Q

Mazda 3 มีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสูงหรือไม่?

ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา Mazda 3 จัดว่าอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับรถในกลุ่มเดียวกัน โดยตามคำแนะนำของทางผู้ผลิต ควรเข้ารับบริการตรวจเช็กตามระยะทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร หรือทุก 6 เดือน แล้วแต่ว่าระยะใดถึงก่อน ค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการพื้นฐานจะอยู่ที่ประมาณ 2,500–4,000 บาท ซึ่งครอบคลุมการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรอง และการตรวจเช็กทั่วไป โดยราคาจะเปลี่ยนแปลงตามการเลือกใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์หรืออะไหล่แท้จากโรงงาน จุดที่น่าสนใจคือ Mazda ประเทศไทยมีการรับประกันคุณภาพตัวรถนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ว่าระยะใดถึงก่อน) ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวสำหรับผู้ใช้ Mazda 3 ยังใช้เครื่องยนต์เทคโนโลยี Skyactiv ซึ่งมีจุดเด่นด้านความประหยัดน้ำมัน จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้งานในระยะยาวอีกทางหนึ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับรถญี่ปุ่นยี่ห้ออื่น ราคาของอะไหล่ Mazda 3 ในไทยถือว่าอยู่ในระดับกลาง และด้วยจำนวนศูนย์บริการที่ได้รับการแต่งตั้งจาก Mazda หลายแห่งทั่วประเทศ ทำให้เครือข่ายการให้บริการหลังการขายมีความครอบคลุม ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ควรพิจารณาร่วมเมื่อต้องประเมินค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษารถรุ่นนี้
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
รถ MAZDA3 ปี 2022 ต้องการน้ำมันเบนซินเกรดพรีเมียมหรือไม่?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 นั้น ทางผู้ผลิตแนะนำให้ใช้เบนซินหมายเลข 91 หรือสูงกว่านั้นเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด แต่ไม่ได้บังคับว่าต้องใช้เบนซินระดับพรีเมียมเสมอไป จะใช้เบนซินธรรมดาหมายเลข 87 ก็ได้ตามปกติ แต่เครื่องยนต์อาจจะตอบสนองได้ไม่เต็มที่และประหยัดน้ำมันน้อยลงเล็กน้อย สาเหตุเป็นเพราะเครื่องยนต์ Skyactiv-G ของ Mazda ออกแบบมาให้มีอัตราส่วนการอัดสูง การใช้เบนซินคุณภาพสูงจะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงการน็อค โดยเฉพาะเวลาอากาศร้อนหรือเมื่อขับทางไกลบ่อยๆ แต่ถ้าใช้รถแค่ในเมืองเป็นหลัก การเติมเบนซินธรรมดาก็ไม่เป็นไร ไม่ทำลายเครื่องยนต์ แค่ถ้าจะขับทางไกลหรืออยากได้ความรู้สึกในการขับที่ดีขึ้น แนะนำให้อัพเกรดเป็นเบนซินคุณภาพสูงจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม ต้องระวังเรื่องคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย เพราะแต่ละปั๊มอาจแตกต่างกัน แนะนำให้เลือกเติมปั๊มใหญ่ที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันปัญหาเครื่องยนต์ที่อาจเกิดจากน้ำมันคุณภาพต่ำ เวลานำรถเข้าศูนย์บริการก็ให้ช่างตรวจสอบการสะสมคาร์บอนในเครื่องยนต์ด้วย จะได้ปรับเลือกใช้เบนซินให้เหมาะกับการใช้งานจริงของเรา
Q
อัตราการประหยัดน้ำมันของ Mazda 3 รุ่นปี 2022 คือเท่าไร?
Mazda 3 รุ่นปี 2022 ให้ประสิทธิภาพด้านประหยัดน้ำมันที่ดีมาก โดยข้อมูลจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและระบบขับเคลื่อน สำหรับรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ Skyactiv-G ขนาด 2.0 ลิตร จะสิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 7.8 ลิตร/100 กม. ในเมือง และ 5.6 ลิตร/100 กม. บนทางหลวง ส่วนค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ประมาณ 6.5 ลิตร/100 กม. ส่วนรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร จะประหยัดยิ่งกว่า ด้วยอัตราสิ้นเปลืองรวมต่ำถึง 4.5 ลิตร/100 กม. เหมาะมากสำหรับคนที่ขับทางไกลบ่อยหรือเน้นเรื่องประหยัดน้ำมัน เทคโนโลยี Skyactiv ของ Mazda ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้อย่างชัดเจน ด้วยการปรับแต่งเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ลดน้ำหนักตัวรถ และปรับเกียร์ให้เหมาะสม โดยยังคงความรู้สึกในการขับที่สนุกเหมือนเดิม สำหรับในเมืองไทยที่การจราจรค่อนข้างติดขัด แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีระบบ i-stop ที่จะช่วยดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อจอดรถไฟแดงหรือหยุดแป๊บๆ ช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกเยอะ Mazda 3 ยังมีโหมดขับขี่ให้เลือกหลายแบบ เช่น โหมดประหยัดหรือโหมดสปอร์ต ให้ปรับใช้ตามถนนและความชอบส่วนตัว เพื่อบาลานซ์ระหว่างสมรรถนะกับความประหยัด ถ้าอยากประหยัดน้ำมันยิ่งกว่านี้ก็อาจมองหารถไฮบริดหรือรถไฟฟ้า แต่ Mazda 3 รุ่นเครื่องยนต์ทั่วไปยังคงมีความเหนือกว่าในด้านการตอบสนองและความสนุกในการขับขี่ เหมาะสำหรับคนที่ชอบความรู้สึกของการขับรถจริงๆ
Q
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 จำเป็นต้องใช้แก๊สโซฮอล์พรีเมียมหรือไม่?
คู่มือทางการของ Mazda 3 รุ่นปี 2022 แนะนำให้ใช้เชื้อเพลิงที่มีออกเทน 91 ขึ้นไปเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด แต่ไม่ได้บังคับว่าต้องใช้เท่านั้น ถ้าเติมน้ำมันธรรมดาอย่างเบนซิน 91 ลงไปเครื่องยนต์ก็สามารถปรับจังหวะการจุดระเบิดให้เหมาะสมได้ แต่กำลังเครื่องและประหยัดน้ำมันอาจลดลงนิดหน่อย เทคโนโลยี Skyactiv-G ของ Mazda ออกแบบมาให้สมดุลระหว่างประหยัดน้ำมันและกำลังส่ง แก๊สโซฮอล์ออกเทนสูงจะช่วยให้เครื่องยนต์อัตราส่วนอัดสูงทำงานได้เต็มที่ โดยเฉพาะเวลาอากาศร้อนหรือขับขึ้นเขา บรรเทาปัญหาการน็อคของเครื่องยนต์และช่วยให้เครื่องทำงานเรียบขึ้น ถ้าใช้รถแค่ในเมืองและอยากประหยัด ก็เติมน้ำมันธรรมดาได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าต้องขับทางไกลหรืออยากได้สมรรถนะการขับขี่เต็มที่ แนะนำให้เลือกน้ำมันออกเทนสูงไว้ก่อน ข้อควรระวังคือน้ำมันแต่ละปั๊มคุณภาพไม่เหมือนกัน ควรเลือกปั๊มที่ไว้ใจได้ และอย่าลืมเติมน้ำยาทำความสะอาดระบบเชื้อเพลิงตามที่ผู้ผลิตแนะนำเป็นประจำ เพื่อดูแลหัวฉีดและห้องเผาไหม้ ส่วนรถเทอร์โบมักจะอ่อนไหวกับเลขออกเทนมากกว่า แต่ Mazda 3 ปี 2022 ทุกรุ่นเป็นเครื่องยนต์แบบแอทโมสเฟียร์ เลยปรับตัวได้ดีกว่า
Q
เครื่องยนต์อะไรที่อยู่ใน Mazda 3 ปี 2022?
รุ่น Mazda 3 ปี 2022 มาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ Skyactiv-Technology 2 แบบ ให้เลือกตามสไตล์การขับขี่ เครื่องยนต์แรกเป็นแบบ 2.0 ลิตร 4 สูบ แบบดูดธรรมดา (กำลังสูงสุด 155 แรงม้า แรงบิดสูง 200 นิวตันเมตร) ส่วนอีกรุ่นเป็น 2.5 ลิตร 4 สูบ (กำลังสูงสุด 186 แรงม้า แรงบิดสูง 252 นิวตันเมตร) ทั้งคู่ใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และบางรุ่นมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือกด้วย เครื่องยนต์ทั้งสองแบบนี้ถูกออกแบบให้มีอัตราส่วนอัดสูง ช่วยประหยัดน้ำมันในเมืองแต่ยังเร่งฉิวเวลาแซง ส่วนใครที่ชอบขับทางไกล แนะนำรุ่น 2.5 ลิตรเลย เพราะแรงกว่านิดนึงเหมาะกับทางหลวง ส่วนรุ่น 2.0 ลิตรก็เพอร์เฟกต์สำหรับขับรถไปทำงานประจำวัน สิ่งที่น่าสนใจคือ Mazda 3 ทุกรุ่นไม่ใช้เทอร์โบ แต่ใช้เทคโนโลยีปรับระบบไอดี-ไอเสียและหัวฉีดน้ำมันให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เวลาเจออากาศร้อนๆ เครื่องยังคงเสถียรและดูแลรักษาไม่ยาก แถมเติมน้ำมันแค่เบนซิน 91 ก็พอแล้ว หาเติมตามปั้มทั่วไปได้สบายๆ ใช้ไปนานๆ ก็ประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ดีเลยทีเดียว
Q
2022 Mazda 3 ผลิตที่ไหน?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ส่วนใหญ่ผลิตที่ประเทศญี่ปุ่น เม็กซิโก และไทย โดยรุ่นที่ขายในไทยบางส่วนถูกประกอบที่โรงงานอาเซียนในจังหวัดชลบุรี โรงงานนี้ทำงานตามมาตรฐานคุณภาพระดับโลกของมาสด้าทุกขั้นตอน เพื่อให้รถยนต์มีคุณภาพเทียบเท่ารุ่นที่ผลิตในญี่ปุ่นเลยทีเดียว เครื่องยนต์สกายแอคทีฟและดีไซน์โคโดะที่มาพร้อมในรุ่นนี้เป็นที่นิยมมากในตลาดไทย เพราะประหยัดน้ำมันและขับเคลื่อนคล่องตัวเหมาะกับสภาพถนนในเมืองเป็นพิเศษ ที่น่าสนใจคือโรงงานอาเซียนแห่งนี้ไม่เพียงแต่ผลิตรถพวงมาลัยขวาเพื่อจำหน่ายในประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย แสดงให้เห็นถึงความสามารถด้านการผลิตที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง สำหรับผู้บริโภคแล้ว การเลือกรถที่ประกอบในประเทศจะได้รถเร็วขึ้นและได้รับบริการหลังการขายที่คุ้มค่ากว่า ในขณะที่รุ่นนำเข้าจะมีตัวเลือกอุปกรณ์สูงให้เลือกมากกว่า แนะนำให้เลือกตามความต้องการจริงๆ ของคุณจะดีที่สุด
Q
รถ Mazda3 ปี 2022 จะมีอายุการใช้งานได้นานแค่ไหน
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ในสภาพการใช้งานและการดูแลรักษาปกติ คาดว่าจะวิ่งได้เกิน 2 แสนถึง 3 แสนกิโลเมตร แต่อายุการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับนิสัยการขับ ขั้นตอนการดูแลรักษา และปัจจัยสภาพแวดล้อมในพื้นที่ รถรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี Skyactiv ที่ให้ประสิทธิภาพความทนทานของเครื่องยนต์และเกียร์ในระดับดี รวมถึงการป้องกันสนิมตัวถังที่เหมาะกับสภาพอากาศชื้น แนะนำให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และตรวจสอบระบบเบรกอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ นอกจากนี้ในเขตอากาศร้อนควรระวังเรื่องความร้อนที่อาจทำให้แบตเตอรี่และชิ้นส่วนยางเสื่อมสภาพเร็วขึ้น แนะนำให้ตรวจสอบระบบระบายความร้อนและแอร์ทุก 6 เดือน สำหรับเจ้าของที่ต้องการใช้รถยาวนาน การเลือกอะไหล่แท้จากศูนย์และการปฏิบัติตามคู่มือการดูแลรักษาของผู้ผลิตจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้มากที่สุด เทคโนโลยี Skyactiv ของ Mazda ไม่เพียงช่วยประหยัดน้ำมัน แต่ยังเพิ่มความทนทานด้วยโครงสร้างตัวถังแข็งแรงพิเศษ ซึ่งเป็นจุดสำคัญสำหรับการใช้งานในเมืองที่การจราจรหนาแน่นหรือการขับบนถนนชนบทผสมกัน
Q
ปัญหาทั่วไปของ Mazda3 ปี 2022 มีอะไรบ้าง?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ในตลาดบ้านเรานั้นถือว่าทนทานพอสมควร แต่ก็มีปัญหาบางจุดที่ควรระวัง เช่น มีเจ้าของรถบางรายรายงานว่าหม้อแบตเตอรี่ 12V อาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติในสภาพอากาศร้อนชื้น แนะนำให้ตรวจสอบขั้วแบตเตอรี่เป็นประจำว่ามีการกัดกร่อนหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศแบบร้อนชื้น นอกจากนี้ระบบ idle stop ของเครื่องยนต์ Skyactiv-G อาจเพิ่มภาระให้แบตเตอรี่เมื่อต้องเจอกับการจราจรที่ติดขัดบ่อยๆ สามารถปิดชั่วคราวเพื่อยืดอายุการใช้งานได้ ส่วนระบบมัลติมีเดียอาจมีปัญหาการเชื่อมต่อ CarPlay ไม่เสถียรบ้าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการอัปเดตระบบให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดก็สามารถแก้ไขได้ แล้วยังมีเรื่องสีรถแบบ Soul Red ที่ถึงจะสวยงามแต่ค่าซ่อมแซมค่อนข้างสูง แนะนำให้ทำประกันสีรถจากศูนย์จะดีกว่า ที่น่าสนใจคือเทคโนโลยี Skyactiv ของรถรุ่นนี้เหมาะมากสำหรับการขับบนเส้นทางขึ้นเขา เนื่องจากเครื่องยนต์อัตราส่วนกำลังอัดสูงช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีแม้ในพื้นที่ภูเขาอย่างเชียงใหม่ และระบบ GVC ยังช่วยเพิ่มความมั่นคงบนถนนลื่นๆ ขอแนะนำให้ใช้ยางที่แนะนำโดยโรงงานเดิมเมื่อขับรถในฤดูฝน การจัดแนวล้อสี่ล้อเป็นประจำสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาการบดเบี่ยงเบนได้
Q
มูลค่าขายต่อของ Mazda 3 ปี 2022 คือเท่าไร?
ในตลาดมือสองท้องถิ่น รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 มีอัตราการรักษามูลค่าค่อนข้างคงที่ โดยขึ้นอยู่กับสภาพรถ ระยะทาง และระดับอุปกรณ์ ส่วนใหญ่จะรักษามูลค่าได้ประมาณ 65%-75% ของราคารถใหม่ โดยเฉพาะรุ่นระดับกลางถึงสูงที่ติดตั้งเครื่องยนต์ Skyactiv-G 2.0L อย่างรุ่น Carbon Edition นั้นเป็นที่นิยมมากกว่า เพราะมีอุปกรณ์มาตรฐานเช่น ไฟ LED พวงมาลัยหนัง ทำให้เวลาขายต่อจะเสียมูลค่าน้อยกว่ารุ่นพื้นฐานประมาณ 5%-8% สีแดง Soul Red Crystal แม้จะต้องจ่ายเพิ่มตอนซื้อรถใหม่ แต่เวลาขายมือสองจะรักษามูลค่าได้มากกว่าสีอื่นประมาณ 3%-5% ปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษามูลค่าคือการมีประวัติการบริการจากตัวแทนจำหน่ายอย่างสม่ำเสมอ และการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยจากโรงงานเช่น ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจเวลาขายต่อได้มาก เมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน Mazda 3 ได้รับความนิยมในตลาดมือสองอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเทคโนโลยี Skyactiv ที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมันและขับเคลื่อนดี แนะนำว่าก่อนขายควรเปรียบเทียบราคาในแพลตฟอร์มขายมือสองชั้นนำ และเตรียมประวัติการซ่อมบำรุงให้ครบถ้วนเพื่อให้ได้ราคาดีที่สุด
Q
Mazda 3 รุ่นปี 2022 ควรใช้น้ำมันชนิดใด
สำหรับ Mazda 3 รุ่นปี 2022 ทางผู้ผลิตแนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องเกรดความหนืด SAE 0W-20 ซึ่งเป็นน้ำมันเครื่องความหนืดต่ำที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเครื่องยนต์ขณะสตาร์ทเครื่องตอนเย็นและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดี เหมาะสมเป็นพิเศษกับการขับขี่ในสภาพอากาศร้อนที่มีการสตาร์ทเครื่องบ่อยครั้ง แต่หากรถของคุณมีระยะทางใช้งานเกิน 80,000 กิโลเมตรหรือพบปัญหาน้ำมันเครื่องลดลงเล็กน้อย อาจพิจารณาอัพเกรดไปใช้เกรด 5W-30 เพื่อเพิ่มการป้องกันเครื่องยนต์ในอุณหภูมิสูง แนะนำให้เลือกน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ (ทั้งแบบเต็มสังเคราะห์และกึ่งสังเคราะห์) เนื่องจากทนทานต่อการเกิดออกซิเดชันในอุณหภูมิสูงได้ดีกว่าน้ำมันเครื่องแร่ ควรเลือกน้ำมันเครื่องคุณภาพสูงที่ได้การรับรองมาตรฐาน API SP หรือ ILSAC GF-6 ยี่ห้อที่หาซื้อได้ทั่วไปในประเทศไทยเช่น เชลล์ เฮลิกซ์ อัลตรา มอบบิล 1 หรืออิเดมิตสึ ZEPRO ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ระยะเวลาการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องควรอยู่ที่ทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 12 เดือน (แล้วแต่อย่างไหนมาถึงก่อน) แต่หากขับขี่ในสภาพรถติดนานหรือขับแบบอัดอาจลดระยะเหลือ 8,000 กิโลเมตร ควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องเป็นประจำและหากพบสัญญาณไฟเตือนสีเหลืองที่หน้าปัดควรรีบเติมน้ำมันเครื่องทันที เมื่อทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ควรเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องแบบเดิมของผู้ผลิตไปพร้อมกันเพื่อประสิทธิภาพการกรองที่ดีที่สุด และไม่ควรผสมน้ำมันเครื่องต่างยี่ห้อกัน หากต้องการเปลี่ยนยี่ห้อควรล้างระบบน้ำมันเครื่องให้สะอาดก่อนเสมอ
Q
รถ Mazda 3 ปี 2022 มีความน่าเชื่อถือไหม?
รถ Mazda 3 รุ่นปี 2022 นี่เรื่องความน่าเชื่อถือถือว่าทำงานได้ดีเลยครับ เครื่องยนต์ Skyactiv-G และระบบเกียร์ Skyactiv-Drive ที่ผ่านการทดสอบจากตลาดมานั้นให้ความมั่นใจได้เรื่องความเสถียร แถมยังเจอปัญหาน้อยเวลาขับขี่ประจำวัน โดยเฉพาะการใช้งานในเมืองหรือเดินทางไกล โครงสร้างตัวรถใช้เหล็กความแข็งแรงสูง เรื่องความปลอดภัยถือว่าอยู่ในระดับดีเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในคลาสเดียวกัน แถมยังออกแบบมาให้ทนต่อสภาพอากาศและความชื้นในไทยได้เป็นอย่างดี ภายในห้องโดยสารทำออกมาได้ละเอียดและครบเครื่อง พร้อมระบบ i-Activsense ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเวลาขับขี่ แต่อย่างไรก็ตามค่าบำรุงรักษาของมาสด้าจะสูงกว่ารถญี่ปุ่นบางยี่ห้ออยู่หน่อย แต่ถ้าเข้าศูนย์บริการตามกำหนดก็ช่วยให้รถสภาพดีได้ในระยะยาว ส่วนเรื่องค่าซื้อขายต่อนั้น Mazda 3 ในตลาดบ้านเราค่อนข้างทรงตัว ถ้าเป็นรถอายุ 3 ปีจะอยู่ที่ประมาณ 60% ของราคาใหม่ สำหรับคนที่ชอบความสนุกในการขับและต้องการความน่าเชื่อถือด้วย รุ่นนี้นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แนะนำให้ลองทดลองขับดูก่อนตัดสินใจ เพราะระบบบังคับเลี้ยวที่แม่นยำของมันนี่แหละที่ทำให้การขับขี่สนุกมาก
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

ภายในรถมีการตกแต่งที่ดี ด้วยโทนสีดำที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยสปอร์ตหรู คุณภาพของวัสดุภายในรถดี การออกแบบทำให้รถดูหรูหราและขั้นสูง การจัดวางแผงอุปกรณ์สะดวกในการใช้งาน
ที่นั่งสบาย การออกแบบที่นั่งตรงกับร่างกาย รองรับด้านข้างที่ดีสำหรับคนขับและผู้โดยสาร สามารถนั่งนานๆ โดยไม่รู้สึกเหนื่อย และที่นั่งขับสามารถปรับได้ 10 ทิศทางโดยใช้ไฟฟ้า
ฟังก์ชันและคุณสมบัติที่ดี มีจอภาพที่คนขับสามารถดูได้ สามารถแสดงความเร็วในการเร่งและการใช้น้ำมัน มีกล้องทั่วรถที่ติดตั้งอย่างดี
สมรรถนะทางการจับคืนดินเป็นอย่างดี ระบบความแข็งแรงกับที่อยู่ใต้รถดีเยี่ยม สมรรถนะทางการจับคืนดินสูงในระหว่างการเลี้ยวหรือในส่วนที่อยู่ใต้รถที่เดินทาง ขับเคลื่อนไม่อย่างรวดเร็ว การเร่งและหมุนกำลังไม่เปลี่ยนแปลงมากจากรุ่นก่อนหน้านี้ น้ำหนักของรถเพิ่มขึ้น

ข้อเสีย

การปรับเปลี่ยนคุณลักษณะของที่นั่งคนขับและที่นั่งผู้โดยสารไม่ตรงกัน ที่นั่งของคนขับสามารถปรับได้ 10 ทิศทาง แต่ที่นั่งของผู้โดยสารไม่สามารถเติมเต็ม 10 ทิศทาง ฟีเจอร์ที่นั่งไม่ได้ตอบสนองความต้องการอย่างเต็มที่
แต่ฟังก์ชั่นของระบบควบคุมการท่องเที่ยวไม่เพียงพอ แม้ว่าจะสามารถเพิ่มหรือลดความเร็วของรถและตามรถที่อยู่ด้านหน้าผ่านเส้นทางที่กว้าง แต่ไม่มีฟังก์ชั่น Stop-and-go
พื้นที่ภายในรถไม่สะกดกว่าผลิตภัณฑ์ที่แข่งขัน มาสด้ามักมีข้อเสียด้านพื้นที่ที่นั่งด้านหลังในแทบทุกรุ่น แต่รุ่น Mazda 3 Sedan ปี 2019 กว้างขึ้นเล็กน้อยกว่าที่ผ่านมา แต่ยังไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์ที่แข่งขัน
ความสบายของชานเส้นไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์ที่แข่งขัน เมื่อขับขี่บนถนนที่ไม่ราบหรือถนนที่มีลูกรัง คุณจะรู้สึกถึงการสั่น โดยมีความรู้สึกว่ามีการสั่นสะเทือนจากพื้นผิวที่ยางกระทบ

Q&A ล่าสุด

Q
ยาง Michelin ขนาด 225/50R18 ราคาเท่าไหร่?
ราคาของยางมิชลินขนาด 225/50R18 แตกต่างกันไปตามรุ่นและคุณสมบัติเฉพาะ รุ่น Primacy 3ST ZP มีราคาเริ่มต้นประมาณ 1095.65 บาท รุ่นนี้เน้นความเงียบสบายและเทคโนโลยีรันแฟลต (สัญลักษณ์ ZP) ทำให้เหมาะสำหรับรถยนต์ซีดานระดับกลางถึงระดับสูงที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและประสบการณ์การขับขี่ ยางขนาดเดียวกันแต่ต่างรุ่นอาจมีราคาแตกต่างกันระหว่าง 900 ถึง 1200 บาท เช่น ยางสปอร์ตสมรรถนะสูงหรือยางสำหรับรถ SUV อาจมีราคาสูงถึง 1500 บาท แนะนำให้พิจารณาการใช้งานรถ (เช่น การเดินทางประจำวันหรือการขับขี่แบบสปอร์ต) และงบประมาณเมื่อเลือกซื้อ และควรเลือกตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตเพื่อให้มั่นใจได้ว่าเป็นสินค้าแท้และบริการหลังการขายที่ดี ยางมิชลินขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มของเนื้อยางและเทคโนโลยีความเงียบ แต่ควรทราบว่าความทนทานต่อการสึกหรอค่อนข้างปานกลาง ทำให้เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ให้ความสำคัญกับความสบายเป็นหลัก
Q
ยางรถแข่งขนาด 18 นิ้วรุ่นไหนที่ได้รับความนิยม?
ปัจจุบัน ยางรถแข่งขนาด 18 นิ้วที่ได้รับความนิยมในท้องตลาด ได้แก่ ยางซีรีส์ RapidDragon ของ RoadNav เช่น ขนาด 235/45ZR18 และ 245/45ZR18 ยางเหล่านี้มีดีไซน์สมรรถนะสูงระดับสนามแข่ง เหมาะสำหรับรถสปอร์ตอย่าง Toyota Reiz โดยมีลายดอกยางที่เน้นความสมดุลระหว่างการยึดเกาะบนพื้นแห้งและเปียก ส่วนยางซีรีส์ Venom XT มีขนาดใหญ่สำหรับใช้งานออฟโรด เช่น 285/65R18 และ 33×12.5R18 ใช้โครงสร้างแบบเรเดียลและเสริมความแข็งแรง 10 ชั้น เหมาะสำหรับการขับขี่ในภูมิประเทศที่ท้าทาย รุ่นที่ผลิตในประเทศไทยมีราคาอยู่ระหว่าง 1750 ถึง 1980 บาท และยางซีรีส์ Anchi AC718 รุ่น 225/45ZR18 เน้นสมรรถนะบนถนน ด้วยค่าความเร็ว 95W และเครื่องหมาย ZR ที่บ่งบอกถึงความเสถียรที่ความเร็วสูง เหมาะสำหรับรถสปอร์ตอย่าง BMW 3 Series นอกจากนี้ ยางรุ่น Xunlong ซีรีส์ 255/40R18 และ 235/40ZR18 ยังผสานเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนเข้ากับสมรรถนะแบบสปอร์ต โดยใช้ชั้นเส้นใยความหนาแน่นสูงในโครงยางเพื่อเพิ่มการรองรับการเข้าโค้ง สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ เมื่อซื้อยาง ควรเลือกความกว้างของยางให้เหมาะสมกับค่า J-value ของขอบล้อและพารามิเตอร์ของระบบกันสะเทือนของรถ สำหรับยางออฟโรด ควรตรวจสอบใบรับรอง 3C (เช่น ใบรับรองหมายเลข 2003011201041448 สำหรับ Venom XT) ในขณะที่ยางสำหรับถนนทั่วไป แนะนำให้ตรวจสอบรอบการผลิตของใบรับรอง DOT เพื่อให้แน่ใจว่ายางมีสภาพดี
Q
คุณควรเติมลมยางขนาด 255/50 ขอบ 18 เท่าไร?
สำหรับยางขนาด 255/50 R18 ความดันลมยางที่แนะนำในสภาพยางเย็นมักอยู่ในช่วง 230-250 kPa (ประมาณ 2.3-2.5 bar) โดยค่าที่แน่นอนต้องอ้างอิงตามค่าที่ผู้ผลิตรถยนต์ระบุไว้บนเสา B ของประตู ฝาถังน้ำมันหรือคู่มือผู้ใช้ ยางแบบอัตราส่วนด้านข้างต่ำ (Low Aspect Ratio) เนื่องจากมีส่วนข้างยางสั้นและพื้นที่สัมผัสพื้นกว้าง ความดันลมยางที่เหมาะสมจะช่วยรักษาความมั่นคงในการควบคุมและลดการสึกหรอไม่สม่ำเสมอของดอกยาง หากความดันต่ำกว่า 220 kPa เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการสึกหรอมากผิดปกติที่ไหล่ยาง ในขณะที่ความดันเกิน 270 kPa อาจส่งผลต่อความนุ่มสบายและเพิ่มความเสี่ยงการสึกหรอที่กลางดอกยาง ควรวัดความดันลมยางในสภาพยางเย็น (จอดรถนานกว่า 3 ชั่วโมงหรือขับเคลื่อนไม่เกิน 2 กิโลเมตร) เนื่องจากเมื่อยางร้อน ความดันจะเพิ่มขึ้น 20-30 kPa จากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ดังนั้นความดันลมยางร้อนที่ 265 kPa จึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงปกติ สำหรับการปรับตามฤดูกาล ในฤดูหนาวสามารถเพิ่มความดันสูงกว่าค่ามาตรฐาน 10-20 kPa เพื่อชดเชยการลดลงของความดันจากอุณหภูมิต่ำ แต่ความดันยางเย็นไม่ควรเกินค่าสูงสุด (MAX PRESS) ที่ระบุไว้ข้างยาง (ปกติอยู่ที่ 3.0-3.5 bar) การตรวจสอบความดันลมยางเป็นประจำเป็นปัจจัยสำคัญในการยืดอายุการใช้งานยาง หากความดันเบี่ยงเบนจากค่ามาตรฐานเกิน 20% จะทำให้อายุการใช้งานยางลดลงอย่างเห็นได้ชัด
Q
ยาง Bridgestone ขนาด 225 50R18 ราคาเท่าไหร่?
ราคาของยาง Bridgestone 225/50R18 แตกต่างกันไปตามรุ่นและช่องทางการจำหน่าย ยางรันแฟลตใหม่ เช่น รุ่น T001 RFT โดยทั่วไปจะมีราคาอยู่ระหว่าง 899 ถึง 1060 บาท ในขณะที่ยางออลซีซั่น เช่น Turanza EL450 RFT มีราคาประมาณ 1528 บาทต่อเส้น ยางมือสองสามารถหาซื้อได้ในราคาต่ำสุดที่ 490 ถึง 890 บาท แต่ควรตรวจสอบสภาพการสึกหรอและความลึกของดอกยางที่เหลืออยู่ แนะนำให้ซื้อจากช่องทางที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการเพื่อความมั่นใจในความถูกต้องและการบริการหลังการขาย นอกจากนี้ ควรติดตามโปรโมชั่นพิเศษในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เนื่องจากบางรุ่นอาจมีส่วนลดสูงสุดถึง 15% หรือคะแนน Taobao เพิ่มเติม ยางขนาดนี้เหมาะสำหรับรถยนต์รุ่นต่างๆ เช่น BMW X1 และ 3 Series เมื่อซื้อควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าค่าความเร็ว (เช่น 95W) และดัชนีรับน้ำหนักตรงตามข้อกำหนดของรถยนต์
Q
"ฉันควรใช้ยางประเภทใดสำหรับล้อขนาด 18 นิ้ว?"
เมื่อเลือกยางสำหรับล้อขนาด 18 นิ้ว ต้องพิจารณารวมถึงขนาดมาตรฐาน ความต้องการด้านประสิทธิภาพ และความเข้ากันได้กับรุ่นรถ ขนาดมาตรฐานทั่วไป ได้แก่ 225/45R18, 235/45R18 เป็นต้น โดย 225/45R18 เหมาะสำหรับรถเก๋งส่วนใหญ่ เช่น คิอา K5, เมอร์เซเดส-เบนซ์ C-Class ในขณะที่ 235/45R18 เข้ากันได้ดีกับรถรุ่นสปอร์ต เช่น BMW 3 Series หากต้องการประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย ยางรันแฟลต (Run-Flat Tire) เช่น ฮันกุก K127B (225/50R18) หรือ มิชลิน Primacy 3 ZP (225/45R18) สามารถขับขี่ต่อได้เมื่อความดันยางไม่เพียงพอ เหมาะสำหรับการขับขี่ทางไกล สำหรับความต้องการด้านความเงียบและความสะดวกสบาย สามารถพิจารณา มิชลิน PS4 หรือ คอนทิเนนทอล UC6 ที่มีการออกแบบดอกยางที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อลดเสียง สำหรับประสิทธิภาพด้านการควบคุม ขอแนะนำ ยาง Pirelli P7 Gen 2 หรือ กูดยีร์ Eagle F1 ที่มีการเสริมสร้างแรงยึดเกาะและความเสถียรในการเข้าโค้ง แบรนด์ เช่น ฮันกุก, ดันลอป ให้ตัวเลือกที่มีราคาคุ้มค่า ราคาอยู่ในช่วงประมาณ 2,500 ถึง 5,000 บาท/เส้น ในขณะที่แบรนด์ระดับพรีเมียม เช่น มิชลิน, คอนทิเนนทอล ราคาอาจสูงถึง 6,000 บาทขึ้นไป ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าดัชนีน้ำหนักบรรทุกของยาง (เช่น 95Y) และระดับความเร็ว (เช่น V, W, Y) ต้องตรงกับข้อกำหนดของผู้ผลิต และควรเลือกลายดอกยางที่ตรงกับรถรุ่นนั้นๆ เป็นอันดับแรก (เช่น K117A เหมาะสำหรับ Audi Q2L) การตรวจสอบความดันยางและสภาพการสึกหรอเป็นประจำสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของยางได้ และสำหรับการขับขี่บนถนนหลากหลายสภาพ แนะนำให้เลือกยางอเนกประสงค์
ดูเพิ่มเติม