Q
วิธีเปิดฝาถังน้ำมันของ Ford Everest
ก่อนจะเปิดฝาถังน้ำมันของ Ford Everest อย่างแรกต้องเช็คให้ชัวร์ว่ารถอยู่ในสถานะปลดล็อคแล้ว จากนั้นมองหาแกนปลดล็อคฝาถังน้ำมันซึ่งอยู่แถวๆพื้นด้านซ้ายของที่นั่งคนขับ ดึงเบาๆแค่นี้ฝาถังก็เปิดแล้วครับ ถ้าเป็นรุ่นที่มาพร้อมระบบไร้กุญแจ แค่กดที่ฝาถังน้ำมันด้านนอกก็เปิดได้เลย พออยู่ในไทยอากาศทั้งร้อนทั้งชื้น แนะนำให้ตรวจสอบความแน่นของฝาถังน้ำมันเป็นประจำนะครับ จะได้ป้องกันไม่ให้น้ำมันระเหยเพราะความร้อนหรือความชื้นเข้าไปในถังจนส่งผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์ นอกจากนี้ ปั๊มน้ำมันบางแห่งในประเทศไทยอาจกำหนดให้ผู้ขับขี่เติมน้ำมันเอง ดังนั้นการทำความคุ้นเคยกับวิธีเปิดฝาถังน้ำมันจะช่วยประหยัดเวลาได้ ฝาถังน้ำมันของ Ford Everest ได้รับการออกแบบให้ป้องกันฝุ่นและน้ำ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าปิดฝาถังอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันการเปิดโดยไม่ได้ตั้งใจขณะขับรถ หากฝาถังน้ำมันเปิดไม่ได้ อาจเกิดจากกลไกคันโยกเปิดค้าง หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ทำงานผิดปกติชั่วคราว ลองล็อกและปลดล็อกรถอีกครั้ง หรือติดต่อศูนย์บริการ Ford ที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทยเพื่อตรวจสอบ
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันของ Ford Everest 2022 คือเท่าไร?
Ford Everest รุ่นปี 2022 ในประเทศไทยมีประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมันที่แตกต่างกันตามรุ่นเครื่องยนต์ โดยรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 7.6-8.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรในสภาพถนนแบบผสม ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 3.0 ลิตร จะสิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 8.5-9.0 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ตัวเลขจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสไตล์การขับขี่และสภาพถนน โดยสภาพอากาศร้อนของไทยและการจราจรติดขัดบ่อยๆ ในเมืองอาจทำให้น้ำมันสิ้นเปลืองเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบลมยางและบำรุงรักษารถอย่างสม่ำเสมอเพื่อประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุด รถรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีดีเซลอันล้ำสมัยของฟอร์ดที่สร้างสมดุลระหว่างพลังและความประหยัดน้ำมันได้อย่างดี เหมาะสำหรับการเดินทางไกลและการใช้งานในครอบครัวในประเทศไทย นอกจากนี้ระยะความสูงจากพื้นรถที่มากยังช่วยให้ขับเคลื่อนบนถนนสภาพซับซ้อนบางพื้นที่ของไทยได้ดี หากต้องการประหยัดน้ำมันมากขึ้นอาจพิจารณารุ่นไฮบริดหรือไฟฟ้า แต่ปัจจุบัน Everest ยังไม่มีรุ่นพลังงานทางเลือกวางจำหน่ายในประเทศไทย
Q
"2022 Everest มีเทคโนโลยีอะไรบ้าง?"
รถยนต์ Everest รุ่นปี 2022 ที่วางขายในตลาดไทยมาพร้อมกับเทคโนโลยีขั้นสูงหลายรายการ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สภาพถนนหลากหลายรูปแบบและความต้องการของผู้ใช้ครอบครัวชาวไทยโดยเฉพาะ ระบบ SYNC 4 ที่ติดตั้งมาสามารถรองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยและจอสัมผัสขนาด 12 นิ้ว ทำให้ใช้งานง่ายสำหรับคนไทย นอกจากนี้ยังมีกล้องรอบคันและระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกเวลาไปจอดในซอยแคบๆ ในกรุงเทพฯ หรือห้างสรรพสินค้า
ด้านสมรรถนะ มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 2.0L คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ที่ให้ทั้งความประหยัดในเมืองและพลังเพียงพอสำหรับทางขึ้นเขาทางเหนือ ส่วนระบบ Terrain Management System ที่มีโหมดขับขี่ถึง 5 แบบ จะช่วยให้ขับผ่านเส้นทางลื่นๆ ในฤดูฝนหรือทางลาดชันรอบๆเชียงใหม่ได้อย่างมั่นใจ
เรื่องความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัย 7 จุด ระบบ Cruise Control อัจฉริยะและระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน NCAP ใหม่ของไทยปี 2022 ที่น่าสนใจคือระบบปรับอากาศที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับสภาพอากาศร้อนของไทย พร้อมช่องระบายอากาศแยกสำหรับผู้โดยสารหลัง และยังสามารถเลือกติดตั้งกระจกกันรังสี UV ได้
จุดเด่นของ Everest ในตลาดรถระดับเดียวกันคือการผสมผสานระหว่างสมรรถนะออฟโรดกับความสะดวกสบายสำหรับใช้ในเมืองได้อย่างลงตัว ทำให้เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบ Road Trip ทุกพื้นที่ในไทย ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะจะทำงานได้ดีทั้งบนหาดทรายที่เกาะเสม็ดหรือเส้นทางภูเขาทางเหนือ
Q
คะแนนความปลอดภัยของ Ford Everest 2022 คือเท่าไหร่?
รถยนต์ Ford Everest รุ่นปี 2022 มีสมรรถนะด้านความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยม จนได้รับคะแนนความปลอดภัย 5 ดาวจากอาเซียน NCAP โดยการประเมินนี้พิจารณาจากประสิทธิภาพในการปกป้องผู้โดยสารทั้งผู้ใหญ่และเด็ก รวมถึงระบบช่วยเหลือด้านความปลอดภัยต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนถนนสภาพซับซ้อนแบบไทย ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูง เช่น 7 ถุงลมนิรภัย ระบบควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์ (ESC) ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) และระบบช่วยรักษาเลน (LKA) ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้จริง สำหรับคนไทยแล้ว Everest ยังได้รับการออกแบบเฉพาะเพื่อปรับตัวสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ทั้งระบบเบรกที่ทำงานได้ดีในทุกสภาพ และเทคโนโลยีป้องกันสนิมบนตัวถัง นอกจากนี้ระยะยกตัวสูงและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อยังเหมาะกับการใช้งานบนถนนลูกรังในบางพื้นที่ของไทยด้วย
ที่น่าสนใจคือมาตรฐานการทดสอบของอาเซียน NCAP จะเน้นเรื่องความปลอดภัยภายใต้สภาพอากาศเขตร้อนเป็นพิเศษ รวมถึงการประเมินการชนกับรถจักรยานยนต์ซึ่งสำคัญมากสำหรับไทยที่มีจำนวนมอเตอร์ไซค์สูง แนะนำว่าก่อนตัดสินใจซื้อ ผู้บริโภคควรทดลองขับขี่ด้วยตนเองนอกเหนือจากการอ้างอิงการจัดอันดับความปลอดภัยในการเลือกซื้อและสัมผัสกับการกำหนดค่าความปลอดภัยของรถยนต์ให้เหมาะสมกับความต้องการของตนเองและได้รับการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าระบบความปลอดภัยจะทำงานได้ดีที่สุดตลอดเวลา
Q
รถ Ford Everest 2022 มีทั้งหมดกี่ที่นั่ง?
รถยนต์ Ford Everest รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกการจัดวางเก้าอี้ 2 แบบ ทั้งแบบ 7 ที่นั่งและ 5 ที่นั่ง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างของแต่ละครอบครัว สำหรับรุ่น 7 ที่นั่งมีการจัดวางแบบ 2+3+2 ที่นั่งแถวสองสามารถเลื่อนปรับระยะหน้า-หลังได้ ส่วนแถวสามพับเก็บได้แบบ 50:50 ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในได้อย่างยืดหยุ่น เหมาะมากสำหรับครอบครัวใหญ่ในไทยที่ชอบท่องเที่ยวหรือต้องการพื้นที่ขนของ ส่วนรุ่น 5 ที่นั่งก็ให้พื้นที่กระโปรงหลังกว้างขวางขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นเรื่องความจุในการเก็บสัมภาระ ด้านสมรรถนะ SUV คันนี้ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร ที่แสดงความสามารถได้อย่างโดดเด่นบนเส้นทางภูเขาในไทย คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน สิ่งที่น่าสนใจคือระยะความสูงจากพื้นรถที่มาก พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ที่ช่วยให้ขับเคลื่อนบนถนนลื่นๆในช่วงฤดูฝนของไทยได้อย่างมั่นใจ ระบบ SYNC 4 ยังรองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย ทำให้น่าใช้ยิ่งขึ้น พื้นที่เก็บของสามารถขยายได้ถึง 898 ลิตรเมื่อพับแถวที่นั่งสาม เหมาะสมอย่างยิ่งกับการไปจ่ายตลาดสุดสัปดาห์แบบคนไทย ที่ชอบซื้อของทีละมากๆ ตัวถังรถยังใช้วัสดุโบรอนสตีลที่คงความแข็งแรงได้แม้ในสภาพอากาศร้อนจัดของไทย
Q
รถยนต์ Ford Everest รุ่นปี 2022 มีแบบไฮบริดให้เลือกหรือไม่?
รุ่น Ford Everest ปี 2022 ในตลาดไทยยังไม่มีเวอร์ชันไฮบริดให้เลือก โดยตัวรถในไทยจะเน้นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร คู่กับเกียร์ออโต้ 10 สปีด ที่เน้นสมรรถนะออฟโรดและความประหยัดพื้นที่ ส่วนความสนใจในรถไฮบริดและรถไฟฟ้าของคนไทยนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ Ford ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงโฟกัสที่รถเครื่องยนต์สันดาปอยู่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทรนด์รถไฟฟ้าโลกมาแรง แนวโน้มในอนาคต Everest อาจจะมีตัวเลือกไฮบริดหรือปลั๊ก-อินไฮบริดเพื่อตอบโจทย์ตลาด รัฐบาลไทยเองก็มีนโยบายส่งเสริมรถพลังงานสะอาด เช่น ลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต ซึ่งอาจดันให้หลายแบรนด์นำเข้ารถโมเดลพลังงานใหม่มาไทยมากขึ้น ตอนนี้ในตลาดไทยมี SUV ไฮบริดให้เลือกอย่าง Toyota Fortuner Hybrid และ Mitsubishi Outlander PHEV ที่ลูกค้าเลือกได้ตามความต้องการและเรื่องประหยัดน้ำมัน ส่วน Ford Everest ด้วยโครงสร้างแข็งแรงและความสามารถออฟโรดระดับพรีเมียมนั้นโด่งดังในเขตภูเขาและต่างจังหวัดของไทย ถ้าหากมีรุ่นไฮบริดออกมาในอนาคต คงช่วยเพิ่มจุดแข่งในตลาดได้ไม่น้อย
Q
“รถ Ford Everest ปี 2022 มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) ไหม?”
Ford Everest รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยมีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) ที่มาพร้อมระบบอัจฉริยะช่วยกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้าและล้อหลังอัตโนมัติตามสภาพถนน ทำให้เหมาะกับสภาพเส้นทางหลากหลายของไทย ทั้งถนนภูเขาทางเหนือหรือผิวถนนลื่นช่วงฤดูฝน นอกจากรุ่น 4WD แล้วยังมีรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ให้เลือกตามความต้องการและงบประมาณ โดยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยที่ชอบท่องเที่ยวด้วยตัวเองหรือต้องเจอกับเส้นทางยากๆ เพราะช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะและความคล่องตัว โดยเฉพาะในไทย Ford Everest ยังมาพร้อมโหมดขับขี่หลายแบบ เช่น โหมดปกติ โหมดโคลน/หิมะ โหมดทราย ช่วยให้รถปรับตัวได้ดีในทุกสภาพแวดล้อม สำหรับคนไทยที่กำลังมองหา SUV การเข้าใจระบบขับเคลื่อนเป็นเรื่องสำคัญ เพราะส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะและการใช้งาน ไม่ว่าจะขับในเมืองหรือออกไปผจญภัย Ford Everest รุ่น 2022 ก็ตอบโจทย์ได้ดี
Q
ช่วงราคารถ Everest ปี 2022 คือเท่าไหร่?
รถ Ford Everest รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 1.4 - 2 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์เสริมที่เลือก เช่น รุ่น Trend ราคาจับต้องได้เหมาะสำหรับคนงบประมาณไม่สูง ส่วนรุ่น Sport หรือ Titanium+ ที่เป็นรุ่นท็อปจะมาพร้อมฟีเจอร์หรูอย่างซันรูฟพาโนรามิก ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ทำให้ราคาสูงขึ้นหน่อย ในไทยรถคันนี้ค่อนข้างโดนใจทั้งครอบครัวและคนชอบออกไปเที่ยวธรรมชาติ เพราะทั้งแรงและพื้นที่ในรถกว้างขวาง เหมาะกับสภาพถนนหลายแบบของไทย จะขับในเมืองหรือทริปยาวๆ ก็ไม่มีปัญหา แถมยังมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ V6 3.0 ลิตร ที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน ตอบโจทย์คนไทยที่ต้องการทั้งประโยชน์ใช้สอยและความประหยัดในตัวเดียว เวลาจะซื้อแนะนำให้ไปที่โชว์รูม Ford อย่างเป็นทางการเพื่อสอบถามโปรโมชั่นล่าสุด เพราะบางทีมีบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรีหรือโปรผ่อนดาวน์เบาๆ แถมยังได้ทดลองขับรถรุ่นต่างๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ จะได้รู้ว่ารุ่นไหนเหมาะกับสไตล์การใช้ชีวิตของไทยที่สุด
Q
Ford Everest 2022 คืออะไร?
Ford Everest รุ่นปี 2022 เป็น SUV ขนาดกลางที่ออกแบบมาสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะที่ประเทศไทยได้รับความนิยมจากครอบครัวและนักท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ด้วยสมรรถนะออฟโรดที่ยอดเยี่ยมและพื้นที่ใช้งานที่กว้างขวาง รถรุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ให้กำลังสูงถึง 226 แรงม้าและแรงบิด 500 นิวตันเมตร พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะและโหมดขับขี่หลากหลายภูมิประเทศ เหมาะสมกับสภาพถนนหลากหลายแบบในไทย ทั้งเส้นทางขรุขระแถบภาคเหนือหรือถนนลื่นในช่วงฤดูฝน ด้านภายในติดตั้งระบบความบันเทิง SYNC 4 ที่รองรับเสียงสั่งงานภาษาไทยและ Apple CarPlay แบบไร้สาย ส่วนเบาะหลังพับได้อย่างคล่องตัว เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุดถึง 2,010 ลิตร สำหรับใส่กระเป๋าไปตั้งแคมป์หรือของช้อปปิ้งชิ้นใหญ่ ระบบความปลอดภัยครบครันด้วย 7 หมอนอิงและ Ford Co-Pilot360 ที่สำคัญ Ford Everest เวอร์ชั่นไทยยังได้รับการปรับปรุงระบบปรับอากาศให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น และเพิ่มการป้องกันสนิมเป็นพิเศษ เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นในระดับเดียวกันแล้ว Everest โดดเด่นเรื่องสมรรถนะออฟโรดและพื้นที่เก็บของ แต่อาจกินน้ำมันมากกว่ารถญี่ปุ่นบ้างเมื่อขับในเมือง ปัจจุบันรถรุ่นนี้ผลิตที่โรงงานระยอง พร้อมรับประกัน 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตรตามมาตรฐานไทย
Q
Ford Everest 2025 ราคาเท่าไหร่?
คาดว่าราคาของ Ford Everest รุ่นปี 2025 ในตลาดไทยจะอยู่ที่ประมาณ 1.8 ถึง 2.5 ล้านบาท โดยราคาจะแตกต่างกันไปตามระดับเครื่องแต่งตัว เช่น รุ่นพื้นฐาน XL และรุ่นสูงสุด Platinum ที่มีราคาห่างกันค่อนข้างมาก แนะนำให้ผู้ซื้อติดตามราคาอัปเดตล่าสุดจากตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่น รุ่นนี้ยังคงดีไซน์แนว SUV ทรหด พร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร หรือเครื่องยนต์ดีเซล V6 เทอร์โบชาร์จ 3.0 ลิตร ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเต็มเวลาและระบบจัดการการขับขี่บนพื้นผิวต่างๆ เหมาะสมกับสภาพเส้นทางภูเขาและฤดูฝนของไทยเป็นอย่างยิ่ง จุดเด่นของรุ่นปี 2025 คือการอัปเกรดหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 12.4 นิ้วและหน้าจอกลางขนาด 12 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สายและภาพพาโนรามา 360 องศา ซึ่งเป็นการอัปเกรดที่ชัดเจนในส่วนของเทคโนโลยี ในตลาดไทย Everest มีคู่แข่งหลักอย่าง Toyota Fortuner และ Isuzu MU-X ผู้บริโภคควรเปรียบเทียบนโยบายหลังการขายที่แต่ละแบรนด์เสนอ เช่น Ford ไทยปัจจุบันให้บริการรับประกัน 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร และบางตัวแทนยังมีโปรโมชั่นบริการฟรีให้อีกด้วย เนื่องจากรัฐบาลไทยมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รุ่นดีเซลของ Everest จึงได้เปรียบด้านภาษีมากกว่ารุ่นเบนซิน นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่คนไทยนิยม SUV ระบบดีเซล
Q
“Ford Everest จะเปิดตัวในปี 2025 ใช่หรือไม่?”
ขณะนี้ทาง Ford ประเทศไทยยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับแผนการนำเข้า Ford Everest รุ่นปี 2025 แต่ด้วยความนิยมของรุ่นนี้ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประสิทธิภาพที่โดดเด่นของ Everest รุ่นปัจจุบันในไทย คาดว่าความเป็นไปได้ที่จะมีการนำเข้ารุ่นใหม่ค่อนข้างสูง สำหรับ Everest 2025 คาดว่าจะยังคงตำแหน่ง SUV แข็งแกร่ง พร้อมอาจอัพเกรดเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด รวมถึงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะและระบบความบันเทิงที่ทันสมัยขึ้น ซึ่งอัพเดตเหล่านี้เหมาะกับสภาพถนนหลากหลายรูปแบบในไทยและความต้องการเทคโนโลยีของผู้บริโภค แนะนำให้ติดตามข้อมูลล่าสุดผ่านเว็บไซต์ Ford ประเทศไทยหรือตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ สำหรับคนไทยที่กำลังมองหา SUV ทาง Everest Series ได้รับความนิยมจากสมรรถนะออฟโรดและพื้นที่กว้างขวางโดยเฉพาะในเขตภูเขาและชนบททางภาคเหนือของไทย ส่วนรุ่นอื่นในระดับเดียวกันเช่น Toyota Fortuner หรือ Mitsubishi Pajero Sport ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ควรทดลองขับและเปรียบเทียบตามความต้องการและงบประมาณของแต่ละคน
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
ความแตกต่างระหว่าง BMW X5 ปี 2020 และ 2021 คืออะไร?
รถยนต์ BMW X5 รุ่นปี 2020 และ 2021 เป็นรถ SUV ขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีขนาดเท่ากัน (ความยาว 4930 มม. ความกว้าง 2004 มม. ความสูง 1776 มม. และระยะฐานล้อ 2975 มม.) ทั้งสองรุ่นมีเครื่องยนต์ให้เลือกสองแบบ คือ เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร หรือ 3.0 ลิตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ความแตกต่างหลักระหว่างสองรุ่นนี้อยู่ที่การกำหนดค่า รายละเอียดภายนอก และการปรับแต่งระบบส่งกำลังบางส่วน: รุ่นปี 2021 มาพร้อมกับฝากระโปรงท้ายแบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ และระบบกุญแจแบบไร้สัมผัสสำหรับทั้งคัน เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน มีสีตัวถังใหม่สองสี คือ สีน้ำเงินแทนซาไนต์ และสีม่วงอเมทิสต์ และบางรุ่นติดตั้งไฟหน้าเลเซอร์ ในส่วนของภายใน ปุ่มควบคุมระดับเสียงแบบมีพื้นผิวคริสตัลถูกถอดออก เพดาน Alcantara และม่านบังแดดหลังคาซันรูฟด้านหลังที่เป็นอุปกรณ์เสริมถูกแทนที่ด้วยผ้าธรรมดา และเบาะหลังไม่มีไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารหากไม่มีการกำหนดค่าเฉพาะ ในแง่ของการปรับแต่ง รุ่น xDrive40i M Sport Package มาพร้อมระบบกันสะเทือนแบบถุงลมคู่เป็นมาตรฐาน (เป็นอุปกรณ์เสริมในรุ่นปี 2020) แพ็คเกจ Off-Road มีราคาลดลง แพ็คเกจ Comfort เพิ่มระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ระยะไกล และท่อไอเสีย M Sport เป็นอุปกรณ์เสริมในบางรุ่น ในด้านกำลัง รุ่นปี 2021 ใช้เครื่องยนต์ 2.0T ที่มีกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 265 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ในขณะที่รุ่นปลั๊กอินไฮบริด xDrive45e มีพารามิเตอร์กำลังที่ได้รับการปรับปรุงและให้ระยะการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน การอัพเกรดเหล่านี้ทำให้รุ่นปี 2021 เหนือกว่าในด้านความสะดวกสบายและรายละเอียด ตอบสนองความต้องการด้านความชาญฉลาดและความสะดวกสบายของผู้ใช้
Q
“2020 BMW 5 Series มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน?”
รถบีเมอร์ 5 ซีรีส์ ปี 2020 มีประสิทธิภาพความน่าเชื่อถือโดยรวมที่เสถียร โดยมีเครื่องยนต์ตุ๊บทอร์โบ B48/B58 ที่ผ่านการทดสอบจากตลาดมานานหลายปี ทำให้อัตราการเสียหายค่อนข้างต่ำ ส่วนเกียร์ออโต้ ZF 8AT ที่จับคู่ก็โด่งดังเรื่องความทนทาน ซึ่งชุดเครื่องยนต์และเกียร์ได้รับข้อเสนอแนะเชิงบวกมากมายในการใช้งานจริง
คุณภาพในช่วงรถใหม่คุ้มที่จะเชื่อถือ แต่ระบบกลางเบา 48V ที่ติดตั้งในรถบางรุ่นแม้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน แต่อาจมีปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในจำนวนเล็กน้อย และปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่ปรากฏการณ์ทั่วไป อัตราการเสียหายยังได้รับผลกระทบจากนิสัยการขับขี่และสถานะการบำรุงรักษา
ในด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบหน้าจอควบคุม iDrive 7.0 ทำงานราบรื่น มีเพียงผู้ใช้รถบางคนรายงานว่าเซ็นเซอร์แจ้งเตือนผิดพลาดเป็นครั้งคราว ซึ่งโดยทั่วไปสามารถแก้ไขได้ด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์
เมื่อใช้งานในระยะยาว หากรักษานิสัยการขับขี่ที่เหมาะสมและบำรุงรักษาเป็นประจำ รถยนต์สามารถรักษาสภาพที่ดีได้ ปัญหาขนาดเล็กทั่วไป เช่น เสียงดังจากหน้าต่างรถหรือประสิทธิภาพการทำความเย็นของแอร์ เป็นต้น หลังจากได้รับการแก้ไขโดยผู้เชี่ยวชาญแล้วก็ไม่ส่งผลต่อการขับขี่ปกติ
โดยรวมแล้ว รถบีเมอร์ 5 ซีรีส์ ปี 2020 มีความน่าเชื่อถือในตลาดรถระดับลักซ์ซูรีขนาดกลางถึงใหญ่อยู่ในระดับที่ดี ตราบใดที่ดูแลรักษาในชีวิตประจำวันได้ดี ก็สามารถให้ผู้ใช้ประสบการณ์การใช้งานที่เสถียร
Q
ความแตกต่างระหว่าง BMW X5 รุ่นปี 2019 และปี 2020 คืออะไร?
เมื่อเทียบกับรุ่นปี 2019 แล้ว BMW X5 รุ่นปี 2020 มีการเปลี่ยนแปลงหลักๆ อยู่ที่การปรับแต่งการกำหนดค่าและการปรับปรุงรายละเอียดเล็กน้อย ความแตกต่างภายนอกนั้นน้อยมาก โดยมีขนาดตัวถัง (ความยาว...) เท่าเดิม
ขนาดตัวรถมีความยาว 4930 มม. ความกว้าง 2004 มม. ความสูง 1776 มม. และระยะฐานล้อ 2975 มม. ทุกรุ่นมีให้เลือกทั้งแพ็คเกจ X Design และแพ็คเกจ M Sport แต่รุ่นพื้นฐานปี 2020 จะไม่มีแพ็คเกจ M Sport เหลือเพียงแพ็คเกจ X Design เท่านั้น แพ็คเกจ M Sport โดดเด่นด้วยการตกแต่งสีดำรอบไฟตัดหมอกเพื่อความดุดันยิ่งขึ้น และดีไซน์สเกิร์ตด้านล่างแตกต่างจากแพ็คเกจ X Design ในด้านระบบความปลอดภัย รุ่นปี 2020 มาพร้อมถุงลมนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ถุงลมนิรภัยด้านข้างด้านหน้า และถุงลมนิรภัยเหนือศีรษะด้านหน้าและด้านหลัง ระบบเบรกอัตโนมัติและระบบเตือนความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่เป็นอุปกรณ์เสริมในรุ่นอื่นๆ ยกเว้นรุ่นท็อปสุด กระจกมองหลังมาพร้อมระบบปรับไฟฟ้า พับได้ บันทึกตำแหน่ง อุ่นกระจก ปรับอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง พับอัตโนมัติเมื่อล็อก และฟังก์ชั่นลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ กระจกมองหลังภายในยังมาพร้อมระบบลดแสงสะท้อนอัตโนมัติเป็นมาตรฐาน ภายในรถมีการออกแบบพวงมาลัยที่แตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับแพ็คเกจ แต่ทุกรุ่นหุ้มด้วยหนังและรองรับการปรับไฟฟ้า 4 ทิศทางพร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ แผงหน้าปัด LCD ขนาด 12.3 นิ้วและหน้าจอควบคุมส่วนกลางเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สำหรับรายละเอียดการปรับแต่ง บางรุ่นมีการเปลี่ยนแปลง เช่น แพ็คเกจ xDrive40i M Sport ได้ตัดคุณสมบัติเสริมบางอย่างออกไป เช่น ระบบเตือนการออกนอกเลนและระบบตรวจสอบจุดบอด ส่วนแพ็คเกจ Premium M Sport เพิ่มเฟืองท้ายแบบจำกัดการลื่นไถลด้านหลัง เบาะนั่งแบบสปอร์ต (เป็นอุปกรณ์เสริม) เบาะนั่งด้านหน้าแบบปรับความร้อนได้ และกล้องติดหน้ารถ ขณะที่ระบบควบคุมด้วยท่าทางเป็นอุปกรณ์เสริม ทุกรุ่นมาพร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อรถยนต์เป็นมาตรฐาน ระบบส่งกำลังยังคงเหมือนเดิม คือเครื่องยนต์ 2.0T และ 3.0T และข้อมูลจำเพาะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ราคาของรุ่นปี 2020 ยังคงเท่ากับรุ่นปี 2019 โดยการปรับปรุงโดยรวมมุ่งเน้นไปที่การยกระดับประสบการณ์การขับขี่ผ่านคุณสมบัติที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น
Q
"2020 BMW มีมูลค่าเท่าไหร่?"
ราคาของรถยนต์ BMW รุ่นปี 2020 แตกต่างกันไปตามรุ่นและการกำหนดค่า ตัวอย่างเช่น X5 xDrive30d xLine ราคา 4,459,000 บาท, xDrive30d M Sport ราคา 4,659,000 บาท และ xDrive45e M Sport ราคา 4,959,000 บาท ส่วนราคารถมือสองรุ่น X2 ปี 2020 อยู่ระหว่างประมาณ 1.2 ล้านถึง 1.8 ล้านบาท โดยราคาที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพรถและการกำหนดค่า รุ่นต่างๆ มีระบบขับเคลื่อนและระดับการกำหนดค่าที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น X5 hybrid xDrive45e ประหยัดน้ำมันได้ดีกว่า ในขณะที่รุ่น M Sport เน้นคุณสมบัติสปอร์ต ความแตกต่างเหล่านี้สะท้อนให้เห็นในราคา ผู้บริโภคควรพิจารณาความต้องการและงบประมาณของตนเอง รวมถึงปัจจัยต่างๆ เช่น สมรรถนะของรถและการกำหนดค่า เมื่อทำการเลือกซื้อ
Q
รถ BMW X5 ปี 2020 ของฉันมีมูลค่าเท่าไหร่?
มูลค่าปัจจุบันของ BMW X5 ปี 2020 นั้นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น รุ่น สภาพ ระยะทาง และประวัติการบำรุงรักษา โดยอ้างอิงจากตลาดไทยและประสิทธิภาพการขายต่อของรุ่นนี้ ราคารถใหม่ของ BMW X5 ปี 2020 รุ่นต่างๆ อยู่ระหว่าง 4.459 ล้านถึง 4.959 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการขายต่อเฉลี่ยประมาณ 44.7% ในช่วงห้าปีแรก รถที่อยู่ในสภาพดี ไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรง และมีประวัติการบำรุงรักษาครบถ้วน ปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 1.9 ล้านถึง 2.2 ล้านบาท รุ่นที่มีสเปคสูงกว่า เช่น M Sport หรือปลั๊กอินไฮบริด หากอยู่ในสภาพดีเยี่ยม อาจมีราคาสูงกว่าเล็กน้อย ในทางกลับกัน ระยะทางวิ่งสูง สภาพปานกลาง หรือประวัติการซ่อมแซม จะส่งผลให้ราคาลดลง ราคาของรถยนต์ประเภทนี้ในตลาดรถมือสองหรูของไทยได้รับผลกระทบจากความผันผวนของความต้องการในตลาด ขอแนะนำให้ทำการประเมินราคา ณ สถานที่จริงผ่านแพลตฟอร์มรถมือสองมืออาชีพในท้องถิ่นหรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต เพื่อให้ได้ราคาที่แม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บันทึกการบำรุงรักษาจากศูนย์บริการ 4S ที่ครบถ้วนและเอกสารที่จำเป็นทั้งหมด ยังสามารถเพิ่มมูลค่าการขายต่อของรถยนต์ได้อีกด้วย
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Ford เปิดตัว Everest Tremor รุ่นที่ทรงพลังที่สุดในเมืองสำหรับตลาดตะวันออกกลาง
Kevin WongDec 26, 2025

ตารางผ่อนชำระของ Ford Everest สัมผัสรถ SUV สไตล์อเมริกันได้อย่างง่าย
พงศธรNov 10, 2025

ตลาดรถมือสองในประเทศไทย: ความต้องการการบริโภคเบื้องหลังความนิยมและการวิเคราะห์แนวโน้มปี 2025
Kevin WongSep 10, 2025

Ford Everest: พื้นที่ 7 ที่นั่งและเทคโนโลยีอัจฉริยะเปิดเผยความคุ้มค่า
วิรุฬห์Apr 9, 2025

Ford Everest Special Edition เปิดตัวในช่วง Motor Show 2025
ณัฐวุฒิApr 2, 2025
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย