Q

วิธีการเปิดฝากระโปรง Honda Civic

ก่อนอื่นให้นั่งในตำแหน่งคนขับ แล้วมองหาแถบเปิดฝากระโปรงหน้ารอบๆ ใต้พวงมาลัยหรือใกล้ๆ Pedal ซึ่งมักจะมีสัญลักษณ์รูปฝากระโปรงหน้า ดึงแรงๆ จะได้ยินเสียง "คลิก" แสดงว่าสลักแรกปลดแล้ว จากนั้นเดินไปที่หน้ารถ สอดมือเข้าไปในช่องกลางขอบฝากระโปรงหน้า หาแกนสลักหรือปุ่มสลักอันที่สอง กดหรือดันเบาๆ พร้อมยกฝากระโปรงขึ้น สำหรับสภาพอากาศเมืองไทยที่ทั้งร้อนและฝนชุก แนะนำให้ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็น น้ำมันเบรก และสภาพแบตเตอรี่ในห้องเครื่องเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงก่อนและหลังฤดูฝน เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพจากความร้อนหรือความชื้น นอกจากนี้ Civic บางรุ่นในไทยอาจมีแผ่นกันเสียงหรือแกนยึดไฮดรอลิก เวลาเปิดปิดให้ระวังหน่อย อย่าใช้แรงเกิน ถ้าเจอฝากระโปรงไม่ยอมเปิด ลองกดฝากระโปรงลงเบาๆ แล้วดึงแถบปลดสลักอีกครั้ง เผื่อกลไกอาจติดขัด ช่วงทำความสะอาดประจำวัน ควรเก็บใบไม้หรือเศษขยะในห้องเครื่องด้วย เพราะสัตว์หรือแมลงในไทยชอบทำรังจนอาจทำให้สายไฟเสียหายได้
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
วิธีการรีสตาร์ทระบบ Infotainment ของ Honda Civic
หากต้องการรีสตาร์ทระบบอินโฟเทนเมนต์ของ Honda Civic รุ่นปี 2021 ให้กดปุ่ม "เพิ่มเสียง" และ "ปิดเปิดเครื่อง" บนพวงมาลัยค้างไว้ประมาณ 5 วินาที จนกว่าจอภาพจะดับและเริ่มทำงานใหม่ กระบวนการนี้ไม่ส่งผลต่อการขับขี่แต่อย่างใด ในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทยอาจพบว่าบางครั้งระบบทำงานช้าหรือค้างบ้างถือเป็นเรื่องปกติ สำหรับเจ้าของรถในไทยควรอัปเดตระบบอินโฟเทนเมนต์เป็นประจำที่ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของฮอนด้า เช่น Honda Cars Ratchadapisek ในกรุงเทพฯ เนื่องจากสภาพแวดล้อมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีทั้งความร้อนและความชื้นสูงอาจส่งผลต่อความเสถียรของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และควรหลีกเลี่ยงการใช้ที่ชาร์จโทรศัพท์ที่ไม่ได้รับการแนะนำจากทางฮอนด้าในการเชื่อมต่อพอร์ต USB เพราะอาจทำให้แรงดันไฟฟ้าของระบบไม่คงที่ หากพบว่ามีอาการค้างบ่อยครั้ง แนะนำให้ตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่รถยนต์ด้วย เนื่องจากอากาศร้อนตลอดปีในไทยอาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็ว และการจ่ายไฟไม่เพียงพอก็อาจทำให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ทำงานผิดปกติได้ สำหรับปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น ฮอนด้า ประเทศไทยมีบริการช่วยเหลือบนถนนตลอด 24 ชั่วโมง สามารถติดต่อช่างเทคนิคได้ผ่านแอปพลิเคชัน My Honda+ เพียงคลิกเดียว
Q
วิธีปลดล็อก Honda Civic 2021
ถ้าคุณต้องการปลดล็อครถ Honda Civic ปี 2021 วิธีที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือที่สุดคือการใช้กุญแจสมาร์ทคีย์หรือกุญแจกลที่มากับตัวรถจากโรงงาน สำหรับสมาร์ทคีย์ แค่ถือใกล้ประตูแล้วกดปุ่มก็ปลดล็อคได้แล้ว แต่ถ้าหากแบตเตอรี่หมด ก็สามารถดึงกุญแจกลที่ซ่อนอยู่ในตัวกุญแจออกมาแล้วใส่เข้าไปในตัวล็อคที่ประตูเพื่อหมุนปลดล็อค ในสภาพอากาศไทยที่ร้อนชื้น แนะนำให้ตรวจสอบระดับแบตเตอรี่กุญแจเป็นประจำเพื่อป้องกันการใช้งานไม่ได้ ที่สำคัญ รุ่นท็อปบางรุ่นในไทยอาจติดตั้งระบบสมาร์ทเอ็นทรี (Smart Entry) ของ Honda ที่ไม่ต้องหยิบกุญแจออกมา ก็สามารถปลดล็อคได้โดยการสัมผัสที่เซ็นเซอร์บนที่จับประตู ฟังก์ชันนี้สะดวกมากโดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่ต้องถือของหลายอย่าง ถ้าเกิดกุญแจหายหรือระบบมีปัญหา ต้องติดต่อตัวแทนจำหน่าย Honda อย่างเป็นทางการในไทยเท่านั้น (เช่น Honda Cars Ratchapruek ในกรุงเทพฯ หรือศูนย์บริการมาตรฐานต่างจังหวัด) ช่างจะใช้เครื่องมือเฉพาะทางเพื่อรีเซ็ตระบบความปลอดภัย ห้ามลองปลดล็อคด้วยวิธีอื่นๆ เพราะอาจทำให้ระบบป้องกันขโมยทำงานและล็อครถอัตโนมัติ ในชีวิตประจำวันแนะนำให้เก็บกุญแจสำรองไว้ในรถ และอย่าวางกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ใกล้กับโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ เป็นเวลานาน เพราะอาจเกิดการรบกวนสัญญาณ สำหรับเจ้าของรถ Honda ในไทยยังสามารถตรวจสอบสถานะล็อคประตูรถจากระยะไกลผ่านแอปพลิเคชัน Honda Connect ได้ แต่ต้องไปเปิดบริการนี้กับตัวแทนจำหน่ายก่อนนะครับ
Q
วิธีเปิดกุญแจรีโมท Honda Civic 2021
ก่อนจะเปิดรีโมทกุญแจ Honda Civic รุ่นปี 2021 ให้หาช่องเล็กๆ ด้านข้างใกล้ๆ ฐานกุญแจก่อน ใช้เล็บมือหรือไขควงหัวแบนเล็กค่อยงัดขึ้นเบาๆ ระวังแรงด้วย เดี๋ยวเปลือกนอกแตก แบะฝาบนกับฝาล่างออกจากกันก็จะเห็นแบตเตอรี่กับแผงวงจรไฟฟ้าแล้ว เมืองไทยอากาศชื้น แนะนำให้ทำในห้องแอร์ดีกว่า เดี๋ยวความชื้นเข้าไปในตัวเครื่อง แบตเตอรี่ปกติจะเป็นรุ่น CR2032 หาซื้อได้ตามห้าง Big C หรือ Tesco Lotus ทั่วประเทศ เวลาเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้สังเกตขั้วบวกขั้วลบให้ตรงกับก้อนเดิม เวลาใส่ฝาครอบกลับต้องดันให้แน่น ระวังน้ำเข้า หากปุ่มตอบสนองช้า นอกจากเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้ว ลองตรวจดูปุ่มกดว่ามีฝุ่นเกาะหรือเปล่า ทำความสะอาดผิวรีโมทด้วยผ้าแห้งบ่อยๆ จะช่วยยืดอายุการใช้งาน ในไทยแนะนำให้ตรวจเช็คแบตเตอรี่ทุก 1-2 ปี โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนต้องระวังเรื่องน้ำเป็นพิเศษ อย่าทิ้งรีโมทไว้ในที่ชื้นนานๆ ถ้าทำตามนี้แล้วยังใช้ไม่ได้ แนะนำให้ไปที่ศูนย์ Honda เลย เขามีอะไหล่แท้และบริการเช็คให้แบบมืออาชีพ
Q
วิธีสตาร์ทรถ Honda Civic ปี 2021 ด้วยกุญแจรีโมท
ก่อนจะเริ่มใช้ระบบรีโมทคีย์สำหรับ Honda Civic 2021 อย่างแรกต้องเช็คแบตเตอรี่ในกุญแจให้แน่ใจว่าเหลือพอ เพราะอากาศเมืองไทยทั้งร้อนทั้งชื้น แบตเตอรี่อาจเสื่อมเร็ว แนะนำให้ตรวจสอบบ่อยๆ เวลาใช้ให้กดปุ่มปลดล็อคที่กุญแจเมื่ออยู่ใกล้รถ ประตูจะปลดล็อคให้เอง พอเข้าไปในรถแล้วให้นำกุญแจวางไว้ในจุดรับสัญญาณ (ส่วนใหญ่อยู่แถวพวงมาลัยหรือช่องกลางรถ) จากนั้นเหยียบเบรกแล้วกดปุ่มสตาร์ทรถ แต่ถ้าเกิดกดแล้วรถไม่ติด อาจเป็นเพราะสัญญาณถูกรบกวน โดยเฉพาะในห้างในไทยหลายที่มักมีเครื่องกั้นสัญญาณในลานจอดรถใต้ดิน กรณีนี้ให้ลองเอากุญแจชิดปุ่มสตาร์ทเพื่อให้สัญญาณแรงขึ้น อีกฟังก์ชั่นที่เจ๋งคือระบบรีโมทสตาร์ท ซึ่งเหมาะกับอากาศร้อนแบบไทย แค่กดปุ่มรีโมทสตาร์ท (ปุ่มที่มีสัญลักษณ์ลูกศรวงกลม) ค้างไว้ รถจะติดเองและเปิดแอร์ให้อัตโนมัติ แต่ต้องมั่นใจว่ารถถูกล็อคและคุณอยู่ห่างไม่เกิน 30 เมตร ฟีเจอร์นี้ช่วยได้มากเวลาติดรถติดในกรุงเทพฯ ข้อควรระวังสำหรับคนใช้รถในไทยคือควรทำความสะอาดกุญแจบ่อยๆ อย่าให้ฝุ่นหรือน้ำเข้าไปในวงจร ถ้ากุญแจหายให้ติดต่อศูนย์ Honda เพื่อจับคู่กุญแจใหม่ และควรมีกุญแจสำรองไว้ด้วย เวลาใช้ก็อย่าเก็บกุญแจใกล้มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ เพราะอาจทำให้สัญญาณรวนได้
Q
ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา Honda Civic ปี 2021 อยู่ที่เท่าไหร่?
สำหรับรถ Honda Civic ปี 2021 ที่ใช้ในประเทศไทย ค่าบำรุงรักษาค่อนข้างสมเหตุสมผล การบริการประจำอย่างการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองจะอยู่ที่ประมาณ 2,500-3,500 บาท ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้น้ำมันเครื่องแบบกึ่งสังเคราะห์หรือแบบสังเคราะห์เต็มตัว ส่วนการบริการใหญ่ที่รวมถึงการเปลี่ยนน้ำมันเบรก น้ำมันเกียร์ อาจจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 6,000-8,000 บาท แนะนำให้ทำบริการประจำทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือนเพื่อรักษาสภาพรถให้ดีอยู่เสมอ สภาพอากาศที่ร้อนชื้นของไทยทำให้ต้องดูแลรถเป็นพิเศษ เช่น อาจต้องเปลี่ยนไส้กรองแอร์บ่อยขึ้น (ประมาณทุก 15,000 กิโลเมตร) และควรตรวจสอบแบตเตอรี่กับระบบหล่อเย็นเป็นประจำเพื่อป้องกันความเสียหายจากความร้อน Honda Civic ในฐานะรถยนต์ประหยัดนั้นมีอะไหล่พร้อมจำหน่ายในตลาดไทยและราคาค่อนข้างโปร่งใส เจ้าของรถสามารถเลือกใช้บริการศูนย์บริการของ Honda หรืออู่ซ่อมที่น่าเชื่อถือเพื่อให้ได้ทั้งความคุ้มค่าและคุณภาพบริการ นอกจากนี้การขับขี่อย่างเหมาะสม เช่น การเร่งและเบรกอย่างนุ่มนวล จะช่วยยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาวได้อีกด้วย
Q
รถ Honda Civic ปี 2021 ดีไหม?
Honda Civic รุ่นปี 2021 เป็นรถเก๋งคอมแพคต์ที่ทำผลงานได้ดีในตลาดไทยและน่าจับตามอง ด้วยความน่าเชื่อถือและประหยัดน้ำมันแบบฉบับ Honda พ่วงด้วยเครื่องยนต์ 1.8L หรือ 1.5T ที่ให้กำลังเรียบเหมาะกับสภาพถนนในเมืองไทย เกียร์ CVT ที่ได้รับการอัพเกรดแล้วลดอาการกระตุกลง คันรถคล่องตัวเหมาะจะขับในกรุงเทพฯ ที่รถติด ส่วนภายในออกแบบเรียบร้อยใช้งานง่าย เบาะนั่งสบาย พร้อมพื้นที่กระโปรงหลังเพียงพอต่อการใช้งานในครอบครัว ด้านความปลอดภัยมาพร้อมระบบ Honda SENSING มาตรฐาน รวมฟังก์ชันเตือนการชนและรักษาเลน ในสภาพอากาศร้อนของไทย แอร์เย็นชื่นใจแต่มีจุดอ่อนตรงที่เสียงรบกวนขณะขับความเร็วสูง รวมถึงสีรถบางต้องดูแลเป็นพิเศษ เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Toyota Corolla หรือ Mazda 3 แล้ว Civic ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะอัตราค่าเสื่อมราคาน้อย ค่าบำรุงรักษาไม่แพง เหมาะกับครอบครัววัยรุ่นหรือผู้ซื้อรถคันแรก แนะนำให้ลองขับจริงที่ตัวแทนจำหน่ายก่อนตัดสินใจซื้อจะดีที่สุด
Q
2021 Honda Civic มีระบบสตาร์ทรถระยะไกลหรือไม่?
สำหรับรถ Honda Civic รุ่นปี 2021 ที่ขายในตลาดไทย รุ่นท็อปบางรุ่นมีฟังก์ชัน Remote Start ให้ด้วยนะ เจ้าของรถสามารถใช้กุญแจสมาร์ทคีย์สตาร์ทรถจากระยะประมาณ 30 เมตร เพื่อเปิดแอร์ล่วงหน้า ช่วยคลายร้อนได้ดีในสภาพอากาศเมืองไทยที่ร้อนๆ แต่ควรสังเกตว่ารุ่น Thai Gauge อาจแตกต่างจาก American Gauge หรือ Medium Gauge ถ้าสนใจจริงๆ แนะนำให้ถามรายละเอียดกับโชว์รูมก่อนซื้อจะดีกว่า ฟังก์ชัน Remote Start นี้ต้องใช้กับรถเกียร์ออโต้เท่านั้น และต้องอยู่ในเกียร์ P ถึงจะใช้งานได้ ส่วนเรื่องความปลอดภัย รถจะดับเองอัตโนมัติภายใน 10-15 นาทีถ้ายังไม่เอากุญแจมาใส่ในรถ สำหรับคนไทยที่อยากใช้ฟังก์ชันนี้ ต้องเช็คเรื่องระบบป้องกันขโมยให้ดีด้วยนะ เพราะถ้าไปติดตั้ง Remote Start เพิ่มเองกับร้านดัดแปลงนอก อาจทำให้ประกันรถจากศูนย์เสียได้ ถ้าอยากได้ฟังก์ชันนี้แนะนำให้เลือกรุ่นที่ติดตั้งมาพร้อมจากโรงงาน หรือไม่ก็ให้ศูนย์ Honda เป็นคนติดตั้งให้จะปลอดภัยกว่าและใช้งานได้เสถียรกว่า
Q
รถ Honda Civic รุ่นปี 2021 มีระบบ GPS ไหม?
รุ่น Honda Civic 2021 ที่วางขายในตลาดไทยสำหรับบางรุ่นระดับสูงจะมีระบบนำทาง GPS ติดตั้งมาให้จากโรงงาน แต่ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกรุ่นที่จะมีฟีเจอร์นี้เป็นมาตรฐาน เพราะมันขึ้นอยู่กับระดับของตัวรถ ยกตัวอย่างเช่นรุ่น RS ซึ่งเป็นรุ่นท็อปของ Civic ในไทยมักจะมาพร้อมระบบ Honda Connect ที่รวมฟังก์ชัน GPS ไว้ในตัว ส่วนรุ่นเริ่มต้นอาจต้องใช้การเชื่อมต่อผ่าน CarPlay หรือ Android Auto จากสมาร์ทโฟนแทน สำหรับเจ้าของรถในไทยต้องระวังเรื่องการอัปเดตข้อมูลแผนที่นำทางด้วย เพราะข้อมูลแผนที่จากโรงงานอาจต้องอัปเดตผ่านตัวแทนจำหน่าย Honda หรือเว็บไซต์ทางการเป็นระยะๆ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่ถนนหนทางเปลี่ยนแปลงบ่อย ถ้ารุ่นที่ซื้อมาไม่มี GPS ในตัว ลูกค้าสามารถใช้ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนหรือซื้ออุปกรณ์นำทางเพิ่มเติมได้ แต่แนะนำให้เลือกแบบที่มีเสียงนำทางภาษาไทยจะใช้ง่ายกว่า บางทีศูนย์ฮอนด้าก็อาจมีบริการติดตั้งระบบนำทางเพิ่มให้ แต่ต้องถามให้ชัดเจนก่อนว่ามันจะกระทบต่อการรับประกันของรถหรือเปล่า ปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่หันมาใช้แอปนำทางบนมือถืออย่าง Google Maps กันเยอะ เพราะมันแสดงข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ได้ รวมถึงเลนมอเตอร์ไซค์ในไทยด้วย ซึ่งสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันอาจจะสะดวกกว่าระบบนำทางในรถเสียอีก
Q
"มูลค่าการซื้อขายรถยนต์มือสองของ Honda Civic ปี 2021 มีมูลค่าเท่าไหร่"
ราคาขายต่อของรถ Honda Civic รุ่นปี 2021 ในตลาดมือสองประเทศไทยจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพรถ ระยะไมล์ใช้งาน รุ่นย่อย และความต้องการในตลาด โดยทั่วไปแล้วรถสภาพดี ระยะไมล์ต่ำมักมีราคาอยู่ที่ประมาณ 600,000 - 800,000 บาท แต่เพื่อความแม่นยำแนะนำให้ปรึกษาตัวแทนจำหน่ายหรือแพลตฟอร์มมือสองมืออาชีพในพื้นที่ สำหรับประเทศไทยแล้ว Honda Civic เป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคเนื่องจากความน่าเชื่อถือและอัตราการรักษามูลค่าสูง โดยเฉพาะรุ่น 1.5 เทอร์โบที่ให้สมดุลระหว่างสมรรถนะและประหยัดน้ำมัน เหมาะกับการขับขี่ในเมือง นอกจากนี้ตลาดมือสองไทยยังให้ความสำคัญกับรถที่มีประวัติการบริการครบถ้วน รถที่เข้าศูนย์บริการตามกำหนดมักได้ราคาดีกว่า หากคุณกำลังคิดจะขายหรือแลกรุ่นใหม่ ควรเตรียมเอกสารรถให้พร้อม ทั้งประวัติการบริการและข้อมูลประกัน ซึ่งช่วยให้การต่อรองราคาง่ายขึ้น ส่วนปัจจัยล่าสุดที่ควรรู้คือตลาดไทยเริ่มให้ความสำคัญกับรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ดังนั้นการดูแลระบบไอเสียให้อยู่ในสภาพดีก็ช่วยเพิ่มมูลค่าให้รถคุณได้เช่นกัน
Q
ฉันสามารถสตาร์ทรถ Honda Civic จากระยะไกลได้หรือไม่?
รถ Honda Civic ของคุณสามารถใช้ระบบสตาร์ทรถจากระยะไกลได้หรือไม่ อันนี้จริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับปีที่ผลิตและรุ่นของรถคุณ สำหรับตลาดไทย รุ่น Honda Civic บางรุ่นที่ผลิตตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา โดยเฉพาะรุ่นท็อปจะมาพร้อมกับระบบ Honda Connect ซึ่งเป็นระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะที่มีฟังก์ชันสตาร์ทรถจากระยะไกลให้ด้วย คุณสามารถใช้แอปบนมือถือสตาร์ทรถและเปิดแอร์ล่วงหน้าได้จากระยะประมาณ 100 เมตร ซึ่งฟีเจอร์นี้ถือว่ามีประโยชน์มากโดยเฉพาะในอากาศร้อนของไทย แต่ต้องระวังนิดนึงตรงที่เวลาจะใช้ฟังก์ชันนี้ รถต้องอยู่ในสถานะล็อกและเกียร์ต้องอยู่ที่ตำแหน่ง P รวมถึงต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าแบตเตอรี่รถมีพลังงานเพียงพอด้วยครับ ตอนนี้รถยอดนิยมในตลาดไทยหลายค่ายเช่น Toyota Mazda ก็มีระบบควบคุมจากระยะไกลแบบนี้ในบางรุ่นเช่นกันครับ ส่วนใหญ่จะทำงานผ่านระบบเชื่อมต่อของรถ แนะนำให้ลองตรวจสอบคู่มือรถหรือติดต่อโชว์รูม Honda ในไทยเพื่อยืนยันว่ารถรุ่นของคุณมีฟีเจอร์นี้หรือไม่ และถ้ารุ่นของคุณไม่มีระบบสตาร์ทรถจากโรงงาน ก็ยังมีตัวเลือกติดตั้งระบบสตาร์ทรถระยะไกลของบริษัทอื่นได้ตามร้านแต่งรถทั่วไปในไทย แต่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดกับระบบไฟฟ้าของรถ
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

รูปทรงรถที่สวยงามและเนรมิต ด้วยการผสมผสานความสวยงามของเส้นโค้งรถเก๋งพร้อมกับการออกแบบหรูหราที่ลงตัวมาก
การออกแบบภายใน เข้าฉลุยด้วยความหรูหรา มีฟีเจอร์ครบครัน พร้อมสุดยอดความสะดวกสบายและประสบการณ์ที่สะดวกสบาย
บริเวณหน้ารถตกแต่งด้วย 10 ใบถุงลมสำหรับความปลอดภัย, ส่วนบนของจอดรถมีเทคโนโลยีป้องกันการชนชั้นแนวหน้า
รถยนต์ปี 2022 ตัวใหม่ ม emphasis ที่ความหรูหรา เพื่อสร้างบรรยากาศที่สวยงาม
เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร ที่มั่นคงเหนียวแน่น ความเร็ว 158 ม้า บิดมอเม้น 187 นิวตันเมตร พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT

ข้อเสีย

รุ่นก่อนนี้มีความรู้สึกว่าร่างคันค่อนข้างกว้าง ซึ่งไม่เหมาะสมกับซีรี่ส์รถคันนี้
กล่องเกียร์ CVT ของเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตรยับยั้งความสนุกในการขับขี่, การเปลี่ยนเกียร์ด้วยปั่นต้องใช้ความพยายามในการทำงาน
ลดความรู้สึกรุนแรงในการขับขี่และส่งผลทำให้ดูหรูหรา ซึ่งอาจทำให้บางคนรู้สึกไม่สบาย
ไม่มีระบบพลังงานผสม, มีเพียงเครื่องยนต์เบนซินธรรมดา, อาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการของบางผู้บริโภคในการประหยัดพลังงานและสิ่งแวดล้อม

Q&A ล่าสุด

Q
รถ MPV คืออะไร และต่างกับ SUV อย่างไร?
ความแตกต่างหลักระหว่างรถ MPV (Multi-Purpose Vehicle) และรถ SUV (Sport Utility Vehicle) อยู่ที่การออกแบบและสถานการณ์การใช้งาน รถ MPV เน้นความสะดวกสบายและความสบายของผู้โดยสาร โดยมีเส้นสายที่เรียบลื่นและโค้งมน และการจัดวางเบาะนั่งแบบ 2+2+3 ที่นั่ง พื้นที่วางขาสำหรับแถวที่สามมักจะมากกว่า 700 มม. และการเพิ่มประตูเลื่อนไฟฟ้าและการออกแบบพื้นรถที่ต่ำช่วยให้ผู้สูงอายุและเด็กเข้าออกได้ง่าย ทำให้เหมาะสำหรับการเดินทางไกลของครอบครัวหรือการเดินทางเพื่อธุรกิจ ในทางกลับกัน รถ SUV เน้นความอเนกประสงค์ โดยมีระยะห่างจากพื้นดินที่สูงกว่า (180-250 มม.) ทำให้มีความสามารถในการขับขี่บนทางออฟโรดได้ดีกว่า อย่างไรก็ตาม พื้นที่สำหรับแถวที่สามจะแคบกว่า (ประมาณ 600 มม.) และส่วนใหญ่จัดวางเบาะนั่งแบบ 2+3+2 ที่นั่ง เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับทัศนวิสัยในการขับขี่หรือต้องการขับขี่บนทางออฟโรดที่ไม่รุนแรงนัก ในแง่ของการควบคุมรถ SUV มีระบบกันสะเทือนที่แข็งกว่าและทำได้ดีกว่าในการทดสอบการทรงตัวบนภูเขา ในขณะที่รถ MPV เน้นการลดแรงสั่นสะเทือนและการเก็บเสียง ทำให้การเดินทางไกลสะดวกสบายกว่า ส่วนเรื่องการประหยัดน้ำมัน รถ MPV แบบไฮบริดมักจะประหยัดน้ำมันกว่ารถ SUV ขนาดเดียวกันประมาณ 1-2 ลิตร/100 กิโลเมตร ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการใช้งานระยะยาวต่ำกว่า เมื่อเลือกซื้อรถ MPV หากคุณเดินทางกับผู้โดยสารหลายคนบ่อยๆ หรือให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายโดยรวม รถ MPV จะเหมาะสมกว่า แต่ถ้าคุณต้องรับมือกับสภาพถนนที่ซับซ้อนหรือชอบตำแหน่งการขับขี่ที่สูงกว่า รถ SUV จะได้เปรียบกว่า รถ MPV รุ่นปัจจุบันในท้องตลาด เช่น Honda Odyssey ยังมาพร้อมกับเบาะนั่งแบบเดียวกับเครื่องบินและเทคโนโลยีพวงมาลัยหลัง ทำให้ใช้งานได้จริงมากขึ้น
Q
"รถยนต์ MPV เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองหรือไม่?"
รถ MPV มีข้อได้เปรียบชัดเจนในการขับขี่ในเมือง โดยเฉพาะเหมาะสำหรับการเดินทางของครอบครัวและการเดินทางไปทำงานประจำวัน รถประเภทนี้ให้พื้นที่นั่งกว้างขวางและเลย์เอาต์เบาะนั่งยืดหยุ่น เช่น เบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถเลื่อนไปข้างหน้าหรือข้างหลังได้ 1.2 เมตร ซึ่งสะดวกในการดูแลเด็กหรือบรรจุสิ่งของขนาดใหญ่ ยกตัวอย่างเช่นในกรุงเทพฯ รถ MPV จากญี่ปุ่น เช่น โตโยต้า Alphard และฮอนด้า Freed เป็นที่นิยมเนื่องจากใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดน้ำมัน (เช่น Freed ใช้เครื่องยนต์ 1.5L) ส่วนแบรนด์จีนอย่าง Xiaopeng X9 (ราคา 2,399,000-2,749,000 บาท) ใช้ระบบอัจฉริยะ (เช่น จอดรถอัตโนมัติ ระบบสั่งการด้วยเสียง 6 โซน) เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานในเมือง แม้ถนนในเมืองจะติดขัด แต่ MPV มีรัศมีวงเลี้ยวที่ค่อนข้างเล็ก (บางรุ่นเพียง 5.7 เมตร) และระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งเป็นพิเศษ (เช่น การตั้งค่าตัวถังสำหรับฤดูฝน) ทำให้สามารถใช้งานในสภาพถนนที่ซับซ้อนของกรุงเทพฯ ได้ดี นอกจากนี้ รถ MPV ไฟฟ้าเช่น X9 มีระยะขับขี่สูงถึง 140 กิโลเมตร และรองรับการชาร์จเร็ว CCS2 (ชาร์จถึง 80% ใน 30 นาที) ช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทาง ที่สำคัญ MPV มีความสามารถในการบรรทุกสัมภาระดีกว่า SUV โดยรุ่นมาตรฐานสามารถบรรทุกกระเป๋าเดินทางขนาด 20-24 นิ้วได้ 3-4 ชิ้น และมีฟังก์ชันเช่น ตู้เย็นในรถและจอความบันเทิงแถวหลัง ซึ่งตอบโจทย์การเดินทางไกลของครอบครัว ปัจจุบันยอดขายรถ MPV พลังงานใหม่ในไทยเติบโตอย่างชัดเจน โดยคาดว่าอัตราการใช้รถไฟฟ้าจะถึง 45% ในปี 2025 สะท้อนความนิยมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญทั้งการประหยัดพลังงานและความอัจฉริยะ
Q
รถ MPV เป็นรถ 7 ที่นั่งหรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว รถ MPV จะออกแบบมาให้มีที่นั่ง 7 ที่นั่ง แต่จำนวนที่นั่งที่แน่นอนอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่นและการจัดวาง ในตลาดไทย ตัวอย่างเช่น รถ MPV รุ่นยอดนิยม เช่น Toyota Veloz, Honda Mobilio, Kia Carnival HEV, MG MAXUS 7 E-MPV และ Mitsubishi Xpander HEV ล้วนมีดีไซน์ 7 ที่นั่ง โดยมีรูปแบบการจัดวางที่นั่งแบบ 2+2+3 หรือ 2+3+2 เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการใช้งานและความสะดวกสบายของผู้โดยสาร ตัวอย่างเช่น Veloz มีการจัดวางที่นั่ง 7 ที่นั่ง Mobilio มีที่นั่ง 3 แถว แถละ 7 ที่นั่งในตัวถังที่มีความยาวน้อยกว่า 4.4 เมตร และรถ MPV ไฟฟ้า MAXUS 7 มาพร้อมเบาะนั่งแบบออตโตมันสุดหรู บางรุ่น เช่น Mobilio ก็มีรุ่น 5 ที่นั่งให้เลือก แต่ 7 ที่นั่งยังคงเป็นจุดขายหลักสำหรับรถ MPV โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับครอบครัว ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 659,000 บาท (Honda Mobilio) ถึง 1,769,000 บาท (MG MAXUS 7) ครอบคลุมความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภค
Q
รถประเภทต่าง ๆ ทั้ง 6 ประเภทมีดังนี้:1. รถเก๋ง (Sedan)2. รถเอสยูวี (SUV)3. รถกระบะ (Pickup truck)4. รถแฮทช์แบค (Hatchback)5. รถคูเป้ (Coupe)6. รถมินิแวน (Minivan)
ตลาดรถยนต์ไทยถูกครอบงำโดยแบรนด์ญี่ปุ่น โดยมีโตโยต้า ฮอนด้า และนิสสัน ครองตำแหน่งหลัก ในกลุ่มนี้ รถยนต์ซีดานประหยัดน้ำมัน เช่น โตโยต้า โคโรลลา ฮอนด้า ฟิต (แจ๊ส) ซิตี้ และวิออส ได้รับความนิยมเนื่องจากความทนทานและอัตราส่วนราคาต่อประสิทธิภาพสูง ส่วนตลาดรถ SUV นั้นถูกครอบงำโดยรุ่นต่างๆ เช่น ฮอนด้า ซีอาร์-วี และโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ขณะที่รถกระบะ เช่น โตโยต้า ไฮลักซ์ และอีซูซุ ดี-แม็กซ์ ได้รับความนิยมทั้งในเชิงพาณิชย์และครอบครัว เนื่องจากมีพื้นที่บรรทุกสัมภาระมากและปรับตัวได้ดีกับสภาพถนนต่างๆ ตลาดรถยนต์หรูนั้นมีแบรนด์เยอรมัน เช่น เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส และบีเอ็มดับเบิลยู 3 ซีรีส์ เป็นตัวแทน แต่ส่วนแบ่งการตลาดค่อนข้างจำกัด ที่น่าสังเกตคือ แบรนด์ไทยอย่าง PONANT และ Inov-8 มีส่วนแบ่งการตลาดน้อยกว่าเนื่องจากขนาดธุรกิจที่เล็กกว่า นอกจากนี้ วัฒนธรรมการดัดแปลงรถยนต์ก็แพร่หลาย โดยมักพบเห็นได้ในรถแท็กซี่และรถยนต์ส่วนตัว ด้วยการดัดแปลงต่างๆ เช่น ชุดแต่งตัวถัง สปอยเลอร์ หรือระบบเสียง ทำให้รถมีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ ในตลาดรถจักรยานยนต์ รถสกูตเตอร์ขนาด 100-150 ซีซี ของฮอนด้าและยามาฮ่าเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยมีราคาเช่าประมาณ 250-500 บาทต่อวัน ทำให้เป็นพาหนะสำคัญสำหรับการเดินทางระยะสั้น โดยรวมแล้ว ผู้บริโภคชาวไทยนิยมรถยนต์ที่ใช้งานได้จริงและบำรุงรักษาง่าย และรถยนต์ญี่ปุ่นยังคงได้เปรียบเนื่องจากมีเครือข่ายบริการหลังการขายที่แข็งแกร่งและนโยบายปลอดภาษี
Q
"รถขนาดกลางคืออะไร?"
รถยนต์ขนาดกลางเป็นประเภทสำคัญในการจำแนกประเภทรถยนต์ เนื่องจากเป็นการผสมผสานระหว่างพื้นที่ใช้สอยและความอเนกประสงค์ โดยทั่วไปแล้วระยะฐานล้อจะอยู่ระหว่าง 2.7 ถึง 3.0 เมตร และความยาวตัวถังประมาณ 4.6 ถึง 5.0 เมตร ขนาดเครื่องยนต์ส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง 1.5 ลิตร ถึง 2.5 ลิตร ตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัวในเรื่องพื้นที่วางขาด้านหลังและพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ พร้อมทั้งความคล่องตัวสำหรับการขับขี่ในเมือง รถยนต์รุ่นเหล่านี้มักมาพร้อมกับคุณสมบัติที่ใช้งานได้จริงมากมาย เช่น กล้องมองหลัง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ บางรุ่นระดับสูงยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงรุกหรือเบาะนั่งอุ่น ในตลาดไทย โตโยต้า แคมรี่ และฮอนด้า แอคคอร์ด เป็นตัวอย่างที่ดี โดยแคมรี่เป็นที่รู้จักในด้านความทนทานและมูลค่าขายต่อสูง ในขณะที่แอคคอร์ดดึงดูดผู้บริโภคด้วยการตกแต่งสไตล์สปอร์ตและภายในที่หรูหรา ทั้งสองรุ่นมีราคาอยู่ระหว่าง 1 ล้านถึง 2 ล้านบาท เมื่อเลือกซื้อ ควรเน้นที่ข้อมูลระยะฐานล้อ ระบบขับเคลื่อนที่เหมาะสม (เช่น การประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้นของรุ่นไฮบริด) และเครือข่ายบริการหลังการขาย ตัวอย่างเช่น โตโยต้าและฮอนด้ามีระบบบริการที่ค่อนข้างครอบคลุมในประเทศไทย ให้การสนับสนุนการบำรุงรักษาที่สะดวกสบาย รถยนต์ขนาดกลางกำลังค่อยๆ เปลี่ยนไปใช้ระบบไฟฟ้า แต่รุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินและไฮบริดแบบดั้งเดิมยังคงครองตลาด เหมาะสำหรับผู้ซื้อรถยนต์ที่มองหาสมรรถนะที่สมดุล
ดูเพิ่มเติม