Q

deepal s07 มีสีอะไรบ้าง

รถ Deepal S07 ในตอนนี้มีหลายสีสันให้เลือกตามสไตล์ที่คุณชอบ ไม่ว่าจะเป็นสีดำคล้ายดวงดาว (Nebula Black), สีขาวไข่มุก (Pearl White) หรือสีน้ำเงินลึก (Deep Blue) แต่สีที่เลือกได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละตลาดและรุ่นแบบ ทางที่ดีควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยหรือเว็บไซต์ทางการโดยตรง สำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย แนะนำให้เลือกโทนสีอ่อนอย่างสีขาวไข่มุกหรือสีเงิน เพราะนอกจากจะช่วยสะท้อนแสงแดด ลดความร้อนภายในรถแล้ว ยังดูแลรักษาง่ายและไม่แสดงคราบสกปรกมากนัก สีรถไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความสวยงาม แต่ยังเกี่ยวข้องกับมูลค่าขายต่อในอนาคตด้วย โดยทั่วไปตลาดไทยมักนิยมสีโทนกลางๆ อย่างสีขาว สีเงิน หรือสีเทา เพราะสีเหล่านี้มักจะขายต่อได้ง่ายกว่า หากคุณต้องการสีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น ลองสอบถามตัวแทนจำหน่ายเกี่ยวกับบริการสีพิเศษ โดยบางรุ่นอาจมีตัวเลือกสีพิเศษให้เลือก แต่ต้องเตรียมตัวเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มและเวลารอนานขึ้นเล็กน้อย ไม่ว่าคุณจะเลือกสีไหน ควรล้างรถและเคลือบแว็กซ์เป็นประจำ โดยเฉพาะหากอยู่ใกล้ชายทะเลในไทย เพื่อป้องกันคราบเกลือที่อาจทำลายสีรถได้
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
deepal s07 ผลิตที่ไหน
Deepal S07 เป็นรถ SUV ไฟฟ้าจากแบรนด์ Deepal ซึ่งเป็นแบรนด์รถพลังงานใหม่ของ Changan Automobile จากประเทศจีน รุ่นนี้ผลิตที่ฐานการผลิตของ Changan ในเมืองฉงชิ่ง ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญของ Changan ในด้านยานยนต์ไฟฟ้า โดยใช้แพลตฟอร์มรถไฟฟ้าที่ทันสมัย พร้อมระบบแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงและฟังก์ชันช่วยขับขี่อัจฉริยะ ตอนนี้รถรุ่นนี้เน้นขายในตลาดจีนเป็นหลัก และยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่ด้วยนโยบายส่งเสริมรถพลังงานสะอาดของรัฐบาลไทย รวมถึงการพัฒนาสถานีชาร์จที่มากขึ้น คาดว่าในอนาคตอาจจะมีรถไฟฟ้าจากแบรนด์จีนเข้ามาในตลาดไทยมากขึ้น รวมถึงรุ่นอย่าง Deepal S07 ด้วย คนไทยเริ่มให้ความสนใจรถไฟฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ถ้า Deepal S07 เข้ามาในไทย อาจดึงดูดผู้บริโภคด้วยดีไซน์สวยๆ ระยะขับขี่ที่ยาว และเทคโนโลยีอัจฉริยะ แข่งขันกับรถไฟฟ้ายี่ห้ออื่นๆ ในตลาด และเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคไทยได้อีกเยอะ
Q
deepal s07 ถูกเปิดตัวที่ไหน
ปัจจุบัน Deepal S07 ยังเปิดตัวในตลาดจีนเป็นหลัก และยังไม่ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่เมื่อพิจารณาว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์ที่สำคัญของอาเซียน รวมถึงนโยบายสนับสนุนรถยนต์พลังงานสะอาดในปีที่ผ่านมา มีความเป็นไปได้ที่ Deepal S07 จะเข้ามาในตลาดไทยในอนาคต รุ่นนี้เป็น SUV ไฟฟ้าล้วนที่มาพร้อมกับระยะขับขี่ที่ยาวไกลและระบบช่วยขับอัจฉริยะที่ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยที่ใส่ใจทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี ในประเทศไทย ความนิยมรถไฟฟ้ากำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลยังมีมาตรการสนับสนุนทั้งส่วนลดและสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับรถไฟฟ้าเช่น Deepal S07 หากในอนาคตรุ่นนี้เข้ามาในไทย ผู้บริโภคควรสังเกตเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับตลาดท้องถิ่น เช่น ความเข้ากันได้กับเครือข่ายสถานีการบริการหลังการขาย และการปรับแต่งแบตเตอรี่สำหรับสภาพอากาศร้อนชื้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่คนไทยต้องคำนึงถึงเมื่อเลือกซื้อรถไฟฟ้า
Q
Deepal S07 วิ่งได้กี่กิโล
Deepal S07 ในฐานะรถ SUV ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ มีระยะขับขี่สูงสุดประมาณ 520 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน CLTC) แต่ในสภาพอากาศร้อนและการจราจรติดขัดของไทย ระยะขับขี่จริงอาจลดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางช่วงวันหยุดได้อย่างดี ผู้ใช้ในไทยควรทราบว่าอุณหภูมิสูงอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพแบตเตอรี่บ้าง แนะนำให้จอดรถในที่ร่มหรือใช้ระบบจองการชาร์จ (เช่น หลีกเลี่ยงการชาร์จในช่วงเที่ยงที่การใช้ไฟฟ้าสูงสุด) สำหรับรถไฟฟ้าแล้ว ระยะขับขี่ยังขึ้นอยู่กับสไตล์การขับขี่ด้วย การเร่งเครื่องอย่างนุ่มนวลและการใช้ระบบกักเก็บพลังงานเมื่อเบรกจะช่วยเพิ่มระยะทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันไทยกำลังเร่งพัฒนาสถานีชาร์จรถไฟฟ้า โดยรถรุ่นที่รองรับการชาร์จเร็วแบบ Deepal S07 (ชาร์จ 30 นาทีได้ 80%) สามารถหาชาร์จได้สะดวกตามศูนย์การค้าใหญ่ๆเช่น CentralWorld หรือปั๊มน้ำมัน PTT เมื่อเทียบกับรถน้ำมันทั่วไป รถไฟฟ้าในไทยได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและค่าใช้จ่ายระยะยาวที่ถูกกว่า แต่แนะนำให้ตรวจสอบแผนที่สถานีชาร์จล่าสุดทางเว็บไซต์แบรนด์ก่อนซื้อ และควรเลือกรุ่นที่มีระบบจัดการอุณหภูมิแบตเตอรี่เพื่อเหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนของไทย
Q
deepal s07 มีแรงม้าเท่าไหร่
ดีปาล์ เอส07 ในฐานะรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่มาแรง มีให้เลือกสองแบบตามความต้องการของผู้ขับขี่ แบบมอเตอร์เดี่ยวให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้า (160 กิโลวัตต์) ส่วนแบบทวิมอเตอร์ขับเคลื่อนสี่ล้อจะให้กำลังรวมสูงถึง 435 แรงม้า (320 กิโลวัตต์) ซึ่งแรงขนาดนี้ทั้งขับในเมืองไทยหรือขึ้นเขาลงห้วยก็ไร้ปัญหา โดยเฉพาะรุ่นทวิมอเตอร์ที่ให้ความแรงเวลาตอนขึ้นทางชันหรือต้องการเร่งแซงจริงจัง อีกเรื่องที่คนไทยต้องสนใจคือระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งของดีปาล์ เอส07 ที่ทำได้เกิน 500 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC แบบนี้จะขับจากกรุงเทพไปพัทยาแบบไปเช้าเย็นกลับก็ยังไหว แถมตอนนี้รัฐบาลไทยยังมีนโยบายสนับสนุนรถ EV ทั้งลดภาษีนำเข้าและสนับสนุนการติดตั้งสถานีชาร์จ ทำให้รถไฟฟ้าแบบดีปาล์ เอส07 น่าสนใจยิ่งขึ้น พิเศษไปกว่านั้น ดีปาล์ เอส07 ยังมาพร้อมระบบจัดการความร้อนแบตเตอรี่แบบใช้น้ำหล่อเย็น ที่ช่วยให้แบตเตอรี่ทำงานได้เสถียรและอายุยาวขึ้นแม้ในสภาพอากาศร้อนแบบไทยๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องให้ความสำคัญเมื่อคิดจะซื้อรถไฟฟ้า
Q
deepal s07 มีที่นั่งกี่ที่
Deepal S07 เป็น SUV ขนาดกลางที่ออกแบบมาสำหรับครอบครัวโดยเฉพาะ ในรูปแบบมาตรฐานเป็นแบบ 5 ที่นั่ง ซึ่งตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ในไทยได้เป็นอย่างดี ด้วยพื้นที่เบาะหลังที่กว้างขวางและการออกแบบเบาะปรับระดับได้ ช่วยให้สบายแม้ต้องนั่งนานๆ ในสภาพการจราจรติดขัดของกรุงเทพฯ ที่พิเศษไปกว่านั้นคือการออกแบบประตูหลังเปิดกว้าง ทำให้สะดวกต่อการขนส่งสิ่งของขนาดใหญ่ที่พบได้บ่อยในตลาดไทย เช่น ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์หรือของใช้ในงานเทศกาลแบบดั้งเดิม สำหรับสภาพอากาศร้อนของไทย ระบบปรับอากาศด้านหลังและระบบระบายอากาศบนเบาะที่นั่งที่มาพร้อมในรุ่นมาตรฐาน ถือเป็นจุดเด่นที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน Deepal S07 ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำสำหรับแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยเพิ่มความเสถียรในสภาพแวดล้อมที่ทั้งร้อนและชื้นของไทย แบตเตอรี่ให้ระยะทางสูงสุดถึง 500 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) เพียงพอสำหรับการเดินทางไปกลับระหว่างกรุงเทพฯ-พัทยา หรือเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมอื่นๆ นอกจากนี้ยังรองรับระบบชาร์จเร็ว ซึ่งเป็นประโยชน์กับโครงข่ายสถานีชาร์จที่กำลังขยายตัวในไทย
Q
deepal s07 วิธีการเปิดประตู
ในฐานะรถยนต์พลังงานใหม่รุ่นใหม่ในตลาดไทย Deepal S07 มีวิธีเปิดประตูแตกต่างจากรถยนต์น้ำมันทั่วไป ติดตั้งมือจับประตูแบบซ่อนที่กำลังได้รับความนิยม ซึ่งช่วยลดปัญหาฝุ่นเกาะในสภาพอากาศร้อนของไทย การใช้งานเพียงแตะบริเวณเซ็นเซอร์ด้านในของมือจับ ประตูจะเด้งออกอัตโนมัติและดึงเปิดได้ หากแบตเตอรี่รีโมทมีปัญหา สามารถใช้กุญแจเชิงกลเปิดฉุกเฉินได้ (ช่องกุญแจมักซ่อนอยู่ใต้มือจับฝั่งคนขับ) เนื่องจากไทยมีฝนตกหนักบ่อยในฤดูฝน แนะนำให้เจ้าของตรวจสอบความแน่นของโมดูลเซ็นเซอร์ประตูเป็นประจำเพื่อป้องกันน้ำฝนซึมเข้าและส่งผลต่อความไวในการทำงาน นอกจากนี้ ระบบเปิดประตูแบบไม่สัมผัสยังสะดวกมากเมื่อถือของสองมือ เหมาะกับลานจอดรถในห้างสรรพสินค้าที่พบได้ทั่วไปในไทย ควรสังเกตว่าผู้ใช้ไทยบางส่วนเมื่อเจอการออกแบบนี้ครั้งแรกอาจไม่คุ้นเคย แต่ส่วนใหญ่สามารถปรับตัวได้ภายในประมาณหนึ่งสัปดาห์ การออกแบบนี้ช่วยปรับปรุงสมรรถนะอากาศพลศาสตร์ของรถและทำให้เส้นสายตัวรถลื่นไหลสวยงาม ปัจจุบันกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถไฟฟ้ายอดนิยมหลายรุ่น
Q
deepal s07 ทำในประเทศใด
รถยนต์ไฟฟ้า Deepal S07 เป็นรถที่ผลิตในประเทศจีน โดยแบรนด์ Deepal ซึ่งเป็นแบรนด์รถพลังงานใหม่ภายใต้กลุ่มบริษัท Changan Automobile ของจีน แบรนด์นี้เน้นการวิจัยและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ โดย S07 เป็นหนึ่งในรุ่นสำคัญที่ได้รับความสนใจในตลาดจีนด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ระบบอัจฉริยะ และประสิทธิภาพการขับขี่ที่เหนือชั้น สำหรับผู้บริโภคไทย แม้ว่าปัจจุบัน Deepal ยังไม่ได้เข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่แบรนด์รถไฟฟ้าจากจีนเริ่มขยายตัวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น เช่น BYD และ Great Wall Motors ที่เข้ามาในไทยทั้งแบบนำเข้าและผลิตในประเทศ ในอนาคต Deepal อาจพิจารณาเข้าสู่ตลาดไทยเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค รัฐบาลไทยเองก็ส่งเสริมอุตสาหกรรมรถไฟฟ้าอย่างแข็งขัน ทั้งลดภาษีนำเข้าและให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้รถไฟฟ้าจากจีนได้รับความนิยมมากขึ้น คนไทยสามารถคาดหวังรถไฟฟ้าราคาจับต้องได้และเทคโนโลยีทันสมัยที่จะเข้ามาในตลาดเราในอนาคตอันใกล้นี้
Q
deepal s07 คือประเทศอะไร
Deepal S07 เป็นรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ Deepal สังกัดบริษัท Changan Auto ของจีน ตอนนี้วางขายในตลาดจีนเป็นหลัก และยังไม่ได้เข้ามาอย่างเป็นทางการในไทย รุ่นนี้เป็น SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง ใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม EPA1 ของ Changan ที่ให้ระยะขับขี่สูงสุดถึง 620 กม. (มาตรฐาน CLTC) พร้อมระบบช่วยขับอัจฉริยะระดับ L2+ ในตลาดไทยตอนนี้มีรถไฟฟ้าแนวเดียวกันอย่างAtto 3 และ MG ZS EV ถ้าคนไทยสนใจ Deepal S07 อาจต้องติดตามข่าวการส่งออกในอนาคต เพราะตอนนี้รัฐบาลไทยกำลังผลักดันอุตสาหกรรม EV อย่างหนัก ทั้งลดภาษีนำเข้าและให้สิทธิประโยชน์ส่วนลดซื้อรถ ถ้าเป็นไปได้ในอนาคตอาจมีแบรนด์ EV จากจีนเข้ามาเพิ่มอีก แนะนำให้เปรียบเทียบเรื่องระยะทาง สถานีชาร์จ และบริการหลังการขายก่อนตัดสินใจซื้อรถสักคันนะครับ
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

การออกแบบภายนอกที่น่าสนใจทำให้ดึงดูดความสนใจ
แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงให้ระยะทางการขับรถไกล
ระบบอัจฉริยะขั้นสูงเพื่อการขับรถที่ดีขึ้น

ข้อเสีย

พื้นที่ภายในอาจรู้สึกแคบเล็กน้อย
ผู้ใช้บางคนคิดว่าราคาประกอบด้วยราคาที่สูงเล็กน้อย
เครือข่ายบริการหลังการขายจำเป็นต้องขยายขอบเขต

Q&A ล่าสุด

Q
รถยนต์ที่เจ๋งที่สุดในโลกอันดับ 1 คืออะไร?
ในเรื่องของการจัดอันดับรถยนต์ที่เจ๋งที่สุดในโลก Koenigsegg Agera One:1 ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นสุดยอดแห่งรถยนต์ประเภทนี้ รถซูเปอร์คาร์คันนี้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมด้วยอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนัก 1:1 (1,360 แรงม้าต่อ 1,360 กิโลกรัม) เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบชาร์จ 5.0 ลิตร ผสานกับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ล้ำสมัย ทำให้มีการผลิตเพียง 7 คันทั่วโลก ทำให้มันเป็นสัญลักษณ์ของทั้งเทคโนโลยีและความหายาก ในแง่ของความโดดเด่นทางด้านรูปลักษณ์ รถต้นแบบ Lamborghini Apis โดดเด่นด้วยภาษาการออกแบบ "กระทิงสองหัว" ไฟหน้าทรงดุดันและปีกหลังแบบหลายชั้นบ่งบอกถึงเครื่องยนต์ V12 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์อิตาลีในการแสวงหาความงามขั้นสุดยอด อย่างไรก็ตาม ต้องกล่าวว่าคำจำกัดความของ "ความเจ๋ง" นั้นเป็นเรื่องส่วนตัว ตัวอย่างเช่น ระบบไฮบริด HY-KERS ของ Ferrari LaFerrari (963 แรงม้า) หรือเครื่องยนต์ W16 ของ Bugatti Chiron ดึงดูดผู้ชื่นชอบรถยนต์ด้วยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีในมิติที่แตกต่างกัน แม้ว่ารถยนต์รุ่นเหล่านี้จะมีสไตล์ที่แตกต่างกันมาก แต่ก็มีจุดเด่นร่วมกันคือแนวคิดการออกแบบที่ก้าวล้ำทางด้านวิศวกรรม และสถานะความเป็นของสะสม ราคาของรถยนต์เหล่านี้มักสูงกว่า 100 ล้านบาท ทำให้พวกมันเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของเทคโนโลยีล้ำสมัยในอุตสาหกรรมยานยนต์
Q
รถคันไหนมีสมรรถนะดีที่สุด?
ในตลาดไทย รุ่นรถที่ทำผลงานได้ดีที่สุดจะได้รับการประเมินจากหลายด้าน ทั้งเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน การยอมรับของตลาด และประสบการณ์การขับขี่จริง รถยนต์ Great Wall Motors Tank 300 HEV คว้ารางวัล "รถยนต์ไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้อออฟโรดที่ดีที่สุด" ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบไฮบริดและเทคโนโลยีออฟโรดอัจฉริยะ พร้อมด้วยกำลังที่ทรงประสิทธิภาพและการออกแบบที่แข็งแกร่ง ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบออฟโรด ส่วน ORA Lightning Cat คว้ารางวัล "รถเก๋งไฟฟ้าที่ดีที่สุด" ด้วยดีไซน์ย้อนยุค การชาร์จเร็ว และระยะทางวิ่ง 620 กิโลเมตร แสดงให้เห็นถึงข้อดีของเทคโนโลยีพลังงานใหม่ สำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะการปรับแต่งขั้นสุดยอด Honda Civic EG6 (รุ่นปรับแต่ง 1000 แรงม้า) หรือ Toyota Supra (ชุดแต่ง Widebody) ที่งาน Bangkok International Auto Tuning Show แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในตลาดอะไหล่แต่ง ในกลุ่มรถยนต์เบนซินแบบดั้งเดิม Toyota Hilux และ Ford Everest ครองตำแหน่งยอดขายสูงสุดมาอย่างยาวนานด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่เชื่อถือได้และความสามารถในการปรับตัว ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีนอย่าง BYD Atto 3 ได้รับความนิยมในเมืองเนื่องจากคุณสมบัติอัจฉริยะและระยะทางวิ่งที่ยาวนาน โดยรวมแล้ว ประสิทธิภาพควรแตกต่างกันไปตามการใช้งานที่ตั้งใจไว้: Tank 300 HEV เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการขับขี่แบบออฟโรด, ORA Lightning Cat เหมาะสำหรับรถเก๋งไฟฟ้า, รุ่นคลาสสิกจากญี่ปุ่นมีศักยภาพในการดัดแปลง และแบรนด์ที่เป็นที่ยอมรับอย่าง Toyota Hilux มอบความทนทานสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
Q
“รถสปอร์ตที่ขายดีที่สุดคือรุ่นไหน?”
ในวงการรถสปอร์ตปัจจุบัน Ferrari Roma Spider ได้รับความสนใจอย่างมากด้วยประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมและอิทธิพลของแบรนด์ โดยรถนี้ใช้เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบชาร์จ 3.9 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 620 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 760 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดแบบคลัตช์คู่ สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 320 กม./ชม. หลังคาแบบผ้าสามารถเปิด-ปิดได้ภายใน 13.5 วินาที โดยใช้วัสดุผ้า 5 ชั้นเพื่อลดเสียงลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้านการออกแบบได้ผสมผสานองค์ประกอบคลาสสิกและสมัยใหม่ เช่น รูปร่างช่วงหลังยาวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถ Ferrari ในยุค 1950s ส่วนกระจายลมด้านหลังและระบบไอเสียสปอร์ตช่วยเสริมสร้างเอกลักษณ์ด้านสมรรถนะ ในฐานะรถสปอร์ตรุ่นเริ่มต้นของ Ferrari รุ่น Roma Spider ตั้งราคาที่ 26 ล้านบาท ซึ่งมีความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดรถหรู โดยเฉพาะการดึงดูดผู้ซื้อที่ให้ความสำคัญกับมูลค่าของแบรนด์และความเพลิดเพลินในการขับขี่ ที่น่าสนใจคือ การเลือกใช้รถของซุปเปอร์สตาร์อย่าง LISA สมาชิกวง BLACKPINK สะท้อนถึงความนิยมของรุ่นนี้ในกลุ่มคนชั้นสูงของไทย ปัจจุบันตลาดรถสปอร์ตไทยมีแนวโน้มสนใจรถ GT ที่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ง่ายและมีดีเอ็นเอของสนามแข่ง มากกว่ารถสปอร์ตสุดขั้วที่เน้นสมรรถณะสูงสุด แนวโน้มนี้ทำให้รถสปอร์ตหรูแบบ 2+2 อย่าง Roma Spider ได้รับความได้เปรียบในตลาดมากขึ้น
Q
รถสปอร์ตที่ดีที่สุดที่ควรซื้อในปี 2025 คืออะไร?
ในรายการรถสปอร์ตที่น่าจับตามองในปี 2025 มาสด้า Iconic SP รถสปอร์ตไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดเป็นตัวเลือกที่ผสมผสานสมรรถนะและนวัตกรรมได้อย่างลงตัว ด้วยการออกแบบระบบไฟฟ้าที่สอดคล้องกับแนวโน้มอนาคต พร้อมยังคงรักษาความสนุกสนานในการขับขี่แบบรถสปอร์ต หากคุณชอบรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม โพร์เช่รุ่นใหม่ที่จัดแสดงในงานมอเตอร์โชว์กรุงเทพฯ เช่น ซีรีส์ 911 ยังคงเป็นตัวชี้วัดของตลาดรถระดับสูง ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและเอกลักษณ์ของแบรนด์ สำหรับผู้บริโภคที่มีงบประมาณจำกัด รุ่นเพิ่มระยะทาง (Range Extender) ของ Deepal S05 (เริ่มต้นที่ 799,000 บาท) ให้ระยะขับขี่แบบไฟฟ้าล้วน์ 200 กิโลเมตร และระบบขับเคลื่อนล้อหลัง สร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัด หากต้องการประสบการณ์บนสนามแข่งระดับสูง ดูคาติ Panigale V4 แม้จะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ แต่ด้วยเครื่องยนต์ V4 กำลัง 216 แรงม้าและการตั้งค่าสำหรับสนามแข่ง (เริ่มต้นที่ 239,900 หยวน) ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน นอกจากนี้ Omoda C5 EV (เริ่มต้นที่ 899,000 บาท) ยังแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของรถไฟฟ้าด้วยระยะขับขี่สูงถึง 505 กิโลเมตรและฟังก์ชัน V2L โดยสรุปแล้ว การเลือกซื้อควรพิจารณาจากงบประมาณ ความชอบในระบบขับเคลื่อน และสถานการณ์การใช้งาน โดยรถรุ่นทั้งหมดที่กล่าวมามีจุดเด่นด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี หรือความคุ้มค่าเงินที่โดดเด่น
Q
"รถสปอร์ตที่เร็วที่สุดจากโรงงานคืออะไร?"
ปัจจุบัน รถยนต์ที่เร็วที่สุดในตลาดไทยคือ Lotus GT Emeya R ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าล้วน มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบมอเตอร์คู่ กำลังสูงสุด 905 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.8 วินาที และความเร็วสูงสุดเกิน 250 กม./ชม. ราคาเริ่มต้นที่ 6,890,000 บาท รถคันนี้ใช้ระบบแอโรไดนามิกส์แบบแอคทีฟและระบบช่วงล่างอิเล็กทรอนิกส์ รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแรงดันสูง 800 โวลต์ เพิ่มระยะทางได้ 180 กิโลเมตรด้วยการชาร์จเพียง 5 นาที ในขณะที่ BYD ครองตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ แต่รุ่นต่างๆ เช่น Seal มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่เร็วที่สุดใน 5.9 วินาที (Deep Blue S7 ก็ทำได้ 5.9 วินาทีเช่นกัน) ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในครอบครัวมากกว่า สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ความเร็วสูงสุดของซูเปอร์คาร์ขึ้นอยู่กับสภาพสนามแข่ง การขับขี่บนท้องถนนจริงต้องปฏิบัติตามจำกัดความเร็วตามกฎหมายของประเทศไทยที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ดูเพิ่มเติม