Q
ราคาฟอร์ดเอเวอเรสท์เท่าไหร่
ในตลาดไทย Ford Everest มีราคาต่างกันตามรุ่นและอุปกรณ์ รุ่นเริ่มต้นเครื่องยนต์ดีเซล 20 ลิตร Bi Turbo ขับเคลื่อนสองล้อเกียร์อัตโนมัติ ราคาเริ่มประมาณหนึ่งล้านสองแสนเก้าหมื่นเก้าพันบาท ส่วนรุ่นท็อปเครื่องยนต์ดีเซล 30 ลิตร V6 ขับเคลื่อนสี่ล้อเกียร์อัตโนมัติ ราคาเกือบหนึ่งล้านแปดแสนเก้าหมื่นเก้าพันบาท ราคาจริงอาจแตกต่างเล็กน้อยตามโปรโมชั่นหรืออุปกรณ์เสริม Everest เป็นเอสยูวีขนาดกลางที่ได้รับความนิยมด้วยดีไซน์แข็งแกร่ง เครื่องยนต์ทรงพลัง และสมรรถนะออฟโรด เหมาะกับถนนหลายรูปแบบของไทย เช่นพื้นที่ภูเขาภาคเหนือหรือถนนชนบท ตัวรถมีตัวเลือกเครื่องยนต์ดีเซล 20 ลิตร Bi Turbo และ 30 ลิตร V6 จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติสิบสปีด ให้ทั้งกำลังและความประหยัดน้ำมัน รุ่นสูงสุดมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ระบบจัดการสภาพถนน หลังคาซันรูฟพาโนรามา และระบบอินโฟเทนเมนต์ SYNC 4 ด้านความปลอดภัยมีถุงลมเจ็ดตำแหน่งและระบบช่วยขับ Ford Co Pilot360 ผู้บริโภคไทยยังสามารถติดตามนโยบายสนับสนุนรถประหยัดพลังงานของรัฐ แม้ Everest เป็นรถดีเซลอาจไม่ได้สิทธิ์ แต่ข้อมูลนี้ช่วยเปรียบเทียบกับรุ่นอื่นได้ดี ในสภาพอากาศร้อนชื้นและฝนตกบ่อยของไทย แนะนำเลือกออปชันเบาะระบายอากาศและการเคลือบกันสนิมเพื่อเพิ่มความสะดวกและความทนทาน
ข้อความพิเศษ: เนื้อหานี้โพสต์โดยผู้ใช้ และไม่ได้แสดงถึงมุมมองและจุดยืนของ PCauto
Q&A เกี่ยวข้อง
Q
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันของ Ford Everest 2022 คือเท่าไร?
Ford Everest รุ่นปี 2022 ในประเทศไทยมีประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมันที่แตกต่างกันตามรุ่นเครื่องยนต์ โดยรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 7.6-8.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรในสภาพถนนแบบผสม ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 3.0 ลิตร จะสิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 8.5-9.0 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ตัวเลขจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสไตล์การขับขี่และสภาพถนน โดยสภาพอากาศร้อนของไทยและการจราจรติดขัดบ่อยๆ ในเมืองอาจทำให้น้ำมันสิ้นเปลืองเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบลมยางและบำรุงรักษารถอย่างสม่ำเสมอเพื่อประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุด รถรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีดีเซลอันล้ำสมัยของฟอร์ดที่สร้างสมดุลระหว่างพลังและความประหยัดน้ำมันได้อย่างดี เหมาะสำหรับการเดินทางไกลและการใช้งานในครอบครัวในประเทศไทย นอกจากนี้ระยะความสูงจากพื้นรถที่มากยังช่วยให้ขับเคลื่อนบนถนนสภาพซับซ้อนบางพื้นที่ของไทยได้ดี หากต้องการประหยัดน้ำมันมากขึ้นอาจพิจารณารุ่นไฮบริดหรือไฟฟ้า แต่ปัจจุบัน Everest ยังไม่มีรุ่นพลังงานทางเลือกวางจำหน่ายในประเทศไทย
Q
"2022 Everest มีเทคโนโลยีอะไรบ้าง?"
รถยนต์ Everest รุ่นปี 2022 ที่วางขายในตลาดไทยมาพร้อมกับเทคโนโลยีขั้นสูงหลายรายการ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สภาพถนนหลากหลายรูปแบบและความต้องการของผู้ใช้ครอบครัวชาวไทยโดยเฉพาะ ระบบ SYNC 4 ที่ติดตั้งมาสามารถรองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยและจอสัมผัสขนาด 12 นิ้ว ทำให้ใช้งานง่ายสำหรับคนไทย นอกจากนี้ยังมีกล้องรอบคันและระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกเวลาไปจอดในซอยแคบๆ ในกรุงเทพฯ หรือห้างสรรพสินค้า
ด้านสมรรถนะ มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 2.0L คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ที่ให้ทั้งความประหยัดในเมืองและพลังเพียงพอสำหรับทางขึ้นเขาทางเหนือ ส่วนระบบ Terrain Management System ที่มีโหมดขับขี่ถึง 5 แบบ จะช่วยให้ขับผ่านเส้นทางลื่นๆ ในฤดูฝนหรือทางลาดชันรอบๆเชียงใหม่ได้อย่างมั่นใจ
เรื่องความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัย 7 จุด ระบบ Cruise Control อัจฉริยะและระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน NCAP ใหม่ของไทยปี 2022 ที่น่าสนใจคือระบบปรับอากาศที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับสภาพอากาศร้อนของไทย พร้อมช่องระบายอากาศแยกสำหรับผู้โดยสารหลัง และยังสามารถเลือกติดตั้งกระจกกันรังสี UV ได้
จุดเด่นของ Everest ในตลาดรถระดับเดียวกันคือการผสมผสานระหว่างสมรรถนะออฟโรดกับความสะดวกสบายสำหรับใช้ในเมืองได้อย่างลงตัว ทำให้เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบ Road Trip ทุกพื้นที่ในไทย ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะจะทำงานได้ดีทั้งบนหาดทรายที่เกาะเสม็ดหรือเส้นทางภูเขาทางเหนือ
Q
คะแนนความปลอดภัยของ Ford Everest 2022 คือเท่าไหร่?
รถยนต์ Ford Everest รุ่นปี 2022 มีสมรรถนะด้านความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยม จนได้รับคะแนนความปลอดภัย 5 ดาวจากอาเซียน NCAP โดยการประเมินนี้พิจารณาจากประสิทธิภาพในการปกป้องผู้โดยสารทั้งผู้ใหญ่และเด็ก รวมถึงระบบช่วยเหลือด้านความปลอดภัยต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนถนนสภาพซับซ้อนแบบไทย ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูง เช่น 7 ถุงลมนิรภัย ระบบควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์ (ESC) ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) และระบบช่วยรักษาเลน (LKA) ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้จริง สำหรับคนไทยแล้ว Everest ยังได้รับการออกแบบเฉพาะเพื่อปรับตัวสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ทั้งระบบเบรกที่ทำงานได้ดีในทุกสภาพ และเทคโนโลยีป้องกันสนิมบนตัวถัง นอกจากนี้ระยะยกตัวสูงและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อยังเหมาะกับการใช้งานบนถนนลูกรังในบางพื้นที่ของไทยด้วย
ที่น่าสนใจคือมาตรฐานการทดสอบของอาเซียน NCAP จะเน้นเรื่องความปลอดภัยภายใต้สภาพอากาศเขตร้อนเป็นพิเศษ รวมถึงการประเมินการชนกับรถจักรยานยนต์ซึ่งสำคัญมากสำหรับไทยที่มีจำนวนมอเตอร์ไซค์สูง แนะนำว่าก่อนตัดสินใจซื้อ ผู้บริโภคควรทดลองขับขี่ด้วยตนเองนอกเหนือจากการอ้างอิงการจัดอันดับความปลอดภัยในการเลือกซื้อและสัมผัสกับการกำหนดค่าความปลอดภัยของรถยนต์ให้เหมาะสมกับความต้องการของตนเองและได้รับการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าระบบความปลอดภัยจะทำงานได้ดีที่สุดตลอดเวลา
Q
รถ Ford Everest 2022 มีทั้งหมดกี่ที่นั่ง?
รถยนต์ Ford Everest รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยมาพร้อมกับตัวเลือกการจัดวางเก้าอี้ 2 แบบ ทั้งแบบ 7 ที่นั่งและ 5 ที่นั่ง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างของแต่ละครอบครัว สำหรับรุ่น 7 ที่นั่งมีการจัดวางแบบ 2+3+2 ที่นั่งแถวสองสามารถเลื่อนปรับระยะหน้า-หลังได้ ส่วนแถวสามพับเก็บได้แบบ 50:50 ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในได้อย่างยืดหยุ่น เหมาะมากสำหรับครอบครัวใหญ่ในไทยที่ชอบท่องเที่ยวหรือต้องการพื้นที่ขนของ ส่วนรุ่น 5 ที่นั่งก็ให้พื้นที่กระโปรงหลังกว้างขวางขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นเรื่องความจุในการเก็บสัมภาระ ด้านสมรรถนะ SUV คันนี้ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร ที่แสดงความสามารถได้อย่างโดดเด่นบนเส้นทางภูเขาในไทย คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน สิ่งที่น่าสนใจคือระยะความสูงจากพื้นรถที่มาก พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ที่ช่วยให้ขับเคลื่อนบนถนนลื่นๆในช่วงฤดูฝนของไทยได้อย่างมั่นใจ ระบบ SYNC 4 ยังรองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย ทำให้น่าใช้ยิ่งขึ้น พื้นที่เก็บของสามารถขยายได้ถึง 898 ลิตรเมื่อพับแถวที่นั่งสาม เหมาะสมอย่างยิ่งกับการไปจ่ายตลาดสุดสัปดาห์แบบคนไทย ที่ชอบซื้อของทีละมากๆ ตัวถังรถยังใช้วัสดุโบรอนสตีลที่คงความแข็งแรงได้แม้ในสภาพอากาศร้อนจัดของไทย
Q
รถยนต์ Ford Everest รุ่นปี 2022 มีแบบไฮบริดให้เลือกหรือไม่?
รุ่น Ford Everest ปี 2022 ในตลาดไทยยังไม่มีเวอร์ชันไฮบริดให้เลือก โดยตัวรถในไทยจะเน้นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร คู่กับเกียร์ออโต้ 10 สปีด ที่เน้นสมรรถนะออฟโรดและความประหยัดพื้นที่ ส่วนความสนใจในรถไฮบริดและรถไฟฟ้าของคนไทยนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ Ford ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงโฟกัสที่รถเครื่องยนต์สันดาปอยู่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทรนด์รถไฟฟ้าโลกมาแรง แนวโน้มในอนาคต Everest อาจจะมีตัวเลือกไฮบริดหรือปลั๊ก-อินไฮบริดเพื่อตอบโจทย์ตลาด รัฐบาลไทยเองก็มีนโยบายส่งเสริมรถพลังงานสะอาด เช่น ลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต ซึ่งอาจดันให้หลายแบรนด์นำเข้ารถโมเดลพลังงานใหม่มาไทยมากขึ้น ตอนนี้ในตลาดไทยมี SUV ไฮบริดให้เลือกอย่าง Toyota Fortuner Hybrid และ Mitsubishi Outlander PHEV ที่ลูกค้าเลือกได้ตามความต้องการและเรื่องประหยัดน้ำมัน ส่วน Ford Everest ด้วยโครงสร้างแข็งแรงและความสามารถออฟโรดระดับพรีเมียมนั้นโด่งดังในเขตภูเขาและต่างจังหวัดของไทย ถ้าหากมีรุ่นไฮบริดออกมาในอนาคต คงช่วยเพิ่มจุดแข่งในตลาดได้ไม่น้อย
Q
“รถ Ford Everest ปี 2022 มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) ไหม?”
Ford Everest รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยมีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) ที่มาพร้อมระบบอัจฉริยะช่วยกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้าและล้อหลังอัตโนมัติตามสภาพถนน ทำให้เหมาะกับสภาพเส้นทางหลากหลายของไทย ทั้งถนนภูเขาทางเหนือหรือผิวถนนลื่นช่วงฤดูฝน นอกจากรุ่น 4WD แล้วยังมีรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ให้เลือกตามความต้องการและงบประมาณ โดยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยที่ชอบท่องเที่ยวด้วยตัวเองหรือต้องเจอกับเส้นทางยากๆ เพราะช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะและความคล่องตัว โดยเฉพาะในไทย Ford Everest ยังมาพร้อมโหมดขับขี่หลายแบบ เช่น โหมดปกติ โหมดโคลน/หิมะ โหมดทราย ช่วยให้รถปรับตัวได้ดีในทุกสภาพแวดล้อม สำหรับคนไทยที่กำลังมองหา SUV การเข้าใจระบบขับเคลื่อนเป็นเรื่องสำคัญ เพราะส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะและการใช้งาน ไม่ว่าจะขับในเมืองหรือออกไปผจญภัย Ford Everest รุ่น 2022 ก็ตอบโจทย์ได้ดี
Q
ช่วงราคารถ Everest ปี 2022 คือเท่าไหร่?
รถ Ford Everest รุ่นปี 2022 ในตลาดไทยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 1.4 - 2 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์เสริมที่เลือก เช่น รุ่น Trend ราคาจับต้องได้เหมาะสำหรับคนงบประมาณไม่สูง ส่วนรุ่น Sport หรือ Titanium+ ที่เป็นรุ่นท็อปจะมาพร้อมฟีเจอร์หรูอย่างซันรูฟพาโนรามิก ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ทำให้ราคาสูงขึ้นหน่อย ในไทยรถคันนี้ค่อนข้างโดนใจทั้งครอบครัวและคนชอบออกไปเที่ยวธรรมชาติ เพราะทั้งแรงและพื้นที่ในรถกว้างขวาง เหมาะกับสภาพถนนหลายแบบของไทย จะขับในเมืองหรือทริปยาวๆ ก็ไม่มีปัญหา แถมยังมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ V6 3.0 ลิตร ที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน ตอบโจทย์คนไทยที่ต้องการทั้งประโยชน์ใช้สอยและความประหยัดในตัวเดียว เวลาจะซื้อแนะนำให้ไปที่โชว์รูม Ford อย่างเป็นทางการเพื่อสอบถามโปรโมชั่นล่าสุด เพราะบางทีมีบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรีหรือโปรผ่อนดาวน์เบาๆ แถมยังได้ทดลองขับรถรุ่นต่างๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ จะได้รู้ว่ารุ่นไหนเหมาะกับสไตล์การใช้ชีวิตของไทยที่สุด
Q
Ford Everest 2022 คืออะไร?
Ford Everest รุ่นปี 2022 เป็น SUV ขนาดกลางที่ออกแบบมาสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะที่ประเทศไทยได้รับความนิยมจากครอบครัวและนักท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ด้วยสมรรถนะออฟโรดที่ยอดเยี่ยมและพื้นที่ใช้งานที่กว้างขวาง รถรุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ให้กำลังสูงถึง 226 แรงม้าและแรงบิด 500 นิวตันเมตร พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะและโหมดขับขี่หลากหลายภูมิประเทศ เหมาะสมกับสภาพถนนหลากหลายแบบในไทย ทั้งเส้นทางขรุขระแถบภาคเหนือหรือถนนลื่นในช่วงฤดูฝน ด้านภายในติดตั้งระบบความบันเทิง SYNC 4 ที่รองรับเสียงสั่งงานภาษาไทยและ Apple CarPlay แบบไร้สาย ส่วนเบาะหลังพับได้อย่างคล่องตัว เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุดถึง 2,010 ลิตร สำหรับใส่กระเป๋าไปตั้งแคมป์หรือของช้อปปิ้งชิ้นใหญ่ ระบบความปลอดภัยครบครันด้วย 7 หมอนอิงและ Ford Co-Pilot360 ที่สำคัญ Ford Everest เวอร์ชั่นไทยยังได้รับการปรับปรุงระบบปรับอากาศให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น และเพิ่มการป้องกันสนิมเป็นพิเศษ เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นในระดับเดียวกันแล้ว Everest โดดเด่นเรื่องสมรรถนะออฟโรดและพื้นที่เก็บของ แต่อาจกินน้ำมันมากกว่ารถญี่ปุ่นบ้างเมื่อขับในเมือง ปัจจุบันรถรุ่นนี้ผลิตที่โรงงานระยอง พร้อมรับประกัน 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตรตามมาตรฐานไทย
Q
Ford Everest 2025 ราคาเท่าไหร่?
คาดว่าราคาของ Ford Everest รุ่นปี 2025 ในตลาดไทยจะอยู่ที่ประมาณ 1.8 ถึง 2.5 ล้านบาท โดยราคาจะแตกต่างกันไปตามระดับเครื่องแต่งตัว เช่น รุ่นพื้นฐาน XL และรุ่นสูงสุด Platinum ที่มีราคาห่างกันค่อนข้างมาก แนะนำให้ผู้ซื้อติดตามราคาอัปเดตล่าสุดจากตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่น รุ่นนี้ยังคงดีไซน์แนว SUV ทรหด พร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร หรือเครื่องยนต์ดีเซล V6 เทอร์โบชาร์จ 3.0 ลิตร ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเต็มเวลาและระบบจัดการการขับขี่บนพื้นผิวต่างๆ เหมาะสมกับสภาพเส้นทางภูเขาและฤดูฝนของไทยเป็นอย่างยิ่ง จุดเด่นของรุ่นปี 2025 คือการอัปเกรดหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 12.4 นิ้วและหน้าจอกลางขนาด 12 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สายและภาพพาโนรามา 360 องศา ซึ่งเป็นการอัปเกรดที่ชัดเจนในส่วนของเทคโนโลยี ในตลาดไทย Everest มีคู่แข่งหลักอย่าง Toyota Fortuner และ Isuzu MU-X ผู้บริโภคควรเปรียบเทียบนโยบายหลังการขายที่แต่ละแบรนด์เสนอ เช่น Ford ไทยปัจจุบันให้บริการรับประกัน 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร และบางตัวแทนยังมีโปรโมชั่นบริการฟรีให้อีกด้วย เนื่องจากรัฐบาลไทยมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รุ่นดีเซลของ Everest จึงได้เปรียบด้านภาษีมากกว่ารุ่นเบนซิน นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่คนไทยนิยม SUV ระบบดีเซล
Q
“Ford Everest จะเปิดตัวในปี 2025 ใช่หรือไม่?”
ขณะนี้ทาง Ford ประเทศไทยยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับแผนการนำเข้า Ford Everest รุ่นปี 2025 แต่ด้วยความนิยมของรุ่นนี้ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประสิทธิภาพที่โดดเด่นของ Everest รุ่นปัจจุบันในไทย คาดว่าความเป็นไปได้ที่จะมีการนำเข้ารุ่นใหม่ค่อนข้างสูง สำหรับ Everest 2025 คาดว่าจะยังคงตำแหน่ง SUV แข็งแกร่ง พร้อมอาจอัพเกรดเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด รวมถึงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะและระบบความบันเทิงที่ทันสมัยขึ้น ซึ่งอัพเดตเหล่านี้เหมาะกับสภาพถนนหลากหลายรูปแบบในไทยและความต้องการเทคโนโลยีของผู้บริโภค แนะนำให้ติดตามข้อมูลล่าสุดผ่านเว็บไซต์ Ford ประเทศไทยหรือตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ สำหรับคนไทยที่กำลังมองหา SUV ทาง Everest Series ได้รับความนิยมจากสมรรถนะออฟโรดและพื้นที่กว้างขวางโดยเฉพาะในเขตภูเขาและชนบททางภาคเหนือของไทย ส่วนรุ่นอื่นในระดับเดียวกันเช่น Toyota Fortuner หรือ Mitsubishi Pajero Sport ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ควรทดลองขับและเปรียบเทียบตามความต้องการและงบประมาณของแต่ละคน
รถยอดนิยม
รุ่นปีรถยนต์
เปรียบเทียบรถยนต์
รูปภาพรถ
Q&A ล่าสุด
Q
อัตราการประหยัดน้ำมันของ Subaru Crosstrek ปี 2022 คือเท่าไหร่?
อัตราการประหยัดน้ำมันของ Subaru Crosstrek ปี 2022 แตกต่างกันไปตามรุ่นเครื่องยนต์ รุ่นเครื่องยนต์เบนซินล้วนติดตั้งเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรแบบไม่มีระบบอัดอากาศ โดยมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยประมาณ 7.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร รุ่นไฮบริดเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันด้วยระบบไฮบริด โดยมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยต่ำสุดที่ 6.5-6.72 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร รุ่นไฮบริดยังรองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน โดยมีระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้สูงสุดถึง 27 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลืองสำหรับการเดินทางระยะสั้นในชีวิตประจำวัน ในการขับขี่จริง รุ่นเบนซินมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลืองประมาณ 8.5-9.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรในสภาพการขับขี่ในเมือง และประมาณ 6.8-7.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรบนทางหลวง ส่วนรุ่นไฮบริดมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลืองเฉลี่ยใกล้เคียงกับตัวเลขอย่างเป็นทางการ และระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการเติมน้ำมันเต็มถังและชาร์จแบตเตอรี่เต็มหนึ่งครั้งสามารถสูงถึง 772 กิโลเมตรหรืออาจเกิน 1,000 กิโลเมตร อัตราการประหยัดน้ำมันของรุ่นนี้ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับรถ SUV ขนาดกะทัดรัดรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน ซึ่งเป็นผลมาจากคุณสมบัติที่ประหยัดพลังงานของเครื่องยนต์วางนอน การส่งกำลังที่ราบรื่นของเกียร์ CVT และการกระจายกำลังที่เหมาะสมของระบบไฮบริด นอกจากนี้ แม้ว่าระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเต็มเวลาจะเพิ่มความซับซ้อนในการส่งกำลัง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ และยังคงรักษาระดับการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ค่อนข้างประหยัดได้
Q
เครื่องยนต์ใน Subaru Crosstrek ปี 2022 คืออะไร?
Subaru Crosstrek ปี 2022 มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบแนวนอน DOHC 2.0 ลิตร ระบบฉีดเชื้อเพลิงตรง ผสานกับระบบไฮบริดแบบอ่อน e-BOXER และเกียร์ CVT Lineartronic ระบบส่งกำลังนี้ได้รับการปรับปรุงเพื่อลดการสั่นสะเทือนและเสียงรบกวน ให้กำลังที่ราบรื่นพร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน นอกจากนี้ รุ่นนี้ยังมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตรเป็นมาตรฐาน ซึ่งเมื่อรวมกับระบบส่งกำลังที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว จะสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพถนนที่แตกต่างกันได้ดียิ่งขึ้น ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ในชีวิตประจำวันและการขับขี่แบบออฟโรดเบาๆ
Q
"รถ Subaru Crosstrek ปี 2022 เป็นรถที่น่าเชื่อถือหรือไม่?"
Subaru Crosstrek ปี 2022 เป็นรุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความน่าเชื่อถือ สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Impreza ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของ Subaru โดยได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีที่สั่งสมมาหลายปีและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ขนาดที่กะทัดรัดและน้ำหนักที่ค่อนข้างเบาช่วยลดภาระของระบบขับเคลื่อน เบรก และชิ้นส่วนช่วงล่าง ส่งผลให้ชิ้นส่วนมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นและลดความต้องการในการบำรุงรักษา ในด้านระบบส่งกำลัง เครื่องยนต์แบบดูดอากาศธรรมชาติขนาด 2.0 ลิตร หรือ 2.5 ลิตร แบบวางนอน ใช้เทคโนโลยีการฉีดเชื้อเพลิงแบบพอร์ตที่พัฒนามาอย่างดีของ Subaru หลีกเลี่ยงระบบเทอร์โบชาร์จและระบบฉีดตรงที่ซับซ้อน ส่งผลให้มีความน่าเชื่อถือที่ยอดเยี่ยมและต้นทุนการบำรุงรักษาต่ำ นอกจากนี้ รถคันนี้ยังมีโครงสร้างแชสซีที่แข็งแรง ด้วยระยะห่างจากพื้น 8.7 นิ้ว (ประมาณ 220 มม.) ที่สามารถรับมือกับภูมิประเทศที่ขรุขระได้โดยไม่ทำให้แชสซีเสียหายได้ง่าย เมื่อรวมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ทำให้เพิ่มความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดและความทนทาน ความคิดเห็นจากผู้ใช้และบทวิจารณ์ที่น่าเชื่อถือบ่งชี้ว่ารุ่นนี้สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงด้วยการบำรุงรักษาขั้นพื้นฐาน และรุ่นล่าสุดได้ลดปัญหาต่างๆ เช่น ปะเก็นฝาสูบ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในรุ่น Subaru รุ่นก่อนๆ ส่งผลให้ต้นทุนการบำรุงรักษาสมเหตุสมผล ในขณะเดียวกัน มูลค่าการขายต่อยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยอมรับของตลาดในด้านความน่าเชื่อถือ นอกจากความน่าเชื่อถือแล้ว รุ่นนี้ยังมีการจัดวางพื้นที่ภายในที่ใช้งานได้จริง และมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยมากมาย (เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ และระบบช่วยรักษาเลน) ทำให้เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองและการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดเบาๆ เป็นตัวเลือกที่สมดุลระหว่างความทนทานและความอเนกประสงค์
Q
"ข้อดีและข้อเสียของ Subaru Crosstrek Sport ปี 2022 มีอะไรบ้าง?"
Subaru Crosstrek Sport ปี 2022 ในฐานะรถ SUV ครอสโอเวอร์ มีความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดที่เหนือกว่าด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและระยะห่างจากพื้น 220 มม. โหมดการขับขี่ X-MODE ช่วยรับมือกับสภาพหิมะและโคลนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่จุดศูนย์ถ่วงต่ำของเครื่องยนต์แบบวางนอนช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ในด้านกำลัง เครื่องยนต์ 2.5 ลิตรแบบไม่มีระบบอัดอากาศ จับคู่กับเกียร์ CVT ให้การขับขี่ในเมืองที่ราบรื่น แต่การเร่งความเร็วที่ความเร็วสูงนั้นค่อนข้างอ่อน โดยใช้เวลาประมาณ 9.5 วินาทีในการถึง 100 กม./ชม. ภายในเน้นความสะดวกสบาย โดยรุ่น Sport มาพร้อมล้ออัลลอยสีเทาเข้มขนาด 17 นิ้ว เบาะนั่งเย็บตะเข็บสีเหลือง และตกแต่งด้วยวัสดุลายคาร์บอนไฟเบอร์เทียมเพื่อความรู้สึกสปอร์ต อย่างไรก็ตาม พื้นที่วางขาด้านหลังเหมาะสำหรับผู้โดยสารที่มีความสูงไม่เกิน 175 ซม. เท่านั้น และมีเสียงลมรบกวนที่ความเร็วสูง สำหรับฟีเจอร์อัจฉริยะ หน้าจอแนวตั้งขนาด 11.6 นิ้ว รองรับ CarPlay แบบไร้สาย แต่ความแม่นยำในการจดจำเสียงนั้นมีจำกัดในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง ระบบช่วยขับขี่ EyeSight พร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ ทำงานได้อย่างเสถียรบนทางหลวง อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีอัตราเฉลี่ยตามมาตรฐาน WLTC อยู่ที่ 7.22 ลิตร/100 กม. การรับประกัน 5 ปี/75,000 กม. พร้อมบริการบำรุงรักษาพื้นฐานฟรี 15 ครั้ง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้งาน แต่เนื่องจากเป็นรถนำเข้า จึงอาจต้องรออะไหล่นานขึ้น รถคันนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความสามารถในการขับขี่บนทุกสภาพภูมิประเทศและความปลอดภัย คะแนนการทดสอบการชนที่ยอดเยี่ยมจาก IIHS และถุงลมนิรภัย 11 ตำแหน่งนั้นน่าชื่นชม แต่ก็จำเป็นต้องมีการประนีประนอมบ้างในแง่ของพื้นที่ภายใน ความสะดวกสบาย และความครบครันของฟังก์ชันการใช้งาน
Q
รถ Subaru Crosstrek ปี 2022 มีมูลค่าลดลงเท่าไร?
รถ Subaru Crosstrek รุ่น 2022 ในตลาดไทยมีอัตราการค่าเสื่อมที่ค่อนข้างต่ำ และประสิทธิภาพในการรักษาค่าที่โดดเด่น เมื่อรวมกับคุณสมบัติในการรักษาค่าสูงในตลาดโลกและข้อเสนอแนะจากตลาดท้องถิ่น รถรุ่นนี้โดยทั่วไปสามารถรักษาค่าได้ประมาณ 80% หลังจากใช้งาน 3 ปี นั่นคืออัตราการค่าเสื่อมประมาณ 20%
ประสิทธิภาพนี้เป็นผลมาจากข้อได้เปรียบหลักของรถ เช่น ระบบขับเคลื่อนทุกล้อ (AWD) ที่มาพร้อมมาตรฐาน ระดับการปลอดภัยที่ยอดเยี่ยม และประสิทธิภาพการใช้น้ำมันที่เสถียร เป็นต้น คุณสมบัติเหล่านี้ยังได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในตลาดไทยด้วย ช่วยให้รถรุ่นนี้สามารถรักษาค่าในตลาดรถมือสองที่แข็งแกร่งได้
นอกจากนี้ การออกแบบและการติดตั้งเทคโนโลยีแบบเดียวกันทั่วโลก และชื่อเสียงของแบรนด์ Subaru ในด้านความน่าเชื่อถือ ช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดรถมือสองได้อีกด้วย ทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกที่มีอัตราการรักษาค่าสูงในหมวดรถครอสโอเวอร์ขนาดกะทัดรัด
ในปัจจุบัน รถรุ่นนี้ยังคงมีราคารถใหม่ในตลาดไทยที่แข็งแกร่ง และมีอุปสงค์และอุปทานที่เสถียรในตลาดรถมือสอง ซึ่งยืนยันถึงความสามารถในการรักษาค่าที่ดีของรถรุ่นนี้อย่างชัดเจน
ดูเพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้อง

Ford เปิดตัว Everest Tremor รุ่นที่ทรงพลังที่สุดในเมืองสำหรับตลาดตะวันออกกลาง
Kevin WongDec 26, 2025

ตารางผ่อนชำระของ Ford Everest สัมผัสรถ SUV สไตล์อเมริกันได้อย่างง่าย
พงศธรNov 10, 2025

ตลาดรถมือสองในประเทศไทย: ความต้องการการบริโภคเบื้องหลังความนิยมและการวิเคราะห์แนวโน้มปี 2025
Kevin WongSep 10, 2025

Ford Everest: พื้นที่ 7 ที่นั่งและเทคโนโลยีอัจฉริยะเปิดเผยความคุ้มค่า
วิรุฬห์Apr 9, 2025

Ford Everest Special Edition เปิดตัวในช่วง Motor Show 2025
ณัฐวุฒิApr 2, 2025
ดูเพิ่มเติม


ข้อดี
ข้อเสีย