Q

ราคา Lotus Emeya ในประเทศจีนอยู่ที่เท่าไร?

ในตลาดจีน Lotus Emeya ถือเป็นรุ่นแรกของแบรนด์ที่เปิดตัวในฐานะรถยนต์ไฟฟ้า GT ลักชัวรีระดับหรู ราคาเริ่มต้นที่ประกาศอย่างเป็นทางการอยู่ที่ประมาณ 900,000 หยวน (ประมาณ 4.6 ล้านบาท อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยน) โดยวางตำแหน่งให้แข่งขันกับรุ่นอย่าง Porsche Taycan แต่มีราคาที่ค่อนข้างได้เปรียบกว่า รุ่นนี้มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์คู่ ให้กำลังสูงสุดถึง 905 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.78 วินาที ระยะขับขี่ประมาณ 600 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC) และยังติดตั้งฟีเจอร์ไฮเอนด์เช่นระบบกันสะเทือนอากาศ、ระบบเลี้ยวล้อหลัง เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาประสิทธิภาพและความหรูหรา สำหรับผู้ใช้ในไทย แม้ว่า Lotus จะยังไม่ได้นำ Emeya เข้ามาอย่างเป็นทางการ แต่ตลาดไทยเริ่มให้ความสนใจรถ EV ประสิทธิภาพสูงมากขึ้นเรื่อยๆ และด้วยความที่母公司 Geely ของ Lotus มีการขยายตัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าในอนาคตอาจจะมีการนำเข้ารุ่นนี้ผ่านช่องทางทางการ อย่างไรก็ตาม ราคารถนำเข้าในไทยมักจะรวมภาษี、VAT และค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้ราคาสุดท้ายสูงกว่าที่จีนประมาณ 20%-30% ดังนั้นแนะนำให้ติดตามข่าวสารจาก Lotus ประเทศไทยหรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพื่อความชัดเจน
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
ใครคือเจ้าของ Lotus Emeya?
Lotus Emeya คือรถสปอร์ตไฟฟ้า 4 ประตูคันแรกของ Lotus แบรนด์รถสปอร์ตหรูจากอังกฤษ โดยเป็นรถที่อยู่ภายใต้การดูแลของกลุ่ม Lotus ซึ่งกลุ่ม Lotus นี้ถูกควบรวมโดย Geely กลุ่มบริษัทชั้นนำจากจีนตั้งแต่ปี 2017 พร้อมกับที่ Etika Automotive จากมาเลเซียก็ถือหุ้นส่วนอยู่ด้วย ทำให้การพัฒนาและบริหาร Emeya แห่งนี้ได้รวมเอาทรัพยากรและความเชี่ยวชาญจากทั้งสามประเทศเข้าด้วยกัน รุ่นนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ Lotus กำลังเดินหน้าสู่ตลาดรถไฟฟ้าและตลาดรถหรู โดยยังคงดีไซน์ที่ยึดหลักแอโรไดนามิกส์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมระบบชาร์จเร็วแรงดันสูง 800V ที่ทันสมัย ทั้งความทนทานและสมรรถนะ มุ่งสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ สำหรับผู้บริโภคไทยแล้ว โลตัสเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในจุดเด่นเรื่องน้ำหนักเบาและความสนุกในการขับขี่ ส่วนการนำ Emeya เข้าสู่ประเทศไทยน่าจะผ่านเครือข่ายระดับโลกของ Geely ซึ่งจะช่วยเพิ่มตัวเลือกรถไฟฟ้าให้ตลาดไทยได้อีกหนึ่งตัว ที่สำคัญ รัฐบาลไทยเองก็กำลังส่งเสริมอุตสาหกรรม EV อย่างแข็งขัน ทั้งมาตรการลดภาษีและการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้นรถสปอร์ตไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่าง Emeya ในอนาคตอาจได้ประโยชน์จากนโยบายเหล่านี้ แต่แผนการจดทะเบียนเฉพาะจะต้องขึ้นอยู่กับข้อมูลอย่างเป็นทางการ
Q
ความเร็วสูงสุดของ Lotus Emeya ปี 2025 คือเท่าไหร่?
รถ Lotus Emeya รุ่นปี 2025 นั้นทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 256 กม./ชม. สำหรับรถ GT หรูไฟฟ้าล้วนคันนี้มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์คู่ ให้กำลังสุงสูงถึง 905 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.78 วินาที แสดงถึงศักยภาพของ Lotus ในยุคไฟฟ้าแบบเต็มสูบ สำหรับผู้ใช้ไทยแล้ว ความเร็วระดับนี้ตอบโจทย์การขับขี่บนทางหลวงระหว่างเมืองเช่นจากกรุงเทพไปพัทยาได้สบายๆ แต่อย่าลืมว่ารถบ้านเราเขามีกฎหมายจำกัดความเร็วที่ 120 กม./ชม. นะ Emeya มาพร้อมระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800V ที่รองรับการชาร์จเร็ว 350kW แค่ชาร์จ 5 นาทีก็เพิ่มระยะทางได้ 180 กม. ซึ่งเข้ากับสถานีชาร์จในไทยที่เริ่มมีเยอะขึ้นทุกวัน แถมยังมีระบบพวงมาลัยหลังแบบแอคทีฟและระบบช่วงล่างปรับอากาศ ช่วยให้ขับทั้งในเมืองที่มีสภาพถนนซับซ้อนหรือบนเส้นทางคดเคี้ยวอย่างถนนขึ้นดอยสุเทพเชียงใหม่ได้อย่างมั่นใจ เรียกได้ว่า Emeya เป็นโมเดลสำคัญที่แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้าของ Lotus โดยยังคงดีเอ็นเอด้านสมรรถนะเหมือนเดิม แต่เพิ่มความหรูและเทคโนโลยีอัจฉริยะมาให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ไฟฟ้าระดับพรีเมียมแบบใหม่สุดๆ
Q
ใครเป็นเจ้าของ Lotus ในปี 2024?
ในปี 2024 Lotus เป็นบริษัทในเครือของ Geely กลุ่มบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากจีน ที่เข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของ Lotus เมื่อปี 2017 และกลายเป็นบริษัทแม่ การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้ Lotus ได้รับทั้งเงินทุนสนับสนุนและเทคโนโลยีสำคัญ ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าและการขยายตัวในตลาดโลก สำหรับตลาดไทย Lotus ก็ค่อยๆ สร้างความนิยมให้กับแบรนด์มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการเปิดตัวรุ่น Eletre ที่ดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่สนใจรถไฟฟ้าสมรรถนะสูง การสนับสนุนจากเจ้อหลี่ไม่เพียงเสริมความแข็งแกร่งด้านการวิจัยและพัฒนา แต่ยังช่วยเรื่องช่องทางการจัดจำหน่ายและบริการหลังการขายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ที่น่าสนใจคือรัฐบาลไทยกำลังส่งเสริมอุตสาหกรรมรถไฟฟ้า ทั้งมาตรการลดภาษีและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเปิดโอกาสทางการตลาดให้แบรนด์อย่าง Lotus ในอนาคตคาดว่า Lotus อาจเพิ่มการลงทุนในไทยมากขึ้น พัฒนารุ่นรถที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย พร้อมใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของ Geely ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อยกระดับระบบจัดจำหน่ายและบริการ ให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภคไทย
Q
“Lotus Emeya เป็นรถที่ดีหรือไม่?”
รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง Emeya รุ่นนี้ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในตลาดไทย ด้วยสถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้า 800 โวลต์ที่รองรับการชาร์จเร็ว 350 กิโลวัตต์ แค่ชาร์จ 15 นาทีก็เติมแบตได้ถึง 80% ซึ่งตอบโจทย์โครงข่ายสถานีชาร์จในไทยที่กำลังพัฒนาอย่างดี โดยเฉพาะเส้นทางยาวๆ แบบกรุงเทพฯ-พัทยาที่คนไทยนิยมขับกัน รถรุ่นนี้วิ่งได้ไกลถึง 600 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC และด้วยภูมิประเทศแบบราบเรียบของไทย ก็ทำให้การใช้งานจริงน่าจะได้ระยะทางตามนี้แน่นอน นอกจากนี้ระบบพวงมาลัยหลังและระบบกันสะเทือนแบบแอร์ซัสเพนชันยังช่วยให้ขับเคลื่อนในสภาพถนนเมืองไทยได้ดี ทั้งซอยสุขุมวิทคับแคบหรือถนนลื่นๆ ช่วงหน้าฝน ก็ควบคุมทิศทางได้มั่นใจ อินทีเรียที่ใช้เส้นใยรีไซเคิลและวัสดุรักษ์สิ่งแวดล้อมก็เข้ากับเทรนด์รักษ์โลกที่คนไทยให้ความสำคัญ ที่พลาดไม่ได้คือมาตรการสนับสนุนรถ EV ของรัฐบาลไทย ทั้งลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต ทำให้รถไฟฟ้าระดับพรีเมียมอย่าง Emeya นี้ราคาจับต้องได้มากขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าสภาพอากาศร้อนๆ ของไทยก็เป็นบททดสอบสำหรับระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่ แนะนำให้ลองขับสักหน่อยก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะระบบแอร์และระบบป้องกันแบตเตอรี่ร้อนเกิน สรุปแล้ว Emeya ที่ผสมผสานระหว่างสมรรถนะการขับขี่สไตล์อังกฤษกับเทคโนโลยีไฟฟ้านี้ เป็นตัวเลือกใหม่ที่น่าสนใจในตลาดรถไฟฟ้าระดับสูงของไทย
Q
ราคา Lotus Emeya ปี 2025 อยู่ที่เท่าไหร่?
รถ Lotus Emeya รุ่นปี 2025 ที่จะวางจำหน่ายในตลาดไทยคาดการณ์ว่าจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 15-18 ล้านบาท (ราคาอาจมีการปรับเปลี่ยนขึ้นอยู่กับสเปก ภาษี และอัตราแลกเปลี่ยน) สำหรับ GT คาร์ไฟฟ้าสุดแรงคันนี้มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Twin Motor ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 905 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.78 วินาที และสามารถวิ่งได้ไกลถึง 600 กม. (ตามมาตรฐาน WLTP) ด้วยดีไซน์แอโรไดนามิกส์ที่รวมถึงกริลล์และสปอยเลอร์อัจฉริยะที่ปรับตัวได้ ทำให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำเพียง 0.21 สำหรับคนไทยแล้ว Emeya นั้นตอบโจทย์ทั้งเรื่องการชาร์จเร็ว (ชาร์จไฟ 350kW ใช้เวลาเพียง 15 นาทีเพื่อเติมแบตฯ ถึง 80%) ซึ่งเหมาะกับเครือข่ายสถานีชาร์จรถไฟฟ้าที่กำลังขยายตัวในประเทศไทย แถมยังมีระบบช่วงล่างอัจฉริยะและระบบพวงมาลัยหลังที่ช่วยให้ขับเคลื่อนทั้งในเมืองและเส้นทางคดเคี้ยวบนภูเขาได้อย่างมั่นใจ ที่สำคัญ Lotus จำหน่ายผ่านช่องทางทางการในไทย พร้อมบริการรับประกันเต็มรูปแบบ (รวมถึงการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 16 หมื่นกม.) และทางแบรนด์กำลังขยายศูนย์บริการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในอนาคตอาจจะมีบริการหลังการขายที่ตอบโจทย์คนไทยมากยิ่งขึ้น
Q
รถ Lotus Emeya รุ่นปี 2024 มีราคาเท่าไหร่?
รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง Lotus Emeya รุ่นปี 2024 คาดว่าจะวางจำหน่ายในตลาดไทยด้วยราคาประมาณ 15-18 ล้านบาท (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสเปก อัตราแลกเปลี่ยนและภาษีนำเข้า) โดยรุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์รุ่นเรือธงของ Lotus ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบทวิมอเตอร์ ให้กำลังสูงสุดถึง 905 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.8 วินาที และสามารถวิ่งได้ไกลถึง 600 กม. ตามมาตรฐาน WLTP การออกแบบยังคงแนวคิดน้ำหนักเบาแบบ Lotus พร้อมทั้งติดตั้งชุดแอร์โรไดนามิกส์และใช้วัสดุภายในห้องโดยสารระดับพรีเมียม ในตลาดไทย Emeya จะแข่งขันกับรถยนต์อย่าง Porsche Taycan Turbo S แต่ด้วยสไตล์การขับแบบอังกฤษและดีเอ็นเอจากสนามแข่งอาจดึงดูดผู้ที่ชื่นชอบความสนุกสนานในการขับขี่ สิ่งที่น่าสนใจคือรัฐบาลไทยมีมาตรการลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (ตามความจุแบตเตอรี่) ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการจัดจำหน่ายได้บ้าง ส่วนเรื่องสถานีชาร์จ ในเมืองหลักของไทยได้วางสถานีชาร์จเร็ว 350kW ที่สามารถชาร์จไฟจาก 10% เป็น 80% ได้ภายใน 18 นาที สำหรับผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบราคาล่าสุดและนัดทดลองขับผ่านเว็บไซต์ Lotus ประเทศไทย รวมทั้งควรติดตามนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าเช่นมาตรการ EV 3.5 ว่ามีความเกี่ยวข้องหรือไม่
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

กำลังขับเคลื่อนที่แข็งแรง การเร่งความเร็วอย่างรวดเร็ว ความเร็วสูงสุด 256 กม./ชม.
การควบคุมรถที่ยอดเยี่ยม คงที่เมื่อขับรถด้วยความเร็วสูง
การออกแบบทางอากาศพลศาสตร์ สัมประสิทธิ์การเคลื่อนที่ต่ำ การระบายความร้อนที่ดี
ส่วนภายในคุณภาพสูง มีหนังนาปปะ และส่วนตกแต่งจากฟายเบอร์คาร์บอน
ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะขั้นสูง มีเซ็นเซอร์และชิปหลายตัว

ข้อเสีย

ประสบการณ์การขับเคลื่อนอัจฉริยะไม่ราบรื่นเท่ากับรถคู่แข่งบางรุ่น
น้ำหนักรถหนัก อาจปรับปรุงเพื่อให้การควบคุมรถดีขึ้น
ยี่ห้อรถเป็นยี่ห้อด้านเฉพาะ มีความนิยมในตลาดต่ำ

Q&A ล่าสุด

Q
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย เร็วไหม?
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย คือสุดยอดรถสปอร์ตสมรรถนะสูง ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 4.3 ลิตร แบบธรรมชาติ ใจดีสุดๆ ให้แรงม้าได้ถึง 454 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้เกิน 310 กม./ชม. ซึ่งเรียกได้ว่าเติมเต็มความต้องการของคนรักความเร็วได้แบบจุใจ แม้ในสภาพอากาศร้อนๆ แบบประเทศไทย ระบบระบายความร้อนและเบรกสมรรถนะสูงของแคลิฟอร์เนียก็พร้อมรับมือกับการขับขี่แบบดุเดือดได้อย่างมั่นใจ แถมยังมีระบบหลังคาแบบพับเก็บได้ที่เหมาะมากสำหรับการขับรถตากลมชมวิวตามเส้นทางชายทะเลไทย ไม่ว่าจะเป็นหัวหินหรือภูเก็ต ให้คุณได้ทั้งแสงแดดและความสนุกไปพร้อมกัน สำหรับคนไทยที่ชอบทั้งความหรูและความแรง แคลิฟอร์เนียไม่เพียงแต่เร็วสุดๆ แต่ยังใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง โปรแกรม行李后备จุพอดีสำหรับกระเป๋ากอล์ฟหรือสัมภาระทริปสั้นๆ เรียกได้ว่าเป็นรถ GT ที่ตอบโจทย์ทั้งถนนไทยและไลฟ์สไตล์คนไทยได้อย่างลงตัว
Q
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย เป็นซุปเปอร์คาร์หรือไม่?
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย เป็นรถสปอร์ตสมรรถนะสูง แต่ถ้าพูดกันตรงๆ มันไม่เข้าข่ายซูเปอร์คาร์แบบเต็มตัวหรอกครับ เพราะซูเปอร์คาร์จริงๆ จะต้องมีสมรรถนะสุดขีด ความหายาก และการออกแบบที่ดุดันกว่า เช่น รุ่น LaFerrari หรือ 488 Pista ของเฟอร์รารี่ด้วยกันเอง ส่วนแคลิฟอร์เนียจะออกแนว GT คาร์หรูมากกว่า เน้นความสบายและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 4.3 ลิตร เร่ง 0-100 กม./ชม. ในประมาณ 3.8 วินาที แม้จะแรงแต่ยังสู้ซูเปอร์คาร์แท้ๆ ไม่ค่อยได้ครับ สำหรับในไทยแล้ว แคลิฟอร์เนียอาจจะเหมาะกว่าเพราะถนนติดขัดและมีเขตจำกัดความเร็วเยอะ ความสบายและความประหยัดพื้นที่ของแคลิฟอร์เนียเลยตอบโจทย์กว่า แถมระบบหลังคาแบบพับได้ยังเหมาะกับอากาศร้อนๆ แบบบ้านเราอีกด้วย ถ้าอยากรู้จักซูเปอร์คาร์จริงๆ ลองดูรุ่น F8 Tributo ของเฟอร์รารี่หรือ Lamborghini Huracán ก็ได้ครับ พวกนี้เหมาะกับสนามแข่งหรือการขับแบบสุดแรงกว่า แต่ในชีวิตประจำวันที่ไทยอาจจะไม่สะดวกเท่าแคลิฟอร์เนียครับ
Q
ความแตกต่างระหว่าง Ferrari California และ California T คืออะไร
ความแตกต่างหลักระหว่าง Ferrari California กับ California T อยู่ที่ระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะ โดย California T เป็นเวอร์ชันอัพเกรดจาก California ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 3.9 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุดถึง 560 แรงม้า แรงกว่าตัว California ที่ใช้เครื่องยนต์ V8 4.3 ลิตร แบบดูดอากาศธรรมชาติ (460 แรงม้า) แถมยังประหยัดน้ำมันมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ California T ยังปรับแต่งเสียงไอเสียให้ดุดันขึ้น พร้อมตั้งค่าตัวถังแบบใหม่ที่ทำให้การควบคุมรถดีกว่าเดิม ส่วนในสภาพอากาศร้อนๆ แบบไทยๆ ระบบเทอร์โบของ California T จะทำงานได้ดีกว่า ลดปัญหากำลังตกเวลาอากาศร้อนจัด ในขณะที่ตัว California แบบดูดอากาศธรรมชาติอาจจะฝืดๆ เวลาขับหนักๆ สองรุ่นนี้ยังคงดีไซน์แบบฮาร์ดท็อปคอนเวอร์เทเบิลที่เหมาะกับการขับริมทะเลเมืองไทย แต่ California T มีเทคโนโลยีภายในห้องโดยสารที่ทันสมัยกว่า เช่น ระบบอินโฟเทนเมนต์ที่อัพเกรดมาใหม่ สำหรับคนไทยที่Budget หนาๆ และอยากได้สมรรถนะจัดเต็ม California T คือตัวเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบเสียงเครื่องแบบดูดอากาศธรรมชาติคลาสสิก ก็อาจจะถูกใจ California มากกว่า ไม่ว่าจะเลือกรุ่นไหนในไทย แนะนำให้ดูแลรักษาเป็นประจำ โดยเฉพาะระบบระบายความร้อนและแอร์ เพื่อให้รถทนกับสภาพอากาศร้อนชื้นของเรา
Q
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย มีที่นั่งกี่ที่
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย คือรถสปอร์ต GT แบบ 2+2 ที่มาพร้อมกับการจัดวางห้องโดยสารมาตรฐาน 4 ที่นั่ง ด้านหน้ามีเบาะสปอร์ตแยก 2 ที่นั่ง ส่วนด้านหลังเป็นเบาะขนาดเล็กกว่า 2 ที่นั่ง เหมาะสำหรับการนั่งระยะสั้นหรือใช้กับเด็ก แต่พื้นที่ด้านหลังค่อนข้างจำกัด ผู้ใหญ่ที่ต้องนั่งนานๆ ในสภาพอากาศร้อนของไทยอาจรู้สึกไม่สะดวกสบายเท่าไร รุ่นนี้ได้รับความนิยมในตลาดรถสปอร์ตหรูของไทย โดยเฉพาะเหมาะสำหรับการขับบนถนนเลียบชายทะเลจากกรุงเทพฯ ไปหัวหินหรือพัทยา ระบบหลังคาแบบหดได้ช่วยให้ปรับตัวได้ดีกับทั้งฤดูฝนและฤดูแล้งของไทย ที่น่าสนใจคือเฟอร์รารี่ได้มีรุ่นใหม่อย่างพอร์โตฟิโนเข้ามาแทนที่แคลิฟอร์เนียแล้ว ด้วยการออกแบบพื้นที่ภายในที่ดีขึ้น แต่รูปแบบ 2+2 ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของซีรี่ส์ GT ของเฟอร์รารี่ การออกแบบนี้เหมาะกับภูมิประเทศเป็นภูเขาของไทย ที่ยังคงความสมรรถนะของรถสปอร์ตไว้ ขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์การใช้งานกับครอบครัวในบางโอกาส ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่ชอบท่องเที่ยวแบบขับรถเองในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
Q
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย ถูกแทนที่ด้วยอะไร
เฟอร์รารี่ แคลิฟอร์เนีย รุ่นที่มาทดแทนคือ พอร์โตฟิโน่ ซึ่งเปิดตัวในปี 2017 เป็นรถสปอร์ตฮาร์ดท็อปคอนเวอร์ทิเบิลที่สืบทอด DNA การขับเคลื่อนสปอร์ตจากแคลิฟอร์เนียและได้รับการอัปเกรดอย่างเต็มรูปแบบ มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 3.9 ลิตร เทอร์โบชาร์จคู่ ให้กำลังสูงสุด 600 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.5 วินาที โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนของไทยยังมีการติดตั้งระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูงและระบบช่วงล่างปรับได้เพื่อให้เหมาะกับสภาพถนนท้องถิ่น ชื่อพอร์โตฟิโน่นั้นได้แรงบันดาลใจจากเมืองตากอากาศริมทะเลของอิตาลี การออกแบบผสมผสานระหว่างความสบายของรถ GT และสมรรถนะรถสปอร์ต เมื่อเทียบกับแคลิฟอร์เนียแล้วมีพื้นที่เบาะหลังและกระโปรงหลังที่เพิ่มขึ้น เหมาะกับความต้องการท่องเที่ยวแบบครอบครัวในวันหยุดของคนไทย พอร์โตฟิโน่ยังมีรุ่นโรม่ามาเสริมในไลน์อัพผลิตภัณฑ์ สร้างเมทริกซ์ผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์ขึ้น โดยทั้งสองรุ่นนี้สามารถพบได้ที่โชว์รูมเฟอร์รารี่ในกรุงเทพฯ พาร์ทเนอร์ในไทยยังมีบริการเฉพาะอย่างเช่น แพ็กเกจดูแลรถช่วงฤดูฝนอีกด้วย สำหรับผู้บริโภคไทยแล้ว เฟอร์รารี่รุ่นเครื่องหน้ายังเหมาะกับการใช้งานในเมืองที่การจราจรหนาแน่นมากกว่ารุ่นเครื่องกลาง พร้อมยังคงรักษาความสนุกในการขับขี่สไตล์ซูเปอร์คาร์อิตาเลียนแท้ๆไว้อย่างครบถ้วน
ดูเพิ่มเติม