Q
296 GTB มาแทนที่อะไร?
Ferrari 296 GTB ได้เข้ามาแทนที่ Ferrari F8 Tributo ในฐานะรถสปอร์ตเครื่องยนต์กลาง V8 ล่าสุดของแบรนด์ โดย 296 GTB ไม่เพียงแต่สืบทอดพันธุกรรมด้านสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมจาก F8 Tributo เท่านั้น แต่ยังนำนวัตกรรมใหม่มาสู่ระบบไฮบริดแบบปลั๊กอิน ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบชาร์จ 2.9 ลิตร คู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ให้กำลังรวมสูงถึง 830 แรงม้า สำหรับสภาพอากาศร้อนของไทย ระบบขับเคลื่อนนี้ได้รับการออกแบบให้ระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และโหมดไฟฟ้ายังช่วยให้ใช้งานในสภาพการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ได้ดีขึ้น ลดทั้งการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและมลพิษ นอกจากนี้ 296 GTB ยังใช้อุปกรณ์แอโรไดนามิกส์ที่ทันสมัยและวัสดุน้ำหนักเบา เมื่อเทียบกับ F8 Tributo ทำให้มีความมั่นคงในการเข้าโค้งและความสบายในการขับขี่ประจำวันที่ดีขึ้น สำหรับคอรถสปอร์ตสมรรถนะสูงในไทย รถซูเปอร์คาร์ไฮบริดที่รวมทั้งความรักษ์โลกและความเร้าใจนี้ ไม่เพียงสืบทอดเลือดนักแข่งของ Ferrari แต่ยังตอบโจทย์เทรนด์รถไฟฟ้าของโลก และที่น่าสนใจคือ นโยบายลดภาษีสำหรับรถพลังงานสะอาดของรัฐบาลไทย อาจทำให้ 296 GTB มีความได้เปรียบในตลาดท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
การชาร์จ Ferrari 296 ใช้เวลานานเท่าใด?
สำหรับ Ferrari 296 รถซูเปอร์คาร์แบบปลั๊กอินไฮบริด ถ้าใช้สถานีชาร์จที่บ้านขนาด 7.4kW ในประเทศไทย จะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงในการชาร์จแบตเตอรี่ 6kWh ให้เต็ม แต่ถ้าใช้สถานีชาร์จสาธารณะแบบเร็วจะประหยัดเวลาได้มากกว่า อย่างไรก็ตามเวลาที่ใช้จริงขึ้นอยู่กับกำลังไฟของสถานีชาร์จและความเสถียรของระบบไฟฟ้า สภาพอากาศร้อนของไทยมีผลต่อประสิทธิภาพของแบตเตอรี่เล็กน้อย แนะนำให้ชาร์จในช่วงเช้าหรือเย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า ห้างสรรพสินค้าชั้นนำในกรุงเทพฯ เช่นสยามพารากอนหรือไอคอนสยามมักมีสถานีชาร์จที่ใช้งานได้ดีกับรถรุ่นนี้
จุดที่ควรรู้คือระบบชาร์จของรถปลั๊กอินไฮบริดทำงานต่างจากรถไฟฟ้าทั่วไป แม้ไม่ชาร์จไฟก็ยังสามารถใช้งานได้ด้วยเครื่องยนต์ปกติ แต่การชาร์จเป็นประจำจะช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้เต็มที่ รัฐบาลไทยมีมาตรการลดภาษีสำหรับรถพลังงานสะอาด ทำให้รถซูเปอร์คาร์แบบนี้ได้ประโยชน์ด้านภาษีนำเข้าดีกว่ารถที่ใช้น้ำมันเพียงอย่างเดียว แม้สถานีชาร์จในไทยจะยังไม่ทั่วถึงเหมือนในจีน แต่ในเขตท่องเที่ยวและคอนโดหรูเริ่มมีให้บริการมากขึ้น ผู้ใช้ยังสามารถขอติดตั้งสถานีชาร์จส่วนตัวได้อีกด้วย
Q
Ferrari 296 นั่งสบายหรือไม่?
Ferrari 296 ในฐานะซูเปอร์คาร์ไฮบริดแบบปลั๊กอิน ถือว่ามีความสบายที่พัฒนาขึ้นชัดเจนเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ของ Ferrari โดยระบบช่วงล่างได้รับการปรับแต่งพิเศษให้เข้ากับสภาพถนนในไทยได้ดีกว่า ทั้งถนนในเมืองและทางหลวง โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับสภาพการจราจรติดขัดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่นั่งถูกออกแบบตามหลักเออร์โกโนมิกส์ ช่วยลดความเมื่อยล้าแม้ต้องขับทางไกล เหมาะกับชาวไทยที่ชอบท่องเที่ยวแบบขับรถเองไปยังหัวหินหรือเชียงใหม่ นอกจากนี้ระบบไฮบริดของ 296 ในโหมดไฟฟ้าทำให้การทำงานเงียบเป็นพิเศษ ซึ่งเหมาะกับการปิดกระจกและเปิดแอร์ในวันที่อากาศร้อนของกรุงเทพฯ แม้จะมีความสูงของช่วงล่างที่ต่ำเหมือนซูเปอร์คาร์ทั่วไป แต่ด้วยสภาพถนนในเมืองหลักของไทยที่ค่อนข้างดี แค่ระวังจุดสะดุดหรือบ่อทางก็สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ไม่มีปัญหา เมื่อเทียบกับรุ่นที่เน้นสมรรถนะสำหรับสนามแข่ง 296 ให้ความสำคัญกับสมดุลในการขับขี่บนถนนจริงมากกว่า ทำให้มันเป็นหนึ่งในรุ่น Ferrari ที่เหมาะกับการใช้งานประจำวันมากที่สุดในขณะนี้ ที่ยังคงรักษาความตื่นเต้นในการขับขี่แบบ Ferrari แท้ๆ แต่ก็ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงบนถนนได้เป็นอย่างดี
Q
Ferrari 296 GTB เป็นซูเปอร์คาร์หรือไม่?
Ferrari 296 GTB นี่แหละที่เรียกว่าซูเปอร์คาร์ตัวจริง เจ้าตัวนี้มาพร้อมกับระบบไฮบริดแบบปลั๊กอินที่รวมเอาหัวใจสำคัญอย่างเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบชาร์จใหม่ล่าสุดของ Ferrari ที่วางมุม 120 องศา คู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงถึง 830 แรงม้า เร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้เกิน 330 กม./ชม. ซึ่งพารามิเตอร์เหล่านี้ตอบโจทย์นิยามของซูเปอร์คาร์แบบเต็มๆ ในสภาพอากาศแบบร้อนชื้นของไทยอย่างประเทศไทย ระบบไฮบริดของ 296 GTB นี่ทั้งให้พลังอันทรงพลังและยังใช้โหมดไฟฟ้าเต็มรูปแบบเวลาติดรถติดในกรุงเทพฯ ได้อย่างคล่องตัว แถมยังออกแบบแอโรไดนามิกส์ล่าสุดจาก Ferrari รวมถึงสปอยเลอร์หลังแบบแอคทีฟที่ช่วยสร้างแรงกดลงชั้นเยี่ยมแม้ในสภาพอากาศร้อนและชื้นแบบไทย ที่พิเศษไปกว่านั้น 296 GTB คือรถสปอร์ตเครื่องกลางลำแรกของ Ferrari ที่ใช้ระบบไฮบริด V6 ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในยุคไฟฟ้า โดยยังคงรักษาเสียงเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ผ่านการปรับแต่งพิเศษให้ได้อารมณ์แบบ Ferrari แท้ๆ สำหรับคอซูเปอร์คาร์ไทย 296 GTB นี่ไม่เพียงสแตนด์ด้วยสมรรถนะสุดเพอร์เฟค แต่ยังมีขนาดตัวที่กะทัดรัดกว่า เหมาะกับการขับขี่บนถนนแคบๆ ของไทย เรียกได้ว่าเป็นซูเปอร์คาร์ที่ใช้ได้ทั้งในชีวิตประจำวันและลงสนามแข่งได้อย่างเต็มสูบ
Q
Ferrari 296 มีจำนวนจำกัดหรือไม่?
สำหรับ Ferrari 296 ที่ถือเป็นซูเปอร์คาร์กลางเครื่องรุ่นแรกของแบรนด์ที่ใช้ระบบไฮบริด V6 นั้น แม้จะมีลักษณะการผลิตแบบลิมิตเต็ดแต่ไม่ใช่ทุกรุ่นที่ผลิตแบบจำกัดจำนวน โดยรุ่นพื้นฐานอย่าง 296 GTB จะใช้ระบบผลิตตามออร์เดอร์ (ไม่มีข้อจำกัดจำนวนที่ตายตัว) ส่วนรุ่นแข่งอย่่าง 296 GTB Assetto Fiorano จะผลิตแบบจำกัดจำนวนเพื่อเพิ่มมูลค่าด้านการสะสม ซึ่งกลยุทธ์นี้พบได้บ่อยในตลาดไทย เช่น รุ่นสีพิเศษที่โชว์รูม Ferrari ในกรุงเทพฯ มักต้องจองล่วงหน้า จุดเด่นทางเทคนิคของรถคันนี้คือระบบไฮบริดที่รวมเครื่องยนต์ 2.9T V6 มุมระนาบ 120 องศากับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงถึง 830 แรงม้า โดยโหมดไฟฟ้าล้วนสามารถวิ่งได้ 25 กิโลเมตรในเมืองซึ่งเหมาะกับการใช้รถระยะสั้นในกรุงเทพฯ ส่วนเจ้าของรถเครื่อง V8 ทั่วไปที่ต้องเผชิญรถติดบนถนนพระรามที่สี่จะต้องอิจฉาอย่างแน่นอน ข้อควรท้ายคือการนำเข้าซูเปอร์คาร์ในไทยต้องเสียภาษีรถหรู 300% ทำให้ราคาจริงของ 296 GTB ในไทยสูงถึงประมาณ 45 ล้านบาท ซึ่งทำให้โอกาสที่จะเห็นรถรุ่นนี้บนถนนนั้นค่อนข้างต่ำ ความหายากนี้กลายเป็นการลิมิตเต็ดแบบธรรมชาติไปโดยปริยาย
Q
สำหรับ 296 GTB ปี 2025 ราคาเท่าไหร่?
Ferrari 296 GTB รุ่นปี 2025 ที่เป็นซูเปอร์คาร์แบบปลั๊กอินไฮบริด คาดว่าราคาประมาณ 15-18 ล้านบาทในตลาดไทย (ราคาอาจผันผวนตามอุปกรณ์เสริม อัตราแลกเปลี่ยน และภาษีนำเข้า) โดยใช้ระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดที่รวมเครื่องยนต์ V6 2.9 ลิตร เทอร์โบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงถึง 830 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.9 วินาที ทั้งยังตอบโจทย์เรื่องความประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับในไทย รถซูเปอร์คาร์นำเข้าประเภทนี้ต้องเสียภาษีนำเข้าราว 300% รวมถึงภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย ทำให้ราคาสุดท้ายสูงกว่าตลาดยุโรปอย่างเห็นได้ชัด แนะนำให้ผู้ที่สนใจติดต่อตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของเฟอร์รารี่กรุงเทพเพื่อตรวจสอบราคาล่าสุด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยกำลังส่งเสริมนโยบายสนับสนุนยานยนต์พลังงานสะอาด แม้ว่ารถแบบไฮบริดอาจได้รับส่วนลดภาษีบางส่วน แต่โดยทั่วไปรถซูเปอร์คาร์มักไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ์นี้ นอกจากนี้ หากคิดจะใช้ในชีวิตประจำวัน ควรคำนึงถึงความเหมาะสมของรถตัวถังต่ำกับสภาพถนนแคบๆ ในไทย รวมถึงผลกระทบจากอากาศร้อนต่อระบบระบายความร้อนของระบบไฮบริด การบริการรักษาที่ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการจะช่วยให้รถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด
Q
เครื่องยนต์ของ Ferrari 296 GTB ต้องใช้น้ำมันเครื่องปริมาณเท่าไหร่?
สำหรับ Ferrari 296 GTB นั้นความจุน้ำมันเครื่องอยู่ที่ประมาณ 8.5 ลิตร แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เต็มรูปแบบเกรด SAE 10W-60 ที่ได้มาตรฐานของ Ferrari โดยตรง เพื่อให้มั่นใจว่าการทำงานของเครื่องยนต์ V6 ไฮบริดจะสมบูรณ์แบบและทนทานแม้ในสภาพอากาศร้อนของไทย โดยเฉพาะในไทยที่อากาศร้อนจัดควรระวังเรื่องความหนืดของน้ำมันเครื่อง แนะนำให้ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องเป็นประจำและเปลี่ยนถี่ขึ้นเป็นทุก 10,000 กิโลเมตรหรือปีละครั้ง (เลือกตามระยะใดถึงก่อน) ส่วนในพื้นที่ร้อนชื้นเช่นกรุงเทพฯ หรือภูเก็ตอาจพิจารณาใช้น้ำมันเครื่องที่ทนความร้อนได้ดีเป็นพิเศษ สำหรับระบบไฮบริด Ferrari แนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องเฉพาะสำหรับรถไฮบริดที่ผ่านการรับรองจากโรงงานโดยตรง เพราะน้ำมันประเภทนี้สามารถรับมือกับสภาพการทำงานร่วมกันระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาปได้ดีกว่า ส่วนเจ้าของรถในไทยควรเลือกศูนย์บริการที่ได้รับการรับรองจาก Ferrari เท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ใช้อะไหล่กรองน้ำมันเครื่องของแท้และอุปกรณ์ตรวจสอบที่ได้มาตรฐาน เนื่องจากระบบ Dry Sump ของ 296 GTB นั้นต้องการความแม่นยำในการบำรุงรักษาสูงมาก หากทำไม่ถูกต้องอาจทำให้ระบบหล่อลื่นมีปัญหาได้
Q
รถ Ferrari 296 GTB ต้องจ่ายต่อเดือนประมาณเท่าไหร่?
การคำนวณค่าผ่อนรายเดือนสำหรับ Ferrari 296 GTB ในประเทศไทยจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น รุ่นแบบของรถ แผนการจัดไฟแนนซ์ จำนวนเงินดาวน์ และอัตราดอกเบี้ย โดยทั่วไปรถใหม่จะมีราคาประมาณ 18-22 ล้านบาท หากเลือกผ่อนชำระแบบดาวน์ 30% ระยะเวลาผ่อน 5 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยปีละ 5% ค่าผ่อนต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 250,000-300,000 บาท แต่เพื่อความแม่นยำควรสอบถามตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในพื้นที่เพื่อรับใบเสนอราคาที่แน่นอน ต้องระวังเรื่องภาษีนำเข้ารถหรูในประเทศไทยที่ค่อนข้างสูง ซึ่งรวมภาษีนำเข้า ภาษีสรรพสามิต และ VAT โดยค่าภาษีเหล่านี้จะส่งผลต่อราคารถและค่าผ่อนโดยตรง สำหรับ Ferrari 296 GTB ที่เป็นซุปเปอร์คาร์แบบปลั๊กอินไฮบริด มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงถึง 830 แรงม้า เฟื่องฟูทั้งสมรรถนะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมระดับหนึ่ง เหมาะกับการขับขี่ทั้งในเมืองและสนามแข่งของไทย สิ่งที่น่าสนใจคือตลาด EV ในไทยกำลังเติบโต แบรนด์หรูบางเจออาจมีโปรโมชั่นหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับรถพลังงานใหม่ แต่ในเซกเมนต์ซุปเปอร์คาร์ยังเน้นที่เครื่องยนต์สันดาปหรือไฮบริดเป็นหลัก จึงควรศึกษานโยบายล่าสุดและแผนการเงินอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ
Q
Ferrari 296 GTB ดังไหม?
Ferrari 296 GTB ในฐานะซูเปอร์คาร์ที่มาพร้อมกับระบบไฮบริด V6 เสียงเครื่องยนต์ของมันอาจแตกต่างจากเครื่องยนต์ V8 หรือ V12 แบบสันดาปธรรมชาติแบบเดิมๆ แต่ด้วยระบบไอเสียที่ถูกปรับแต่งมาอย่างดี มันยังคงให้ประสบการณ์ด้านเสียงที่เต็มไปด้วยความเร้าใจ โดยเฉพาะในโหมดสปอร์ต เมื่อเทอร์โบชาร์จเจอร์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกัน จะสร้างเสียงผสมระหว่างเสียงหวือสูงกับเสียงคำรามต่ำที่เป็นเอกลักษณ์ สำหรับสภาพถนนในเมืองร้อนๆ ของไทยอย่างกรุงเทพฯ หรือเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต เสียงแบบนี้ทั้งแสดงถึงความแรงแต่ก็ไม่รบกวนผู้อื่นเกินไป ที่น่าสนใจคือไทยในยุคหลังมานี้เริ่มเปิดรับรถซูเปอร์คาร์มากขึ้น เจ้าของรถหลายคนเลือกที่จะติดตั้งระบบไอเสียสปอร์ตจากโรงงานหรือปรับแต่งแบบถูกกฎหมายเพื่อเสริมเสียงให้ดุดันยิ่งขึ้น แต่ต้องระวังเรื่องกฎหมายจราจรไทยที่จำกัดระดับเสียงเดซิเบลด้วย แนะนำให้ปรับไปใช้โหมดเงียบเมื่ออยู่ในเขตที่พักอาศัยหรือช่วงกลางคืน ระบบไฮบริดยังทำให้ 296 GTB สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเมื่อติดรถติด ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน เทคโนโลยีแบบนี้กำลังกลายเป็นเทรนด์หลักของวงการซูเปอร์คาร์ในยุคปัจจุบัน
Q
"ต้องชาร์จ 296 GTB เป็นประจำหรือไม่"
สำหรับรถ Ferrari 296 GTB รุ่นปลั๊กอินไฮบริดที่ใช้ในประเทศไทย การชาร์จไฟเป็นประจำถือเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อให้ระบบไฮบริดทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ รุ่นนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V6 คู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่สามารถวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ประมาณ 25 กิโลเมตร เหมาะกับการขับขี่ระยะสั้นในกรุงเทพฯ แต่ถ้าเป็นการเดินทางไกล เครื่องยนต์จะชาร์จไฟให้อัตโนมัติโดยไม่ต้องหาที่ชาร์จให้ยุ่งยาก ตอนนี้ประเทศไทยมีการพัฒนาสถานีชาร์จไฟเร็วเพิ่มขึ้นมาก ทั้งในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่าง Central World และบางปั๊มของ PTT แนะนำให้ดาวน์โหลดแอป EV PLUS หรือแอปชาร์จไฟอื่นๆ ในท้องถิ่นเพื่อความสะดวก แต่ต้องระวังเรื่องอากาศร้อนในไทยที่อาจส่งผลต่อแบตเตอรี่ ควรจอดรถในที่ร่มและรักษาระดับแบตเตอรี่ไว้ที่ 20%-80% จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ สำหรับคนไทยที่กำลังมองหาซูเปอร์คาร์ไฮบริด ควรศึกษานโยบายภาษีด้วย เพราะรถปลั๊กอินไฮบริดช่วยลดภาษีนำเข้าได้สูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับรถใช้น้ำมันทั่วไป แต่จำนวนเงินที่ประหยัดได้จะขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องยนต์ ส่วนระบบกักเก็บพลังงานเมื่อเบรกของ 296 GTB นั้นทำงานได้ดีในสภาพการจราจรติดขัดของกรุงเทพฯ นับเป็นจุดเด่นของการออกแบบซูเปอร์คาร์ไฮบริดยุคใหม่ที่ตอบโจทย์การขับขี่ในเมือง
Q
รถ Ferrari 296 GTB จะรักษามูลค่าไว้ได้หรือไม่?
Ferrari 296 GTB เป็นซูเปอร์คาร์ไฮบริดปลั๊กอินที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน V6 ผสมผสานระหว่างพลังและความประหยัดน้ำมัน ซึ่งในตลาดไทยถือว่ามีศักยภาพในการรักษามูลค่าได้ค่อนข้างสูง สาเหตุหลักมาจากความหายากของแบรนด์ Ferrari และความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดรถหรูของไทย โดยเฉพาะกลุ่มซูเปอร์คาร์แบบไฮบริดและรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ระบบส่งกำลังนวัตกรรม 296 GTB ที่คำนึงถึงสมรรถนะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวโน้มการลดการปล่อยก๊าซทั่วโลก จึงง่ายต่อการรักษามูลค่าในตลาดที่มีการยอมรับเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าวประเทศไทย นอกจากนี้ การควบคุมปริมาณการผลิตที่เข้มงวดของเฟอร์รารี่และบริการปรับแต่งยังช่วยสนับสนุนราคารถยนต์มือสองด้วยคำแนะนำสำหรับผู้ซื้อที่มีศักยภาพในการเลือกสีคลาสสิกและการกำหนดค่าเพื่อเพิ่มอัตราการบำรุงรักษา สำหรับคนไทยที่สนใจ แนะนำให้เลือกโทนสีและสเปคคลาสสิกเพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษามูลค่าในระยะยาว
ปัจจัยเรื่องภาษีนำเข้าและนโยบายรถหรูของไทยก็ส่งผลต่อมูลค่าซูเปอร์คาร์เช่นกัน แต่ด้วยความแข็งแกร่งของแบรนด์ Ferrari ในไทยที่มียอดขายสม่ำเสมอและเครือข่ายดีลเลอร์ที่พร้อมให้บริการ ทำให้เรื่องการดูแลระยะยาวและอะไหล่มีความมั่นใจได้พอสมควร สิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยให้ 296 GTB มูลค่าดูมั่นคงกว่าเพื่อน หากพูดถึงการรักษามูลค่าแบบครบวงจร การมีประวัติการเซอร์วิสที่ชัดเจนและการซื้อผ่านช่องทางมือสองรับรองโดยศูนย์อย่างเป็นทางการก็จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือเวลาขายต่อได้มากเช่นกัน
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
เครื่องยนต์ของ BMW X6 ปี 2020 คืออะไร?
BMW X6 ปี 2020 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 3.0T แถวเรียงหกกระบอกสูบ รุ่น B58B30 ซึ่งเครื่องยนต์นี้มีแรงม้าสูงสุด 340 แรงม้า กำลังส่งออกสูงสุด 250 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
เครื่องยนต์รุ่นนี้ใช้ระบบ Vanos แบบคู่ (Double Vanos) ที่สามารถปรับเวลาการเปิดปิดวาล์วไอดี-ไอเสียได้อย่างแม่นยำตามสภาวะการทำงานของเครื่องยนต์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ การส่งกำลังเรียบร้อยและตอบสนองรวดเร็ว โดยที่ความเร็วรอบ 2000-3000 rpm ก็เพียงพอต่อการขับขี่ในเมืองและการแซง เมื่อขับบนทางหลวงสามารถเร่งความเร็วได้ดีและมีสมรรถนะการปีนเขาที่โดดเด่น ประสิทธิภาพโดยรวมของระบบขับเคลื่อนอยู่ในระดับดีเยี่ยมเมื่อเทียบกับรถรุ่นเดียวกัน และได้รับการยอมรับจากเจ้าของรถจำนวนมาก
นอกจากนี้ เครื่องยนต์ยังมีความเสถียรทางเทคนิคสูง ผ่านการปรับแต่งเชิงวิชาชีพเพื่อแก้ปัญหาการตอบสนองล่าช้าและการเปลี่ยนเกียร์ที่กระตุก การออกตัวสัมผัสได้ว่าแป้นคันเร่งเบาและได้กำลังตามต้องการทันที พร้อมกับความรู้สึกถูกกดติดเบาะที่นุ่มลื่นและต่อเนื่อง ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น
Q
มูลค่าขายต่อของ BMW X6 ปี 2020 คือเท่าไร?
มูลค่าที่เหลือของรถ BMW X6 ปี 2020 จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพรถโดยละเอียด ระยะทางที่ใช้งาน ระดับอุปกรณ์ และแนวโน้มตลาด เป็นต้น โดยมีช่วงประมาณระหว่าง 1.25 ล้าน ถึง 4.14 ล้าน บาท
ตัวอย่างเช่น รุ่นที่ใช้งานน้อย (เช่น ระยะทางประมาณ 10,000 กิโลเมตร) และสภาพรถดี อาจมีราคาประมาณ 3 ล้านบาท ส่วนรุ่นที่ใช้งานมาก (เช่น ระยะทางประมาณ 80,000 กิโลเมตร) อาจมีราคาประมาณ 2 ล้านบาท สำหรับรุ่นที่ติดตั้งอุปกรณ์สูง (เช่น ชุด M Sport) จะมีราคาสูงกว่า อาจถึงกว่า 4 ล้านบาท
ราคาจริงจะต้องประเมินตามสภาพรถโดยละเอียด โดยต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพรถ (ประวัติการเกิดอุบัติเหตุ สภาพการสึกหรอของชิ้นส่วน) ความครบถ้วนของบันทึกการบำรุงรักษา ระดับอุปกรณ์ (เช่น ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ระบบเสียงระดับพรีเมียม) และความสัมพันธ์ระหว่างอุปสงค์-อุปทานในตลาด
เมื่อซื้อรถ BMW X6 ปี 2020 มือสอง ควรตรวจสอบประวัติการบำรุงรักษาและประวัติอุบัติเหตุของรถ พร้อมทั้งทำการทดสอบขับอย่างมืออาชีพ เพื่อให้มั่นใจว่ารถที่เลือกตรงกับงบประมาณและความต้องการ
อนึ่ง รถรุ่นนี้เป็นรถ SUV หรูระดับสูง จึงมีอัตราการทรงมูลค่าที่ขึ้นอยู่กับความต้องการในตลาดเป็นอย่างมาก โดยรถที่มีสภาพดีและอุปกรณ์ครบครันจะได้รับความนิยมมากกว่าในตลาดรถมือสอง
Q
"2020 X6 ราคาเท่าไหร่?"
ราคาขายปลีกที่ผู้ผลิตแนะนำ (MSRP) สำหรับ BMW X6 3.0 xDrive30d M Sport ปี 2020 คือ 7,259,000 บาทไทย รุ่นนี้จัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ระดับผู้บริหาร มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ 3.0 ลิตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อนสี่ล้อ มี 5 ประตู 5 ที่นั่ง ถังน้ำมันความจุ 80 ลิตร และพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ 580 ลิตร ระบบความปลอดภัยมาตรฐานประกอบด้วยถุงลมนิรภัยด้านคนขับ ถุงลมนิรภัยด้านผู้โดยสาร และระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย โดยรวมแล้ว รถรุ่นนี้ยังคงรักษามาตรฐานของแบรนด์ในด้านความหรูหราและความอเนกประสงค์ไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ
Q
รถ BMW X6 40i ปี 2020 มีแรงม้าเท่าไหร่?
BMW X6 40i รุ่นปี 2020 ติดตั้งเครื่องยนต์ 3.0T แถวเรียง 6 สูบ ให้กำลังสูงสุด 340 แรงม้า โดยเครื่องยนต์นี้ได้รวบรวมเทคโนโลยีต่างๆ เช่น TwinPowerTurbo เทอร์โบชาร์จ, ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงตรงความแม่นยำสูง, Valvetronic ระบบปรับเวลาวาล์วแบบแปรผันเต็มรูปแบบ และ Double-VANOS ระบบปรับเวลาวาล์วแบบแปรผันต่อเนื่องบนแกนคู่ ฯลฯ สามารถให้แรงบิดสูงสุดถึง 450 นิวตัน-เมตร โดยแพลตฟอร์มการให้แรงบิดที่กว้างช่วยให้การตอบสนองทางไดนามิกมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับระบบเกียร์ที่เปลี่ยนความเร็วอย่างลื่นไหล จะช่วยให้ได้สมรรถนะการเร่งและประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยม
Q
รถ CR-V ปี 2020 ราคาเท่าไหร่?
Honda CR-V ปี 2020 มีเวอร์ชันต่างๆ หลายรุ่นในตลาดไทย โดยราคาของแต่ละเวอร์ชันจะแตกต่างกัน ดังนี้: เวอร์ชัน 2.4 S มีราคาที่ 1,369,000 บาท, เวอร์ชัน 2.4 E มีราคาที่ 1,419,000 บาท, เวอร์ชัน 2.4 ES 4WD มีราคาที่ 1,529,000 บาท, เวอร์ชัน 2.4 EL 4WD มีราคาที่ 1,579,000 บาท และเวอร์ชัน 1.6 DT-EL 4WD มีราคาที่ 1,759,000 บาท
สิ่งที่ควรทราบคือ รุ่นปี 2020 เหล่านี้ได้หยุดจำหน่ายแล้วในปัจจุบัน CR-V ในตลาดไทยส่วนใหญ่เป็นรุ่นปี 2023 และรุ่นที่ได้รับการปรับปรุง ตัวเลือกเครื่องยนต์ประกอบด้วย เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จ 1.5T และระบบไฮบริด 2.0L e:HEV โดยมีช่วงราคาตั้งแต่ 1,419,000 ถึง 1,729,000 บาท บางรุ่นยังมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและแบบ 7 ที่นั่ง เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค พร้อมทั้งทุกรุ่นติดตั้งระบบ Honda SENSING เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะมาตรฐาน ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Ferrariเปิดตัว 296 Speciale ซูเปอร์คาร์ปลั๊กอินไฮบริด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 2.8 วิ
พงศธรApr 30, 2025

Ferrari รุ่นแข่งชั้นสูง 296 VS ซูเปอร์คาร์จะเดบิวต์ในวันที่ 29 เมษายน
LienApr 3, 2025

Ferrari เปิดตัวแชสซีและส่วนประกอบหลักของรุ่นไฟฟ้าล้วนรุ่นแรก Elettrica
AshleyOct 10, 2025

ภาพลับของผู้สืบทอด Ferrari Roma ถูกเปิดเผย! อาจจะปล่อยในปลายปี 2025 ระบบสลับโฮมที่เป็นจุดเด่น
สุรเดชNov 19, 2024

Ferrari F80 สะเทือนใจเปิดตัว : วางแผนที่จะสู้กับ McLaren W1
LienOct 18, 2024


ข้อดี
ข้อเสีย