Q

จองรถ Toyota New Yaris Ativ Smart ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะได้รับรถ

เมื่อจองรถ Toyota Yaris Ativ Smart รุ่นใหม่ในประเทศไทย โดยทั่วไปแล้วต้องรอรับรถประมาณ 1-3 เดือน ระยะเวลาที่กำหนดขึ้นอยู่กับสินค้าคงคลังของตัวแทนจำหน่าย การกำหนดค่าที่เลือก (เช่น สี ชุดอุปกรณ์อัจฉริยะ ฯลฯ) และตารางการผลิตของโรงงานโตโยต้า หากเลือกการกำหนดค่าแบบกำหนดเองเป็นพิเศษ อาจขยายเวลาเป็น 4 เดือน ระยะเวลาจัดส่งในตลาดไทยได้รับผลกระทบจากความคืบหน้าของการผลิตในประเทศและประสิทธิภาพด้านลอจิสติกส์ ตัวแทนจำหน่ายหลักในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯอาจจัดส่งเร็วขึ้นเนื่องจากมีสต็อกเพียงพอ ในขณะที่พื้นที่ต่างจังหวัดอาจต้องใช้เวลาขนส่งเพิ่มอีก 1-2 สัปดาห์ แนะนำให้สอบถามตารางเวลาที่แน่นอนกับตัวแทนจำหน่ายเมื่อซื้อรถ และคอยดูโปรโมชั่นในเว็บไซต์โตโยต้า ประเทศไทย เช่น ส่วนลดเงินสดหรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งอาจส่งผลต่อลำดับความสำคัญในการผลิต นอกจากนี้ ผู้บริโภคไทยสามารถสอบถามตัวแทนจำหน่ายเพื่อตรวจสอบสถานะการผลิตผ่านรหัส VIN ของรถ ขณะเดียวกัน ควรทำความเข้าใจคำแนะนำการใช้งานในพื้นที่ เช่น การบำรุงรักษารถใหม่แบบรันอิน และการรองรับน้ำมันเบนซิน E20 ความรู้เหล่านี้จะช่วยให้เจ้าของรถดูแลรักษารถได้ดีขึ้น
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
ทำไม Toyota Yaris Ativ ถึงได้รับความนิยมในประเทศไทย
เหตุผลที่ Toyota Yaris Ativ ได้รับความนิยมในไทยมีหลายประการ ประการแรกคือขนาดตัวถังกะทัดรัดเหมาะกับสภาพการจราจรหนาแน่นในกรุงเทพฯ และประหยัดน้ำมัน ตอบโจทย์ความต้องการรถประหยัดน้ำมันของผู้บริโภค เครื่องยนต์ 12 ลิตรให้สมรรถนะดีทั้งในเมืองและทางไกล ประการที่สอง การออกแบบภายในเรียบง่ายและใช้งานได้จริง มาพร้อมหน้าจอสัมผัส กล้องมองหลัง และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ ให้ความคุ้มค่าสูง ตรงกับความชอบของผู้บริโภคไทยที่เน้นรถคุ้มค่า นอกจากนี้ Toyota มีเครือข่ายจำหน่ายและบริการหลังการขายครอบคลุมในไทย ทำให้การซ่อมบำรุงสะดวกและค่าใช้จ่ายไม่สูง อีกทั้ง Yaris Ativ ถูกปรับแต่งให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น ระบบปรับอากาศเย็นเร็ว ช่วงล่างบาลานซ์ระหว่างความนุ่มนวลและการควบคุมรถ เหมาะกับถนนหลากหลายประเภท ด้านความปลอดภัยติดตั้ง ABS EBD เป็นมาตรฐาน รุ่นสูงมี VSC ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่ ชื่อเสียงที่ดีของแบรนด์ Toyota ในไทยก็เป็นปัจจัยสำคัญ ผู้บริโภคไทยหลายคนมองว่า Toyota ทนทานและเชื่อถือได้ อีกทั้งมูลค่าขายต่อสูง
Q
รถโตโยต้ายาริส แอททิฟ 2024 มีระบบตรวจสอบจุดบอดหรือไม่
รถยนต์ Toyota Yaris Ativ รุ่นปี 2024 ที่วางขายในตลาดประเทศไทย ได้ติดตั้งระบบ Blind Spot Monitoring หรือระบบตรวจสอบจุดบอดจริงๆ ซึ่งฟีเจอร์นี้ถือว่ามีประโยชน์มากๆ โดยเฉพาะในสภาพการจราจรที่ค่อนข้างซับซ้อนของเมืองไทย ระบบจะแจ้งเตือนรถที่มาจากด้านข้างหรือด้านหลังผ่านไฟสัญญาณที่กระจกข้างหรือหน้าปัดรถ ช่วยลดความเสี่ยงเวลาที่จะเปลี่ยนเลน ส่วนใหญ่แล้วระบบนี้จะทำงานคู่กับระบบเตือนรถตัดหลัง (RCTA) เวลาถอยรถเพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น เหมาะมากกับการขับในกรุงเทพฯ ที่ต้องเปลี่ยนเลนบ่อยๆ ในถนนติดขัด อย่างไรก็ตาม ระบบตรวจสอบจุดบอดในประเทศไทยมักจะพบในรุ่นกลางถึงสูง แต่จะมาแบบมาตรฐานหรือไม่ต้องตรวจสอบอีกทีกับแพ็คเกจเสริมที่เลือกตอนซื้อรถ แนะนำให้สอบถามรายละเอียด Tech Package ที่โชว์รูมให้ชัดเจน นอกจากนี้ สภาพอากาศเมืองไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุกอาจส่งผลต่อความไวของเซนเซอร์ ควรทำความสะอาดบริเวณเรดาร์เป็นประจำเพื่อให้ระบบทำงานได้ปกติ และถ้า budget เพียงพอลองเลือกติดตั้งกล้องรอบคันร่วมด้วยจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยเวลาเจอถนนแคบๆ ได้อีกนะ
Q
รถโตโยต้า Yaris Ativ รุ่นปี 2024 มีระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนหรือไม่?
รถยนต์โตโยต้า Yaris Ativ รุ่นปี 2024 ที่วางขายในตลาดไทย นั้นมาพร้อมกับระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (Lane Departure Warning) โดยระบบนี้จะใช้กล้องในการตรวจสอบว่าตัวรถกำลังจะออกนอกเลนโดยไม่ได้ตั้งใจในกรณีที่ไม่ได้เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว จากนั้นจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ผ่านเสียงหรือการสั่นสะเทือน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพถนนในเมืองที่ซับซ้อนและการเดินทางไกลในไทย นอกจากระบบเตือนออกนอกเลนแล้ว Yaris Ativ ยังอาจติดตั้งระบบความปลอดภัยอื่นๆ ในชุด Toyota Safety Sense (TSS) เช่น ระบบป้องกันการชน (Pre-Collision System) ระบบควบคุมความเร็ว巡航อัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยแบบ proactive สำหรับผู้บริโภคไทยที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดคุณสมบัติของแต่ละรุ่นได้จากสเปคทางการ เนื่องจากระบบความปลอดภัยอาจแตกต่างกันไปในแต่ละระดับตัวเลือก ทั้งนี้ต้องระลึกไว้เสมอว่าระบบเตือนออกนอกเลนเป็นเพียงระบบช่วยเหลือ ผู้ขับขี่ยังต้องมีสมาธิและความระมัดระวังอยู่เสมอ โดยเฉพาะในสภาพการจราจรที่พบเห็นรถจักรยานยนต์ปะปนหรือในช่วงฝนตกหนัก การใช้ระบบเทคโนโลยีอย่างเหมาะสมเท่านั้นที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยบนถนนได้สูงสุด
Q
ความแตกต่างระหว่าง Yaris Ativ และ Honda City คืออะไร
Toyota Yaris Ativ และ Honda City เป็นรถซีดานขนาดกะทัดรัดที่ได้รับความนิยมในไทย แต่มีความแตกต่างด้านการออกแบบและการวางตำแหน่ง Yaris Ativ ใช้ดีไซน์ครอบครัวล่าสุดของ Toyota เน้นสไตล์วัยรุ่นและสปอร์ต ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 12 ลิตร ประหยัดน้ำมัน เหมาะกับการขับขี่ในเมือง City เน้นความกว้างขวางและการใช้งานจริง โดยเฉพาะพื้นที่ขาหลังกว้าง เครื่องยนต์ 15 ลิตรให้กำลังสูงกว่า เหมาะกับครอบครัว ด้านอุปกรณ์ Yaris Ativ รุ่นสูงมีเทคโนโลยีครบ เช่น หน้าจอสัมผัส 9 นิ้ว และระบบ Toyota Safety Sense ส่วน City เน้นความสะดวกสบาย เช่น ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ราคาจำหน่ายในไทยใกล้เคียงกัน แต่ Yaris Ativ มีค่าบำรุงรักษาต่ำกว่าเนื่องจากการผลิตในประเทศ สำหรับผู้บริโภคไทย หากให้ความสำคัญกับความประหยัดน้ำมันและดีไซน์วัยรุ่น Yaris Ativ เป็นตัวเลือกที่ดี แต่หากต้องการพื้นที่กว้างและสมรรถนะสูง City จะเหมาะกว่า ทั้งสองรุ่นได้รับการตอบรับดีในตลาดและมีมูลค่าขายต่อคงที่ ผู้บริโภคสามารถเลือกตามความต้องการใช้งานจริง
Q
รถโตโยต้า ยาริส แอทิฟ 2024 สะดวกสบายสำหรับการเดินทางไกลหรือไม่?
รถยนต์ Toyota Yaris Ativ รุ่นปี 2024 ให้ความรู้สึกสบายในการขับขี่ระยะยาว โครงสร้างเบาะนั่งออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ช่วยรองรับร่างกายได้ดี วัสดุระบายอากาศเหมาะกับสภาพอากาศร้อนของไทย ลดความรู้สึกอับชื้นเมื่อนั่งนานๆ ระบบช่วงล่างปรับแนวโน้มไปทางความนุ่ม ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนบนถนนบางเส้นที่สภาพไม่ดีในไทย เครื่องยนต์ 1.2L แบบดูดธรรมดาคู่กับเกียร์ CVT ให้การทำงานที่ลื่นไหลในการขับขี่ทางไกล ประหยัดน้ำมันเหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดบ่อยๆ ในไทย ระบบควบคุมเสียงภายในรถอยู่ในระดับดีกว่ามาตรฐานเมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน แอร์เย็นเร็ว ช่วยปรับอุณหภูมิภายในรถได้อย่างรวดเร็ว ความจุกระโปรงท้ายขนาด 467 ลิตร สามารถบรรทุกสัมภาระสำหรับการเดินทางไกลได้อย่างสบายๆ แต่อย่างไรก็ตาม ควรระวังในส่วนของพื้นที่ขาสำหรับผู้โดยสารหลังคันที่อาจจะคับแคบสำหรับคนตัวสูง แนะนำให้ทดลองนั่งก่อนตัดสินใจ ในตลาดไทย รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยครบครัน รวมถึง Toyota Safety Sense ที่ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับทางไกลได้ดี ถ้าเปรียบเทียบกับรถระดับเดียวกันอย่าง Honda City และ Nissan Almera ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่แต่ละรุ่นจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป
Q
ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาของ Toyota Yaris Ativ ปี 2024 คือเท่าไหร่
รถยนต์โตโยต้า Yaris Ativ รุ่นปี 2024 ในประเทศไทยมีค่าบำรุงรักษาที่ค่อนข้างประหยัด ค่าบำรุงรักษาปกติอย่างการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองจะอยู่ที่ประมาณ 1,500-2,500 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับศูนย์บริการและประเภทของน้ำมันเครื่องที่ใช้ โดยควรทำการบำรุงรักษาทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน ส่วนการบำรุงรักษาใหญ่ที่รวมถึงการเปลี่ยนน้ำมันเบรก น้ำมันเกียร์ อาจมีค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000-8,000 บาท ซึ่งแนะนำให้ทำทุก 40,000 กิโลเมตร โตโยต้าในประเทศไทยมักมีบริการแพ็คเกจบำรุงรักษาที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว อีกทั้งยังใช้อะไหล่แท้และเทคโนโลยีเฉพาะของทางโรงงานที่ช่วยให้รถอยู่ในสภาพดีเสมอ สภาพอากาศร้อนและการจราจรติดขัดในเมืองไทยอาจส่งผลให้รถสึกหรอเร็วขึ้น ดังนั้นการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอตามคู่มือจึงสำคัญมาก เพื่อยืดอายุการใช้งานและรักษาประสิทธิภาพของรถให้ดีที่สุด โตโยต้ามีเครือข่ายบริการหลังการขายที่กว้างขวางในไทย ทำให้การซ่อมบำรุงเป็นเรื่องสะดวก นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่คนไทยนิยมเลือกใช้โตโยต้า
Q
รถโตโยต้า ยาริส แอททิฟ ปี 2024 มีซันรูฟหรือไม่?
Toyota Yaris Ativ 2024 ในตลาดไทยไม่ได้ติดตั้งซันรูฟมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนการเลือกติดตั้งเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับชุดอุปกรณ์หรือรุ่นพิเศษที่ตัวแทนจำหน่ายนำเสนอ แนะนำให้ตรวจสอบกับ Toyota Thailand หรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรงเพื่อข้อมูลที่ถูกต้อง ในสภาพอากาศร้อนของไทย ซันรูฟช่วยเพิ่มความสว่างและการระบายอากาศภายในห้องโดยสาร แต่ต้องพิจารณาเรื่องการกันความร้อน หลายคนอาจเลือกใช้ม่านบังแดดหรือกระจกสีเข้มแทนเพื่อรับมือกับแสงแดดจัด ในขณะเดียวกัน รถระดับเดียวกันอย่าง Honda City หรือ Nissan Almera บางรุ่นย่อยที่วางจำหน่ายในไทยมีตัวเลือกซันรูฟให้ ผู้บริโภคจึงสามารถเปรียบเทียบตามความต้องการ นอกจากนี้ ตลาดรถซีดานขนาดเล็กในไทยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและการใช้งานจริง การเลือกซื้อควรพิจารณานอกเหนือจากซันรูฟ เช่น อัตราสิ้นเปลือง พื้นที่โดยสารด้านหลัง และระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense ซึ่งล้วนสำคัญต่อการใช้งานทั้งในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล
Q
รถโตโยต้า ยาริส แอททิฟ 2024 มีระบบควบคุมความเร็วแบบปรับอัตโนมัติหรือไม่
รถยนต์โตโยต้า Yaris Ativ รุ่นปี 2024 ที่วางขายในตลาดประเทศไทย ได้ติดตั้งระบบ Adaptive Cruise Control (ACC) ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานได้ดีในสภาพการจราจรที่ค่อนข้างซับซ้อนของไทย ระบบนี้สามารถปรับความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้าได้อัตโนมัติ ช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ หรือในการเดินทางไกลบนทางหลวง นอกจากระบบ ACC แล้ว รุ่นนี้อาจมาพร้อมกับชุดความปลอดภัย Toyota Safety Sense ที่รวมถึงระบบป้องกันการชน (Pre-Collision System) และระบบช่วยรักษาระยะในเลน (Lane Keeping Assist) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย สำหรับผู้บริโภคไทยควรทราบว่าฟังก์เจอร์เหล่านี้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นย่อย จึงแนะนำให้สอบถามรายละเอียดกับตัวแทนจำหน่ายก่อนการซื้อ ปัจจุบันเทคโนโลยี Adaptive Cruise ถือเป็นมาตรฐานในรถยนต์รุ่นใหม่หลายๆ คัน โดยระบบจะใช้เรดาร์หรือกล้องในการตรวจจับรถคันหน้า ซึ่งฉลาดกว่าการใช้ Cruise Control แบบเดิม แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ขับขี่ยังต้องระมัดระวังในสภาพอากาศที่มีฝนหรือหมอก รวมถึงเส้นทางที่ซับซ้อน ด้วยแนวโน้มตลาดรถยนต์ไทยที่เน้นความอัจฉริยะมากขึ้น รถอย่าง Yaris Ativ ที่ตอบโจทย์ทั้งความประหยัดและเทคโนโลยีแบบนี้จึงน่าจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
Q
ความจุถังน้ำมันของ Toyota Yaris Ativ รุ่นปี 2024 คือเท่าไร
รถยนต์โตโยต้า Yaris Ativ รุ่นปี 2024 มีความจุถังน้ำมัน 43 ลิตร ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรถเก๋งขนาดเล็กในตลาดไทย ความจุขนาดนี้ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางใกล้ๆ แม้ในสภาพการจราจรที่ติดขัดบ่อยๆ ในกรุงเทพฯ ก็ช่วยลดความถี่ในการเติมน้ำมันลงได้ เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร แบบดูดธรรมดาที่ทำงานร่วมกับเกียร์ CVT ให้ประสิทธิภาพด้านประหยัดน้ำมันที่ดีมาก ตามข้อมูลทางการระบุว่ากินน้ำมันเพียง 5.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ทำให้เติมเต็มถังหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ไกลถึงประมาณ 780 กิโลเมตร เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนไทยที่เน้นความประหยัดและใช้งานได้จริง อย่างไรก็ตามความจุถังน้ำมันและระยะทางวิ่งจริงอาจแตกต่างกันไปตามสไตล์การขับขี่ สภาพถนน และการใช้แอร์ แนะนำให้ผู้ใช้บริการรถอย่างสม่ำเสมอและขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อประหยัดน้ำมันได้มากที่สุด ส่วนเรื่องการใช้แอร์ในสภาพอากาศร้อนของไทยอาจทำให้น้ำมันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ระบบแอร์ของ Yaris Ativ ออกแบบมาสำหรับภูมิภาคร้อนโดยเฉพาะ จึงให้ทั้งความเย็นสบายและประหยัดน้ำมันในระดับที่สมดุล
Q
รถโตโยต้า Yaris Ativ รุ่นปี 2024 มีระบบกดปุ่มสตาร์ทหรือไม่
รถยนต์ Toyota Yaris Ativ รุ่นปี 2024 ที่วางขายในตลาดไทยนั้น มีระบบกดสตาร์ทรถแบบไม่ต้องใช้กุญแจ (Push Button Start) จริงๆ นะครับ โดยระบบนี้มักจะพบในรุ่นกลางถึงรุ่นสูงของตลาดไทย ช่วยให้ผู้ขับขี่สตาร์ทรถได้โดยไม่ต้องเสียบกุญแจ แค่กดปุ่มเดียวก็สตาร์ทรถได้แล้ว สะดวกสบายขึ้นเยอะสำหรับการใช้รถในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนๆ แบบไทยๆ ระบบนี้ยิ่งตอบโจทย์ เพราะสามารถสตาร์ทรถไว้ก่อนเพื่อเปิดแอร์ให้เย็นได้เลย นอกจากนี้ระบบกดสตาร์ทแบบไม่ต้องใช้กุญแจมักจะมาพร้อมกับกุญแจอัจฉริยะ (Smart Key) ที่พอเดินใกล้รถประตูก็จะปลดล็อกอัตโนมัติ ทำให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ดี รุ่นย่อยและระดับอุปกรณ์ที่ต่างกันอาจมีรายละเอียดแตกต่างกันนะครับ แนะนำให้สอบถามรายละเอียดจากโชว์รูมก่อนซื้อจะดีที่สุด ส่วนระบบกดสตาร์ทแบบไม่ต้องใช้กุญแจนี้ก็เป็นเทคโนโลยีที่เริ่มเห็นกันบ่อยขึ้นในตลาดไทยแล้วล่ะครับ รถขนาดเล็กและกลางหลายรุ่นหลายแบรนด์ก็มีระบบคล้ายๆ กัน แสดงให้เห็นว่าคนไทยเริ่มให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกมากขึ้นจริงๆ
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ราคาให้คุณคุ้มค่า, เริ่มต้นที่ 529,000 บาท, ต่ำกว่า Yaris รุ่นทวินเบ็กเล็กน้อย
การตั้งค่าความปลอดภัยครบครัน, มีระบบ ABS/EBD, TRC, HAC และอื่น ๆ, มาพร้อม 7 ถุงลมนิรภัย
ดีไซน์น่าดู, มีชุดสปอร์ตที่เพิ่มความทันสมัย
การซื้อและขายง่าย, การบริการหลังการขายที่น่าเชื่อถือ, การรับประกันจากแบรนด์

ข้อเสีย

พลังงานค่อนข้างอ่อนแอเมื่อเทียบกับคู่แข่ง แรงม้าและค่าแรงบิดน้อยกว่า
เป็นรุ่นหลักที่บางครั้งชนิดธรรมดา การออกแบบภายนอกและประสิทธิภาพการขับขี่ไม่โดดเด่น ทำให้คนรู้สึกเบื่อง่าย

Q&A ล่าสุด

Q
2023 CR-V ใหญ่กว่าขนาดเท่าไหร่?
CR-V รุ่นปี 2023 มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยมีความยาวเพิ่มขึ้นประมาณ 82 มม. และฐานล้อขยายขึ้นประมาณ 40 มม. ส่งผลให้ภายในห้องโดยสารกว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะด้านหลัง ทำให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้นสำหรับครอบครัว ในตลาดท้องถิ่น การเปลี่ยนแปลงขนาดนี้ตอบโจทย์ความต้องการพื้นที่ใช้สอยของรถ SUV ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยและมีผู้โดยสารหลายคน หรือบรรทุกสัมภาระจำนวนมาก นอกจากขนาดที่ใหญ่ขึ้นแล้ว CR-V รุ่นปี 2023 ยังได้รับการอัพเกรดวัสดุภายในและคุณสมบัติทางเทคโนโลยี เช่น หน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาดใหญ่ขึ้นที่รองรับฟังก์ชั่นเฉพาะจุดได้มากขึ้น และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ยังคงมีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งแบบเบนซินและไฮบริด ระบบไฮบริดช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมากในสภาพการจราจรติดขัดในเมือง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ใช้งานได้จริงมากสำหรับผู้ขับขี่ในเมืองที่มักเจอปัญหารถติด ที่สำคัญคือ แม้จะมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่การออกแบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความคล่องตัวในการควบคุมรถอย่างมีนัยสำคัญ รัศมีวงเลี้ยวอยู่ในช่วงที่เหมาะสม ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในถนนแคบๆ หรือลานจอดรถ
Q
ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันของ Honda CR-V 2023 เป็นอย่างไร?
รถฮอนด้า CR-V รุ่นปี 2023 นี่ประหยัดน้ำมันสุดๆ แบบเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบคู่กับเกียร์ CVT นี่ในเมืองจะกินน้ำมันประมาณ 7.8 ลิตรต่อ 100 กิโล ส่วนขับทางไกลจะลดลงเหลือ 6.5 ลิตรต่อ 100 กิโล ถ้าเฉลี่ยรวมๆก็อยู่ที่ 7.0 ลิตรต่อ 100 กิโล แต่ตัวเลขอาจจะแตกต่างกันนิดหน่อยขึ้นอยู่กับการขับและสภาพถนนนะ รถคันนี้ใช้เทคโนโลยี Earth Dreams ของฮอนด้าที่ช่วยให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดการปล่อยมลพิษ เหมาะมากทั้งขับในเมืองและเดินทางไกล โดยเฉพาะในไทยที่รถติดบ่อย แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีโหมด Eco จะช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกหน่อย ถ้าอยากประหยัดกว่านี้ก็มีรุ่นไฮบริดที่น้ำมันเฉลี่ยต่ำถึง 4.7 ลิตรต่อ 100 กิโล ใช้ไปนานๆช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ชัดเจนเลย อย่าลืมว่าการดูแลรักษาและลมยางที่เหมาะสมก็สำคัญมากๆสำหรับการประหยัดน้ำมัน ส่วนอากาศร้อนๆแบบไทยๆ แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องเกรดบางจะช่วยให้เครื่องทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในระดับเดียวกัน CR-V นี่ถือว่าประหยัดน้ำมันเป็นอันดับต้นๆ ทั้งแรงและประหยัด เลือกเป็นรถครอบครัวได้สบายใจ
Q
ในปี 2023 มีจำนวน Honda CR-V ขายไปทั้งหมดกี่คัน?
รถฮอนด้า CR-V ปี 2023 ทำผลงานได้ดีในตลาดโลก แม้ว่าตัวเลขยอดขายที่แน่นอนต้องอ้างอิงจากรายงานประจำปีของฮอนด้าเท่านั้น แต่รุ่นนี้ก็ยังคงเป็นที่นิยมในหมู่ครอบครัวด้วยความน่าเชื่อถือและประโยชน์ใช้สอยครบครัน CR-V ในฐานะรถ SUV เมืองที่ถือเป็นมาตรฐาน มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 2 แบบ คือ 1.5T เทอร์โบชาร์จและ 2.0L ไฮบริด ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องประหยัดน้ำมันและการขับขี่ลื่นไหล โดยเฉพาะในสภาพการขับขี่ในเมืองและการเดินทางไกล สำหรับตลาดในไทย CR-V โดดเด่นด้วยพื้นที่เบาะหลังกว้างขวางและการออกแบบช่องเก็บของที่ใช้งานได้หลากหลาย ทำให้เป็นตัวเลือกยอดฮิตสำหรับครอบครัวใหญ่ นอกจากนี้ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ Honda SENSING ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย ที่น่าสนใจคือรุ่นปี 2023 ได้รับการปรับปรุงเรื่องการกันเสียงและอัพเกรดขนาดหน้าจอกลางถังรถ ทำให้การขับขี่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ถ้าพูดถึงเรื่องมูลค่าขายต่อ CR-V มักจะอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งก็เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ผู้บริโภคหลายคนเลือกมัน
Q
“Swift 2021 ได้รับรีวิวดีๆ ไหม?”
สวิฟท์รุ่นปี 2021 ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดีทั้งจากผู้ใช้และนักวิจารณ์มืออาชีพ รถคันเล็กคันนี้โดดเด่นในเรื่องความประหยัด ความคล่องตัว และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ ระบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรแบบธรรมชาติคู่กับเกียร์ CVT เหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นพิเศษ โดยกินน้ำมันเฉลี่ยประมาณ 18-20 กม./ลิตร ค่าบำรุงรักษาก็ไม่สูงจนเกินไป เหมาะกับการใช้งานประจำวัน ขนาดตัวรถกะทัดรัด จอดในซอยแคบๆ ได้สะดวก ภายในห้องโดยสารออกแบบเรียบง่ายแต่ใช้วัสดุพลาสติกแข็งเป็นหลัก ด้านเทคโนโลยีมีหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วและระบบความปลอดภัยพื้นฐาน แต่มีจุดอ่อนเรื่องเสียงรบกวนเมื่อขับความเร็วสูง และอาจจะคับเกินไปสำหรับครอบครัวใหญ่ คู่แข่งหลักในตลาดได้แก่ ฮอนด้า บริโอ และโตโยต้า ยาริส แอทีวี ซึ่งแต่ละรุ่นมีจุดเด่นแตกต่างกัน แนะนำให้ผู้สนใจลองขับเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ ส่วนในตลาดรถมือสอง สวิฟท์ยังครองอัตราการครองรถอยู่ในระดับปานกลาง แต่ควรตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์และเกียร์ให้ดีก่อนซื้อ จริงอยู่ที่รถขนาดเล็กแบบนี้ใช้งานสะดวกในพื้นที่ติดขัด แต่ถ้าต้องเดินทางไกลบ่อยๆ อาจต้องมองหารถขนาดใหญ่ขึ้นจะเหมาะสมกว่า
Q
“Swift เป็นรถที่ดีสำหรับการซื้อหรือไม่?”
ซูซูกิ สวิฟท์ เป็นรถขนาดเล็กที่เหมาะกับการขับขี่ในเมืองมาก ตัวรถกะทัดรัดและคล่องตัว ทำให้ขับผ่านถนนที่ติดขัดได้สะดวก เครื่องยนต์ 1.2L และ 1.0T ประหยัดน้ำมันได้ดี เหมาะกับคนที่ต้องการลดต้นทุน ส่วนภายในออกแบบเรียบง่ายและใช้งานได้ดี แม้ว่าจะใช้วัสดุพลาสติกแข็งเป็นหลักแต่ก็ทำออกมาได้แน่นหนา ในด้านความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัยคู่และระบบ ABS เป็นมาตรฐาน ส่วนรุ่นท็อปยังมีฟังก์ชันความปลอดภัยเพิ่มเติม ในตลาดรถมือสองยังรักษามูลค่าได้อยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน ค่าซ่อมบำรุงไม่แพง และมีอะไหล่ให้เลือกมากมาย รถคันนี้เหมาะกับวัยทำงานหรือครอบครัวขนาดเล็กเป็นพิเศษ คู่แข่งในระดับเดียวกันก็อย่างเช่น ฮอนด้า บริโอ และ โตโยต้า ยาริส แนะนำว่าก่อนซื้อควรลองขับเปรียบเทียบและเลือกรุ่นที่เหมาะกับความต้องการ ส่วนโปรโมชั่นจากตัวแทนจำหน่ายก็มีบ่อยๆ ควรติดตามข้อมูลราคาให้ดีก่อนตัดสินใจ
ดูเพิ่มเติม