ยวให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้า (160 กิโลวัตต์) ส่วนแบบทวิมอเตอร์ขับเคลื่อนสี่ล้อจะให้กำลังรวมสูงถึง 435 แรงม้า (320 กิโลวัตต์) ซึ่งแรงขนาดนี้ทั้งขับในเมืองไทยหรือขึ้นเขาลงห้วยก็ไร้ปัญหา โดยเฉพาะรุ่นทวิมอเตอร์ที่ให้ความแรงเวลาตอนขึ้นทางชันหรือต้องการเร่งแซงจริงจัง อีกเรื่องที่คนไทยต้องสนใจคือระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งของดีปาล์ เอส07 ที่ทำได้เกิน 500 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC แบบนี้จะขับจากกรุงเทพไปพัทยาแบบไปเช้าเย็นกลับก็ยังไหว แถมตอนนี้รัฐบาลไทยยังมีนโยบายสนับสนุนรถ EV ทั้งลดภาษีนำเข้าและสนับสนุนการติดตั้งสถานีชาร์จ ทำให้รถไฟฟ้าแบบดีปาล์ เอส07 น่าสนใจยิ่งขึ้น พิเศษไปกว่านั้น ดีปาล์ เอส07 ยังมาพร้อมระบบจัดการความร้อนแบตเตอรี่แบบใช้น้ำหล่อเย็น ที่ช่วยให้แบตเตอรี่ทำงานได้เสถียรและอายุยาวขึ้นแม้ในสภาพอากาศร้อนแบบไทยๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องให้ความสำคัญเมื่อคิดจะซื้อรถไฟฟ้า
Q
deepal s07 มีที่นั่งกี่ที่
Deepal S07 เป็น SUV ขนาดกลางที่ออกแบบมาสำหรับครอบครัวโดยเฉพาะ ในรูปแบบมาตรฐานเป็นแบบ 5 ที่นั่ง ซึ่งตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ในไทยได้เป็นอย่างดี ด้วยพื้นที่เบาะหลังที่กว้างขวางและการออกแบบเบาะปรับระดับได้ ช่วยให้สบายแม้ต้องนั่งนานๆ ในสภาพการจราจรติดขัดของกรุงเทพฯ ที่พิเศษไปกว่านั้นคือการออกแบบประตูหลังเปิดกว้าง ทำให้สะดวกต่อการขนส่งสิ่งของขนาดใหญ่ที่พบได้บ่อยในตลาดไทย เช่น ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์หรือของใช้ในงานเทศกาลแบบดั้งเดิม สำหรับสภาพอากาศร้อนของไทย ระบบปรับอากาศด้านหลังและระบบระบายอากาศบนเบาะที่นั่งที่มาพร้อมในรุ่นมาตรฐาน ถือเป็นจุดเด่นที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน Deepal S07 ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำสำหรับแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยเพิ่มความเสถียรในสภาพแวดล้อมที่ทั้งร้อนและชื้นของไทย แบตเตอรี่ให้ระยะทางสูงสุดถึง 500 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) เพียงพอสำหรับการเดินทางไปกลับระหว่างกรุงเทพฯ-พัทยา หรือเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมอื่นๆ นอกจากนี้ยังรองรับระบบชาร์จเร็ว ซึ่งเป็นประโยชน์กับโครงข่ายสถานีชาร์จที่กำลังขยายตัวในไทย
Q
deepal s07 วิธีการเปิดประตู
ในฐานะรถยนต์พลังงานใหม่รุ่นใหม่ในตลาดไทย Deepal S07 มีวิธีเปิดประตูแตกต่างจากรถยนต์น้ำมันทั่วไป ติดตั้งมือจับประตูแบบซ่อนที่กำลังได้รับความนิยม ซึ่งช่วยลดปัญหาฝุ่นเกาะในสภาพอากาศร้อนของไทย การใช้งานเพียงแตะบริเวณเซ็นเซอร์ด้านในของมือจับ ประตูจะเด้งออกอัตโนมัติและดึงเปิดได้ หากแบตเตอรี่รีโมทมีปัญหา สามารถใช้กุญแจเชิงกลเปิดฉุกเฉินได้ (ช่องกุญแจมักซ่อนอยู่ใต้มือจับฝั่งคนขับ) เนื่องจากไทยมีฝนตกหนักบ่อยในฤดูฝน แนะนำให้เจ้าของตรวจสอบความแน่นของโมดูลเซ็นเซอร์ประตูเป็นประจำเพื่อป้องกันน้ำฝนซึมเข้าและส่งผลต่อความไวในการทำงาน นอกจากนี้ ระบบเปิดประตูแบบไม่สัมผัสยังสะดวกมากเมื่อถือของสองมือ เหมาะกับลานจอดรถในห้างสรรพสินค้าที่พบได้ทั่วไปในไทย ควรสังเกตว่าผู้ใช้ไทยบางส่วนเมื่อเจอการออกแบบนี้ครั้งแรกอาจไม่คุ้นเคย แต่ส่วนใหญ่สามารถปรับตัวได้ภายในประมาณหนึ่งสัปดาห์ การออกแบบนี้ช่วยปรับปรุงสมรรถนะอากาศพลศาสตร์ของรถและทำให้เส้นสายตัวรถลื่นไหลสวยงาม ปัจจุบันกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถไฟฟ้ายอดนิยมหลายรุ่น
Q
deepal s07 ทำในประเทศใด
รถยนต์ไฟฟ้า Deepal S07 เป็นรถที่ผลิตในประเทศจีน โดยแบรนด์ Deepal ซึ่งเป็นแบรนด์รถพลังงานใหม่ภายใต้กลุ่มบริษัท Changan Automobile ของจีน แบรนด์นี้เน้นการวิจัยและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ โดย S07 เป็นหนึ่งในรุ่นสำคัญที่ได้รับความสนใจในตลาดจีนด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ระบบอัจฉริยะ และประสิทธิภาพการขับขี่ที่เหนือชั้น สำหรับผู้บริโภคไทย แม้ว่าปัจจุบัน Deepal ยังไม่ได้เข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่แบรนด์รถไฟฟ้าจากจีนเริ่มขยายตัวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น เช่น BYD และ Great Wall Motors ที่เข้ามาในไทยทั้งแบบนำเข้าและผลิตในประเทศ ในอนาคต Deepal อาจพิจารณาเข้าสู่ตลาดไทยเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค รัฐบาลไทยเองก็ส่งเสริมอุตสาหกรรมรถไฟฟ้าอย่างแข็งขัน ทั้งลดภาษีนำเข้าและให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้รถไฟฟ้าจากจีนได้รับความนิยมมากขึ้น คนไทยสามารถคาดหวังรถไฟฟ้าราคาจับต้องได้และเทคโนโลยีทันสมัยที่จะเข้ามาในตลาดเราในอนาคตอันใกล้นี้
Q
deepal s07 คือประเทศอะไร
Deepal S07 เป็นรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ Deepal สังกัดบริษัท Changan Auto ของจีน ตอนนี้วางขายในตลาดจีนเป็นหลัก และยังไม่ได้เข้ามาอย่างเป็นทางการในไทย รุ่นนี้เป็น SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง ใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม EPA1 ของ Changan ที่ให้ระยะขับขี่สูงสุดถึง 620 กม. (มาตรฐาน CLTC) พร้อมระบบช่วยขับอัจฉริยะระดับ L2+ ในตลาดไทยตอนนี้มีรถไฟฟ้าแนวเดียวกันอย่างAtto 3 และ MG ZS EV ถ้าคนไทยสนใจ Deepal S07 อาจต้องติดตามข่าวการส่งออกในอนาคต เพราะตอนนี้รัฐบาลไทยกำลังผลักดันอุตสาหกรรม EV อย่างหนัก ทั้งลดภาษีนำเข้าและให้สิทธิประโยชน์ส่วนลดซื้อรถ ถ้าเป็นไปได้ในอนาคตอาจมีแบรนด์ EV จากจีนเข้ามาเพิ่มอีก แนะนำให้เปรียบเทียบเรื่องระยะทาง สถานีชาร์จ และบริการหลังการขายก่อนตัดสินใจซื้อรถสักคันนะครับ
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

การออกแบบภายนอกที่น่าสนใจทำให้ดึงดูดความสนใจ
แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงให้ระยะทางการขับรถไกล
ระบบอัจฉริยะขั้นสูงเพื่อการขับรถที่ดีขึ้น

ข้อเสีย

พื้นที่ภายในอาจรู้สึกแคบเล็กน้อย
ผู้ใช้บางคนคิดว่าราคาประกอบด้วยราคาที่สูงเล็กน้อย
เครือข่ายบริการหลังการขายจำเป็นต้องขยายขอบเขต

Q&A ล่าสุด

Q
หมายเลขบนยางรถบรรทุกหมายถึงอะไร?
ตัวเลขและตัวอักษรบนยางรถบรรทุกแสดงถึงพารามิเตอร์ประสิทธิภาพสำคัญของยาง โดยแต่ละส่วนมีความหมายเฉพาะ ตัวอย่างขนาดยางทั่วไป เช่น "195/55R16 85V": - 195 หมายถึงความกว้างหน้ายางเป็น 195 มิลลิเมตร ยิ่งกว้างยิ่งมีแรงยึดเกาะดีขึ้น แต่อาจทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่ม - 55 คืออัตราส่วนความสูงของแก้มยางต่อความกว้างหน้ายาง (ร้อยละ 55) ค่าที่น้อยกว่าจะทำให้การควบคุมดีขึ้นแต่ลดความสามารถในการลดแรงสั่นสะเทือน - R หมายถึงยางเรเดียล (ประเภทหลักในปัจจุบัน) - 16 คือเส้นผ่านศูนย์กลางของกระทะล้อ (หน่วยนิ้ว) ต้องตรงกับขนาดล้อรถ - 85 คือดัชนีน้ำหนักบรรทุก สอดคล้องกับน้ำหนักสูงสุดที่รับได้ที่ 515 กิโลกรัมต่อยาง - V คือระดับความเร็ว สอดคล้องกับความเร็วสูงสุดที่ปลอดภัยที่ 240 กม./ชม. อีกรูปแบบหนึ่ง เช่น "11.00-20": - 11.00 คือความกว้างหน้ายาง (หน่วยนิ้ว) - 20 คือเส้นผ่านศูนย์กลางกระทะล้อ (หน่วยนิ้ว) - เครื่องหมาย "-" หมายถึงยางแบบไบแอสหรือยางความดันต่ำ นอกจากนี้ ตัวระบุ LT หมายถึงยางรถบรรทุกขนาดเล็ก เช่น LT ในขนาดยาง "00R16LT" การเข้าใจพารามิเตอร์เหล่านี้ช่วยเลือกยางที่เหมาะสมกับรถบรรทุก เมื่อเปลี่ยนยางต้องมั่นใจว่าขนาดตรงกัน เพื่อป้องกันอันตรายจากความดันยางหรือความสามารถในการรับน้ำหนักที่ไม่เหมาะสม พารามิเตอร์ทั้งหมดนี้มาจากมาตรฐานการระบุขนาดยางที่เป็นทางการ ช่วยให้เจ้าของรถเข้าใจลักษณะยางได้ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการขับขี่
Q
ยาง 11R22.5 หมายถึงอะไร?
ความหมายของขนาดยาง 11R22.5 มีดังนี้: "11" หมายถึงความกว้างของส่วนตัดยางเป็น 11 นิ้ว (ประมาณ 279 มิลลิเมตร) พารามิเตอร์นี้ส่งผลโดยตรงต่อแรงยึดเกาะถนนและสมรรถนะการควบคุมของยานพาหนะ; "R" แทนยางเรเดียล (ยางสูญญากาศ) โครงสร้างยางชนิดนี้มีความทนทานต่อการสึกหรอดี ความเสถียรภาพที่ความเร็วสูง และความนุ่มสบาย ซึ่งเป็นชนิดยางที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน; "22.5" เป็นเส้นผ่านศูนย์กลางของกะทะล้อ หน่วยเป็นนิ้ว (ประมาณ 572 มิลลิเมตร) ซึ่งกำหนดความเข้ากันได้ระหว่างยางและล้อ ยางขนาดนี้เหมาะสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถโดยสารขนาดใหญ่เป็นหลัก มีความสามารถในการรับน้ำหนักและความทนทานสูง สามารถตอบสนองความต้องการในการใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ เช่นการขนส่งทางไกล การจัดส่งสินค้า การเข้าใจพารามิเตอร์ต่างๆ ในขนาดยางจะช่วยให้สามารถเลือกยางที่เหมาะสมตามวัตถุประสงค์การใช้งานและสภาพการขับขี่ เพื่อรับประกันความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการขับรถ
Q
ขนาดที่มีสำหรับยางขนาด 20 นิ้วมีอะไรบ้าง?
ขนาดยางล้อ 20 นิ้วที่มีให้ใช้ ได้แก่ 245/45R20 ซึ่งขนาดนี้เหมาะกับการติดตั้งล้อแม็กซ์ขนาด 20 นิ้วของรถบางรุ่น การระบุขนาดยางล้อประกอบด้วยข้อมูลสำคัญ เช่น ความกว้างของยาง อัตราส่วนความสูงของผนังยาง และเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อแม็ก ตัวอย่างเช่น ใน 245/45R20 จำนวน 245 หมายถึงความกว้างของยางคือ 245 มิลลิเมตร 45 หมายถึงอัตราส่วนความสูงของผนังยาง (เปอร์เซ็นต์ของความสูงผนังยางต่อความกว้างของยาง) เท่ากับ 45% R หมายถึงโครงสร้างยางเรเดียล และ 20 หมายถึงเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อแม็กที่เหมาะสมคือ 20 นิ้ว เมื่อเลือกยางล้อ ควรให้แน่ใจว่าขนาดตรงกับค่าตั้งต้นของยานพาหนะ และสามารถเลือกระดับยางล้อที่เหมาะสมตามวัตถุประสงค์การใช้งานของยานพาหนะ (เช่น การขับขี่ในเมือง การขับขี่ทางไกล เป็นต้น) เพื่อให้ได้การเสถียรภาพในการขับขี่ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในคราวเดียวกัน
Q
"ยางขนาด 305/55R20 มีความกว้างและเส้นผ่านศูนย์กลางเท่าไรในหน่วยนิ้ว?"
ความกว้างของหน้าตัดยางรถขนาด 305/55R20 มีประมาณ 12 นิ้ว (คำนวณจาก 305 มิลลิเมตร โดย 1 นิ้ว = 25.4 มิลลิเมตร) และเส้นผ่านศูนย์กลาง 33.2 นิ้ว ในขนาดนี้ 305 หมายถึงความกว้างของหน้าตัดยางเป็น 305 มิลลิเมตร 55 หมายถึงอัตราส่วนความสูงของแก้มยางต่อความกว้างหน้าตัด (ความสูงของแก้มยางคิดเป็น 55% ของความกว้างหน้าตัด) R หมายถึงโครงสร้างยางแบบเรเดียล และ 20 คือเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อที่เหมาะสมเป็น 20 นิ้ว การเข้าใจขนาดของยางรถช่วยให้เจ้าของรถสามารถเลือกขนาดที่เหมาะสมเมื่อเปลี่ยนยางได้ เพื่อรับประกันความปลอดภัยในการขับขี่และความเสถียรของสมรรถนะรถ
Q
ยางขนาด 265/50R20 มีขนาดกี่นิ้ว?
ขนาดนิ้วของยางล้อ 265/50R20 สามารถคำนวณจากพารามิเตอร์ได้ดังนี้: ความกว้างของหน้ายางคือ 265 มิลลิเมตร ซึ่งประมาณ 10.4 นิ้ว; อัตราส่วนความสูงต่อความกว้าง 50% หมายถึงความสูงของยางเป็น 50% ของความกว้างหน้ายาง นั่นคือ 132.5 มิลลิเมตร หรือประมาณ 5.2 นิ้ว; เส้นผ่านศูนย์กลางรวมของยางคือเส้นผ่านศูนย์กลางของกงล้อ 20 นิ้ว บวกกับความสูงของยางสองเท่า ซึ่งประมาณ 30.4 นิ้ว สามารถแสดงขนาดทั้งหมดเป็น 30.4x10.4R20 ยางขนาดนี้เหมาะกับกงล้อขนาด 20 นิ้ว ซึ่งพบได้ทั่วไปในรถ SUV ขนาดกลางถึงใหญ่หรือรถสปอร์ต ผิวยางที่กว้างช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะและความมั่นคงในการขับขี่ อัตราส่วนความสูงต่อความกว้างที่พอเหมาะทำให้เกิดสมดุลระหว่างการควบคุมและความนุ่มนวล เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองและเส้นทางที่ไม่เรียบเล็กน้อย เมื่อเปลี่ยนยาง ต้องตรวจสอบให้ตรงกับข้อมูลจำเพาะของรถเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
ดูเพิ่มเติม