Q
“Ford Everest จะเปิดตัวในปี 2025 ใช่หรือไม่?”
ขณะนี้ทาง Ford ประเทศไทยยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับแผนการนำเข้า Ford Everest รุ่นปี 2025 แต่ด้วยความนิยมของรุ่นนี้ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประสิทธิภาพที่โดดเด่นของ Everest รุ่นปัจจุบันในไทย คาดว่าความเป็นไปได้ที่จะมีการนำเข้ารุ่นใหม่ค่อนข้างสูง สำหรับ Everest 2025 คาดว่าจะยังคงตำแหน่ง SUV แข็งแกร่ง พร้อมอาจอัพเกรดเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด รวมถึงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะและระบบความบันเทิงที่ทันสมัยขึ้น ซึ่งอัพเดตเหล่านี้เหมาะกับสภาพถนนหลากหลายรูปแบบในไทยและความต้องการเทคโนโลยีของผู้บริโภค แนะนำให้ติดตามข้อมูลล่าสุดผ่านเว็บไซต์ Ford ประเทศไทยหรือตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ สำหรับคนไทยที่กำลังมองหา SUV ทาง Everest Series ได้รับความนิยมจากสมรรถนะออฟโรดและพื้นที่กว้างขวางโดยเฉพาะในเขตภูเขาและชนบททางภาคเหนือของไทย ส่วนรุ่นอื่นในระดับเดียวกันเช่น Toyota Fortuner หรือ Mitsubishi Pajero Sport ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ควรทดลองขับและเปรียบเทียบตามความต้องการและงบประมาณของแต่ละคน
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันของ Ford Everest 2022 คือเท่าไร?
Ford Everest รุ่นปี 2022 ในประเทศไทยมีประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมันที่แตกต่างกันตามรุ่นเครื่องยนต์ โดยรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 7.6-8.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรในสภาพถนนแบบผสม ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 3.0 ลิตร จะสิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 8.5-9.0 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ตัวเลขจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสไตล์การขับขี่และสภาพถนน โดยสภาพอากาศร้อนของไทยและการจราจรติดขัดบ่อยๆ ในเมืองอาจทำให้น้ำมันสิ้นเปลืองเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบลมยางและบำรุงรักษารถอย่างสม่ำเสมอเพื่อประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุด รถรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีดีเซลอันล้ำสมัยของฟอร์ดที่สร้างสมดุลระหว่างพลังและความประหยัดน้ำมันได้อย่างดี เหมาะสำหรับการเดินทางไกลและการใช้งานในครอบครัวในประเทศไทย นอกจากนี้ระยะความสูงจากพื้นรถที่มากยังช่วยให้ขับเคลื่อนบนถนนสภาพซับซ้อนบางพื้นที่ของไทยได้ดี หากต้องการประหยัดน้ำมันมากขึ้นอาจพิจารณารุ่นไฮบริดหรือไฟฟ้า แต่ปัจจุบัน Everest ยังไม่มีรุ่นพลังงานทางเลือกวางจำหน่ายในประเทศไทย
Q
"2022 Everest มีเทคโนโลยีอะไรบ้าง?"
รถยนต์ Everest รุ่นปี 2022 ที่วางขายในตลาดไทยมาพร้อมกับเทคโนโลยีขั้นสูงหลายรายการ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สภาพถนนหลากหลายรูปแบบและความต้องการของผู้ใช้ครอบครัวชาวไทยโดยเฉพาะ ระบบ SYNC 4 ที่ติดตั้งมาสามารถรองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยและจอสัมผัสขนาด 12 นิ้ว ทำให้ใช้งานง่ายสำหรับคนไทย นอกจากนี้ยังมีกล้องรอบคันและระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกเวลาไปจอดในซอยแคบๆ ในกรุงเทพฯ หรือห้างสรรพสินค้า
ด้านสมรรถนะ มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 2.0L คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ที่ให้ทั้งความประหยัดในเมืองและพลังเพียงพอสำหรับทางขึ้นเขาทางเหนือ ส่วนระบบ Terrain Management System ที่มีโหมดขับขี่ถึง 5 แบบ จะช่วยให้ขับผ่านเส้นทางลื่นๆ ในฤดูฝนหรือทางลาดชันรอบๆเชียงใหม่ได้อย่างมั่นใจ
เรื่องความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัย 7 จุด ระบบ Cruise Control อัจฉริยะและระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน NCAP ใหม่ของไทยปี 2022 ที่น่าสนใจคือระบบปรับอากาศที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับสภาพอากาศร้อนของไทย พร้อมช่องระบายอากาศแยกสำหรับผู้โดยสารหลัง และยังสามารถเลือกติดตั้งกระจกกันรังสี UV ได้
จุดเด่นของ Everest ในตลาดรถระดับเดียวกันคือการผสมผสานระหว่างสมรรถนะออฟโรดกับความสะดวกสบายสำหรับใช้ในเมืองได้อย่างลงตัว ทำให้เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบ Road Trip ทุกพื้นที่ในไทย ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะจะทำงานได้ดีทั้งบนหาดทรายที่เกาะเสม็ดหรือเส้นทางภูเขาทางเหนือ
Q
คะแนนความปลอดภัยของ Ford Everest 2022 คือเท่าไหร่?
รถยนต์ Ford Everest รุ่นปี 2022 มีสมรรถนะด้านความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยม จนได้รับคะแนนความปลอดภัย 5 ดาวจากอาเซียน NCAP โดยการประเมินนี้พิจารณาจากประสิทธิภาพในการปกป้องผู้โดยสารทั้งผู้ใหญ่และเด็ก รวมถึงระบบช่วยเหลือด้านความปลอดภัยต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนถนนสภาพซับซ้อนแบบไทย ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูง เช่น 7 ถุงลมนิรภัย ระบบควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์ (ESC) ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) และระบบช่วยรักษาเลน (LKA) ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้จริง สำหรับคนไทยแล้ว Everest ยังได้รับการออกแบบเฉพาะเพื่อปรับตัวสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ทั้งระบบเบรกที่ทำงานได้ดีในทุกสภาพ และเทคโนโลยีป้องกันสนิมบนตัวถัง นอกจากนี้ระยะยกตัวสูงและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อยังเหมาะกับการใช้งานบนถนนลูกรังในบางพื้นที่ของไทยด้วย
ที่น่าสนใจคือมาตรฐานการทดสอบของอาเซียน NCAP จะเน้นเรื่องความปลอดภัยภายใต้สภาพอากาศเขตร้อนเป็นพิเศษ รวมถึงการประเมินการชนกับรถจักรยานยนต์ซึ่งสำคัญมากสำหรับไทยที่มีจำนวนมอเตอร์ไซค์สูง แนะนำว่าก่อนตัดสินใจซื้อ ผู้บริโภคควรทดลองขับขี่ด้วยตนเองนอกเหนือจากการอ้างอิงการจัดอันดับความปลอดภัยในการเลือกซื้อและสัมผัสกับการกำหนดค่าความปลอดภัยของรถยนต์ให้เหมาะสมกับความต้องการของตนเองและได้รับการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าระบบความปลอดภัยจะทำงานได้ดีที่สุดตลอดเวลา
Q
รถ Ford Everest 2022 มีทั้งหมดกี่ที่นั่ง?
รถยนต์ Ford Everest รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกการจัดวางเก้าอี้ 2 แบบ ทั้งแบบ 7 ที่นั่งและ 5 ที่นั่ง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างของแต่ละครอบครัว สำหรับรุ่น 7 ที่นั่งมีการจัดวางแบบ 2+3+2 ที่นั่งแถวสองสามารถเลื่อนปรับระยะหน้า-หลังได้ ส่วนแถวสามพับเก็บได้แบบ 50:50 ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในได้อย่างยืดหยุ่น เหมาะมากสำหรับครอบครัวใหญ่ในไทยที่ชอบท่องเที่ยวหรือต้องการพื้นที่ขนของ ส่วนรุ่น 5 ที่นั่งก็ให้พื้นที่กระโปรงหลังกว้างขวางขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นเรื่องความจุในการเก็บสัมภาระ ด้านสมรรถนะ SUV คันนี้ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร ที่แสดงความสามารถได้อย่างโดดเด่นบนเส้นทางภูเขาในไทย คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน สิ่งที่น่าสนใจคือระยะความสูงจากพื้นรถที่มาก พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ที่ช่วยให้ขับเคลื่อนบนถนนลื่นๆในช่วงฤดูฝนของไทยได้อย่างมั่นใจ ระบบ SYNC 4 ยังรองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย ทำให้น่าใช้ยิ่งขึ้น พื้นที่เก็บของสามารถขยายได้ถึง 898 ลิตรเมื่อพับแถวที่นั่งสาม เหมาะสมอย่างยิ่งกับการไปจ่ายตลาดสุดสัปดาห์แบบคนไทย ที่ชอบซื้อของทีละมากๆ ตัวถังรถยังใช้วัสดุโบรอนสตีลที่คงความแข็งแรงได้แม้ในสภาพอากาศร้อนจัดของไทย
Q
รถยนต์ Ford Everest รุ่นปี 2022 มีแบบไฮบริดให้เลือกหรือไม่?
รุ่น Ford Everest ปี 2022 ในตลาดไทยยังไม่มีเวอร์ชันไฮบริดให้เลือก โดยตัวรถในไทยจะเน้นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร คู่กับเกียร์ออโต้ 10 สปีด ที่เน้นสมรรถนะออฟโรดและความประหยัดพื้นที่ ส่วนความสนใจในรถไฮบริดและรถไฟฟ้าของคนไทยนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ Ford ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงโฟกัสที่รถเครื่องยนต์สันดาปอยู่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทรนด์รถไฟฟ้าโลกมาแรง แนวโน้มในอนาคต Everest อาจจะมีตัวเลือกไฮบริดหรือปลั๊ก-อินไฮบริดเพื่อตอบโจทย์ตลาด รัฐบาลไทยเองก็มีนโยบายส่งเสริมรถพลังงานสะอาด เช่น ลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต ซึ่งอาจดันให้หลายแบรนด์นำเข้ารถโมเดลพลังงานใหม่มาไทยมากขึ้น ตอนนี้ในตลาดไทยมี SUV ไฮบริดให้เลือกอย่าง Toyota Fortuner Hybrid และ Mitsubishi Outlander PHEV ที่ลูกค้าเลือกได้ตามความต้องการและเรื่องประหยัดน้ำมัน ส่วน Ford Everest ด้วยโครงสร้างแข็งแรงและความสามารถออฟโรดระดับพรีเมียมนั้นโด่งดังในเขตภูเขาและต่างจังหวัดของไทย ถ้าหากมีรุ่นไฮบริดออกมาในอนาคต คงช่วยเพิ่มจุดแข่งในตลาดได้ไม่น้อย
Q
“รถ Ford Everest ปี 2022 มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) ไหม?”
Ford Everest รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยมีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) ที่มาพร้อมระบบอัจฉริยะช่วยกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้าและล้อหลังอัตโนมัติตามสภาพถนน ทำให้เหมาะกับสภาพเส้นทางหลากหลายของไทย ทั้งถนนภูเขาทางเหนือหรือผิวถนนลื่นช่วงฤดูฝน นอกจากรุ่น 4WD แล้วยังมีรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ให้เลือกตามความต้องการและงบประมาณ โดยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยที่ชอบท่องเที่ยวด้วยตัวเองหรือต้องเจอกับเส้นทางยากๆ เพราะช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะและความคล่องตัว โดยเฉพาะในไทย Ford Everest ยังมาพร้อมโหมดขับขี่หลายแบบ เช่น โหมดปกติ โหมดโคลน/หิมะ โหมดทราย ช่วยให้รถปรับตัวได้ดีในทุกสภาพแวดล้อม สำหรับคนไทยที่กำลังมองหา SUV การเข้าใจระบบขับเคลื่อนเป็นเรื่องสำคัญ เพราะส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะและการใช้งาน ไม่ว่าจะขับในเมืองหรือออกไปผจญภัย Ford Everest รุ่น 2022 ก็ตอบโจทย์ได้ดี
Q
ช่วงราคารถ Everest ปี 2022 คือเท่าไหร่?
รถ Ford Everest รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 1.4 - 2 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์เสริมที่เลือก เช่น รุ่น Trend ราคาจับต้องได้เหมาะสำหรับคนงบประมาณไม่สูง ส่วนรุ่น Sport หรือ Titanium+ ที่เป็นรุ่นท็อปจะมาพร้อมฟีเจอร์หรูอย่างซันรูฟพาโนรามิก ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ทำให้ราคาสูงขึ้นหน่อย ในไทยรถคันนี้ค่อนข้างโดนใจทั้งครอบครัวและคนชอบออกไปเที่ยวธรรมชาติ เพราะทั้งแรงและพื้นที่ในรถกว้างขวาง เหมาะกับสภาพถนนหลายแบบของไทย จะขับในเมืองหรือทริปยาวๆ ก็ไม่มีปัญหา แถมยังมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ V6 3.0 ลิตร ที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน ตอบโจทย์คนไทยที่ต้องการทั้งประโยชน์ใช้สอยและความประหยัดในตัวเดียว เวลาจะซื้อแนะนำให้ไปที่โชว์รูม Ford อย่างเป็นทางการเพื่อสอบถามโปรโมชั่นล่าสุด เพราะบางทีมีบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรีหรือโปรผ่อนดาวน์เบาๆ แถมยังได้ทดลองขับรถรุ่นต่างๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ จะได้รู้ว่ารุ่นไหนเหมาะกับสไตล์การใช้ชีวิตของไทยที่สุด
Q
Ford Everest 2022 คืออะไร?
Ford Everest รุ่นปี 2022 เป็น SUV ขนาดกลางที่ออกแบบมาสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะที่ประเทศไทยได้รับความนิยมจากครอบครัวและนักท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ด้วยสมรรถนะออฟโรดที่ยอดเยี่ยมและพื้นที่ใช้งานที่กว้างขวาง รถรุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ให้กำลังสูงถึง 226 แรงม้าและแรงบิด 500 นิวตันเมตร พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะและโหมดขับขี่หลากหลายภูมิประเทศ เหมาะสมกับสภาพถนนหลากหลายแบบในไทย ทั้งเส้นทางขรุขระแถบภาคเหนือหรือถนนลื่นในช่วงฤดูฝน ด้านภายในติดตั้งระบบความบันเทิง SYNC 4 ที่รองรับเสียงสั่งงานภาษาไทยและ Apple CarPlay แบบไร้สาย ส่วนเบาะหลังพับได้อย่างคล่องตัว เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุดถึง 2,010 ลิตร สำหรับใส่กระเป๋าไปตั้งแคมป์หรือของช้อปปิ้งชิ้นใหญ่ ระบบความปลอดภัยครบครันด้วย 7 หมอนอิงและ Ford Co-Pilot360 ที่สำคัญ Ford Everest เวอร์ชั่นไทยยังได้รับการปรับปรุงระบบปรับอากาศให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น และเพิ่มการป้องกันสนิมเป็นพิเศษ เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นในระดับเดียวกันแล้ว Everest โดดเด่นเรื่องสมรรถนะออฟโรดและพื้นที่เก็บของ แต่อาจกินน้ำมันมากกว่ารถญี่ปุ่นบ้างเมื่อขับในเมือง ปัจจุบันรถรุ่นนี้ผลิตที่โรงงานระยอง พร้อมรับประกัน 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตรตามมาตรฐานไทย
Q
Ford Everest 2025 ราคาเท่าไหร่?
คาดว่าราคาของ Ford Everest รุ่นปี 2025 ในตลาดไทยจะอยู่ที่ประมาณ 1.8 ถึง 2.5 ล้านบาท โดยราคาจะแตกต่างกันไปตามระดับเครื่องแต่งตัว เช่น รุ่นพื้นฐาน XL และรุ่นสูงสุด Platinum ที่มีราคาห่างกันค่อนข้างมาก แนะนำให้ผู้ซื้อติดตามราคาอัปเดตล่าสุดจากตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่น รุ่นนี้ยังคงดีไซน์แนว SUV ทรหด พร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร หรือเครื่องยนต์ดีเซล V6 เทอร์โบชาร์จ 3.0 ลิตร ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเต็มเวลาและระบบจัดการการขับขี่บนพื้นผิวต่างๆ เหมาะสมกับสภาพเส้นทางภูเขาและฤดูฝนของไทยเป็นอย่างยิ่ง จุดเด่นของรุ่นปี 2025 คือการอัปเกรดหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 12.4 นิ้วและหน้าจอกลางขนาด 12 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สายและภาพพาโนรามา 360 องศา ซึ่งเป็นการอัปเกรดที่ชัดเจนในส่วนของเทคโนโลยี ในตลาดไทย Everest มีคู่แข่งหลักอย่าง Toyota Fortuner และ Isuzu MU-X ผู้บริโภคควรเปรียบเทียบนโยบายหลังการขายที่แต่ละแบรนด์เสนอ เช่น Ford ไทยปัจจุบันให้บริการรับประกัน 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร และบางตัวแทนยังมีโปรโมชั่นบริการฟรีให้อีกด้วย เนื่องจากรัฐบาลไทยมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รุ่นดีเซลของ Everest จึงได้เปรียบด้านภาษีมากกว่ารุ่นเบนซิน นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่คนไทยนิยม SUV ระบบดีเซล
Q
Ford Everest 2025 มีขนาดเท่าไหร่?
Ford Everest 2025 ในฐานะรถ SUV ขนาดกลางที่มาพร้อมกับขนาดตัวรถที่โดดเด่นในระดับเดียวกัน โดยมีความยาวประมาณ 4,900 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,900 มิลลิเมตร และความสูง 1,800 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,900 มิลลิเมตร ทำให้มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและพื้นที่เก็บสัมภาระเหลือเฟือ เหมาะสมมากสำหรับครอบครัวไทยทั้งการเดินทางไกลหรือใช้งานในชีวิตประจำวัน ในตลาดไทย Everest 2025 ขนาดตัวรถนี้ช่วยให้ขับเคลื่อนบนถนนในเมืองและเส้นทางชนบทได้อย่างคล่องตัว ในขณะที่ระยะความสูงจากพื้นรถที่มากยังเหมาะกับถนนลูกรังบางพื้นที่อีกด้วย นอกจากนี้ Everest 2025 มักมาพร้อมกับการจัดเรียงเบาะ 3 แถว นั่งได้ 7 คน ตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ของคนไทยได้เป็นอย่างดี ที่น่าสนใจคือแม้ Everest 2025 จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ Ford ก็ตั้งใจปรับระบบขับเคลื่อนให้ยังรู้สึกคล่องตัวแม้บนถนนแคบๆ ในกรุงเทพฯ สำหรับคนไทยที่กำลังมองหา SUV ขนาดกลาง เรื่องพื้นที่และประโยชน์ใช้สอยของ Everest 2025 นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณา แนะนำให้ไปทดลองนั่งและตรวจสอบพื้นที่เก็บของที่ตัวแทนจำหน่ายก่อนตัดสินใจจะดีที่สุด
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
“2020 Q5 แพงที่จะดูแลรักษาหรือไม่?”
ค่าบำรุงรักษาของ Audi Q5 ปี 2020 อยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับรถ SUV ระดับหรูอื่นๆ หากปฏิบัติตามระยะเวลาการบำรุงรักษาที่แนะนำอย่างเป็นทางการ (ทุก 10,000 กม. หรือ 1 ปี) ค่าบริการบำรุงรักษาทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 7,365 บาท และค่าบำรุงรักษารวมทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 69,480 บาท ในระยะทาง 60,000 กม. หากปฏิบัติตามคำแนะนำของศูนย์บริการที่ระยะ 5,000 กม. ค่าบริการบำรุงรักษาทั่วไปจะอยู่ที่ระหว่าง 6,485 ถึง 7,500 บาท และค่าบำรุงรักษารวมทั้งหมดจะอยู่ที่ 124,935 บาท ในระยะทาง 60,000 กม. ค่าบริการนี้รวมถึงการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่อง ไส้กรองอากาศ ไส้กรองแอร์ น้ำมันเกียร์ หัวเทียน และชิ้นส่วนอื่นๆ ที่เป็นไปตามปกติ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาประจำปีประกอบด้วย ค่าประกันภัย (ประมาณ 70,000 บาท) ค่าน้ำมัน (ประมาณ 100,000 บาทต่อปี สำหรับระยะทาง 20,000 กิโลเมตร) และค่าใช้จ่ายรายวัน เช่น ค่าล้างรถและค่าจอดรถ (ประมาณ 60,000 บาทต่อปี) รวมเป็นค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาประจำปีประมาณ 300,000 บาท เจ้าของรถสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยการปฏิบัติตามตารางการบำรุงรักษาอย่างเป็นทางการอย่างเคร่งครัดและเลือกอู่ซ่อมรถที่มีชื่อเสียง เพื่อให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพการทำงานของรถที่คงที่และลดค่าใช้จ่ายโดยรวม
Q
เครื่องยนต์แบบไหนที่อยู่ใน Audi Q5 ปี 2020?
Audi Q5 ปี 2020 ในตลาดประเทศไทย มาพร้อมเครื่องยนต์ให้เลือกสองแบบ คือ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ 2.0 ลิตร (TDI) และเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ 2.0 ลิตร (TFSI) รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ได้แก่ Q5 2.040 TFSI Quattro และรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ได้แก่ Q5 2.045 TFSI Quattro S Line ทั้งสองเครื่องยนต์จับคู่กับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกกำลังที่แตกต่างกันเพื่อตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันและสถานการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย
Q
ความแตกต่างระหว่าง Audi Q5 รุ่นปี 2020 และ 2021 คืออะไร?
ความแตกต่างหลักระหว่าง Audi Q5 รุ่นปี 2020 และ 2021 อยู่ที่ระบบส่งกำลัง การออกแบบภายนอก และคุณสมบัติภายใน ในด้านกำลัง รุ่นปี 2021 มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร และ 1.4 ลิตร พร้อมระบบไฮบริดแบบอ่อน 12 โวลต์ เพิ่มกำลังรวมขึ้น 13 แรงม้า เมื่อเทียบกับรุ่นปี 2020 บางรุ่นมีการเปลี่ยนประเภทเครื่องยนต์จาก DKW เป็น DTA ส่งผลให้กำลังส่งออกมีประสิทธิภาพมากขึ้นและประหยัดน้ำมันมากขึ้น ภายนอก รุ่นปี 2021 ได้รับการปรับโฉมกลางรอบ โดยใช้กระจังหน้าแบบ Singleframe ทรงแปดเหลี่ยมที่กว้างขึ้น คิ้วตกแต่งภายนอกที่เพรียวบางลง คิ้วประตูและดีไซน์ดิฟฟิวเซอร์ด้านหลังได้รับการอัพเกรด และไฟท้ายใช้เทคโนโลยี OLED ดิจิทัลเป็นครั้งแรก รองรับการตรวจจับระยะใกล้ ไฟท้ายจะสว่างขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อมีคนเดินเท้าหรือยานพาหนะอยู่ภายในระยะ 2 เมตร ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยในการขับขี่ ในส่วนของฟีเจอร์ภายใน รุ่นปี 2021 ได้รับการอัพเกรดเป็นหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว พร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ MIB3 รุ่นล่าสุดของ Audi ซึ่งตอบสนองได้เร็วขึ้นและรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย รุ่นปี 2020 บางรุ่นติดตั้งหน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 8.3 นิ้ว ทั้งสองรุ่นใช้โครงสร้างทางกลหลักเดียวกัน โดยใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบวางเครื่องยนต์ด้านหน้าและระบบกันสะเทือนอิสระแบบห้าจุดเชื่อมต่อ เพื่อให้มั่นใจถึงประสบการณ์การขับขี่ที่มั่นคง ยิ่งไปกว่านั้น ระบบไฮบริดแบบอ่อนของรุ่นปี 2021 ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพในความเร็วต่ำ ในขณะที่ไฟท้าย OLED เป็นนวัตกรรมใหม่ของ Audi ที่ผสมผสานความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีเข้ากับการใช้งานจริง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าแก่ผู้ใช้
Q
“Audi Q5 2020 มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน?”
โดยทั่วไปแล้ว Audi Q5 ปี 2020 มีความน่าเชื่อถือในระดับปานกลาง ระบบขับเคลื่อนใช้เครื่องยนต์ EA888 และระบบเกียร์ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างดี และผู้ใช้ส่วนใหญ่ชื่นชอบคุณภาพของแชสซีและสมรรถนะการควบคุม อย่างไรก็ตาม รถบางคันอาจมีปัญหาทั่วไป เช่น การตอบสนองช้า หรือระบบความบันเทิงมีปัญหาเป็นบางครั้ง และบางคันอาจพบปัญหาเล็กน้อย เช่น เสียงดังจากหลังคาซันรูฟ หรือการสั่นสะเทือนของรถ นอกจากนี้ ค่าบำรุงรักษาและซ่อมแซมค่อนข้างสูง โดยค่าอะไหล่และค่าแรงสูงกว่าแบรนด์ทั่วไป อย่างไรก็ตาม หากยอมรับปัญหาเล็กน้อยเหล่านี้ได้ Audi Q5 ปี 2020 ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า
Q
“รถ Audi Q5 ปี 2020 เป็นรถที่ขับขี่สบายหรือไม่?”
Audi Q5 ปี 2020 เป็นรถยนต์ที่ขับขี่สบาย ด้วยระยะฐานล้อ 2819 มม. ทำให้มีพื้นที่วางขาด้านหลังกว้างขวาง เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังนุ่มและมีระบบปรับพนักพิงหลังด้วยไฟฟ้า ช่วยลดความเมื่อยล้าขณะขับขี่ทางไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ แชสซีใช้การออกแบบแบบ 5 จุดเชื่อมต่อทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ให้ความสมดุลระหว่างการควบคุมและความสะดวกสบาย และคุณภาพของแชสซีก็ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวาง ระบบส่งกำลังด้วยการปรับแต่งที่ราบรื่นหรือเทคโนโลยีไฮบริดแบบอ่อน ช่วยให้การออกตัวและการขับขี่ราบรื่นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ฟีเจอร์ต่างๆ เช่น ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบ 3 โซนและไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุมาตรฐาน 550 ลิตร ซึ่งขยายได้มากเมื่อพับเบาะลง ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของครอบครัวหรือการเดินทางไกล โดยรวมแล้ว ให้ประสิทธิภาพที่สมดุลทั้งในด้านความสะดวกสบายและการใช้งานจริง
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Ford เปิดตัว Everest Tremor รุ่นที่ทรงพลังที่สุดในเมืองสำหรับตลาดตะวันออกกลาง
Kevin WongDec 26, 2025

ตารางผ่อนชำระของ Ford Everest สัมผัสรถ SUV สไตล์อเมริกันได้อย่างง่าย
พงศธรNov 10, 2025

ตลาดรถมือสองในประเทศไทย: ความต้องการการบริโภคเบื้องหลังความนิยมและการวิเคราะห์แนวโน้มปี 2025
Kevin WongSep 10, 2025

Ford Everest: พื้นที่ 7 ที่นั่งและเทคโนโลยีอัจฉริยะเปิดเผยความคุ้มค่า
วิรุฬห์Apr 9, 2025

Ford Everest Special Edition เปิดตัวในช่วง Motor Show 2025
ณัฐวุฒิApr 2, 2025
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย