Q
ใช้เวลานานเท่าไหร่ในการซื้อ Tesla Model Y
เวลาจัดส่งรถ Tesla Model Y ที่สั่งซื้อในประเทศไทยโดยทั่วไปจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น รุ่นรถ สต็อกที่มี และจำนวนออเดอร์ที่สั่งเข้ามา ตอนนี้ถ้าสั่งจองผ่านเว็บไซต์ทางการจะใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์กว่าจะได้รับรถจริง แต่เวลาอาจแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับศูนย์จัดส่งในกรุงเทพฯหรือต่างจังหวัด ถ้าเลือกรถจากสต็อกที่มีอยู่ก็อาจได้รับรถเร็วขึ้น ประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญของ Tesla ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย Model Y ได้รับความนิยมจากสมรรถนะการขับขี่ระยะไกลและบริการที่ปรับให้เหมาะกับคนไทย เช่น เครือข่ายสถานีชาร์จเร็ว Supercharger ที่ครอบคลุมในเมืองหลัก ก่อนตัดสินใจซื้อแนะนำให้ตรวจสอบเวลาจัดส่งล่าสุดผ่านเว็บไซต์หรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังควรศึกษานโยบายสนับสนุนรถ EV ของรัฐบาลไทย เช่น การลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อรถ Tesla ยังมีบริการทดลองขับและแผนการเงินแบบ customize ให้เลือก เพื่อให้ผู้ซื้อได้สัมผัสสมรรถนะรถอย่างเต็มที่และวางแผนงบประมาณได้สะดวกยิ่งขึ้น
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
รถยนต์ Tesla รุ่นใดขายดีที่สุดในปี 2024?
ถึงปี 2024 รถยนต์ที่ขายดีที่สุดของ Tesla ทั่วโลกยังคงเป็น Model Y รุ่นนี้เป็น SUV ไฟฟ้าขนาดกลางที่ครองใจผู้บริโภคด้วยระยะทางที่วิ่งได้ไกล พื้นที่ภายในกว้างขวาง และระบบขับขี่อัจฉริยะที่ครบครัน แม้แต่ในตลาดไทยก็ยังเป็นที่นิยมไม่เสื่อมคลาย Model Y มีให้เลือก 3 รุ่นคือ ขับเคลื่อนล้อหลัง ระยะทางไกล และรุ่นสมรรถนะสูง เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ความเร็วในการชาร์จที่สูงและเครือข่าย Supercharger ของ Tesla ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องยังทำให้การใช้งานรถไฟฟ้าสะดวกขึ้นมาก แถมระบบอัปเดตแบบ OTA ยังช่วยอัปเกรดสมรรถนะรถให้เหมือนใหม่ตลอดเวลา ด้วยความที่เทคโนโลยีรถไฟฟ้าพัฒนาเร็วแบบนี้ Model Y จึงกลายเป็นตัวเลือกหลักของหลายครอบครัว เพราะทั้งฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการใช้งานในเมืองหรือทริปสั้นๆ ถ้าคุณสนใจรถไฟฟ้า Model Y นี่แหละคือตัวท็อปที่ควรคิดถึง ทั้งประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ที่คับแก้ว
Q
รถยนต์รุ่นไหนที่ถูกเรียกคืนมากที่สุดในปี 2024?
จากข้อมูลการเรียกคืนรถในปี 2024 รถ Tesla Model Y กลายเป็นรุ่นที่ถูกเรียกคืนบ่อยที่สุดในระดับโลก ส่วนใหญ่เป็นปัญหาเกี่ยวกับการอัปเดตซอฟต์แวร์ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งสถานการณ์นี้ก็เกิดขึ้นในตลาดไทยเช่นกัน เนื่องจากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ทำให้ยอดขายของแบรนด์อย่าง Tesla เพิ่มขึ้นตามไปด้วย และการเรียกคืนรถก็ได้รับความสนใจมากขึ้น การเรียกคืนรถเป็นสิ่งที่แสดงถึงความรับผิดชอบของผู้ผลิตต่อผู้บริโภค โดยการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ กรมการขนส่งทางบกของไทยก็ได้กำหนดให้ผู้ผลิตต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการเรียกคืนอย่างเคร่งครัด สำหรับผู้บริโภคไทย สามารถตรวจสอบข้อมูลการเรียกคืนได้ผ่านเว็บไซต์ของผู้ผลิตหรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก พร้อมกันนี้ก็แนะนำให้ดูแลรักษารถอย่างสม่ำเสมอและอัปเดตซอฟต์แวร์ระบบในรถให้ทันสมัยอยู่เสมอ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งที่ถูกเรียกคืนไม่ได้สะท้อนถึงคุณภาพรถเสมอไป แต่อาจเกี่ยวข้องกับปริมาณการขาย ความเข้มงวดของกฎหมาย และปัจจัยอื่นๆ ผู้บริโภคควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้านเพื่อเลือกรถที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด
Q
Tesla Model Y ใช้ไฟฟ้ากี่กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง
อัตราสิ้นเปลืองไฟฟ้าต่อชั่วโมงของ Tesla Model Y จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่น ลักษณะการขับขี่และสภาพถนน โดยทั่วไปจะอยู่ระหว่าง 15 ถึง 20 กิโลวัตต์ชั่วโมง (กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง) เช่น การขับรถบนถนนในเมืองไทย การสตาร์ต-ดับเครื่องบ่อยครั้งอาจส่งผลให้เกิดการใช้พลังงานที่สูง ในขณะที่การขับขี่ด้วยความเร็วคงที่บนทางหลวงนั้นประหยัดไฟฟ้ามากกว่า การใช้เครื่องปรับอากาศบ่อยครั้งในสภาพอากาศร้อนในประเทศไทยยังช่วยเพิ่มการใช้พลังงาน เจ้าของรถแนะนำให้ปรับการใช้พลังงานให้เหมาะสมโดยใช้ช่องระบายความร้อนล่วงหน้าการตั้งค่าการประหยัดพลังงานด้วยโหมด Sentinel และอื่นๆ สำหรับผู้ใช้ชาวไทยยังต้องใส่ใจกับความเข้ากันได้ของสิ่งอำนวยความสะดวกในการชาร์จไฟ Model Y รองรับมาตรฐาน Type2 และ CCS2 จับคู่กับกองชาร์จไฟสาธารณะกระแสหลักในประเทศไทยการชาร์จไฟในบ้านสามารถติดตั้งกล่องติดผนังขนาด 7.4 กิโลวัตต์ใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมงเพื่อเติม รถเอสยูวีไฟฟ้าระดับเดียวกันอย่าง BYD Atto 3 หรือ MG ZS EV มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานใกล้เคียงกัน แต่มีลักษณะเฉพาะของเทคโนโลยีการจัดการแบตเตอรี่และประสิทธิภาพการกู้คืนพลังงาน อัตราค่าไฟฟ้าในประเทศไทยเฉลี่ยประมาณ 4 บาท/kWh และ Model Y ต้นทุนค่าไฟฟ้าต่อกิโลเมตรประมาณ 0.6-0.8 บาท ซึ่งต่ำกว่ารถบรรทุกน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ นิสัยการขับขี่ที่ดีเช่นการตรวจสอบความดันลมยางเป็นประจำและหลีกเลี่ยงการเร่งความเร็วอย่างเร่งด่วนสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้มากขึ้น เมื่อเดินทางไกลคุณสามารถใช้เครือข่าย Tesla Supercharger เพื่อเติมเต็มความทนทาน 270 กม. เป็นเวลา 30 นาที
Q
ยางรถ Tesla Model Y ใช้ได้นานเท่าไหร่
อายุการใช้งานยางรถ Tesla Model Y โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 40,000 ถึง 60,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับนิสัยการขับขี่ สภาพถนน และการดูแลรักษายาง สภาพอากาศร้อนและฤดูฝนของไทยอาจส่งผลต่อการสึกหรอของยางบ้าง แนะนำให้ตรวจสอบความดันลมยางและความลึกดอกยางเป็นประจำเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้สภาพถนนบางพื้นที่ในไทยค่อนข้างซับซ้อน โดยเฉพาะเส้นทางในเขตภูเขาหรือชนบทอาจทำให้ยางสึกเร็วขึ้น เจ้าของรถจึงควรสังเกตสภาพยางให้ดี และควรสลับหรือเปลี่ยนยางเมื่อถึงเวลา การเลือกยางที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นก็ช่วยยืดอายุยางได้เช่นกัน อีกอย่างรถไฟฟ้ามีแรงบิดที่สูงในช่วงเริ่มต้น การขับขี่อย่างนุ่มนวลจะช่วยลดการสึกหรอของยางได้ ส่วนใครที่ขับในเมืองติดขัดอย่างกรุงเทพฯ บ่อยๆ การหยุดและออกตัวบ่อยๆ ก็อาจทำให้ยางเสื่อมเร็วได้ แนะนำให้ตรวจสภาพยางทุก 8,000 กิโลเมตรจะดีที่สุด
Q
วิธีการดูระยะทางที่ Tesla Model Y สามารถวิ่งได้
ระยะทางของ Tesla Model Y นั้นขึ้นอยู่กับความจุแบตเตอรี่ พฤติกรรมการขับขี่ และสภาพแวดล้อมเป็นหลัก ในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย การใช้แอร์บ่อยๆ อาจส่งผลให้ระยะทางลดลงเล็กน้อย แต่ระบบปั๊มความร้อนของ Model Y ช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รุ่นมาตรฐานในเงื่อนไขทดสอบ WLTP จะวิ่งได้ประมาณ 455 กิโลเมตร ส่วนรุ่น Long Range จะวิ่งได้ถึง 540 กิโลเมตร แต่ในชีวิตจริงสำหรับการขับขี่ในกรุงเทพฯ แนะนำให้ดูระยะทางคงเหลือที่แสดงบนหน้าปัดจะเหมาะสมกว่า เพราะระบบนำทางจะคำนวณประเมินปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลือเมื่อถึงจุดหมายแบบเรียลไทม์ สำหรับเจ้าของรถในไทยควรรู้ว่าสถานีชาร์จเร็วอย่าง Supercharger V3 สามารถชาร์จแบตเตอรี่ถึง 80% ในเวลาเพียง 30 นาที ส่วนการชาร์จที่บ้านเหมาะสำหรับชาร์จตอนกลางคืน การบำรุงรักษาแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอก็ช่วยรักษาประสิทธิภาพของระยะทางได้เช่นกัน นอกจากนี้ในช่วงฤดูฝนที่ถนนลื่น แนะนำให้เปิดโหมด "ผ่อนคลาย" เพื่อช่วยยืดระยะทาง และฟังก์ชั่นอุ่นแบตเตอรี่ของ Tesla ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเมื่อขับขี่ในเส้นทางภูเขาอย่างในเชียงใหม่ด้วย แนะนำให้เจ้าของรถใช้กราฟแสดงการสิ้นเปลืองพลังงานในระบบเพื่อวิเคราะห์ว่าพฤติกรรมการขับมีผลต่อระยะทางอย่างไร
Q
Tesla Model Y มีความเร็วอย่างไร
Tesla Model Y ในประเทศไทยมีความเร็วสูงสุดที่แตกต่างกันไปตามรุ่น โดยรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังจะมีความเร็วสูงสุดที่ 217 กม./ชม. ส่วนรุ่น Performance สามารถทำความเร็วได้สูงถึง 250 กม./ชม. ซึ่งความเร็วระดับนี้ถือว่าเกินพอสำหรับการใช้งานบนทางหลวงไทยที่จำกัดความเร็วอยู่ที่ 120 กม./ชม. โดยทั่วไป นอกจากความเร็วแล้ว Model Y ยังมีอัตราเร่งที่แรงมาก โดยรุ่น Performance สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.7 วินาที เนื่องมาจากลักษณะของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้แรงบิดทันทีทันใด
ในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย ระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่ของ Model Y สามารถรักษาประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ได้เป็นอย่างดี ขณะที่ความสูงของช่วงล่าง (ประมาณ 16.5 ซม.) ก็เหมาะกับสภาพถนนบางเส้นในไทยที่อาจไม่สมบูรณ์นัก อย่างไรก็ตาม ควรระวังเรื่องการสิ้นเปลืองพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อขับด้วยความเร็วสูง แนะนำให้วางแผนจุดชาร์จให้ดีเมื่อต้องเดินทางไกล โชคดีที่ปัจจุบันเครือข่าย Supercharger ของ Tesla ในไทยครอบคลุมทั้งเมืองหลักและเส้นทางท่องเที่ยวแล้ว โดยระบบนำทางสามารถช่วยวางแผนเส้นทางที่รวมจุดชาร์จไว้ให้โดยอัตโนมัติ
อีกจุดเด่นคือ Model Y มาพร้อมกับระบบช่วยขับ Autopilot ที่จะช่วยลดความเหนื่อยล้าได้ทั้งในสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ หรือในการเดินทางไกล แต่อย่าลืมว่าผู้ขับขี่ยังต้องมีสมาธิและจดจ่อกับถนนอยู่เสมอ
Q
วิธีการเปลี่ยนฟิลเตอร์อากาศของ Tesla Model Y
การเปลี่ยนไส้กรองอากาศของ Tesla Model Y นั้นง่ายมากๆ เลย ขั้นแรกคุณต้องเตรียมไส้กรองอากาศตัวใหม่ที่เป็นของแท้หรือได้มาตรฐานมาไว้ก่อน แนะนำให้เลือกแบบที่ป้องกันเชื้อราเพราะเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ที่แบบนี้ช่วยลดปัญหาการสะสมแบคทีเรียและกลิ่นอับได้ดี เพราะบ้านเรามีทั้งความร้อนและความชื้นสูงนี่นา สำหรับตำแหน่งของไส้กรองใน Model Y จะอยู่ใต้กระโปรงหน้า หลังจากเปิดกระโปรงหน้าแล้วให้ถอดแผ่นรองเก็บของด้านล่างออก คุณจะเห็นแผงปิดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้ไขควงหัวแฉกคลายสกรูออกก็จะเห็นไส้กรองแล้ว เวลาเปลี่ยนต้องระวังเรื่องทิศทางลูกศรบนไส้กรองด้วยนะครับ ต้องให้ตรงกับตำแหน่งเดิม กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที โดยปกติแนะนำให้เปลี่ยนทุก 12 เดือนหรือขับครบ 20,000 กิโลเมตร แต่สำหรับเมืองไทยที่ทั้งอากาศไม่ค่อยดี ทั้งร้อนทั้งชื้นแบบนี้ ควรเปลี่ยนบ่อยหน่อยคือทุก 8-10 เดือนจะดีกว่า ช่วยให้อากาศในรถสะอาดอยู่เสมอ แถมยังช่วยยืดอายุการใช้งานระบบแอร์อีกด้วย โดยเฉพาะบ้านเราที่ต้องเปิดแอร์แทบจะตลอดเวลาแบบนี้ ต้องดูแลเป็นพิเศษเลยครับ ถ้าใครไม่มั่นใจหรือไม่อยากทำเอง ก็สามารถนัดหมายไปที่ศูนย์บริการ Tesla ในกรุงเทพฯ หรือพัทยาได้ครับ เขาจะเปลี่ยนให้แบบมืออาชีพเลย
Q
วิธีเปิดใช้งานระบบจอดรถอัตโนมัติ Tesla Model Y
หากต้องการใช้งานระบบจอดรถอัตโนมัติใน Tesla Model Y ก่อนอื่นต้องมั่นใจว่าเกียร์อยู่ในตำแหน่งถอยหลังหรือ D และความเร็วต่ำกว่า 24 กม./ชม. จากนั้นจะเห็นไอคอน "P" สีเทาบนหน้าจอกลาง แสดงว่าระบบกำลังสแกนหาที่จอดรถ เมื่อพบที่จอดที่เหมาะสม ไอคอนจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน แค่กดไอคอนนี้แล้วกดปุ่ม "เริ่มต้น" ค้างไว้ ระบบก็จะเริ่มทำงานอัตโนมัติ ขณะจอดควรวางมือไว้บนพวงมาลัยเพื่อพร้อมควบคุมรถตลอดเวลา
สำหรับการใช้ในประเทศไทย ต้องระวังเป็นพิเศษในซอยแคบหรือพื้นที่ที่มีรถจักรยานยนต์จำนวนมาก แนะนำให้ฝึกใช้งานในลานจอดรถกว้างๆ ก่อนเพื่อทำความคุ้นเคย Tesla ใช้กล้อง 8 ตัวและเซ็นเซอร์อัลตราโซนิก 12 ตัวในการจอดรถ ทั้งแบบขนานและตั้งฉาก แต่ระบบอาจทำงานได้ไม่ดีนักเวลาฝนตกหรือแสงน้อย
ต้องระมัดระวังกฎหมายไทยเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ปัจจุบันอนุญาตให้ใช้ระบบช่วยขับระดับ L2 ได้ แต่ผู้ขับยังต้องมีสมาธิตลอดเวลา ระบบนี้ทำงานได้ดีที่สุดในห้างสรรพสินค้าที่มีที่จอดมาตรฐาน ส่วนที่จอดแบบเฉียงที่พบทั่วไปในไทย อาจต้องใช้ประสบการณ์เพิ่มเติมหน่อย
Q
วิธีจอดรถอัตโนมัติ Tesla Model Y
รถ Tesla Model Y มีระบบจอดรถอัตโนมัติที่ใช้ง่ายมากในไทย ระบบ Autopilot จะทำงานเมื่อกดปุ่มจอดที่คันเกียร์ รถจะหาที่จอดให้เองและจอดให้อัตโนมัติ พอเหมาะกับที่จอดรถแน่นๆในกรุงเทพฯ แต่ต้องมีเส้นจอดรถชัดเจนนะ และถ้าเจอสถานการณ์ซับซ้อนควรเตรียมพร้อมควบคุมรถตลอดเวลา สภาพอากาศร้อนๆในไทยอาจทำให้เซ็นเซอร์ทำงานไม่เต็มที่ แนะนำให้ล้างกล้องกับเรดาร์บ่อยๆ รถยี่ห้ออื่นอย่าง BMW หรือ Mercedes-Benz ก็มีระบบแบบนี้เหมือนกัน แต่วิธีใช้อาจต่างกันนิดหน่อย ควรอ่านคู่มือหรือถามพนักงานขายให้เข้าใจก่อน ส่วนฟังก์ชันเรียกรถด้วยแอปมือถือก็ใช้ง่ายช่วงหน้าฝนหรือที่จอดคับขัน แต่ต้องดูสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยด้วย แต่ละแบรนด์มีจุดเด่นของระบบจอดรถอัตโนมัติต่างกัน เลือกใช้ให้เหมาะกับความต้องการของตัวเอง
Q
น้ำหนักของรถยนต์ Tesla Model Y คือเท่าไหร่
น้ำหนักของ Tesla Model Y จะแตกต่างกันไปตามรุ่น โดยรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังจะหนักประมาณ 1,971 กิโลกรัม ส่วนรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (Long Range และ Performance) จะหนักใกล้เคียง 2,003 กิโลกรัม ซึ่งจัดว่าอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางหนักสำหรับ SUV ไฟฟ้า สาเหตุหลักมาจากแบตเตอรี่ความจุสูงและโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรง ในตลาดไทย น้ำหนักของ Model Y ไม่ได้ส่งผลต่อการขับขี่ประจำวันมากนัก เพราะถนนในเมืองไทยส่วนใหญ่เรียบและแรงบิดเริ่มต้นที่สูงของรถไฟฟ้าช่วยให้ขับเคลื่อนในสภาพการจราจรติดขัดได้อย่างสบายๆ แต่อาจต้องระวังหน่อยเวลาเลี้ยวหรือจอดในซอยแคบๆ หรือลานจอดรถเก่าๆ ที่พื้นที่จำกัด
จุดเด่นของรถไฟฟ้าคือการกระจายน้ำหนักที่สมดุลกว่าเครื่องยนต์สันดาป (เพราะแบตเตอรี่ถูกวางราบใต้พื้นรถ) ทำให้ Model Y ทรงตัวได้ดีกว่าในถนนลื่นหรือเมื่อต้องเปลี่ยนเลนกะทันหัน โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่ขับแล้วมั่นใจขึ้น
สำหรับคนไทยควรรู้ไว้ว่าน้ำหนักรถจะส่งผลต่อการคำนวณภาษีประจำปี แต่ตอนนี้รถไฟฟ้าในไทยยังได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีอยู่ ดังนั้นค่าใช้จ่ายจริงยังถูกกว่ารถน้ำหนักเท่ากันที่ใช้เครื่องยนต์ทั่วไป ถ้าชอบขับทางไกลบ่อยๆ น้ำหนักที่มากกว่าอาจเพิ่มการกินไฟหน่อยนึง แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทางมากเพราะไทยมีสถานีชาร์จครอบคลุมแล้ว โดยเฉพาะ Supercharger ของ Tesla ที่มีให้บริการในเมืองใหญ่และจุดท่องเที่ยวหลัก
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
น้ำมันเครื่องเกรดใดที่รถยนต์ดีเซลที่มีอายุการใช้งาน 10 ปีควรใช้?
รถดีเซลอายุ 10 ปีควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องดีเซลระดับ CK-4 เนื่องจาก CK-4 เป็นมาตรฐานคุณภาพสูงสุดของน้ำมันเครื่องยนต์ดีเซลในปัจจุบัน มีสมรรถนะในการหล่อลื่นยอดเยี่ยม สามารถลดการสึกหรอภายในเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปกป้องชิ้นส่วนเครื่องยนต์ที่ใช้งานเป็นเวลานาน และยืดอายุการใช้งาน นอกจากนี้ คุณสมบัติเถ้าต่ำยังสามารถตอบสนองความต้องการมาตรฐานการปล่อยไอเสียระดับสูง และเหมาะกับสภาพการทำงานของรถที่ใช้งานมานาน นอกจากนี้ ในการเลือกน้ำมันเครื่องยังต้องพิจารณาระดับความหนืดตามสภาพการใช้งานของรถ เช่น ประเภทความหนืดทั่วไปอย่าง 10W40 หรือ 5W30 เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำมันเครื่องมีความสามารถในการไหลและการป้องกันในสภาพอุณหภูมิต่างๆ และรักษาเสถียรภาพการทำงานของเครื่องยนต์
Q
เราจะเปรียบเทียบประเภทของน้ำมันเครื่อง 5W-40 และ 10W-40 ได้อย่างไร?
ความแตกต่างหลักระหว่างน้ำมันเครื่อง 5W-40 และ 10W-40 อยู่ที่การไหลในอุณหภูมิต่ำ โดยทั้งสองมีค่าความหนืดในอุณหภูมิสูงเท่ากัน โดย 5W-40 มีการไหลในอุณหภูมิต่ำที่ดีกว่า สามารถใช้งานในอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ -30°C ในขณะที่ 10W-40 ใช้งานได้ที่ประมาณ -25°C ดังนั้นในสภาพอากาศหนาวเย็น 5W-40 สามารถสร้างฟิล์มน้ำมันที่มีประสิทธิภาพภายในเครื่องยนต์ได้เร็วกว่า ลดการสึกหรอของชิ้นส่วนขณะสตาร์ทเครื่องเย็น และช่วยให้การสตาร์ทเครื่องราบรื่นขึ้น
ตัวเลขหลัง W ของทั้งสองแบบคือ 40 หมายความว่าในสภาพอุณหภูมิสูง (เช่น เมื่อเครื่องยนต์ทำงานภายใต้ภาระหนัก) ทั้งสองสามารถให้การหล่อลื่นและการป้องกันการรั่วซึมที่คล้ายกัน รักษาความแข็งแรงของฟิล์มน้ำมันอย่างเสถียร และรับประกันความปลอดภัยในการทำงานของเครื่องยนต์
ในการเลือกใช้ ต้องพิจารณาจากสภาพการใช้งาน: หากรถมักอยู่ในพื้นที่อากาศเย็นหรือใช้งานบ่อยในฤดูหนาว ควรเลือก 5W-40 เป็นลำดับแรก แต่หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงและไม่มีอากาศเย็นจัด 10W-40 ก็สามารถตอบสนองความต้องการได้
นอกจากนี้ ควรปฏิบัติตามมาตรฐานความหนืดที่ผู้ผลิตรถยนต์แนะนำอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งคำนึงถึงระดับคุณภาพ API ของน้ำมันเครื่อง (เช่น ระดับ SN) และประเภทน้ำมันฐาน (สังเคราะห์เต็มรูปแบบ, สังเคราะห์ส่วนผสม) เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของเครื่องยนต์ และให้ได้ประสิทธิภาพการป้องกันและการทำงานที่ดีที่สุด
Q
ความแตกต่างระหว่างน้ำมันเครื่อง 5W-30 และ 0W-20 คืออะไร?
ความแตกต่างหลักระหว่างน้ำมันเครื่อง 5W-30 และ 0W-20 อยู่ในด้านการไหลตัวที่อุณหภูมิต่ำ ความสามารถในการปกป้องที่อุณหภูมิสูง สถานการณ์การใช้งาน และความเหมาะสมกับรุ่นรถ
ในด้านประสิทธิภาพที่อุณหภูมิต่ำ "0W" ของ 0W-20 หมายถึงสามารถไหลได้ปกติที่อุณหภูมิ -35°C สามารถหล่อลื่นชิ้นส่วนเครื่องยนต์ได้รวดเร็วเมื่อสตาร์ทเครื่องในสภาพอากาศเย็น ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ ส่วน "5W" ของ 5W-30 ใช้ได้ที่อุณหภูมิ -30°C การไหลตัวที่อุณหภูมิต่ำด้อยกว่าเล็กน้อย แต่ยังสามารถตอบสนองความต้องการในพื้นที่ส่วนใหญ่
ด้านการปกป้องที่อุณหภูมิสูง 5W-30 มีความหนืดสูงกว่า สามารถสร้างฟิล์มน้ำมันที่หนากว่าเมื่อขับขี่ความเร็วสูงหรือบรรทุกหนัก เหมาะกับรถเทอร์โบชาร์จ การขับขี่แบบสมรรถนะสูง หรือสภาพอากาศร้อน ส่วน 0W-20 มีฟิล์มน้ำมันบางกว่า เหมาะกับการใช้งานประจำวันในเมืองที่โหลดต่ำถึงปานกลาง
ในแง่ความเหมาะสมกับรถยนต์ 0W-20 มักใช้กับรถใหม่จากญี่ปุ่น อเมริกา เกาหลี รถไฮบริด และรถที่มีตัวกรองอนุภาค (DPF) ช่วยประหยัดน้ำมันได้ประมาณ 3%-5% ส่วน 5W-30 เหมาะกับรถเทอร์โบของยุโรป รถเก่าที่วิ่งเกิน 80,000 กม. หรือการขับทางไกล
การเลือกควรพิจารณาจากคู่มือรถ สภาพการใช้งาน และพฤติกรรมการขับ หากเป็นรถใหม่และเน้นประหยัดน้ำมัน หรืออยู่ในเขตหนาวจัด ควรเลือก 0W-20 เป็นลำดับแรก หากขับแบบสมรรถนะสูง รถเก่า หรืออยู่ในสภาพอากาศร้อน 5W-30 จะเหมาะสมกว่า
ข้อควรระวัง: สำหรับรถที่มีตัวกรองอนุภาค ต้องตรวจสอบว่าน้ำมันเครื่องได้มาตรฐาน Low SAPS เพื่อรักษาประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของเครื่องยนต์
Q
น้ำมันเครื่องที่ Mazda 3 ใช้คืออะไร?
สำหรับรถ Mazda 3 แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบที่มีความหนืด 0W-20 หรือ 5W-30 โดยเลือกให้เหมาะสมกับปีรถและรุ่นเครื่องยนต์ เช่น เครื่องยนต์ Skyactiv-G ที่เหมาะกับน้ำมันเครื่องความหนืดต่ำเพื่อประหยัดน้ำมัน ส่วนรุ่นเทอร์โบอาจต้องการน้ำมันเครื่องเกรดสูงขึ้นเพื่อรองรับสภาพความร้อนและความดันสูง ในสภาพอากาศบ้านเรา น้ำมันเครื่อง 5W-30 เป็นตัวเลือกที่นิยมกว่าเพราะใช้งานได้ดีในอากาศร้อนตลอดปีและช่วยปกป้องเครื่องยนต์ได้ครอบคลุมกว่า ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน โดยเลือกน้ำมันเครื่องคุณภาพสูงที่ได้มาตรฐาน API SP หรือ ILSAC GF-6 ซึ่งช่วยป้องกันการจุดระเบิดก่อนเวลาอันควรและลดการเกิดเขม่าในเครื่องยนต์ อย่าลืมเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องคู่ไปกับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกครั้ง เพราะไส้กรองของปลอมอาจทำให้ประสิทธิภาพการกรองลดลง ถ้าใช้รถในสภาพการจราจรติดขัดหรือสตาร์ทเครื่องบ่อยๆ อาจต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเร็วขึ้นที่ระยะ 8,000 กิโลเมตร สำหรับคนที่อยากเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ อาจสอบถามตัวแทนจำหน่ายเกี่ยวกับน้ำมันเครื่องสูตรพิเศษของ Mazda ที่ออกแบบมาสำหรับเทคโนโลยี Skyactiv โดยเฉพาะ ซึ่งช่วยลดการเสียดสีในเครื่องยนต์ได้ดีกว่า
Q
เครื่องยนต์ของ Suzuki CIAZ ใช้น้ำมันเครื่องเกรดอะไร?
สำหรับรถ Suzuki Ciaz ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ 1.4L K14B และ 1.5L K15B แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องเกรด API SN ขึ้นไป โดยเลือกความหนืด 5W-30 หรือ 10W-30 จะช่วยดูแลเครื่องยนต์ได้ดีทั้งในสภาพอากาศร้อนและช่วยประหยัดน้ำมัน เหมาะกับการขับขี่ประจำวันในเมืองร้อนแบบบ้านเรา ถ้าใช้รถระยะทางไกลบ่อยหรือรถมีระยะใช้งานสูง แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องแบบสังเคราะห์เต็มสูตรเพื่อการหล่อลื่นที่ยาวนานขึ้น อย่าลืมเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะ 5,000-10,000 กม. หรือทุก 6 เดือน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในคู่มือการดูแลรถ ส่วนน้ำมันเครื่องควรเลือกแบบที่ผ่านการรับรองจาก Suzuki โดยตรงเพราะออกแบบมาให้เหมาะกับเครื่องยนต์ของรถเราเป็นพิเศษ ที่สำคัญควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องและสภาพน้ำมันเป็นประจำ ถ้าเห็นว่ามันดำหรือมีสิ่งเจือปนมากเกินไปให้เปลี่ยนใหม่ทันที การดูแลน้ำมันเครื่องอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุเครื่องยนต์และรักษาสมรรถนะให้ดีเหมือนเดิมได้นานๆ
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตารางผ่อนอย่างเป็นทางการ Tesla Model Y 2025 ตอนนี้ซื้อได้ง่าย
Kevin WongNov 14, 2025

Panasonic พัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ใหม่ ช่วยเพิ่มระยะทางการขับขี่ของ Tesla Model Y ได้อีก 145 กิโลเมตร
พงศธรSep 19, 2025

Tesla Model Y L เปิดตัวในจีน เตรียมบุกตลาดออสเตรเลียปีหน้า
AshleyAug 19, 2025

แม้การแข่งขันจะดุเดือด แต่ Model Y ยังคงเป็น SUV ที่ขายดีที่สุดในประเทศจีน โดยมียอดขายในช่วงครึ่งปีแรก 171,491 คัน
สุรเดชJul 31, 2025

Teslaในประเทศของเรามีการลงทะเบียนเพิ่มขึ้น 1,035% โดย Model Y เป็นแรงผลักดันหลัก
AshleyJun 13, 2025
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย