Q
Tesla Model S ชาร์จนานเท่าไหร่
เวลาชาร์จ Tesla Model S ในไทยจะขึ้นอยู่กับวิธีชาร์จและความจุแบตเตอรี่ โดยถ้าใช้สถานีชาร์จเร็ว Supercharger V3 ของ Tesla รุ่น Model S Long Range จะชาร์จจาก 20% ถึง 80% ในประมาณ 30 นาที ส่วนชาร์จเต็มใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้เครื่องชาร์จแบบติดผนังที่บ้าน (แบบไฟเฟสเดียว 11kW) จะใช้เวลาประมาณ 8-10 ชั่วโมงถึงจะเต็ม แม้อากาศร้อนของไทยจะส่งผลต่อประสิทธิภาพแบตเตอรี่ไม่มาก แต่แนะนำให้หลีกเลี่ยงการชาร์จเร็วช่วงเที่ยงวันเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่
ตอนนี้ไทยกำลังขยายเครือข่ายสถานีชาร์จเร็วเพิ่มขึ้นมาก นอกจากในกรุงเทพฯแล้ว เมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต เชียงใหม่ ก็มี Supercharger ของ Tesla ให้ใช้แล้ว รวมถึงสถานีชาร์จเร็วของบริษัทอื่นๆ เช่น EA Anywhere, PlugShare ที่มีความเร็ว 50kW ขึ้นไปก็ใช้กับ Model S ได้ แต่จะชาร์จช้ากว่า Supercharger นิดหน่อย ถ้าจะเดินทางไกล แนะนำให้เช็คตำแหน่งสถานีชาร์จในแอป Tesla หรือระบบนำทางของรถก่อน เพราะบนทางด่วนไทยก็มี Supercharger ให้ใช้เช่นที่บางปะอิน โคราช
สำหรับการใช้งานประจำวัน ควรชาร์จแบตเตอรี่ให้อยู่ระหว่าง 20%-80% จะช่วยให้การชาร์จมีประสิทธิภาพที่สุด แต่ถ้าต้องเก็บรถไว้ไม่ใช้เป็นเวลานาน แนะนำให้ชาร์จไว้ที่ 50% และเปิดโหมด "Transport Mode" เพื่อปกป้องระบบแบตเตอรี่แรงสูง
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
ต้องใช้กี่กิโลวัตต์-ชั่วโมงในการชาร์จ Tesla Model S
รถ Tesla Model S มีความจุแบตเตอรี่แตกต่างกันไปตามรุ่น อยู่ที่ประมาณ 75-100 กิโลวัตต์ชั่วโมง ดังนั้นการชาร์จไฟเต็มที่ในประเทศไทยโดยใช้ที่ชาร์จที่บ้านจะกินไฟประมาณตามจำนวนกิโลวัตต์ชั่วโมงนั้น แต่ปริมาณไฟที่ใช้จริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการชาร์จ สภาพแบตเตอรี่ และอุณหภูมิแวดล้อม สภาพอากาศร้อนของไทยอาจทำให้การใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่มากนัก ตอนนี้ไทยกำลังผลักดันโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถ EV ห้างสรรพสินค้าและอาคารสำนักงานหลายแห่งก็มีที่ชาร์จให้บริการ การใช้ที่ชาร์จสาธารณะอาจสะดวกและเร็วกว่า โดยค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไปตามอัตราค่าไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่ ส่วนสถานีซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ของ Tesla ในไทยก็มีให้บริการ ซึ่งชาร์จได้เร็วกว่า มักใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเพื่อชาร์จไฟถึง 80% เหมาะสำหรับการเดินทางไกล ค่าใช้จ่ายในการใช้รถ EV ในไทยถูกกว่ารถยนต์น้ำมันแบบเดิม โดยเฉพาะเมื่อค่าไฟฟ้ามีความเสถียร การใช้งานระยะยาวช่วยประหยัดเงินได้มาก นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีมาตรการสนับสนุนรถ EV ทั้งการลดภาษีและให้สิทธิประโยชน์ การซื้อรถ EV อย่าง Tesla ก็ได้รับส่วนลดด้วย ปัจจัยเหล่านี้ทำให้รถ EV ในไทยได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
Q
Tesla Model S วิ่งเร็วเท่าไหร่
Tesla Model S รุ่น Plaid นั้นทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 322 กม./ชม. และเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.1 วินาที ซึ่งแสดงถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของรถไฟฟ้าเมื่อใช้งานบนทางด่วนหรือสนามแข่งในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศร้อนของไทยอาจเป็นความท้าทายต่อระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่รถไฟฟ้า แต่ Model S มีระบบระบายความร้อนที่ทันสมัย สามารถรับมือกับอุณหภูมิสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาสมรรถนะให้คงที่ ส่วนด้านความสะดวกในการใช้งาน สำหรับผู้บริโภคไทยนั้นต้องพิจารณาระบบโครงข่ายสถานีชาร์จซึ่งปัจจุบันในกรุงเทพฯและเมืองหลักมีซูเปอร์ชาร์จเจอร์ครอบคลุมเพียงพอ ทำให้การเดินทางระยะไกลเป็นไปได้อย่างสบายมากขึ้น จากมุมมองทางเทคนิค การออกแบบระบบสามมอเตอร์และเทคโนโลยีโรเตอร์คาร์บอนไฟเบอร์คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Model S มีสมรรถนะสูง แถมยังประหยัดค่าบำรุงรักษาเพราะไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเหมือนรถทั่วไป ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ตอบโจทย์การใช้รถในไทยได้เป็นอย่างดี
Q
ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ในการชาร์จ Tesla Model S
เวลาชาร์จ Tesla Model S ในประเทศไทยขึ้นอยู่กับกำลังของอุปกรณ์ชาร์จและความจุแบตเตอรี่ เมื่อใช้สถานีชาร์จเร็ว Supercharger V3 ของ Tesla จะสามารถชาร์จจาก 20% เป็น 80% ได้ภายในประมาณ 15-30 นาที และชาร์จเต็ม 100% ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เหมาะสำหรับเติมไฟอย่างรวดเร็วระหว่างการเดินทางไกล หากใช้ปลั๊กไฟบ้าน 220V (ประมาณ 7.4kW) จะใช้เวลาประมาณ 8-12 ชั่วโมง เหมาะสำหรับชาร์จตอนกลางคืน ปัจจุบันสถานี Supercharger ในไทยส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ พัทยา และเมืองใหญ่ต่างๆ แนะนำให้วางแผนเส้นทางล่วงหน้า นอกจากนี้ สภาพอากาศร้อนอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการชาร์จเล็กน้อย จึงควรจอดรถในที่ร่ม ระบบจัดการแบตเตอรี่ของ Tesla สามารถปกป้องอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ดี สำหรับการใช้งานประจำวัน แนะนำให้รักษาระดับแบตเตอรี่ระหว่าง 20%-80% เพื่อเพิ่มความคงทนของแบตเตอรี่ รัฐบาลไทยกำลังส่งเสริมการติดตั้งสถานีชาร์จเพิ่มขึ้น ทำให้ความสะดวกในการชาร์จในอนาคตดีขึ้นอีกด้วย
Q
Tesla Model S มีระยะทางเท่าไหร่
Tesla Model S เป็นรถยนต์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ที่ระยะขับขี่จะแตกต่างกันไปตามรุ่นและมาตรฐานการทดสอบ ในมาตรฐาน WLTP รุ่นที่มีระยะขับขี่สูงสุดสามารถทำได้ถึงประมาณ 652 กิโลเมตร เหมาะกับการเดินทางไกลในไทย เช่น การเดินทางจากกรุงเทพไปเชียงใหม่แบบไม่หยุดชาร์จก็ทำได้ สภาพอากาศร้อนของไทยมีผลกระทบต่อแบตเตอรี่รถไฟฟ้าน้อยมาก เพราะระบบจัดการแบตเตอรี่ของ Tesla สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การทำงานเสถียร ส่วนเรื่องสถานีชาร์จ ไทยกำลังขยายเครือข่ายสถานีชาร์จครอบคลุมเมืองหลักและแหล่งท่องเที่ยว โดยสถานี Supercharger สามารถชาร์จไฟได้ประมาณ 50% ในเวลาเพียง 30 นาที สะดวกมากสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน ที่น่าสนใจคือค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถไฟฟ้าต่ำกว่ารถยนต์น้ำมันแบบเดิม โดยเฉพาะในไทยที่ราคาน้ำมันค่อนข้างสูง ยิ่งทำให้ประหยัดกว่า สำหรับคนไทยที่กำลังคิดจะซื้อรถไฟฟ้า ควรตรวจสอบเรื่องจุดชาร์จไฟที่บ้านหรือที่ทำงาน รวมถึงนโยบายสนับสนุนรถพลังงานใหม่ของรัฐบาลไทย因为这些ปัจจัยจะส่งผลต่อประสบการณ์การใช้จริง
Q
น้ำหนักของรถยนต์ Tesla Model S คืออะไร
น้ำหนักของ Tesla Model S จะแตกต่างกันไปตามรุ่นและอุปกรณ์ที่เลือกใช้ โดยรุ่นมาตรฐานจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 2,100 ถึง 2,300 กิโลกรัม ส่วนรุ่นประสิทธิภาพสูงอย่าง Plaid ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแรงกว่าและอุปกรณ์เพิ่มเติมอาจมีน้ำหนักใกล้เคียง 2,400 กิโลกรัม น้ำหนักส่วนใหญ่ของรถคันนี้มาจากแบตเตอรี่ความจุสูงและโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรง ซึ่งไม่เพียงเพิ่มความปลอดภัยแต่ยังช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่ สำหรับผู้ใช้ในไทย Model S ให้ประสิทธิภาพการใช้งานที่เสถียรแม้ในสภาพอากาศร้อน แถมการออกแบบจุดศูนย์ถ่วงต่ำยังเหมาะกับทั้งการขับขี่ในเมืองและบนทางหลวงของไทย รถไฟฟ้ามักมีน้ำหนักมากกว่ารถน้ำมันทั่วไปเพราะแบตเตอรี่ แต่ข้อดีคือความมั่นคงและความสะดวกในการควบคุม Model S ยังมีระบบช่วงล่างอัจฉริยะที่ปรับตัวตามสภาพถนนได้เอง ทำให้เหมาะกับเส้นทางหลากหลายแบบในไทย นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีมาตรการสนับสนุนรถไฟฟ้าทั้งเรื่องภาษีและนโยบายต่างๆ การซื้อ Model S รุ่นพรีเมียมแบบนี้ไม่เพียงได้ภาษีนำเข้าที่ถูกลง แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งความแรงและความรักษ์โลก
Q
ราคาแบตเตอรี่ Tesla Model S คือเท่าไร
ราคาการเปลี่ยนแบตเตอรี่ของ Tesla Model S ในตลาดประเทศไทยอยู่ประมาณ 300,000 ถึง 500,000 บาท ขึ้นอยู่กับความจุแบตเตอรี่ เช่น 75kWh หรือ 100kWh และการเลือกใช้อะไหล่แท้จากศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ ราคานี้อาจรวมค่าชั่วโมงงานและการปรับตั้งระบบเพิ่มเติม
เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อน อุณหภูมิสูงอาจส่งผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ จึงแนะนำให้ผู้ใช้ตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่เป็นประจำผ่านแอป Tesla และหลีกเลี่ยงการชาร์จในสภาพอากาศร้อนจัดเป็นเวลานานเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ นอกจากนี้ Tesla มีศูนย์บริการอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯและเมืองสำคัญอื่น ๆ ให้บริการวิเคราะห์แบตเตอรี่ หากแบตเตอรี่เกิดการเสื่อมสภาพจากความผิดปกติที่ไม่ใช่การใช้งานผิดวิธีภายในระยะประกัน (โดยปกติ 8 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่กรณีใดถึงก่อน) จะได้รับการเปลี่ยนฟรี สำหรับผู้ซื้อ Model S มือสอง แนะนำให้ขอรายงานการตรวจสอบแบตเตอรี่จาก Tesla ก่อนซื้อ ขณะเดียวกัน ศูนย์ซ่อมรถไฟฟ้าบางแห่งในไทยก็มีบริการปรับปรุงแบตเตอรี่ที่คุ้มค่า แต่ต้องตรวจสอบความเข้ากันได้และมาตรฐานความปลอดภัยด้วย
Q
วิธีการเปิดโหมดอัตโนมัติบน Tesla Model S
เมื่อใช้งานโหมด Autopilot ใน Tesla Model S ที่ประเทศไทย สิ่งแรกที่ต้องทำคือตรวจสอบให้แน่ใจว่ารถติดตั้งซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุดแล้ว จากนั้นเข้าไปที่หน้าจอกลาง ไปที่ "ควบคุม" > เมนู "Autopilot" แล้วเปิดใช้งานฟังก์ชัน "การควบคุมพวงมาลัยอัตโนมัติ" และ "การควบคุมความเร็วอัตโนมัติด้วยระบบจราจร" เมื่ออยู่บนทางหลวงหรือถนนที่มีเส้นชัดเจน ให้ดึงก้านบังคับด้านขวาลงสองครั้งเพื่อเปิดใช้งานระบบ ระบบจะควบคุมความเร็วและรักษาช่องทางให้โดยอัตโนมัติ แต่ผู้ขับขี่ยังต้องวางมือบนพวงมาลัยและพร้อมที่จะควบคุมรถตลอดเวลา สภาพอากาศในประเทศไทยที่ร้อนและฝนตกบ่อยอาจส่งผลต่อความไวของกล้องและเซ็นเซอร์ แนะนำให้ทำความสะอาดบริเวณรอบตัวรถโดยเฉพาะจุดที่ติดตั้งเซ็นเซอร์เป็นประจำ และควรระวังเป็นพิเศษเมื่อมีฝนตกหนักหรือแสงแดดจ้า เพราะระบบอาจแจ้งเตือนเป็นพิเศษ โหมด Autopilot ของ Tesla อยู่ในระดับ L2 ซึ่งเป็นระบบช่วยขับขี่ แม้ว่าจะช่วยลดความเหนื่อยล้าในการเดินทางไกลได้ แต่ก็ไม่สามารถแทนที่การขับขี่ด้วยมนุษย์ได้เต็มที่ โดยเฉพาะในสภาพถนนที่ซับซ้อนในกรุงเทพฯ หรือถนนชนบทที่ไม่มีเส้นชัดเจน ควรใช้งานด้วยความระมัดระวัง หากต้องการอัปเกรดเป็นระบบ FSD ที่มีความสามารถสูงกว่า สามารถตรวจสอบบริการสมัครสมาชิกผ่านเว็บไซต์ Tesla ประเทศไทยได้ แต่ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดทางกฎหมายเกี่ยวกับระบบขับขี่อัตโนมัติในประเทศด้วย
Q
เมื่อ Tesla Model S ถูกเปิดตัว
Tesla Model S เป็นรถยนต์ไฟฟ้าลักชัวรีแบบเต็มรูปแบบที่เป็นสัญลักษณ์ ตั้งแต่เปิดตัวมาก็ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในตลาดโลกด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและสมรรถนะยอดเยี่ยม ในตลาดประเทศไทย Model S ก็ได้รับความนิยมจากผู้บริโภครถไฟฟ้าระดับสูง
Model S ติดตั้งเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขั้นสูงและระบบขับเคลื่อนกำลังสูง มีทั้งรุ่นระยะทางไกลและรุ่นสมรรถนะสูง Plaid ระยะทางสามารถทำได้มากกว่า 600 กิโลเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียงประมาณ 2 วินาที แสดงถึงระดับสูงสุดของรถไฟฟ้า สำหรับผู้ใช้ในประเทศไทย ความสามารถชาร์จเร็วของ Model S มีความสำคัญมาก ร่วมกับเครือข่าย Supercharger ของ Tesla ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สามารถลดความกังวลเรื่องระยะทางในการเดินทางไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สภาพอากาศร้อนในประเทศไทยทำให้การจัดการแบตเตอรี่มีความท้าทายสูง ระบบจัดการความร้อนของ Model S ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อน เพื่อรักษาเสถียรภาพและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ นอกจากนี้ รัฐบาลไทยมีนโยบายลดหย่อนภาษีสำหรับรถไฟฟ้า รถนำเข้าสามารถได้รับการยกเว้นภาษี ทำให้ Model S เข้าถึงง่ายขึ้น เมื่อโครงสร้างพื้นฐานรถไฟฟ้าในไทยพัฒนาและผู้บริโภคมีความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น รถไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่าง Model S จึงมีแนวโน้มได้รับการยอมรับมากขึ้นในตลาดไทย
Q
ความยาวของการรับประกันในรถ Tesla Model S คืออะไร
นโยบายการรับประกันรถ Tesla Model S ในตลาดไทยนั้น ให้การรับประกันพื้นฐานสำหรับตัวรถเป็นเวลา 4 ปีหรือ 80,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งที่จะถึงก่อน) ส่วนแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนจะได้รับการรับประกันนานถึง 8 ปีหรือ 240,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งที่จะถึงก่อน) ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานในตลาดอื่นๆ เพื่อรับรองสิทธิ์ของผู้ใช้ในระยะยาว สภาพอากาศที่ร้อนชื้นของไทยอาจส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่บ้าง แต่ระบบจัดการแบตเตอรี่ของ Tesla ได้รับการออกแบบมาเพื่อรับมือกับอุณหภูมิสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่เป็นประจำและหลีกเลี่ยงการชาร์จไฟในที่ที่มีความร้อนจัดเป็นเวลานานเพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ควรทราบว่าการรับประกันไม่ครอบคลุมชิ้นส่วนที่สึกหรอตามปกติ เช่น ยางรถยนต์ ผ้าเบรก เป็นต้น ซึ่งระยะเวลาการเปลี่ยนชิ้นส่วนเหล่านี้อาจสั้นลงในไทยเนื่องจากสภาพถนนและพฤติกรรมการขับขี่ ปัจจุบันศูนย์บริการ Tesla ในไทยส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ แต่มีบริการรถบริการเคลื่อนที่ครอบคลุมบางพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเจ้าของรถสามารถนัดหมายบริการผ่านแอปพลิเคชันได้ ซึ่งสะดวกมากในสภาพการจราจรที่ติดขัดของไทย นอกจากนี้ Tesla ยังมีการอัปเดตระบบทางไกล (OTA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของรถอย่างต่อเนื่อง บริการอัจฉริยะแบบนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในไทย
Q
วิธีการรีเซ็ต Tesla Model S
สำหรับการรีเซ็ต Tesla Model S ในประเทศไทย คุณสามารถเริ่มต้นด้วยการเข้าไปที่เมนู "การตั้งค่า" ผ่านหน้าจอกลาง จากนั้นเลือก "บริการ" และกดที่ "รีเซ็ตการตั้งค่ารถ" เพื่อคืนค่าโรงงาน กระบวนการนี้จะไม่ลบข้อมูลสำคัญของรถ แต่จะลบการตั้งค่าส่วนตัวและความชอบของคุณออกทั้งหมด ในสภาพอากาศที่ร้อนชื้นของประเทศไทย แนะนำให้ตรวจสอบการอัปเดตระบบรถอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่ามีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด นอกจากนี้ฟังก์ชันอัปเดตซอฟต์แวร์ทางไกล (OTA) ของ Tesla ก็ใช้งานได้ดีในประเทศไทย ช่วยให้คุณรับการอัปเดตล่าสุดอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของรถ
หากต้องการรีเซ็ตฮาร์ดแวร์อย่างเต็มที่ เช่น ในกรณีที่หน้าจอค้าง คุณสามารถกดปุ่มลูกกลมทั้งสองบนพวงมาลัยค้างไว้ประมาณ 10 วินาทีจนกว่าหน้าจอจะรีสตาร์ท ซึ่งคล้ายกับการรีสตาร์ทสมาร์ทโฟนที่คนไทยคุ้นเคย ทำได้ง่ายมาก
ข้อควรระวังคือ หลังจากรีเซ็ตแล้ว คุณอาจต้องล็อกอินเข้าบัญชี Tesla อีกครั้งเพื่อเปิดใช้งานข้อมูลตำแหน่งสถานีชาร์จในระบบนำทาง เนื่องจากเครือข่าย Supercharger ในบางพื้นที่ของประเทศไทยกำลังขยายตัว สำหรับผู้ใช้ในประเทศไทย การรู้เทคนิคการรีเซ็ตเหล่านี้จะช่วยแก้ไขปัญหาเล็กน้อยในชีวิตประจำวันและใช้งานฟังก์ชันอัจฉริยะของ Tesla ได้อย่างเต็มที่
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
มีน้ำมันกี่ลิตรในน้ำหนัก 1 กิโลกรัม?
ปริมาตรของน้ำมัน 1 กิโลกรัมขึ้นอยู่กับชนิดและความหนาแน่นของน้ำมัน ซึ่งผลการแปลงค่ามีความแตกต่างกันระหว่างชนิดน้ำมันต่างๆ: ความหนาแน่นของน้ำมันดีเซลประมาณ 0.85 กิโลกรัมต่อลิตร น้ำมันดีเซล 1 กิโลกรัมประมาณ 1.18 ลิตร (อาจมีค่าในช่วง 1.16–1.22 ลิตรเนื่องจากความแตกต่างของความหนาแน่น); ความหนาแน่นของน้ำมันเครื่องมักประมาณ 0.945 กิโลกรัมต่อลิตร น้ำมันเครื่อง 1 กิโลกรัมประมาณ 1.058 ลิตร (ความหนาแน่นมีความแตกต่างเล็กน้อยระหว่างรุ่นต่างๆ เช่น น้ำมันเครื่องสำหรับฤดูร้อนและฤดูหนาว); สำหรับน้ำมันเบนซิน น้ำมันเบนซินเบอร์ 92 มีความหนาแน่นประมาณ 0.72 กิโลกรัมต่อลิตร ซึ่ง 1 กิโลกรัมประมาณ 1.388 ลิตร น้ำมันเบนซินเบอร์ 95 มีความหนาแน่นประมาณ 0.725 กิโลกรัมต่อลิตร ซึ่งสอดคล้องกับ 1.379 ลิตร และน้ำมันเบนซินเบอร์ 98 มีความหนาแน่นประมาณ 0.737 กิโลกรัมต่อลิตร ซึ่งสอดคล้องกับ 1.357 ลิตร; ความหนาแน่นของน้ำมันสำหรับทำอาหารประมาณ 0.92 กิโลกรัมต่อลิตร น้ำมันสำหรับทำอาหาร 1 กิโลกรัมประมาณ 1.087 ลิตร
ความหนาแน่นของน้ำมันจะได้รับอิทธิพลจากปัจจัยต่างๆ เช่น ส่วนประกอบและอุณหภูมิ ดังนั้นในการแปลงค่าต้องคำนึงถึงความหนาแน่นจริงของน้ำมันแต่ละชนิด ตัวอย่างเช่น ในการบำรุงรักษารถยนต์ น้ำมันเครื่องของแบรนด์และรุ่นต่างๆ มีความหนาแน่นที่แตกต่างกัน จึงขอแนะนำให้อ้างอิงข้อมูลความหนาแน่นบนบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์เพื่อคำนวณปริมาตรที่ถูกต้อง ความหนาแน่นของน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลที่สถานีบริการน้ำมันก็จะมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ แต่โดยปกติจะใช้ความหนาแน่นตามมาตรฐานอุตสาหกรรมเป็นหลักอ้างอิง
Q
ราคาน้ำมันดีเซล B7 วันนี้เท่าไร?
วันนี้วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ตามประกาศราคาน้ำมันล่าสุด ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B7 อยู่ที่ลิตรละ 32.94 บาท ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความผันผวนของตลาดน้ำมันโลกและนโยบายภาษีเชื้อเพลิงของรัฐบาล แนะนำให้ตรวจสอบราคาปัจจุบันผ่านช่องทางอย่างปั๊มน้ำมัน PTT หรือบางจาก น้ำมันดีเซล B7 เป็นเชื้อเพลิงผสมที่มีไบโอดีเซล 7% ช่วยลดมลพิษและคราบเขม่าในเครื่องยนต์มากกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไป เหมาะกับรถยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ๆ แต่ควรเลือกรถที่ได้มาตรฐานยูโร 5 เพื่อความเข้ากันได้ที่ดีที่สุด เวลาเติมน้ำมันปกติลองสังเกตโปรโมชั่นจากปั๊ม เช่นบางช่วงอาจได้คะแนนสะสมเพิ่มหรือบริการตรวจเช็ครถฟรี แถมการใช้สารทำความสะอาดระบบเชื้อเพลิงจากปั๊มมาตรฐานเป็นประจำยังช่วยบำรุงระบบหัวฉีดให้ทำงานมีเสถียรภาพในระยะยาวอีกด้วย
Q
น้ำมัน E20 ดีไหม?
น้ำมันเบนซิน E20 เป็นส่วนผสมของเอทานอล 20% และน้ำมันเบนซิน 80% และเป็นหนึ่งในประเภทเชื้อเพลิงที่พบได้ทั่วไปในพื้นที่นี้ ข้อดีหลักคือราคาที่ค่อนข้างประหยัด ช่วยให้เจ้าของรถลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องใส่ใจกับความเข้ากันได้ของรถยนต์ รถยนต์ใหม่หรือรถยนต์ที่ผ่านมาตรฐาน E20 มีเครื่องยนต์ที่ออกแบบมาให้รองรับปริมาณเอทานอลที่สูงขึ้นและจะทำงานได้ตามปกติ แต่รถยนต์รุ่นเก่าอาจมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นหรืออาจสึกหรอเร็วขึ้นเนื่องจากชิ้นส่วนเครื่องยนต์ไม่ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับระดับเอทานอลที่สูงขึ้น ดังนั้น รถยนต์รุ่นเก่าจึงควรเลือกเชื้อเพลิงที่มีปริมาณเอทานอลต่ำกว่า (เช่น น้ำมันเบนซิน 91 หรือ 95 ออกเทนที่มีเอทานอล 10%) ก่อนเติมน้ำมัน เจ้าของรถควรตรวจสอบประเภทเชื้อเพลิงที่แนะนำบนฝาเติมน้ำมันของรถอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้เชื้อเพลิงผิดประเภท ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของรถหรือทำให้เกิดความเสียหาย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเชื้อเพลิงที่เลือกนั้นตรงกับความต้องการของรถยนต์
Q
คุณสมบัติเด่นของน้ำมันแต่ละประเภทคืออะไร?
น้ำมันเครื่องประเภทต่างๆ มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันเพื่อให้เหมาะกับความต้องการของเครื่องยนต์แต่ละประเภท ยกตัวอย่างเช่น น้ำมันเครื่องเบนซิน Platinum Energy 3000 เป็นน้ำมันเครื่องเบนซินแบบมัลติเกรด มีความหนืดตามมาตรฐาน SAE เช่น 5W-30 และ 10W-40 ผลิตจากน้ำมันพื้นฐานคุณภาพสูงและสารเติมแต่งที่คัดสรรมาอย่างดี ผ่านมาตรฐานคุณภาพ API SL มีเสถียรภาพต่อการออกซิเดชันที่ดีเยี่ยม ทนต่ออุณหภูมิสูง และกระจายตะกอนได้ดีในอุณหภูมิต่ำ ช่วยรักษาประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ ยืดอายุการใช้งาน ลดการสึกหรอและการกัดกร่อน ลดการสิ้นเปลืองพลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง สูตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมช่วยปกป้องตัวแปลงไอเสียแบบสามทาง ทำให้เหมาะสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จหรือเครื่องยนต์ดูดอากาศตามธรรมชาติ เครื่องยนต์ฉีดตรง และระบบวาล์วที่มีจังหวะการเปิด-ปิดวาล์วแปรผันและตัวดันวาล์วไฮดรอลิก สำหรับน้ำมันเครื่องดีเซล Titanium Energy CH-4 SAE 15W-40 เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ให้การหล่อลื่นที่เสถียร น้ำมันเครื่องสำหรับรถจักรยานยนต์นั้นรวมถึงผลิตภัณฑ์สังเคราะห์แท้ 4 จังหวะที่นำเข้าโดยตรงจากประเทศไทย เหมาะสำหรับรุ่นต่างๆ เช่น CB400 และ Forsa 350 น้ำมันเหล่านี้มีคุณสมบัติป้องกันการสึกหรอสูง ทนต่ออุณหภูมิสูง และป้องกันการสะสมของคาร์บอน ให้การปกป้องเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ได้อย่างน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ น้ำมันเครื่องนำเข้าโดยทั่วไปยังมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า เช่น คุณสมบัติป้องกันการสึกหรอที่แข็งแกร่ง คุ้มค่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถเลือกประเภทและความหนืดของน้ำมันที่เหมาะสมได้ตามประเภทของรถและสถานการณ์การใช้งาน
Q
"1 ลิตรของดีเซลวิ่งได้กี่กิโลเมตร?"
ระยะทางที่รถดีเซลสามารถวิ่งได้ต่อ 1 ลิตร ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ สถานการณ์การใช้งาน และสภาพถนนที่แตกต่างกัน
ตัวอย่างรถดีเซลทั่วไปในตลาดไทย:
- รถ Great Wall Tank 300 รุ่นดีเซล อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันตามประกาศคือ 7.8 ลิตร/100 กิโลเมตร เมื่อคำนวณแล้ว น้ำมันดีเซล 1 ลิตรสามารถวิ่งได้ประมาณ 12.8 กิโลเมตร
- รถ Ford Everest 2.0T รุ่นดีเซล อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจริงประมาณ 9.2 ลิตร/100 กิโลเมตร น้ำมันดีเซล 1 ลิตรวิ่งได้ประมาณ 10.9 กิโลเมตร
- รถ Toyota Fortuner รุ่นดีเซล อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 8.5 ลิตร/100 กิโลเมตร น้ำมันดีเซล 1 ลิตรวิ่งได้ประมาณ 11.8 กิโลเมตร
- รถ Toyota Hilux ดีเซล ในการใช้งานจริง อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่แสดงบนหน้าปัดต่ำถึง 7.0 ลิตร/100 กิโลเมตร (น้ำมันดีเซล 1 ลิตรวิ่งได้ประมาณ 14.3 กิโลเมตร) ในกรณีขับทางหลวงระยะไกล อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 7.3 ลิตร/100 กิโลเมตร น้ำมันดีเซล 1 ลิตรวิ่งได้ประมาณ 13.7 กิโลเมตร
รถดีเซลมีลักษณะความเร็วรอบต่ำแต่แรงบิดสูง ซึ่งเหมาะกับภูมิประเทศภูเขาทางภาคเหนือของไทยและความต้องการขับออฟโรด จึงเป็นที่นิยมในตลาดท้องถิ่น
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความจุกระบอกสูบของเครื่องยนต์ น้ำหนักรถ พฤติกรรมการขับขี่ และสภาพถนน (การจราจรติดขัดในเมือง การขับทางหลวง ถนนลูกรัง)
โดยทั่วไป รถดีเซลจะมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำกว่าในสถานการณ์ขับทางหลวงหรือบรรทุกเบา และระยะทางที่วิ่งได้ต่อน้ำมันดีเซล 1 ลิตรก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Tesla เรียกคืนรถทั่วโลกเนื่องจากปัญหาฝากระโปรงหน้า 1680,000 คันในจีนได้รับผลกระทบ!
AshleyAug 8, 2024

Tesla ได้ยื่นจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถลดการเกิด Phantom Braking
LienDec 25, 2025

Tesla Shanghai ผลิตแบตเตอรี่ครบ 5 ล้านแพ็ค เดินหน้าสู่โรงงานใหญ่สุดในโลก
AshleyNov 28, 2025

Zeekr 7X ที่เกิดมาท้าทาย Model Y มีจุดแข็งอะไรบ้าง?
พงศธรNov 25, 2025

ตารางผ่อนอย่างเป็นทางการ Tesla Model Y 2025 ตอนนี้ซื้อได้ง่าย
Kevin WongNov 14, 2025
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย