Q
2021 Civic Hatchback เป็นรถที่ดีหรือไม่?
รถ Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดไทย ด้วยความน่าเชื่อถือและประโยชน์ใช้สอยที่สืบทอดมาจากซีวิครุ่นก่อนๆ พร้อมดีไซน์ Hatchback ที่ขับสวนและจอดในซอยแคบๆ ในกรุงเทพฯ ได้สะดวกกว่า รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตร ให้กำลัง 173 แรงม้า มาพร้อมเกียร์ CVT หรือเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แอร์เย็นฉ่ำแม้อากาศเมืองไทยจะร้อนจัด ส่วนเรื่องประหยัดน้ำมันก็ทำได้ดี โต๊ะเครื่องจัดวางแบบใช้งานง่าย พร้อมหน้าจอสัมผัส 7 นิ้วที่รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ด้านความปลอดภัยมีระบบ Honda SENSING รวมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้และช่วยเบรกเมื่อเสี่ยงชน ช่วยรับมือสภาพการจราจรที่คาดเดาไม่ได้ในไทย จุดเด่นคือสามารถพับเบาะหลังลงเพื่อขนของใหญ่ๆ อย่างทุเรียนได้สบายๆ เมื่อเทียบกับซีวิคซีดาน รุ่น Hatchback นี้ขับลื่นไหลกว่า โดยเฉพาะเวลาขับขึ้นเขาลงเขาทางคดเคี้ยวแถวเชียงใหม่ ส่วนเรื่องค่าขายต่อก็อยู่ในระดับดีเมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน ค่าดูแลรักษาก็ไม่แรงเกินไป ถือเป็นรถที่ตอบโจทย์ทั้งใช้งานในเมืองและทริปเที่ยวสุดสัปดาห์ได้ดีทีเดียว
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
รถ Civic Hatchback ปี 2021 มีระบบ VTEC ไหม?
รถ Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 ที่วางขายในตลาดไทยนี่ แน่นอนว่ามีระบบ VTEC เป็นมาตรฐาน แต่ต้องบอกก่อนว่าเครื่องยนต์ของรุ่นนี้เป็นแบบ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ที่ใช้ระบบ VTEC TURBO เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก Honda ซึ่งจะแตกต่างจากระบบ VTEC แบบเครื่องยนต์ดูดอากาศทั่วไปครับ VTEC TURBO นี่เน้นใช้เทคโนโลยี Variable Valve Timing และ Lift ที่ด้านไอดีเป็นหลักเท่านั้น แล้วยังผสมผสานกับเทอร์โบชาร์จเจอร์เพื่อประสิทธิภาพการเผาไหม้และกำลังส่งที่ดียิ่งขึ้น สำหรับสภาพอากาศร้อนๆแบบไทยเรา การออกแบบนี้ช่วยให้ได้ทั้งกำลังขับที่แรงสมรรถนะสูง และยังประหยัดน้ำมันไปพร้อมกัน เหมาะมากสำหรับการขับขี่ในเมืองกรุงเทพฯ ที่รถติดเป็นประจำ
สำหรับคนไทยแล้ว ระบบ VTEC นี่ถือเป็นจุดขายสำคัญของรถฮอนด้ามาตลอด ส่วนCivic Hatchback รุ่น 2021 นี้ นอกจากจะยังคงความสปอร์ตในดีเอ็นเอแล้ว ยังเพิ่มแรงบิดช่วงรอบต่ำด้วยเทคโนโลยีเทอร์โบ ทำให้การขับขี่ในสภาพแวดล้อมของการจราจรแบบ Go Stop ซึ่งเป็นเรื่องปกติในประเทศไทย
ที่สำคัญแม้ว่าระบบ VTEC TURBO จะทำงานแตกต่างจาก VTEC แบบเดิม แต่ยังคงสืบทอดแก่นแท้ของเทคโนโลยีเครื่องยนต์ของฮอนด้า ด้วยระบบควบคุมวาล์วที่แม่นยำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ นี่ล่ะคือเหตุผลหนึ่งที่ทำไมรถรุ่นนี้ถึงได้ใจคนรุ่นใหม่ในไทยมาก
Q
รถ Honda Civic Hatchback 2021 มีขนาดเท่าไหร่?
รถ Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 เป็นที่นิยมมากในตลาดไทย ด้วยดีไซน์ 5 ประตูที่คล่องตัว ขนาดตัวรถยาว 4,539 มม. กว้าง 1,799 มม. สูง 1,434 มม. และระยะฐานล้อ 2,700 มม. ทำให้ขับเคลื่อนในเมืองไทยได้สะดวก แถมยังมีพื้นที่ภายในกว้างขวางพอสมควร ความจุกระบอกสูบ 408 ลิตร แต่ถ้าพับเบาะหลังลงจะเพิ่มเป็น 1,214 ลิตร เหมาะมากสำหรับคนไทยที่ชอบช้อปปิ้งหรือไปเที่ยววันหยุด สาเหตุที่ Civic Hatchback ติดอันดับรถยอดนิยมในไทยก็เพราะขนาดกะทัดรัดและขับลื่นไหล แถมยังเหมาะกับสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบก็ประหยัดน้ำมันแต่ยังให้กำลังดี อีกจุดขายสำคัญคือศูนย์บริการในไทยครอบคลุม แถมอะไหล่ก็หาง่าย นี่เป็นปัจจัยที่คนไทยให้ความสำคัญมาก ส่วนเรื่องสีก็มีให้เลือกหลายเฉด โดยเฉพาะสีสันสดใสที่ตรงใจคนไทยชอบความโดดเด่น
Q
แบตเตอรี่สำหรับ Honda Civic hatchback ราคาเท่าไหร่?
ในตลาดไทย ราคาแบตเตอรี่รถ Honda Civic Hatchback จะแตกต่างกันไปตามประเภทแบตเตอรี่ แบรนด์ และช่องทางในการซื้อ โดยทั่วไปแบตเตอรี่แบบเดิมจากศูนย์จะอยู่ที่ประมาณ 5,000-8,000 บาท ส่วนแบตเตอรี่จากแบรนด์อื่นอาจราคาถูกกว่าเริ่มต้นที่ 3,500 บาท แต่เพื่อความแน่นอนแนะนำให้สอบถามราคาจากโฮนด้าโชว์รูมหรืออู่บริการที่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ เนื่องจากสภาพอากาศไทยที่ร้อนจัดส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่ค่อนข้างมาก จึงควรตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่ทุก 2-3 ปี เพื่อป้องกันปัญหารถติดยากจากแบตเตอรี่เสื่อม นอกจากราคาแล้วเวลาซื้อควรดูค่า CCA (กระแสสตาร์ทเครื่องในที่เย็น) และความจุว่าเหมาะสมกับรุ่นรถหรือไม่ แบตเตอรี่รุ่นสูงบางรุ่นอาจมีการรับประทานที่ยาวนานกว่าหรือออกแบบมาให้ทนความร้อนได้ดีกว่า ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศร้อนตลอดปีของไทย ส่วนในชีวิตประจำวันควรหลีกเลี่ยงการใช้ไฟฟ้าในรถขณะดับเครื่องนานๆ เพื่อยืดอายุแบตเตอรี่
Q
Honda Civic Hatchback ปี 2021 มีความน่าเชื่อถือหรือไม่?
Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยถือเป็นรุ่นที่แสดงความน่าเชื่อถือได้ดี เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จที่ผ่านการทดสอบตลาดมาหลายปี ให้กำลังส่งออกอย่างลื่นไหลและประหยัดน้ำมันเหมาะกับสภาพการขับขี่ในเมืองไทย ส่วนเกียร์ CVT ก็ถูกตั้งค่าให้เน้นความทนทานเป็นหลัก ระบบระบายความร้อนของรุ่นนี้ทำงานได้มั่นคงแม้ในสภาพอากาศร้อนของไทย แถมเครือข่ายผู้จำหน่ายฮอนด้าในไทยก็ครอบคลุม มีอะไหล่พร้อมให้บริการและค่าบำรุงรักษาก็สมเหตุสมผล ที่น่าสนใจคือ Civic ในตลาดมือสองของไทยยังคงมูลค่าสูง ซึ่งสะท้อนถึงความทนทานในระยะยาว สำหรับคนไทยที่สนใจรถรุ่นนี้ แนะนำให้ตรวจสอบระบบแอร์เป็นประจำ (เพราะใช้งานบ่อยในสภาพอากาศร้อน) และดูแลป้องกันสนิมช่วงล่างโดยเฉพาะในฤดูฝน จะช่วยยืดอายุการใช้งานรถได้มากขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆในระดับเดียวกัน ซีวิค แฮทช์แบ็กยังคงจุดเด่นด้านความคล่องตัวของพื้นที่ใช้สัยและสมรรถนะการขับขี่แบบฉบับฮอนด้า เหมาะกับครอบครัวรุ่นใหม่หรือผู้ที่มองหารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
Q
"รถ Honda Civic Hatchback ปี 2021 มีมูลค่าเท่าไหร่?"
ราคาขายต่อของ Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 ในตลาดมือสองประเทศไทยจะมีความแตกต่างกันไปตามสภาพรถ ระยะไมล์ อุปกรณ์และพื้นที่ โดยทั่วไปราคาอยู่ที่ประมาณ 700,000 ถึง 900,000 บาท ถ้าจะเจาะลึกหน่อย รุ่นที่ระยะไมล์ต่ำ (เช่นไม่เกิน 20,000 กิโลเมตร) และดูแลมาอย่างดีพร้อมอุปกรณ์สูงสุดอาจพุ่งไปถึง 900,000 บาท ส่วนรถที่ระยะไมล์สูงหรือเป็นรุ่นพื้นฐานก็จะถูกลง สำหรับในไทยแล้ว Civic เป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่เพราะความน่าเชื่อถือ ประหยัดน้ำมันและการออกแบบสปอร์ต โดยเฉพาะรุ่น Hatchback ที่ตอบโจทย์ทั้งความประหยัดและความสนุกในการขับขี่ ควรซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบประวัติรถให้ชัดเจน ทั้งประวัติการซ่อมและการบริการตามระยะ เพราะ Civic เป็นรถที่ครองราคาได้ดีในตลาดมือสอง แถมรถญี่ปุ่นในไทยยังมีอัตราคงราคาสูงอยู่แล้ว ถ้าอยากประหยัดกว่านี้ก็อาจมองรถยี่ห้ออื่นในปีเดียวกัน แต่ต้องระวังเรื่องศูนย์บริการและอะไหล่ในระยะยาวด้วย
Q
รถ Honda Civic Hatchback ปี 2021 จะมีอายุการใช้งานได้นานแค่ไหน
อายุการใช้งานของ Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 ในตลาดไทยนั้นขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา นิสัยการขับขี่ และปัจจัยสภาพแวดล้อมเป็นหลัก หากทำตามคำแนะนำของทางผู้ผลิตในการเข้าศูนย์ทุก 10,000 กิโลเมตร หรือทุก 6 เดือน (ตามระยะใดถึงก่อน) พร้อมใช้อะไหล่แท้และน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมกับสภาพอากาศไทย รถสามารถวิ่งได้เกิน 200,000 กิโลเมตรโดยยังคงสภาพเครื่องยนต์และเกียร์ที่สมบูรณ์ สภาพอากาศร้อนชื้นของไทยส่งผลต่อยางและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นพิเศษ แนะนำให้ตรวจสอบยางขอบหน้าต่าง ที่ปัดน้ำฝน และแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ กุญแจสำคัญในการยืดอายุรถคือการเปลี่ยนน้ำหล่อเย็นทุก 2 ปีหรือ 40,000 กิโลเมตร และน้ำมันเกียร์ (รุ่น CVT เปลี่ยนทุก 60,000 กิโลเมตร) พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการขับระยะสั้นบ่อยๆ ที่อาจทำให้เกิดคาร์บอนสะสม สำหรับสภาพการจราจรติดขัดในไทย แนะนำให้ขับทางไกลเป็นครั้งคราวเพื่อช่วยเผาผลาญคาร์บอนในเครื่องยนต์ เครื่องยนต์ 1.5T Earth Dreams ของ Civic สามารถทำงานได้อย่างมั่นคงกับน้ำมันเบนซิน 91 แต่การใช้เบนซิน 95 จะให้ประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่ดีกว่า ในส่วนการป้องกันสนิม ถึงแม้ Honda จะเพิ่มการป้องกันสนิมสำหรับสภาพอากาศร้อนแล้ว แต่เจ้าของรถในเขตชายทะเลควรล้างช่วงล่างทุก 6 เดือน สิ่งที่น่าสนใจคือรุ่นที่ผลิตหลังปี 2021 ในไทยได้ติดตั้งระบบระบายความร้อนเกียร์ CVT รุ่นปรับปรุงใหม่เป็นมาตรฐาน ทำให้เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนมากขึ้น หากดูแลรักษาอย่างดี รถคันนี้สามารถใช้งานในไทยได้เกิน 15 ปีอย่างแน่นอน ซึ่งตรงกับข้อมูลในตลาดมือสองที่แสดงถึงอัตราการทรงมูลค่าที่ดีกว่าโมเดลอื่นในประเภทเดียวกัน
Q
ราคาของ Honda Civic Hatchback ปี 2021 เท่าไหร่?
ราคารถ Honda Civic Hatchback รุ่นปี 2021 ในตลาดประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 1-1.3 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์เสริมที่เลือก เช่น รุ่น LX ราคาประหยัดเหมาะสำหรับคนเริ่มต้น ส่วนรุ่น Sport หรือ RS ที่เป็นเวอร์ชันสูงจะราคาสูงกว่าเพราะมาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตรและระบบ Honda Sensing สำหรับความปลอดภัย รถรุ่นนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นไทยเพราะขับเคลื่อนคล่องตัวเหมาะกับสภาพถนนในเมืองอย่างกรุงเทพฯ แถมยังประหยัดน้ำมันอีกด้วย ที่สำคัญรัฐบาลไทยมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถประหยัดพลังงาน ทำให้ Honda Civic Hatchback คุ้มค่ามากขึ้น ส่วนราคารถมือสองจะลดลงประมาณ 15-30% ขึ้นอยู่กับระยะทาง สภาพรถและระยะเวลารับประกัน ถ้าคิดจะใช้ยาวๆ แนะนำให้ดูบริการรับประกันและแพ็กเกจบริการจาก Honda ประเทศไทย จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้เยอะ
Q
Honda Civic Hatchback ใช้น้ำมันอย่างไรต่อกิโลเมตรหลอดน้ำ?
Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC Turbo ปี 2022 มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยตามข้อมูลจากผู้ผลิตอยู่ที่ 5.8 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร ซึ่งสามารถคำนวณเป็นอัตราสิ้นเปลืองต่อกิโลเมตรได้ โดยนำ 5.8 ÷ 100 = 0.058 ลิตร หมายความว่ารถคันนี้จะใช้น้ำมันประมาณ 0.058 ลิตรต่อการวิ่ง 1 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม อัตราสิ้นเปลืองจริงอาจมีความผันแปรตามพฤติกรรมการขับขี่ สภาพถนน และน้ำหนักบรรทุกของรถ เช่น หากมีการเร่งเครื่องกะทันหัน เบรกบ่อย หรือจอดติดเครื่องยนต์นาน ๆ อาจทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น แต่ถ้าขับขี่ในสภาพถนนที่ดี และมีพฤติกรรมการขับขี่ที่นุ่มนวล อัตราสิ้นเปลืองจริงก็อาจเข้าใกล้ตัวเลขจากผู้ผลิต
Q
Honda Civic hatchback ใช้แก๊สธรรมดาได้หรือไม่?
Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC Turbo ปี 2022 ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประเภทเบนซิน ซึ่งตามทฤษฎีสามารถใช้น้ำมันเบนซินทั่วไปได้ อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบคู่มือผู้ใช้หรือข้อมูลที่ระบุบนฝาถังน้ำมันเพื่อทราบค่าความเหมาะสมของน้ำมันที่แนะนำสำหรับรถรุ่นนี้ เนื่องจากน้ำมันแต่ละชนิดมีค่าออกเทนหรือความทนทานต่อการจุดระเบิดที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปแล้วเครื่องยนต์ที่มีอัตราส่วนกำลังอัดสูงหรือมีระบบเทอร์โบชาร์จมักต้องใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทนสูงกว่าเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ หากใช้ค่าน้ำมันที่ไม่เหมาะสมติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เครื่องยนต์สั่น เร่งไม่ขึ้น หรือสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น โดยทั่วไปเครื่องยนต์เทอร์โบจะมีความไวต่อคุณภาพและค่าของน้ำมันมากกว่าเครื่องยนต์ทั่วไป ดังนั้นเพื่อรักษาสมรรถนะและความทนทานของเครื่องยนต์ การเลือกใช้น้ำมันตามที่ผู้ผลิตแนะนำถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด
Q
Honda Civic hatchback มีประสิทธิภาพการใช้น้ำมันอย่างไร?
Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC Turbo 2022 มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยตามข้อมูลจากโรงงานอยู่ที่ 5.8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร โดยใช้เชื้อเพลิงเบนซิน ตัวเลขนี้ได้จากการทดสอบในสภาพแวดล้อมมาตรฐาน ซึ่งในการใช้งานจริงอัตราสิ้นเปลืองอาจมีความแตกต่างขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ลักษณะการขับขี่ สภาพถนน น้ำหนักบรรทุก และการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในรถ หากมีการเร่งหรือเบรกอย่างรุนแรงบ่อยครั้ง หรือปล่อยให้เครื่องยนต์เดินเบานานเกินไป อัตราสิ้นเปลืองก็จะสูงกว่าค่าที่ระบุไว้ ขณะที่การขับขี่อย่างนุ่มนวล รักษาความเร็วให้เหมาะสม และใช้ระบบต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น เครื่องยนต์ที่จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ของรุ่นนี้ยังช่วยให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงให้กับผู้ใช้
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
2022 Land Rover Defender มีราคาเท่าไหร่?
รถ Land Rover Defender P400e รุ่นปี 2022 มีราคาแนะนำจากผู้ผลิตที่ 6,999,000 บาท แต่ปัจจุบันเลิกจำหน่ายแล้ว รถรุ่นนี้เป็นปลั๊กอินไฮบริด ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 5.6 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 3.3 ลิตร/100 กม. และวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 43 กม. อุปกรณ์มาตรฐานประกอบด้วย ABS, ระบบควบคุมเสถียรภาพรถยนต์, ระบบเตือนการออกนอกเลน, ระบบช่วยรักษาเลน และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ รวมถึงจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และระบบปรับอากาศด้านหลัง หน้าจอคอนโซลกลางมีขนาด 10 นิ้ว เมื่อเทียบกับ Defender 110 OCTA ซีรีส์ที่เปิดตัวในปี 2025 (ราคาประมาณ 21 ล้านถึง 22 ล้านบาท) รุ่นปี 2022 นี้มีราคาที่ย่อมเยากว่าและเหมาะสมกับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด โครงสร้างตัวถังแบบแยกส่วนและระบบขับเคลื่อนแบบออฟโรด ยังคงสืบทอดคุณสมบัติการขับขี่แบบออฟโรดสุดแกร่งของรถยนต์ซีรีส์ Defender ต่อไป
Q
“Defender รุ่นปี 2022 เหมาะสำหรับการขับขี่แบบออฟโรดหรือไม่?”
Land Rover Defender 2022 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับขับขี่ออฟโรด ด้วยสมรรถนะการขับขี่ทุกภูมิประเทศที่แข็งแกร่ง ใช้ระบบช่วงล่างแบบดับเบิลวิชโบนด้านหน้าและมัลติลิงค์ด้านหลัง ร่วมกับระบบกันสะเทือนปรับระดับด้วยอากาศ ที่สามารถปรับความสูงได้ถึง 14 เซนติเมตร ระยะห่างจากพื้นดินขั้นต่ำสูง มุมเข้า 38 องศา มุมออก 40 องศา และความสามารถในการลุยน้ำได้ลึกถึง 0.9 เมตร สามารถรับมือกับสภาพพื้นผิวที่ยากลำบากทั้งโคลนตมและทางน้ำได้อย่างง่ายดาย
ติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อถาวร กระปุกเกียร์ส่งกำลังสองความเร็ว และล็อคดิฟเฟอเรนเชียลกลาง-หลัง พร้อมระบบ Terrain Response 2 ที่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ตามสภาพภูมิประเทศต่างๆ เพื่อให้การยึดเกาะถนนและการควบคุมที่สมบูรณ์แบบสำหรับการขับออฟโรด
โครงสร้างตัวถัง D7x แบบอลูมิเนียมทั้งคันมีความแข็งแกร่งสูง ทนทานต่อการบิดตัวได้ดี มั่นใจในความมั่นคงของตัวถังแม้ในสภาพเส้นทางที่ยากที่สุด
นอกจากนี้ยังให้ความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมืองและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น วัสดุตกแต่งภายในคุณภาพสูงและระบบเทคโนโลยีครบครัน ถือเป็น SUV อเนกประสงค์ที่สมบูรณ์แบบทั้งสำหรับการขับออฟโรดและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
Q
ความเร็วสูงสุดของ Defender ปี 2022 คือเท่าไร?
อัตราเร็วสูงสุดของ Land Rover Defender รุ่น 2022 สามารถทำความเร็วได้ถึง 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งข้อมูลสมรรถนะนี้มาจากรุ่นที่ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ซูเปอร์ชาร์จจ์ ขนาด 5.0 ลิตร ที่สามารถผลิตกำลังสูงสุดได้ 518 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ทำให้ Defender 90 สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 4.9 วินาที
เพื่อรองรับสมรรถนะอันทรงพลัง Land Rover Defender รุ่น 2022 ได้ติดตั้งแท่งกันโคลงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่เพื่อลดการโคลงตัว ระบบดิฟเฟอเรนเชียลหลังแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำงานแบบแอคทีฟเพื่อเพิ่มความมั่นคงในการเข้าโค้ง และเพิ่มโปรแกรมไดนามิกในระบบ Terrain Response เพื่อให้สามารถขับขี่ได้ทั้งบนถนนสมรรถนะสูงและสภาพแวดล้อมออฟโรด
นอกจากนี้ รุ่นดังกล่าวยังแสดงถึงอัตลักษณ์สมรรถนะสูงผ่านรายละเอียดต่างๆ เช่น ท่อไอเสียแบบสี่ท่อ ล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว และตราสัญลักษณ์ V8 ส่วนภายในตกแต่งด้วยเบาะหนังสีดำ พวงมาลัยหุ้มหนังสังเคราะห์แบบซูเอด เพื่อเพิ่มความรู้สึกหรูหรา โดยรวมแล้วทั้งในด้านสมรรถนะ การควบคุม และการออกแบบ ล้วนสะท้อนถึงตำแหน่งรถสมรรถนะสูง
Q
Maserati GranTurismo 2024 ราคาเท่าไหร่?
รถยนต์ไฟฟ้า Maserati GranTurismo Folgore EV รุ่นปี 2024 มีราคาแนะนำอย่างเป็นทางการที่ 12,900,000 บาท รถสปอร์ตหรูคันนี้มาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสามมอเตอร์ มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 320 กม./ชม. และระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน 455 กม. ขนาดตัวรถยาว 4959 มม. กว้าง 1957 มม. สูง 1353 มม. และระยะฐานล้อ 2929 มม. เป็นรถยนต์ 2 ประตู 4 ที่นั่ง มาพร้อมถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง ระบบเบรก ABS ระบบควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์ ระบบเบรกอัตโนมัติ ระบบเตือนการออกนอกเลน และคุณสมบัติความปลอดภัยอื่นๆ ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย ได้แก่ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศด้านหลัง ไฟหน้าอัตโนมัติ หน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 10.1 นิ้ว และระบบเสียง 8 ลำโพง ผสมผสานสมรรถนะอันทรงพลังเข้ากับประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหรา
Q
GranTurismo 2024 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดหรือไม่?
Maserati GranTurismo ปี 2024 ไม่ใช่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบเต็มไลน์ แต่มีตัวเลือกระบบขับเคลื่อนสองแบบ ได้แก่ รถยนต์น้ำมันและรถยนต์ไฟฟ้าแบบเต็ม (Folgore) รถยนต์น้ำมันประกอบด้วยรุ่น Modena และ Trofeo ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์ 3.0T V6 รุ่น Modena มีกำลังสูงสุด 490 แรงม้า ระยะเร่ง 0-100 km/h ใน 3.9 วินาที ส่วนรุ่น Trofeo มีกำลังสูงสุด 550 แรงม้า ระยะเร่ง 0-100 km/h ใน 3.5 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 302 km/h และ 320 km/h ตามลำดับ ราคาตั้งต้นจากผู้ผลิตคือ THB 5,997,780 และ THB 7,066,350 รถยนต์ไฟฟ้าแบบเต็ม Folgore ใช้ระบบมอเตอร์สามตัวพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ กำลังรวม 830 แรงม้า โมเมนต์สูงสุด 1350 N·m ระยะเร่ง 0-100 km/h ใน 2.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 320 km/h ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 92.5 kWh และระยะทางการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าแบบเต็มถึง 455 km ราคาตั้งต้นจากผู้ผลิตคือ THB 12,900,000 ทั้งสองรุ่นระบบขับเคลื่อนยังคงรักษาแบบรถสปอร์ตหรู 2 ประตู 4 ที่นั่ง มาพร้อมจอแสดงผลกลางขนาด 10.1 นิ้ว ลำโพง 8 ตัว และอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น ระบบช่วยเปลี่ยนเลน ระบบเตือนการเบี่ยงเบนจากเลน และระบบเบรกอัตโนมัติ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกันในรูปแบบพลังงานและประสิทธิภาพ
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตารางผ่อนล่าสุด Honda Civic Hatchback:ดาวน์ 25% 12,xxx บาทต่องวด
สุรเดชNov 18, 2025

Honda Zero Series SUV เปิดเกมใหม่ EV ฮอนด้า กับแพลตฟอร์ม “บาง เบา และฉลาด”
ณัฐวุฒิJan 28, 2026

ฮอนด้า HRC วางแผนเทคโนโลยีสนามแข่ง F1 ให้กับรถยนต์พลเรือน
พงศธรJan 27, 2026

Civic e:HEV มาพร้อมเทคโนโลยี S+Shift ทำให้การขับขี่แบบไฮบริดสนุกสนานยิ่งขึ้น
สุรเดชJan 16, 2026

Honda ในประเทศจีนมีโรงงานสามแห่งที่ยังคงหยุดการผลิตเป็นเวลาสองสัปดาห์เนื่องจากการขาดแคลนชิป
LienJan 6, 2026
ดูเพิ่มเติม


รุ่นรถ
ข้อดี
ข้อเสีย