Q
ปีใดที่รูปแบบตัวถังของฮอนด้า CR V เปลี่ยนแปลง
ฮอนด้า ซีอาร์-วี เป็น SUV ยอดนิยมในตลาดไทย ที่ผ่านการอัพเกรดการออกแบบมาหลายรุ่น โดยปี 2002 (รุ่นที่ 2), 2007 (รุ่นที่ 3), 2012 (รุ่นที่ 4), 2017 (รุ่นที่ 5) และ 2022 (รุ่นที่ 6) ถือเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ โดยรุ่นปี 2017 เป็นที่พูดถึงมากในไทย ด้วยไฟหน้า LED ที่ดูเฉียบคมขึ้นและการออกแบบหลังคาลอยตัว ส่วนรุ่นล่าสุดปี 2022 ยิ่งเสริมลวดลายสปอร์ตและเพิ่มขนาดตัวรถให้ใหญ่ขึ้น ในตลาดไทย ซีอาร์-วี ติดท็อปขายดีมาอย่างยาวนาน เพราะมีพื้นที่กว้างขวางและประสิทธิภาพน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพถนนในกรุงเทพฯ ทุกรุ่นที่ออกแบบมาจะมีการปรับปรุงระบบแอร์และป้องกันพื้นรถให้เหมาะกับสภาพอากาศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และล่าสุดยังเริ่มนำเข้ารุ่นไฮบริดมาให้เลือกในไทย เพื่อตอบเทรนด์รถประหยัดพลังงานที่คนไทยกำลังสนใจ การพัฒนาอย่างต่อเนื่องเหล่านี้ทำให้ซีอาร์-วี ยังคงเป็นที่นิยมในตลาดอย่างเหนียวแน่น
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
Honda CR-V ปี 2022 ใช้น้ำมันประเภทใด?
รถ Honda CR-V รุ่นปี 2022 แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องชนิดสังเคราะห์เต็มรูปแบบความหนืด 0W-20 น้ำมันเครื่องความหนืดต่ำแบบนี้ช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีขึ้นและลดการสึกหรอขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ตอนเย็น โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพการขับขี่ในเมืองร้อนที่ต้องสตาร์ทรถบ่อยๆ ถ้าต้องขับทางไกลหรือขับเร็วบนทางหลวงในพื้นที่อากาศร้อนเป็นประจำ อาจพิจารณาใช้น้ำมันเครื่องความหนืด 5W-30 เป็นทางเลือก แต่ต้องเน้นย้ำว่าต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน API SN/SP หรือ ILSAC GF-6 ที่ระบุในคู่มือผู้ใช้เป็นหลัก ต้องบอกเลยว่าน้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบแม้ราคาจะสูงกว่าแต่มีความเสถียรและทนทานต่อความร้อนได้ดีกว่าน้ำมันเครื่องแร่แบบธรรมดามาก แนะนำให้เปลี่ยนทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 12 เดือน แต่ถ้าต้องเจอสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ บ่อยๆ อาจต้องเปลี่ยนถี่ขึ้นหน่อย เวลาเข้าศูนย์บริการสามารถเลือกใช้น้ำมันเครื่องเกรด OEM ของ Honda หรือยี่ห้ออื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน เช่น เชลล์ เฮลิกซ์ อัลตร้า หรือโมบิล 1 ที่หาซื้อได้ง่ายตามศูนย์บริการทั่วไป และยังเหมาะกับรถเราด้วย ที่สำคัญต้องตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องเป็นประจำ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนที่น้ำมันเครื่องอาจระเหยเร็วกว่าปกติ แนะนำให้เช็คระดับน้ำมันเครื่องทุกเดือนเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตลอดเวลา
Q
ระบบเกียร์ของ Honda CR-V 2022 คืออะไร?
รถ Honda CR-V รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยมีให้เลือกสองแบบเกียร์ รุ่นเบนซินใช้เกียร์ CVT ที่ทำงานเรียบเนียนและประหยัดน้ำมัน เหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในเมือง ส่วนรุ่นไฮบริดติดตั้งเกียร์ E-CVT ที่ทันสมัยกว่า ใช้ระบบทำงานร่วมกันระหว่างมอเตอร์และเครื่องยนต์ ให้การตอบสนองกำลังขับที่ตรงไปตรงมา ทั้งสองแบบเกียร์ถูกปรับแต่งพิเศษให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนในไทย ระบบระบายความร้อนทำงานได้ดี แม้ขับนานก็ไม่ร้อนง่าย สิ่งที่ควรรู้คือเกียร์ CVT ต้องเปลี่ยนน้ำมันเกียร์เฉพาะตามระยะ ราวๆ 40,000 กม. ส่วนเกียร์ E-CVT ของระบบไฮบริดดูแลรักษาน้อยกว่าเพราะโครงสร้างต่างกัน ปัจจุบันรถ SUV ขนาดกะทัดรัดส่วนใหญ่หันมาใช้เกียร์ CVT หรือ Double Clutch แล้ว การเลือกเกียร์ของ CR-V ถือว่าคุมทั้งความน่าเชื่อถือและความสบายในการขับ เมื่อเทียบกับรถญี่ปุ่นรุ่นเดียวกันในตลาดแล้ว เกียร์ของ CR-V ทำได้อยู่ในระดับมาตรฐานเลย
Q
รถ Honda CR-V ปี 2022 ใช้น้ำมันเกียร์เท่าไหร่?
สำหรับรถ Honda CR-V รุ่นปี 2022 ความจุของน้ำมันเกียร์จะแตกต่างกันไปตามประเภทของเกียร์ ถ้าเป็นเกียร์ CVT ที่ติดมากับเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5L จะใช้น้ำมันเกียร์ประมาณ 3.7 ลิตรเมื่อทำการเปลี่ยน ส่วนรุ่นไฮบริดที่ใช้เกียร์ E-CVT จะมีความจุที่ต่างออกไป แนะนำให้ตรวจสอบคู่มือรถหรือสอบถามที่ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของ Honda เพื่อความแน่ใจ โดยทั่วไปแล้วที่ศูนย์บริการ Honda จะใช้น้ำมันเกียร์ Honda ATF DW-1 ซึ่งเป็นน้ำมันเกียร์เฉพาะสำหรับเกียร์ CVT ช่วยปกป้องและยืดอายุการใช้งานของเกียร์ได้ดี ควรเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ทุก 40,000-60,000 กิโลเมตร แต่ถ้าต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนหรือขับในเมืองที่รถติดบ่อยๆ อาจต้องเปลี่ยนบวกขึ้นหน่อย ถ้าเริ่มรู้สึกว่าเกียร์กระตุกหรือมีเสียงผิดปกติเมื่อเปลี่ยนเกียร์ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนน้ำมันเกียร์แล้ว สามารถตรวจสอบสภาพน้ำมันเกียร์ด้วยตัวเองเป็นประจำโดยดูจากสีและกลิ่น น้ำมันเกียร์ปกติควรมีสีแดงใส ถ้าเริ่มดำหรือมีกลิ่นไหม้ควรรีบไปเช็คกับช่างทันที ทั้งนี้การเติมน้ำมันเกียร์น้อยหรือมากเกินไปต่างก็ส่งผลต่อการทำงานของเกียร์ จึงควรให้ช่างมืออาชีพเป็นคนจัดการให้ พวกเขาจะตรวจสอบด้วยว่าต้องเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเกียร์ไปพร้อมกันหรือไม่
Q
ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องใน Honda CR-V ปี 2022 บ่อยแค่ไหน?
สำหรับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง Honda CR-V รุ่นปี 2022 แนะนำให้ปฏิบัติตามที่ Honda กำหนดไว้ คือเปลี่ยนทุก 10,000 กิโลเมตร หรือทุก 12 เดือน (แล้วแต่อย่างไหนถึงก่อน) แต่ช่วงเวลาการเปลี่ยนอาจปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพการใช้งานจริง ถ้าต้องขับในสภาพอากาศร้อนตลอดปี หรือเจอรถติดบ่อย ๆ หรือขับระยะสั้นเป็นประจำ อาจต้องเปลี่ยนถี่ขึ้นเป็นทุก 8,000 กิโลเมตร เพราะความร้อนและการขับความเร็วตํ่าทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพเร็วขึ้น การใช้น้ำมันเครื่องแบบสังเคราะห์แท้จากฮอนด้าจะช่วยให้ทนทานต่อสภาพอากาศร้อนได้ดีกว่า และควรตรวจสอบระดับและสภาพน้ำมันเครื่องผ่านก้านวัดเป็นประจำด้วย สำหรับเครื่องยนต์เทอร์โบนั้นต้องการน้ำมันเครื่องที่สะอาดมากเป็นพิเศษ การเปลี่ยนน้ำมันตามเวลาที่กำหนดจะช่วยปกป้องเครื่องยนต์ได้ดี นอกจากน้ำมันเครื่องแล้ว ต้องเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องทุกครั้งด้วย และตรวจสอบสภาพไส้กรองอากาศเพราะสภาพอากาศร้อนและฝุ่นมากอาจทำให้ไส้กรองอุดตันเร็ว ถ้ารถติดตั้งระบบตรวจสอบอายุการใช้งานน้ำมันเครื่องสามารถอ้างอิงคำแนะนำของระบบได้ แต่ยังแนะนำให้เปลี่ยนไม่เกิน 1 ปี นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบสถานะของน้ำหล่อเย็นและน้ำมันเบรกระหว่างการบำรุงรักษาประจำวันซึ่งลดทอนได้ง่ายขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูง
Q
เมื่อไหร่ถึงควรเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ใน Honda CR-V ปี 2022?
สำหรับการเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ของ Honda CR-V รุ่นปี 2022 แนะนำให้อ้างอิงตามคู่มือการดูแลรักษาของทางศูนย์อย่างเป็นทางการ โดยทั่วไปควรเปลี่ยนทุก 40,000-60,000 กิโลเมตร หรือทุก 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพการขับขี่และเส้นทางจริง เช่น หากขับบ่อยในเมืองกรุงเทพฯ ที่รถติดหนัก หรือขับระยะสั้นบ่อยครั้ง อาจต้องเปลี่ยนเร็วขึ้นที่ 40,000 กิโลเมตร เกียร์ CVT ของ Honda มีความต้องการความสะอาดของน้ำมันเกียร์สูง แนะนำให้ใช้น้ำมันเกียร์รุ่น HCF-2 ที่ทางศูนย์กำหนดเพื่อประสิทธิภาพและการป้องกันที่ดีที่สุด หากสังเกตว่ามีอาการเกียร์กระตุก เปลี่ยนเกียร์ช้า หรือมีเสียงผิดปกติ ควรตรวจสอบสภาพน้ำมันเกียร์ทันที น้ำมันเกียร์ที่เสื่อมสภาพจะทำให้การหล่อลื่นไม่เพียงพอและระบายความร้อนได้ไม่ดี หากไม่เปลี่ยนเป็นเวลานานอาจทำให้ชิ้นส่วนภายในเสียหายได้ บางอู่ซ่อมอาจตรวจสอบสภาพน้ำมันเกียร์จากสีและกลิ่นเพื่อตัดสินใจเปลี่ยน แต่แนะนำให้ใช้ระยะทางและเวลาตามที่กำหนดเป็นหลัก การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามกำหนดจะช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาความนุ่มนวลขณะขับขี่ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนที่อาจทำให้น้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ขณะทำการบำรุงรักษาสามารถตรวจสอบถาดรองน้ำมันเกียร์และซีลว่ามีรอยรั่วหรือไม่ ซึ่งเป็นจุดที่มักพบปัญหาบ่อยๆ
Q
น้ำมันเครื่องชนิดไหนที่ Honda CR-V ปี 2022 ใช้?
รถ Honda CR-V รุ่นปี 2022 แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องชนิดสังเคราะห์เต็มรูปแบบความหนืด 0W-20 น้ำมันเครื่องความหนืดต่ำประเภทนี้ช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีขึ้นและลดการสึกหรอขณะสตาร์ทเครื่องยนต์เย็น โดยเฉพาะเหมาะกับสภาพอากาศร้อนและสภาพการขับขี่ที่ต้องสตาร์ทรถบ่อยๆ ตามมาตรฐานโรงงานควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 12 เดือน แต่ถ้าขับในเมืองที่รถติดบ่อยหรือขับระยะสั้นเป็นประจำ อาจพิจารณาเปลี่ยนถี่ขึ้นเป็นทุก 8,000 กิโลเมตรเพื่อรักษาสภาพเครื่องยนต์ให้ดีที่สุด ข้อควรระวังคือหากรถคุณใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ ต้องเลือกน้ำมันเครื่องที่ได้มาตรฐาน API SP หรือ ILSAC GF-6 เพราะมาตรฐานเหล่านี้รับมือกับสภาพทำงานความดันสูงและอุณหภูมิสูงของเครื่องเทอร์โบขนาดเล็กได้ดีกว่า โดยทั่วไปศูนย์บริการจะใช้น้ำมันเครื่อง Ultra ของ Honda หรือสินค้าคุณภาพเทียบเท่า แต่ถ้าซื้อเองแนะนำให้เลือกแบรนด์ดังอย่างเชลล์ เฮลิกซ์ อัลตรา หรือโมบิล 1 ส่วนไส้กรองน้ำมันเครื่องควรเลือกของแท้จากโรงงานหรือแบรนด์คุณภาพเช่น MANN หรือ MAHLE เพราะไส้กรองคุณภาพต่ำอาจทำให้การกรองไม่ดีพอ สำหรับคนที่ขับในพื้นที่ภูเขาบ่อยๆ แม้ว่า 0W-20 จะยังเป็นตัวเลือกหลัก แต่เวลาขึ้นเขาต่อเนื่องนานๆ ควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องเป็นระยะ
Q
ขนาดของปลั๊กถ่ายน้ำมันของรถ Honda CR-V ปี 2022 คือเท่าไหร่?
สำหรับรถ Honda CR-V รุ่นปี 2022 นะครับ ขนาดสลักเกลียวระบายน้ำมันเครื่องจะอยู่ที่ 14 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานของรุ่นนี้ แต่ก่อนจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง แนะนำให้ใช้ประแจวัดแรงดึงเช็คขนาดอีกที เพราะบางทีรุ่นปีอื่นหรือตัวเลือกอุปกรณ์อาจจะต่างกันบ้าง เวลาเอาไปซ่อมตามร้านอะไหล่ทั่วไป หาซื้อแหวนรองสลักเกลียวที่ได้มาตรฐาน JIS หรือ DIN ได้ง่ายมาก ราคาก็ไม่แพง แถมเวลาจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเป็นประจำ ถ้าอยู่ในสภาพอากาศร้อนแบบไทย แนะนำให้เปลี่ยนทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือนถ้าใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มสูตร จะช่วยดูแลเครื่องยนต์ได้ดีขึ้น ถ้าจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเองที่บ้าน อย่าลืมเตรียมประแจปลายตันขนาด 14 มม. ด้วย แล้วขันสลักเกลียวให้ได้แรงดึง 89 นิวตันเมตรตามที่คู่มือระบุไว้ การขันแน่นเกินไปอาจทำให้เกลียวถังน้ำมันเครื่องเสียหายได้ บางคนอาจจะอัพเกรดไปใช้สลักเกลียวแบบแม่เหล็กที่ช่วยดักเศษโลหะในเครื่องยนต์ แต่จริงๆ แล้วสลักเกลียวมาตรฐานของทางโรงงานก็ใช้งานได้ดีอยู่แล้ว ถ้าเจอกรณีเกลียวหลวมหรือเสียหาย ควรเปลี่ยนชุดซ่อมเกลียวถังน้ำมันเครื่องทันที จะได้ป้องกันปัญหาน้ำมันเครื่องรั่ว
Q
Honda CR-V ปี 2022 ใช้น้ำมันชนิดใด?
รถ Honda CR-V รุ่นปี 2022 แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบเกรด 0W-20 น้ำมันเครื่องความหนืดต่ำแบบนี้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนแบบเมืองไทย ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างราบรื่นแม้อากาศร้อนจัดและยังช่วยประหยัดน้ำมันด้วย แต่ถ้าเป็นรถที่ใช้งานหนักหรือมักติดอยู่ในรถติดบ่อยๆ อาจพิจารณาใช้เกรด 5W-30 แทน แต่ต้องตรวจสอบกับคู่มือการดูแลรักษารถให้แน่ใจก่อน ข้อสำคัญเลย เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5L ของ Honda ต้องการน้ำมันเครื่องที่ช่วยทำความสะอาดได้ดี แนะนำให้เลือกน้ำมันเครื่องที่ได้มาตรฐาน API SP หรือ ILSAC GF-6A จะช่วยป้องกันปัญหา Low Speed Pre-Ignition และลดการเกิดคาร์บอนเกาะได้ เวลาซื้อน้ำมันเครื่องในไทยนี่ แนะนำให้มองหาแบรนด์ดังๆ อย่างเชลล์ เฮลิกซ์ อัลตร้า หรือน้ำมันเครื่อง ZEPRO ของอิเดมิตซึ ที่หาซื้อได้ตามร้านอะไหล่ทั่วไปหรือศูนย์บริการของฮอนด้า อย่าลืมเปลี่ยนน้ำมันเครื่องให้ตรงเวลานะ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อน แนะนำให้เปลี่ยนทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน ดูอย่างไหนถึงก่อนได้ก่อน แต่ถ้าขับทางไกลบ่อยหรือชอบขับขึ้นเขาลงเขา ก็ควรเปลี่ยนถี่กว่านี้หน่อย เวลาเปลี่ยนน้ำมันเครื่องก็อย่าลืมเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องด้วย แนะนำให้ใช้ของแท้จากฮอนด้าหรือแบรนด์ดังๆ อย่างบ๊อชหรือแมนน์ ฟิลเตอร์เกรดดีๆ จะช่วยกรองสิ่งสกปรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q
กรองอากาศภายในห้องโดยสารของ Honda CRV ปี 2022 อยู่ตรงไหน?
องค์ประกอบตัวกรองเครื่องปรับอากาศของ Honda CRV รุ่น 2022 อยู่ด้านหลังของกล่องถุงมือผู้โดยสารเมื่อเปลี่ยนคุณต้องล้างกล่องถุงมือออกก่อน ใช้มือกดสแนป จำกัด ทั้งสองด้านของกล่องถุงมือเพื่อให้หลุดออก หลังจากวางกล่องถุงมืออย่างช้า ๆ คุณจะเห็นฝาครอบไส้กรองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กดสแน็ปด้านขวาของฝาปิดเพื่อถอดฝาครอบออกเบา ๆ คุณสามารถดึงไส้กรองเก่าออกได้ เมื่อติดตั้งไส้กรองใหม่ควรระวังลูกศรทิศทางการไหลของอากาศควรคว่ำลง ขอแนะนำให้เปลี่ยนไส้กรองทุก 15,000 กิโลเมตรหรือปีละครั้ง กรุงเทพฯในช่วงฤดูฝนเปียกหรือหมอกควันทางตอนเหนือรุนแรงสามารถสั้นลงเหลือ 10,000 กิโลเมตร การเลือกไส้กรองคอมโพสิตคาร์บอนกัมมันต์สามารถกรอง PM2.5 และเกสรดอกไม้ได้ดีขึ้นระวังอย่าโลภซื้อตลับกรองจำนวนมากที่ไม่มีบรรจุภัณฑ์ในช่วงฤดูฝนเพื่อหลีกเลี่ยงความชื้นและเชื้อรา โดยปกติแล้วการบำรุงรักษาสามารถทำความสะอาดเครื่องระเหยของเครื่องปรับอากาศได้ตลอดเวลา สามารถป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากพบว่าปริมาณอากาศของเครื่องปรับอากาศมีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดหรือมีกลิ่นอับในช่องระบายอากาศอาจเป็นได้ว่าไส้กรองได้รับการอุดตันอย่างรุนแรงและต้องเปลี่ยนทันที
Q
ไส้กรองน้ำมันสำหรับ Honda CR-V ปี 2022 คืออะไร?
สำหรับการเลือกไส้กรองน้ำมันเครื่อง Honda CR-V รุ่นปี 2022 แนะนำให้ใช้ไส้กรองตัวเดิมจากโรงงานหมายเลขพาร์ท 15400-PLM-A02 ซึ่งเป็นรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5T โดยเฉพาะ ช่วยให้การกรองมีประสิทธิภาพและทนทาน แต่ถ้าจะเลือกแบรนด์อื่น แมนน์ (MANN) รุ่น W6019 หรือบ๊อช (BOSCH) รุ่น 3323 ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน เพราะผ่านการทดสอบจากตลาดแล้ว หาซื้อได้ง่ายทั้งตามร้านอะไหล่และเว็บขายของ ส่วนในสภาพอากาศร้อนแบบไทย แนะนำให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน เพื่อป้องกันปัญหาจากความร้อนและความชื้น เวลาเลือกไส้กรองนอกจากต้องให้รุ่นตรงแล้ว ควรดูเครื่องหมายรับรอง API ด้วยว่าเป็นระดับ SN หรือ SP เพื่อให้เหมาะกับน้ำมันเครื่อง ส่วนรถที่ยังอยู่ในระยะประกัน การใช้ไส้กรองตัวเดิมจะช่วยรักษาสิทธิ์ประกันไว้ได้ แต่ถ้าหมดประกันแล้ว การใช้ไส้กรองคุณภาพดีจากแบรนด์อื่นก็ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เหมือนกัน
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
“ต้องใช้น้ำมันกี่ลิตรในการเดินทาง 300 กิโลเมตร?”
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงในการเดินทาง 300 กิโลเมตรนั้นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ สภาพถนน และพฤติกรรมการขับขี่ หากขับขี่บนทางหลวงตลอดเส้นทาง อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 7-8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ดังนั้นจึงต้องใช้ประมาณ 21-24 ลิตรสำหรับระยะทาง 300 กิโลเมตร ในเขตเมือง การขับขี่แบบหยุดๆ ไปๆ มาๆ บ่อยครั้งจะทำให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเป็น 10-12 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ดังนั้นจึงต้องใช้ 30-36 ลิตรสำหรับระยะทาง 300 กิโลเมตร ในสภาพการขับขี่แบบผสมผสาน (ครึ่งหนึ่งบนทางหลวงและครึ่งหนึ่งในเมือง) อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 8-10 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ดังนั้นจึงต้องใช้ 24-30 ลิตรสำหรับระยะทาง 300 กิโลเมตร อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงยังแตกต่างกันไปตามรุ่นรถด้วย รถเก๋งประหยัดน้ำมัน (เช่น เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร) มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยรวมประมาณ 7-8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ดังนั้นจึงต้องใช้ 21-24 ลิตรสำหรับระยะทาง 300 กิโลเมตร รถยนต์ประเภท SUV หรือรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ใหญ่ (เช่น เครื่องยนต์ 2.0T) มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยประมาณ 10-12 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และต้องใช้ 30-36 ลิตรสำหรับระยะทาง 300 กิโลเมตร การขับขี่อย่างนุ่มนวล (เช่น การรักษาระดับความเร็วที่ประหยัด และลดการเร่งและเบรกกะทันหัน) และการบำรุงรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีกด้วย
Q
น้ำมันเบนซิน 95 จำนวน 1 ลิตร มีน้ำหนักกี่กิโลกรัม?
น้ำมันเบนซินชนิด 95 ปริมาตร 1 ลิตร มักมีน้ำหนักประมาณ 0.72 ถึง 0.75 กิโลกรัม ค่าที่แน่นอนจะได้รับอิทธิพลจากปัจจัยต่างๆ เช่น อุณหภูมิ ส่วนประกอบของน้ำมัน ฯลฯ ในสภาพอุณหภูมิห้อง (25 องศาเซลเซียส) ความหนาแน่นของน้ำมันเบนซิน 95 นั้นประมาณ 0.737 กรัมต่อมิลลิลิตร ดังนั้นน้ำหนักของน้ำมันเบนซินชนิดนี้ 1 ลิตรจึงประมาณ 0.737 กิโลกรัม
เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น ความหนาแน่นของน้ำมันเบนซินจะลดลงเล็กน้อย และน้ำหนักก็จะลดลงตามไปด้วย ในขณะที่อุณหภูมิลดลง ความหนาแน่นจะเพิ่มขึ้น และน้ำหนักก็จะเพิ่มขึ้นตามลำดับ
นอกจากนี้ ความแตกต่างเล็กน้อยในกระบวนการกลั่นน้ำมันหรือส่วนผสมของสารเติมแต่งต่างๆ ก็อาจทำให้เกิดการผันผวนเล็กน้อยในความหนาแน่นได้ แต่ช่วงค่าทั้งหมดยังคงอยู่ในช่วง 0.72 ถึง 0.75 กิโลกรัม
ถังเก็บน้ำมันของสถานีบริการน้ำมันส่วนใหญ่ถูกฝังใต้ดิน และท่อใช้วัสดุพิเศษ ซึ่งสามารถลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิต่อปริมาตรของน้ำมันเบนซินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นในการเติมน้ำมันในชีวิตประจำวันจึงไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับความแตกต่างของน้ำหนักที่เกิดจากอุณหภูมิ
Q
คุณสามารถขับรถได้กี่กิโลเมตรด้วยน้ำมัน 5 ลิตร?
จำนวนกิโลเมตรที่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยน้ำมันเบนซิน 5 ลิตรขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น รุ่นรถและสภาพถนน เป็นต้น ตัวอย่างเช่น รถแทงค์ 300 รุ่นไฮบริดน้ำมันเบนซิน มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันจริงในสภาพเมืองประมาณ 11.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร จากการคำนวณนี้ น้ำมันเบนซิน 5 ลิตรสามารถขับเคลื่อนได้ประมาณ 43.5 กิโลเมตร (วิธีคำนวณ: 5 ลิตร ÷ 11.5 ลิตร/100 กิโลเมตร × 100 กิโลเมตร ≈ 43.5 กิโลเมตร)
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันของรถรุ่นต่างๆ มีความแตกต่างกันมาก โดยรถ SUV ออฟโรดเนื่องจากน้ำหนักตัวรถและความต้องการกำลัง มักสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่ารถยนต์ขนาดเล็กหรือรุ่นประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ นิสัยการขับขี่และสภาพถนน (เช่น การจราจรติดขัดในเมืองหรือการขับบนทางหลวงด้วยความเร็วคงที่) ก็ส่งผลต่อระยะทางที่ขับเคลื่อนได้จริง
ควรสังเกตว่ารถยนต์ดีเซลและรถยนต์เบนซินมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่แตกต่างกัน เช่น รถแทงค์ 300 รุ่นดีเซลมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันทางการที่ 7.8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร แต่ข้อมูลนี้เป็นสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเบนซิน
Q
วิธีการคำนวณการใช้เชื้อเพลิงมีอะไรบ้าง?
วิธีการคำนวณการใช้เชื้อเพลิงส่วนใหญ่ ได้แก่วิธีการวัดจากการทดลองขับรถบนถนน วิธีการคำนวณด้วยมือ วิธีการคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์ในรถ และวิธีการคำนวณด้วยสูตรมืออาชีพ เป็นต้น
ในวิธีการวัดจากการทดลองขับรถบนถนน การทดลองการใช้เชื้อเพลิงต่อ 100 กิโลเมตรในการขับรถด้วยความเร็วคงที่นิยมใช้มากที่สุด ซึ่งต้องดำเนินการบนถนนลาดยางที่เรียบและแห้ง ภายใต้สภาพอากาศที่เหมาะสม โดยรถต้องรักษาน้ำหนักบรรทุกตามที่กำหนด เริ่มทดสอบที่ความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยเกียร์สูงสุด แล้วทำการทดสอบการขับขี่ด้วยความเร็วคงที่โดยเพิ่มความเร็วขึ้นทุกๆ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต้องวัดอย่างน้อย 5 จุดความเร็ว และสำหรับแต่ละความเร็วต้องขับไปและกลับสองครั้งเพื่อคำนวณการใช้เชื้อเพลิงต่อ 100 กิโลเมตร
วิธีการคำนวณด้วยมือเป็นวิธีที่เจ้าของรถใช้กันทั่วไปในชีวิตประจำวัน โดยบันทึกปริมาณเชื้อเพลิงที่เติมและระยะทางที่ขับรถไป แล้วใช้สูตร "การใช้เชื้อเพลิง (ลิตร/100 กิโลเมตร) = ปริมาณเชื้อเพลิงที่เติม (ลิตร) ÷ ระยะทางที่ขับรถไป (กิโลเมตร) × 100" เพื่อคำนวณ เพื่อเพิ่มความถูกต้อง ต้องบันทึกข้อมูลอย่างต่อเนื่อง พิจารณาสภาพถนนที่แตกต่างกัน (การจราจรติดขัดในเมือง ทางหลวง ชานเมือง) สภาพการบรรทุก (บรรทุกเต็ม/ไม่บรรทุก) และสภาพการบำรุงรักษารถ นอกจากนี้ยังสามารถคำนวณผ่านค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงได้ โดยนำค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงหารด้วยราคาเชื้อเพลิงเพื่อได้ปริมาณเชื้อเพลิงทั้งหมด แล้วนำไปคำนวณร่วมกับระยะทางเพื่อหาการใช้เชื้อเพลิงต่อ 100 กิโลเมตร
วิธีการคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์ในรถจะแสดงข้อมูลการใช้เชื้อเพลิงโดยตรงผ่านหน้าปัดรถหรือหน้าจอข้อมูล ซึ่งสะดวกแต่อาจมีข้อผิดพลาดเล็กน้อย
การคำนวณด้วยสูตรมืออาชีพ ได้แก่ อัตราการใช้เชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพ (ปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ต่อหน่วยเวลาหารด้วยกำลังที่มีประสิทธิภาพ แล้วคูณด้วย 1000 หน่วยเป็นกรัม/กิโลวัตต์-ชั่วโมง) และการคำนวณปริมาณเชื้อเพลิงที่ควรใช้ของรถใช้งาน (โดยใช้สูตรที่รวมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อไม่บรรทุก การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มเนื่องจากน้ำหนักบรรทุก และระยะทางที่ขับรถไป) วิธีการประเภทนี้มักใช้สำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิคในอุตสาหกรรมหรือการคำนวณต้นทุนการดำเนินงาน
วิธีการต่างๆ เหมาะสมกับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน เจ้าของรถสามารถเลือกใช้ตามความต้องการ เมื่อใช้ในชีวิตประจำวัน ควรให้ความสำคัญกับความถูกต้องของการบันทึกข้อมูลและการพิจารณาปัจจัยสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้สามารถเข้าใจสภาพการใช้เชื้อเพลิงของรถได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
Q
น้ำมัน 1 ลิตร เท่ากับระยะทางกี่กิโลเมตรในรถยนต์?
ระยะทางที่รถยนต์แต่ละรุ่นสามารถวิ่งได้ด้วยน้ำมันเบนซิน 1 ลิตรมีความแตกต่างกัน โดยตัวอย่างเช่น โตโยต้า YARIS ATIV Hybrid ที่มีสมรรถนะการประหยัดน้ำมันที่โดดเด่น จากการทดสอบพบว่าน้ำมัน 1 ลิตรสามารถขับเคลื่อนรถได้ไกล 26.3 ถึง 29.4 กิโลเมตร รุ่นนี้ติดตั้งระบบไฮบริด 1.5 ลิตร มีกำลังรวม 111 แรงม้า การส่งกำลังตอบสนองความต้องการการเดินทางประจำวันและการขับขี่ในเมือง และยังรองรับการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ E20 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการใช้พลังงานของท้องถิ่น นอกจากนี้ รถยนต์ไฮบริดยังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในตลาดท้องถิ่น โดยยอดขายรถไฮบริดในประเทศไทยช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เพิ่มขึ้น 30% ทำให้รถรุ่นที่มีประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันสูงเช่นนี้กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมของตลาด
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตารางผ่อนชำระล่าสุดของ Honda CR-V
Kevin WongNov 10, 2025

แท่งเหล็กกันโคลงในรถยนต์คืออะไร? และมันมีผลอะไรกับรถยนต์?
พงศธรSep 11, 2025

Honda CR-V ราคาเท่าไหร่? คู่มือเลือกซื้อรถที่คุ้มค่าสุดๆ
AshleyApr 10, 2025

Honda เปิดตัว CR-V รุ่นฉลอง 30 ปีในยุโรป ไฮไลต์คือฟีเจอร์แคมป์ปิ้งในรถ
วิรุฬห์Apr 9, 2025

Honda CR-V ราคาเริ่มต้นที่ THB 1,419,000 ประสิทธิภาพสูงและหลากหลาย
AshleyOct 31, 2024
ดูเพิ่มเติม


รุ่นรถ
ข้อดี
ข้อเสีย