Q

ราคา 2025 Kia EV5 เท่าไหร่?

ช่วงราคาของ Kia EV5 รุ่น 2025 อยู่ที่ 149,800 ถึง 255,800 หยวน ปัจจุบันราคามีความเสถียร ไม่มีโปรโมชั่น รุ่นพื้นฐาน 530 Light ราคา 149,800 หยวน, 530 Air ราคา 159,800 หยวน, 530 Land ราคา 174,800 หยวน ส่วนรุ่นระยะทางยาว 720 Light เริ่มที่ 174,800 หยวน, 720 Air 184,800 หยวน, 720 Land 201,800 หยวน, 720 Wave 225,800 หยวน รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ เช่น 630 Land AWD ราคา 221,800 หยวน, 630 Wave AWD 245,800 หยวน ส่วนซีรีส์ GT-Line 580 Air AWD GT-Line ราคา 214,800 หยวน และรุ่นสูงสุด 580 Wave AWD GT-Line ราคา 255,800 หยวน รถรุ่นนี้มีให้เลือกทั้งในแง่ระยะทางและระบบขับเคลื่อนที่แตกต่างกัน ผู้บริโภคสามารถเลือกรุ่นที่เหมาะสมตามความต้องการใช้งานประจำวัน ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดการซื้อและตรวจสอบรถพร้อมจำหน่ายได้ที่ตัวแทนจำหน่าย
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto

Q&A เกี่ยวข้อง

Q
เนื่องจากข้อมูลของฉันถูกฝึกจนถึงเดือนตุลาคม 2023 ฉันยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับระยะทางของ Kia EV5 ปี 2025 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แต่ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาให้ฉันทราบหรือคุณสามารถตรวจสอบจากเว็บไซต์ทางการของ Kia หรือช่องทางอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้!
ในตลาดประเทศไทย รถยนต์ไฟฟ้า Kia EV5 รุ่นปี 2025 ทุกรุ่นมีระยะวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนอย่างเป็นทางการที่ 490 กิโลเมตร และติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมเหล็กฟอสเฟต รุ่น Light ระดับเริ่มต้น ราคา 1,299,000 บาท มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8.5 วินาที รุ่น Air ราคา 1,399,000 บาท มีคุณสมบัติคล้ายกับรุ่น Light รุ่น Earth Long Range ราคา 1,599,000 บาท มีน้ำหนักตัวรถมากกว่าเล็กน้อย รุ่น Earth Exclusive AWD เป็นรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อแบบมอเตอร์คู่ ราคา 1,799,000 บาท มีกำลังรวม 308 แรงม้า และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 6.1 วินาที ให้สมรรถนะที่ทรงพลังยิ่งขึ้น ทุกรุ่นมาพร้อมถุงลมนิรภัยหลายตำแหน่ง ระบบควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์ เรดาร์ถอยหลัง และคุณสมบัติความปลอดภัยอื่นๆ รวมถึงหน้าจอแสดงผลส่วนกลางขนาด 12.3 นิ้ว และระบบปรับอากาศด้านหลัง ตอบโจทย์ความต้องการในการเดินทางประจำวันและการใช้งานในครอบครัว นอกจากนี้ ทุกรุ่นยังใช้ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ MacPherson อิสระ และระบบกันสะเทือนหลังแบบ 5 จุดยึดอิสระ เพื่อให้มั่นใจถึงเสถียรภาพในการขับขี่และเหมาะสมกับสภาพถนนที่หลากหลายในประเทศไทย
Q
จุดด้อยของ Kia EV5 ในไทยมีอะไรบ้าง? เหมาะกับสภาพอากาศและการใช้งานในไทยไหม?
สำหรับ Kia EV5 ในฐานะรถ SUV ไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่วางขายในตลาดไทย อาจมีจุดอ่อนหลักๆ อยู่ 2 เรื่องคือ ความเข้ากันได้กับโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ และการปรับตัวให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อน โดยสภาพอากาศของไทยที่ร้อนจัดอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพการระบายความร้อนของแบตเตอรี่ต้องทำงานหนักขึ้น การชาร์จเร็วบ่อยๆ อาจทำให้สมรรถนะการขับขี่ลดลง นอกจากนี้ในไทยส่วนใหญ่ใช้หัวชาร์จมาตรฐาน CCS จึงต้องตรวจสอบว่าตัวรถรองรับหัวชาร์จนี้หรือไม่ ในด้านความใช้งานจริง กระโปรงท้ายของ EV5 มีพื้นที่น้อยกว่ารถยนต์เชื้อเพลิงทั่วไปในระดับเดียวกัน ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไทยที่ชอบบรรทุกของขนาดใหญ่เวลาออกทริป อีกประเด็นที่ต้องคำนึงคือ นโยบายสนับสนุนรถ EV ของรัฐบาลไทยส่วนใหญ่จะให้ประโยชน์กับรถที่ประกอบในประเทศ ส่วนรุ่นนำเข้าอย่าง EV5 อาจไม่ได้รับสิทธิประโยชน์เต็มที่ ส่งผลต่อความคุ้มค่าด้านราคา อย่างไรก็ดี EV5 มาพร้อมระบบปั๊มความร้อนที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงานในสภาพอากาศร้อนได้ดี ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่เหมาะกับเมืองไทยมาก แถมยังมีฟังก์ชัน V2L สำหรับจ่ายไฟภายนอก ที่ตอบโจทย์วัฒนธรรมการไปค้างแรมที่นิยมในไทย ช่วยเพิ่มความสะดวกเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้งได้เป็นอย่างดี
Q
Kia EV5 เป็นรถยนต์ประเภทไหน
รถคิอา อีวี5 เป็นรถ SUV ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด (อยู่ในกลุ่ม C-SUV) ที่ออกแบบมาสำหรับครอบครัวและคนเมืองที่ต้องการรถสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ตัวรถมีความยาวประมาณ 4.6 เมตร มีระยะฐานล้อ 2.75 เมตร ระบบไฟฟ้าใช้แพลตฟอร์ม 400V มีให้เลือกสองแบบคือแบบมาตรฐาน (แบตเตอรี่ 58kWh วิ่งได้ประมาณ 530 กม.) และแบบระยะไกล (แบตเตอรี่ 81.4kWh วิ่งได้ถึง 720 กม.) รองรับการชาร์จเร็ว (ชาร์จจาก 30% เป็น 80% ในเวลาเพียง 27 นาที) พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิแบตเตอรี่ที่ออกแบบมาเพื่อสภาพอากาศร้อนของไทย และยังมีเบาะหลังที่พับได้เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานทั้งในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล ในตลาดไทย อีวี5 เป็นที่นิยมเนื่องจากราคาที่สมเหตุสมผล (ประมาณ 1.2-1.8 ล้านบาท) และมีการปรับแต่งให้เหมาะกับตลาดท้องถิ่น เช่น พวงมาลัยขวา ระบบห้องโดยสารอัจฉริยะที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย และระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งให้เหมาะกับสภาพถนนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สำคัญ รัฐบาลไทยมีนโยบายลดภาษีสรรพสามิตสำหรับรถไฟฟ้า (จาก 8% เหลือเพียง 2%) และในกรุงเทพฯก็มีสถานีชาร์จเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ค่าใช้จ่ายในการใช้งานรถไฟฟ้าแบบอีวี5 ต่ำกว่ารถน้ำมันอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจซื้อควรตรวจสอบความสะดวกในการชาร์จให้เหมาะกับระยะทางในการเดินทางของตัวเองด้วยนะครับ
Q
PCD ขนาดเท่าไรของ Kia EV5
ขนาด PCD หรือระยะห่างรูน็อตของ Kia EV5 คือ 5x114.3 มิลลิเมตรซึ่งเป็นสเปกที่พบได้ทั่วไปในตลาดประเทศไทยและใช้ร่วมกันได้กับรถยนต์รุ่นต่างๆ ของ Hyundai และ Kia ทำให้การอัปเกรดล้อหรือเปลี่ยนล้อหลังการขายทำได้ง่ายมีตัวเลือกหลากหลายและสามารถตอบสนองต่อสภาพถนนและพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้ในไทยได้ดีขนาด PCD เป็นค่าที่สำคัญสำหรับการติดตั้งล้อใหม่การเลือกขนาดที่ถูกต้องจะช่วยให้ขับขี่ปลอดภัยป้องกันปัญหาการสั่นหรือการคลายน็อตที่อาจเกิดจากล้อที่ไม่พอดีผู้บริโภคในไทยเมื่อต้องเปลี่ยนล้อไม่ควรดูแค่ขนาด PCD เท่านั้นแต่ควรพิจารณาค่าเส้นผ่านศูนย์กลางดุมล้อหรือ CB และค่า Offset หรือ ET ร่วมด้วยเพื่อให้ล้อเข้ากันกับรถได้อย่างสมบูรณ์แบบนอกจากนี้ EV5 ในฐานะรถ SUV พลังงานไฟฟ้าการเลือกใช้ล้อยังควรคำนึงถึงน้ำหนักของล้อและการออกแบบทางอากาศพลศาสตร์เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานสูงสุดในสภาพอากาศร้อนและฝนตกชุกของไทยแนะนำให้เลือกล้อที่มีวัสดุทนต่อการกัดกร่อนสูงเพื่อยืดอายุการใช้งาน
Q
Kia EV5 มี Apple Carplay หรือไม่
รถ Kia EV5 ในฐานะ SUV ไฟฟ้าที่ออกแบบมาสำหรับตลาดโลก ได้รับการติดตั้งฟังก์ชัน Apple CarPlay ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานได้จริงมากสำหรับผู้ใช้ไทย เพราะช่วยให้เชื่อมต่อ iPhone ได้สะดวกเพื่อใช้งานนำทาง เปิดเพลง หรือโทรศัพท์ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการขับขี่ โดยเฉพาะในสภาพการจราจรที่ซับซ้อนอย่างในกรุงเทพฯ นอกจาก Apple CarPlay แล้ว Kia EV5 ยังรองรับ Android Auto ด้วย ทำให้ใช้งานได้กับมือถือทุกระบบ ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้หลากหลาย ในตลาดไทย Kia ให้ความสำคัญกับการขยายตลาดรถไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง โดย EV5 ถือเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับครอบครัวไทยด้วยสมรรถนะที่ชาญฉลาดและระยะขับขี่ที่ยาวไกล (ประมาณ 500 กม. ในรุ่นมาตรฐาน) อย่างไรก็ตาม บางฟีเจอร์อาจแตกต่างกันไปตามรุ่นที่จำหน่ายในแต่ละประเทศ แนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดกับตัวแทนจำหน่ายในไทยก่อนตัดสินใจซื้อ และด้วยนโยบายสนับสนุนรถ EV ของรัฐบาลไทยที่กำลังขยายตัว ทำให้รถไฟฟ้าราคาจับต้องได้อย่าง EV5 น่าจะได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีชาร์จเร็ว (ชาร์จจาก 30% เป็น 80% ในประมาณ 30 นาที) ที่ตอบโจทย์กับเครือข่ายสถานีชาร์จที่กำลังเพิ่มขึ้นในประเทศไทย
Q
ยี่ห้อยางของ Kia EV5 คืออะไร
ยางติดรถของ Kia EV5 ในตลาดประเทศไทยอาจแตกต่างกันตามแต่ละรุ่นย่อยโดยทั่วไปจะใช้แบรนด์จากเกาหลีใต้เช่น Kumho หรือ Nexen ซึ่งได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับสภาพอากาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งในด้านการยึดเกาะถนนเปียกและความทนทานบางรุ่นที่เป็นรุ่นสูงอาจติดตั้งยางจากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Michelin หรือ Continental เพื่อเพิ่มความเงียบในการขับขี่และประสิทธิภาพการใช้พลังงานผู้บริโภคในไทยควรให้ความสำคัญกับคุณสมบัติของยางที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นควรตรวจสอบแรงดันลมยางและสภาพการสึกหรออย่างสม่ำเสมอในช่วงฤดูฝนควรเลือกดอกยางที่เน้นประสิทธิภาพในการรีดน้ำหากต้องเปลี่ยนยางสามารถพิจารณายี่ห้อที่มีจำหน่ายทั่วไปในไทยอย่าง Bridgestone หรือ Dunlop ซึ่งทนต่ออุณหภูมิสูงและมีระบบบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั่วประเทศรถยนต์ไฟฟ้ามีแรงบิดในช่วงเริ่มต้นสูงดังนั้นยางติดรถของ EV5 มักถูกออกแบบให้มีแก้มยางแข็งแรงรองรับแรงบิดของมอเตอร์ได้ดีในระยะยาวควรสลับยางทุก 10000 กิโลเมตรเพื่อให้การสึกหรอสม่ำเสมอสภาพถนนในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมีความหลากหลายจึงควรเลือกยางที่สมดุลระหว่างความนุ่มนวลในการขับขี่และความทนทานต่อการใช้งาน
Q
Kia EV5 เป็นรถที่ดีหรือไม่ เรียนรู้ข้อดีและข้อเสียที่นี่
Kia EV5 เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับ D ที่เหมาะสำหรับการใช้งานในครอบครัวมีจุดเด่นหลายด้านทั้งการจัดวางพื้นที่ที่ยืดหยุ่นเบาะหลังสามารถพับได้อย่างคล่องตัวทำให้พื้นที่เก็บสัมภาระขยายได้สูงสุดถึง 1718 ลิตรเบาะผู้โดยสารด้านหน้าออกแบบให้สามารถยืดเป็นเบาะแนวนอนแบบโรแมนติกได้พร้อมด้วยช่องเก็บของหน้ารถขนาด 67 ลิตรและพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายขนาด 513 ลิตรตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบภายในห้องโดยสารเน้นความปลอดภัยต่อสุขภาพใช้เบาะหนังวีแกนจากพืชทั้งคันและวัสดุระดับปลอดภัยต่อแม่และเด็กระบบปรับอากาศใช้แบบปั๊มความร้อนพร้อมฟังก์ชันยับยั้งเชื้อโรคด้านสมรรถนะและระยะทางถือว่าทำได้ดีมีโหมดระยะทางให้เลือกสามระดับรุ่นมอเตอร์เดี่ยวให้กำลัง 218 แรงม้าแรงบิด 310 นิวตันเมตรส่วนรุ่นมอเตอร์คู่ให้กำลัง 317 แรงม้าแรงบิด 480 นิวตันเมตรอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอยู่ในระดับชั้นนำด้านความอัจฉริยะมาพร้อมระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติระดับ L2 และหน้าจอสี่จอเชื่อมต่อกันรอบห้องโดยสารด้านราคาถือว่าเข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับแบรนด์ร่วมทุนและมีฟีเจอร์ใช้งานจริงติดตั้งมาให้หลายรายการแต่ก็ยังมีจุดอ่อนเช่นความแข็งแกร่งของแบรนด์ในสายรถพลังงานใหม่ยังไม่สูงนักบางกลุ่มผู้บริโภคอาจยังมีความลังเลต่อเทคโนโลยีไฟฟ้าของแบรนด์เกาหลีเบาะโรแมนติกมีความสบายในระดับกลางเหมาะกับการใช้งานระยะสั้นรุ่นมอเตอร์คู่แบบขับเคลื่อนสี่ล้อมีการลดลงของระยะทางวิ่งจริงและในฤดูหนาวของภาคเหนือก็อาจต้องเผื่อระยะทางการใช้งานมากขึ้น
Q
ความกว้างของ Kia EV5 คือเท่าไร
Kia EV5 มีความกว้างตัวถังอยู่ที่ 1875 มิลลิเมตรซึ่งถือว่าอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางกว้างเมื่อเทียบกับถนนในเมืองและที่จอดรถในประเทศไทยเหมาะสำหรับการใช้งานของครอบครัวแต่ควรระวังเล็กน้อยเมื่อต้องขับผ่านตรอกซอยแคบในฐานะรถ SUV พลังงานไฟฟ้าล้วนการออกแบบความกว้างของ EV5 คำนึงถึงทั้งความสบายภายในห้องโดยสารและความมั่นคงในการควบคุมรถโดยเบาะหลังสามารถนั่งผู้ใหญ่สามคนได้โดยไม่รู้สึกอึดอัดในสภาพอากาศร้อนของไทยตัวถังที่กว้างขึ้นยังช่วยให้สามารถติดตั้งแบตเตอรี่ความจุใหญ่ขึ้นพร้อมมีพื้นที่สำหรับการระบายความร้อนที่ดีเมื่อเปรียบเทียบกับรถในระดับเดียวกันอย่าง Tesla Model Y ที่มีความกว้าง 1921 มิลลิเมตรและ BYD Atto 3 ที่กว้าง 1875 มิลลิเมตรจะเห็นว่า EV5 อยู่ในระดับมาตรฐานควรสังเกตว่าถนนในเขตเมืองเก่าของไทยหลายแห่งมีความแคบจึงควรระวังความกว้างของกระจกมองข้างขณะขับขี่และก่อนเข้าอาคารจอดรถควรตรวจสอบป้ายจำกัดความกว้างล่วงหน้า EV5 มีระบบพวงมาลัยที่ปรับแต่งมาเพื่อการใช้งานในเมืองโดยแม้ตัวรถจะกว้างแต่รัศมีวงเลี้ยวก็ยังควบคุมได้ดีสามารถขับในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพที่รถติดได้อย่างคล่องตัว
Q
ราคาภาษีรถยนต์ของ Kia EV5 คือเท่าไร วิธีการคำนวณเป็นอย่างไร
เรื่องภาษีทางหลวงสำหรับ Kia EV5 ในประเทศไทย การคำนวณจะขึ้นอยู่กับประเภทรถยนต์ กำลังเครื่องยนต์หรือมอเตอร์ไฟฟ้า และอายุการจดทะเบียน แต่เนื่องจาก EV5 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% จึงได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในประเทศไทย โดยอาจมีค่าภาษีถูกกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทั่วไป สูตรคำนวณภาษีทางหลวงสำหรับรถไฟฟ้ามักจะเป็นอัตราคงที่หรือคำนวณตามน้ำหนัก รัฐบาลไทยยังมีนโยบายลดหย่อนภาษีสำหรับรถพลังงานสะอาด ดังนั้นภาษีทางหลวงจริงของ EV5 อาจอยู่ที่ประมาณ 500 ถึง 2,000 บาท แต่อย่างไรก็ตามควรตรวจสอบประกาศประจำปีของกรมการขนส่งทางบกเพื่อความชัดเจน นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังส่งเสริมการใช้รถไฟฟ้าด้วยมาตรการต่างๆ เช่น การลดภาษีนำเข้า ภาษีสรรพสามิต ซึ่งช่วยลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ EV5 ได้อีกด้วย ข้อควรจำคือภาษีทางหลวงต้องชำระทุกปี โดยสามารถชำระผ่านเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบกหรือช่องทางธนาคารที่กำหนด สำหรับผู้ที่สนใจควรปรึกษาตัวแทนจำหน่ายหรือตรวจสอบนโยบายล่าสุดจากกรมการขนส่งทางบก (DLT) เพื่อให้ได้ข้อมูลการคำนวณและจำนวนเงินที่ถูกต้อง พร้อมกันนี้ รถไฟฟ้าในไทยยังได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น การจดทะเบียนป้ายรถยนต์ฟรี การสนับสนุนสถานีชาร์จสาธารณะ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้งานได้อย่างมากในระยะยาว
Q
ความดันลมยางของ Kia EV5 คือเท่าไร
ตามคำแนะนำทางการของ Kia EV5 โดยทั่วไปแล้วความดันลมยางมาตรฐานจะอยู่ที่ 36 psi (ประมาณ 2.5 bar) ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง แต่ค่าที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปตามขนาดยาง, น้ำหนักบรรทุก หรือสภาพการขับขี่ แนะนำให้ตรวจสอบคู่มือผู้ใช้หรือป้ายข้อมูลที่กรอบประตูรถเพื่อความถูกต้อง ในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย ความดันลมยางมักจะขยายตัวได้ง่ายจากความร้อน จึงควรตรวจสอบความดันลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้ง โดยเฉพาะก่อนเดินทางไกล และควรตรวจสอบขณะยางเย็นเพื่อให้ได้ค่าที่ถูกต้องตามที่ผู้ผลิตแนะนำ การรักษาความดันลมยางที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันทั้งปัญหายางแฟ่หรือยางอ่อนเกินไป ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยและอายุการใช้งานของยาง นอกจากนี้ในช่วงฤดูฝนของไทยที่ถนนมักลื่น การรักษาความดันลมยางที่ถูกต้องจะช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและลดความเสี่ยงรถไถล สำหรับผู้ที่ขับขี่ในพื้นที่จอแจอย่างกรุงเทพฯ การดูแลความดันลมยางอย่างเหมาะสมยังช่วยประหยัดพลังงานและเพิ่มระยะทางในการขับขี่ของรถไฟฟ้าได้อีกด้วย หมายเหตุ แม้การเติมไนโตรเจนในยางจะช่วยลดการเปลี่ยนแปลงของความดันลมยางได้บ้าง แต่การเติมลมปกติก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

ข้อดี

สเปซเซสที่กว้างขวางและมีฟังก์ชันเต็มรูปแรง
ประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและสบาย

ข้อเสีย

หน้าตาคล้ายกับ EV9 เกินไป
การตอบสนองของการแขวนไม่ได้ตามความประสงค์

Q&A ล่าสุด

Q
2022 Land Rover Defender มีราคาเท่าไหร่?
รถ Land Rover Defender P400e รุ่นปี 2022 มีราคาแนะนำจากผู้ผลิตที่ 6,999,000 บาท แต่ปัจจุบันเลิกจำหน่ายแล้ว รถรุ่นนี้เป็นปลั๊กอินไฮบริด ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 5.6 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 3.3 ลิตร/100 กม. และวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 43 กม. อุปกรณ์มาตรฐานประกอบด้วย ABS, ระบบควบคุมเสถียรภาพรถยนต์, ระบบเตือนการออกนอกเลน, ระบบช่วยรักษาเลน และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ รวมถึงจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และระบบปรับอากาศด้านหลัง หน้าจอคอนโซลกลางมีขนาด 10 นิ้ว เมื่อเทียบกับ Defender 110 OCTA ซีรีส์ที่เปิดตัวในปี 2025 (ราคาประมาณ 21 ล้านถึง 22 ล้านบาท) รุ่นปี 2022 นี้มีราคาที่ย่อมเยากว่าและเหมาะสมกับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด โครงสร้างตัวถังแบบแยกส่วนและระบบขับเคลื่อนแบบออฟโรด ยังคงสืบทอดคุณสมบัติการขับขี่แบบออฟโรดสุดแกร่งของรถยนต์ซีรีส์ Defender ต่อไป
Q
“Defender รุ่นปี 2022 เหมาะสำหรับการขับขี่แบบออฟโรดหรือไม่?”
Land Rover Defender 2022 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับขับขี่ออฟโรด ด้วยสมรรถนะการขับขี่ทุกภูมิประเทศที่แข็งแกร่ง ใช้ระบบช่วงล่างแบบดับเบิลวิชโบนด้านหน้าและมัลติลิงค์ด้านหลัง ร่วมกับระบบกันสะเทือนปรับระดับด้วยอากาศ ที่สามารถปรับความสูงได้ถึง 14 เซนติเมตร ระยะห่างจากพื้นดินขั้นต่ำสูง มุมเข้า 38 องศา มุมออก 40 องศา และความสามารถในการลุยน้ำได้ลึกถึง 0.9 เมตร สามารถรับมือกับสภาพพื้นผิวที่ยากลำบากทั้งโคลนตมและทางน้ำได้อย่างง่ายดาย ติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อถาวร กระปุกเกียร์ส่งกำลังสองความเร็ว และล็อคดิฟเฟอเรนเชียลกลาง-หลัง พร้อมระบบ Terrain Response 2 ที่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ตามสภาพภูมิประเทศต่างๆ เพื่อให้การยึดเกาะถนนและการควบคุมที่สมบูรณ์แบบสำหรับการขับออฟโรด โครงสร้างตัวถัง D7x แบบอลูมิเนียมทั้งคันมีความแข็งแกร่งสูง ทนทานต่อการบิดตัวได้ดี มั่นใจในความมั่นคงของตัวถังแม้ในสภาพเส้นทางที่ยากที่สุด นอกจากนี้ยังให้ความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมืองและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น วัสดุตกแต่งภายในคุณภาพสูงและระบบเทคโนโลยีครบครัน ถือเป็น SUV อเนกประสงค์ที่สมบูรณ์แบบทั้งสำหรับการขับออฟโรดและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
Q
ความเร็วสูงสุดของ Defender ปี 2022 คือเท่าไร?
อัตราเร็วสูงสุดของ Land Rover Defender รุ่น 2022 สามารถทำความเร็วได้ถึง 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งข้อมูลสมรรถนะนี้มาจากรุ่นที่ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ซูเปอร์ชาร์จจ์ ขนาด 5.0 ลิตร ที่สามารถผลิตกำลังสูงสุดได้ 518 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ทำให้ Defender 90 สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 4.9 วินาที เพื่อรองรับสมรรถนะอันทรงพลัง Land Rover Defender รุ่น 2022 ได้ติดตั้งแท่งกันโคลงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่เพื่อลดการโคลงตัว ระบบดิฟเฟอเรนเชียลหลังแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำงานแบบแอคทีฟเพื่อเพิ่มความมั่นคงในการเข้าโค้ง และเพิ่มโปรแกรมไดนามิกในระบบ Terrain Response เพื่อให้สามารถขับขี่ได้ทั้งบนถนนสมรรถนะสูงและสภาพแวดล้อมออฟโรด นอกจากนี้ รุ่นดังกล่าวยังแสดงถึงอัตลักษณ์สมรรถนะสูงผ่านรายละเอียดต่างๆ เช่น ท่อไอเสียแบบสี่ท่อ ล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว และตราสัญลักษณ์ V8 ส่วนภายในตกแต่งด้วยเบาะหนังสีดำ พวงมาลัยหุ้มหนังสังเคราะห์แบบซูเอด เพื่อเพิ่มความรู้สึกหรูหรา โดยรวมแล้วทั้งในด้านสมรรถนะ การควบคุม และการออกแบบ ล้วนสะท้อนถึงตำแหน่งรถสมรรถนะสูง
Q
Maserati GranTurismo 2024 ราคาเท่าไหร่?
รถยนต์ไฟฟ้า Maserati GranTurismo Folgore EV รุ่นปี 2024 มีราคาแนะนำอย่างเป็นทางการที่ 12,900,000 บาท รถสปอร์ตหรูคันนี้มาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสามมอเตอร์ มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 320 กม./ชม. และระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน 455 กม. ขนาดตัวรถยาว 4959 มม. กว้าง 1957 มม. สูง 1353 มม. และระยะฐานล้อ 2929 มม. เป็นรถยนต์ 2 ประตู 4 ที่นั่ง มาพร้อมถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง ระบบเบรก ABS ระบบควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์ ระบบเบรกอัตโนมัติ ระบบเตือนการออกนอกเลน และคุณสมบัติความปลอดภัยอื่นๆ ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย ได้แก่ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศด้านหลัง ไฟหน้าอัตโนมัติ หน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 10.1 นิ้ว และระบบเสียง 8 ลำโพง ผสมผสานสมรรถนะอันทรงพลังเข้ากับประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหรา
Q
GranTurismo 2024 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดหรือไม่?
Maserati GranTurismo ปี 2024 ไม่ใช่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบเต็มไลน์ แต่มีตัวเลือกระบบขับเคลื่อนสองแบบ ได้แก่ รถยนต์น้ำมันและรถยนต์ไฟฟ้าแบบเต็ม (Folgore) รถยนต์น้ำมันประกอบด้วยรุ่น Modena และ Trofeo ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์ 3.0T V6 รุ่น Modena มีกำลังสูงสุด 490 แรงม้า ระยะเร่ง 0-100 km/h ใน 3.9 วินาที ส่วนรุ่น Trofeo มีกำลังสูงสุด 550 แรงม้า ระยะเร่ง 0-100 km/h ใน 3.5 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 302 km/h และ 320 km/h ตามลำดับ ราคาตั้งต้นจากผู้ผลิตคือ THB 5,997,780 และ THB 7,066,350 รถยนต์ไฟฟ้าแบบเต็ม Folgore ใช้ระบบมอเตอร์สามตัวพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ กำลังรวม 830 แรงม้า โมเมนต์สูงสุด 1350 N·m ระยะเร่ง 0-100 km/h ใน 2.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 320 km/h ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 92.5 kWh และระยะทางการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าแบบเต็มถึง 455 km ราคาตั้งต้นจากผู้ผลิตคือ THB 12,900,000 ทั้งสองรุ่นระบบขับเคลื่อนยังคงรักษาแบบรถสปอร์ตหรู 2 ประตู 4 ที่นั่ง มาพร้อมจอแสดงผลกลางขนาด 10.1 นิ้ว ลำโพง 8 ตัว และอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น ระบบช่วยเปลี่ยนเลน ระบบเตือนการเบี่ยงเบนจากเลน และระบบเบรกอัตโนมัติ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกันในรูปแบบพลังงานและประสิทธิภาพ
ดูเพิ่มเติม