Q

“Kia Sportage เป็นรถ SUV หรือไม่?”

Kia Sportage เป็นรถ SUV ในกลุ่มรถ SUV ขนาดกะทัดรัด รุ่นล่าสุด Sportage Pro ยังคงยึดมั่นในปรัชญาการออกแบบระดับโลกของซีรีส์นี้ ตัวรถมีความยาว 4670 มม. กว้าง 1865 มม. และสูง 1678 มม. โดยมีระยะฐานล้อ 2755 มม. ให้พื้นที่ภายในที่กว้างขวางกว่าคู่แข่ง มีตัวเลือกเครื่องยนต์ให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.5T จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด เครื่องยนต์ 2.0T จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และระบบไฮบริด 2.0 ลิตร โดดเด่นด้วยดีไซน์ด้านหน้าแบบ "โซ่ดาว" และหน้าจอคู่ขนาด 12.3 นิ้ว เบาะหลังปรับได้หลายมุมตั้งแต่ 10 ถึง 36 องศา ในฐานะรถ SUV เรือธงของ Kia Sportage ได้รับการยอมรับในตลาดด้วยภาษาการออกแบบ "ความลงตัวของสิ่งที่ตรงกันข้าม" รุ่นล่าสุดมีราคาประมาณ 179,800-237,800 บาท ในด้านคุณสมบัติด้านความปลอดภัย รถรุ่นนี้มาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ รุ่นไฮบริดเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ในเมือง และการวางตำแหน่งโดยรวมของรถรุ่นนี้มีความสมดุลระหว่างความใช้งานได้จริงและสไตล์สปอร์ต ควรทราบว่ารถ Sportage รุ่นแรกๆ ที่นำเข้าจากต่างประเทศได้ถูกยกเลิกการผลิตไปแล้ว รุ่นที่วางจำหน่ายในปัจจุบันเป็นรุ่นสากลที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มรุ่นที่สามทั้งหมด
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
  • รถยอดนิยม

  • รุ่นปีรถยนต์

  • เปรียบเทียบรถยนต์

  • รูปภาพรถ

Q&A ล่าสุด

Q
“รถแบบไหนที่เหมาะกับครอบครัวที่มี 7 คน?”
สำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกเจ็ดคน แนะนำให้เลือกโมเดลที่ผสมผสานความลงตัวระหว่างพื้นที่ใช้สอย ความสะดวกสบายของผู้โดยสาร และประหยัดน้ำมัน ในบรรดารถยนต์ไฟฟ้าล้วนนั้น Wuling Xingguang 730 รุ่นไฟฟ้าล้วนถือเป็นตัวเลือกที่ดี BYD Tang DM-i (ราคาประมาณ 103,800 ถึง 123,800 บาท) มาพร้อมประตูเลื่อนไฟฟ้าและระยะวิ่ง 500 กม. เหมาะสำหรับการเดินทางในเมือง ส่วนในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด BYD Tang DM-i (ราคาประมาณ 233,000 ถึง 293,000 บาท) มีระยะวิ่งรวม 1200 กม. และช่องเสียบไฟภายนอก 6kW ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางไกลและการตั้งแคมป์ สำหรับรถยนต์เบนซิน Jetour X70 PLUS (ราคาประมาณ 83,000 ถึง 145,000 บาท) เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมในด้านความประหยัด ด้วยเบาะหลังที่เลื่อนได้ 15 ซม. และเครื่องยนต์ 1.6T หากงบประมาณเอื้ออำนวย Denza D9DM-i (ราคาประมาณ 328,000 ถึง 430,000 บาท) มอบประสบการณ์การขับขี่ระดับพรีเมียมด้วยเบาะนั่งแบบเดียวกับเครื่องบินและระบบช่วงล่างแบบ Magic Carpet ในขณะที่ Toyota Highlander Hybrid (ราคาประมาณ 279,000 ถึง 340,000 บาท) เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับมูลค่าในระยะยาว ด้วยมูลค่าคงเหลือ 63% ใน 5 ปี และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four เมื่อซื้อควรตรวจสอบว่าพื้นที่เหนือศีรษะในแถวที่สามเกิน 950 มม. หรือไม่ และควรให้ความสำคัญกับการทดลองขับเพื่อตรวจสอบสมรรถนะของเครื่องยนต์และความจุในการขยายพื้นที่เก็บสัมภาระภายใต้การบรรทุกเต็มที่ ตัวอย่างเช่น แม้ว่า Tesla Model Y รุ่น 7 ที่นั่งจะมีคุณสมบัติอัจฉริยะที่โดดเด่น แต่แถวที่สามนั้นเหมาะสำหรับวัยรุ่นใช้ชั่วคราวเท่านั้น
Q
รถยนต์คันไหนเหมาะสำหรับการใช้งานในครอบครัวมากกว่ากัน?
สำหรับรถยนต์ครอบครัว แบรนด์ญี่ปุ่นอย่างโตโยต้า ฮอนด้า และอีซูซุ เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือสูง ค่าบำรุงรักษาต่ำ และข้อได้เปรียบเฉพาะพื้นที่ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รถ SUV ที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มรถกระบะ ผสมผสานความทนทานของแชสซีแบบตัวถังแยกส่วนเข้ากับการจัดวางที่นั่ง 7 ที่นั่งที่กว้างขวาง ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคน ระบบปรับอากาศที่ได้รับการปรับปรุงและโครงสร้างตัวถังที่ทนทานต่อสนิมเหมาะสำหรับสภาพอากาศเขตร้อน และมีราคาประมาณ 1.2 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความประหยัดน้ำมัน ฮอนด้า HR-V e:HEV ไฮบริดโดดเด่นด้วยพื้นที่ใช้สอยที่ยืดหยุ่นด้วยเบาะนั่งแบบ Magic Seats และอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำเพียง 4.3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร โดยมีราคาประมาณ 1.1 ล้านบาทหลังหักส่วนลดจากรัฐบาล สำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่สมดุลระหว่างการใช้งานทางธุรกิจและครอบครัว อีซูซุ ดี-แม็กซ์ รถกระบะให้การยกเว้นการตรวจสภาพประจำปีตลอดอายุการใช้งานและการลดหย่อนภาษี เครื่องยนต์ดีเซลมีความสามารถในการรับน้ำหนักที่แข็งแกร่งสามารถรับมือกับสภาพถนนที่ซับซ้อนได้ และมีมูลค่าการขายต่อสูงถึง 70% ในกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่ BYD ATTO 3 ที่มีระยะวิ่ง 620 กิโลเมตร และชาร์จเร็วได้ภายใน 30 นาที ได้กลายเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับครอบครัวในเมือง โดยมีราคาประมาณ 900,000 บาทหลังหักส่วนลดจากรัฐบาลแล้ว การรับประกันตัวรถเต็มรูปแบบ 6 ปี ยังช่วยลดต้นทุนการใช้งานในระยะยาวอีกด้วย เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้บริโภคชาวไทยมีความภักดีต่อแบรนด์ญี่ปุ่นสูงมาก โดยรุ่นต่างๆ เช่น โตโยต้า ยาริส ยังคงรักษามูลค่าได้มากกว่า 65% หลังจากห้าปี ในขณะเดียวกัน แบรนด์จีนก็ค่อยๆ ขยายส่วนแบ่งการตลาดผ่านอัตราส่วนต้นทุนต่อประสิทธิภาพสูงและฟีเจอร์อัจฉริยะต่างๆ
Q
คำว่า SUV ย่อมาจาก "Sport Utility Vehicle" ซึ่งหมายถึงรถยนต์อเนกประสงค์ที่เหมาะสำหรับทั้งการใช้งานในเมืองและการขับขี่ในเส้นทางที่หลากหลาย
SUV ย่อมาจาก Sport Utility Vehicle ซึ่งหมายถึงการผสมผสานความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมืองเข้ากับความสามารถในการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดที่ท้าทาย ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยถูกครอบงำโดยแบรนด์ญี่ปุ่น โดย Toyota Fortuner และ Ford Everest เป็นรุ่น SUV ที่ได้รับความนิยม ทั้งสองรุ่นพัฒนาบนแชสซีรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เน้นความทนทานแต่ความสะดวกสบายอาจลดลงเล็กน้อย Toyota ก็ผลิต SUV ในประเทศไทยเช่นกัน เช่น C-HR และ RAV4 C-HR มีรุ่นไฮบริด 2.0 ลิตรและ 2.5 ลิตร แต่ผู้ใช้บางรายรายงานว่าระบบช่วงล่างแข็งเกินไปและการตอบสนองของพวงมาลัยในความเร็วต่ำค่อนข้างช้า ที่น่าสังเกตคือผู้บริโภคชาวไทยนิยมรถกระบะ (เช่น Toyota Hilux และ Ford Ranger) ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดของ SUV มีจำกัด ในด้านรถยนต์ไฟฟ้า มีเพียงไม่กี่รุ่น เช่น MG ZS ที่เข้ามาในตลาดนี้ สำหรับราคาซื้อนั้น Toyota Corolla Cross รุ่นไฮบริดมีราคาประมาณ 999,000-1,299,000 บาท โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำสุดที่ 4.2 ลิตร/100 กม. อย่างไรก็ตาม รถ SUV ระดับหรูมีราคาสูงกว่าในตลาดต่างประเทศอย่างมาก เนื่องจากภาษีนำเข้าที่สูง (เช่น Lexus RX350 เริ่มต้นที่ 4.99 ล้านบาท) วัฒนธรรมรถยนต์ของไทยเน้นการดัดแปลงเพื่อการใช้งานจริง แต่การดัดแปลงเพื่อเพิ่มสมรรถนะสำหรับรถ SUV นั้นค่อนข้างหายาก โดยมักเน้นไปที่การตกแต่งภายนอกมากกว่า
Q
SUV และ AUV คืออะไร?
รถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) และรถยนต์อเนกประสงค์แบบเอเชียแปซิฟิก (AUV) เป็นรถยนต์สองประเภทที่พบได้ทั่วไป แต่แตกต่างกันอย่างมากทั้งในด้านการออกแบบและฟังก์ชันการใช้งาน SUV ใช้โครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อก เน้นความสะดวกสบายและความอเนกประสงค์ เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองและชานเมือง โดยทั่วไปจะมีระบบกันสะเทือนแบบอิสระและยางสำหรับวิ่งบนถนนหลวง ให้ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่ดีกว่า ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง และมีฟังก์ชั่นหรูหรา ในทางกลับกัน AUV เน้นความใช้งานได้จริงและความประหยัด โครงสร้างตัวถังที่เรียบง่ายกว่าและการจัดวางพื้นที่ที่ยืดหยุ่นทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในครอบครัวประจำวันและการเดินทางระยะสั้น ในราคาที่ค่อนข้างไม่แพง อย่างไรก็ตาม สมรรถนะการขับขี่บนทางออฟโรดและความสะดวกสบายไม่ดีเท่า SUV ในตลาดไทย SUV เช่น Toyota Fortuner และ Isuzu MU-X ได้รับความนิยม ในขณะที่ AUV เช่น Toyota Innova และ Honda BR-V ได้รับความนิยมเนื่องจากความใช้งานได้จริงและความคุ้มค่า การเลือกขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล SUV เหมาะสำหรับความสะดวกสบายและความอเนกประสงค์ ในขณะที่ AUV เหมาะสำหรับความใช้งานได้จริงและความประหยัดมากกว่า
Q
"รถ SUV สำหรับครอบครัวคืออะไร?"
รถ SUV สำหรับครอบครัวมักมีพื้นที่ภายในกว้างขวาง ขับขี่สบาย ปลอดภัยสูง และประหยัดน้ำมัน ทำให้เหมาะสำหรับการเดินทางประจำวันของครอบครัวและการเดินทางไกล ในตลาดไทย รถยนต์รุ่นเหล่านี้จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศเขตร้อน จึงต้องมีระบบควบคุมการปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพและวัสดุที่ทนความร้อน เนื่องจากสภาพถนนที่หลากหลาย จึงแนะนำรุ่นที่มีระยะห่างจากพื้นสูงและระบบช่วงล่างที่เน้นความสบาย รถที่แนะนำยอดนิยม ได้แก่ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ (เริ่มต้นประมาณ 1,499,000 บาท) ซึ่งมีโครงสร้างตัวถังแบบเฟรมที่เหมาะสำหรับการขับขี่บนทางวิบากเบาๆ และมีเบาะนั่งสามแถวที่ยืดหยุ่น; ฮอนด้า ซีอาร์-วี (เริ่มต้นประมาณ 1,599,000 บาท) ซึ่งมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำถึง 5.8 ลิตร/100 กม. ด้วยระบบไฮบริด และมีเบาะหลังแบบพับได้ที่เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ; และ BYD ATTO3 (เริ่มต้นประมาณ 1,199,000 บาท) รถยนต์ไฟฟ้าล้วนที่มีระยะการวิ่งตามมาตรฐาน NEDC 420 กม. และมาพร้อมกับความสามารถในการชาร์จมือถือแบบ VTOL ทำให้เหมาะสำหรับการตั้งแคมป์ เมื่อเลือกซื้อรถ ควรใส่ใจรายละเอียดต่างๆ เช่น จุดยึดเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก และช่องระบายอากาศด้านหลัง สำหรับรถยนต์พลังงานใหม่ ควรพิจารณาความสะดวกในการชาร์จด้วย บางรุ่น เช่น มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต (ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,389,000 บาท) มีข้อดีคือผลิตในประเทศและมีค่าบำรุงรักษาต่ำกว่า
ดูเพิ่มเติม